๒. สาริปุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา

ยถาจารี ยถาสโตติอาทิกา อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส คาถา. ตสฺส อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส จ วตฺถุ เอวํ เวทิตพฺพํ – อตีเต อิโต สตสหสฺสกปฺปาธิเก อสงฺเขฺยยฺยมตฺถเก อายสฺมา สาริปุตฺโต พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, นาเมน สรทมาณโว นาม อโหสิ. มหาโมคฺคลฺลาโน คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, นาเมน สิริวฑฺฒกุฏุมฺพิโก นาม อโหสิ. เต อุโภปิ สหปํสุกีฬกสหายา อเหสุํ. เตสุ สรทมาณโว ปิตุ อจฺจเยน กุลสนฺตกํ ธนํ ปฏิปชฺชิตฺวา เอกทิวสํ รโหคโต จินฺเตสิ – ‘‘อิเมสํ สตฺตานํ มรณํ นาม เอกนฺติกํ, ตสฺมา มยา เอกํ ปพฺพชฺชํ อุปคนฺตฺวา โมกฺขมคฺโค คเวสิตพฺโพ’’ติ สหายํ อุปสงฺกมิตฺวา, สมฺม, อหํ ปพฺพชิตุกาโม, กึ ตฺวํ ปพฺพชิตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ วตฺวา เตน ‘‘น สกฺขิสฺสามี’’ติ วุตฺเต ‘‘โหตุ อหเมว ปพฺพชิสฺสามี’’ติ รตนโกฏฺฐาคารานิ วิวราเปตฺวา กปณทฺธิกาทีนํ มหาทานํ ทตฺวา ปพฺพตปาทํ คนฺตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. ตสฺส ปพฺพชฺชํ อนุปพฺพชิตา จตุสตฺตติสหสฺสมตฺตา พฺราหฺมณปุตฺตา อเหสุํ. โส ปญฺจ อภิญฺญาโย อฏฺฐ จ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา เตสมฺปิ ชฏิลานํ กสิณปริกมฺมํ อาจิกฺขิ. เตปิ สพฺเพ ปญฺจาภิญฺญา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตสุํ.

เตน สมเยน อโนมทสฺสี นาม สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก สตฺเต สํสารมโหฆโต ตาเรตฺวา เอกทิวสํ ‘‘สรทตาปสสฺส จ อนฺเตวาสิกานญฺจ สงฺคหํ กริสฺสามี’’ติ เอโก อทุติโย ปตฺตจีวรมาทาย อากาเสน คนฺตฺวา ‘‘พุทฺธภาวํ เม ชานาตู’’ติ ตาปสสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว อากาสโต โอตริตฺวา ปถวิยํ ปติฏฺฐาสิ. สรทตาปโส สตฺถุ สรีเร มหาปุริสลกฺขณานิ อุปธาเรตฺวา ‘‘สพฺพญฺญุพุทฺโธเยวาย’’นฺติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน. สรทตาปโส สตฺถุ สนฺติเก เอกมนฺตํ นิสีทิ.

ตสฺมึ สมเย ตสฺส อนฺเตวาสิกา จตุสตฺตติสหสฺสมตฺตา ชฏิลา ปณีตปณีตานิ โอชวนฺตานิ ผลาผลานิ คเหตฺวา อาคตา สตฺถารํ ทิสฺวา สญฺชาตปฺปสาทา อตฺตโน อาจริยสฺส จ สตฺถุ จ นิสินฺนาการํ โอโลเกตฺวา, ‘‘อาจริย, มยํ ปุพฺเพ ‘ตุเมฺหหิ มหนฺตตโร โกจิ นตฺถี’ติ วิจราม, อยํ ปน ปุริโส ตุเมฺหหิ มหนฺตตโร มญฺเญ’’ติ อาหํสุ. ‘‘กึ วเทถ, ตาตา? สาสเปน สทฺธึ อฏฺฐสฏฺฐิโยชนสตสหสฺสุพฺเพธํ สิเนรุํ สมํ กาตุํ อิจฺฉถ? สพฺพญฺญุพุทฺเธน มํ ตุลฺยํ มา กริตฺถา’’ติ. อถ เต ตาปสา อาจริยสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘ยาว มหา วตายํ ปุริสุตฺตโม’’ติ สพฺเพว ปาเทสุ นิปติตฺวา สตฺถารํ วนฺทึสุ.

