๔. มญฺชิฏฺฐกวคฺโค

๑. มญฺชิฏฺฐกวิมานวณฺณนา

มญฺชิฏฺฐกวคฺเค มญฺชิฏฺฐเก วิมานสฺมินฺติ มญฺชิฏฺฐกวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. ตตฺถ อญฺญตโร อุปาสโก ภควนฺตํ นิมนฺเตตฺวา อนนฺตรวิมาเน วุตฺตนเยเนว มณฺฑปํ สชฺเชตฺวา ตตฺถ นิสินฺนํ สตฺถารํ ปูเชตฺวา ทานํ เทติ. เตน จ สมเยน อญฺญตรา กุลทาสี อนฺธวเน สุปุปฺผิตํ สาลรุกฺขํ ทิสฺวา ตตฺถ ปุปฺผานิ คเหตฺวา หีเรหิ อาวุณิตฺวา วฏํสเก กตฺวา ปุน พหูนิ มุตฺตปุปฺผานิ อคฺคปุปฺผานิ จ คเหตฺวา นครํ ปวิฏฺฐา. ตสฺมึ มณฺฑเป ยุคนฺธรปพฺพตกุจฺฉึ โอภาสยมานํ พาลสูริยํ วิย ฉพฺพณฺณพุทฺธรํสิโย วิสฺสชฺเชตฺวา นิสินฺนํ, ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺตา เตหิ ปุปฺเผหิ ปูเชนฺตี วฏํสกานิ อาสนสฺส สมนฺตโต ฐเปตฺวา อิตรานิ จ ปุปฺผานิ โอกิริตฺวา สกฺกจฺจํ วนฺทิตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อคมาสิ. สา อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺติ, ตตฺถ ตสฺสา รตฺตผลิกมยํ วิมานํ, ตสฺส จ ปุรโต สุวณฺณวาลุกาสนฺถตภูมิภาคํ มหนฺตํ สาลวนํ ปาตุรโหสิ. สา ยทา วิมานโต นิกฺขมิตฺวา สาลวนํ ปวิสติ, ตทา สาลสาขา โอนมิตฺวา ตสฺสา อุปริ กุสุมานิ โอกิรนฺติ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เหฏฺฐา วุตฺตนเยน อุปคนฺตฺวา อิมาหิ คาถาหิ กตกมฺมํ ปุจฺฉิ –

๖๘๙. ‘‘มญฺชิฏฺฐเก วิมานสฺมึ, โสณฺณวาลุกสนฺถเต;

ปญฺจงฺคิเกน ตูริเยน, รมสิ สุปฺปวาทิเต.

๖๙๐. ‘‘ตมฺหา วิมานา โอรุยฺห, นิมฺมิตา รตนามยา;

โอคาหสิ สาลวนํ, ปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ.

๖๙๑. ‘‘ยสฺส ยสฺเสว สาลสฺส, มูเล ติฏฺฐสิ เทวเต;

โส โส มุญฺจติ ปุปฺผานิ, โอนมิตฺวา ทุมุตฺตโม.

๖๙๒. ‘‘วาเตริตํ สาลวนํ, อาธุตํ ทิชเสวิตํ;

วาติ คนฺโธ ทิสา สพฺพา, รุกฺโข มญฺชูสโก ยถา.

๖๙๓. ‘‘ฆายเส ตํ สุจิคนฺธํ, รูปํ ปสฺสสิ อมานุสํ;

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ.

๖๘๙. ตตฺถ มญฺชิฏฺฐเก วิมานสฺมินฺติ รตฺตผลิกมเย วิมาเน. สินฺทุวารกณวีรมกุลสทิสวณฺณญฺหิ ‘‘มญฺชิฏฺฐก’’นฺติ วุจฺจติ. โสณฺณวาลุกสนฺถเตติ สมนฺตโต วิปฺปกิณฺณาหิ สุวณฺณวาลุกาหิ สนฺถตภูมิภาเค. รมสิ สุปฺปวาทิเตติ สุฏฺฐุ ปวาทิเตน ปญฺจงฺคิเกน ตูริเยน อภิรมสิ.

๖๙๐. นิมิตฺตา รตนามยาติ ตว สุจริตสิปฺปินา อภินิมฺมิตา รตนมยา วิมานา. โอคาหสีติ ปวิสสิ. สพฺพกาลิกนฺติ สพฺพกาเล สุขํ สพฺพอุตุสปฺปายํ, สพฺพกาเล ปุปฺผนกํ วา.

๖๙๒. วาเตริตนฺติ ยถา ปุปฺผานิ โอกิรนฺติ, เอวํ วาเตน อีริตํ จลิตํ. อาธุตนฺติ มนฺเทน มาลุเตน สณิกสณิกํ วิธูปยมานํ. ทิชเสวิตนฺติ มยูรโกกิลาทิสกุณสงฺเฆหิ อุปเสวิตํ.

