๗. อนูปมตฺเถรคาถาวณฺณนา

นนฺทมานาคตํ จิตฺตาติ อายสฺมโต อนูปมตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต อิโต เอกตึเส กปฺเป กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ ปทุมํ นาม ปจฺเจกพุทฺธํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ รถิยํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส องฺโกลปุปฺเผหิ ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกสลรฏฺเฐ อิพฺภกุเล นิพฺพตฺติตฺวา รูปสมฺปตฺติยา อนูปโมติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต อุปนิสฺสยสมฺปนฺนตาย กาเม ปหาย ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต อรญฺเญ วิหรติ. ตสฺส จิตฺตํ พหิทฺธา รูปาทิอารมฺมเณสุ วิธาวติ. กมฺมฏฺฐานํ ปริวฏฺฏติ. เถโร วิธาวนฺตํ จิตฺตํ นิคฺคณฺหนฺโต –

๒๑๓. ‘‘นนฺทมานาคตํ จิตฺตํ, สูลมาโรปมานกํ;

เตน เตเนว วชสิ, เยน สูลํ กลิงฺครํ.

๒๑๔. ‘‘ตาหํ จิตฺตกลึ พฺรูมิ, ตํ พฺรูมิ จิตฺตทุพฺภกํ;

สตฺถา เต ทุลฺลโภ ลทฺโธ, มานตฺเถ มํ นิโยชยี’’ติ. –

อิมาหิ ทฺวีหิ คาถาหิ โอวทิ.

ตตฺถ นนฺทมานาคตํ จิตฺตาติ นนฺทมาน อภินนฺทมาน จิตฺต อภินนฺทมานํ อาคตํ อุปฺปนฺนํ. สูลมาโรปมานกนฺติ ทุกฺขุปฺปตฺติฏฺฐานตาย สูลสทิสตฺตา สูลํ ตํ ตํ ภวํ กมฺมกิเลเสหิ เอตฺตกํ กาลํ อาโรปิยมานํ. เตน เตเนว วชสิ, เยน สูลํ กลิงฺครนฺติ ยตฺถ ยตฺถ สูลสงฺขาตา ภวา กลิงฺครสงฺขาตา อธิกุฏฺฏนกา กามคุณา จ เตน เตเนว, ปาปจิตฺต, วชสิ, ตํ ตเทว ฐานํ อุปคจฺฉสิ, อตฺตโน อนตฺถํ น สลฺลกฺเขสิ.

ตาหํ จิตฺตกลึ พฺรูมีติ ตํ ตสฺมา ปมตฺตภาวโต จิตฺตกลึ จิตฺตกาลกณฺณึ อหํ กถยามิ. ปุนปิ ตํ พฺรูมิ กเถมิ จิตฺตทุพฺภกํ จิตฺตสงฺขาตสฺส อตฺตโน พหูปการสฺส สนฺตานสฺส อนตฺถาวหนโต จิตฺตทุพฺภึ. ‘‘จิตฺตทุพฺภคา’’ติปิ ปฐนฺติ. จิตฺตสงฺขาตอลกฺขิกอปฺปปุญฺญาติ อตฺโถ. กินฺติ พฺรูหีติ เจ? อาห ‘‘สตฺถา เต ทุลฺลโภ ลทฺโธ, มานตฺเถ มํ นิโยชยี’’ติ. กปฺปานํ อสงฺเขฺยยฺยมฺปิ นาม พุทฺธสุญฺโญ โลโก โหติ, สตฺถริ อุปฺปนฺเนปิ มนุสฺสตฺตสทฺธาปฏิลาภาทโย ทุลฺลภา เอว, ลทฺเธสุ จ เตสุ สตฺถาปิ ทุลฺลโภเยว โหติ. เอวํ ทุลฺลโภ สตฺถา อิทานิ ตยา ลทฺโธ, ตสฺมึ ลทฺเธ สมฺปติปิ อนตฺเถ อหิเต อายติญฺจ อนตฺถาวเห ทุกฺขาวเห อกุสเล มํ มา นิโยเชสีติ. เอวํ เถโร อตฺตโน จิตฺตํ โอวทนฺโต เอว วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๓๗.๑๖-๑๙) –

‘‘ปทุโม นาม สมฺพุทฺโธ, จิตฺตกูเฏ วสี ตทา;

ทิสฺวาน ตํ อหํ พุทฺธํ, สยมฺภุํ อปราชิตํ.

‘‘องฺโกลํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา, โอจินิตฺวานหํ ตทา;

อุปคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ, ปูชยึ ปทุมํ ชินํ.

‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อนูปมตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.