๓. ตติยวคฺโค
๑. อุตฺตรตฺเถรคาถาวณฺณนา
ขนฺธา มยา ปริญฺญาตาติ อายสฺมโต อุตฺตรตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺโต อิโต จตุนวุเต กปฺเป สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สาสเน ลทฺธปฺปสาโท หุตฺวา อุปาสกตฺตํ ปฏิเวเทสิ. โส สตฺถริ ปรินิพฺพุเต อตฺตโน ญาตเก สนฺนิปาเตตฺวา พหุํ ปูชาสกฺการํ สมฺภริตฺวา ธาตุปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาเกเต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อุตฺตโรติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต เกนจิเทว กรณีเยน สาวตฺถึ คโต กณฺฑมฺพมูเล กตํ ยมกปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ปสีทิตฺวา ปุน กาฬการามสุตฺตเทสนาย (อ. นิ. ๔.๒๔) อภิวฑฺฒมานสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา สตฺถารา สทฺธึ ราชคหํ คนฺตฺวา อุปสมฺปชฺชิตฺวา ตตฺเถว วสนฺโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๙.๑๐๖-๑๑๐) –
‘‘นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ, สิทฺธตฺเถ โลกนายเก;
มม ญาตี สมาเนตฺวา, ธาตุปูชํ อกาสหํ.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ธาตุมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ธาตุปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา สตฺถริ สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต พุทฺธุปฏฺฐานตฺถํ ราชคหโต สาวตฺถึ อุปคโต ภิกฺขูหิ ‘‘กึ, อาวุโส, ปพฺพชฺชากิจฺจํ ตยา มตฺถกํ ปาปิต’’นฺติ ปุฏฺโฐ อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๑๖๑. ‘‘ขนฺธา มยา ปริญฺญาตา, ตณฺหา เม สุสมูหตา;
ภาวิตา มม โพชฺฌงฺคา, ปตฺโต เม อาสวกฺขโย.
๑๖๒. ‘‘โสหํ ขนฺเธ ปริญฺญาย, อพฺพหิตฺวาน ชาลินึ;
ภาวยิตฺวาน โพชฺฌงฺเค, นิพฺพายิสฺสํ อนาสโว’’ติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ ขนฺธาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. ปริญฺญาตาติ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ ปริจฺฉิชฺช ญาตา ภาวิตา. เตน ทุกฺขสฺส อริยสจฺจสฺส ปริญฺญาภิสมยมาห. ตณฺหาติ ตสติ ปริตสตีติ ตณฺหา. สุสมูหตาติ สมุคฺฆาฏิตา. เอเตน สมุทยสจฺจสฺส ปหานาภิสมยํ วทติ. ภาวิตา มม โพชฺฌงฺคาติ โพธิสงฺขาตาย สติอาทิธมฺมสามคฺคิยา, ตํสมงฺคิโน วา โพธิสงฺขาตสฺส อริยปุคฺคลสฺส องฺคาติ โพชฺฌงฺคา. สติธมฺมวิจยวีริยปีติปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสงฺขาตา มคฺคปริยาปนฺนา ธมฺมา มยา ภาวิตา อุปฺปาทิตา วฑฺฒิตา. โพชฺฌงฺคคฺคหเณเนว เจตฺถ ตํสหจริตตาย สพฺเพ มคฺคธมฺมา, สพฺเพ จ โพธิปกฺขิยธมฺมา คหิตาติ ทฏฺฐพฺพา. เอเตเนว มคฺคสจฺจสฺส ภาวนาภิสมยํ ทสฺเสติ. ปตฺโต เม อาสวกฺขโยติ กามาสวาทโย อาสวา ขียนฺติ เอตฺถาติ อาสวกฺขโยติ ลทฺธนาโม อสงฺขตธมฺโม มยา ปตฺโต อธิคโต. เอเตน นิโรธสจฺจสฺส สจฺฉิกิริยาภิสมยํ กเถติ. เอตฺตาวตา อตฺตโน สอุปาทิเสสนิพฺพานสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ.
