๑. มหาจุนฺทตฺเถรคาถาวณฺณนา

สุสฺสูสาติ อายสฺมโต มหาจุนฺทตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุมฺภการกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต กุมฺภการกมฺเมน ชีวนฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส เอกํ มตฺติกาปตฺตํ สฺวาภิสงฺขตํ กตฺวา ภควโต อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ นาลกคาเม รูปสาริยา พฺราหฺมณิยา ปุตฺโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส กนิฏฺฐภาตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ, จุนฺโทติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต ธมฺมเสนาปตึ อนุปพฺพชิตฺวา ตํ นิสฺสาย วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ฆเฏนฺโต วายมนฺโต นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๒.๕๑.๓๙-๕๐) –

‘‘นคเร หํสวติยา, กุมฺภกาโร อโหสหํ;

อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, โอฆติณฺณมนาสวํ.

‘‘สุกตํ มตฺติกาปตฺตํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ;

ปตฺตํ ทตฺวา ภควโต, อุชุภูตสฺส ตาทิโน.

‘‘ภเว นิพฺพตฺตมาโนหํ, โสณฺณถาเล ลภามหํ;

รูปิมเย จ โสวณฺเณ, ตฏฺฏิเก จ มณีมเย.

‘‘ปาติโย ปริภุญฺชามิ, ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ;

ยสานญฺจ ธนานญฺจ, อคฺคภูโต จ โหมหํ.

‘‘ยถาปิ ภทฺทเก เขตฺเต, พีชํ อปฺปมฺปิ โรปิตํ;

สมฺมาธารํ ปเวจฺฉนฺเต, ผลํ โตเสติ กสฺสกํ.

‘‘ตเถวิทํ ปตฺตทานํ, พุทฺธเขตฺตมฺหิ โรปิตํ;

ปีติธาเร ปวสฺสนฺเต, ผลํ มํ โตสยิสฺสติ.

‘‘ยาวตา เขตฺตา วิชฺชนฺติ, สงฺฆาปิ จ คณาปิ จ;

พุทฺธเขตฺตสโม นตฺถิ, สุขโท สพฺพปาณินํ.

‘‘นโม เต ปุริสาชญฺญ, นโม เต ปุริสุตฺตม;

เอกปตฺตํ ททิตฺวาน, ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปตฺตมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปตฺตทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา อตฺตนา ปฏิลทฺธสมฺปตฺติยา การณภูตํ ครูปนิสฺสยํ วิเวกวาสญฺจ กิตฺเตนฺโต –

๑๔๑. ‘‘สุสฺสูสา สุตวทฺธนี, สุตํ ปญฺญาย วทฺธนํ;

ปญฺญาย อตฺถํ ชานาติ, ญาโต อตฺโถ สุขาวโห.

๑๔๒. ‘‘เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานิ, จเรยฺย สํโยชนวิปฺปโมกฺขํ;

สเจ รตึ นาธิคจฺเฉยฺย ตตฺถ, สงฺเฆ วเส รกฺขิตตฺโต สตีมา’’ติ. –

คาถาทฺวยํ อภาสิ.

ตตฺถ สุสฺสูสาติ โสตพฺพยุตฺตสฺส สพฺพสุตสฺส โสตุมิจฺฉา, ครุสนฺนิวาโสปิ. ทิฏฺฐธมฺมิกาทิเภทญฺหิ อตฺถํ โสตุมิจฺฉนฺเตน กลฺยาณมิตฺเต อุปสงฺกมิตฺวา วตฺตกรเณน ปยิรุปาสิตฺวา ยทา เต ปยิรุปาสนาย อาราธิตจิตฺตา กญฺจิ อุปนิสีทิตุกามา โหนฺติ, อถ เน อุปนิสีทิตฺวา อธิคตาย โสตุมิจฺฉาย โอหิตโสเตน โสตพฺพํ โหตีติ ครุสนฺนิวาโสปิ สุสฺสูสาเหตุตาย ‘‘สุสฺสูสา’’ติ วุจฺจติ. สา ปนายํ สุสฺสูสา สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิปฏิสํยุตฺตํ สุตํ ตํสมงฺคิโน ปุคฺคลสฺส วฑฺเฒติ พฺรูเหตีติ สุตวทฺธนี, พาหุสจฺจการีติ อตฺโถ. สุตํ ปญฺญาย วทฺธนนฺติ ยํ ตํ ‘‘สุตธโร สุตสนฺนิจโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๓๙; อ. นิ. ๔.๒๒) ‘‘อิเธกจฺจสฺส พหุกํ สุตํ โหติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณ’’นฺติ (อ. นิ. ๔.๖) จ เอวมาทินา นเยน วุตฺตํ พาหุสจฺจํ, ตํ อกุสลปฺปหานกุสลาธิคมนเหตุภูตํ ปญฺญํ วทฺเธตีติ สุตํ ปญฺญาย วทฺธนํ, วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘สุตาวุโธ โข, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อกุสลํ ปชหติ, กุสลํ ภาเวติ, สาวชฺชํ ปชหติ, อนวชฺชํ ภาเวติ, สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรตี’’ติ (อ. นิ. ๗.๖๗).

