๓. อานนฺทตฺเถรคาถาวณฺณนา
ปิสุเณน จ โกธเนนาติอาทิกา อายสฺมโต อานนฺทตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร สตฺถุ เวมาติกภาตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ, สุมโนติสฺส นามํ อโหสิ. ปิตา ปนสฺส อานนฺทราชา นาม. โส อตฺตโน ปุตฺตสฺส สุมนกุมารสฺส วยปฺปตฺตสฺส หํสวติโต วีสโยชนสเต ฐาเน โภคนครํ อทาสิ. โส กทาจิ กทาจิ อาคนฺตฺวา อตฺตานญฺจ ปิตรญฺจ ปสฺสติ. ตทา ราชา สตฺถารญฺจ สตสหสฺสปริมาณํ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ สยเมว สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิ, อญฺเญสํ อุปฏฺฐาตุํ น เทติ.
เตน สมเยน ปจฺจนฺโต กุปิโต อโหสิ. กุมาโร ตสฺส กุปิตภาวํ รญฺโญ อนาโรเจตฺวา สยเมว ตํ วูปสเมติ. ตํ สุตฺวา ราชา ตุฏฺฐมานโส ปุตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘วรํ เต, ตาต ทมฺมิ, วรํ คณฺหาหี’’ติ อาห. กุมาโร ‘‘สตฺถารํ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ เตมาสํ อุปฏฺฐหนฺโต ชีวิตํ อวญฺฌํ กาตุํ อิจฺฉามี’’ติ อาห. ‘‘เอตํ น สกฺกา, อญฺญํ วเทหี’’ติ. ‘‘เทว, ขตฺติยานํ เทฺวกถา นาม นตฺถิ, เอตเทว เม เทหิ, น มยฺหํ อญฺเญน อตฺโถ’’ติ. ‘‘สเจ สตฺถา อนุชานาติ, ทินฺนเมวา’’ติ. โส ‘‘สตฺถุ จิตฺตํ ชานิสฺสามี’’ติ วิหารํ คโต.
เตน จ สมเยน ภควา ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา คนฺธกุฏึ ปวิฏฺโฐ โหติ. โส ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ ทสฺสนาย อาคโต, ทสฺเสถ เม ภควนฺต’’นฺติ อาห. ภิกฺขู ‘‘สุมโน นาม เถโร สตฺถุ อุปฏฺฐาโก, ตสฺส สนฺติกํ คจฺฉาหี’’ติ อาหํสุ. โส เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘สตฺถารํ, ภนฺเต, เม ทสฺเสถา’’ติ อาห. อถ เถโร ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ภนฺเต, ราชปุตฺโต ตุมฺหากํ ทสฺสนาย อาคโต’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ, ภิกฺขุ, พหิ อาสนํ ปญฺญาเปหี’’ติ. เถโร ปุนปิ ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว พุทฺธาสนํ คเหตฺวา อนฺโตคนฺธกุฏิยํ นิมุชฺชิตฺวา พหิปริเวเณ ปาตุภวิตฺวา คนฺธกุฏิปริเวเณ อาสนํ ปญฺญาเปสิ. กุมาโร ตํ ทิสฺวา ‘‘มหนฺโต วตายํ ภิกฺขู’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ.
ภควาปิ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. ราชปุตฺโต สตฺถารํ วนฺทิตฺวา, ปฏิสนฺถารํ กตฺวา, อยํ, ภนฺเต, เถโร ตุมฺหากํ สาสเน วลฺลโภ มญฺเญติ. ‘‘อาม กุมาร, วลฺลโภ’’ติ? ‘‘กึ กตฺวา, ภนฺเต, เอส วลฺลโภ โหตี’’ติ?‘‘ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา’’ติ. ‘‘ภควา, อหมฺปิ อยํ เถโร วิย อนาคเต พุทฺธสาสเน วลฺลโภ โหตุกาโม’’ติ สตฺถาหํ ขนฺธาวารภตฺตํ นาม ทตฺวาปิ สตฺตเม ทิวเส, ภนฺเต, มยา ปิตุ สนฺติกา เตมาสํ ตุมฺหากํ ปฏิชคฺคนวโร ลทฺโธ, เตมาสํ เม วสฺสาวาสํ อธิวาเสถาติ. ภควา, ‘‘อตฺถิ นุ โข ตตฺถ คเตน อตฺโถ’’ติ โอโลเกตฺวา ‘‘อตฺถี’’ติ ทิสฺวา ‘‘สุญฺญาคาเร โข, กุมาร, ตถาคตา อภิรมนฺตี’’ติ อาห. กุมาโร ‘‘อญฺญาตํ ภควา, อญฺญาตํ สุคตา’’ติ วตฺวา ‘‘อหํ, ภนฺเต, ปุริมตรํ คนฺตฺวา วิหารํ กาเรมิ, มยา เปสิเต ภิกฺขุสตสหสฺเสน สทฺธึ อาคจฺฉถา’’ติ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา ปิตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ทินฺนา เม, เทว, ภควตา ปฏิญฺญา, มยา ปหิเต ภควนฺตํ เปเสยฺยาถา’’ติ ปิตรํ วนฺทิตฺวา, นิกฺขมิตฺวา โยชเน โยชเน วิหารํ กโรนฺโต วีสโยชนสตํ อทฺธานํ คโต. คนฺตฺวา จ อตฺตโน นคเร วิหารฏฺฐานํ วิจินนฺโต โสภนสฺส นาม กุฏุมฺพิกสฺส อุยฺยานํ ทิสฺวา สตสหสฺเสน กิณิตฺวา สตสหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา วิหารํ กาเรสิ. ตตฺถ ภควโต คนฺธกุฏึ เสสภิกฺขูนญฺจ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานตฺถาย กุฏิเลณมณฺฑเป กาเรตฺวา ปาการปริกฺเขปํ ทฺวารโกฏฺฐกญฺจ นิฏฺฐาเปตฺวา ปิตุ สนฺติกํ เปเสสิ ‘‘นิฏฺฐิตํ มยฺหํ กิจฺจํ, สตฺถารํ ปหิณถา’’ติ.
