๑๗. ตึสนิปาโต

๑. ผุสฺสตฺเถรคาถาวณฺณนา

ตึสนิปาเต ปาสาทิเก พหู ทิสฺวาติอาทิกา อายสฺมโต ผุสฺสตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินิตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เอกสฺส มณฺฑลิกรญฺโญ ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ผุสฺโสติ นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต ขตฺติยกุมาเรหิ สิกฺขิตพฺพสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต. อุปนิสฺสยสมฺปนฺนตฺตา กาเมสุ อลคฺคจิตฺโต อญฺญตรสฺส มหาเถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา จริยานุกูลํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ภาวนํ อนุยุญฺชนฺโต ฌานานิ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานปาทกํ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. อเถกทิวสํ ปณฺฑรโคตฺโต นาม เอโก ตาปโส ตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา นิสินฺโน สมฺพหุเล ภิกฺขู สีลาจารสมฺปนฺเน สุสํวุตินฺทฺริเย ภาวิตกาเย ภาวิตจิตฺเต ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต ‘‘สาธุ วตายํ ปฏิปตฺติ โลเก จิรํ ติฏฺเฐยฺยา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘กถํ นุ โข, ภนฺเต, อนาคตมทฺธานํ ภิกฺขูนํ ปฏิปตฺติ ภวิสฺสตี’’ติ เถรํ ปุจฺฉิ. ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต สงฺคีติการา –

๙๔๙. ‘‘ปาสาทิเก พหู ทิสฺวา, ภาวิตตฺเต สุสํวุเต;

อิสิ ปณฺฑรสโคตฺโต, อปุจฺฉิ ผุสฺสสวฺหย’’นฺติ. – คาถํ อาทิโต ฐเปสุํ;

ตตฺถ ปาสาทิเกติ อตฺตโน ปฏิปตฺติยา ปสาทารเห. พหูติ สมฺพหุเล. ภาวิตตฺเตติ สมถวิปสฺสนาภาวนาหิ ภาวิตจิตฺเต. สุสํวุเตติ สุฏฺฐุ สํวุตินฺทฺริเย. อิสีติ ตาปโส. ปณฺฑรสโคตฺโตติ ปณฺฑรสฺส นาม อิสิโน วํเส ชาตตฺตา เตน สมานโคตฺโต. ผุสฺสสวฺหยนฺติ ผุสฺสสทฺเทน อวฺหาตพฺพํ, ผุสฺสนามกนฺติ อตฺโถ.

๙๕๐. ‘‘กึ ฉนฺทา กิมธิปฺปายา, กิมากปฺปา ภวิสฺสเร;

อนาคตมฺหิ กาลมฺหิ, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ. –

อยํ ตสฺส อิสิโน ปุจฺฉาคาถา.

ตตฺถ กึ ฉนฺทาติ อิมสฺมึ สาสเน อนาคเต ภิกฺขู กีทิสจฺฉนฺทา กีทิสาธิมุตฺติกา, กึ หีนาธิมุตฺติกา, อุทาหุ ปณีตาธิมุตฺติกาติ อตฺโถ. กิมธิปฺปายาติ กีทิสาธิปฺปายา กีทิสชฺฌาสยา, กึ สํกิเลสชฺฌาสยา, อุทาหุ โวทานชฺฌาสยาติ อตฺโถ. อถ วา ฉนฺทา นาม กตฺตุกมฺยตา, ตสฺมา กีทิสี เตสํ กตฺตุกมฺยตาติ อตฺโถ. อธิปฺปาโย อชฺฌาสโยเยว. กิมากปฺปาติ กีทิสากปฺปา. อากปฺปาติ จ เวสคหณาทิวาริตฺตจาริตฺตวนฺโตติ อตฺโถ. ภวิสฺสเรติ ภวิสฺสนฺติ. ตํ เมติ ตํ อนาคเต ภิกฺขูนํ ฉนฺทาธิปฺปายากปฺปเภทํ ปุจฺฉิโต มยฺหํ อกฺขาหิ กเถหีติ เถรํ อชฺเฌสติ. ตสฺส เถโร ตมตฺถํ อาจิกฺขนฺโต สกฺกจฺจสวเน ตาว นิโยเชตุํ –