ปญฺญาย อตฺถํ ชานาตีติ พหุสฺสุโต สุตมยญาเณ ฐิโต ตํ ปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชนฺโต สุตานุสาเรน อตฺถูปปริกฺขาย ธมฺมนิชฺฌาเนน ภาวนาย จ โลกิยโลกุตฺตรเภทํ ทิฏฺฐธมฺมาทิวิภาคํ ทุกฺขาทิวิภาคญฺจ อตฺถํ ยถาภูตํ ปชานาติ จ ปฏิวิชฺฌติ จ, เตนาห ภควา –

‘‘สุตสฺส ยถาปริยตฺตสฺส อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน โหตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๖).

‘‘ธตานํ ธมฺมานํ อตฺถํ อุปปริกฺขติ, อตฺถํ อุปปริกฺขโต ธมฺมา นิชฺฌานํ ขมนฺติ, ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺติยา สติ ฉนฺโท ชายติ, ฉนฺทชาโต อุสฺสหติ, อุสฺสหิตฺวา ตุเลติ, ตุลยิตฺวา ปทหติ, ปหิตตฺโต สมาโน กาเยน เจว ปรมสจฺจํ สจฺฉิกโรติ, ปญฺญาย จ นํ อติวิชฺฌ ปสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๔๓๒) จ.

ญาโต อตฺโถ สุขาวโหติ ยถาวุตฺโต ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอตฺโถ เจว ทุกฺขาทิอตฺโถ จ ยาถาวโต ญาโต อธิคโต โลกิยโลกุตฺตรเภทํ สุขํ อาวหติ นิปฺผาเทตีติ อตฺโถ.

ฐิตาย ภาวนาปญฺญาย สุตมตฺเตเนว น สิชฺฌตีติ ตสฺสา ปฏิปชฺชนวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘เสเวถ…เป…วิปฺปโมกฺข’’นฺติ อาห. ตตฺถ เสเวถ ปนฺตานิ เสนาสนานีติ กายวิเวกมาห. เตน สํโยชนปฺปหานสฺส จ วกฺขมานตฺตา วิเวการหสฺเสว วิเวกวาโสติ สีลสํวราทโย อิธ อวุตฺตสิทฺธา เวทิตพฺพา. จเรยฺย สํโยชนวิปฺปโมกฺขนฺติ ยถา สํโยชเนหิ จิตฺตํ วิปฺปมุจฺจติ, ตถา วิปสฺสนาภาวนํ มคฺคภาวนญฺจ จเรยฺย ปฏิปชฺเชยฺยาติ อตฺโถ. สเจ รตึ นาธิคจฺเฉยฺย ตตฺถาติ เตสุ ปนฺตเสนาสเนสุ ยถาลทฺเธสุ อธิกุสลธมฺเมสุ จ รตึ ปุพฺเพนาปรํ วิเสสสฺส อลาภโต อภิรตึ น ลเภยฺย, สงฺเฆ ภิกฺขุสมูเห รกฺขิตตฺโต กมฺมฏฺฐานปริคณฺหนโต รกฺขิตจิตฺโต ฉสุ ทฺวาเรสุ สติอารกฺขาย อุปฏฺฐปเนน สติมา วเสยฺย วิหเรยฺย, เอวํ วิหรนฺตสฺส จ อปิ นาม สํโยชนวิปฺปโมกฺโข ภเวยฺยาติ อธิปฺปาโย.

มหาจุนฺทตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.