ราชา ภควนฺตํ โภเชตฺวา ‘‘ภควา สุมนสฺส กิจฺจํ นิฏฺฐิตํ, ตุมฺหากํ คมนํ ปจฺจาสีสตี’’ติ อาห. ภควา สตสหสฺสภิกฺขุปริวุโต โยชเน โยชเน วิหาเรสุ วสมาโน อคมาสิ. กุมาโร ‘‘สตฺถา อาคจฺฉตี’’ติ สุตฺวา โยชนํ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูชยมาโน สตสหสฺเสน กีเต โสภเน นาม อุยฺยาเน สตสหสฺเสน การิตํ วิหารํ ปเวเสตฺวา –
‘‘สตสหสฺเสน เม กีตํ, สตสหสฺเสน มาปิตํ;
โสภนํ นาม อุยฺยานํ, ปฏิคฺคณฺห มหามุนี’’ติ. –
ตํ นิยฺยาเทสิ. โส วสฺสูปนายิกทิวเส มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา ‘‘อิมินาว นีหาเรน ทานํ ทเทยฺยาถา’’ติ ปุตฺตทาเร อมจฺเจ จ กิจฺจกรณีเยสุ จ นิโยเชตฺวา สยํ สุมนตฺเถรสฺส วสนฏฺฐานสมีเปเยว วสนฺโต เตมาสํ สตฺถารํ อุปฏฺฐหนฺโต อุปกฏฺฐาย ปวารณาย คามํ ปวิสิตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา สตฺตเม ทิวเส สตฺถุ ภิกฺขุสตสหสฺสสฺส จ ปาทมูเล ติจีวรานิ ฐเปตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ยเทตํ มยา สตฺตาหํ ขนฺธาวารทานโต ปฏฺฐาย ปุญฺญํ กตํ, น ตํ สคฺคสมฺปตฺติอาทีนํ อตฺถาย, อถ โข อหํ อยํ สุมนตฺเถโร วิย อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส อุปฏฺฐาโก ภเวยฺย’’นฺติ ปณิธานํ อกาสิ. สตฺถาปิสฺส อนนฺตรายตํ ทิสฺวา พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ.
โสปิ ตสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท วสฺสสตสหสฺสํ ปุญฺญานิ กตฺวา ตโต ปรมฺปิ ตตฺถ ตตฺถ ภเว อุฬารานิ ปุญฺญกมฺมานิ อุปจินิตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล ปิณฺฑาย จรโต เอกสฺส เถรสฺส ปตฺตคฺคหณตฺถํ อุตฺตรสาฏกํ ทตฺวา ปูชํ อกาสิ. ปุน สคฺเค นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จุโต พาราณสิราชา หุตฺวา อฏฺฐ ปจฺเจกพุทฺเธ ทิสฺวา เต โภเชตฺวา อตฺตโน มงฺคลุยฺยาเน อฏฺฐ ปณฺณสาลาโย กาเรตฺวา เตสํ นิสีทนตฺถาย อฏฺฐ สพฺพรตนมยปีเฐ เจว มณิอาธารเก จ ปฏิยาเทตฺวา ทสวสฺสสหสฺสานิ อุปฏฺฐานํ อกาสิ. เอตานิ ปากฏฏฺฐานานิ.
กปฺปสตสหสฺสํ ปน ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ กโรนฺโตว อมฺหากํ โพธิสตฺเตน สทฺธึ ตุสิตปุเร นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จุโต อมิโตทนสกฺกสฺส เคเห นิพฺพตฺติ. ตสฺส สพฺเพ ญาตเก อานนฺทิเต กโรนฺโต ชาโตติ อานนฺโทเตฺวว นามํ อโหสิ. โส อนุกฺกเมน วยปฺปตฺโต กตาภินิกฺขมเน สมฺมาสมฺโพธึ ปตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺเก ปฐมํ กปิลวตฺถุํ คนฺตฺวา ตโต นิกฺขนฺเต ภควติ ตสฺส ปริวารตฺถํ ปพฺพชิตุํ นิกฺขนฺเตหิ ภทฺทิยาทีหิ สทฺธึ นิกฺขมิตฺวา ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว อายสฺมโต ปุณฺณสฺส มนฺตาณิปุตฺตสฺส สนฺติเก ธมฺมกถํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ.
เตน จ สมเยน ภควโต ปฐมโพธิยํ วีสติวสฺสานิ อนิพทฺธอุปฏฺฐากา อเหสุํ. เอกทา นาคสมาโล ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา วิจริ, เอกทา นาคิโต, เอกทา อุปวาโน, เอกทา สุนกฺขตฺโต, เอกทา จุนฺโท สมณุทฺเทโส, เอกทา สาคโต, เอกทา เมฆิโย, เต เยภุยฺเยน สตฺถุ จิตฺตํ นาราธยึสุ. อเถกทิวสํ ภควา คนฺธกุฏิปริเวเณ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต นิสินฺโน ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อหํ, ภิกฺขเว, อิทานิมฺหิ มหลฺลโก, เอกจฺเจ ภิกฺขู ‘อิมินา มคฺเคน คจฺฉามา’ติ วุตฺเต อญฺเญน คจฺฉนฺติ, เอกจฺเจ มยฺหํ ปตฺตจีวรํ ภูมิยํ นิกฺขิปนฺติ, มยฺหํ นิพทฺธุปฏฺฐากํ ภิกฺขุํ ชานาถา’’ติ. ตํ สุตฺวา ภิกฺขูนํ ธมฺมสํเวโค อุทปาทิ. อถายสฺมา สาริปุตฺโต อุฏฺฐาย ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา – ‘‘อหํ, ภนฺเต, ตุเมฺห อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ อาห. ตํ ภควา ปฏิกฺขิปิ. เอเตนุปาเยน มหาโมคฺคลฺลานํ อาทึ กตฺวา สพฺเพ มหาสาวกา – ‘‘อหํ อุปฏฺฐหิสฺสามิ, อหํ อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ อุฏฺฐหึสุ ฐเปตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ, เตปิ ภควา ปฏิกฺขิปิ. โส ปน ตุณฺหีเยว นิสีทิ. อถ นํ ภิกฺขู อาหํสุ – ‘‘อาวุโส, ตฺวมฺปิ สตฺถุ อุปฏฺฐากฏฺฐานํ ยาจาหี’’ติ. ยาจิตฺวา ลทฺธฏฺฐานํ นาม กีทิสํ โหติ, สเจ รุจฺจติ, สตฺถา สยเมว วกฺขตีติ. อถ ภควา ‘‘น, ภิกฺขเว, อานนฺโท อญฺเญหิ อุสฺสาเหตพฺโพ, สยเมว ชานิตฺวา มํ อุปฏฺฐหิสฺสตี’’ติ อาห. ตโต ภิกฺขู ‘‘อุฏฺเฐหิ, อาวุโส อานนฺท, สตฺถารํ อุปฏฺฐากฏฺฐานํ ยาจาหี’’ติ อาหํสุ.
