๖. วิหารวิมานวณฺณนา
อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนาติ วิหารวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน สมเยน วิสาขา มหาอุปาสิกา อญฺญตรสฺมึ อุสฺสวทิวเส อุยฺยาเน วิจรณตฺถํ สหายิกาหิ ปริชเนน จ อุสฺสาหิตา สุนฺหาตานุลิตฺตา สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา มหาลตาปสาธนํ ปิฬนฺธิตฺวา ปญฺจมตฺเตหิ สหายิกาสเตหิ ปริวาริตา มหนฺเตน อิสฺสริเยน มหตา ปริจฺเฉเทน เคหโต นิกฺขมฺม อุยฺยานํ อุทฺทิสฺส คจฺฉนฺตี จินฺเตสิ ‘‘พาลทาริกาย วิย กึ เม โมฆกีฬิเตน, หนฺทาหํ วิหารํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ มโนภาวนีเย จ อยฺเย วนฺทิสฺสามิ, ธมฺมญฺจ โสสฺสามี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา เอกมนฺเต ฐตฺวา มหาลตาปิฬนฺธนํ โอมุญฺจิตฺวา ตํ ทาสิยา หตฺเถ ทตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ตสฺสา ภควา ธมฺมํ เทเสสิ.
สา ธมฺมํ สุตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา มโนภาวนีเย จ ภิกฺขู วนฺทิตฺวา วิหารโต นิกฺขมิตฺวา โถกํ คนฺตฺวา ทาสึ อาห ‘‘หนฺท เช อาภรณํ ปิฬนฺธิสฺสามี’’ติ. สา ตํ ภณฺฑิกํ กตฺวา พนฺธิตฺวา วิหาเร ฐเปตฺวา ตหํ ตหํ วิจริตฺวา คมนกาเล วิสฺสริตฺวา คตตฺตา ‘‘วิสฺสริตํ มยา, ติฏฺฐ อยฺเย อาหริสฺสามี’’ติ นิวตฺติตุกามา อโหสิ. วิสาขา ‘‘สเจ เช วิหาเร ฐเปตฺวา วิสฺสริตํ, ตสฺส วิหารสฺเสว อตฺถาย ตํ ปริจฺจชิสฺสามี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อตฺตโน อธิปฺปายํ ปเวเทนฺตี ‘‘วิหารํ, ภนฺเต, กาเรสฺสามิ, อธิวาเสตุ เม ภควา อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ อาห. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน.
สา ตํ ปิฬนฺธนํ สตสหสฺสาธิกนวโกฏิอคฺฆนกํ วิสฺสชฺเชตฺวา อายสฺมตา มหาโมคฺคลฺลาเนน นวกมฺมาธิฏฺฐายเกน สุวิภตฺตภิตฺติถมฺภตุลาโคปานสิกณฺณิกทฺวารพาหวาตปาน โสปานาทิเคหาวยวํ มโนหรํ สุวิกปฺปิตกฏฺฐกมฺมรมณียํ สุปริกมฺมกตสุธากมฺมํ มนุญฺญํ สุวิรจิตมาลากมฺมลตากมฺมาทิจิตฺตกมฺมวิจิตฺตํ สุปรินิฏฺฐิตมณิกุฏฺฏิม สทิสภูมิตลํ เทววิมานสทิสํ เหฏฺฐาภูมิยํ ปญฺจ คพฺภสตานิ, อุปริภูมิยํ ปญฺจ คพฺภสตานีติ คพฺภสหสฺสปฏิมณฺฑิตํ พุทฺธสฺส ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ วสนานุจฺฉวิกํ มหนฺตํ ปาสาทํ ตสฺส ปริวารปาสาทสหสฺสญฺจ เตสํ ปริวารภาเวน กุฏิมณฺฑปจงฺกมนาทีนิ จ กาเรนฺตี นวหิ มาเสหิ วิหารํ นิฏฺฐาเปสิ. ปรินิฏฺฐิเต จ วิหาเร นวเหว หิรญฺญโกฏีหิ วิหารมหํ กาเรนฺตี ปญฺจมตฺเตหิ สหายิกาสเตหิ สทฺธึ ปาสาทํ อภิรุหิตฺวา ตสฺส สมฺปตฺตึ ทิสฺวา โสมนสฺสชาตา สหายิกา อาห ‘‘อิมํ เอวรูปํ ปาสาทํ กาเรนฺติยา ยํ มยา ปุญฺญํ ปสุตํ, ตํ อนุโมทถ, ปตฺติทานํ โว ทมฺมี’’ติ. ‘‘อโห สาธุ อโห สาธู’’ติ ปสนฺนจิตฺตา สพฺพาปิ อนุโมทึสุ.