เอวํ เถเรน ปุฏฺฐา สา เทวตา อิมาหิ คาถาหิ พฺยากาสิ –

๖๙๔. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา, ทาสี อยิรกุเล อหุํ;

พุทฺธํ นิสินฺนํ ทิสฺวาน, สาลปุปฺเผหิ โอกิรึ.

๖๙๕. ‘‘วฏํสกญฺจ สุกตํ, สาลปุปฺผมยํ อหํ;

พุทฺธสฺส อุปนาเมสึ, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ.

๖๙๖. ‘‘ตาหํ กมฺมํ กริตฺวาน, กุสลํ พุทฺธวณฺณิตํ;

อเปตโสกา สุขิตา, สมฺปโมทามนามยา’’ติ.

๖๙๔-๕. ตตฺถ อยิรกุเลติ อยฺยกุเล, สามิกเคเหติ อตฺโถ. อหุนฺติ อโหสึ. โอกิรินฺติ ปุปฺเผหิ วิปฺปกิรึ. อุปนาเมสินฺติ ปูชาวเสน อุปนาเมสึ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน สปริวาราย ตสฺสา เทวตาย ธมฺมํ เทเสตฺวา มนุสฺสโลกํ อาคนฺตฺวา ภควโต ตมตฺถํ นิเวเทสิ. ภควา ตํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา สมฺปตฺตมหาชนสฺส ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนา สเทวกสฺส โลกสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.

มญฺชิฏฺฐกวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปภสฺสรวิมานวณฺณนา

ปภสฺสรวรวณฺณนิเภติ ปภสฺสรวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา ราชคเห วิหรติ. เตน จ สมเยน ราชคเห อญฺญตโร อุปาสโก มหาโมคฺคลฺลานตฺเถเร อภิปฺปสนฺโน โหติ. ตสฺเสกา ธีตา สทฺธา ปสนฺนา, สาปิ เถเร ครุจิตฺตีการพหุลา โหติ. อเถกทิวสํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ราชคเห ปิณฺฑาย จรนฺโต ตํ กุลํ อุปสงฺกมิ. สา เถรํ ทิสฺวา โสมนสฺสชาตา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา เถเร ตตฺถ นิสินฺเน สุมนมาลาย ปูเชตฺวา มธุรํ คุฬผาณิตํ เถรสฺส ปตฺเต อากิริ, เถโร อนุโมทิตุกาโม นิสีทิ. สา ฆราวาสสฺส พหุกิจฺจตาย อโนกาสตํ ปเวเทตฺวา ‘‘อญฺญสฺมึ ทิวเส ธมฺมํ โสสฺสามี’’ติ เถรํ วนฺทิตฺวา อุยฺโยเชสิ. ตทเหว จ สา กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน อุปสงฺกมิตฺวา อิมาหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ –

๖๙๗. ‘‘ปภสฺสรวรวณฺณนิเภ, สุรตฺตวตฺถวสเน;

มหิทฺธิเก จนฺทนรุจิรคตฺเต,

กา ตฺวํ สุเภ เทวเต วนฺทเส มมํ.

๖๙๘. ‘‘ปลฺลงฺโก จ เต มหคฺโฆ, นานารตนจิตฺติโต รุจิโร;

ยตฺถ ตฺวํ นิสินฺนา วิโรจสิ, เทวราชาริว นนฺทเน วเน.

๖๙๙. ‘‘กึ ตฺวํ ปุเร สุจริตมาจรี ภทฺเท, กิสฺส กมฺมสฺส วิปากํ;

อนุโภสิ เทวโลกสฺมึ, เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข;

กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ.

๖๙๗. ตตฺถ ปภสฺสรวรวณฺณนิเภติ นิภาติ ทิพฺพตีติ นิภา, วณฺโณว นิภา วณฺณนิภา, อติวิย โอภาสนโต ปภสฺสรา ฉวิโทสาภาเวน วรา อุตฺตมา วณฺณนิภา เอติสฺสาติ ปภสฺสรวรวณฺณนิภา. อามนฺตนวเสน ‘‘ปภสฺสรวรวณฺณนิเภ’’ติ วุตฺตํ. สุรตฺตวตฺถวสเนติ สุฏฺฐุ รตฺตวตฺถนิวตฺเถ. จนฺทนรุจิรคตฺเตติ จนฺทนานุลิตฺตํ วิย รุจิรคตฺเต, โคสีตจนฺทเนน พหลตรานุลิตฺตํ วิย สุรตฺตมนุญฺญสรีราวยเวติ อตฺโถ, จนฺทนานุเลเปน วา รุจิรคตฺเต.

เอวํ เถเรน ปุฏฺฐา เทวตา อิมาหิ คาถาหิ พฺยากาสิ –

๗๐๐. ‘‘ปิณฺฑาย เต จรนฺตสฺส, มาลํ ผาณิตญฺจ อททํ ภนฺเต;

ตสฺส กมฺมสฺสิทํ วิปากํ, อนุโภมิ เทวโลกสฺมึ.

๗๐๑. ‘‘โหติ จ เม อนุตาโป, อปรทฺธํ ทุกฺขิตญฺจ เม ภนฺเต;

สาหํ ธมฺมํ นาสฺโสสึ, สุเทสิตํ ธมฺมราเชน.