เถโร อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘สเจ เม, ภนฺเต, ภควา อตฺตนา ลทฺธํ ปณีตจีวรํ น ทสฺสติ, ปณีตปิณฺฑปาตํ น ทสฺสติ, เอกคนฺธกุฏิยํ วสิตุํ น ทสฺสติ, นิมนฺตนํ คเหตฺวา น คมิสฺสติ, เอวาหํ ภควนฺตํ อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ อาห. ‘‘เอตฺตเก คุเณ ลภโต สตฺถุ อุปฏฺฐาเน โก ภาโร’’ติ อุปวาทโมจนตฺถํ อิเม จตฺตาโร ปฏิกฺเขปา จ – ‘‘สเจ, ภนฺเต, ภควา มยา คหิตนิมนฺตนํ คมิสฺสติ, สจาหํ เทสนฺตรโต อาคตาคเต ตาวเทว ทสฺเสตุํ ลจฺฉามิ; ยทา เม กงฺขา อุปฺปชฺชติ, ตาวเทว ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตุํ ลจฺฉามิ, สเจ ภควา ปรมฺมุขา เทสิตํ ธมฺมํ ปุน มยฺหํ กเถสฺสติ, เอวาหํ ภควนฺตํ อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ ‘‘เอตฺตกมฺปิ สตฺถุ สนฺติเก อนุคฺคหํ น ลภตี’’ติ อุปวาทโมจนตฺถญฺเจว ธมฺมภณฺฑาคาริกภาวปารมีปูรณตฺถญฺจ อิมา จตสฺโส อายาจนา จาติ อฏฺฐ วเร คเหตฺวา นิพทฺธุปฏฺฐาโก อโหสิ. ตสฺเสว ฐานนฺตรสฺส อตฺถาย กปฺปสตสหสฺสํ ปูริตานํ ปารมีนํ ผลํ ปาปุณิ. โส อุปฏฺฐากฏฺฐานํ ลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย ทสพลํ ทุวิเธน อุทเกน, ติวิเธน ทนฺตกฏฺเฐน, หตฺถปาทปริกมฺเมน ปิฏฺฐิปริกมฺเมน, คนฺธกุฏิปริเวณสมฺมชฺชเนนาติ เอวมาทีหิ กิจฺเจหิ อุปฏฺฐหนฺโต ‘‘อิมาย นาม เวลาย สตฺถุ อิทํ นาม ลทฺธุํ วฏฺฏติ, อิทํ นาม กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ ทิวสภาคํ สนฺติกาวจโร หุตฺวา, รตฺติภาเค มหนฺตํ ทณฺฑทีปิกํ คเหตฺวา คนฺธกุฏิปริเวณํ นว วาเร อนุปริยายติ, สตฺถริ ปกฺโกสนฺเต ปฏิวจนทานาย ถินมิทฺธวิโนทนตฺถํ.
อถ นํ สตฺถา เชตวเน อริยคณมชฺเฌ นิสินฺโน อเนกปริยาเยน ปสํสิตฺวา ‘‘พหุสฺสุตานํ สติมนฺตานํ คติมนฺตานํ ธิติมนฺตานํ อุปฏฺฐากานญฺจ ภิกฺขูนํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. เอวํ สตฺถารา ปญฺจสุ ฐาเนสุ เอตทคฺเค ฐปิโต จตูหิ อจฺฉริยพฺภุตธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สตฺถุ ธมฺมโกสารกฺโข อยํ มหาเถโร เสโขว สมาโน สตฺถริ ปรินิพฺพุเต เหฏฺฐา วุตฺตนเยน ภิกฺขูหิ สมุตฺเตชิโต เทวตาย จ สํเวชิโต ‘‘เสฺวเยว จ ทานิ ธมฺมสงฺคีติ กาตพฺพา, น โข ปน เมตํ ปติรูปํ, ยฺวายํ เสโข สกรณีโย หุตฺวา อเสเขหิ เถเรหิ สทฺธึ ธมฺมํ สงฺคายิตุํ สนฺนิปาตํ คนฺตุ’’นฺติ สญฺชาตุสฺสาโห วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา พหุเทวรตฺตึ วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต จงฺกเม วีริยสมตํ อลภิตฺวา วิหารํ ปวิสิตฺวา สยเน นิสีทิตฺวา สยิตุกาโม กายํ อาวฏฺเฏสิ. อปฺปตฺตญฺจ สีสํ พิมฺโพหนํ ปาทา จ ภูมิโต มุตฺตมตฺตา, เอตสฺมึ อนฺตเร อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจิ ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑.๖๔๔-๖๖๓) –
‘‘อารามทฺวารา นิกฺขมฺม, ปทุมุตฺตโร มหามุนิ;
วสฺเสนฺโต อมตํ วุฏฺฐึ, นิพฺพาเปสิ มหาชนํ.
‘‘สตสหสฺสํ เต ธีรา, ฉฬภิญฺญา มหิทฺธิกา;
ปริวาเรนฺติ สมฺพุทฺธํ, ฉายาว อนปายินี.
‘‘หตฺถิกฺขนฺธคโต อาสึ, เสตจฺฉตฺตํ วรุตฺตมํ;
สุจารุรูปํ ทิสฺวาน, วิตฺติ เม อุทปชฺชถ.
‘‘โอรุยฺห หตฺถิขนฺธมฺหา, อุปคจฺฉึ นราสภํ;
รตนามยฉตฺตํ เม, พุทฺธเสฏฺฐสฺส ธารยึ.
‘‘มม สงฺกปฺปมญฺญาย, ปทุมุตฺตโร มหาอิสิ;
ตํ กถํ ฐปยิตฺวาน, อิมา คาถา อภาสถ.
‘‘โย โส ฉตฺตมธาเรสิ, โสณฺณาลงฺการภูสิตํ;
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุโณถ มม ภาสโต.
‘‘อิโต คนฺตฺวา อยํ โปโส, ตุสิตํ อาวสิสฺสติ;
อนุโภสฺสติ สมฺปตฺตึ, อจฺฉราหิ ปุรกฺขโต.
‘‘จตุตึสติกฺขตฺตุญฺจ, เทวรชฺชํ กริสฺสติ;
พลาธิโป อฏฺฐสตํ, วสุธํ อาวสิสฺสติ.
‘‘อฏฺฐปญฺญาสกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ;
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, มหิยา การยิสฺสติ.
‘‘กปฺปสตสหสฺสมฺหิ, โอกฺกากกุลสมฺภโว;
โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘สกฺยานํ กุลเกตุสฺส, ญาติพนฺธุ ภวิสฺสติ;
อานนฺโท นาม นาเมน, อุปฏฺฐาโก มเหสิโน.
‘‘อาตาปี นิปโก จาปิ, พาหุสจฺเจสุ โกวิโท;
นิวาตวุตฺติ อตฺถทฺโธ, สพฺพปาฐี ภวิสฺสติ.
‘‘ปธานปหิตตฺโต โส, อุปสนฺโต นิรูปธิ;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, นิพฺพายิสฺสตินาสโว.
