๒. ทุติยวคฺโค
๑. มหาจุนฺทตฺเถรคาถาวณฺณนา
สุสฺสูสาติ อายสฺมโต มหาจุนฺทตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุมฺภการกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต กุมฺภการกมฺเมน ชีวนฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส เอกํ มตฺติกาปตฺตํ สฺวาภิสงฺขตํ กตฺวา ภควโต อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ นาลกคาเม รูปสาริยา พฺราหฺมณิยา ปุตฺโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส กนิฏฺฐภาตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ, จุนฺโทติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต ธมฺมเสนาปตึ อนุปพฺพชิตฺวา ตํ นิสฺสาย วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ฆเฏนฺโต วายมนฺโต นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๑.๓๙-๕๐) –
‘‘นคเร หํสวติยา, กุมฺภกาโร อโหสหํ;
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, โอฆติณฺณมนาสวํ.
‘‘สุกตํ มตฺติกาปตฺตํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ;
ปตฺตํ ทตฺวา ภควโต, อุชุภูตสฺส ตาทิโน.
‘‘ภเว นิพฺพตฺตมาโนหํ, โสณฺณถาเล ลภามหํ;
รูปิมเย จ โสวณฺเณ, ตฏฺฏิเก จ มณีมเย.
‘‘ปาติโย ปริภุญฺชามิ, ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ;
ยสานญฺจ ธนานญฺจ, อคฺคภูโต จ โหมหํ.
‘‘ยถาปิ ภทฺทเก เขตฺเต, พีชํ อปฺปมฺปิ โรปิตํ;
สมฺมาธารํ ปเวจฺฉนฺเต, ผลํ โตเสติ กสฺสกํ.
‘‘ตเถวิทํ ปตฺตทานํ, พุทฺธเขตฺตมฺหิ โรปิตํ;
ปีติธาเร ปวสฺสนฺเต, ผลํ มํ โตสยิสฺสติ.
‘‘ยาวตา เขตฺตา วิชฺชนฺติ, สงฺฆาปิ จ คณาปิ จ;
พุทฺธเขตฺตสโม นตฺถิ, สุขโท สพฺพปาณินํ.
‘‘นโม เต ปุริสาชญฺญ, นโม เต ปุริสุตฺตม;
เอกปตฺตํ ททิตฺวาน, ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปตฺตมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปตฺตทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา อตฺตนา ปฏิลทฺธสมฺปตฺติยา การณภูตํ ครูปนิสฺสยํ วิเวกวาสญฺจ กิตฺเตนฺโต –
๑๔๑. ‘‘สุสฺสูสา สุตวทฺธนี, สุตํ ปญฺญาย วทฺธนํ;
ปญฺญาย อตฺถํ ชานาติ, ญาโต อตฺโถ สุขาวโห.
๑๔๒. ‘‘เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานิ, จเรยฺย สํโยชนวิปฺปโมกฺขํ;
สเจ รตึ นาธิคจฺเฉยฺย ตตฺถ, สงฺเฆ วเส รกฺขิตตฺโต สตีมา’’ติ. –
คาถาทฺวยํ อภาสิ.
ตตฺถ สุสฺสูสาติ โสตพฺพยุตฺตสฺส สพฺพสุตสฺส โสตุมิจฺฉา, ครุสนฺนิวาโสปิ. ทิฏฺฐธมฺมิกาทิเภทญฺหิ อตฺถํ โสตุมิจฺฉนฺเตน กลฺยาณมิตฺเต อุปสงฺกมิตฺวา วตฺตกรเณน ปยิรุปาสิตฺวา ยทา เต ปยิรุปาสนาย อาราธิตจิตฺตา กญฺจิ อุปนิสีทิตุกามา โหนฺติ, อถ เน อุปนิสีทิตฺวา อธิคตาย โสตุมิจฺฉาย โอหิตโสเตน โสตพฺพํ โหตีติ ครุสนฺนิวาโสปิ สุสฺสูสาเหตุตาย ‘‘สุสฺสูสา’’ติ วุจฺจติ. สา ปนายํ สุสฺสูสา สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิปฏิสํยุตฺตํ สุตํ ตํสมงฺคิโน ปุคฺคลสฺส วฑฺเฒติ พฺรูเหตีติ สุตวทฺธนี, พาหุสจฺจการีติ อตฺโถ. สุตํ ปญฺญาย วทฺธนนฺติ ยํ ตํ ‘‘สุตธโร สุตสนฺนิจโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๓๙; อ. นิ. ๔.๒๒) ‘‘อิเธกจฺจสฺส พหุกํ สุตํ โหติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณ’’นฺติ (อ. นิ. ๔.๖) จ เอวมาทินา นเยน วุตฺตํ พาหุสจฺจํ, ตํ อกุสลปฺปหานกุสลาธิคมนเหตุภูตํ ปญฺญํ วทฺเธตีติ สุตํ ปญฺญาย วทฺธนํ, วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘สุตาวุโธ โข, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อกุสลํ ปชหติ, กุสลํ ภาเวติ, สาวชฺชํ ปชหติ, อนวชฺชํ ภาเวติ, สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรตี’’ติ (อ. นิ. ๗.๖๗).