๗๐๒. ‘‘ตํ ตํ วทามิ ภทฺทนฺเต, ยสฺส เม อนุกมฺปิโย โกจิ;

ธมฺเมสุ ตํ สมาทเปถ, สุเทสิตํ ธมฺมราเชน.

๗๐๓. ‘‘เยสํ อตฺถิ สทฺธา พุทฺเธ, ธมฺเม จ สงฺฆรตเน;

เต มํ อติวิโรจนฺติ, อายุนา ยสสา สิริยา.

๗๐๔. ‘‘ปตาเปน วณฺเณน อุตฺตริตรา, อญฺเญ มหิทฺธิกตรา มยา เทวา’’ติ.

๗๐๐. ตตฺถ มาลนฺติ สุมนปุปฺผํ. ผาณิตนฺติ อุจฺฉุรสํ คเหตฺวา กตผาณิตํ.

๗๐๑. อนุตาโปติ วิปฺปฏิสาโร. ตสฺส การณมาห ‘‘อปรทฺธํ ทุกฺขตญฺจ เม ภนฺเต’’ติ. อิทานิ ตํ สรูปโต ทสฺเสติ ‘‘สาหํ ธมฺมํ นาสฺโสสิ’’นฺติ, สา อหํ ตทา ตว เทเสตุกามสฺส ธมฺมํ น สุณึ. กีทิสํ? สุเทสิตํ ธมฺมราเชนาติ, สมฺมาสมฺพุทฺเธน อาทิกลฺยาณาทิตาย เอกนฺตนิยฺยานิกตาย จ สฺวาขาตนฺติ อตฺโถ.

๗๐๒. ตนฺติ ตสฺมา ธมฺมราเชน สุเทสิตตฺตา อสวนสฺส จ มาทิสานํ อนุตาปเหตุภาวโต. ตนฺติ ตุวํ, ตุยฺหนฺติ อตฺโถ. ยสฺสาติ โย อสฺส. อนุกมฺปิโยติ อนุกมฺปิตพฺโพ. โกจีติ โย โกจิ. ธมฺเมสูติ สีลาทิธมฺเมสุ. ‘‘ธมฺเม หี’’ติ วา ปาโฐ, สาสนธมฺเมติ อตฺโถ. หีติ นิปาตมตฺตํ, วจนวิปลฺลาโส วา. ตนฺติ อนุกมฺปิตพฺพปุคฺคลํ. สุเทสิตนฺติ สุฏฺฐุ เทสิตํ.

๗๐๓-๔. เต มํ อติวิโรจนฺตีติ เต รตนตฺตเย ปสนฺนา เทวปุตฺตา มํ อติกฺกมิตฺวา วิโรจนฺติ. ปตาเปนาติ เตชสา อานุภาเวน. อญฺเญติ เย อญฺเญ. มยาติ นิสฺสกฺเก กรณวจนํ. วณฺเณน อุตฺตริตรา มหิทฺธิกตรา จ เทวา, เต รตนตฺตเย อภิปฺปสนฺนาเยวาติ ทสฺเสติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ปภสฺสรวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. นาควิมานวณฺณนา

อลงฺกตา มณิกญฺจนาจิตนฺติ นาควิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย. เตน สมเยน พาราณสิวาสินี เอกา อุปาสิกา สทฺธา ปสนฺนา สีลาจารสมฺปนฺนา ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส วตฺถยุคํ วายาเปตฺวา สุปริโธตํ การาเปตฺวา อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต ปาทมูเล ฐเปตฺวา เอวมาห ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ, ภนฺเต ภควา, อิมํ วตฺถยุคํ อนุกมฺปํ อุปาทาย ยํ มม อสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ. ภควา ตํ ปฏิคฺคเหตฺวา ตสฺสา อุปนิสฺสยสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ธมฺมํ เทเสสิ, สา เทสนาวสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา เคหํ อคมาสิ. สา น จิรสฺเสว กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ อุปฺปนฺนา สกฺกสฺส เทวราชสฺส ปิยา อโหสิ วลฺลภา ยสุตฺตรา นาม นาเมน. ตสฺสา ปุญฺญานุภาเวน เหมชาลสญฺฉนฺโน กุญฺชรวโร นิพฺพตฺติ, ตสฺส จ ขนฺเธ มณิมโย มณฺฑโป, มชฺเฌ สุปญฺญตฺตรตนปลฺลงฺโก นิพฺพตฺติ, ทฺวีสุ ทนฺเตสุ จสฺส กมลกุวลยุชฺชลา รมณียา เทฺว โปกฺขรณิโย ปาตุรเหสุํ. ตตฺถ ปทุมกณฺณิกาสุ ฐิตา เทวธีตา ปคฺคหิตปญฺจงฺคิกตูริยา นจฺจนฺติ เจว คายนฺติ จ.

