๖. มหากาฬตฺเถรคาถาวณฺณนา

กาฬี อิตฺถีติ อายสฺมโต มหากาฬตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เกนจิเทว กรณีเยน อรญฺญํ คโต ตตฺถ อญฺญตรสฺส รุกฺขสฺส สาขาย โอลมฺพมานํ ปํสุกูลจีวรํ ทิสฺวา ‘‘อริยทฺธโช โอลมฺพตี’’ติ ปสนฺนจิตฺโต กิงฺกณิปุปฺผานิ คเหตฺวา ปํสุกูลํ ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เสตพฺยนคเร สตฺถวาหกุเล นิพฺพตฺติตฺวา มหากาโฬติ ลทฺธนาโม วิญฺญุตํ ปตฺวา ฆราวาสํ วสนฺโต ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ภณฺฑํ คเหตฺวา วาณิชฺชวเสน สาวตฺถึ คโต เอกมนฺตํ สกฏสตฺถํ นิเวเสตฺวา อทฺธานปริสฺสมํ วิโนเทตฺวา อตฺตโน ปริสาย สทฺธึ นิสินฺโน สายนฺหสมยํ คนฺธมาลาทิหตฺเถ อุปาสเก เชตวนํ คจฺฉนฺเต ทิสฺวา สยมฺปิ เตหิ สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา โสสานิกงฺคํ อธิฏฺฐาย สุสาเน วสติ. อเถกทิวสํ กาฬี นาม เอกา อิตฺถี ฉวฑาหิกา เถรสฺส กมฺมฏฺฐานตฺถาย อจิรมตสรีรํ อุโภ สตฺถี ภินฺทิตฺวา อุโภ จ พาหู ภินฺทิตฺวา สีสญฺจ ทธิถาลกํ วิย ภินฺทิตฺวา สพฺพํ องฺคปจฺจงฺคํ สมฺพนฺธเมว กตฺวา เถรสฺส โอโลเกตุํ โยคฺยฏฺฐาเน ฐเปตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เถโร ตํ ทิสฺวา อตฺตานํ โอวทนฺโต –

๑๕๑. ‘‘กาฬี อิตฺถี พฺรหตี ธงฺกรูปา, สตฺถิญฺจ เภตฺวา อปรญฺจ สตฺถึ;

พาหญฺจ เภตฺวา อปรญฺจ พาหํ, สีสญฺจ เภตฺวา ทธิถาลกํว;

เอสา นิสินฺนา อภิสนฺทหิตฺวา.

๑๕๒. ‘‘โย เว อวิทฺวา อุปธึ กโรติ, ปุนปฺปุนํ ทุกฺขมุเปติ มนฺโท;

ตสฺมา ปชานํ อุปธึ น กยิรา, มาหํ ปุน ภินฺนสิโร สยิสฺส’’นฺติ. –

คาถาทฺวยํ อภาสิ.

ตตฺถ กาฬีติ ตสฺสา นามํ, กาฬวณฺณตฺตา วา เอวํ วุตฺตํ. พฺรหตีติ มหาสรีรา อาโรหปริณาหวตี. ธงฺกรูปาติ กาฬวณฺณตฺตา เอว กากสทิสรูปา. สตฺถิญฺจ เภตฺวาติ มตสรีรสฺส สตฺถึ ชณฺณุเภทเนน ภญฺชิตฺวา. อปรญฺจ สตฺถินฺติ อิตรญฺจ สตฺถึ ภญฺชิตฺวา. พาหญฺจ เภตฺวาติ พาหฏฺฐิญฺจ อคฺคพาหฏฺฐาเนเยว ภญฺชิตฺวา. สีสญฺจ เภตฺวา ทธิถาลกํวาติ มตสรีรสฺส สีสํ ภินฺทิตฺวา ภินฺนตฺตา เอว เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ ปคฺฆรนฺตํ ทธิถาลกํ วิย, ปคฺฆรนฺตํ มตฺถลุงฺคํ กตฺวาติ อตฺโถ. เอสา นิสินฺนา อภิสนฺทหิตฺวาติ ฉินฺนภินฺนาวยวํ มตสรีรํ เต อวยเว ยถาฐาเนเยว ฐปเนน สนฺทหิตฺวา สหิตํ กตฺวา มํสาปณํ ปสาเรนฺตี วิย เอสา นิสินฺนา.

โย เว อวิทฺวา อุปธึ กโรตีติ โย อิมาย อุปฏฺฐาปิตํ กมฺมฏฺฐานํ ทิสฺวาปิ อวิทฺวา อกุสโล กมฺมฏฺฐานํ ฉฑฺเฑตฺวา อโยนิโสมนสิกาเรน กิเลสูปธึ อุปฺปาเทติ, โส มนฺโท มนฺทปญฺโญ สํสารสฺส อนติวตฺตนโต ปุนปฺปุนํ อปราปรํ นิรยาทีสุ ทุกฺขํ อุเปติ. ตสฺมา ปชานํ อุปธึ น กยิราติ ตสฺมาติ ยสฺมา เจตเทวํ, ตสฺมา. ปชานํ อุปธินฺติ ‘‘อิธ ยํ ทุกฺขํ สมฺโภตี’’ติ ปชานนฺโต โยนิโส มนสิกโรนฺโต กิเลสูปธึ น กยิรา น อุปฺปาเทยฺย. กสฺมา? มาหํ ปุน ภินฺนสิโร สยิสฺสนฺติ ยถยิทํ มตสรีรํ ภินฺนสรีรํ สยติ, เอวํ กิเลสูปธีหิ สํสาเร ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติยา กฏสิวฑฺฒโก หุตฺวา ภินฺนสิโร อหํ มา สยิสฺสนฺติ. เอวํ วทนฺโต เอว เถโร วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๘-๑๔) –

‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, อุทงฺคโณ นาม ปพฺพโต;

ตตฺถทฺทสํ ปํสุกูลํ, ทุมคฺคมฺหิ วิลมฺพิตํ.

‘‘ตีณิ กิงฺกณิปุปฺผานิ, โอจินิตฺวานหํ ตทา;

หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน, ปํสุกูลมปูชยึ.

‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปูชิตฺวา อรหทฺธชํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

มหากาฬตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.