๙๕๑. ‘‘สุโณหิ วจนํ มยฺหํ, อิสิ ปณฺฑรสวฺหย;

สกฺกจฺจํ อุปธาเรหิ, อาจิกฺขิสฺสามฺยนาคต’’นฺติ. – คาถมาห;

ตสฺสตฺโถ – โภ ปณฺฑรนาม อิสิ, ยํ ตฺวํ มํ ปุจฺฉสิ, ตํ เต อนาคตํ อาจิกฺขิสฺสามิ, อาจิกฺขโต ปน มม วจนํ สุณาหิ อนาคตตฺถทีปนโต สํเวคาวหโต จ สกฺกจฺจํ อุปธาเรหีติ.

อถ เถโร อนาคตํสญาเณน ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนญฺจ ภาวินึ ปวตฺตึ ยถาภูตํ ทิสฺวา ตสฺส อาจิกฺขนฺโต –

๙๕๒. ‘‘โกธนา อุปนาหี จ, มกฺขี ถมฺภี สฐา พหู;

อิสฺสุกี นานาวาทา จ, ภวิสฺสนฺติ อนาคเต.

๙๕๓. ‘‘อญฺญาตมานิโน ธมฺเม, คมฺภีเร ตีรโคจรา;

ลหุกา อครู ธมฺเม, อญฺญมญฺญมคารวา.

๙๕๔. ‘‘พหู อาทีนวา โลเก, อุปฺปชฺชิสฺสนฺตฺยนาคเต;

สุเทสิตํ อิมํ ธมฺมํ, กิเลสิสฺสนฺติ ทุมฺมตี.

๙๕๕. ‘‘คุณหีนาปิ สงฺฆมฺหิ, โวหรนฺตา วิสารทา;

พลวนฺโต ภวิสฺสนฺติ, มุขรา อสฺสุตาวิโน.

๙๕๖. ‘‘คุณวนฺโตปิ สงฺฆมฺหิ, โวหรนฺตา ยถาตฺถโต;

ทุพฺพลา เต ภวิสฺสนฺติ, หิรีมนา อนตฺถิกา.

๙๕๗. ‘‘รชตํ ชาตรูปญฺจ, เขตฺตํ วตฺถุมเชฬกํ.

ทาสิทาสญฺจ ทุมฺเมธา, สาทิยิสฺสนฺตฺยนาคเต.

๙๕๘. ‘‘อุชฺฌานสญฺญิโน พาลา, สีเลสุ อสมาหิตา;

อุนฺนฬา วิจริสฺสนฺติ, กลหาภิรตา มคา.

๙๕๙. ‘‘อุทฺธตา จ ภวิสฺสนฺติ, นีลจีวรปารุตา;

กุหา ถทฺธา ลปา สิงฺคี, จริสฺสนฺตฺยริยา วิย.

๙๖๐. ‘‘เตลสณฺเฐหิ เกเสหิ, จปลา อญฺชนกฺขิกา;

รถิยาย คมิสฺสนฺติ, ทนฺตวณฺณิกปารุตา.

๙๖๑. ‘‘อเชคุจฺฉํ วิมุตฺเตหิ, สุรตฺตํ อรหทฺธชํ;

ชิคุจฺฉิสฺสนฺติ กาสาวํ, โอทาเตสุ สมุจฺฉิตา.

๙๖๒. ‘‘ลาภกามา ภวิสฺสนฺติ, กุสีตา หีนวีริยา;

กิจฺฉนฺตา วนปตฺถานิ, คามนฺเตสุ วสิสฺสเร.

๙๖๓. ‘‘เย เย ลาภํ ลภิสฺสนฺติ, มิจฺฉาชีวรตา สทา;

เต เตว อนุสิกฺขนฺตา, ภชิสฺสนฺติ อสํยตา.

๙๖๔. ‘‘เย เย อลาภิโน ลาภํ, น เต ปุชฺชา ภวิสฺสเร;

สุเปสเลปิ เต ธีเร, เสวิสฺสนฺติ น เต ตทา.

๙๖๕. ‘‘มิลกฺขุรชนํ รตฺตํ, ครหนฺตา สกํ ธชํ;

ติตฺถิยานํ ธชํ เกจิ, ธาริสฺสนฺตฺยวทาตกํ.

