๑. กุมารกสฺสปตฺเถรคาถาวณฺณนา
อโห พุทฺธา อโห ธมฺมาติ อายสฺมโต กุมารกสฺสปตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปาปุณิ. ‘‘กุลเคเห’’ติ ปน องฺคุตฺตรฏฺฐกถายํ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๑๗) วุตฺตํ. โส สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ จิตฺตกถิกานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา สยมฺปิ ตํ ฐานนฺตรํ อากงฺขนฺโต ปณิธานํ กตฺวา ตทนุรูปานิ ปุญฺญานิ กโรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล สมณธมฺมํ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห เสฏฺฐิธีตาย กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. สา กิร กุมาริกากาเลเยว ปพฺพชิตุกามา หุตฺวา มาตาปิตโร ยาจิตฺวา ปพฺพชฺชํ อลภมานา กุลฆรํ คตาปิ คพฺภสณฺฐิตมฺปิ อชานนฺตี สามิกํ อาราเธตฺวา เตน อนุญฺญาตา ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตา. ตสฺสา คพฺภินิภาวํ ทิสฺวา ภิกฺขุนิโย เทวทตฺตํ ปุจฺฉึสุ. โส ‘‘อสฺสมณี’’ติ อาห. ปุน ทสพลํ ปุจฺฉึสุ. สตฺถา อุปาลิตฺเถรํ ปฏิจฺฉาเปสิ. เถโร สาวตฺถินครวาสีนิ กุลานิ วิสาขญฺจ อุปาสิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา สราชิกาย ปริสาย วินิจฺฉินนฺโต ‘‘ปุเร ลทฺโธ คพฺโภ, ปพฺพชฺชา อโรคา’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘สุวินิจฺฉิตํ อธิกรณ’’นฺติ เถรสฺส สาธุการํ อทาสิ.
สา ภิกฺขุนี สุวณฺณพิมฺพสทิสํ ปุตฺตํ วิชายิ. ตํ ราชา ปเสนทิโกสโล โปเสสิ. ‘‘กสฺสโป’’ติ จสฺส นามํ อกํสุ. อปรภาเค อลงฺกริตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา ปพฺพาเชสิ. กุมารกาเล ปพฺพชิตตฺตา ภควตา ‘‘กสฺสปํ ปกฺโกสถ, อิทํ ผลํ วา ขาทนียํ วา กสฺสปสฺส เทถา’’ติ วุตฺเต ‘‘กตรกสฺสปสฺสา’’ติ. ‘‘กุมารกสฺสปสฺสา’’ติ. เอวํ คหิตนามตฺตา รญฺโญ โปสาวนิกปุตฺตตฺตา จ วุฑฺฒกาเลปิ กุมารกสฺสโปเตฺวว ปญฺญายิตฺถ.
โส ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย วิปสฺสนาย เจว กมฺมํ กโรติ, พุทฺธวจนญฺจ อุคฺคณฺหาติ. อถ เตน สทฺธึ ปพฺพตมตฺถเก สมณธมฺมํ กตฺวา อนาคามี หุตฺวา สุทฺธาวาเส นิพฺพตฺโต มหาพฺรหฺมา ‘‘วิปสฺสนาย มุขํ ทสฺเสตฺวา มคฺคผลปฺปตฺติยา อุปายํ กริสฺสามี’’ติ ปญฺจทส ปเญฺห อภิสงฺขริตฺวา อนฺธวเน วสนฺตสฺส เถรสฺส ‘‘อิเม ปเญฺห สตฺถารํ ปุจฺเฉยฺยาสี’’ติ อาจิกฺขิตฺวา คโต. โส เต ปเญฺห ภควนฺตํ ปุจฺฉิ. ภควาปิสฺส พฺยากาสิ. เถโร สตฺถารา กถิตนิยาเมเนว เต อุคฺคณฺหิตฺวา วิปสฺสนํ คพฺภํ คณฺหาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๔.๑๕๐-๑๗๗) –
‘‘อิโต สตสหสฺสมฺหิ, กปฺเป อุปฺปชฺชิ นายโก;
สพฺพโลกหิโต วีโร, ปทุมุตฺตรนามโก.