ปญฺญาย อตฺถํ ชานาตีติ พหุสฺสุโต สุตมยญาเณ ฐิโต ตํ ปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชนฺโต สุตานุสาเรน อตฺถูปปริกฺขาย ธมฺมนิชฺฌาเนน ภาวนาย จ โลกิยโลกุตฺตรเภทํ ทิฏฺฐธมฺมาทิวิภาคํ ทุกฺขาทิวิภาคญฺจ อตฺถํ ยถาภูตํ ปชานาติ จ ปฏิวิชฺฌติ จ, เตนาห ภควา –
‘‘สุตสฺส ยถาปริยตฺตสฺส อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน โหตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๖).
‘‘ธตานํ ธมฺมานํ อตฺถํ อุปปริกฺขติ, อตฺถํ อุปปริกฺขโต ธมฺมา นิชฺฌานํ ขมนฺติ, ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺติยา สติ ฉนฺโท ชายติ, ฉนฺทชาโต อุสฺสหติ, อุสฺสหิตฺวา ตุเลติ, ตุลยิตฺวา ปทหติ, ปหิตตฺโต สมาโน กาเยน เจว ปรมสจฺจํ สจฺฉิกโรติ, ปญฺญาย จ นํ อติวิชฺฌ ปสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๔๓๒) จ.
ญาโต อตฺโถ สุขาวโหติ ยถาวุตฺโต ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอตฺโถ เจว ทุกฺขาทิอตฺโถ จ ยาถาวโต ญาโต อธิคโต โลกิยโลกุตฺตรเภทํ สุขํ อาวหติ นิปฺผาเทตีติ อตฺโถ.
ฐิตาย ภาวนาปญฺญาย สุตมตฺเตเนว น สิชฺฌตีติ ตสฺสา ปฏิปชฺชนวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘เสเวถ…เป…วิปฺปโมกฺข’’นฺติ อาห. ตตฺถ เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานีติ กายวิเวกมาห. เตน สํโยชนปฺปหานสฺส จ วกฺขมานตฺตา วิเวการหสฺเสว วิเวกวาโสติ สีลสํวราทโย อิธ อวุตฺตสิทฺธา เวทิตพฺพา. จเรยฺย สํโยชนวิปฺปโมกฺขนฺติ ยถา สํโยชเนหิ จิตฺตํ วิปฺปมุจฺจติ, ตถา วิปสฺสนาภาวนํ มคฺคภาวนญฺจ จเรยฺย ปฏิปชฺเชยฺยาติ อตฺโถ. สเจ รตึ นาธิคจฺเฉยฺย ตตฺถาติ เตสุ ปนฺตเสนาสเนสุ ยถาลทฺเธสุ อธิกุสลธมฺเมสุ จ รตึ ปุพฺเพนาปรํ วิเสสสฺส อลาภโต อภิรตึ น ลเภยฺย, สงฺเฆ ภิกฺขุสมูเห รกฺขิตตฺโต กมฺมฏฺฐานปริคณฺหนโต รกฺขิตจิตฺโต ฉสุ ทฺวาเรสุ สติอารกฺขาย อุปฏฺฐปเนน สติมา วเสยฺย วิหเรยฺย, เอวํ วิหรนฺตสฺส จ อปิ นาม สํโยชนวิปฺปโมกฺโข ภเวยฺยาติ อธิปฺปาโย.
มหาจุนฺทตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. โชติทาสตฺเถรคาถาวณฺณนา
เย โข เตติ อายสฺมโต โชติทาสตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต สิขิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ ปิณฺฑาย คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต กาสุมาริกผลํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ปาทิยตฺถชนปเท วิภวสมฺปนฺนสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, โชติทาโสติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺวา ฆรมาวสนฺโต เอกทิวสํ มหากสฺสปตฺเถรํ อตฺตโน คาเม ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต โภเชตฺวา เถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา อตฺตโน คามสมีเป ปพฺพเต มหนฺตํ วิหารํ กาเรตฺวา เถรํ ตตฺถ วาเสตฺวา จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหนฺโต เถรสฺส ธมฺมเทสนาย ปฏิลทฺธสํเวโค ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๑.๕๑-๕๖) –
‘‘กณิการํว โชตนฺตํ, นิสินฺนํ ปพฺพตนฺตเร;
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, โลกเชฏฺฐํ นราสภํ.