อถ เต อาจริโย อาห – ‘‘ตาตา, สตฺถุ อนุจฺฉวิโก โน เทยฺยธมฺโม นตฺถิ, สตฺถา จ ภิกฺขาจารเวลาย อิธาคโต, หนฺท มยํ เทยฺยธมฺมํ ยถาพลํ ทสฺสาม. ตุเมฺหหิ ยํ ยํ ปณีตํ ผลาผลํ อาภตํ, ตํ ตํ อาหรถา’’ติ อาหราเปตฺวา หตฺเถ โธวิตฺวา สยํ ตถาคตสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ. สตฺถารา จ ผลาผเล ปฏิคฺคณฺหิตมตฺเต เทวตา ทิพฺโพชํ ปกฺขิปึสุ. ตาปโส อุทกมฺปิ สยเมว ปริสฺสาเวตฺวา อทาสิ. ตโต โภชนกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา สตฺถริ นิสินฺเน สพฺเพ อนฺเตวาสิเก ปกฺโกสิตฺวา สตฺถุ สนฺติเก สารณียํ กถํ กเถนฺโต นิสีทิ. สตฺถา ‘‘เทฺว อคฺคสาวกา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อาคจฺฉนฺตู’’ติ จินฺเตสิ. เต สตฺถุ จิตฺตํ ญตฺวา ตาวเทว สตสหสฺสขีณาสวปริวารา อคฺคสาวกา อาคนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ.

ตโต สรทตาปโส อนฺเตวาสิเก อามนฺเตสิ – ‘‘ตาตา, สตฺถุ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ปุปฺผาสเนน ปูชา กาตพฺพา, ตสฺมา ปุปฺผานิ อาหรถา’’ติ. เต ตาวเทว อิทฺธิยา วณฺณคนฺธสมฺปนฺนานิ ปุปฺผานิ อาหริตฺวา พุทฺธสฺส โยชนปฺปมาณํ ปุปฺผาสนํ ปญฺญาเปสุํ, อุภินฺนํ อคฺคสาวกานํ ติคาวุตํ, เสสภิกฺขูนํ อฑฺฒโยชนิกาทิเภทํ, สงฺฆนวกสฺส อุสภมตฺตํ ปญฺญาเปสุํ. เอวํ เตสํ ปญฺญตฺเตสุ อาสเนสุ สรทตาปโส ตถาคตสฺส ปุรโต อญฺชลึ ปคฺคยฺห ฐิโต – ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ อนุคฺคหตฺถาย อิมํ ปุปฺผาสนํ อภิรุหถา’’ติ อาห. นิสีทิ ภควา ปุปฺผาสเน. สตฺถริ นิสินฺเน เทฺว อคฺคสาวกา เสสภิกฺขู จ อตฺตโน อตฺตโน ปตฺตาสเน นิสีทึสุ. สตฺถา ‘‘เตสํ มหปฺผลํ โหตู’’ติ นิโรธํ สมาปชฺชิ. สตฺถุ สมาปนฺนภาวํ ญตฺวา เทฺว อคฺคสาวกาปิ เสสภิกฺขูปิ นิโรธํ สมาปชฺชึสุ. ตาปโส สตฺตาหํ นิรนฺตรํ ปุปฺผจฺฉตฺตํ ธาเรนฺโต อฏฺฐาสิ. อิตเร ปน วนมูลผลาผลํ ปริภุญฺชิตฺวา เสสกาเล อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐํสุ.

สตฺถา สตฺตาหสฺส อจฺจเยน นิโรธโต วุฏฺฐาย อคฺคสาวกํ นิสภตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตาปสานํ ปุปฺผาสนานุโมทนํ กโรหี’’ติ. เถโร สาวกปารมีญาเณ ฐตฺวา เตสํ ปุปฺผาสนานุโมทนํ อกาสิ. ตสฺส เทสนาวสาเน สตฺถา ทุติยํ อคฺคสาวกํ อโนมตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตฺวมฺปิ อิเมสํ ธมฺมํ เทเสหี’’ติ. โสปิ เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ สมฺมสิตฺวา เตสํ ธมฺมํ กเถสิ. ทฺวินฺนมฺปิ เทสนาย เอกสฺสปิ ธมฺมาภิสมโย นาโหสิ. อถ สตฺถา พุทฺธวิสเย ฐตฺวา ธมฺมเทสนํ อารภิ. เทสนาวสาเน ฐเปตฺวา สรทตาปสํ อวเสสา สพฺเพปิ จตุสตฺตติสหสฺสมตฺตา ชฏิลา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สตฺถา ‘‘เอถ, ภิกฺขโว’’ติ หตฺถํ ปสาเรสิ. เต ตาวเทว อนฺตรหิตตาปสเวสา อฏฺฐปริกฺขารวรธรา สฏฺฐิวสฺสิกตฺเถรา วิย อเหสุํ.