ตตฺถ อญฺญตรา อุปาสิกา วิเสสโต ตํ ปตฺติทานํ มนสากาสิ. สา น จิรสฺเสว กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติ. ตสฺสา ปุญฺญานุภาเวน อเนกกูฏาคารปาการอุยฺยานโปกฺขรณิอาทิปฏิมณฺฑิตํ โสฬสโยชนายามวิตฺถารพฺเพธํ อตฺตโน ปภาย โยชนสตํ ผรนฺตํ อากาสจารึ มหนฺตํ วิมานํ ปาตุรโหสิ. สา คจฺฉนฺตีปิ อจฺฉราสหสฺสปริวารา สห วิมาเนน คจฺฉติ. วิสาขา ปน มหาอุปาสิกา วิปุลปริจฺจาคตาย สทฺธาสมฺปตฺติยา จ นิมฺมานรตีสุ นิพฺพตฺติตฺวา สุนิมฺมิตเทวราชสฺส อคฺคมเหสิภาวํ สมฺปาปุณิ. อถายสฺมา อนุรุทฺโธ เทวจาริกํ จรนฺโต ตํ วิสาขาย สหายิกํ ตาวตึสภวเน อุปฺปนฺนํ ทิสฺวา –
๗๒๙. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;
โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.
๗๓๐. ‘‘ตสฺสา เต นจฺจมานาย, องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส;
ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ, สวนียา มโนรมา.
๗๓๑. ‘‘ตสฺสา เต นจฺจมานาย, องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส;
ทิพฺพา คนฺธา ปวายนฺติ, สุจิคนฺธา มโนรมา.
๗๓๒. ‘‘วิวตฺตมานา กาเยน, ยา เวณีสุ ปิฬนฺธนา;
เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส, ตูริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา.
๗๓๓. ‘‘วฏํสกา วาตธุตา, วาเตน สมฺปกมฺปิตา;
เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส, ตูริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา.
๗๓๔. ‘‘ยาปิ เต สิรสฺมึ มาลา, สุจิคนฺธา มโนรมา;
วาติ คนฺโธ ทิสา สพฺพา, รุกฺโข มญฺชูสโก ยถา.
๗๓๕. ‘‘ฆายเส ตํ สุจิคนฺธํ, รูปํ ปสฺสสิ อมานุสํ;
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ. –
อิมาหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ. สาปิ ตสฺส เอวํ พฺยากาสิ –
๗๓๖. ‘‘สาวตฺถิยํ มยฺหํ สขี ภทนฺเต, สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารํ;
ตตฺถปฺปสนฺนา อหมานุโมทึ, ทิสฺวา อคารญฺจ ปิยญฺจ เมตํ.
๗๓๗. ‘‘ตาเยว เม สุทฺธนุโมทนาย, ลทฺธํ วิมานพฺภุตทสฺสเนยฺยํ;
สมนฺตโต โสฬสโยชนานิ, เวหายสํ คจฺฉติ อิทฺธิยา มม.
๗๓๘. ‘‘กูฏาคารา นิเวสา เม, วิภตฺตา ภาคโส มิตา;
ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ, สมนฺตา สตโยชนํ.