‘‘ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, สิเร กตฺวาน อญฺชลึ;
กาสุมาริกมาทาย, พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ผลํ อททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา ตีณิ ปิฏกานิ อุคฺคเหตฺวา วิเสสโต วินยปิฏเก สุกุสลภาวํ ปตฺวา ทสวสฺสิโก ปริสุปฏฺฐาโก จ หุตฺวา พหูหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภควนฺตํ วนฺทิตุํ สาวตฺถึ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค อทฺธานปริสฺสมวิโนทนตฺถํ ติตฺถิยานํ อารามํ ปวิสิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน เอกํ ปญฺจตปํ ตปนฺตํ พฺราหฺมณํ ทิสฺวา, ‘‘กึ, พฺราหฺมณ, อญฺญสฺมึ ตปนีเย อญฺญํ ตปตี’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ กุปิโต, ‘‘โภ, มุณฺฑก, กึ อญฺญํ ตปนีย’’นฺติ อาห. เถโร ตสฺส –
‘‘โกโป จ อิสฺสา ปรเหฐนา จ, มาโน จ สารมฺภมโท ปมาโท;
ตณฺหา อวิชฺชา ภวสงฺคตี จ, เต ตปฺปนียา น หิ รูปขนฺโธ’’ติ. –
คาถาย ธมฺมํ เทเสสิ. ตํ สุตฺวา โส พฺราหฺมโณ ตสฺมึ ติตฺถิยาราเม สพฺเพ อญฺญติตฺถิยา จ เถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชึสุ. เถโร เตหิ สทฺธึ สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา กติปาหํ ตตฺถ วสิตฺวา อตฺตโน ชาติภูมึเยว คโต ทสฺสนตฺถํ อุปคเตสุ ญาตเกสุ นานาลทฺธิเก ยญฺญสุทฺธิเก โอวทนฺโต –
๑๔๓. ‘‘เย โข เต เวฐมิสฺเสน, นานตฺเตน จ กมฺมุนา;
มนุสฺเส อุปรุนฺธนฺติ, ผรุสูปกฺกมา ชนา;
เตปิ ตตฺเถว กีรนฺติ, น หิ กมฺมํ ปนสฺสติ.
๑๔๔. ‘‘ยํ กโรติ นโร กมฺมํ, กลฺยาณํ ยทิ ปาปกํ;
ตสฺส ตสฺเสว ทายาโท, ยํ ยํ กมฺมํ ปกุพฺพตี’’ติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ เยติ อนิยมุทฺเทโส. เตติ อนิยมโต เอว ปฏินิทฺเทโส. ปททฺวยสฺสาปิ ‘‘ชนา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. โขติ นิปาตมตฺตํ. เวฐมิสฺเสนาติ วรตฺตขณฺฑาทินา สีสาทีสุ เวฐทาเนน. ‘‘เวธมิสฺเสนา’’ติปิ ปาฬิ, โส เอวตฺโถ. นานตฺเตน จ กมฺมุนาติ หนนฆาตนหตฺถปาทาทิจฺเฉทเนน ขุทฺทกเสฬทานาทินา จ นานาวิเธน ปรูปฆาตกมฺเมน. มนุสฺเสติ นิทสฺสนมตฺตํ, ตสฺมา เย เกจิ สตฺเตติ อธิปฺปาโย. อุปรุนฺธนฺตีติ วิพาเธนฺติ. ผรุสูปกฺกมาติ ทารุณปโยคา, กุรูรกมฺมนฺตาติ อตฺโถ. ชนาติ สตฺตา. เตปิ ตตฺเถว กีรนฺตีติ เต วุตฺตปฺปการา ปุคฺคลา ยาหิ กมฺมการณาหิ อญฺเญ พาธึสุ. ตตฺเถว ตาสุเยว การณาสุ สยมฺปิ กีรนฺติ ปกฺขิปียนฺติ, ตถารูปํเยว ทุกฺขํ อนุภวนฺตีติ อตฺโถ. ‘‘ตเถว กีรนฺตี’’ติ จ ปาโฐ, ยถา สยํ อญฺเญสํ ทุกฺขํ อกํสุ, ตเถว อญฺเญหิ กรียนฺติ, ทุกฺขํ ปาปียนฺตีติ อตฺโถ, กสฺมา? น หิ กมฺมํ ปนสฺสติ กมฺมญฺหิ เอกนฺตํ อุปจิตํ วิปากํ อทตฺวา น วิคจฺฉติ, อวเสสปจฺจยสมวาเย วิปจฺจเตวาติ อธิปฺปาโย.