๙๖๖. ‘‘อคารโว จ กาสาเว, ตทา เตสํ ภวิสฺสติ;

ปฏิสงฺขา จ กาสาเว, ภิกฺขูนํ น ภวิสฺสติ.

๙๖๗. ‘‘อภิภูตสฺส ทุกฺเขน, สลฺลวิทฺธสฺส รุปฺปโต;

ปฏิสงฺขา มหาโฆรา, นาคสฺสาสิ อจินฺติยา.

๙๖๘. ‘‘ฉทฺทนฺโต หิ ตทา ทิสฺวา, สุรตฺตํ อรหทฺธชํ;

ตาวเทวภณี คาถา, คโช อตฺโถปสํหิตา.

๙๖๙. ‘‘อนิกฺกสาโว กาสาวํ, โย วตฺถํ ปริธสฺสติ;

อเปโต ทมสจฺเจน, น โส กาสาวมรหติ.

๙๗๐. ‘‘โย จ วนฺตกสาวสฺส, สีเลสุ สุสมาหิโต;

อุเปโต ทมสจฺเจน, ส เว กาสาวมรหติ.

๙๗๑. ‘‘วิปนฺนสีโล ทุมฺเมโธ, ปากโฏ กามการิโย;

วิพฺภนฺตจิตฺโต นิสฺสุกฺโก, น โส กาสาวมรหติ.

๙๗๒. ‘‘โย จ สีเลน สมฺปนฺโน, วีตราโค สมาหิโต;

โอทาตมนสงฺกปฺโป, ส เว กาสาวมรหติ.

๙๗๓. ‘‘อุทฺธโต อุนฺนโฬ พาโล, สีลํ ยสฺส น วิชฺชติ;

โอทาตกํ อรหติ, กาสาวํ กึ กริสฺสติ.

๙๗๔. ‘‘ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ, ทุฏฺฐจิตฺตา อนาทรา;

ตาทีนํ เมตฺตจิตฺตานํ, นิคฺคณฺหิสฺสนฺตฺยนาคเต.

๙๗๕. ‘‘สิกฺขาเปนฺตาปิ เถเรหิ, พาลา จีวรธารณํ;

น สุณิสฺสนฺติ ทุมฺเมธา, ปากฏา กามการิยา.

๙๗๖. ‘‘เต ตถา สิกฺขิตา พาลา, อญฺญมญฺญํ อคารวา;

นาทิยิสฺสนฺตุปชฺฌาเย, ขฬุงฺโก วิย สารถึ.

๙๗๗. ‘‘เอวํ อนาคตทฺธานํ, ปฏิปตฺติ ภวิสฺสติ;

ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนญฺจ, ปตฺเต กาลมฺหิ ปจฺฉิเม.

๙๗๘. ‘‘ปุรา อาคจฺฉเต เอตํ, อนาคตํ มหพฺภยํ;

สุพฺพจา โหถ สขิลา, อญฺญมญฺญํ สคารวา.

๙๗๙. ‘‘เมตฺตจิตฺตา การุณิกา, โหถ สีเลสุ สํวุตา;

อารทฺธวีริยา ปหิตตฺตา, นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา.

๙๘๐. ‘‘ปมาทํ ภยโต ทิสฺวา, อปฺปมาทญฺจ เขมโต;

ภาเวถฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ, ผุสนฺตา อมตํ ปท’’นฺติ. – อิมา คาถา อภาสิ;