สรทตาปโส ปน ‘‘อโห วตาหมฺปิ อยํ นิสภตฺเถโร วิย อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส อคฺคสาวโก ภเวยฺย’’นฺติ สตฺถุ เทสนากาเล อุปฺปนฺนปริวิตกฺกตาย อญฺญวิหิโต หุตฺวา มคฺคผลานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ นาสกฺขิ. อถ ตถาคตํ วนฺทิตฺวา ตถา ปณิธานํ อกาสิ. สตฺถาปิสฺส อนนฺตราเยน สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา – ‘‘อิโต ตฺวํ กปฺปสตสหสฺสาธิกํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ อติกฺกมิตฺวา โคตมสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อคฺคสาวโก สาริปุตฺโต นาม ภวิสฺสสี’’ติ พฺยากริตฺวา ธมฺมกถํ วตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อากาสํ ปกฺขนฺทิ.

สรทตาปโสปิ สหายกสฺส สิริวฑฺฒสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, สมฺม, มยา อโนมทสฺสิสฺส ภควโต ปาทมูเล อนาคเต อุปฺปชฺชนกสฺส โคตมสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อคฺคสาวกฏฺฐานํ ปตฺถิตํ, ตฺวมฺปิ ตสฺส ทุติยสาวกฏฺฐานํ ปตฺเถหีติ.

สิริวฑฺโฒ ตํ อุปเทสํ สุตฺวา อตฺตโน นิเวสนทฺวาเร อฏฺฐกรีสมตฺตํ ฐานํ สมตลํ กาเรตฺวา ลาชปญฺจมานิ ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา นีลุปฺปลจฺฉทนํ มณฺฑปํ กาเรตฺวา พุทฺธาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ภิกฺขูนมฺปิ อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา มหนฺตํ สกฺการสมฺมานํ สชฺเชตฺวา, สรทตาปเสน สตฺถารํ นิมนฺตาเปตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา, พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ มหารเหหิ วตฺเถหิ อจฺฉาเทตฺวา, ทุติยสาวกภาวาย ปณิธานํ อกาสิ. สตฺถาปิสฺส อนนฺตราเยน สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา วุตฺตนเยน พฺยากริตฺวา ภตฺตานุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. สิริวฑฺโฒ หฏฺฐปหฏฺโฐ ยาวชีวํ กุสลกมฺมํ กตฺวา ทุติยจิตฺตวาเร กามาวจรเทวโลเก นิพฺพตฺติ. สรทตาปโส จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ.

ตโต ปฏฺฐาย เนสํ อุภินฺนมฺปิ อนฺตรากมฺมํ น กถิตํ. อมฺหากํ ปน ภควโต อุปฺปตฺติโต ปุเรตรเมว สรทตาปโส ราชคหสฺส อวิทูเร อุปติสฺสคาเม รูปสาริยา พฺราหฺมณิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตํทิวสเมวสฺส สหาโยปิ ราชคหสฺเสว อวิทูเร โกลิตคาเม โมคฺคลิยา พฺราหฺมณิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตานิ กิร เทฺวปิ กุลานิ ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา อาพทฺธปฏิพทฺธสหายกาเนว. เตสํ ทฺวินฺนํ เอกทิวสเมว คพฺภปริหารมทํสุ. ทสมาสจฺจเยน ชาตานมฺปิ เตสํ ฉสฏฺฐิ ธาติโย อุปฏฺฐาเปสุํ, นามคฺคหณทิวเส รูปสาริพฺราหฺมณิยา ปุตฺตสฺส อุปติสฺสคาเม เชฏฺฐกุลสฺส ปุตฺตตฺตา อุปติสฺโสติ นามํ อกํสุ. อิตรสฺส โกลิตคาเม เชฏฺฐกุลสฺส ปุตฺตตฺตา โกลิโตติ นามํ อกํสุ. เต อุโภปิ มหตา ปริวาเรน วฑฺฒนฺตา วุทฺธิมนฺวาย สพฺพสิปฺปานํ ปารํ อคมํสุ.