อิทานิ ปน อนุปาทิเสสนิพฺพานสมฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘โสห’’นฺติอาทินา ทุติยํ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – โสหํ เอวํ วุตฺตนเยน ขนฺเธ ปริญฺญาย ปริชานิตฺวา, ตถา ปริชานนฺโต เอว สกอตฺตภาวปรอตฺตภาเวสุ อชฺฌตฺติกพาหิรายตเนสุ อตีตาทิเภทภินฺเนสุ สํสิพฺพนาการํ ปุนปฺปุนํ ปวตฺติสงฺขาตํ ชาลํ เอตสฺส อตฺถีติ ชาลินีติ ลทฺธนามํ ตณฺหํ อพฺพหิตฺวาน มม จิตฺตสนฺตานโต อุทฺธริตฺวา, ตถา นํ อุทฺธรนฺโตเยว วุตฺตปฺปเภเท โพชฺฌงฺเค ภาวยิตฺวาน เต ภาวนาปาริปูรึ ปาเปตฺวา ตโต เอว อนาสโว หุตฺวา ฐิโต อิทานิ จริมกจิตฺตนิโรเธน อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท นิพฺพายิสฺสํ ปรินิพฺพายิสฺสามีติ.
อุตฺตรตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ภทฺทชิตฺเถรคาถาวณฺณนา
ปนาโท นาม โส ราชาติ อายสฺมโต ภทฺทชิตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต พฺราหฺมณานํ วิชฺชาสิปฺเปสุ ปารํ คนฺตฺวา กาเม ปหาย ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อรญฺญายตเน อสฺสมํ กาเรตฺวา วสนฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ อากาเสน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ. สตฺถา ตสฺส อชฺฌาสยํ ญตฺวา อากาสโต โอตริ. โอติณฺณสฺส ปน ภควโต มธุญฺจ ภิสมุฬาลญฺจ สปฺปิญฺจ ขีรญฺจ อุปนาเมสิ, ตสฺส ตํ ภควา อนุกมฺปํ อุปาทาย ปฏิคฺคเหตฺวา อนุโมทนํ วตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน ตุสิเต นิพฺพตฺโต ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต อปราปรํ สุคตีสุเยว สํสรนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล มหทฺธโน เสฏฺฐิ หุตฺวา อฏฺฐสฏฺฐิภิกฺขุสหสฺสํ โภเชตฺวา ติจีวเรน อจฺฉาเทสิ.
เอวํ พหุํ กุสลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ตโต จวิตฺวา มนุสฺเสสุ อุปฺปนฺโน พุทฺธสุญฺเญ โลเก ปญฺจ ปจฺเจกพุทฺธสตานิ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหิตฺวา ตโต จุโต ราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา รชฺชํ อนุสาสนฺโต ปุตฺตํ ปจฺเจกโพธึ อธิคนฺตฺวา ฐิตํ อุปฏฺฐหิตฺวา ตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส ธาตุโย คเหตฺวา เจติยํ กตฺวา ปูเชสิ. เอวํ ตตฺถ ตตฺถ ตานิ ปุญฺญานิ กตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ภทฺทิยนคเร อสีติโกฏิวิภวสฺส ภทฺทิยเสฏฺฐิสฺส เอกปุตฺตโก หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ภทฺทชีติสฺส นามํ อโหสิ. ตสฺส กิร อิสฺสริยโภคปริวาราทิสมฺปตฺติ จริมภเว โพธิสตฺตสฺส วิย อโหสิ.
ตทา สตฺถา สาวตฺถิยํ วสฺสํ วสิตฺวา ภทฺทชิกุมารํ สงฺคณฺหิตุํ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ภทฺทิยนครํ คนฺตฺวา ชาติยาวเน วสิ ตสฺส ญาณปริปากํ อาคมยมาโน. โสปิ อุปริ ปาสาเท นิสินฺโน สีหปญฺชรํ วิวริตฺวา โอโลเกนฺโต ภควโต สนฺติเก ธมฺมํ โสตุํ คจฺฉนฺตํ มหาชนํ ทิสฺวา ‘‘กตฺถายํ มหาชโน คจฺฉตี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตํ การณํ สุตฺวา สยมฺปิ มหตา ปริวาเรน สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺโต สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิโตว สพฺพกิเลเส เขเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๖.๙๘-๑๑๖) –
‘‘โอคฺคยฺห ยํ โปกฺขรณึ, นานากุญฺชรเสวิตํ;
อุทฺธรามิ ภิสํ ตตฺถ, ฆาสเหตุ อหํ ตทา.
‘‘ภควา ตมฺหิ สมเย, ปทุมุตฺตรสวฺหโย;
รตฺตมฺพรธโร พุทฺโธ, คจฺฉเต อนิลญฺชเส.
‘‘ธุนนฺโต ปํสุกูลานิ, สทฺทํ อสฺโสสหํ ตทา;
อุทฺธํ นิชฺฌายมาโนหํ, อทฺทสํ โลกนายกํ.
‘‘ตตฺเถว ฐิตโก สนฺโต, อายาจึ โลกนายกํ;
มธุํ ภิเสหิ สหิตํ, ขีรํ สปฺปึ มุฬาลิกํ.
‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ เม พุทฺโธ, อนุกมฺปาย จกฺขุมา;
ตโต การุณิโก สตฺถา, โอโรหิตฺวา มหายโส.
‘‘ปฏิคฺคณฺหิ มมํ ภิกฺขํ, อนุกมฺปาย จกฺขุมา;
ปฏิคฺคเหตฺวา สมฺพุทฺโธ, อกา เม อนุโมทนํ.
‘‘สุขี โหตุ มหาปุญฺญ, คติ ตุยฺหํ สมิชฺฌตุ;
อิมินา ภิสทาเนน, ลภสฺสุ วิปุลํ สุขํ.
‘‘อิทํ วตฺวาน สมฺพุทฺโธ, ชลชุตฺตมนามโก;
ภิกฺขมาทาย สมฺพุทฺโธ, อากาเสนาคมา ชิโน.
‘‘ตโต ภิสํ คเหตฺวาน, อาคจฺฉึ มม อสฺสมํ;
ภิสํ รุกฺเข ลคฺเคตฺวาน, มม ทานํ อนุสฺสรึ.
‘‘มหาวาโต อุฏฺฐหิตฺวา, สญฺจาเลสิ วนํ ตทา;
อากาโส อภินาทิตฺถ, อสนี จ ผลี ตทา.
‘‘ตโต เม อสนีปาโต, มตฺถเก นิปตี ตทา;
โสหํ นิสินฺนโก สนฺโต, ตตฺถ กาลงฺกโต อหํ.
‘‘ปุญฺญกมฺเมน สญฺญุตฺโต, ตุสิตํ อุปปชฺชหํ;
กเฬวรํ เม ปติตํ, เทวโลเก รมามหํ.
‘‘ฉฬสีติสหสฺสานิ, นาริโย สมลงฺกตา;
สายํ ปาตํ อุปฏฺฐนฺติ, ภิสทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘มนุสฺสโยนิมาคนฺตฺวา, สุขิโต โหมหํ ตทา;
โภเค เม อูนตา นตฺถิ, ภิสทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘อนุกมฺปิตโก เตน, เทวเทเวน ตาทินา;
สพฺพาสวา ปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ ภิสํ อททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ภิสทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺเต ปน เตน อธิคเต สตฺถา ภทฺทิยเสฏฺฐึ อามนฺเตสิ – ‘‘ตว ปุตฺโต อลงฺกตปฏิยตฺโต ธมฺมํ สุณนฺโต อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ, เตนสฺส อิทาเนว ปพฺพชิตุํ ยุตฺตํ, โน เจ ปพฺพชติ, ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ. เสฏฺฐิ ‘‘น มยฺหํ ปุตฺตสฺส ทหรสฺเสว สโต ปรินิพฺพาเนน กิจฺจํ อตฺถิ, ปพฺพาเชถ น’’นฺติ อาห. ตํ สตฺถา ปพฺพาเชตฺวา อุปสมฺปาเทตฺวา ตตฺถ สตฺตาหํ วสิตฺวา โกฏิคามํ ปาปุณิ, โส จ คาโม คงฺคาตีเร. โกฏิคามวาสิโน พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มหาทานํ ปวตฺเตสุํ. ภทฺทชิตฺเถโร สตฺถารา อนุโมทนาย อารทฺธมตฺตาย พหิคามํ คนฺตฺวา ‘‘คงฺคาตีเร มคฺคสมีเป สตฺถุ อาคตกาเล วุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา นิสีทิ. มหาเถเรสุ อาคจฺฉนฺเตสุปิ อวุฏฺฐหิตฺวา สตฺถุ อาคตกาเลเยว วุฏฺฐหิ. ปุถุชฺชนภิกฺขู, ‘‘อยํ อธุนา ปพฺพชิโต มหาเถเรสุ อาคจฺฉนฺเตสุ มานตฺถทฺโธ หุตฺวา น วุฏฺฐาสี’’ติ อุชฺฌายึสุ. โกฏิคามวาสิโน สตฺถุ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ พหู นาวาสงฺฆาเฏ พนฺธึสุ, สตฺถา ‘‘หนฺทสฺส อานุภาวํ ปกาเสมี’’ติ นาวาสงฺฆาเฏ ฐตฺวา, ‘‘กหํ, ภทฺทชี’’ติ ปุจฺฉิ. ภทฺทชิตฺเถโร ‘‘เอโสหํ, ภนฺเต’’ติ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา อญฺชลึ กตฺวา อฏฺฐาสิ. สตฺถา, ‘‘เอหิ, ภทฺทชิ, อเมฺหหิ สทฺธึ เอกนาวํ อภิรุหา’’ติ. โส อุปฺปติตฺวา สตฺถุ ฐิตนาวายํ อฏฺฐาสิ. สตฺถา คงฺคามชฺฌํ คตกาเล, ‘‘ภทฺทชิ, ตยา มหาปนาทราชกาเล อชฺฌาวุฏฺฐรตนปาสาโท กห’’นฺติ อาห. ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน นิมุคฺโค’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภทฺทชิ, สพฺรหฺมจารีนํ กงฺขํ ฉินฺทา’’ติ. ตสฺมึ ขเณ เถโร สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อิทฺธิพเลน คนฺตฺวา ปาสาทถูปิกํ ปาทงฺคุลนฺตเรน สนฺนิรุมฺภิตฺวา ปญฺจวีสติโยชนํ ปาสาทํ คเหตฺวา อากาเส อุปฺปติ, อุปฺปตนฺโต จ ปญฺญาส โยชนานิ ปาสาทํ อุทกโต อุกฺขิปิ. อถสฺส ปุริมภเว ญาตกา ปาสาทคเตน โลเภน มจฺฉกจฺฉปมณฺฑูกา หุตฺวา ตสฺมึ ปาสาเท อุฏฺฐหนฺเต ปริวตฺติตฺวา อุทเก ปตึสุ. สตฺถา เต ปตนฺเต ทิสฺวา ‘‘ญาตกา เต, ภทฺทชิ, กิลมนฺตี’’ติ อาห. เถโร สตฺถุ วจเนน ปาสาทํ วิสฺสชฺเชสิ. ปาสาโท ยถาฐาเน เอว ปติฏฺฐหิ. สตฺถา ปารงฺคโต ภิกฺขูหิ ‘‘กทา, ภนฺเต, ภทฺทชิตฺเถเรน อยํ ปาสาโท อชฺฌาวุฏฺโฐ’’ติ ปุฏฺโฐ มหาปนาทชาตกํ (ชา. ๑.๓.๔๐-๔๑) กเถตฺวา มหาชนํ ธมฺมามตํ ปาเยสิ. เถโร ปน อตฺตโน อชฺฌาวุฏฺฐปุพฺพํ สุวณฺณปาสาทํ ทสฺเสตฺวา –
๑๖๓. ‘‘ปนาโท นาม โส ราชา, ยสฺส ยูโป สุวณฺณโย;
ติริยํ โสฬสุพฺเพโธ, อุพฺภมาหุ สหสฺสธา.
๑๖๔. ‘‘สหสฺสกณฺโฑ สตเคณฺฑุ, ธชาลุ หริตามโย;
อนจฺจุํ ตตฺถ คนฺธพฺพา, ฉ สหสฺสานิ สตฺตธา’’ติ. –
ทฺวีหิ คาถาหิ วณฺเณนฺโต อญฺญํ พฺยากาสิ.
ตตฺถ ปนาโท นาม โส ราชาติ อตีเต ปนาโท นาม โส ราชา อโหสีติ อตฺตภาวอนฺตรหิตตาย อตฺตานํ ปรํ วิย นิทฺทิสติ. โส เอว หิ รชฺเช ฐิตกาลโต ปฏฺฐาย สทา อุสฺสาหสมฺปตฺติอาทินา มหตา ราชานุภาเวน มหตา จ กิตฺติสทฺเทน สมนฺนาคตตฺตา ‘‘ราชา มหาปนาโท’’ติ ปญฺญายิตฺถ. ยสฺส ยูโป สุวณฺณโยติ ยสฺส รญฺโญ อยํ ยูโป ปาสาโท สุวณฺณมโย. ติริยํ โสฬสุพฺเพโธติ วิตฺถารโต โสฬสกณฺฑปาตปฺปมาโณ. โส ปน อฑฺฒโยชนมตฺโต โหติ. อุพฺภามาหุ สหสฺสธาติ อุพฺภํ อุจฺจํ เอวมสฺส ปาสาทสฺส สหสฺสธา สหสฺสกณฺฑปฺปมาณมาหุ. โส ปน โยชนโต ปญฺจวีสติโยชนปฺปมาโณ โหติ. เกจิ ปเนตฺถ คาถาสุขตฺถํ ‘‘อาหู’’ติ ทีฆํ กตํ. อาหุ อโหสีติ อตฺถํ วทนฺติ.
