๑. อุตฺตรตฺเถรคาถาวณฺณนา
ขนฺธา มยา ปริญฺญาตาติ อายสฺมโต อุตฺตรตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺโต อิโต จตุนวุเต กปฺเป สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สาสเน ลทฺธปฺปสาโท หุตฺวา อุปาสกตฺตํ ปฏิเวเทสิ. โส สตฺถริ ปรินิพฺพุเต อตฺตโน ญาตเก สนฺนิปาเตตฺวา พหุํ ปูชาสกฺการํ สมฺภริตฺวา ธาตุปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาเกเต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อุตฺตโรติ ลทฺธนาโม วยปฺปตฺโต เกนจิเทว กรณีเยน สาวตฺถึ คโต กณฺฑมฺพมูเล กตํ ยมกปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ปสีทิตฺวา ปุน กาฬการามสุตฺตเทสนาย (อ. นิ. ๔.๒๔) อภิวฑฺฒมานสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา สตฺถารา สทฺธึ ราชคหํ คนฺตฺวา อุปสมฺปชฺชิตฺวา ตตฺเถว วสนฺโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๔๙.๑๐๖-๑๑๐) –
‘‘นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ, สิทฺธตฺเถ โลกนายเก;
มม ญาตี สมาเนตฺวา, ธาตุปูชํ อกาสหํ.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ธาตุมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ธาตุปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา สตฺถริ สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต พุทฺธุปฏฺฐานตฺถํ ราชคหโต สาวตฺถึ อุปคโต ภิกฺขูหิ ‘‘กึ, อาวุโส, ปพฺพชฺชากิจฺจํ ตยา มตฺถกํ ปาปิต’’นฺติ ปุฏฺโฐ อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๑๖๑. ‘‘ขนฺธา มยา ปริญฺญาตา, ตณฺหา เม สุสมูหตา;
ภาวิตา มม โพชฺฌงฺคา, ปตฺโต เม อาสวกฺขโย.
๑๖๒. ‘‘โสหํ ขนฺเธ ปริญฺญาย, อพฺพหิตฺวาน ชาลินึ;
ภาวยิตฺวาน โพชฺฌงฺเค, นิพฺพายิสฺสํ อนาสโว’’ติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ ขนฺธาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. ปริญฺญาตาติ ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ ปริจฺฉิชฺช ญาตา ภาวิตา. เตน ทุกฺขสฺส อริยสจฺจสฺส ปริญฺญาภิสมยมาห. ตณฺหาติ ตสติ ปริตสตีติ ตณฺหา. สุสมูหตาติ สมุคฺฆาฏิตา. เอเตน สมุทยสจฺจสฺส ปหานาภิสมยํ วทติ. ภาวิตา มม โพชฺฌงฺคาติ โพธิสงฺขาตาย สติอาทิธมฺมสามคฺคิยา, ตํสมงฺคิโน วา โพธิสงฺขาตสฺส อริยปุคฺคลสฺส องฺคาติ โพชฺฌงฺคา. สติธมฺมวิจยวีริยปีติปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสงฺขาตา มคฺคปริยาปนฺนา ธมฺมา มยา ภาวิตา อุปฺปาทิตา วฑฺฒิตา. โพชฺฌงฺคคฺคหเณเนว เจตฺถ ตํสหจริตตาย สพฺเพ มคฺคธมฺมา, สพฺเพ จ โพธิปกฺขิยธมฺมา คหิตาติ ทฏฺฐพฺพา. เอเตเนว มคฺคสจฺจสฺส ภาวนาภิสมยํ ทสฺเสติ. ปตฺโต เม อาสวกฺขโยติ กามาสวาทโย อาสวา ขียนฺติ เอตฺถาติ อาสวกฺขโยติ ลทฺธนาโม อสงฺขตธมฺโม มยา ปตฺโต อธิคโต. เอเตน นิโรธสจฺจสฺส สจฺฉิกิริยาภิสมยํ กเถติ. เอตฺตาวตา อตฺตโน สอุปาทิเสสนิพฺพานสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ.
อิทานิ ปน อนุปาทิเสสนิพฺพานสมฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘โสห’’นฺติอาทินา ทุติยํ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – โสหํ เอวํ วุตฺตนเยน ขนฺเธ ปริญฺญาย ปริชานิตฺวา, ตถา ปริชานนฺโต เอว สกอตฺตภาวปรอตฺตภาเวสุ อชฺฌตฺติกพาหิรายตเนสุ อตีตาทิเภทภินฺเนสุ สํสิพฺพนาการํ ปุนปฺปุนํ ปวตฺติสงฺขาตํ ชาลํ เอตสฺส อตฺถีติ ชาลินีติ ลทฺธนามํ ตณฺหํ อพฺพหิตฺวาน มม จิตฺตสนฺตานโต อุทฺธริตฺวา, ตถา นํ อุทฺธรนฺโตเยว วุตฺตปฺปเภเท โพชฺฌงฺเค ภาวยิตฺวาน เต ภาวนาปาริปูรึ ปาเปตฺวา ตโต เอว อนาสโว หุตฺวา ฐิโต อิทานิ จริมกจิตฺตนิโรเธน อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท นิพฺพายิสฺสํ ปรินิพฺพายิสฺสามีติ.
อุตฺตรตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.