๗๓๙. ‘‘โปกฺขรญฺโญ จ เม เอตฺถ, ปุถุโลมนิเสวิตา;
อจฺโฉทกา วิปฺปสนฺนา, โสณฺณวาลุกสนฺถตา.
๗๔๐. ‘‘นานาปทุมสญฺฉนฺนา, ปุณฺฑรีกสโมตตา;
สุรภี สมฺปวายนฺติ, มนุญฺญา มาลุเตริตา.
๗๔๑. ‘‘ชมฺพุโย ปนสา ตาลา, นาฬิเกรวนานิ จ;
อนฺโตนิเวสเน ชาตา, นานารุกฺขา อโรปิมา.
๗๔๒. ‘‘นานาตูริยสงฺฆุฏฺฐํ, อจฺฉราคณโฆสิตํ;
โยปิ มํ สุปิเน ปสฺเส, โสปิ วิตฺโต สิยา นโร.
๗๔๓. ‘‘เอตาทิสํ อพฺภุตทสฺสเนยฺยํ, วิมานํ สพฺพโส ปภํ;
มม กมฺเม หิ นิพฺพตฺตํ, อลํ ปุญฺญานิ กาตเว’’ติ.
๗๓๖. ตตฺถ สาวตฺถิยํ มยฺหํ สขี ภทนฺเต, สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารนฺติ ภนฺเต อนุรุทฺธ, สาวตฺถิยา สมีเป ปาจีนปสฺเส มยฺหํ มม สกฺขี สหายิกา วิสาขา มหาอุปาสิกา อาคตาคตํ จาตุทฺทิสํ ภิกฺขุสงฺฆํ อุทฺทิสฺส นวหิรญฺญโกฏิปริจฺจาเคน ปุพฺพารามํ นาม มหนฺตํ วิหารํ กาเรสิ. ตตฺถปฺปสนฺนา อหมานุโมทินฺติ ตสฺมึ วิหาเร กตปริโยสิเต สงฺฆสฺส นิยฺยาทิยมาเน ตาย กเต ปตฺติทาเน ‘‘อโห ฐาเน วต ปริจฺจาโค กโต’’ติ ปสนฺนา รตนตฺตเย กมฺมผเล จ สญฺชาตปสาทา อหํ อนุโมทึ. วตฺถุวเสน ตสฺสา อนุโมทนาย อุฬารภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทิสฺวา อคารญฺจ ปิยญฺจ เมต’’นฺติ อาห. สหสฺสคพฺภํ อติวิย รมณียํ เทววิมานสทิสํ ตญฺจ อคารํ มหนฺตํ ปาสาทํ ปิยญฺจ เม พุทฺธปฺปมุขํ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ตาทิสํ มหนฺตํ ธนปริจฺจาคํ ทิสฺวา อนุโมทินฺติ โยชนา.
๗๓๗. ตาเยว เม สุทฺธนุโมทนายาติ ยถาวุตฺตาย เทยฺยธมฺมปริจฺจาคาภาเวน สุทฺธาย เกวลาย อนุโมทนาเยว. ลทฺธํ วิมานพฺภุตทสฺสเนยฺยนฺติ มยฺหํ ปุพฺเพ อีทิสสฺส อภูตปุพฺพตาย อพฺภุตํ สมนฺตภทฺทกภาเวน อติวิย สุรูปตาย จ ทสฺสเนยฺยํ อิมํ วิมานํ ลทฺธํ อธิคตํ. เอวํ ตสฺส วิมานสฺส อภิรูปตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปมาณมหตฺตํ ปภาวมหตฺตํ อุปโภควตฺถุมหตฺตญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘สมนฺตโต โสฬสโยชนานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิทฺธิยา มมาติ มม ปุญฺญิทฺธิยา.
๗๓๙. โปกฺขรญฺโญติ โปกฺขรณิโย. ปุถุโลมนิเสวิตาติ ทิพฺพมจฺเฉหิ อุปเสวิตา.
