๔. สุวณฺณวิมานวณฺณนา

โสวณฺณมเย ปพฺพตสฺมินฺติ สุวณฺณวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา อนฺธกวินฺเท วิหรติ. เตน สมเยน อญฺญตโร อุปาสโก สทฺโธ ปสนฺโน วิภวสมฺปนฺโน ตสฺส คามสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ มุณฺฑกปพฺพเต สพฺพาการสมฺปนฺนํ ภควโต วสนานุจฺฉวิกํ คนฺธกุฏึ กาเรตฺวา ตตฺถ ภควนฺตํ วสาเปนฺโต สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิ, สยญฺจ นิจฺจสีเล ปติฏฺฐิโต สุวิสุทฺธสีลสํวโร หุตฺวา กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺติ. ตสฺส กมฺมานุภาวสํสูจกํ นานารตนรํสิชาลสมุชฺชลํ วิจิตฺตเวทิกาปริกฺขิตฺตํ วิวิธวิปุลาลงฺกาโรปโสภิตํ สุวิภตฺตภิตฺติตฺถมฺภโสปานํ อารามรมณียกํ กญฺจนปพฺพตมุทฺธนิ วิมานํ อุปฺปชฺชิ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เทวจาริกํ จรนฺโต ทิสฺวา อิมาหิ คาถาหิ ปฏิปุจฺฉิ –

๑๑๓๔. ‘‘โสวณฺณมเย ปพฺพตสฺมึ, วิมานํ สพฺพโตปภํ;

เหมชาลปฏิจฺฉนฺนํ, กิงฺกิณิชาลกปฺปิตํ.

๑๑๓๕. ‘‘อฏฺฐํสา สุกตา ถมฺภา, สพฺเพ เวฬุริยามยา;

เอกเมกาย อํสิยา, รตนา สตฺต นิมฺมิตา.

๑๑๓๖. ‘‘เวฬูริยสุวณฺณสฺส, ผลิกา รูปิยสฺส จ;

มสารคลฺลมุตฺตาหิ, โลหิตงฺคมณีหิ จ.

๑๑๓๗. ‘‘จิตฺรา มโนรมา ภูมิ, น ตตฺถุทฺธํสตี รโช;

โคปานสีคณา ปีตา, กูฏํ ทาเรนฺติ นิมฺมิตา.

๑๑๓๘. ‘‘โสปานานิ จ จตฺตาริ, นิมฺมิตา จตุโร ทิสา;

นานารตนคพฺเภหิ, อาทิจฺโจว วิโรจติ.

๑๑๓๙. ‘‘เวทิยา จตสฺโส ตตฺถ, วิภตฺตา ภาคโส มิตา;

ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ, สมนฺตา จตุโร ทิสา.

๑๑๔๐. ‘‘ตสฺมึ วิมาเน ปวเร, เทวปุตฺโต มหปฺปโภ;

อติโรจสิ วณฺเณน, อุทยนฺโตว ภาณุมา.

๑๑๔๑. ‘‘ทานสฺส เต อิทํ ผลํ, อโถ สีลสฺส วา ปน;

อโถ อญฺชลิกมฺมสฺส, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ.

โสปิสฺส อิมาหิ คาถาหิ พฺยากาสิ –

๑๑๔๒. ‘‘โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๑๑๔๓. ‘‘อหํ อนฺธกวินฺทสฺมึ, พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน;

วิหารํ สตฺถุ กาเรสึ, ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ.

๑๑๔๔. ‘‘ตตฺถ คนฺธญฺจ มาลญฺจ, ปจฺจยญฺจ วิเลปนํ;

วิหารํ สตฺถุ อทาสึ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

เตน มยฺหํ อิทํ ลทฺธํ, วสํ วตฺเตมิ นนฺทเน.

๑๑๔๕. ‘‘นนฺทเน จ วเน รมฺเม, นานาทิชคณายุเต;

รมามิ นจฺจคีเตหิ, อจฺฉราหิ ปุรกฺขโต’’ติ.