อิทานิ ‘‘น หิ กมฺมํ ปนสฺสตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิภชิตฺวา สตฺตานํ กมฺมสฺสกตํ วิภาเวตุํ ‘‘ยํ กโรตี’’ติ คาถํ อภาสิ. ตสฺสตฺโถ ยํ กมฺมํ กลฺยาณํ กุสลํ, ยทิ วา ปาปกํ อกุสลํ สตฺโต กโรติ, กโรนฺโต จ ตตฺถ ยํ กมฺมํ ยถา ผลทานสมตฺถํ โหติ, ตถา ปกุพฺพติ อุปจิโนติ. ตสฺส ตสฺเสว ทายาโทติ ตสฺส ตสฺเสว กมฺมผลสฺส คณฺหนโต เตน เตน กมฺเมน ทาตพฺพวิปากสฺส ภาคี โหตีติ อตฺโถ. เตนาห ภควา – ‘‘กมฺมสฺสกา, มาณว, สตฺตา กมฺมทายาทา’’ติอาทิ (ม. นิ. ๓.๒๘๙). อิมา คาถา สุตฺวา เถรสฺส ญาตกา กมฺมสฺสกตายํ ปติฏฺฐหึสูติ.
โชติทาสตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. เหรญฺญกานิตฺเถรคาถาวณฺณนา
อจฺจยนฺติ อโหรตฺตาติ อายสฺมโต เหรญฺญกานิตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ปเรสํ ภตโก หุตฺวา ชีวนฺโต เอกทิวสํ สุชาตสฺส นาม สตฺถุสาวกสฺส ปํสุกูลํ ปริเยสนฺตสฺส อุปฑฺฒทุสฺสํ ปริจฺจชิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โกสลรญฺโญ คามโภชกสฺส โจรโวสาสกสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เหรญฺญกานีติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต ปิตุ อจฺจเยน รญฺญา ตสฺมึเยว คามโภชกฏฺฐาเน ฐปิโต เชตวนปฏิคฺคหเณ พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ อตฺตโน กนิฏฺฐสฺส ตํ ฐานนฺตรํ ทาเปตฺวา ราชานํ อาปุจฺฉิตฺวา ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๓๑-๔๐) –
‘‘ปทุมุตฺตรภควโต, สุชาโต นาม สาวโก;
ปํสุกูลํ คเวสนฺโต, สงฺกาเร จรเต ตทา.
‘‘นคเร หํสวติยา, ปเรสํ ภตโก อหํ;
อุปฑฺฒทุสฺสํ ทตฺวาน, สิรสา อภิวาทยึ.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘เตตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท, เทวรชฺชมการยึ;
สตฺตสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ.
‘‘ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ;
อุปฑฺฒทุสฺสทาเนน, โมทามิ อกุโตภโย.
‘‘อิจฺฉมาโน จหํ อชฺช, สกานนํ สปพฺพตํ;
โขมทุสฺเสหิ ฉาเทยฺยํ, อฑฺฒทุสฺสสฺสิทํ ผลํ.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, อฑฺฒทุสฺสสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน กนิฏฺฐภาตรํ ตโต กมฺมโต นิวตฺเตตุกาโม ตสฺมึเยว กมฺเม อภิรตํ ทิสฺวา ตํ โจเทนฺโต –
๑๔๕. ‘‘อจฺจยนฺติ อโหรตฺตา, ชีวิตํ อุปรุชฺฌติ;
อายุ ขียติ มจฺจานํ, กุนฺนทีนํว โอทกํ.
๑๔๖. ‘‘อถ ปาปานิ กมฺมานิ, กรํ พาโล น พุชฺฌติ;
ปจฺฉาสฺส กฏุกํ โหติ, วิปาโก หิสฺส ปาปโก’’ติ. –
คาถาทฺวยํ อภาสิ.
ตตฺถ อจฺจยนฺตีติ อติกฺกมนฺติ, ลหุํ ลหุํ อปคจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. อโหรตฺตาติ รตฺตินฺทิวา. ชีวิตํ อุปรุชฺฌตีติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ ขณิกนิโรธวเสน นิรุชฺฌติ. วุตฺตญฺหิ ‘‘ขเณ ขเณ, ตฺวํ ภิกฺขุ, ชายสิ จ ชิยฺยสิ จ มิยฺยสิ จ จวสิ จ อุปปชฺชสิ จา’’ติ. อายุ ขียติ มจฺจานนฺติ มริตพฺพสภาวตฺตา มจฺจาติ ลทฺธนามานํ อิเมสํ สตฺตานํ อายุ ‘‘โย จิรํ ชีวติ, โส วสฺสสตํ อปฺปํ วา ภิยฺโย’’ติ (ที. นิ. ๒.๙๑; สํ. นิ. ๒.๑๔๓; อ. นิ. ๗.๗๔) เอวํ ปริจฺฉินฺนกาลปรมายุ ขียติ ขยญฺจ สมฺเภทญฺจ คจฺฉติ, ยถา กึ? กุนฺนทีนํว โอทกํ ยถา นาม กุนฺนทีนํ ปพฺพเตยฺยานํ ขุทฺทกนทีนํ อุทกํ จิรํ น ติฏฺฐติ, ลหุตรํ ขียติ, อาคตมตฺตํเยว วิคจฺฉติ, เอวํ สตฺตานํ อายุ ลหุตรํ ขียติ ขยํ คจฺฉติ. เอตฺถ จ อุทกเมว ‘‘โอทก’’นฺติ วุตฺตํ, ยถา มโนเยว มานสนฺติ.