สตฺถา พาราณสิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน สาวตฺถิ เตน จาริกํ ปกฺกามิ. อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ ปตฺวา ตตฺร สุทํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ สา เทวตา อตฺตนา อนุภุยฺยมานํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา ตสฺสา การณํ อุปธาเรนฺตี ‘‘สตฺถุ วตฺถยุคทานการณ’’นฺติ ญตฺวา สญฺชาตโสมนสฺสา ภควติ ปสาทพหุมานา วนฺทิตุกามา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา หตฺถิกฺขนฺธวรคตา อากาเสน อาคนฺตฺวา ตโต โอตริตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. ตํ อายสฺมา วงฺคีโส ภควโต อนุญฺญาย อิมาหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ –

๗๐๕. ‘‘อลงฺกตา มณิกญฺจนาจิตํ, โสวณฺณชาลจิตํ มหนฺตํ;

อภิรุยฺห คชวรํ สุกปฺปิตํ, อิธาคมา เวหายสํ อนฺตลิกฺเข.

๗๐๖. ‘‘นาคสฺส ทนฺเตสุ ทุเวสุ นิมฺมิตา, อจฺโฉทกา ปทุมินิโย สุผุลฺลา;

ปทุเมสุ จ ตูริยคณา ปภิชฺชเร, อิมา จ นจฺจนฺติ มโนหราโย.

๗๐๗. ‘‘เทวิทฺธิปตฺตาสิ มหานุภาเว, มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๗๐๕. ตตฺถ อลงฺกตาติ สพฺพาภรณวิภูสิตา. มณิกญฺจนาจิตนฺติ เตหิ ทิพฺพมาเนหิ มณิสุวณฺเณหิ อาจิตํ. โสวณฺณชาลจิตนฺติ เหมชาลสญฺฉนฺนํ. มหนฺตนฺติ วิปุลํ. สุกปฺปิตนฺติ คมนสนฺนาหวเสน สุฏฺฐุ สนฺนทฺธํ. เวหายสนฺติ เวหายสภูเต หตฺถิปิฏฺเฐ. อนฺตลิกฺเขติ อากาเส, ‘‘อลงฺกตมณิกญฺจนาจิต’’นฺติปิ ปาโฐ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – เทวเต, ตฺวํ สพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺกตา อลงฺกตมณิกญฺจนาจิตํ, อติวิย ทิพฺพมาเนหิ มณีหิ กญฺจเนหิ จ อลงฺกรณวเสน ขจิตํ, เหมชาเลหิ กุมฺภาลงฺการาทิเภเทหิ หตฺถาลงฺกาเรหิ จิตํ อามุตฺตํ มหนฺตํ อติวิย พฺรหนฺตํ อุตฺตมํ คชํ อารุยฺห หตฺถิปิฏฺฐิยา นิสินฺนา อากาเสเนว อิธ อมฺหากํ สนฺติกํ อาคตาติ.

๗๐๖. นาคสฺส ทนฺเตสุ ทุเวสุ นิมฺมิตาติ เอราวณสฺส วิย นาคราชสฺส อิมสฺส ทฺวีสุ ทนฺเตสุ เทฺว โปกฺขรณิโย สุจริตสิปฺปินา สุฏฺฐุ วิรจิตา. ตูริยคณาติ ปญฺจงฺคิกตูริยสมูหา. ปภิชฺชเรติ ทฺวาทสนฺนํ ลยเภทานํ วเสน ปเภทํ คจฺฉนฺติ. ‘‘ปวชฺชเร’’ติ จ ปฐนฺติ, ปกาเรหิ วาทียนฺตีติ อตฺโถ.

เอวํ เถเรน ปุฏฺฐา เทวตา อิมาหิ คาถาหิ วิสฺสชฺเชสิ –

๗๐๘. ‘‘พาราณสิยํ อุปสงฺกมิตฺวา, พุทฺธสฺสหํ วตฺถยุคํ อทาสึ;

ปาทานิ วนฺทิตฺวา ฉมา นิสีทึ, วิตฺตา จหํ อญฺชลิกํ อกาสึ.

๗๐๙. ‘‘พุทฺโธ จ เม กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ, อเทสยิ สมุทยทุกฺขนิจฺจตํ;

อสงฺขตํ ทุกฺขนิโรธสสฺสตํ, มคฺคํ อเทสยิ ยโต วิชานิสํ.

๗๑๐. ‘‘อปฺปายุกี กาลกตา ตโต จุตา, อุปปนฺนา ติทสคณํ ยสสฺสินี;

สกฺกสฺสหํ อญฺญตรา ปชาปติ, ยสุตฺตรา นาม ทิสาสุ วิสฺสุตา’’ติ.

๗๐๘-๙. ตตฺถ ฉมาติ ภูมิยํ. ภุมฺมตฺเถ หิ อิทํ ปจฺจตฺตวจนํ. วิตฺตาติ ตุฏฺฐา. ยโตติ ยโต สตฺถุ สามุกฺกํสิกธมฺมเทสนโต. วิชานิสนฺติ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌึ.