‘‘สนฺติ อารญฺญกา นาคา, กุญฺชรา สฏฺฐิหายนา;
ติธาปภินฺนา มาตงฺคา, อีสาทนฺตา อุรูฬฺหวา.
‘‘อเนกสตสหสฺสา, ปณฺฑิตาปิ มหิทฺธิกา;
สพฺเพ เต พุทฺธนาคสฺส, น โหนฺตุปณิธิมฺหิ เต.
‘‘อาทิยา เม นมสฺสามิ, มชฺฌิเม อถ ปจฺฉิเม;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, พุทฺธเสฏฺฐํ อุปฏฺฐหึ.
‘‘อาตาปี นิปโก จาปิ, สมฺปชาโน ปฏิสฺสโต;
โสตาปตฺติผลํ ปตฺโต, เสขภูมีสุ โกวิโท.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ กมฺมมภินีหรึ;
ตาหํ ภูมิมนุปฺปตฺโต, ฐิตา สทฺธมฺมมาจลา.
‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา สงฺคีติมณฺฑปํ ปวิสิตฺวา ธมฺมํ สงฺคายนฺโต ตตฺถ ตตฺถ ภิกฺขูนํ โอวาททานวเสน อตฺตโน ปฏิปตฺติทีปนาทิวเสน จ ภาสิตคาถา เอกชฺฌํ กตฺวา อนุกฺกเมว ขุทฺทกนิกายสงฺคายนกาเล เถรคาถาสุ สงฺคีตึ อาโรเปนฺโต –
๑๐๑๗. ‘‘ปิสุเณน จ โกธเนน จ, มจฺฉรินา จ วิภูตนนฺทินา;
สขิตํ น กเรยฺย ปณฺฑิโต, ปาโป กาปุริเสน สงฺคโม.
๑๐๑๘. ‘‘สทฺเธน จ เปสเลน จ, ปญฺญวตา พหุสฺสุเตน จ;
สขิตํ กเรยฺย ปณฺฑิโต, ภทฺโท สปฺปุริเสน สงฺคโม.
๑๐๑๙. ‘‘ปสฺส จิตฺตกตํ พิมฺพํ, อรุกายํ สมุสฺสิตํ;
อาตุรํ พหุสงฺกปฺปํ, ยสฺส นตฺถิ ธุวํ ฐิติ.
๑๐๒๐. ‘‘ปสฺส จิตฺตกตํ รูปํ, มณินา กุณฺฑเลน จ;
อฏฺฐิตเจน โอนทฺธํ, สห วตฺเถหิ โสภติ.
๑๐๒๑. ‘‘อลตฺตกกตา ปาทา, มุขํ จุณฺณกมกฺขิตํ;
อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.
๑๐๒๒. ‘‘อฏฺฐปทกตา เกสา, เนตฺตา อญฺชนมกฺขิตา;
อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.
๑๐๒๓. ‘‘อญฺชนีว นวา จิตฺตา, ปูติกาโย อลงฺกโต;
อลํ พาลสฺส โมหาย, โน จ ปารคเวสิโน.
‘‘โอทหิ มิคโว ปาสํ, นาสทา วาคุรํ มิโค;
ภุตฺวา นิวาปํ คจฺฉาม, กนฺทนฺเต มิคพนฺธเก.
‘‘ฉินฺโน ปาโส มิควสฺส, นาสทา วาคุรํ มิโค;
ภุตฺวา นิวาปํ คจฺฉาม, โสจนฺเต มิคลุทฺทเก.
๑๐๒๔. ‘‘พหุสฺสุโต จิตฺตกถี, พุทฺธสฺส ปริจารโก;
ปนฺนภาโร วิสญฺญุตฺโต, เสยฺยํ กปฺเปติ โคตโม.
๑๐๒๕. ‘‘ขีณาสโว วิสญฺญุตฺโต, สงฺคาตีโต สุนิพฺพุโต;
ธาเรติ อนฺติมํ เทหํ, ชาติมรณปารคู.
๑๐๒๖. ‘‘ยสฺมึ ปติฏฺฐิตา ธมฺมา, พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน;
นิพฺพานคมเน มคฺเค, โสยํ ติฏฺฐติ โคตโม.
๑๐๒๗. ‘‘ทฺวาสีติ พุทฺธโต คณฺหึ, เทฺว สหสฺสานิ ภิกฺขุโต;
จตุราสีติสหสฺสานิ, เย เม ธมฺมา ปวตฺติโน.
๑๐๒๘. ‘‘อปฺปสฺสุตายํ ปุริโส, พลิพทฺโทว ชีรติ;
มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺติ, ปญฺญา ตสฺส น วฑฺฒติ.
๑๐๒๙. ‘‘พหุสฺสุโต อปฺปสฺสุตํ, โย สุเตนาติมญฺญติ;
อนฺโธ ปทีปธาโรว, ตเถว ปฏิภาติ มํ.
๑๐๓๐. ‘‘พหุสฺสุตํ อุปาเสยฺย, สุตญฺจ น วินาสเย;
ตํ มูลํ พฺรหฺมจริยสฺส, ตสฺมา ธมฺมธโร สิยา.
๑๐๓๑. ‘‘ปุพฺพาปรญฺญู อตฺถญฺญู, นิรุตฺติปทโกวิโท;
สุคฺคหีตญฺจ คณฺหาติ, อตฺถญฺโจปปริกฺขติ.
๑๐๓๒. ‘‘ขนฺตฺยา ฉนฺทิกโต โหติ, อุสฺสหิตฺวา ตุเลติ ตํ;
สมเย โส ปทหติ, อชฺฌตฺตํ สุสมาหิโต.
๑๐๓๓. ‘‘พหุสฺสุตํ ธมฺมธรํ, สปฺปญฺญํ พุทฺธสาวกํ;
ธมฺมวิญฺญาณมากงฺขํ, ตํ ภเชถ ตถาวิธํ.
๑๐๓๔. ‘‘พหุสฺสุโต ธมฺมธโร, โกสารกฺโข มเหสิโน;
จกฺขุ สพฺพสฺส โลกสฺส, ปูชนีโย พหุสฺสุโต.
๑๐๓๕. ‘‘ธมฺมาราโม ธมฺมรโต, ธมฺมํ อนุวิจินฺตยํ;
ธมฺมํ อนุสฺสรํ ภิกฺขุ, สทฺธมฺมา น ปริหายติ.
๑๐๓๖. ‘‘กายมจฺเฉรครุโน, หิยฺยมาเน อนุฏฺฐเห;
สรีรสุขคิทฺธสฺส, กุโต สมณผาสุตา.