๗๔๐. นานาปทุมสญฺฉนฺนาติ สตปตฺตสหสฺสปตฺตาทิเภเทหิ นานาวิเธหิ รตฺตปทุเมหิ รตฺตกมเลหิ จ สญฺฉาทิตา. ปุณฺฑรีกสโมตตาติ นานาวิเธหิ เสตกมเลหิ สมนฺตโต อวตตา, นานารุกฺขา อโรปิมา สุรภี สมฺปวายนฺตีติ โยชนา.
๗๔๒. โสปีติ โส สุปินทสฺสาวีปิ. วิตฺโตติ ตุฏฺโฐ.
๗๔๓. สพฺพโส ปภนฺติ สมนฺตโต โอภาสมานํ. กมฺเม หีติ กมฺมนิมิตฺตํ. หีติ นิปาตมตฺตํ. เจตนานํ วา อปราปรุปฺปตฺติยา พหุภาวโต ‘‘กมฺเมหี’’ติ วุตฺตํ. อลนฺติ ยุตฺตํ. กาตเวติ กาตุํ.
อิทานิ เถโร วิสาขาย นิพฺพตฺตฏฺฐานํ กถาเปตุกาโม อิมํ คาถมาห –
๗๔๔. ‘‘ตาเยว เต สุทฺธนุโมทนาย,
ลทฺธํ วิมานพฺภุตทสฺสเนยฺยํ;
ยา เจว สา ทานมทาสิ นารี,
ตสฺสา คตึ พฺรูหิ กุหึ อุปฺปนฺนา สา’’ติ.
๗๔๔. ตตฺถ ยา เจว สา ทานมทาสิ นารีติ ยสฺส ทานสฺส อนุโมทนาย ตฺวํ อีทิสํ สมฺปตฺตึ ปฏิลภิ, ตํ ทานํ ยา เจว สา นารี อทาสีติ วิสาขํ มหาอุปาสิกํ สนฺธาย วทติ. ตาย เอว เทวตาย ตสฺสา สมฺปตฺตึ กถาเปตุกาโม อาห ‘‘ตสฺสา คตึ พฺรูหิ กุหึ อุปฺปนฺนา สา’’ติ. ตสฺสา คตินฺติ ตาย นิพฺพตฺตเทวคตึ.
อิทานิ เถเรน ปุจฺฉิตมตฺถํ ทสฺเสนฺตี อาห –
๗๔๕. ‘‘ยา สา อหุ มยฺหํ สขี ภทนฺเต, สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารํ;
วิญฺญาตธมฺมา สา อทาสิ ทานํ, อุปฺปนฺนา นิมฺมานรตีสุ เทเวสุ.
๗๔๖. ‘‘ปชาปตี ตสฺส สุนิมฺมิตสฺส,
อจินฺติโย กมฺมวิปาก ตสฺสา;
ยเมตํ ปุจฺฉสิ ‘กุหึ อุปฺปนฺนา สา’ติ,
ตํ เต วิยากาสึ อนญฺญถา อห’’นฺติ.
๗๔๕. ตตฺถ วิญฺญาตธมฺมาติ วิญฺญาตสาสนธมฺมา, ปฏิวิทฺธจตุสจฺจธมฺมาติ อตฺโถ.
๗๔๖. สุนิมฺมิตสฺสาติ สุนิมฺมิตสฺส เทวราชสฺส. อจินฺติโย กมฺมวิปาก ตสฺสาติ วิภตฺติโลปํ กตฺวา นิทฺเทโส, ตสฺสา มม สขิยา นิพฺพานรตีสุ นิพฺพตฺตาย กมฺมวิปาโก ปุญฺญกมฺมสฺส วิปากภูตา ทิพฺพสมฺปตฺติ อจินฺติยา อปฺปเมยฺยาติ อตฺโถ. อนญฺญถาติ อวิปรีตํ ยถาสภาวโต. กถํ ปนายํ ตสฺสา สมฺปตฺตึ อญฺญาสีติ? สุภทฺทา วิย ภทฺทาย, วิสาขาปิ เทวธีตา อิมิสฺสา สนฺติกํ อคมาสิ.