๗๑๐. อปฺปายุกีติ ‘‘อีทิสํ นาม อุฬารํ ปุญฺญํ กตฺวา น ตยา เอตสฺมึ ทุกฺขพหุเล มนุสฺสตฺตภาเว เอวํ ฐาตพฺพ’’นฺติ สญฺชาตาภิสนฺธินา วิย ปริกฺขยํ คเตน กมฺมุนา อปฺปายุกา สมานา. อญฺญตรา ปชาปตีติ โสฬสสหสฺสานํ มเหสีนํ อญฺญตรา. ทิสาสุ วิสฺสุตาติ ทฺวีสุ เทวโลเกสุ สพฺพทิสาสุ ปากฏา ปญฺญาตา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

นาควิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. อโลมวิมานวณฺณนา

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนาติ อโลมวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา พาราณสิยํ อิสิปตเน มิคทาเย วิหรนฺโต ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย พาราณสึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. ตตฺเถกา อโลมา นาม ทุคฺคติตฺถี ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺตา อญฺญํ ทาตพฺพํ อปสฺสนฺตี ‘‘อีทิสมฺปิ ภควโต ทินฺนํ มยฺหํ มหปฺผลํ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา ปริภินฺนวณฺณํ อโลณํ สุกฺขกุมฺมาสํ อุปเนสิ, ภควา ปฏิคฺคเหสิ. สา ตํ ทานํ อารมฺมณํ กตฺวา โสมนสฺสํ ปเวเทสิ, สา อปรภาเค กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติ. ตํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน –

๗๑๑. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน…เป… วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –

ปุจฺฉิ. สาปิ ตสฺส พฺยากาสิ, ตํ ทสฺเสตุํ –

๗๑๔. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ. – วุตฺตํ;

๗๑๕. ‘‘อหญฺจ พาราณสิยํ, พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน;

อทาสึ สุกฺขกุมฺมาสํ, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ.

๗๑๖. ‘‘สุกฺขาย อโลณิกาย จ, ปสฺส ผลํ กุมฺมาสปิณฺฑิยา;

อโลมํ สุขิตํ ทิสฺวา, โก ปุญฺญํ น กริสฺสติ.

๗๑๗. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป… วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๗๑๖. ตตฺถ อโลมํ สุขิตํ ทิสฺวาติ อโลมมฺปิ นาม สุกฺขกุมฺมาสมตฺตํ ทตฺวา เอวํ ทิพฺพสุเขน สุขิตํ ทิสฺวา. โก ปุญฺญํ น กริสฺสตีติ โก นาม อตฺตโน หิตสุขํ อิจฺฉนฺโต ปุญฺญํ น กริสฺสตีติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อโลมวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. กญฺชิกทายิกาวิมานวณฺณนา

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนาติ กญฺชิกทายิกาวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา อนฺธกวินฺเท วิหรติ. เตน จ สมเยน ภควโต กุจฺฉิยํ วาตโรโค อุปฺปชฺชิ. ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ ‘‘คจฺฉ ตฺวํ อานนฺท, ปิณฺฑาย จริตฺวา มยฺหํ เภสชฺชตฺถํ กญฺชิกํ อาหรา’’ติ. ‘‘เอวํ ภนฺเต’’ติ โข อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา มหาราชทตฺติยํ ปตฺตํ คเหตฺวา อตฺตโน อุปฏฺฐากเวชฺชสฺส นิเวสนทฺวาเร อฏฺฐาสิ. ตํ ทิสฺวา เวชฺชสฺส ภริยา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา เถรํ ปุจฺฉิ ‘‘กีทิเสน โว, ภนฺเต, เภสชฺเชน อตฺโถ’’ติ. สา กิร พุทฺธิสมฺปนฺนา ‘‘เภสชฺเชน ปโยชเน สติ เถโร อิธาคจฺฉติ, น ภิกฺขตฺถ’’นฺติ สลฺลกฺเขสิ. ‘‘กญฺชิเกนา’’ติ จ วุตฺเต ‘‘น ยิทํ เภสชฺชํ มยฺหํ อยฺยสฺส, ตถา เหส ภควโต ปตฺโต, หนฺทาหํ โลกนาถสฺส อนุจฺฉวิกํ กญฺชิกํ สมฺปาเทมี’’ติ โสมนสฺสชาตา สญฺชาตพหุมานา พทรยูเสน ยาคุํ สมฺปาเทตฺวา ปตฺตํ ปูเรตฺวา ตสฺส ปริวารภาเวน อญฺญญฺจ โภชนํ ปฏิยาเทตฺวา เปเสสิ. ตํ ปริภุตฺตมตฺตสฺเสว ภควโต โส อาพาโธ วูปสมิ. สา อปเรน สมเยน กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ อุปฺปชฺชิตฺวา มหตึ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺตี โมทติ. อถายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เทวจาริกํ จรนฺโต ตํ อจฺฉราสหสฺสปริวาเรน วิจรนฺตึ ทิสฺวา ตาย กตกมฺมํ อิมาหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ –

๗๑๙. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน …เป… วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ. –

สาปิ พฺยากาสิ.