๑๐๓๗. ‘‘น ปกฺขนฺติ ทิสา สพฺพา, ธมฺมา น ปฏิภนฺติ มํ;
คเต กลฺยาณมิตฺตมฺหิ, อนฺธการํว ขายติ.
๑๐๓๘. ‘‘อพฺภตีตสหายสฺส, อตีตคตสตฺถุโน;
นตฺถิ เอตาทิสํ มิตฺตํ, ยถา กายคตา สติ.
๑๐๓๙. ‘‘เย ปุราณา อตีตา เต, นเวหิ น สเมติ เม;
สฺวชฺช เอโกว ฌายามิ, วสฺสุเปโตว ปกฺขิมา.
๑๐๔๐. ‘‘ทสฺสนาย อภิกฺกนฺเต, นานาเวรชฺชเก พหู;
มา วารยิตฺถ โสตาโร, ปสฺสนฺตุ สมโย มมํ.
๑๐๔๑. ‘‘ทสฺสนาย อภิกฺกนฺเต, นานาเวรชฺชเก ปุถุ;
กโรติ สตฺถา โอกาสํ, น นิวาเรติ จกฺขุมา.
๑๐๔๒. ‘‘ปณฺณวีสติ วสฺสานิ, เสขภูตสฺส เม สโต;
น กามสญฺญา อุปฺปชฺชิ, ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ.
๑๐๔๓. ‘‘ปณฺณวีสติ วสฺสานิ, เสขภูตสฺส เม สโต;
น โทสสญฺญา อุปฺปชฺชิ, ปสฺส ธมฺมสุธมฺมตํ.
๑๐๔๔. ‘‘ปณฺณวีสติ วสฺสานิ, ภควนฺตํ อุปฏฺฐหึ;
เมตฺเตน กายกมฺเมน, ฉายาว อนปายินี.
๑๐๔๕. ‘‘ปณฺณวีสติ วสฺสานิ, ภควนฺตํ อุปฏฺฐหึ;
เมตฺเตน วจีกมฺเมน, ฉายาว อนปายินี.
๑๐๔๖. ‘‘ปณฺณวีสติ วสฺสานิ, ภควนฺตํ อุปฏฺฐหึ;
เมตฺเตน มโนกมฺเมน, ฉายาว อนปายินี.
๑๐๔๗. ‘‘พุทฺธสฺส จงฺกมนฺตสฺส, ปิฏฺฐิโต อนุจงฺกมึ;
ธมฺเม เทสิยมานมฺหิ, ญาณํ เม อุทปชฺชถ.
๑๐๔๘. ‘‘อหํ สกรณีโยมฺหิ, เสโข อปฺปตฺตมานโส;
สตฺถุ จ ปรินิพฺพานํ, โย อมฺหํ อนุกมฺปโก.
๑๐๔๙. ‘‘ตทาสิ ยํ ภึสนกํ, ตทาสิ โลมหํสนํ;
สพฺพการวรูเปเต, สมฺพุทฺเธ ปรินิพฺพุเต.
๑๐๕๐. ‘‘พหุสฺสุโต ธมฺมธโร, โกสารกฺโข มเหสิโน;
จกฺขุ สพฺพสฺส โลกสฺส, อานนฺโท ปรินิพฺพุโต.
๑๐๕๑. ‘‘พหุสฺสุโต ธมฺมธโร, โกสารกฺโข มเหสิโน;
จกฺขุ สพฺพสฺส โลกสฺส, อนฺธกาเร ตโมนุโท.
๑๐๕๒. ‘‘คติมนฺโต สติมนฺโต, ธิติมนฺโต จ โย อิสิ;
สทฺธมฺมธารโก เถโร, อานนฺโท รตนากโร.
๑๐๕๓. ‘‘ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ;
โอหิโต ครุโก ภาโร, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ. –
อิมา คาถา อภาสิ.
ตตฺถ ปิสุเณน จาติ อาทิโต เทฺว คาถา ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู เทวทตฺตปกฺขิเยหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สํสคฺคํ กโรนฺเต ทิสฺวา เตสํ โอวาททานวเสน วุตฺตา. ตตฺถ ปิสุเณนาติ ปิสุณาย วาจาย. ตาย หิ ยุตฺโต ปุคฺคโล ‘‘ปิสุโณ’’ติ วุตฺโต ยถา นีลคุณยุตฺโต ปโฏ นีโลติ. โกธเนนาติ กุชฺฌนสีเลน. อตฺตสมฺปตฺตินิคูหณลกฺขณสฺส มจฺเฉรสฺส สมฺภวโต มจฺฉรินา. วิภูตนนฺทินาติ สตฺตานํ วิภูตํ วิภวนํ วินาสํ อิจฺฉนฺเตน, วิภูตํ วา วิสุํ ภาโว เภโท, ตํ นนฺทเนน, สพฺพเมตํ เทวทตฺตปกฺขิเยว สนฺธาย วุตฺตํ. เต หิ ปญฺจวตฺถุทีปนาย พหู ชเน สมฺมาปฏิปนฺเน ภินฺทนฺตา สตฺถริ พหิทฺธตาย ถทฺธมจฺฉริยาทิมจฺฉริยปกตา มหาชนสฺส มหโต อนตฺถาย ปฏิปชฺชึสุ. สขิตนฺติ สหายภาวํ สํสคฺคํ น กเรยฺย, กึการณา? ปาโป กาปุริเสน สงฺคโม กาปุริเสน ปาปปุคฺคเลน สมาคโม นิหีโน ลามโก. เย หิสฺส ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺติ. เตสํ ทุจินฺติตาทิเภทํ พาลลกฺขณเมว อาวหติ, ปเคว วจนกรสฺส. เตนาห ภควา – ‘‘ยานิ กานิจิ, ภิกฺขเว, ภยานิ อุปฺปชฺชนฺติ, สพฺพานิ ตานิ พาลโต อุปฺปชฺชนฺติ, โน ปณฺฑิตโต’’ติอาทิ (อ. นิ. ๓.๑).
เยน ปน สํสคฺโค กาตพฺโพ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สทฺเธน จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สทฺเธนาติ กมฺมกมฺมผลสทฺธาย เจว, รตนตฺตยสทฺธาย จ สมนฺนาคเตน. เปสเลนาติ ปิยสีเลน สีลสมฺปนฺเนน. ปญฺญวตาติ อุทยตฺถคามินิยา นิพฺเพธิกาย ปญฺญาย วเสน ปญฺญาสมฺปนฺเนน. พหุสฺสุเตนาติ ปริยตฺติปฏิเวธพาหุสจฺจานํ ปาริปูริยา พหุสฺสุเตน. ภทฺโทติ เตน ตาทิเสน สาธุนา สงฺคโม ภทฺโท สุนฺทโร กลฺยาโณ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิเภทํ อตฺถํ อาวหตีติ อธิปฺปาโย.