อเถกทิวสํ เต ราชคเห คิรคฺคสมชฺชํ ปสฺสนฺตา มหาชนํ สนฺนิปติตํ ทิสฺวา ญาณสฺส ปริปากคตตฺตา โยนิโส อุมฺมุชฺชนฺตา ‘‘สพฺเพปิเม โอรํ วสฺสสตานํ มจฺจุมุเข ปติสฺสนฺตี’’ติ สํเวคํ ปฏิลภิตฺวา ‘‘อเมฺหหิ โมกฺขธมฺโม ปริเยสิตพฺโพ, ตญฺจ ปริเยสนฺเตหิ เอกํ ปพฺพชฺชํ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ นิจฺฉยํ กตฺวา ปญฺจหิ มาณวกสเตหิ สทฺธึ สญฺจยสฺส ปริพฺพาชกสฺส สนฺติเก ปพฺพชึสุ. เตสํ ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย สญฺจโย ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต อโหสิ. เต กติปาเหเนว สพฺพํ สญฺจยสฺส สมยํ ปริคฺคณฺหิตฺวา ตตฺถ สารํ อทิสฺวา ตโต นิกฺขมิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ เต เต ปณฺฑิตสมฺมเต สมณพฺราหฺมเณ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, เต เตหิ ปุฏฺฐา เนว สมฺปายนฺติ, อญฺญทตฺถุ เตเยว เตสํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺติ. เอวํ เต โมกฺขํ ปริเยสนฺตา กติกํ อกํสุ – ‘‘อเมฺหสุ โย ปฐมํ อมตํ อธิคจฺฉติ, โส อิตรสฺส อาโรเจตู’’ติ.

เตน จ สมเยน อมฺหากํ สตฺถริ ปฐมาภิสมฺโพธึ ปตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺเก อนุปุพฺเพน อุรุเวลกสฺสปาทิเก สหสฺสชฏิเล ทเมตฺวา ราชคเห วิหรนฺเต เอกทิวสํ อุปติสฺโส ปริพฺพาชโก ปริพฺพาชการามํ คจฺฉนฺโต อายสฺมนฺตํ อสฺสชิตฺเถรํ ราชคเห ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘น มยา เอวรูโป อากปฺปสมฺปนฺโน ปพฺพชิโต ทิฏฺฐปุพฺโพ, สนฺตธมฺเมน นาม เอตฺถ ภวิตพฺพ’’นฺติ สญฺชาตปฺปสาโท ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ อายสฺมนฺตํ อุทิกฺขนฺโต ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธิ. เถโรปิ ลทฺธปิณฺฑปาโต ปริภุญฺชิตุํ ปติรูปํ โอกาสํ คโต. ปริพฺพาชโก อตฺตโน ปริพฺพาชกปีฐํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ. ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน จสฺส อตฺตโน กุณฺฑิกาย อุทกํ อทาสิ.

เอวํ โส อาจริยวตฺตํ กตฺวา กตภตฺตกิจฺเจน เถเรน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘โก วา เต สตฺถา, กสฺส วา ตฺวํ ธมฺมํ โรเจสี’’ติ ปุจฺฉิ. เถโร สมฺมาสมฺพุทฺธํ อปทิสิ. ปุน เตน ‘‘กึวาที ปนายสฺมโต สตฺถา’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘อิมสฺส สาสนสฺส คมฺภีรตํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ อตฺตโน นวกภาวํ ปเวเทตฺวา สงฺเขปวเสน จสฺส สาสนธมฺมํ กเถนฺโต ‘‘เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา’’ติ (มหาว. ๖๐; อป. เถร ๑.๑.๒๘๖; เปฏโก. ๙) คาถมาห. ปริพฺพาชโก ปฐมปททฺวยเมว สุตฺวา สหสฺสนยสมฺปนฺเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ, อิตรํ ปททฺวยํ โสตาปนฺนกาเล นิฏฺฐาสิ. คาถาปริโยสาเน ปน โสตาปนฺโน หุตฺวา อุปริ วิเสเส อปฺปวตฺเตนฺเต ‘‘ภวิสฺสติ เอตฺถ การณ’’นฺติ สลฺลกฺเขตฺวา เถรํ อาห – ‘‘มา, ภนฺเต, อุปริ ธมฺมเทสนํ วฑฺฒยิตฺถ, เอตฺตกเมว โหตุ, กหํ อมฺหากํ สตฺถา วสตี’’ติ? ‘‘เวฬุวเน’’ติ. ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห ปุรโต คจฺฉถ, อหํ มยฺหํ สหายกสฺส กตปฏิญฺญํ โมเจตฺวา ตํ คเหตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา เถรํ อุยฺโยเชตฺวา ปริพฺพาชการามํ อคมาสิ.

