๓. โสภิตตฺเถรคาถาวณฺณนา
สติมา ปญฺญวาติ อายสฺมโต โสภิตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ปุพฺเพนิวาสญาณลาภีนํ ภิกฺขูนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา สยมฺปิ ตํ ฐานนฺตรํ อุทฺทิสฺส ปตฺถนํ กตฺวา ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต สุเมธสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต พฺราหฺมณานํ วิชฺชาสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คนฺตฺวา เนกฺขมฺมาธิมุตฺโต ฆราวาสํ ปหาย ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺตสฺส สมีเป อรญฺญายตเน อสฺสมํ กาเรตฺวา วนมูลผลาผเลน ยาเปนฺโต พุทฺธุปฺปาทํ สุตฺวา สพฺพตฺถ เอกรตฺติวาเสเนว ภทฺทวตีนคเร สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปสนฺนมานโส ‘‘ตุวํ สตฺถา จ เกตุ จา’’ติอาทีหิ ฉหิ คาถาหิ อภิตฺถวิ, สตฺถา จสฺส ภาวินึ สมฺปตฺตึ ปกาเสสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. โสภิโตติสฺส นามํ อกํสุ. โส อปเรน สมเยน สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. ปุพฺเพนิวาสญาเณ จิณฺณวสี จ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๙.๔๖-๗๔) –
‘‘ทกฺขิเณ หิมวนฺตสฺส, สุกโต อสฺสโม มม;
อุตฺตมตฺถํ คเวสนฺโต, วสามิ วิปิเน ตทา.
‘‘ลาภาลาเภน สนฺตุฏฺโฐ, มูเลน จ ผเลน จ;
อเนฺวสนฺโต อาจริยํ, วสามิ เอกโก อหํ.
‘‘สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ, โลเก อุปฺปชฺชิ ตาวเท;
จตุสจฺจํ ปกาเสติ, อุทฺธรนฺโต มหาชนํ.
‘‘นาหํ สุโณมิ สมฺพุทฺธํ, นปิ เม โกจิ สํสติ;
อฏฺฐวสฺเส อติกฺกนฺเต, อสฺโสสึ โลกนายกํ.
‘‘อคฺคิทารุํ นีหริตฺวา, สมฺมชฺชิตฺวาน อสฺสมํ;
ขาริภารํ คเหตฺวาน, นิกฺขมึ วิปินา อหํ.
‘‘เอกรตฺตึ วสนฺโตหํ, คาเมสุ นิคเมสุ จ;
อนุปุพฺเพน จนฺทวตึ, ตทาหํ อุปสงฺกมึ.
‘‘ภควา ตมฺหิ สมเย, สุเมโธ โลกนายโก;
อุทฺธรนฺโต พหู สตฺเต, เทเสติ อมตํ ปทํ.
‘‘ชนกายมติกฺกมฺม, วนฺทิตฺวา ชินสาครํ;
เอกํสํ อชินํ กตฺวา, สนฺถวึ โลกนายกํ.
‘‘ตุวํ สตฺถา จ เกตุ จ, ธโช ยูโป จ ปาณินํ;
ปรายโน ปติฏฺฐา จ, ทีโป จ ทฺวิปทุตฺตโม.
‘‘เนปุญฺโญ ทสฺสเน วีโร, ตาเรสิ ชนตํ ตุวํ;
นตฺถญฺโญ ตารโก โลเก, ตวุตฺตริตโร มุเน.
‘‘สกฺกา เถเว กุสคฺเคน, ปเมตุํ สาครุตฺตเม;
น เตฺวว ตว สพฺพญฺญุ, ญาณํ สกฺกา ปเมตเว.
‘‘ตุลทณฺเฑ ฐเปตฺวาน, มหึ สกฺกา ธเรตเว;
นเตฺวว ตว ปญฺญาย, ปมาณมตฺถิ จกฺขุม.
‘‘อากาโส มินิตุํ สกฺกา, รชฺชุยา องฺคุเลน วา;
นเตฺวว ตว สพฺพญฺญุ, สีลํ สกฺกา ปเมตเว.
‘‘มหาสมุทฺเท อุทกํ, อากาโส จ วสุนฺธรา;
ปริเมยฺยานิ เอตานิ, อปฺปเมยฺโยสิ จกฺขุม.
‘‘ฉหิ คาถาหิ สพฺพญฺญุํ, กิตฺตยิตฺวา มหายสํ;
อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน, ตุณฺหี อฏฺฐาสหํ ตทา.
‘‘ยํ วทนฺติ สุเมโธติ, ภูริปญฺญํ สุเมธสํ;
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา, อิมา คาถา อภาสถ.
‘‘โย เม ญาณํ ปกิตฺเตสิ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.
‘‘สตฺตสตฺตติ กปฺปานิ, เทวโลเก รมิสฺสติ;
สหสฺสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท, เทวรชฺชํ กริสฺสติ.
‘‘อเนกสตกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ;
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ.
‘‘เทวภูโต มนุสฺโส วา, ปุญฺญกมฺมสมาหิโต;
อนูนมนสงฺกปฺโป, ติกฺขปญฺโญ ภวิสฺสติ.