ปสฺส จิตฺตกตนฺติอาทิกา สตฺต คาถา อตฺตโน รูปสมฺปตฺตึ ทิสฺวา กามสญฺญํ อุปฺปาเทนฺติยา อุตฺตราย นาม อุปาสิกาย กายวิจฺฉนฺทชนนตฺถํ ภาสิตา. ‘‘อมฺพปาลึ คณิกํ ทิสฺวา วิกฺขิตฺตจิตฺตานํ โอวาททานตฺถ’’นฺติปิ วทนฺติ. ตา เหฏฺฐา วุตฺตตฺถา เอว.
พหุสฺสุโต จิตฺตกถีติอาทิกา เทฺว คาถา เถเรน อรหตฺตํ ปตฺวา อุทานวเสน ภาสิตา. ตตฺถ ปริจารโกติ อุปฏฺฐาโก. เสยฺยํ กปฺเปตีติ อรหตฺตปฺปตฺติสมนนฺตรํ สยิตตฺตา วุตฺตํ. เถโร หิ พหุเทว รตฺตึ จงฺกเมน วีตินาเมตฺวา สรีรํ อุตุํ คาหาเปตุํ โอวรกํ ปวิสิตฺวา สยิตุํ มญฺจเก นิสินฺโน ปาทา จ ภูมิโต มุตฺตา, อปฺปตฺตญฺจ สีสํ พิมฺโพหนํ, เอตฺถนฺตเร อรหตฺตํ ปตฺวา สยิ.
ขีณาสโวติ ปริกฺขีณจตุราสโว, ตโต เอว จตูหิปิ โยเคหิ วิสํยุตฺโต, ราคสงฺคาทีนํ อติกฺกนฺตตฺตา สงฺคาตีโต, สพฺพโส กิเลสปริฬาหสฺส วูปสนฺตตฺตา สุนิพฺพุโต สีติภูโตติ อตฺโถ.
ยสฺมึ ปติฏฺฐิตา ธมฺมาติ เถรํ อุทฺทิสฺส ขีณาสวมหาพฺรหฺมุนา ภาสิตา คาถา. อุปฏฺฐิตาย หิ ธมฺมสงฺคีติยา เถรํ อุทฺทิสฺส เยหิ ภิกฺขูหิ ‘‘เอโก ภิกฺขุ วิสฺสคนฺธํ วายตี’’ติ วุตฺตํ. อถ เถโร อธิคเต อรหตฺเต สตฺตปณฺณิคุหาทฺวารํ สงฺฆสฺส สามคฺคีทานตฺถํ อาคโต, ตสฺส ขีณาสวภาวปฺปกาสเนน สุทฺธาวาสมหาพฺรหฺมา. เต ภิกฺขู ลชฺชาเปนฺโต ‘‘ยสฺมึ ปติฏฺฐิตา ธมฺมา’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – พุทฺธสฺส ภควโต ธมฺมา เตเนว อธิคตา ปเวทิตา จ ปฏิเวธปริยตฺติธมฺมา. ยสฺมึ ปุริสวิเสเส ปติฏฺฐิตา, โสยํ โคตฺตโต โคตโม ธมฺมภณฺฑาคาริโก สอุปาทิเสสนิพฺพานสฺส อธิคตตฺตา อิทานิ อนุปาทิเสสนิพฺพานคมเน มคฺเค ปติฏฺฐหิ, ตสฺส เอกํสภาคีติ.
อเถกทิวสํ โคปกโมคฺคลฺลาโน นาม พฺราหฺมโณ เถรํ ปุจฺฉิ – ‘‘ตฺวํ พหุสฺสุโตติ พุทฺธสฺส สาสเน ปากโฏ, กิตฺตกา ธมฺมา เต สตฺถารา ภาสิตา, ตยา ธาริตา’’ติ? ตสฺส เถโร ปฏิวจนํ เทนฺโต ‘‘ทฺวาสีตี’’ติ คาถมาห. ตตฺถ ทฺวาสีติ สหสฺสานีติ โยชนา, พุทฺธโต คณฺหินฺติ สมฺมาสมฺพุทฺธโต อุคฺคณฺหึ ทฺวิสหสฺสาธิกานิ อสีติธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ สตฺถุ สนฺติกา อธิคณฺหินฺติ อตฺโถ. เทฺว สหสฺสานิ ภิกฺขุโตติ เทฺว ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ ภิกฺขุโต คณฺหึ, ธมฺมเสนาปติอาทีนํ ภิกฺขูนํ สนฺติกา อธิคจฺฉึ. จตุราสีติสหสฺสานีติ ตทุภยํ สโมธาเนตฺวา จตุสหสฺสาธิกานิ อสีติสหสฺสานิ. เย เม ธมฺมา ปวตฺติโนติ เย ยถาวุตฺตปริมาณา ธมฺมกฺขนฺธา มยฺหํ ปคุณา วาจุคฺคตา ชิวฺหคฺเค ปริวตฺตนฺตีติ.
อเถกทา เถโร สาสเน ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาธุเรปิ คนฺถธุเรปิ อนนุยุตฺตํ เอกํ ปุคฺคลํ ทิสฺวา พาหุสจฺจาภาเว อาทีนวํ ปกาเสนฺโต ‘‘อปฺปสฺสุตาย’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ อปฺปสฺสุตายนฺติ เอกสฺส ทฺวินฺนํ วา ปณฺณาสานํ, อถ วา ปน วคฺคานํ อนฺตมโส เอกสฺส ทฺวินฺนํ วา สุตฺตนฺตานมฺปิ อุคฺคหิตานํ อภาเวน อปฺปสฺสุโต อยํ, กมฺมฏฺฐานํ ปน อุคฺคเหตฺวา อนุยุญฺชนฺโต พหุสฺสุโตว. พลิพทฺโทว ชีรตีติ ยถา พลิพทฺโท ชีรมาโน วฑฺฒมาโน เนว มาตุ น ปิตุ, น เสสญาตกานํ อตฺถาย วฑฺฒติ, อถ โข นิรตฺถกเมว ชีรติ; เอวเมวํ อยมฺปิ น อุปชฺฌายวตฺตํ กโรติ, น อาจริยวตฺตํ, น อาคนฺตุกวตฺตาทีนิ, น ภาวนํ อนุยุญฺชติ, นิรตฺถกเมว ชีรติ. มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺตีติ ยถา พลิพทฺทสฺส ‘‘กสนภารวหนาทีสุ อสมตฺโถ เอโส’’ติ อรญฺเญ วิสฺสฏฺฐสฺส ยถา ตถา วิจรนฺตสฺส ขาทนฺตสฺส ปิวนฺตสฺส มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺติ; เอวเมวํ อิมสฺสาปิ อุปชฺฌายาทีหิ วิสฺสฏฺฐสฺส สงฺฆํ นิสฺสาย จตฺตาโร ปจฺจเย ลภิตฺวา อุทฺธํวิเรจนาทีนิ กตฺวา กายํ โปเสนฺตสฺส มํสานิ วฑฺฒนฺติ ถูลสรีโร หุตฺวา วิจรติ. ปญฺญาติ โลกิยโลกุตฺตรา ปนสฺส ปญฺญา เอกงฺคุลิมตฺตาปิ น วฑฺฒติ, อรญฺเญ คจฺฉลตาทีนิ วิย อสฺส ฉทฺวารานิ นิสฺสาย ตณฺหา เจว นววิธมาโน จ วฑฺฒตีติ อธิปฺปาโย.
