๕. วิสาขปญฺจาลปุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา

น อุกฺขิเป โน จ ปริกฺขิเป ปเรติ อายสฺมโต วิสาขสฺส ปญฺจาลปุตฺตสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต อิโต จุทฺทเส กปฺเป ปจฺจนฺตคาเม ทลิทฺทกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ ผลปริเยสนํ จรนฺเตหิ ตสฺมึ คาเม มนุสฺเสหิ สทฺธึ อรญฺญํ คโต ตตฺถ เอกํ ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส วลฺลิผลํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ มณฺฑลิกราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิสาโขติ ลทฺธนาโม ปญฺจาลราชธีตุยา ปุตฺตภาวโต ปจฺฉา ปญฺจาลปุตฺโตติ ปญฺญายิตฺถ. โส ปิตริ มเต รชฺชํ กาเรนฺโต สตฺถริ อตฺตโน คามสมีปคเต สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา สตฺถารา สทฺธึ สาวตฺถึ คโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๓๙.๓๑-๓๖) –

‘‘สพฺเพ ชนา สมาคมฺม, อคมึสุ วนํ ตทา;

ผลมเนฺวสมานา เต, อลภึสุ ผลํ ตทา.

‘‘ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ, สยมฺภุํ อปราชิตํ;

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, วลฺลิผลมทาสหํ.

‘‘จตุทฺทเส อิโต กปฺเป, ยํ ผลมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา เถโร ญาตีนํ อนุกมฺปาย ชาติภูมึ อคมาสิ. ตตฺถ มนุสฺสา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา กาเลน กาลํ ธมฺมํ สุณนฺตา เอกทิวสํ ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ธมฺมกถิโก โหตี’’ติ ธมฺมกถิกลกฺขณํ ปุจฺฉึสุ. เถโร เตสํ ธมฺมกถิกลกฺขณํ กเถนฺโต –

๒๐๙. ‘‘น อุกฺขิเป โน จ ปริกฺขิเป ปเร, น โอกฺขิเป ปารคตํ น เอรเย;

น จตฺตวณฺณํ ปริสาสุ พฺยาหเร, อนุทฺธโต สมฺมิตภาณิ สุพฺพโต.

๒๑๐. ‘‘สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสินา, มติกุสเลน นิวาตวุตฺตินา;

สํเสวิตพุทฺธสีลินา, นิพฺพานํ น หิ เตน ทุลฺลภ’’นฺติ. –

คาถาทฺวยํ อภาสิ.

ตตฺถ น อุกฺขิเปติ อตฺตานํ น อุกฺขิเปยฺย, ชาติอาทีหิ พาหุสจฺจาทีหิ จ อตฺตุกฺกํสนํ น กเรยฺย. โน จ ปริกฺขิเป ปเรติ ปเร ปรปุคฺคเล เตเหว ชาติอาทีหิ โน ปริกฺขิเป ปริจฺฉินฺทิตฺวา น ขิเปยฺย คุณปริธํสนวเสน วา น ขิเปยฺย. น โอกฺขิเป ปเร อิจฺเจวํ สมฺพนฺโธ. ปเร โอชฺฌาปนวเสน น โอกฺขิเป เหฏฺฐโต กตฺวา ปเร น โอโลกาเปยฺย, น โอชฺฌาเปยฺยาติ อตฺโถ. ‘‘น อุกฺขิเป’’ติ เกจิ ปฐนฺติ, โส เอวตฺโถ. ปารคตนฺติ สํสารปารํ วิย วิชฺชาย ปารํ คตํ ขีณาสวํ เตวิชฺชํ ฉฬภิญฺญํ วา น เอรเย น ฆฏฺฏเย น อาสาเทยฺย. น จตฺตวณฺณํ ปริสาสุ พฺยาหเรติ อตฺตโน วณฺณํ คุณํ ลาภสกฺการสิโลกํ นิกามยมาโน ขตฺติยปริสาทีสุ น ภาเสยฺย. อนุทฺธโตติ อุทฺธจฺจรหิโต. อุทฺธตสฺส หิ วจนํ นาทิยนฺติ. สมฺมิตภาณีติ สมฺมเทว มิตภาณี, กาเลน สาปเทสํ ปริยนฺตวตึ อตฺถสญฺหิตเมว วาจํ ภาสนสีโลติ อตฺโถ. อิโต อญฺญถา วทนฺตสฺส วจนํ อคหณียํ โหติ. สุพฺพโตติ สุนฺทรวโต สีลสมฺปนฺโน. ‘‘สิยา’’ติ กิริยาปทํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ.

เอวํ เถโร สงฺเขเปเนว ธมฺมกถิกลกฺขณํ วตฺวา เตสํ คุณานํ อตฺตนิ ลพฺภมานตํ อธิมุจฺจิตฺวา ภิยฺโยโสมตฺตาย อภิปฺปสนฺนํ มหาชนํ ญตฺวา ‘‘เอวํวิธสฺส ธมฺมกถิกสฺส วิมุตฺตายตนสนฺนิสฺสิตสฺส น นิพฺพานํ ทุลฺลภํ, อถ โข สุลภเมวา’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสินา’’ติ ทุติยคาถมาห. ตสฺสตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว.

วิสาขปญฺจาลปุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.