๑๑๓๔. ตตฺถ สพฺพโตปภนฺติ สพฺพภาเคหิ ปภาสนฺตํ ปภามุญฺจนกํ. กิงฺกิณิชาลกปฺปิตนฺติ กปฺปิตกิงฺกิณิกชาลํ.

๑๑๓๕. สพฺเพ เวฬุริยามยาติ สพฺเพ ถมฺภา เวฬุริยมณิมยา. ตตฺถ ปน เอกเมกาย อํสิยาติ อฏฺฐํเสสุ ถมฺเภสุ เอกเมกสฺมึ อํสภาเค. รตนา สตฺต นิมฺมิตาติ สตฺตรตนกมฺมนิมฺมิตา, เอเกโก อํโส สตฺตรตนมโยติ อตฺโถ.

๑๑๓๖. ‘‘เวฬูริยสุวณฺณสฺสา’’ติอาทินา นานารตนานิ ทสฺเสติ. ตตฺถ เวฬูริยสุวณฺณสฺสาติ เวฬุริเยน จ สุวณฺเณน จ นิมฺมิตา, จิตฺราติ วา โยชนา. กรณตฺเถ หิ อิทํ สามิวจนํ. ผลิกา รูปิยสฺส จาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. มสารคลฺลมุตฺตาหีติ กพรมณีหิ. โลหิตงฺคมณีหิ จาติ รตฺตมณีหิ.

๑๑๓๗. น ตตฺถุทฺธํสตี รโชติ มณิมยภูมิกตฺตา น ตสฺมึ วิมาเน รโช อุคฺคจฺฉติ. โคปานสีคณาติ โคปานสีสมูหา. ปีตาติ ปีตวณฺณา, สุวณฺณมยา เจว ผุสฺสราคาทิมณิมยา จาติ อตฺโถ. กูฏํ ธาเรนฺตีติ สตฺตรตนมยํ กณฺณิกํ ธาเรนฺติ.

๑๑๓๘-๙. นานารตนคพฺเภหีติ นานารตนมเยหิ โอวรเกหิ. เวทิยาติ เวทิกา. จตสฺโสติ จตูสุ ทิสาสุ จตสฺโส. เตนาห ‘‘สมนฺตา จตุโร ทิสา’’ติ.

๑๑๔๐. มหปฺปโภติ มหาชุติโก. อุทยนฺโตติ อุคฺคจฺฉนฺโต. ภาณุมาติ อาทิจฺโจ.

๑๑๔๓. เสหิ ปาณิภีติ กายสารํ ปุญฺญํ ปสวนฺโต อตฺตโน ปาณีหิ ตํ ตํ กิจฺจํ กโรนฺโต วิหารํ สตฺถุ กาเรสินฺติ โยชนา. อถ วา เสหิ ปาณิภีติ ตตฺถ อนฺธกวินฺทสฺมึ คนฺธญฺจ มาลญฺจ ปจฺจยญฺจ วิเลปนญฺจ ปูชาวเสน. ยถา กถํ? วิหารญฺจ วิปฺปสนฺเนน เจตสา สตฺถุโน อทาสึ ปูเชสึ นิยฺยาเทสึ จาติ เอวเมตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.

๑๑๔๔. เตนาติ เตน ยถาวุตฺเตน ปุญฺญกมฺเมน การณภูเตน. มยฺหนฺติ มยา. อิทนฺติ อิทํ ปุญฺญผลํ, อิทํ วา ทิพฺพํ อาธิปเตยฺยํ. เตนาห ‘‘วสํ วตฺเตมี’’ติ.

๑๑๔๕. นนฺทเนติ นนฺทิยา ทิพฺพสมิทฺธิยา อุปฺปชฺชนฏฺฐาเน อิมสฺมึ เทวโลเก, ตตฺถาปิ วิเสสโต นนฺทเน วเน รมฺเม, เอวํ รมณีเย อิมสฺมึ นนฺทเน วเน รมามีติ โยชนา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

เอวํ เทวตาย อตฺตโน ปุญฺญกมฺเม อาวิกเต เถโร สปริวารสฺส ตสฺส เทวปุตฺตสฺส ธมฺมํ เทเสตฺวา ภควโต ตมตฺถํ นิเวเทสิ. ภควา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.

สุวณฺณวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.