สหสฺสกณฺโฑติ สหสฺสภูมิโก. สตเคณฺฑูติ อเนกสตนิยฺยูหโก. ธชาลูติ ตตฺถ ตตฺถ นิยฺยูหสิขราทีสุ ปติฏฺฐาปิเตหิ ยฏฺฐิธชปฏากธชาทิธเชหิ สมฺปนฺโน. หริตามโยติ จามีกรสุวณฺณมโย. เกจิ ปน ‘‘หริตชาติมณิสริกฺขโก’’ติ วทนฺติ. คนฺธพฺพาติ นฏา. ฉ สหสฺสานิ สตฺตธาติ ฉมตฺตานิ คนฺธพฺพสหสฺสานิ สตฺตธา ตสฺส ปาสาทสฺส สตฺตสุ ฐาเนสุ รญฺโญ อภิรมาปนตฺถํ นจฺจึสูติ อตฺโถ. เต เอวํ นจฺจนฺตาปิ ราชานํ หาเสตุํ นาสกฺขึสุ. อถ สกฺโก เทวราชา เทวนเฏ เปเสตฺวา สมชฺชํ กาเรสิ, ตทา ราชา หสีติ.
ภทฺทชิตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. โสภิตตฺเถรคาถาวณฺณนา
สติมา ปญฺญวาติ อายสฺมโต โสภิตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุณนฺโต สตฺถารํ เอกํ ภิกฺขุํ ปุพฺเพนิวาสญาณลาภีนํ ภิกฺขูนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปนฺตํ ทิสฺวา สยมฺปิ ตํ ฐานนฺตรํ อุทฺทิสฺส ปตฺถนํ กตฺวา ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต สุเมธสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต พฺราหฺมณานํ วิชฺชาสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คนฺตฺวา เนกฺขมฺมาธิมุตฺโต ฆราวาสํ ปหาย ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺตสฺส สมีเป อรญฺญายตเน อสฺสมํ กาเรตฺวา วนมูลผลาผเลน ยาเปนฺโต พุทฺธุปฺปาทํ สุตฺวา สพฺพตฺถ เอกรตฺติวาเสเนว ภทฺทวตีนคเร สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปสนฺนมานโส ‘‘ตุวํ สตฺถา จ เกตุ จา’’ติอาทีหิ ฉหิ คาถาหิ อภิตฺถวิ, สตฺถา จสฺส ภาวินึ สมฺปตฺตึ ปกาเสสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. โสภิโตติสฺส นามํ อกํสุ. โส อปเรน สมเยน สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. ปุพฺเพนิวาสญาเณ จิณฺณวสี จ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๙.๔๖-๗๔) –
‘‘ทกฺขิเณ หิมวนฺตสฺส, สุกโต อสฺสโม มม;
อุตฺตมตฺถํ คเวสนฺโต, วสามิ วิปิเน ตทา.
‘‘ลาภาลาเภน สนฺตุฏฺโฐ, มูเลน จ ผเลน จ;
อเนฺวสนฺโต อาจริยํ, วสามิ เอกโก อหํ.
‘‘สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ, โลเก อุปฺปชฺชิ ตาวเท;
จตุสจฺจํ ปกาเสติ, อุทฺธรนฺโต มหาชนํ.
‘‘นาหํ สุโณมิ สมฺพุทฺธํ, นปิ เม โกจิ สํสติ;
อฏฺฐวสฺเส อติกฺกนฺเต, อสฺโสสึ โลกนายกํ.
‘‘อคฺคิทารุํ นีหริตฺวา, สมฺมชฺชิตฺวาน อสฺสมํ;
ขาริภารํ คเหตฺวาน, นิกฺขมึ วิปินา อหํ.
‘‘เอกรตฺตึ วสนฺโตหํ, คาเมสุ นิคเมสุ จ;
อนุปุพฺเพน จนฺทวตึ, ตทาหํ อุปสงฺกมึ.
‘‘ภควา ตมฺหิ สมเย, สุเมโธ โลกนายโก;
อุทฺธรนฺโต พหู สตฺเต, เทเสติ อมตํ ปทํ.
‘‘ชนกายมติกฺกมฺม, วนฺทิตฺวา ชินสาครํ;
เอกํสํ อชินํ กตฺวา, สนฺถวึ โลกนายกํ.
‘‘ตุวํ สตฺถา จ เกตุ จ, ธโช ยูโป จ ปาณินํ;
ปรายโน ปติฏฺฐา จ, ทีโป จ ทฺวิปทุตฺตโม.
‘‘เนปุญฺโญ ทสฺสเน วีโร, ตาเรสิ ชนตํ ตุวํ;
นตฺถญฺโญ ตารโก โลเก, ตวุตฺตริตโร มุเน.
‘‘สกฺกา เถเว กุสคฺเคน, ปเมตุํ สาครุตฺตเม;
น เตฺวว ตว สพฺพญฺญุ, ญาณํ สกฺกา ปเมตเว.