อถ ปาปานิ กมฺมานิ, กรํ พาโล น พุชฺฌตีติ เอวํ สํสาเร อนิจฺเจปิ สมาเน พาโล โลภวเสน วา โกธวเสน วา ปาปานิ กมฺมานิ กโรติ, กโรนฺโตปิ น พุชฺฌติ, ปาปํ กโรนฺโต จ ‘‘ปาปํ กโรมี’’ติ อพุชฺฌนโก นาม นตฺถิ, ‘‘อิมสฺส กมฺมสฺส เอวรูโป ทุกฺโข วิปาโก’’ติ ปน อชานนโต ‘‘น พุชฺฌตี’’ติ วุตฺตํ. ปจฺฉาสฺส กฏุกํ โหตีติ ยทิปิ ปาปสฺส กมฺมสฺส อายูหนกฺขเณ ‘‘อิมสฺส กมฺมสฺส เอวรูโป วิปาโก’’ติ น พุชฺฌติ, ตโต ปจฺฉา ปน นิรยาทีสุ นิพฺพตฺตสฺส อสฺส พาลสฺส กฏุกํ อนิฏฺฐํ ทุกฺขเมว โหติ. วิปาโก หิสฺส ปาปโก ยสฺมา อสฺส ปาปกมฺมสฺส นาม วิปาโก ปาปโก นิหีโน อนิฏฺโฐ เอวาติ. อิมํ ปน โอวาทํ สุตฺวา เถรสฺส กนิฏฺฐภาตา ราชานํ อาปุจฺฉิตฺวา ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว สทตฺถํ นิปฺผาเทสิ.
เหรญฺญกานิตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. โสมมิตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา
ปริตฺตํ ทารุนฺติ อายสฺมโต โสมมิตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต สิขิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต พุทฺธคุเณ สุตฺวา ปสนฺนมานโส เอกทิวสํ กึสุกรุกฺขํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา ปุปฺผานิ คเหตฺวา สตฺถารํ อุทฺทิสฺส อากาเส ขิปิตฺวา ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท พาราณสิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา โสมมิตฺโตติ ลทฺธนาโม ติณฺณํ เวทานํ ปารคู หุตฺวา วิมเลน นาม เถเรน กตปริจยตฺตา อภิณฺหํ ตสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺโต ธมฺมํ สุตฺวา สาสเน ลทฺธปฺปสาโท ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท วตฺตปฏิวตฺตํ ปูเรนฺโต วิจรติ. วิมลตฺเถโร ปน กุสีโต มิทฺธพหุโล รตฺตินฺทิวํ วีตินาเมติ. โสมมิตฺโต ‘‘กุสีตํ นาม นิสฺสาย โก คุโณ’’ติ ตํ ปหาย มหากสฺสปตฺเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺส โอวาเท ฐตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๒๕-๓๐) –
‘‘กึสุกํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา, ปคฺคเหตฺวาน อญฺชลึ;
พุทฺธเสฏฺฐํ สริตฺวาน, อากาเส อภิปูชยึ.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;
นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา, วิหรามิ อนาสโว.
‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ, มม พุทฺธสฺส สนฺติเก;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา วิมลตฺเถรํ โอวาเทน ตชฺเชนฺโต –
๑๔๗. ‘‘ปริตฺตํ ทารุมารุยฺห, ยถา สีเท มหณฺณเว;
เอวํ กุสีตมาคมฺม, สาธุชีวีปิ สีทติ;
ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย, กุสีตํ หีนวีริยํ.
๑๔๘. ‘‘ปวิวิตฺเตหิ อริเยหิ, ปหิตตฺเตหิ ฌายิภิ;
นิจฺจํ อารทฺธวีริเยหิ, ปณฺฑิเตหิ สหาวเส’’ติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ ปริตฺตํ ทารุมารุยฺห, ยถา สีเท มหณฺณเวติ เปสโลปิ กุลปุตฺโต กุสีตํ อลสปุคฺคลํ นิสฺสาย สีทติ สํสาเร ปตติ, น ตสฺส ปารํ นิพฺพานํ คจฺฉติ. ยสฺมา เอตเทวํ, ตสฺมา ตํ อธิกุสลธมฺมวเสน สีสํ อนุกฺขิปิตฺวา กุจฺฉิตํ สีทนโต กุสีตํ วีริยารมฺภาภาวโต หีนวีริยํ ปุคฺคลํ สพฺพถา วชฺเชยฺย, น ตสฺส ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺเชยฺยาติ อตฺโถ.
