๑. จิตฺตลตาวิมานวณฺณนา
ยถา วนํ จิตฺตลตํ ปภาสตีติ จิตฺตลตาวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน สมเยน สาวตฺถิยํ อญฺญตโร อุปาสโก ทลิทฺโท อปฺปโภโค ปเรสํ กมฺมํ กตฺวา ชีวติ. โส สทฺโธ ปสนฺโน ชิณฺเณ วุฑฺเฒ มาตาปิตโร โปเสนฺโต ‘‘อิตฺถิโย นาม ปติกุเล ฐิตา อิสฺสริยํ กโรนฺติ, สสฺสุสสุรานํ มนาปจารินิโย ทุลฺลภา’’ติ มาตาปิตูนํ จิตฺตทุกฺขํ ปริหรนฺโต ทารปริคฺคหํ อกตฺวา สยเมว เน อุปฏฺฐหติ, สีลานิ รกฺขติ, อุโปสถํ อุปวสติ, ยถาวิภวํ ทานานิ เทติ. โส อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ ทฺวาทสโยชนิเก วิมาเน นิพฺพตฺติ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เหฏฺฐา วุตฺตนเยน คนฺตฺวา กตกมฺมํ อิมาหิ คาถาหิ ปฏิปุจฺฉิ –
๑๑๑๔. ‘‘ยถา วนํ จิตฺตลตํ ปภาสติ, อุยฺยานเสฏฺฐํ ติทสานมุตฺตมํ;
ตถูปมํ ตุยฺหมิทํ วิมานํ, โอภาสยํ ติฏฺฐติ อนฺตลิกฺเข.
๑๑๑๕. ‘‘เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว…เป…
วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.
๑๑๑๖. ‘‘โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.
๑๑๑๗. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูโต, ทลิทฺโท อตาโณ กปโณ กมฺมกโร อโหสึ;
ชิณฺเณ จ มาตาปิตโร อภารึ, ปิยา จ เม สีลวนฺโต อเหสุํ;
อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺโต, สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ.
๑๑๑๘. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป…วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –
โสปิ ตสฺส พฺยากาสิ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
จิตฺตลตาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.