อิทานิ เทวธีตา เถรํ อญฺเญสมฺปิ ทานสมาทปเน นิโยเชนฺตี อิมาหิ คาถาหิ ธมฺมํ เทเสสิ –
๗๔๗. ‘‘เตนหญฺเญปิ สมาทเปถ, สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถ วิตฺตา;
ธมฺมญฺจ สุณาถ ปสนฺนมานสา, สุทุลฺลโภ ลทฺโธ มนุสฺสลาโภ.
๗๔๘. ‘‘ยํ มคฺคํ มคฺคาธิปตี อเทสยิ, พฺรหฺมสฺสโร กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ;
สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถ วิตฺตา, มหปฺผลา ยตฺถ ภวนฺติ ทกฺขิณา.
๗๔๙. ‘‘เย ปุคฺคลา อฏฺฐ สตํ ปสตฺถา, จตฺตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนฺติ;
เต ทกฺขิเณยฺยา สุคตสฺส สาวกา, เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ.
๗๕๐. ‘‘จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา, จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา;
เอส สงฺโฆ อุชุภูโต, ปญฺญาสีลสมาหิโต.
๗๕๑. ‘‘ยชมานานํ มนุสฺสานํ, ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ;
กโรตํ โอปธิกํ ปุญฺญํ, สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ.
๗๕๒. ‘‘เอโส หิ สงฺโฆ วิปุโล มหคฺคโต, เอสปฺปเมยฺโย อุทธีว สาคโร;
เอเต หิ เสฏฺฐา นรวีรสาวกา, ปภงฺกรา ธมฺมมุทีรยนฺติ.
๗๕๓. ‘‘เตสํ สุทินฺนํ สุหุตํ สุยิฏฺฐํ, เย สงฺฆมุทฺทิสฺส ททนฺติ ทานํ;
สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา ปติฏฺฐิตา, มหปฺผลา โลกวิทูน วณฺณิตา.
๗๕๔. ‘‘เอตาทิสํ ยญฺญมนุสฺสรนฺตา, เย เวทชาตา วิจรนฺติ โลเก;
วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ สมูลํ, อนินฺทิตา สคฺคมุเปนฺติ ฐาน’’นฺติ.
๗๔๗. ตตฺถ เตนหญฺเญปีติ เตนหิ อญฺเญปิ. เตนาติ จ เตน การเณน, หีติ นิปาตมตฺตํ. ‘‘สมาทเปถา’’ติ วตฺวา สมาทปนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อฏฺฐหิ อกฺขเณหิ วชฺชิตํ มนุสฺสภาวํ สนฺธายาห ‘‘สุทุลฺลโภ ลทฺโธ มนุสฺสลาโภ’’ติ. ตตฺถ อฏฺฐ อกฺขณา นาม ตโย อปายา อรูปา อสญฺญสตฺตา ปจฺจนฺตเทโส อินฺทฺริยานํ เวกลฺลํ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิกตา อปาตุภาโว พุทฺธสฺสาติ.