๗๒๑. ‘‘สา เทวตา อตฺตมนา…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ’’.

๗๒๓. ‘‘อหํ อนฺธกวินฺทมฺหิ, พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน;

อทาสึ โกลสมฺปากํ, กญฺชิกํ เตลธูปิตํ.

๗๒๔. ‘‘ปิปฺผลฺยา ลสุเณน จ, มิสฺสํ ลามญฺชเกน จ;

อทาสึ อุชุภูตสฺมึ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

๗๒๕. ‘‘ยา มเหสิตฺตํ กาเรยฺย, จกฺกวตฺติสฺส ราชิโน;

นารี สพฺพงฺคกลฺยาณี, ภตฺตุ จาโนมทสฺสิกา;

เอกสฺส กญฺชิกทานสฺส, กลํ นาคฺฆติ โสฬสึ.

๗๒๖. ‘‘สตํ นิกฺขา สตํ อสฺสา, สตํ อสฺสตรีรถา;

สตํ กญฺญาสหสฺสานิ, อามุตฺตมณิกุณฺฑลา;

เอกสฺส กญฺชิกทานสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ.

๗๒๗. ‘‘สตํ เหมวตา นาคา, อีสาทนฺตา อุรูฬฺหวา;

สุวณฺณกจฺฉา มาตงฺคา, เหมกปฺปนวาสสา,

เอกสฺส กญฺชิกทานสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ.

๗๒๘. ‘‘จตุนฺนมปิ ทีปานํ, อิสฺสรํ โยธ การเย;

เอกสฺส กญฺชิกทานสฺส, กลํ นาคฺฆติ โสฬสิ’’นฺติ.

๗๒๓-๔. ตตฺถ อทาสึ โกลสมฺปาปกํ, กญฺชิกํ เตลธูปิตนฺติ พทรโมทกกสาเว จตุคุโณทกสโมทิเต ปาเกน จตุตฺถภาคาวสิฏฺฐํ ยาคุํ ปจิตฺวา ตํ ติกฏุกอชโมทหิงฺคุชีรกลสุณาทีหิ กฏุกภณฺเฑหิ อภิสงฺขริตฺวา สุธูปิตํ กตฺวา ลามญฺชคนฺธํ คาหาเปตฺวา ปสนฺนจิตฺเตน ภควโต ปตฺเต อากิริตฺวา สตฺถารํ อุทฺทิสิตฺวา อทาสึ, เถรสฺส หตฺเถ ปติฏฺฐเปสินฺติ ทสฺเสติ. เตนาห –

‘‘ปิปฺผลฺยา ลสุเณน จ, มิสฺสํ ลามญฺชเกน จ;

อทาสึ อุชุภูตสฺมึ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา’’ติ.

เสสํ วุตฺตนยเมว.

เอวํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ตาย เทวตาย อตฺตนา สมุปจิตสุจริตกมฺเม อาวิกเต สปริวาราย ตสฺสา ธมฺมํ เทเสตฺวา มนุสฺสโลกํ อาคนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ ภควโต อาโรเจสิ. ภควา ตมตฺถํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา จตุปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสสิ. สา เทสนา มหาชนสฺส สาตฺถิกา อโหสีติ.

กญฺชิกทายิกาวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. วิหารวิมานวณฺณนา

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณนาติ วิหารวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน สมเยน วิสาขา มหาอุปาสิกา อญฺญตรสฺมึ อุสฺสวทิวเส อุยฺยาเน วิจรณตฺถํ สหายิกาหิ ปริชเนน จ อุสฺสาหิตา สุนฺหาตานุลิตฺตา สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา มหาลตาปสาธนํ ปิฬนฺธิตฺวา ปญฺจมตฺเตหิ สหายิกาสเตหิ ปริวาริตา มหนฺเตน อิสฺสริเยน มหตา ปริจฺเฉเทน เคหโต นิกฺขมฺม อุยฺยานํ อุทฺทิสฺส คจฺฉนฺตี จินฺเตสิ ‘‘พาลทาริกาย วิย กึ เม โมฆกีฬิเตน, หนฺทาหํ วิหารํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ มโนภาวนีเย จ อยฺเย วนฺทิสฺสามิ, ธมฺมญฺจ โสสฺสามี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา เอกมนฺเต ฐตฺวา มหาลตาปิฬนฺธนํ โอมุญฺจิตฺวา ตํ ทาสิยา หตฺเถ ทตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ตสฺสา ภควา ธมฺมํ เทเสสิ.