‘‘ตทาหํ พฺราหฺมโณ หุตฺวา, วิสฺสุโต เวทปารคู;
ทิวาวิหารํ วิจรํ, อทฺทสํ โลกนายกํ.
‘‘จตุสจฺจํ ปกาเสนฺตํ, โพธยนฺตํ สเทวกํ;
วิจิตฺตกถิกานคฺคํ, วณฺณยนฺตํ มหาชเน.
‘‘ตทา มุทิตจิตฺโตหํ, นิมนฺเตตฺวา ตถาคตํ;
นานารตฺเตหิ วตฺเถหิ, อลงฺกริตฺวาน มณฺฑปํ.
‘‘นานารตนปชฺโชตํ, สสงฺฆํ โภชยึ ตหึ;
โภชยิตฺวาน สตฺตาหํ, นานคฺครสโภชนํ.
‘‘นานาจิตฺเตหิ ปุปฺเผหิ, ปูชยิตฺวา สสาวกํ;
นิปจฺจ ปาทมูลมฺหิ, ตํ ฐาน ปตฺถยึ อหํ.
‘‘ตทา มุนิวโร อาห, กรุเณกรสาสโย;
ปสฺสเถตํ ทิชวรํ, ปทุมานนโลจนํ.
‘‘ปีติปาโมชฺชพหุลํ, สมุคฺคตตนูรุหํ;
หาสมฺหิตวิสาลกฺขํ, มม สาสนลาลสํ.
‘‘ปติตํ ปาทมูเล เม, เอกาวตฺถสุมานสํ;
เอส ปตฺเถติ ตํ ฐานํ, วิจิตฺตกถิกตฺตนํ.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท, โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต;
กุมารกสฺสโป นาม, เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก.
‘‘วิจิตฺตปุปฺผทุสฺสานํ, รตนานญฺจ วาหสา;
วิจิตฺตกถิกานํ โส, อคฺคตํ ปาปุณิสฺสติ.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘ปริพฺภมํ ภวาภเว, รงฺคมชฺเฌ ยถา นโฏ;
สาขมิคตฺรโช หุตฺวา, มิคิยา กุจฺฉิโมกฺกมึ.
‘‘ตทา มยิ กุจฺฉิคเต, วชฺฌวาโร อุปฏฺฐิโต;
สาเขน จตฺตา เม มาตา, นิโคฺรธํ สรณํ คตา.
‘‘เตน สา มิคราเชน, มรณา ปริโมจิตา;
ปริจฺจชิตฺวา สปาณํ, มเมวํ โอวที ตทา.
‘‘นิโคฺรธเมว เสเวยฺย, น สาขมุปสํวเส;
นิโคฺรธสฺมึ มตํ เสยฺโย, ยญฺเจ สาขมฺหิ ชีวิตํ.
‘‘เตนานุสิฏฺฐา มิคยูถเปน, อหญฺจ มาตา จ ตเถตเร จ;
อาคมฺม รมฺมํ ตุสิตาธิวาสํ, คตา ปวาสํ สฆรํ ยเถว.
‘‘ปุโน กสฺสปวีรสฺส, อตฺถเมนฺตมฺหิ สาสเน;
อารุยฺห เสลสิขรํ, ยุญฺชิตฺวา ชินสาสนํ.
‘‘อิทานาหํ ราชคเห, ชาโต เสฏฺฐิกุเล อหุํ;
อาปนฺนสตฺตา เม มาตา, ปพฺพชิ อนคาริยํ.
‘‘สคพฺภํ ตํ วิทิตฺวาน, เทวทตฺตมุปานยุํ;
โส อโวจ วินาเสถ, ปาปิกํ ภิกฺขุนึ อิมํ.
‘‘อิทานิปิ มุนินฺเทน, ชิเนน อนุกมฺปิตา;
สุขินี อชนี มยฺหํ, มาตา ภิกฺขุนุปสฺสเย.