เอวํ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย คาถาย โกสชฺเช อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วีริยารมฺเภ อานิสํเส ทสฺเสตุํ ‘‘ปวิวิตฺเตหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – เย ปน กายวิเวกสมฺภเวน ปวิวิตฺตา, ตโต เอว กิเลเสหิ อารกตฺตา อริยา, นิพฺพานํ ปติเปสิตตฺตตาย ปหิตตฺตา อารมฺมณูปนิชฺฌานวเสน ลกฺขณูปนิชฺฌานวเสน จ ฌายิโน, สพฺพกาลํ ปคฺคหิตวีริยตาย อารทฺธวีริยา, โลกิยโลกุตฺตรเภทาย ปญฺญาย สมนฺนาคตตฺตา ปณฺฑิตา, เตหิเยว สห อาวเสยฺย สทตฺถํ นิปฺผาเทตุกาโม สํวเสยฺยาติ. ตํ สุตฺวา วิมลตฺเถโร สํวิคฺคมานโส วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา สทตฺถํ อาราเธสิ. สฺวายมตฺโถ ปรโต อาคมิสฺสติ.
โสมมิตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. สพฺพมิตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา
ชโน ชนมฺหิ สมฺพทฺโธติ อายสฺมโต สพฺพมิตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต ทฺวานวุเต กปฺเป ติสฺสสฺส ภควโต กาเล เนสาทกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วนจาริโก หุตฺวา วเน มิเค วธิตฺวา มํสํ ขาทนฺโต ชีวติ. อถสฺส ภควา อนุคฺคณฺหนตฺถํ วสนฏฺฐานสมีเป ตีณิ ปทเจติยานิ ทสฺเสตฺวา ปกฺกามิ. โส อตีตกาเล สมฺมาสมฺพุทฺเธสุ กตปริจยตฺตา จกฺกงฺกิตานิ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส โกรณฺฑปุปฺเผหิ ปูชํ กตฺวา เตน ปุญฺญกมฺเมน ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถินคเร พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ, สพฺพมิตฺโตติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต เชตวนปฏิคฺคหเณ พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺโต วสฺสํ อุปคนฺตฺวา วุฏฺฐวสฺโส ภควนฺตํ วนฺทิตุํ สาวตฺถึ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค มาควิเกหิ โอฑฺฑิเต ปาเส มิคโปตกํ พทฺธํ อทฺทส. มาตา ปนสฺส มิคี ปาสํ อปฺปวิฏฺฐาปิ ปุตฺตสิเนเหน ทูรํ น คจฺฉติ, มรณภเยน ปาสสมีปมฺปิ น อุปคจฺฉติ มิคโปตโก จ ภีโต อิโต จิโต จ ปริวตฺเตนฺโต กรุณํ วิลปติ, ตํ ทิสฺวา เถโร, ‘‘อโห สตฺตานํ เสฺนหเหตุกํ ทุกฺข’’นฺติ คจฺฉนฺโต ตโต ปรํ สมฺพหุเล โจเร เอกํ ปุริสํ ชีวคาหํ คเหตฺวา ปลาลเวณิยา สรีรํ เวเฐตฺวา ฌาเปนฺเต, ตญฺจ มหาวิรวํ วิรวนฺตํ ทิสฺวา ตทุภยํ นิสฺสาย สญฺชาตสํเวโค เตสํ โจรานํ สุณนฺตานํเยว –
๑๔๙. ‘‘ชโน ชนมฺหิ สมฺพทฺโธ, ชนเมวสฺสิโต ชโน;
ชโน ชเนน เหฐียติ, เหเฐติ จ ชโน ชนํ.
๑๕๐. ‘‘โก หิ ตสฺส ชเนนตฺโถ, ชเนน ชนิเตน วา;
ชนํ โอหาย คจฺฉํ ตํ, เหฐยิตฺวา พหุํ ชน’’นฺติ. – คาถาทฺวยํ อภาสิ;
ตตฺถ ชโนติ อนฺธพาลชโน. ชนมฺหีติ อญฺเญ ชเน. สมฺพทฺโธติ ตณฺหาพนฺธเนน พทฺโธ. ‘‘อยํ เม ปุตฺโต, มาตา’’ติอาทินา ปฏิพทฺโธ. อยเมว วา ปาโฐ, ‘‘อิเม มํ โปเสนฺติ, อหํ อิเม นิสฺสาย ชีวามี’’ติ ปฏิพทฺธจิตฺโตติ อตฺโถ. ชนเมวสฺสิโต ชโนติ ‘‘อยํ เม ปุตฺโต, ธีตา’’ติอาทินา อญฺญเมว ชนํ อญฺโญ ชโน อสฺสิโต ตณฺหาย อลฺลีโน ปริคฺคยฺห ฐิโต. ชโน ชเนน เหฐียติ, เหเฐติ จ ชโน ชนนฺติ กมฺมสฺสกตาย ยถาภูตาวโพธสฺส จ อภาวโต อชฺฌุเปกฺขนํ อกตฺวา โลภวเสน ยถา ชโน ชนํ อสฺสิโต, เอวํ โทสวเสน ชโน ชเนน เหฐียติ วิพาธียติ. ‘‘ตยิทํ มยฺหํว อุปริ เหฐนผลวเสน ปริปติสฺสตี’’ติ อชานนฺโต เหเฐติ จ ชโน ชนํ.