โกลิตปริพฺพาชโก ตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มุขวณฺโณ น อญฺญทิวเสสุ วิย, อทฺธาเนน อมตํ อธิคตํ ภวิสฺสตี’’ติ เตเนวสฺส วิเสสาธิคมํ สมฺภาเวตฺวา อมตาธิคมํ ปุจฺฉิ. โสปิสฺส ‘‘อามาวุโส, อมตํ อธิคต’’นฺติ ปฏิชานิตฺวา ตเมว คาถํ อภาสิ. คาถาปริโยสาเน โกลิโต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิตฺวา อาห – ‘‘กหํ โน สตฺถา’’ติ? ‘‘เวฬุวเน’’ติ. ‘‘เตน หิ, อาวุโส, อายาม, สตฺถารํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ. อุปติสฺโส สพฺพกาลมฺปิ อาจริยปูชโกว, ตสฺมา สญฺจยสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺถุ คุเณ ปกาเสตฺวา ตมฺปิ สตฺถุ สนฺติกํ เนตุกาโม อโหสิ. โส ลาภาสาปกโต อนฺเตวาสิกภาวํ อนิจฺฉนฺโต ‘‘น สกฺโกมิ จาฏิ หุตฺวา อุทกสิญฺจนํ โหตุ’’นฺติ ปฏิกฺขิปิ. เต อเนเกหิ การเณหิ ตํ สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺตา อตฺตโน โอวาเท วตฺตมาเนหิ อฑฺฒเตยฺยสเตหิ อนฺเตวาสิเกหิ สทฺธึ เวฬุวนํ อคมํสุ. สตฺถา เต ทูรโตว อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวา ‘‘เอตํ เม สาวกยุคํ ภวิสฺสติ อคฺคํ ภทฺทยุค’’นฺติ วตฺวา เตสํ ปริสาย จริยวเสน ธมฺมํ เทเสตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาเปตฺวา เอหิภิกฺขุภาเวน อุปสมฺปทํ อทาสิ. ยถา เตสํ, เอวํ อคฺคสาวกานมฺปิ อิทฺธิมยปตฺตจีวรํ อาคตเมว. อุปริมคฺคตฺตยกิจฺจํ ปน น นิฏฺฐาติ. กสฺมา? สาวกปารมีญาณสฺส มหนฺตตาย.

เตสุ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ปพฺพชิตทิวสโต สตฺตเม ทิวเส มคธรฏฺเฐ กลฺลวาลคาเม สมณธมฺมํ กโรนฺโต ถินมิทฺเธ โอกฺกนฺเต สตฺถารา สํเวชิโต ถินมิทฺธํ วิโนเทตฺวา ธาตุกมฺมฏฺฐานํ (อ. นิ. ๗.๖๑) สุณนฺโต เอว อุปริมคฺคตฺตยํ อธิคนฺตฺวา สาวกปารมีญาณสฺส มตฺถกํ ปาปุณิ. อายสฺมา สาริปุตฺโต ปพฺพชิตทิวสโต อฑฺฒมาสํ อติกฺกมิตฺวา สตฺถารา สทฺธึ ราชคเห สูกรขตเลเณ วิหรนฺโต อตฺตโน ภาคิเนยฺยสฺส ทีฆนขปริพฺพาชกสฺส เวทนาปริคฺคหสุตฺตนฺเต (ม. นิ. ๒.๒๐๑ อาทโย) เทสิยมาเน เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา ปรสฺส วฑฺฒิตํ ภตฺตํ ภุญฺชนฺโต วิย สาวกปารมีญาณสฺส มตฺถกํ ปาปุณิ. อิติ ทฺวินฺนมฺปิ อคฺคสาวกานํ สตฺถุ สมีเป เอว สาวกปารมีญาณํ มตฺถกํ ปตฺตํ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑.๑๔๑-๓๗๔) –

‘‘หิมวนฺตสฺส อวิทูเร, ลมฺพโก นาม ปพฺพโต;

อสฺสโม สุกโต มยฺหํ, ปณฺณสาลา สุมาปิตา.