‘‘ตํ วิทิตฺวา มหีปาโล, โกสโล มํ อโปสยิ;
กุมารปริหาเนน, นาเมนาหญฺจ กสฺสโป.
‘‘มหากสฺสปมาคมฺม, อหํ กุมารกสฺสโป;
วมฺมิกสทิสํ กายํ, สุตฺวา พุทฺเธน เทสิตํ.
‘‘ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม, อนุปาทาย สพฺพโส;
ปายาสึ ทมยิตฺวาหํ, เอตทคฺคมปาปุณึ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา จิตฺตกถิกภาเวน สตฺถารา เอตทคฺเค ฐปิโต อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา รตนตฺตยคุณวิภาวนมุเขน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๒๐๑. ‘‘อโห พุทฺธา อโห ธมฺมา, อโห โน สตฺถุ สมฺปทา;
ยตฺถ เอตาทิสํ ธมฺมํ, สาวโก สจฺฉิกาหิติ.
๒๐๒. ‘‘อสงฺเขยฺเยสุ กปฺเปสุ, สกฺกายาธิคตา อหู;
เตสมยํ ปจฺฉิมโก, จริโมยํ สมุสฺสโย;
ชาติมรณสํสาโร, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ อโหติ อจฺฉริยตฺเถ นิปาโต. พุทฺธาติ สพฺพญฺญุพุทฺธา, คารววเสน พหุวจนํ, อโห อจฺฉริยา สมฺพุทฺธาติ อตฺโถ. ธมฺมาติ ปริยตฺติธมฺเมน สทฺธึ นว โลกุตฺตรธมฺมา. อโห โน สตฺถุ สมฺปทาติ อมฺหากํ สตฺถุ ทสพลสฺส อโห สมฺปตฺติโย. ยตฺถาติ ยสฺมึ สตฺถริ พฺรหฺมจริยวาเสน. เอตาทิสํ ธมฺมํ, สาวโก สจฺฉิกาหิตีติ เอตาทิสํ เอวรูปํ สุวิสุทฺธชฺฌานาภิญฺญาปริวารํ อนวเสสกิเลสกฺขยาวหํ สนฺตํ ปณีตํ อนุตฺตรํ ธมฺมํ สาวโกปิ นาม สจฺฉิกริสฺสติ, ตสฺมา เอวํวิธคุณวิเสสาธิคมเหตุภูตา อโห อจฺฉริยา พุทฺธา ภควนฺโต, อจฺฉริยา ธมฺมคุณา, อจฺฉริยา อมฺหากํ สตฺถุ สมฺปตฺติโยติ รตนตฺตยสฺส คุณาธิมุตฺตึ ปเวเทสีติ. ธมฺมสมฺปตฺติกิตฺตเนเนว หิ สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติ กิตฺติตา โหตีติ.
เอวํ สาธารณวเสน ทสฺสิตํ ธมฺมสฺส สจฺฉิกิริยํ อิทานิ อตฺตุปนายิกํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อสงฺเขยฺเยสู’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อสงฺเขยฺเยสูติ คณนปถํ วีติวตฺเตสุ มหากปฺเปสุ. สกฺกายาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. เต หิ ปรมตฺถโต วิชฺชมานธมฺมสมูหตาย ‘‘สกฺกายา’’ติ วุจฺจนฺติ. อหูติ นิวตฺตนูปายสฺส อนธิคตตฺตา อนปคตา อเหสุํ. เตสมยํ ปจฺฉิมโก จริโมยํ สมุสฺสโยติ ยสฺมา อยํ สพฺพปจฺฉิมโก, ตโต เอว จริโม, ตสฺมา ชาติมรณสหิโต ขนฺธาทิปฏิปาฏิสญฺญิโต สํสาโร อิทานิ อายตึ ปุนพฺภวาภาวโต ปุนพฺภโว นตฺถิ, อยมนฺติมา ชาตีติ อตฺโถ.
กุมารกสฺสปตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.