สา ธมฺมํ สุตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา มโนภาวนีเย จ ภิกฺขู วนฺทิตฺวา วิหารโต นิกฺขมิตฺวา โถกํ คนฺตฺวา ทาสึ อาห ‘‘หนฺท เช อาภรณํ ปิฬนฺธิสฺสามี’’ติ. สา ตํ ภณฺฑิกํ กตฺวา พนฺธิตฺวา วิหาเร ฐเปตฺวา ตหํ ตหํ วิจริตฺวา คมนกาเล วิสฺสริตฺวา คตตฺตา ‘‘วิสฺสริตํ มยา, ติฏฺฐ อยฺเย อาหริสฺสามี’’ติ นิวตฺติตุกามา อโหสิ. วิสาขา ‘‘สเจ เช วิหาเร ฐเปตฺวา วิสฺสริตํ, ตสฺส วิหารสฺเสว อตฺถาย ตํ ปริจฺจชิสฺสามี’’ติ วิหารํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อตฺตโน อธิปฺปายํ ปเวเทนฺตี ‘‘วิหารํ, ภนฺเต, กาเรสฺสามิ, อธิวาเสตุ เม ภควา อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ อาห. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน.

สา ตํ ปิฬนฺธนํ สตสหสฺสาธิกนวโกฏิอคฺฆนกํ วิสฺสชฺเชตฺวา อายสฺมตา มหาโมคฺคลฺลาเนน นวกมฺมาธิฏฺฐายเกน สุวิภตฺตภิตฺติถมฺภตุลาโคปานสิกณฺณิกทฺวารพาหวาตปาน โสปานาทิเคหาวยวํ มโนหรํ สุวิกปฺปิตกฏฺฐกมฺมรมณียํ สุปริกมฺมกตสุธากมฺมํ มนุญฺญํ สุวิรจิตมาลากมฺมลตากมฺมาทิจิตฺตกมฺมวิจิตฺตํ สุปรินิฏฺฐิตมณิกุฏฺฏิม สทิสภูมิตลํ เทววิมานสทิสํ เหฏฺฐาภูมิยํ ปญฺจ คพฺภสตานิ, อุปริภูมิยํ ปญฺจ คพฺภสตานีติ คพฺภสหสฺสปฏิมณฺฑิตํ พุทฺธสฺส ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ วสนานุจฺฉวิกํ มหนฺตํ ปาสาทํ ตสฺส ปริวารปาสาทสหสฺสญฺจ เตสํ ปริวารภาเวน กุฏิมณฺฑปจงฺกมนาทีนิ จ กาเรนฺตี นวหิ มาเสหิ วิหารํ นิฏฺฐาเปสิ. ปรินิฏฺฐิเต จ วิหาเร นวเหว หิรญฺญโกฏีหิ วิหารมหํ กาเรนฺตี ปญฺจมตฺเตหิ สหายิกาสเตหิ สทฺธึ ปาสาทํ อภิรุหิตฺวา ตสฺส สมฺปตฺตึ ทิสฺวา โสมนสฺสชาตา สหายิกา อาห ‘‘อิมํ เอวรูปํ ปาสาทํ กาเรนฺติยา ยํ มยา ปุญฺญํ ปสุตํ, ตํ อนุโมทถ, ปตฺติทานํ โว ทมฺมี’’ติ. ‘‘อโห สาธุ อโห สาธู’’ติ ปสนฺนจิตฺตา สพฺพาปิ อนุโมทึสุ.

ตตฺถ อญฺญตรา อุปาสิกา วิเสสโต ตํ ปตฺติทานํ มนสากาสิ. สา น จิรสฺเสว กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติ. ตสฺสา ปุญฺญานุภาเวน อเนกกูฏาคารปาการอุยฺยานโปกฺขรณิอาทิปฏิมณฺฑิตํ โสฬสโยชนายามวิตฺถารพฺเพธํ อตฺตโน ปภาย โยชนสตํ ผรนฺตํ อากาสจารึ มหนฺตํ วิมานํ ปาตุรโหสิ. สา คจฺฉนฺตีปิ อจฺฉราสหสฺสปริวารา สห วิมาเนน คจฺฉติ. วิสาขา ปน มหาอุปาสิกา วิปุลปริจฺจาคตาย สทฺธาสมฺปตฺติยา จ นิมฺมานรตีสุ นิพฺพตฺติตฺวา สุนิมฺมิตเทวราชสฺส อคฺคมเหสิภาวํ สมฺปาปุณิ. อถายสฺมา อนุรุทฺโธ เทวจาริกํ จรนฺโต ตํ วิสาขาย สหายิกํ ตาวตึสภวเน อุปฺปนฺนํ ทิสฺวา –

๗๒๙. ‘‘อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต;

โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา, โอสธี วิย ตารกา.

๗๓๐. ‘‘ตสฺสา เต นจฺจมานาย, องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส;

ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ, สวนียา มโนรมา.

๗๓๑. ‘‘ตสฺสา เต นจฺจมานาย, องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส;

ทิพฺพา คนฺธา ปวายนฺติ, สุจิคนฺธา มโนรมา.

๗๓๒. ‘‘วิวตฺตมานา กาเยน, ยา เวณีสุ ปิฬนฺธนา;

เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส, ตูริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา.

๗๓๓. ‘‘วฏํสกา วาตธุตา, วาเตน สมฺปกมฺปิตา;

เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส, ตูริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา.

๗๓๔. ‘‘ยาปิ เต สิรสฺมึ มาลา, สุจิคนฺธา มโนรมา;

วาติ คนฺโธ ทิสา สพฺพา, รุกฺโข มญฺชูสโก ยถา.