ตตฺถ โกธนาติ กุชฺฌนสีลา. ภวิสฺสนฺติ อนาคเตติ สมฺพนฺโธ. กึ เถรสฺส กาเล ตถา นาเหสุนฺติ? น นาเหสุํ. ตทา ปน กลฺยาณมิตฺตพหุลตาย โอวาทเกสุ วิญฺญาปเกสุ สพฺรหฺมจารีสุ พหูสุ วิชฺชมาเนสุ กิเลเสสุ พลวนฺเตสุ ปฏิสงฺขานพหุลตาย จ เยภุยฺเยน ภิกฺขู อกฺโกธนา อเหสุํ, อายตึ ตพฺพิปริยาเย อติโกธนา ภวิสฺสนฺติ, ตสฺมา ‘‘อนาคเต’’ติ วุตฺตํ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อุปนาหีติ อาฆาตวตฺถูสุ อาฆาตสฺส อุปนยฺหนสีลา อุปนาหสมฺภวโต วา อุปนาหี. ตตฺถ ปุริมกาลิโก พฺยาปาโท โกโธ, อปรกาลิโก อุปนาโห. สกึ ปวตฺโต วา โทโส โกโธ, อเนกกฺขตฺตุํ ปวตฺโต อุปนาโห. ปเรสํ วิชฺชมาเน คุเณ มกฺขนฺติ ปุญฺชนฺติ, เตสํ วา อุทกปุญฺชนิยา วิย อุทกสฺส มกฺโข มกฺขนํ ปุญฺชนํ เอเตสํ อตฺถีติ มกฺขี. อติมานลกฺขโณ ถมฺโภ เอเตสํ อตฺถีติ ถมฺภี. สฐาติ อสนฺตคุณวิภาวนลกฺขเณน สาเฐยฺเยน สมนฺนาคตา. อิสฺสุกีติ ปรสมฺปตฺติขิยฺยนลกฺขณาย อิสฺสาย สมนฺนาคตา. นานาวาทาติ อญฺญมญฺญํ วิรุทฺธวาทา วิรุทฺธทิฏฺฐิกา, กลหการกา จาติ อตฺโถ.

อญฺญาตมานิโน ธมฺเม, คมฺภีเร ตีรโคจราติ คมฺภีเร ทุโรภาเส สทฺธมฺเม อญฺญาเต เอว ‘‘ญาโตติ, ทิฏฺโฐ’’ติ เอวํ มานิโน, ตโต เอว ตสฺส โอรภาเค ปวตฺติตาย โอริมตีรโคจรา. ลหุกาติ ลหุสภาวา จปลา. อครู ธมฺเมติ สทฺธมฺเม คารวรหิตา. อญฺญมญฺญมคารวาติ อญฺญมญฺญสฺมึ อปฺปติสฺสา, สงฺเฆ สพฺรหฺมจารีสุ จ ครุคารววิรหิตา. พหู อาทีนวาติ วุตฺตปฺปการา, วกฺขมานา จ พหู อเนกโทสา อนฺตรายา. โลเกติ สตฺตโลเก. อุปฺปชฺชิสฺสนฺตฺยนาคเตติ อนาคเต ปาตุ ภวิสฺสนฺติ. สุเทสิตํ อิมํ ธมฺมนฺติ, สมฺมาสมฺพุทฺเธน สุฏฺฐุ อวิปรีตํ อาทิกลฺยาณาทิปฺปกาเรน เทสิตํ อิมํ อาคมสทฺธมฺมํ. กิเลสิสฺสนฺตีติ กิลิฏฺฐํ กิเลสทูสิตํ กริสฺสนฺติ, ‘‘อาปตฺตึ ‘อนาปตฺตี’ติ ครุกาปตฺตึ ‘ลหุกาปตฺตี’’’ติอาทินา ทุจฺจริตสํกิเลเสน อสทฺธมฺเมน สณฺหสุขุมํ รูปารูปธมฺมํ ปฏิกฺขิปิสฺสนฺติ, ทิฏฺฐิสํกิเลเสน อุภยตฺราปิ ตณฺหาสํกิเลเสน สํกิเลสิสฺสนฺติ มลินํ กริสฺสนฺติ. ทุมฺมตีติ นิปฺปญฺญา. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา – ‘‘ภวิสฺสนฺติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู อนาคตมทฺธานํ…เป… อภิธมฺมกถํ เวทลฺลกถํ กเถนฺตา กณฺหธมฺมํ โอกฺกมมานา น พุชฺฌิสฺสนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๗๙).