‘‘อุตฺตานกูลา นทิกา, สุปติตฺถา มโนรมา;

สุสุทฺธปุลินากิณฺณา, อวิทูเร มมสฺสมํ.

‘‘อสกฺขรา อปพฺภารา, สาทุ อปฺปฏิคนฺธิกา;

สนฺทตี นทิกา ตตฺถ, โสภยนฺตา มมสฺสมํ.

‘‘กุมฺภีลา มกรา เจตฺถ, สุสุมารา จ กจฺฉปา;

จรนฺติ นทิยา ตตฺถ, โสภยนฺตา มมสฺสมํ.

‘‘ปาฐีนา ปาวุสา มจฺฉา, พลชา มุญฺชโรหิตา;

วคฺคฬา ปปตายนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.

‘‘อุโภ กูเลสุ นทิยา, ปุปฺผิโน ผลิโน ทุมา;

อุภโต อภิลมฺพนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.

‘‘อมฺพา สาลา จ ติลกา, ปาฏลี สินฺทุวารกา;

ทิพฺพคนฺธา สมฺปวนฺติ, ปุปฺผิตา มม อสฺสเม.

‘‘จมฺมกา สฬลา นีปา, นาคปุนฺนาคเกตกา;

ทิพฺพคนฺธา สมฺปวนฺติ, ปุปฺผิตา มม อสฺสเม.

‘‘อติมุตฺตา อโสกา จ, ภคินีมาลา จ ปุปฺผิตา;

องฺโกลา พิมฺพิชาลา จ, ปุปฺผิตา มม อสฺสเม.

‘‘เกตกา กนฺทลิ เจว, โคธุกา ติณสูลิกา;

ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.

‘‘กณิการา กณฺณิกา จ, อสนา อชฺชุนา พหู;

ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.

‘‘ปุนฺนาคา คิริปุนฺนาคา, โกวิฬารา จ ปุปฺผิตา;

ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.

‘‘อุทฺทาลกา จ กุฏชา, กทมฺพา วกุลา พหู;

ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.

‘‘อาฬกา อิสิมุคฺคา จ, กทลิมาตุลุงฺคิโย;

คนฺโธทเกน สํวฑฺฒา, ผลานิ ธารยนฺติ เต.

‘‘อญฺเญ ปุปฺผนฺติ ปทุมา, อญฺเญ ชายนฺติ เกสรี;

อญฺเญ โอปุปฺผา ปทุมา, ปุปฺผิตา ตฬาเก ตทา.

‘‘คพฺภํ คณฺหนฺติ ปทุมา, นิทฺธาวนฺติ มุฬาลิโย;

สิงฺฆาฏิปตฺตมากิณฺณา, โสภนฺติ ตฬาเก ตทา.

‘‘นยิตา อมฺพคนฺธี จ, อุตฺตลี พนฺธุชีวกา;

ทิพฺพคนฺธา สมฺปวนฺติ, ปุปฺผิตา ตฬาเก ตทา.

‘‘ปาฐีนา ปาวุสา มจฺฉา, พลชา มุญฺชโรหิตา;

สํคุลา มคฺคุรา เจว, วสนฺติ ตฬาเก ตทา.

‘‘กุมฺภีลา สุสุมารา จ, ตนฺติคาหา จ รกฺขสา;

โอคุหา อชครา จ, วสนฺติ ตฬาเก ตทา.

‘‘ปาเรวตา รวิหํสา, จกฺกวากา นทีจรา;

โกกิลา สุกสาฬิกา, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ.

‘‘กุกุตฺถกา กุฬีรกา, วเน โปกฺขรสาตกา;

ทินฺทิภา สุวโปตา จ, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ.

‘‘หํสา โกญฺจา มยูรา จ, โกกิลา ตมฺพจูฬกา;

ปมฺปกา ชีวํชีวา จ, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ.

‘‘โกสิกา โปฏฺฐสีสา จ, กุรรา เสนกา พหู;

มหากาฬา จ สกุณา, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ.

‘‘ปสทา จ วราหา จ, จมรา คณฺฑกา พหู;

โรหิจฺจา สุกโปตา จ, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ.

‘‘สีหพฺยคฺฆา จ ทีปี จ, อจฺฉโกกตรจฺฉกา;

ติธา ปภินฺนมาตงฺคา, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ.

