๕. กญฺชิกทายิกาวิมานวณฺณนา

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนาติ กญฺชิกทายิกาวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา อนฺธกวินฺเท วิหรติ. เตน จ สมเยน ภควโต กุจฺฉิยํ วาตโรโค อุปฺปชฺชิ. ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ ‘‘คจฺฉ ตฺวํ อานนฺท, ปิณฺฑาย จริตฺวา มยฺหํ เภสชฺชตฺถํ กญฺชิกํ อาหรา’’ติ. ‘‘เอวํ ภนฺเต’’ติ โข อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา มหาราชทตฺติยํ ปตฺตํ คเหตฺวา อตฺตโน อุปฏฺฐากเวชฺชสฺส นิเวสนทฺวาเร อฏฺฐาสิ. ตํ ทิสฺวา เวชฺชสฺส ภริยา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา เถรํ ปุจฺฉิ ‘‘กีทิเสน โว, ภนฺเต, เภสชฺเชน อตฺโถ’’ติ. สา กิร พุทฺธิสมฺปนฺนา ‘‘เภสชฺเชน ปโยชเน สติ เถโร อิธาคจฺฉติ, น ภิกฺขตฺถ’’นฺติ สลฺลกฺเขสิ. ‘‘กญฺชิเกนา’’ติ จ วุตฺเต ‘‘น ยิทํ เภสชฺชํ มยฺหํ อยฺยสฺส, ตถา เหส ภควโต ปตฺโต, หนฺทาหํ โลกนาถสฺส อนุจฺฉวิกํ กญฺชิกํ สมฺปาเทมี’’ติ โสมนสฺสชาตา สญฺชาตพหุมานา พทรยูเสน ยาคุํ สมฺปาเทตฺวา ปตฺตํ ปูเรตฺวา ตสฺส ปริวารภาเวน อญฺญญฺจ โภชนํ ปฏิยาเทตฺวา เปเสสิ. ตํ ปริภุตฺตมตฺตสฺเสว ภควโต โส อาพาโธ วูปสมิ. สา อปเรน สมเยน กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ อุปฺปชฺชิตฺวา มหตึ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺตี โมทติ. อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เทวจาริกํ จรนฺโต ตํ อจฺฉราสหสฺสปริวาเรน วิจรนฺตึ ทิสฺวา ตาย กตกมฺมํ อิมาหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ –

๗๑๙. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน …เป… วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –

สาปิ พฺยากาสิ.

๗๒๑. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๗๒๓. ‘‘อหํ อนฺธกวินฺทมฺหิ, พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน;

อทาสึ โกลสมฺปากํ, กญฺชิกํ เตลธูปิตํ.

๗๒๔. ‘‘ปิปฺผลฺยา ลสุเณน จ, มิสฺสํ ลามญฺชเกน จ;

อทาสึ อุชุภูตสฺมึ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

๗๒๕. ‘‘ยา มเหสิตฺตํ กาเรยฺย, จกฺกวตฺติสฺส ราชิโน;

นารี สพฺพงฺคกลฺยาณี, ภตฺตุ จาโนมทสฺสิกา;

เอกสฺส กญฺชิกทานสฺส, กลํ นาคฺฆติ โสฬสึ.

๗๒๖. ‘‘สตํ นิกฺขา สตํ อสฺสา, สตํ อสฺสตรีรถา;

สตํ กญฺญาสหสฺสานิ, อามุตฺตมณิกุณฺฑลา;

เอกสฺส กญฺชิกทานสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ.

๗๒๗. ‘‘สตํ เหมวตา นาคา, อีสาทนฺตา อุรูฬฺหวา;

สุวณฺณกจฺฉา มาตงฺคา, เหมกปฺปนวาสสา,

เอกสฺส กญฺชิกทานสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ.

๗๒๘. ‘‘จตุนฺนมปิ ทีปานํ, อิสฺสรํ โยธ การเย;

เอกสฺส กญฺชิกทานสฺส, กลํ นาคฺฆติ โสฬสิ’’นฺติ.

๗๒๓-๔. ตตฺถ อทาสึ โกลสมฺปาปกํ, กญฺชิกํ เตลธูปิตนฺติ พทรโมทกกสาเว จตุคุโณทกสโมทิเต ปาเกน จตุตฺถภาคาวสิฏฺฐํ ยาคุํ ปจิตฺวา ตํ ติกฏุกอชโมทหิงฺคุชีรกลสุณาทีหิ กฏุกภณฺเฑหิ อภิสงฺขริตฺวา สุธูปิตํ กตฺวา ลามญฺชคนฺธํ คาหาเปตฺวา ปสนฺนจิตฺเตน ภควโต ปตฺเต อากิริตฺวา สตฺถารํ อุทฺทิสิตฺวา อทาสึ, เถรสฺส หตฺเถ ปติฏฺฐเปสินฺติ ทสฺเสติ. เตนาห –

‘‘ปิปฺผลฺยา ลสุเณน จ, มิสฺสํ ลามญฺชเกน จ;

อทาสึ อุชุภูตสฺมึ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา’’ติ.

เสสํ วุตฺตนยเมว.

เอวํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ตาย เทวตาย อตฺตนา สมุปจิตสุจริตกมฺเม อาวิกเต สปริวาราย ตสฺสา ธมฺมํ เทเสตฺวา มนุสฺสโลกํ อาคนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ ภควโต อาโรเจสิ. ภควา ตมตฺถํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา จตุปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.

กญฺชิกทายิกาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.