คุณหีนาติ สีลาทิคุณวิรหิตา ทุสฺสีลา, อลชฺชิโน จ. อถ วา คุณหีนาติ วินยวาริตฺตาทิคุเณน หีนา ธมฺมวินเย อปฺปกตญฺญุโน. สงฺฆมฺหีติ สงฺฆมชฺเฌ. โวหรนฺตาติ กเถนฺตา, สงฺเฆ วินิจฺฉยกถาย วตฺตมานาย ยํกิญฺจิ ภณนฺตา. วิสารทาติ นิพฺภยา ปคพฺภา. พลวนฺโตติ ปกฺขพเลน พลวนฺโต. มุขราติ มุขขรา ขรวาทิโน. อสฺสุตาวิโนติ น สุตวนฺโต, เกวลํ ลาภสกฺการสิโลกสนฺนิสฺสเยน คุณธรา หุตฺวา ‘‘ธมฺมํ ‘อธมฺโม’ติ, อธมฺมญฺจ ‘ธมฺโม’ติ, วินยํ ‘อวินโย’ติ, อวินยญฺจ ‘วินโย’’’ติ เอวํ อตฺตนา ยถิจฺฉิตมตฺถํ สงฺฆมชฺเฌ ปติฏฺฐเปนฺตา พลวนฺโต ภวิสฺสนฺติ.

คุณวนฺโตติ สีลาทิคุณสมฺปนฺนา. โวหรนฺตา ยถาตฺถโตติ อตฺถานุรูปํ, อวิปรีตตฺถํ ‘‘ธมฺมํ ‘ธมฺโม’ติ, อธมฺมํ ‘อธมฺโม’ติ, วินยํ ‘วินโย’ติ อวินยํ ‘อวินโย’’’ติ เอวํ ทีเปนฺตา. ทุพฺพลา เต ภวิสฺสนฺตีติ ปริสายํ อลชฺชุสฺสนฺนตาย พลวิรหิตา เต ภวิสฺสนฺติ, เตสํ วจนํ น ติฏฺฐิสฺสติ. หิรีมนา อนตฺถิกาติ หิรีมนฺโต เกนจิ อนตฺถิกา. เต หิ ธมฺเมน วตฺตุํ สมตฺถาปิ ปาปชิคุจฺฉตาย อปฺปกิจฺจตาย จ เกหิจิ วิโรธํ อกโรนฺตา อตฺตโน วาทํ ปติฏฺฐาเปตุํ น วายมนฺตา ทิฏฺฐาวิกมฺมํ วา อธิฏฺฐานํ วา อกตฺวา ตุณฺหี โหนฺติ.

รชตนฺติ รูปิยํ, เตน กหาปณโลหมาสกาทีนมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ชาตรูปนฺติ สุวณฺณํ, เตน มณิมุตฺตาทีนมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. วา-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ ‘‘อปทา วา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๓๔; ๕.๓๒; อิติวุ. ๙๐) วิย. ‘‘รชตชาตรูปญฺจา’’ติ วา ปาโฐ. เขตฺตนฺติ ยตฺถ ปุพฺพณฺณาปรณฺณํ รุหติ, ตํ เขตฺตํ. ตทตฺถํ อกตภูมิภาโค วตฺถุ. อเชฬกนฺติ เอฬกา นาม อชาเยว, เต ฐเปตฺวา อวเสสา ปสุชาตี อชา นาม. อเชฬกคฺคหเณเนว เหตฺถ โคมหึสาทีนมฺปิ สงฺคโห กโต. ทาสิทาสญฺจาติ ทาสิโย จ ทาเส จ. ทุมฺเมธาติ อวิทฺทสุโน, กปฺปิยากปฺปิยํ สารุปฺปาสารุปฺปํ อชานนฺตา อตฺตโน อตฺถาย สาทิยิสฺสนฺติ สมฺปฏิจฺฉิสฺสนฺติ.

อุชฺฌานสญฺญิโนติ ปเร เหฏฺฐโต กตฺวา โอโลกนจิตฺตา, อนุชฺฌายิตพฺพฏฺฐาเนปิ วา อุชฺฌานสีลา. พาลาติ ทุจฺจินฺติตจินฺตนาทินา พาลลกฺขเณน สมนฺนาคตา, ตโต เอว สีเลสุ อสมาหิตา จตุปาริสุทฺธิสีเลสุ น สมาหิตจิตฺตา. อุนฺนฬาติ, สมุสฺสิตตุจฺฉมานา. วิจริสฺสนฺตีติ มานทฺธชํ อุกฺขิปิตฺวา วิจริสฺสนฺติ. กลหาภิรตา มคาติ สารมฺภพหุลตาย กรณุตฺตริยปสุตา กลเห เอว อภิรตา มคสทิสา มิคา วิย อตฺตหิตาเปกฺขา ฆาเสสนาภิรตา ทุพฺพลวิเหสปราติ อตฺโถ.