‘‘กินฺนรา วานรา เจว, อโถปิ วนกมฺมิกา;

เจตา จ ลุทฺทกา เจว, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ.

‘‘ตินฺทุกานิ ปิยาลานิ, มธุเก กาสุมาริโย;

ธุวํ ผลานิ ธาเรนฺติ, อวิทูเร มมสฺสมํ.

‘‘โกสมฺพา สฬลา นิมฺพา, สาทุผลสมายุตา;

ธุวํ ผลานิ ธาเรนฺติ, อวิทูเร มมสฺสมํ.

‘‘หรีตกา อามลกา, อมฺพชมฺพุวิภีตกา;

โกลา ภลฺลาตกา พิลฺลา, ผลานิ ธารยนฺติ เต.

‘‘อาลุวา จ กฬมฺพา จ, พิฬาลีตกฺกฬานิ จ;

ชีวกา สุตกา เจว, พหุกา มม อสฺสเม.

‘‘อสฺสมสฺสาวิทูรมฺหิ, ตฬากาสุํ สุนิมฺมิตา;

อจฺโฉทกา สีตชลา, สุปติตฺถา มโนรมา.

‘‘ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺนา, ปุณฺฑรีกสมายุตา;

มนฺทาลเกหิ สญฺฉนฺนา, ทิพฺพคนฺโธปวายติ.

‘‘เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺเน, ปุปฺผิเต ผลิเต วเน;

สุกเต อสฺสเม รมฺเม, วิหรามิ อหํ ตทา.

‘‘สีลวา วตสมฺปนฺโน, ฌายี ฌานรโต สทา;

ปญฺจาภิญฺญาพลปฺปตฺโต, สุรุจิ นาม ตาปโส.

‘‘จตุวีสสหสฺสานิ, สิสฺสา มยฺหํ อุปฏฺฐหุํ;

สพฺเพ มํ พฺราหฺมณา เอเต, ชาติมนฺโต ยสสฺสิโน.

‘‘ลกฺขเณ อิติหาเส จ, สนิฆณฺฑุสเกฏุเภ;

ปทกา เวยฺยากรณา, สธมฺเม ปารมึ คตา.

‘‘อุปฺปาเตสุ นิมิตฺเตสุ, ลกฺขเณสุ จ โกวิทา;

ปถพฺยา ภูมนฺตลิกฺเข, มม สิสฺสา สุสิกฺขิตา.

‘‘อปฺปิจฺฉา นิปกา เอเต, อปฺปาหารา อโลลุปา;

ลาภาลาเภน สนฺตุฏฺฐา, ปริวาเรนฺติ มํ สทา.

‘‘ฌายี ฌานรตา ธีรา, สนฺตจิตฺตา สมาหิตา;

อากิญฺจญฺญํ ปตฺถยนฺตา, ปริวาเรนฺติ มํ สทา.

‘‘อภิญฺญาปารมิปฺปตฺตา, เปตฺติเก โคจเร รตา;

อนฺตลิกฺขจรา ธีรา, ปริวาเรนฺติ มํ สทา.

‘‘สํวุตา ฉสุ ทฺวาเรสุ, อเนชา รกฺขิตินฺทฺริยา;

อสํสฏฺฐา จ เต ธีรา, มม สิสฺสา ทุราสทา.

‘‘ปลฺลงฺเกน นิสชฺชาย, ฐานจงฺกมเนน จ;

วีตินาเมนฺติ เต รตฺตึ, มม สิสฺสา ทุราสทา.

‘‘รชฺชนีเย น รชฺชนฺติ, ทุสฺสนีเย น ทุสฺสเร;

โมหนีเย น มุยฺหนฺติ, มม สิสฺสา ทุราสทา.

‘‘อิทฺธึ วีมํสมานา เต, วตฺตนฺติ นิจฺจกาลิกํ;

ปถวึ เต ปกมฺเปนฺติ, สารพฺเภน ทุราสทา.

‘‘กีฬมานา จ เต สิสฺสา, กีฬนฺติ ฌานกีฬิตํ.

ชมฺพุโต ผลมาเนนฺติ, มม สิสฺสา ทุราสทา.

‘‘อญฺเญ คจฺฉนฺติ โคยานํ, อญฺเญ ปุพฺพวิเทหกํ;

อญฺเญ จ อุตฺตรกุรุํ, เอสนาย ทุราสทา.