โก หิ ตสฺส ชเนนตฺโถติ ตสฺส อญฺญชนสฺส อญฺเญน ชเนน ตณฺหาวเสน อสฺสิเตน โทสวเสน เหฐิเตน วา โก อตฺโถ. ชเนน ชนิเตน วาติ มาตาปิตา หุตฺวา เตน อญฺเญน ชเนน ชนิเตน วา โก อตฺโถ. ชนํ โอหาย คจฺฉํ ตํ, เหฐยิตฺวา พหุํ ชนนฺติ ยสฺมา สํสาเร จรโต ชนสฺส อยเมวานุรูปา ปฏิปตฺติ, ตสฺมา ตํ ชนํ, ตสฺส จ พาธิกา ยา สา ตณฺหา จ, โย จ โส โทโส เอว พหุํ ชนํ พาธยิตฺวา ฐิโต, ตญฺจ โอหาย สพฺพโส ปหาย ปริจฺจชิตฺวา คจฺฉํ, เตหิ อนุปทฺทุตํ ฐานํ คจฺเฉยฺยํ ปาปุเณยฺยนฺติ อตฺโถ. เอวํ ปน วตฺวา เถโร ตาวเทว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตมปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๑๕-๒๔) –
‘‘วนกมฺมิโก ปุเร อาสึ, ปิตุมาตุมเตนหํ;
ปสุมาเรน ชีวามิ, กุสลํ เม น วิชฺชติ.
‘‘มม อาสยสามนฺตา, ติสฺโส โลกคฺคนายโก;
ปทานิ ตีณิ ทสฺเสสิ, อนุกมฺปาย จกฺขุมา.
‘‘อกฺกนฺเต จ ปเท ทิสฺวา, ติสฺสนามสฺส สตฺถุโน;
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน, ปเท จิตฺตํ ปสาทยึ.
‘‘โกรณฺฑํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา, ปาทปํ ธรณีรุหํ;
สโกสกํ คเหตฺวาน, ปทเสฏฺฐมปูชยึ.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘ยํ ยํ โยนุปปชฺชามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;
โกรณฺฑกฉวิ โหมิ, สุปฺปภาโส ภวามหํ.
‘‘เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปทปูชายิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
เต ปน โจรา เถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา สํเวคชาตา ปพฺพชิตฺวา ธมฺมานุธมฺมํ ปฏิปชฺชึสูติ.
สพฺพมิตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. มหากาฬตฺเถรคาถาวณฺณนา
กาฬี อิตฺถีติ อายสฺมโต มหากาฬตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เกนจิเทว กรณีเยน อรญฺญํ คโต ตตฺถ อญฺญตรสฺส รุกฺขสฺส สาขาย โอลมฺพมานํ ปํสุกูลจีวรํ ทิสฺวา ‘‘อริยทฺธโช โอลมฺพตี’’ติ ปสนฺนจิตฺโต กิงฺกณิปุปฺผานิ คเหตฺวา ปํสุกูลํ ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เสตพฺยนคเร สตฺถวาหกุเล นิพฺพตฺติตฺวา มหากาโฬติ ลทฺธนาโม วิญฺญุตํ ปตฺวา ฆราวาสํ วสนฺโต ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ภณฺฑํ คเหตฺวา วาณิชฺชวเสน สาวตฺถึ คโต เอกมนฺตํ สกฏสตฺถํ นิเวเสตฺวา อทฺธานปริสฺสมํ วิโนเทตฺวา อตฺตโน ปริสาย สทฺธึ นิสินฺโน สายนฺหสมยํ คนฺธมาลาทิหตฺเถ อุปาสเก เชตวนํ คจฺฉนฺเต ทิสฺวา สยมฺปิ เตหิ สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา โสสานิกงฺคํ อธิฏฺฐาย สุสาเน วสติ. อเถกทิวสํ กาฬี นาม เอกา อิตฺถี ฉวฑาหิกา เถรสฺส กมฺมฏฺฐานตฺถาย อจิรมตสรีรํ อุโภ สตฺถี ภินฺทิตฺวา อุโภ จ พาหู ภินฺทิตฺวา สีสญฺจ ทธิถาลกํ วิย ภินฺทิตฺวา สพฺพํ องฺคปจฺจงฺคํ สมฺพนฺธเมว กตฺวา เถรสฺส โอโลเกตุํ โยคฺยฏฺฐาเน ฐเปตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เถโร ตํ ทิสฺวา อตฺตานํ โอวทนฺโต –
๑๕๑. ‘‘กาฬี อิตฺถี พฺรหตี ธงฺกรูปา, สตฺถิญฺจ เภตฺวา อปรญฺจ สตฺถึ;
พาหญฺจ เภตฺวา อปรญฺจ พาหํ, สีสญฺจ เภตฺวา ทธิถาลกํว;
เอสา นิสินฺนา อภิสนฺทหิตฺวา.