อุทฺธตาติ อุทฺธจฺเจน สมนฺนาคตา จิตฺเตกคฺคตารหิตา. นีลจีวรปารุตาติ อกปฺปิยรชนรตฺเตน นีลวณฺเณน จีวเรน ปารุตา, ตาทิสํ จีวรํ นิวาเสตฺวา เจว ปารุปิตฺวา จ วิจรณกา. กุหาติ สามนฺตชปฺปนาทินา กุหนวตฺถุนา กุหกา, อสนฺตคุณสมฺภาวนิจฺฉาย โกหญฺญํ กตฺวา ปเรสํ วิมฺหาปยา. ถทฺธาติ โกเธน มาเนน จ ถทฺธมานสา กกฺขฬหทยา. ลปาติ ลปนกา กุหนวุตฺติกา, ปสนฺนมานเสหิ มนุสฺเสหิ ‘‘เกน, ภนฺเต, อยฺยสฺส อตฺโถ’’ติ ปจฺจยทายกานํ วทาปนกา, ปยุตฺตวาจาวเสน, นิปฺเปสิกตาวเสน จ ปจฺจยตฺถํ ลปกาติ วา อตฺโถ. สิงฺคีติ ‘‘ตตฺถ กตมํ สิงฺคํ? ยํ สิงฺคํ สิงฺคารตา จาตุรตา จาตุริยํ ปริกฺขตตา ปาริกฺขติย’’นฺติ (วิภ. ๘๕๒) เอวํ วุตฺเตหิ สิงฺคสทิเสหิ ปากฏกิเลเสหิ สมนฺนาคตา, สิงฺคารจริตาติ อตฺโถ. ‘‘อริยา วิยา’’ติ อิทํ ‘‘กุหา’’ติ เอตสฺเสว อตฺถทสฺสนํ. กุหกานญฺหิ อริยานมิว ฐิตภาวํ ทสฺเสนฺโต อริยา วิย วิจรนฺตีติ อาห.

เตลสณฺเฐหีติ สิตฺถกเตเลน วา อุทกเตเลน วา โอสณฺฐิเตหิ. จปลาติ กายมณฺฑนปริกฺขารมณฺฑนาทินา จาปลฺเลน ยุตฺตา. อญฺชนกฺขิกาติ อลงฺการญฺชเนน อญฺชิตเนตฺตา. รถิยาย คมิสฺสนฺตีติ ภิกฺขาจริยาย กุลูปสงฺกมนาปเทเสหิ, มหารจฺฉาย อิโต จิโต จ ปริพฺภมิสฺสนฺติ. ทนฺตวณฺณิกปารุตาติ ทนฺตวณฺณรตฺเตน จีวเรน ปารุตสรีรา.

อเชคุจฺฉนฺติ อชิคุจฺฉิตพฺพํ. วิมุตฺเตหีติ อริเยหิ. สุรตฺตนฺติ กปฺปิยรชเนน สุฏฺฐุ รตฺตํ, อรหนฺตานํ พุทฺธาทีนํ จิณฺณตาย อรหทฺธชํ ชิคุจฺฉิสฺสนฺติ กาสาวํ. กสฺมา? โอทาเตสุ สมุจฺฉิตา เคธํ อาปนฺนา. ทนฺตวณฺณปารุปนสฺส หิ อิทํ การณวจนํ. เต หิ เสตกํ สมฺภาเวนฺตา ‘‘สพฺเพน สพฺพํ เสตเก คหิเต ลิงฺคปริจฺจาโค เอว สิยา’’ติ ทนฺตวณฺณํ ปารุปนฺติ.

ลาภกามาติ ลาภคิทฺธา. ภิกฺขาจริยาสุปิ โกสชฺชโยคโต กุสีตา. สมณธมฺมํ กาตุํ จิตฺตสฺส อุสฺสาหาภาเวน หีนวีริยา. กิจฺฉนฺตาติ, กิลมนฺตา, วนปตฺเถสุ วสิตุํ กิจฺฉนฺตา กิลนฺตจิตฺตาติ อตฺโถ. คามนฺเตสูติ คามนฺตเสนาสเนสุ คามสมีเปสุ เสนาสเนสุ, คามทฺวาเรสุ วา เสนาสเนสุ. วสิสฺสเรติ วสิสฺสนฺติ.