‘‘ปุรโต เปเสนฺติ ขารึ, ปจฺฉโต จ วชนฺติ เต;

จตุวีสสหสฺเสหิ, ฉาทิตํ โหติ อมฺพรํ.

‘‘อคฺคิปากี อนคฺคี จ, ทนฺโตทุกฺขลิกาปิ จ;

อเสฺมน โกฏฺฏิตา เกจิ, ปวตฺตผลโภชนา.

‘‘อุทโกโรหณา เกจิ, สายํ ปาโต สุจีรตา;

โตยาภิเสจนกรา, มม สิสฺสา ทุราสทา.

‘‘ปรูฬฺหกจฺฉนขโลมา, ปงฺกทนฺตา รชสฺสิรา;

คนฺธิตา สีลคนฺเธน, มม สิสฺสา ทุราสทา.

‘‘ปาโตว สนฺนิปติตฺวา, ชฏิลา อุคฺคตาปนา;

ลาภาลาภํ ปกิตฺเตตฺวา, คจฺฉนฺติ อมฺพเร ตทา.

‘‘เอเตสํ ปกฺกมนฺตานํ, มหาสทฺโท ปวตฺตติ;

อชินจมฺมสทฺเทน, มุทิตา โหนฺติ เทวตา.

‘‘ทิโสทิสํ ปกฺกมนฺติ, อนฺตลิกฺขจรา อิสี;

สเก พเลนุปตฺถทฺธา, เต คจฺฉนฺติ ยทิจฺฉกํ.

‘‘ปถวีกมฺปกา เอเต, สพฺเพว นภจาริโน;

อุคฺคเตชา ทุปฺปสหา, สาคโรว อโขภิยา.

‘‘ฐานจงฺกมิโน เกจิ, เกจิ เนสชฺชิกา อิสี;

ปวตฺตโภชนา เกจิ, มม สิสฺสา ทุราสทา.

‘‘เมตฺตาวิหาริโน เอเต, หิเตสี สพฺพปาณินํ;

อนตฺตุกฺกํสกา สพฺเพ, น เต วมฺเภนฺติ กสฺสจิ.

‘‘สีหราชาวสมฺภีตา, คชราชาว ถามวา;

ทุราสทา พฺยคฺฆาริว, อาคจฺฉนฺติ มมนฺติเก.

‘‘วิชฺชาธรา เทวตา จ, นาคคนฺธพฺพรกฺขสา;

กุมฺภณฺฑา ทานวา ครุฬา, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ.

‘‘เต ชฏาขาริภริตา, อชินุตฺตรวาสนา;

อนฺตลิกฺขจรา สพฺเพ, อุปชีวนฺติ ตํ สรํ.

‘‘สทานุจฺฉวิกา เอเต, อญฺญมญฺญํ สคารวา;

จตุพฺพีสสหสฺสานํ, ขิปิตสทฺโท น วิชฺชติ.

‘‘ปาเท ปาทํ นิกฺขิปนฺตา, อปฺปสทฺทา สุสํวุตา;

อุปสงฺกมฺม สพฺเพว, สิรสา วนฺทเร มมํ.

‘‘เตหิ สิสฺเสหิ ปริวุโต, สนฺเตหิ จ ตปสฺสิภิ;

วสามิ อสฺสเม ตตฺถ, ฌายี ฌานรโต อหํ.

‘‘อิสีนํ สีลคนฺเธน, ปุปฺผคนฺเธน จูภยํ;

ผลีนํ ผลคนฺเธน, คนฺธิโต โหติ อสฺสโม.

‘‘รตฺตินฺทิวํ น ชานามิ, อรติ เม น วิชฺชติ;

สเก สิสฺเส โอวทนฺโต, ภิยฺโย หาสํ ลภามหํ.

‘‘ปุปฺผานํ ปุปฺผมานานํ, ผลานญฺจ วิปจฺจตํ;

ทิพฺพคนฺธา ปวายนฺติ, โสภยนฺตา มมสฺสมํ.

‘‘สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา, อตาปี นิปโก อหํ;

ขาริภารํ คเหตฺวาน, วนํ อชฺโฌคหึ อหํ.

‘‘อุปฺปาเต สุปิเน จาปิ, ลกฺขเณสุ สุสิกฺขิโต;

ปวตฺตมานํ มนฺตปทํ, ธารยามิ อหํ ตทา.