พหุสฺสุโตติ คาถา อตฺตโน พาหุสจฺจํ นิสฺสาย อญฺญํ อติมญฺญนฺตํ เอกํ ภิกฺขุํ อุทฺทิสฺส วุตฺตา. ตตฺถ สุเตนาติ สุตเหตุ อตฺตโน พาหุสจฺจนิมิตฺตํ. อติมญฺญตีติ อติกฺกมิตฺวา มญฺญติ อตฺตานํ อุกฺกํเสนฺโต ปรํ ปริภวติ. ตเถวาติ ยถา อนฺโธ อนฺธกาเร เตลปชฺโชตํ ธาเรนฺโต อาโลกทาเนน ปเรสํเยว อตฺถาวโห, น อตฺตโน, ตเถว ปริยตฺติพาหุสจฺเจน สุตวา ปุคฺคโล สุเตน อนุปปนฺโน อตฺตโน อตฺถํ อปริปูเรนฺโต อนฺโธ ญาณาโลกทาเนน ปเรสํเยว อตฺถาวโห, น อตฺตโน, ทีปธาโร อนฺโธ วิย มยฺหํ อุปฏฺฐาตีติ.
อิทานิ พาหุสจฺเจ อานิสํสํ ทสฺเสนฺโต ‘‘พหุสฺสุต’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ อุปาเสยฺยาติ ปยิรุปาเสยฺย. สุตญฺจ น วินาสเยติ พหุสฺสุตํ ปยิรุปาสิตฺวา ลทฺธํ สุตญฺจ น วินาเสยฺย, น สุสฺเสยฺย ธารณปริจยปริปุจฺฉามนสิกาเรหิ วฑฺเฒยฺย. ตํ มูลํ พฺรหฺมจริยสฺสาติ ยสฺมา พหุสฺสุตํ ปยิรุปาสิตฺวา ลทฺธํ ตํ สุตํ ปริยตฺติพาหุสจฺจํ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส มูลํ ปธานการณํ. ตสฺมา ธมฺมธโร สิยา วิมุตฺตายตนสีเส ฐตฺวา ยถาสุตสฺส ธมฺมสฺส ธารเณ ปฐมํ ปริยตฺติธมฺมธโร ภเวยฺย.
อิทานิ ปริยตฺติพาหุสจฺเจน สาเธตพฺพมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุพฺพาปรญฺญู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปุพฺพญฺจ อปรญฺจ ชานาตีติ ปุพฺพาปรญฺญู. เอกิสฺสา หิ คาถาย ปุพฺพภาเค อปญฺญายมาเนปิ ปุพฺพภาเค วา ปญฺญายมาเน อปรภาเค อปญฺญายมาเนปิ ‘‘อิมสฺส อปรภาคสฺส อิมินา ปุพฺพภาเคน, อิมสฺส วา ปุพฺพภาคสฺส อิมินา อปรภาเคน ภวิตพฺพ’’นฺติ ชานนฺโต ปุพฺพาปรญฺญู นาม. อตฺตตฺถาทิเภทํ ตสฺส ตสฺส ภาสิตสฺส อตฺถํ ชานาตีติ อตฺถญฺญู. นิรุตฺติปทโกวิโทติ นิรุตฺติยํ เสสปเทสุปิ จาติ จตูสุปิ ปฏิสมฺภิทาสุ เฉโก. สุคฺคหีตญฺจ คณฺหาตีติ เตเนว โกวิทภาเวน อตฺถโต พฺยญฺชนโต จ ธมฺมํ สุคหิตเมว กตฺวา คณฺหาติ. อตฺถญฺโจปปริกฺขตีติ ยถาสุตสฺส ยถาปริยตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถํ อุปปริกฺขติ ‘‘อิติ สีลํ, อิติ สมาธิ, อิติ ปญฺญา, อิเม รูปารูปธมฺมา’’ติ มนสา อนุเปกฺขติ.
ขนฺตฺยา ฉนฺทิกโต โหตีติ เตสุ มนสา อนุเปกฺขิเตสุ ธมฺเมสุ ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา นิชฺฌานํ ขมาเปตฺวา รูปปริคฺคหาทิมุเขน วิปสฺสนาภินิเวเส ฉนฺทิกโต ฉนฺทชาโต โหติ. ตถาภูโต จ วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต อุสฺสหิตฺวา ตุเลติ ตํตํปจฺจยนามรูปทสฺสนวเสน อุสฺสาหํ กตฺวา ตโต ปรํ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ตุเลติ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติปิ, ‘‘ทุกฺข’’นฺติปิ, ‘‘อนตฺตา’’ติปิ ตํ นามรูปํ ตีเรติ วิปสฺสติ. สมเย โส ปทหติ, อชฺฌตฺตํ สุสมาหิโตติ โส เอวํ ปสฺสนฺโต ปคฺคเหตพฺพาทิสมเย จิตฺตสฺส ปคฺคณฺหนาทินา ปทหติ, ปทหนฺโต จ อชฺฌตฺตํ โคจรชฺฌตฺเต วิปสฺสนาสมาธินา มคฺคสมาธินา จ สุฏฺฐุ สมาหิโต ภเวยฺย, อสมาธานเหตุภูเต กิเลเส ปชเหยฺย. สฺวายํ คุโณ สพฺโพปิ ยสฺมา พหุสฺสุตํ ธมฺมธรํ สปฺปญฺญํ พุทฺธสาวกํ ปยิรุปาสนฺตสฺส โหติ, ตสฺมา อสงฺขตํ ธมฺมํ อารพฺภ ทุกฺขาทีสุ ปริญฺญาทิวิสิฏฺฐกิจฺจตาย ธมฺมวิญฺญาณสงฺขาตํ ธมฺมญาณํ อากงฺขนฺโต ตถาวิธํ วุตฺตปฺปการํ กลฺยาณมิตฺตํ ภเชถ, เสเวยฺย ปยิรุปาเสยฺยาติ อตฺโถ.