เต เตว อนุสิกฺขนฺตาติ เย เย มิจฺฉาชีวปฺปโยเคน ลทฺธลาภา, เต เต เอว ปุคฺคเล อนุสิกฺขนฺตา ภมิสฺสนฺติ. ภมิสฺสนฺตีติ สยมฺปิ เต วิย มิจฺฉาชีเวน ลาภํ อุปฺปาเทตุํ ราชกุลาทีนิ เสวนฺตา ปริพฺภมิสฺสนฺติ. ‘‘ภชิสฺสนฺตี’’ติ วา ปาโฐ, เสวิสฺสนฺตีติ อตฺโถ. อสํยตาติ สีลสํยมรหิตา.

เย เย อลาภิโน ลาภนฺติ เย เย ภิกฺขู มิจฺฉาชีวปริวชฺชเนน อปฺปปุญฺญตาย จ ลาภสฺส ปจฺจยสฺส น ลาภิโน, เต ปุชฺชา ปูชนียา ปาสํสา ตทา อนาคเต กาเล น ภวิสฺสนฺติ. สุเปสเลปิ เต ธีเรติ ธิติสมฺปนฺนตาย ธีเร สุฏฺฐุ เปสเลปิ เต ภิกฺขู น เสวิสฺสนฺติ, ตทา อนาคเต เต ลาภิโน ลาภกามาว ภิกฺขูติ อตฺโถ.

มิลกฺขุรชนํ รตฺตนฺติ กาลกจฺฉกรชเนน รตฺตํ. สมาสปทเญฺหตํ, คาถาสุขตฺถํ สานุนาสิกนิทฺเทโส. ครหนฺตา สกํ ธชนฺติ อตฺตโน ธชภูตํ กาสาวํ ชิคุจฺฉนฺตา. สาสเน ปพฺพชิตานญฺหิ กาสาโว ธโช นาม. ติตฺถิยานํ ธชํ เกจีติ เกจิ สกฺยปุตฺติยภาวํ ปฏิชานนฺตา เอว ติตฺถิยานํ เสตวตฺถิกานํ ธชภูตํ อวทาตกํ เสตวตฺถํ ธาเรสฺสนฺติ.

อคารโว จ กาสาเวติ อรหทฺธชภูเต กาสาเว อคารโว อพหุมานํ ตทา อนาคเต เตสํ ภวิสฺสติ. ปฏิสงฺขา จ กาสาเวติ ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ ปฏิเสวามี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน ปจฺจเวกฺขณมตฺตมฺปิ กาสาวปริโภเค น ภวิสฺสติ.

กาสาวํ ธาเรนฺเตน กาสาวํ พหุมาเนน ‘‘ทุจฺจริตโต โอรมิตพฺพ’’นฺติ กาสาวสฺส ครุกาตพฺพภาเว ฉทฺทนฺตชาตกมุทาหรนฺโต ‘‘อภิภูตสฺส ทุกฺเขนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สลฺลวิทฺธสฺสาติ ปุถุนา สวิเสน สลฺเลน วิทฺธสฺส, ตโต เอว มหตา ทุกฺเขน อภิภูตสฺส. รุปฺปโตติ สรีรวิการํ อาปชฺชโต. มหาโฆราติ สรีรชีวิเตสุ นิรเปกฺขตาย ภิมฺมา ครุตรา ปฏิสงฺขา อญฺเญหิ อจินฺติยา จินฺตามตฺเตน ปวตฺเตตุํ อสกฺกุเณยฺยา ฉทฺทนฺตมหานาคสฺสอาสิ, อโหสิ. ฉทฺทนฺตนาคราชกาเล หิ โพธิสตฺโต โสณุตฺตเรน นาม เนสาเทน ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน ฐตฺวา วิสปีเตน สลฺเลน วิทฺโธ มหตา ทุกฺเขน อภิภูโต ตํ คเหตฺวา ปริทหิตํ กาสาวํ ทิสฺวา ‘‘อยํ อริยทฺธเชน ปฏิจฺฉนฺโน, น มยา หึสิตพฺโพ’’ติ ตตฺถ เมตฺตจิตฺตเมว ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา อุปริธมฺมํ เทเสสิ. ยถาห –