‘‘ตุลทณฺเฑ ฐเปตฺวาน, มหึ สกฺกา ธเรตเว;
นเตฺวว ตว ปญฺญาย, ปมาณมตฺถิ จกฺขุม.
‘‘อากาโส มินิตุํ สกฺกา, รชฺชุยา องฺคุเลน วา;
นเตฺวว ตว สพฺพญฺญุ, สีลํ สกฺกา ปเมตเว.
‘‘มหาสมุทฺเท อุทกํ, อากาโส จ วสุนฺธรา;
ปริเมยฺยานิ เอตานิ, อปฺปเมยฺโยสิ จกฺขุม.
‘‘ฉหิ คาถาหิ สพฺพญฺญุํ, กิตฺตยิตฺวา มหายสํ;
อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน, ตุณฺหี อฏฺฐาสหํ ตทา.
‘‘ยํ วทนฺติ สุเมโธติ, ภูริปญฺญํ สุเมธสํ;
ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา, อิมา คาถา อภาสถ.
‘‘โย เม ญาณํ ปกิตฺเตสิ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.
‘‘สตฺตสตฺตติ กปฺปานิ, เทวโลเก รมิสฺสติ;
สหสฺสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท, เทวรชฺชํ กริสฺสติ.
‘‘อเนกสตกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ;
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ.
‘‘เทวภูโต มนุสฺโส วา, ปุญฺญกมฺมสมาหิโต;
อนูนมนสงฺกปฺโป, ติกฺขปญฺโญ ภวิสฺสติ.
‘‘ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘อคารา อภินิกฺขมฺม, ปพฺพชิสฺสติกิญฺจโน;
ชาติยา สตฺตวสฺเสน, อรหตฺตํ ผุสิสฺสติ.
‘‘ยโต สรามิ อตฺตานํ, ยโต ปตฺโตสฺมิ สาสนํ;
เอตฺถนฺตเร น ชานามิ, เจตนํ อมโนรมํ.
‘‘สํสริตฺวา ภเว สพฺเพ, สมฺปตฺตานุภวึ อหํ;
โภเค เม อูนตา นตฺถิ, ผลํ ญาณสฺส โถมเน.
‘‘ติยคฺคี นิพฺพุตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;
สพฺพาสวา ปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
‘‘ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, ยํ ญาณมถวึ อหํ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลํ ญาณสฺส โถมเน.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
โส อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปุพฺเพนิวาสํ อนุปฏิปาฏิยา อนุสฺสรนฺโต ยาว อสญฺญภเว อจิตฺตกปฏิสนฺธิ, ตาว อทฺทส. ตโต ปญฺจ กปฺปสตานิ จิตฺตปฺปวตฺตึ อทิสฺวา อวสาเนว ทิสฺวา ‘‘กิเมต’’นฺติ อาวชฺเชนฺโต นยวเสน ‘‘อสญฺญภโว ภวิสฺสตี’’ติ นิฏฺฐํ อคมาสิ. เตนาห ภควา – ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อสญฺญสตฺตา นาม ทีฆายุกา เทวา, ตโต จุโต โสภิโต อิธูปปนฺโน, โส เอตํ ภวํ ชานาติ, โสภิโต อนุสฺสรตี’’ติ (ปารา. ๒๓๒ อตฺถโต สมานํ). เอวํ นยวเสน อนุสฺสรนฺตสฺส อนุสฺสรณโกสลฺลํ ทิสฺวา สตฺถา เถรํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. ตโต เอว จายํ อายสฺมา สวิเสสํ อตฺตโน ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ตสฺส จ ปจฺจยภูตํ ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา โสมนสฺสชาโต ตทตฺถทีปนํ อุทานํ อุทาเนนฺโต –
๑๖๕. ‘‘สติมา ปญฺญวา ภิกฺขุ, อารทฺธพลวีริโย;
ปญฺจ กปฺปสตานาหํ, เอกรตฺตึ อนุสฺสรึ.