‘‘ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘อคารา อภินิกฺขมฺม, ปพฺพชิสฺสติกิญฺจโน;
ชาติยา สตฺตวสฺเสน, อรหตฺตํ ผุสิสฺสติ.
‘‘ยโต สรามิ อตฺตานํ, ยโต ปตฺโตสฺมิ สาสนํ;
เอตฺถนฺตเร น ชานามิ, เจตนํ อมโนรมํ.
‘‘สํสริตฺวา ภเว สพฺเพ, สมฺปตฺตานุภวึ อหํ;
โภเค เม อูนตา นตฺถิ, ผลํ ญาณสฺส โถมเน.
‘‘ติยคฺคี นิพฺพุตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;
สพฺพาสวา ปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
‘‘ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, ยํ ญาณมถวึ อหํ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลํ ญาณสฺส โถมเน.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
โส อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปุพฺเพนิวาสํ อนุปฏิปาฏิยา อนุสฺสรนฺโต ยาว อสญฺญภเว อจิตฺตกปฏิสนฺธิ, ตาว อทฺทส. ตโต ปญฺจ กปฺปสตานิ จิตฺตปฺปวตฺตึ อทิสฺวา อวสาเนว ทิสฺวา ‘‘กิเมต’’นฺติ อาวชฺเชนฺโต นยวเสน ‘‘อสญฺญภโว ภวิสฺสตี’’ติ นิฏฺฐํ อคมาสิ. เตนาห ภควา – ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อสญฺญสตฺตา นาม ทีฆายุกา เทวา, ตโต จุโต โสภิโต อิธูปปนฺโน, โส เอตํ ภวํ ชานาติ, โสภิโต อนุสฺสรตี’’ติ (ปารา. ๒๓๒ อตฺถโต สมานํ). เอวํ นยวเสน อนุสฺสรนฺตสฺส อนุสฺสรณโกสลฺลํ ทิสฺวา สตฺถา เถรํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. ตโต เอว จายํ อายสฺมา สวิเสสํ อตฺตโน ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ตสฺส จ ปจฺจยภูตํ ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา โสมนสฺสชาโต ตทตฺถทีปนํ อุทานํ อุทาเนนฺโต –
๑๖๕. ‘‘สติมา ปญฺญวา ภิกฺขุ, อารทฺธพลวีริโย;
ปญฺจ กปฺปสตานาหํ, เอกรตฺตึ อนุสฺสรึ.
๑๖๖. ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน, สตฺต อฏฺฐ จ ภาวยํ;
ปญฺจ กปฺปสตานาหํ, เอกรตฺตึ อนุสฺสริ’’นฺติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ สติมาติ สยํ สมุทาคมนสมฺปนฺนาย สติปฏฺฐานภาวนาปาริปูริยา สติเวปุลฺลปฺปตฺติยา จ สติมา. ปญฺญวาติ ฉฬภิญฺญาปาริปูริยา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติยา จ ปญฺญวา. ภินฺนกิเลสตาย ภิกฺขุ. สทฺธาทิพลานญฺเจว จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานวีริยสฺส จ สํสิทฺธิปาริปูริยา อารทฺธพลวีริโย. สทฺธาทีนเญฺหตฺถ พลคฺคหเณน คหณํ สติปิ สติอาทีนํ พลภาเว, ยถา ‘‘โคพลิพทฺธา ปุญฺญญาณสมฺภารา’’ติ. ปญฺจ กปฺปสตานาหํ, เอกรตฺตึ อนุสฺสรินฺติ เอกรตฺตึ วิย อนุสฺสรึ. วิย-สทฺโท หิ อิธ ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ, เอเตน ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณ อตฺตโน ญาณวสีภาวํ ทีเปติ.
อิทานิ ยาย ปฏิปตฺติยา อตฺตโน สติมนฺตาทิภาโว สาติสยํ ปุพฺเพนิวาสญาณญฺจ สิทฺธํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จตฺตาโร’’ติอาทินา ทุติยํ คาถมาห. ตตฺถ จตฺตาโร สติปฏฺฐาเนติ กายานุปสฺสนาทิเก อตฺตโน วิสยเภเทน จตุพฺพิเธ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสเก สติสงฺขาเต สติปฏฺฐาเน. สตฺตาติ สตฺต โพชฺฌงฺเค. อฏฺฐาติ อฏฺฐ มคฺคงฺคานิ. สติปฏฺฐาเนสุ หิ สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺตสฺส สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาวนาปาริปูรึ คตา เอว โหนฺติ, ตถา อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค. เตนาห ธมฺมเสนาปติ – ‘‘จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺตา สตฺต โพชฺฌงฺเค ยถาภูตํ ภาเวตฺวา’’ติอาทีหิ (ที. นิ. ๓.๑๔๓) สตฺตโกฏฺฐาสิเกสุ สตฺตตึสาย โพธิปกฺขิยธมฺเมสุ เอกสฺมึ โกฏฺฐาเส ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺเต อิตเร อคจฺฉนฺตา นาม นตฺถีติ. ภาวยนฺติ ภาวนาเหตุ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
โสภิตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.