๗๔๘. ยํ มคฺคนฺติ ยํ เขตฺตวิเสเส กตํ ทานํ, ตํ เอกนฺเตน สุคติสมฺปาปนโต สุคติคามิมคฺคํ อปายมคฺคโต ชคฺฆมคฺคาทิโต จ อติวิย เสฏฺฐภาเวน มคฺคาธิปนฺติ กตฺวา. ทานมฺปิ หิ สทฺธาหิริโย วิย ‘‘เทวโลกคามิมคฺโค’’ติ วุจฺจติ. ยถาห –
‘‘สทฺธา หิริยํ กุสลญฺจ ทานํ, ธมฺมา เอเต สปฺปุริสานุยาตา;
เอตญฺหิ มคฺคํ ทิวิยํ วทนฺติ, เอเตน หิ คจฺฉติ เทวโลก’’นฺติ.(อ. นิ. ๘.๓๒; กถา. ๔๘๐);
‘‘มคฺคาธิปตี’’ติ วา ปาโฐ, ตสฺส อริยมคฺเคน สเทวกสฺส โลกสฺส อธิปติภูโต สตฺถาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถาติอาทินา ปุนปิ ทกฺขิเณยฺเยสุ ทานสํวิภาเค นิโยเชนฺตี อาห.
๗๔๙. อิทานิ ตํ ทกฺขิเณยฺยํ อริยสงฺฆํ สรูปโต ทสฺเสนฺตี ‘‘เย ปุคฺคลา อฏฺฐ สตํ ปสตฺถา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ เยติ อนิยมิตนิทฺเทโส. ปุคฺคลาติ สตฺตา. อฏฺฐาติ เตสํ คณนปริจฺเฉโท. เต หิ จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา จตฺตาโร จ ผเล ฐิตาติ อฏฺฐ โหนฺติ. สตํ ปสตฺถาติ สปฺปุริเสหิ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวเกหิ อญฺเญหิ จ เทวมนุสฺเสหิ ปสฺสตฺถา. กสฺมา? สหชาตสีลาทิคุณโยคโต. เตสญฺหิ จมฺปกพกุลกุสุมาทีนํ วิย สหชาตวณฺณคนฺธาทโย สหชาตสีลสมาธิอาทโย คุณา, เตน เต วณฺณคนฺธาทิสมฺปนฺนานิ วิย ปุปฺผานิ เทวมนุสฺสานํ สตํ ปิยา มนาปา ปาสํสิยา จ โหนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘เย ปุคฺคลา อฏฺฐ สตํ ปสตฺถา’’ติ. เต ปน สงฺเขปโต โสตาปตฺติมคฺคฏฺโฐ ผลฏฺโฐติ เอกํ ยุคํ, เอวํ ยาว อรหตฺตมคฺคฏฺโฐ ผลฏฺโฐติ เอกํ ยุคนฺติ จตฺตาริ ยุคานิ โหนฺติ. เตนาห ‘‘จตฺตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนฺติ เต ทกฺขิเณยฺยา’’ติ. เตติ ปุพฺเพ อนิยมโต อุทฺทิฏฺฐานํ นิยเมตฺวา ทสฺสนํ. เต หิ สพฺเพปิ กมฺมํ กมฺมผลญฺจ สทฺทหิตฺวา ทาตพฺพเทยฺยธมฺมสงฺขาตํ ทกฺขิณํ อรหนฺตีติ ทกฺขิเณยฺยา คุณวิเสสโยเคน ทานสฺส มหปฺผลภาวสาธนโต. สุคตสฺส สาวกาติ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ธมฺมสวนนฺเต อริยาย ชาติยา ชาตตาย ตํ ธมฺมํ สุณนฺตีติ สาวกา. เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานีติ เอเตสุ สุคตสฺส สาวเกสุ อปฺปกานิปิ ทานานิ ทินฺนานิ ปฏิคฺคาหกโต ทกฺขิณาวิสุทฺธิยา มหปฺผลานิ โหนฺติ. เตนาห ภควา ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, สงฺฆา วา คณา วา, ตถาคตสาวกสงฺโฆ เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๔.๓๔; ๕.๓๒; อิติวุ. ๙๐).
๗๕๐. จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนาติอาทิ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมว.
อิธ ปน อายสฺมา อนุรุทฺโธ อตฺตนา เทวตาย จ วุตฺตมตฺถํ มนุสฺสโลกํ อาคนฺตฺวา ภควโต อาโรเจสิ. ภควา ตมตฺถํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.
วิหารวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.