๑๖๖. ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน, สตฺต อฏฺฐ จ ภาวยํ;
ปญฺจ กปฺปสตานาหํ, เอกรตฺตึ อนุสฺสริ’’นฺติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ สติมาติ สยํ สมุทาคมนสมฺปนฺนาย สติปฏฺฐานภาวนาปาริปูริยา สติเวปุลฺลปฺปตฺติยา จ สติมา. ปญฺญวาติ ฉฬภิญฺญาปาริปูริยา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติยา จ ปญฺญวา. ภินฺนกิเลสตาย ภิกฺขุ. สทฺธาทิพลานญฺเจว จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานวีริยสฺส จ สํสิทฺธิปาริปูริยา อารทฺธพลวีริโย. สทฺธาทีนเญฺหตฺถ พลคฺคหเณน คหณํ สติปิ สติอาทีนํ พลภาเว, ยถา ‘‘โคพลิพทฺธา ปุญฺญญาณสมฺภารา’’ติ. ปญฺจ กปฺปสตานาหํ, เอกรตฺตึ อนุสฺสรินฺติ เอกรตฺตึ วิย อนุสฺสรึ. วิย-สทฺโท หิ อิธ ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ, เอเตน ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณ อตฺตโน ญาณวสีภาวํ ทีเปติ.
อิทานิ ยาย ปฏิปตฺติยา อตฺตโน สติมนฺตาทิภาโว สาติสยํ ปุพฺเพนิวาสญาณญฺจ สิทฺธํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จตฺตาโร’’ติอาทินา ทุติยํ คาถมาห. ตตฺถ จตฺตาโร สติปฏฺฐาเนติ กายานุปสฺสนาทิเก อตฺตโน วิสยเภเทน จตุพฺพิเธ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสเก สติสงฺขาเต สติปฏฺฐาเน. สตฺตาติ สตฺต โพชฺฌงฺเค. อฏฺฐาติ อฏฺฐ มคฺคงฺคานิ. สติปฏฺฐาเนสุ หิ สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺตสฺส สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาวนาปาริปูรึ คตา เอว โหนฺติ, ตถา อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค. เตนาห ธมฺมเสนาปติ – ‘‘จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺตา สตฺต โพชฺฌงฺเค ยถาภูตํ ภาเวตฺวา’’ติอาทีหิ (ที. นิ. ๓.๑๔๓) สตฺตโกฏฺฐาสิเกสุ สตฺตตึสาย โพธิปกฺขิยธมฺเมสุ เอกสฺมึ โกฏฺฐาเส ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺเต อิตเร อคจฺฉนฺตา นาม นตฺถีติ. ภาวยนฺติ ภาวนาเหตุ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
โสภิตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. วลฺลิยตฺเถรคาถาวณฺณนา
ยํ กิจฺจํ ทฬฺหวีริเยนาติอาทิกา อายสฺมโต วลฺลิยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต สุเมธสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต วิชฺชาสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต อสีติโกฏิวิภวํ ปหาย ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ปพฺพตปาเท อรญฺญายตเน เอกิสฺสา นทิยา ตีเร อสฺสมํ กาเรตฺวา วิหรนฺโต อตฺตโน อนุคฺคณฺหนตฺถํ อุปคตํ สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส อชินจมฺมํ ปตฺถริตฺวา อทาสิ. ตตฺถ นิสินฺนํ ภควนฺตํ ปุปฺเผหิ จ จนฺทเนน จ ปูเชตฺวา อมฺพผลานิ ทตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิ. ตสฺส ภควา นิสินฺนาสนสมฺปตฺตึ ปกาเสนฺโต อนุโมทนํ วตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เวสาลิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ‘‘กณฺหมิตฺโต’’ติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต สตฺถุ เวสาลิคมเน พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ มหากจฺจานตฺเถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิ. โส มนฺทปญฺโญ ทนฺธปรกฺกโม จ หุตฺวา จิรํ กาลํ วิญฺญุํ สพฺรหฺมจารึ นิสฺสาเยว วสติ. ภิกฺขู ‘‘ยถา นาม วลฺลิ รุกฺขาทีสุ กิญฺจิ อนิสฺสาย วฑฺฒิตุํ น สกฺโกติ, เอวมยมฺปิ กญฺจิ ปณฺฑิตํ อนิสฺสาย วฑฺฒิตุํ น สกฺโกตี’’ติ วลฺลิโยเตฺวว สมุทาจรึสุ. อปรภาเค ปน เวณุทตฺตตฺเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺส โอวาเท ฐตฺวา สโต สมฺปชาโน หุตฺวา วิหรนฺโต ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา ปฏิปตฺติกฺกมํ เถรํ ปุจฺฉนฺโต –
๑๖๗. ‘‘ยํ กิจฺจํ ทฬฺหวีริเยน, ยํ กิจฺจํ โพทฺธุมิจฺฉตา;
กริสฺสํ นาวรชฺฌิสฺสํ, ปสฺส วีริยํ ปรกฺกมํ.