๗๓๕. ‘‘ฆายเส ตํ สุจิคนฺธํ, รูปํ ปสฺสสิ อมานุสํ;

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ. –

อิมาหิ คาถาหิ ปุจฺฉิ. สาปิ ตสฺส เอวํ พฺยากาสิ –

๗๓๖. ‘‘สาวตฺถิยํ มยฺหํ สขี ภทนฺเต, สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารํ;

ตตฺถปฺปสนฺนา อหมานุโมทึ, ทิสฺวา อคารญฺจ ปิยญฺจ เมตํ.

๗๓๗. ‘‘ตาเยว เม สุทฺธนุโมทนาย, ลทฺธํ วิมานพฺภุตทสฺสเนยฺยํ;

สมนฺตโต โสฬสโยชนานิ, เวหายสํ คจฺฉติ อิทฺธิยา มม.

๗๓๘. ‘‘กูฏาคารา นิเวสา เม, วิภตฺตา ภาคโส มิตา;

ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ, สมนฺตา สตโยชนํ.

๗๓๙. ‘‘โปกฺขรญฺโญ จ เม เอตฺถ, ปุถุโลมนิเสวิตา;

อจฺโฉทกา วิปฺปสนฺนา, โสณฺณวาลุกสนฺถตา.

๗๔๐. ‘‘นานาปทุมสญฺฉนฺนา, ปุณฺฑรีกสโมตตา;

สุรภี สมฺปวายนฺติ, มนุญฺญา มาลุเตริตา.

๗๔๑. ‘‘ชมฺพุโย ปนสา ตาลา, นาฬิเกรวนานิ จ;

อนฺโตนิเวสเน ชาตา, นานารุกฺขา อโรปิมา.

๗๔๒. ‘‘นานาตูริยสงฺฆุฏฺฐํ, อจฺฉราคณโฆสิตํ;

โยปิ มํ สุปิเน ปสฺเส, โสปิ วิตฺโต สิยา นโร.

๗๔๓. ‘‘เอตาทิสํ อพฺภุตทสฺสเนยฺยํ, วิมานํ สพฺพโส ปภํ;

มม กมฺเม หิ นิพฺพตฺตํ, อลํ ปุญฺญานิ กาตเว’’ติ.

๗๓๖. ตตฺถ สาวตฺถิยํ มยฺหํ สขี ภทนฺเต, สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารนฺติ ภนฺเต อนุรุทฺธ, สาวตฺถิยา สมีเป ปาจีนปสฺเส มยฺหํ มม สกฺขี สหายิกา วิสาขา มหาอุปาสิกา อาคตาคตํ จาตุทฺทิสํ ภิกฺขุสงฺฆํ อุทฺทิสฺส นวหิรญฺญโกฏิปริจฺจาเคน ปุพฺพารามํ นาม มหนฺตํ วิหารํ กาเรสิ. ตตฺถปฺปสนฺนา อหมานุโมทินฺติ ตสฺมึ วิหาเร กตปริโยสิเต สงฺฆสฺส นิยฺยาทิยมาเน ตาย กเต ปตฺติทาเน ‘‘อโห ฐาเน วต ปริจฺจาโค กโต’’ติ ปสนฺนา รตนตฺตเย กมฺมผเล จ สญฺชาตปสาทา อหํ อนุโมทึ. วตฺถุวเสน ตสฺสา อนุโมทนาย อุฬารภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทิสฺวา อคารญฺจ ปิยญฺจ เมต’’นฺติ อาห. สหสฺสคพฺภํ อติวิย รมณียํ เทววิมานสทิสํ ตญฺจ อคารํ มหนฺตํ ปาสาทํ ปิยญฺจ เม พุทฺธปฺปมุขํ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ตาทิสํ มหนฺตํ ธนปริจฺจาคํ ทิสฺวา อนุโมทินฺติ โยชนา.

๗๓๗. ตาเยว เม สุทฺธนุโมทนายาติ ยถาวุตฺตาย เทยฺยธมฺมปริจฺจาคาภาเวน สุทฺธาย เกวลาย อนุโมทนาเยว. ลทฺธํ วิมานพฺภุตทสฺสเนยฺยนฺติ มยฺหํ ปุพฺเพ อีทิสสฺส อภูตปุพฺพตาย อพฺภุตํ สมนฺตภทฺทกภาเวน อติวิย สุรูปตาย จ ทสฺสเนยฺยํ อิมํ วิมานํ ลทฺธํ อธิคตํ. เอวํ ตสฺส วิมานสฺส อภิรูปตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปมาณมหตฺตํ ปภาวมหตฺตํ อุปโภควตฺถุมหตฺตญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘สมนฺตโต โสฬสโยชนานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิทฺธิยา มมาติ มม ปุญฺญิทฺธิยา.

๗๓๙. โปกฺขรญฺโญติ โปกฺขรณิโย. ปุถุโลมนิเสวิตาติ ทิพฺพมจฺเฉหิ อุปเสวิตา.