๑๕๒. ‘‘โย เว อวิทฺวา อุปธึ กโรติ, ปุนปฺปุนํ ทุกฺขมุเปติ มนฺโท;
ตสฺมา ปชานํ อุปธึ น กยิรา, มาหํ ปุน ภินฺนสิโร สยิสฺส’’นฺติ. –
คาถาทฺวยํ อภาสิ.
ตตฺถ กาฬีติ ตสฺสา นามํ, กาฬวณฺณตฺตา วา เอวํ วุตฺตํ. พฺรหตีติ มหาสรีรา อาโรหปริณาหวตี. ธงฺกรูปาติ กาฬวณฺณตฺตา เอว กากสทิสรูปา. สตฺถิญฺจ เภตฺวาติ มตสรีรสฺส สตฺถึ ชณฺณุเภทเนน ภญฺชิตฺวา. อปรญฺจ สตฺถินฺติ อิตรญฺจ สตฺถึ ภญฺชิตฺวา. พาหญฺจ เภตฺวาติ พาหฏฺฐิญฺจ อคฺคพาหฏฺฐาเนเยว ภญฺชิตฺวา. สีสญฺจ เภตฺวา ทธิถาลกํวาติ มตสรีรสฺส สีสํ ภินฺทิตฺวา ภินฺนตฺตา เอว เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ ปคฺฆรนฺตํ ทธิถาลกํ วิย, ปคฺฆรนฺตํ มตฺถลุงฺคํ กตฺวาติ อตฺโถ. เอสา นิสินฺนา อภิสนฺทหิตฺวาติ ฉินฺนภินฺนาวยวํ มตสรีรํ เต อวยเว ยถาฐาเนเยว ฐปเนน สนฺทหิตฺวา สหิตํ กตฺวา มํสาปณํ ปสาเรนฺตี วิย เอสา นิสินฺนา.
โย เว อวิทฺวา อุปธึ กโรตีติ โย อิมาย อุปฏฺฐาปิตํ กมฺมฏฺฐานํ ทิสฺวาปิ อวิทฺวา อกุสโล กมฺมฏฺฐานํ ฉฑฺเฑตฺวา อโยนิโสมนสิกาเรน กิเลสูปธึ อุปฺปาเทติ, โส มนฺโท มนฺทปญฺโญ สํสารสฺส อนติวตฺตนโต ปุนปฺปุนํ อปราปรํ นิรยาทีสุ ทุกฺขํ อุเปติ. ตสฺมา ปชานํ อุปธึ น กยิราติ ตสฺมาติ ยสฺมา เจตเทวํ, ตสฺมา. ปชานํ อุปธินฺติ ‘‘อิธ ยํ ทุกฺขํ สมฺโภตี’’ติ ปชานนฺโต โยนิโส มนสิกโรนฺโต กิเลสูปธึ น กยิรา น อุปฺปาเทยฺย. กสฺมา? มาหํ ปุน ภินฺนสิโร สยิสฺสนฺติ ยถยิทํ มตสรีรํ ภินฺนสรีรํ สยติ, เอวํ กิเลสูปธีหิ สํสาเร ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติยา กฏสิวฑฺฒโก หุตฺวา ภินฺนสิโร อหํ มา สยิสฺสนฺติ. เอวํ วทนฺโต เอว เถโร วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๐.๘-๑๔) –
‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, อุทงฺคโณ นาม ปพฺพโต;
ตตฺถทฺทสํ ปํสุกูลํ, ทุมคฺคมฺหิ วิลมฺพิตํ.
‘‘ตีณิ กิงฺกณิปุปฺผานิ, โอจินิตฺวานหํ ตทา;
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน, ปํสุกูลมปูชยึ.
‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;
ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ, ตาวตึสมคจฺฉหํ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปูชิตฺวา อรหทฺธชํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
มหากาฬตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.