๑๖๘. ‘‘ตฺวญฺจ เม มคฺคมกฺขาหิ, อญฺชสํ อมโตคธํ;
อหํ โมเนน โมนิสฺสํ, คงฺคาโสโตว สาคร’’นฺติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ ยํ กิจฺจํ ทฬฺหวีริเยนาติ ทเฬฺหน วีริเยน ถิเรน ปรกฺกเมน, ทฬฺหวีริเยน วา ปุริสโธรเยฺหน ยํ กิจฺจํ กาตพฺพํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ. ยํ กิจฺจํ โพทฺธุมิจฺฉตาติ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ นิพฺพานเมว วา โพทฺธุํ พุชฺฌิตุํ อิจฺฉนฺเตน ปฏิวิชฺฌิตุกาเมน ยํ กิจฺจํ กรณียํ. กริสฺสํ นาวรชฺฌิสฺสนฺติ ตมหํ ทานิ กริสฺสํ น วิราเธสฺสํ, ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชิสฺสามิ. ปสฺส วีริยํ ปรกฺกมนฺติ ยถา ปฏิปชฺชมาเน ธมฺเม วิธินา อีรณโต ‘‘วีริยํ’’, ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนโต ‘‘ปรกฺกโม’’ติ จ ลทฺธนามํ สมฺมาวายามํ ปสฺส น สทฺธเมวาติ อตฺตโน กตฺตุกามตํ ทสฺเสติ.
ตฺวญฺจาติ กมฺมฏฺฐานทายกํ กลฺยาณมิตฺตํ อาลปติ. เมติ มยฺหํ. มคฺคมกฺขาหีติ อริยมคฺคํ กเถหิ, โลกุตฺตรมคฺคสมฺปาปกํ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ กเถหีติ อตฺโถ. อญฺชสนฺติ อุชุกํ มชฺฌิมปฏิปทาภาเวน อนฺตทฺวยสฺส อนุปคมนโต. อมเต นิพฺพาเน สมฺปาปกภาเวน ปติฏฺฐิตตฺตา อมโตคธํ. โมเนนาติ ญาเณน มคฺคปญฺญาย. โมนิสฺสนฺติ ชานิสฺสํ นิพฺพานํ ปฏิวิชฺฌิสฺสํ ปาปุณิสฺสํ. คงฺคาโสโตว สาครนฺติ ยถา คงฺคาย โสโต สาครํ สมุทฺทํ อวิรชฺฌนฺโต เอกํสโต โอคาหติ, เอวํ ‘‘อหํ กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชนฺโต มคฺคญาเณน นิพฺพานํ อธิคมิสฺสามิ, ตสฺมา ตํ กมฺมฏฺฐานํ เม อาจิกฺขถา’’ติ เถรํ กมฺมฏฺฐานํ ยาจิ.
ตํ สุตฺวา เวณุทตฺตตฺเถโร ตสฺส กมฺมฏฺฐานํ อทาสิ. โสปิ กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชนฺโต นจิรสฺเสว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๙.๗๕-๑๐๕) –
‘‘ปญฺจ กามคุเณ หิตฺวา, ปิยรูเป มโนรเม;
อสีติ โกฏิโย หิตฺวา, ปพฺพชึ อนคาริยํ.
‘‘ปพฺพชิตฺวาน กาเยน, ปาปกมฺมํ วิวชฺชยึ;
วจีทุจฺจริตํ หิตฺวา, นทีกูเล วสามหํ.
‘‘เอกกํ มํ วิหรนฺตํ, พุทฺธเสฏฺโฐ อุปาคมิ;
นาหํ ชานามิ พุทฺโธติ, อกาสึ ปฏิสนฺถารํ.
‘‘กริตฺวา ปฏิสนฺถารํ, นามโคตฺตมปุจฺฉหํ;
เทวตานุสิ คนฺธพฺโพ, อทุ สกฺโก ปุรินฺทโท.
‘‘โก วา ตฺวํ กสฺส วา ปุตฺโต, มหาพฺรหฺมา อิธาคโต;
วิโรเจสิ ทิสา สพฺพา, อุทยํ สูริโย ยถา.
‘‘สหสฺสารานิ จกฺกานิ, ปาเท ทิสฺสนฺติ มาริส;
โก วา ตฺวํ กสฺส วา ปุตฺโต, กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ.
‘‘นามโคตฺตํ ปเวเทหิ, สํสยํ อปเนหิ เม;
นมฺหิ เทวา น คนฺธพฺโพ, นมฺหิ สกฺโก ปุรินฺทโท.
‘‘พฺรหฺมภาโว จ เม นตฺถิ, เอเตสํ อุตฺตโม อหํ;
อตีโต วิสยํ เตสํ, ทาลยึ กามพนฺธนํ.