เอวํ พหุปการตาย ตสฺส ปูชนียกํ ทสฺเสนฺโต ‘‘พหุสฺสุโต’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – สุตฺตเคยฺยาทิ พหุ สุตํ เอตสฺสาติ พหุสฺสุโต. ตเมว เทสนาธมฺมํ สุวณฺณภาชเน ปกฺขิตฺตสีหวสา วิย อวินสฺสนฺตํ ธาเรตีติ ธมฺมธโร. ตโต เอว มเหสิโน ภควโต ธมฺมโกสํ ธมฺมรตนํ อารกฺขตีติ โกสารกฺโข. ยสฺมา สเทวกสฺส โลกสฺส สมทสฺสเนน จกฺขุภูโต, ตสฺมา จกฺขุ สพฺพสฺส โลกสฺส ปูชนีโย มานนีโยติ, พหุสฺสุตภาเวน พหุชนสฺส ปูชนียภาวทสฺสนตฺถํ นิคมนวเสน ปุนปิ ‘‘พหุสฺสุโต’’ติ วุตฺตํ.
เอวรูปํ กลฺยาณมิตฺตํ ลภิตฺวาปิ การกสฺเสว อปริหานิ, น อการกสฺสาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺมาราโม’’ติ คาถมาห. ตตฺถ นิวาสนฏฺเฐน สมถวิปสฺสนาธมฺโม อาราโม, ตสฺมึ เอว ธมฺเม รโต อภิรโตติ ธมฺมรโต, ตสฺเสว ธมฺมสฺส ปุนปฺปุนํ วิจินฺตเนน ธมฺมํ อนุวิจินฺตยํ ธมฺมํ อาวชฺเชนฺโต มนสิ กโรตีติ อตฺโถ. อนุสฺสรนฺติ ตเมว ธมฺมํ อนุสฺสรนฺโต. สทฺธมฺมาติ เอวรูโป ภิกฺขุ สตฺตตึสปเภทา โพธิปกฺขิยธมฺมา นววิธโลกุตฺตรธมฺมา จ น ปริหายติ, น กทาจิ ตสฺส ตโต ปริหานิ โหตีติ อตฺโถ.
อเถกทิวสํ กาเย อวีตราคํ กุสีตํ หีนวีริยํ โกสลฺลายา ติ นามํ ภิกฺขุํ สํเวเชนฺโต ‘‘กายมจฺเฉรครุโน’’ติ คาถมาห. ตตฺถ กายมจฺเฉรครุโนติ ‘‘กายทฬฺหีพหุลสฺส กาเย มมตฺตสฺส อาจริยุปชฺฌายานมฺปิ กาเยน กตฺตพฺพํ กิญฺจิ อกตฺวา วิจรนฺตสฺส. หิยฺยมาเนติ อตฺตโน กาเย ชีวิเต จ ขเณ ขเณ ปริหิยฺยมาเน. อนุฏฺฐเหติ สีลาทีนํ ปริปูรณวเสน อุฏฺฐานวีริยํ น กเรยฺย. สรีรสุขคิทฺธสฺสาติ อตฺตโน สรีรสฺส สุขาปเนเนว เคธํ อาปนฺนสฺส. กุโต สมณผาสุตาติ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส สามญฺญวเสน กุโต สุขวิหาโร, ผาสุวิหาโร น ตสฺส วิชฺชตีติ อตฺโถ.
น ปกฺขนฺตีติอาทิกา อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ธมฺมเสนาปติโน ปรินิพฺพุตภาวํ สุตฺวา เถเรน ภาสิตา. ตตฺถ น ปกฺขนฺติ ทิสา สพฺพาติ ปุรตฺถิมาทิเภทา สพฺพา ทิสา น ปกฺขยนฺติ, ทิสามูโฬฺหติ อตฺโถ. ธมฺมา น ปฏิภนฺติ มนฺติ ปุพฺเพ สุฏฺฐุ ปคุณาปิ ปริยตฺติธมฺมา อิทานิ สกฺกจฺจํ สมนฺนาหริยมานาปิ มยฺหํ น อุปฏฺฐหนฺติ. คเต กลฺยาณมิตฺตมฺหีติ สเทวกสฺส โลกสฺส กลฺยาณมิตฺตภูเต ธมฺมเสนาปติมฺหิ อนุปาทิเสสนิพฺพานํ คเต. อนฺธการํว ขายตีติ สพฺโพปายํ โลโก อนฺธกาโร วิย อุปฏฺฐาติ.
อพฺภตีตสหายสฺสาติ อปคตสหายสฺส, กลฺยาณมิตฺตรหิตสฺสาติ อตฺโถ. อตีตคตสตฺถุโนติ อายสฺมโต อตีโต หุตฺวา นิพฺพานคตสตฺถุกสฺส, สตฺถริ ปรินิพฺพุเตติ อตฺโถ. ยถา กายคตา สตีติ กายคตาสติภาวนา ตกฺกรสฺส ยถา เอกนฺตหิตาวหา, เอวํ เอตาทิสํ อนาถสฺส ปุคฺคลสฺส เอกนฺตหิตาวหํ อญฺญํ มิตฺตํ นาม นตฺถิ, สนาถสฺส อญฺญาปิ ภาวนา หิตาวหา เอวาติ อธิปฺปาโย.
ปุราณาติ โปราณา, สาริปุตฺตาทิเก กลฺยาณมิตฺเต สนฺธาย วทติ. นเวหีติ นวเกหิ. น สเมติ เมติ มยฺหํ จิตฺตํ น สมาคจฺฉติ, น เต มม จิตฺตํ อาราเธนฺตีติ อตฺโถ. สฺวชฺช เอโกว ฌายามีติ โสหํ อชฺช วุฑฺฒตเรหิ วิรหิโต เอโกว หุตฺวา ฌายามิ ฌานปสุโต โหมิ. วสฺสุเปโตติ วสฺสกาเล กุลาวกํ อุเปโต ปกฺขี วิย. ‘‘วาสุเปโต’’ติปิ ปาฬิ, วาสํ อุปคโตติ อตฺโถ.
ทสฺสนาย อภิกฺกนฺเตติ คาถา สตฺถารา ภาสิตา. ตสฺสตฺโถ – มม ทสฺสนาย อภิกฺกนฺเต นานาวิธวิเทสปวาสิกพหุชเน, อานนฺท, มม อุปสงฺกมนํ มา วาเรสิ. กสฺมา? เต โสตาโร ธมฺมสฺส, มมํ ปสฺสนฺตุ, อยเมว ทสฺสนาย สมโยติ.