‘‘สมปฺปิโต ปุถุสลฺเลน นาโค,

อทุฏฺฐจิตฺโต ลุทฺทกมชฺฌภาสิ;

กิมตฺถยํ กิสฺส วา สมฺม เหตุ,

มมํ วธี กสฺส วายํ ปโยโค’’ติอาทิ. (ชา. ๑.๑๖.๑๒๔);

อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต เถโร ‘‘ฉทฺทนฺโต หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สุรตฺตํ อรหทฺธชนฺติ โสณุตฺตเรน ปริทหิตกาสาวํ สนฺธายาห. อภณีติ อภาสิ. คาถาติ คาถาโย. คโชติ ฉทฺทนฺโต นาคราชา. อตฺโถปสํหิตาติ อตฺถสนฺนิสฺสิตา หิตา, หิตยุตฺตาติ อตฺโถ.

ฉทฺทนฺตนาคราเชน วุตฺตคาถาสุ อนิกฺกสาโวติ ราคาทีหิ กสาเวหิ กสาโว, ปริทหิสฺสตีติ นิวาสนปารุปนอตฺถรณวเสน ปริภุญฺชิสฺสติ. ‘‘ปริธสฺสตี’’ติ วา ปาโฐ. อเปโต ทมสจฺเจนาติ อินฺทฺริยทเมน เจว ปรมตฺถสจฺจปกฺขิเกน วจีสจฺเจน จ อเปโต, วิยุตฺโต ปริจฺจตฺโตติ อตฺโถ. น โสติ โส เอวรูโป ปุคฺคโล กาสาวํ ปริทหิตุํ นารหติ.

วนฺตกสาวสฺสาติ จตูหิ มคฺเคหิ วนฺตกสาโว ฉฑฺฑิตกสาโว ปหีนกสาโว อสฺส ภเวยฺยาติ อตฺโถ. สีเลสูติ จตุปาริสุทฺธิสีเลสุ. สุสมาหิโตติ สุฏฺฐุ สมาหิโต. อุเปโตติ อินฺทฺริยทเมน เจว วุตฺตปฺปกาเรน สจฺเจน จ อุปคโต สมนฺนาคโต. ส เวติ โส เอวรูโป ปุคฺคโล ตํ คนฺธกาสาววตฺถํ เอกนฺเตน อรหตีติ อตฺโถ.

วิปนฺนสีโลติ ภินฺนสีโล. ทุมฺเมโธติ นิปฺปญฺโญ สีลวิโสธนปญฺญาย วิรหิโต. ปากโฏติ ‘‘ทุสฺสีโล อย’’นฺติ ปากโฏ ปกาโส, วิกฺขิตฺตินฺทฺริยตาย วา ปากโฏ ปากฏินฺทฺริโยติ อตฺโถ. กามการิโยติ ภินฺนสํวรตาย ยถิจฺฉิตการโก, กามสฺส วา มารสฺส ยถากามกรณีโย. วิพฺภนฺตจิตฺโตติ รูปาทีสุ วิสเยสุ วิกฺขิตฺตจิตฺโต. นิสฺสุกฺโกติ อสุกฺโก สุกฺกธมฺมรหิโต หิโรตฺตปฺปวิวชฺชิโต, กุสลธมฺมสมฺปาทนอุสฺสุกฺกรหิโต วา.

วีตราโคติ วิคตจฺฉนฺทราโค. โอทาตมนสงฺกปฺโปติ สุวิสุทฺธมโนวิตกฺโก, อนาวิลสงฺกปฺโป วา.

กาสาวํ กึ กริสฺสตีติ ยสฺส สีลํ นตฺถิ, ตสฺส กาสาวํ กึ นาม ปโยชนํ สาเธสฺสติ, จิตฺตกตสทิสํ ตสฺส ปพฺพชิตลิงฺคนฺติ อตฺโถ.

ทุฏฺฐจิตฺตาติ ราคาทิโทเสหิ ทูสิตจิตฺตา. อนาทราติ สตฺถริ ธมฺเม อญฺญมญฺญญฺจ อาทรรหิตา อคารวา. ตาทีนํ เมตฺตจิตฺตานนฺติ เมตฺตาภาวนาย สมฺปยุตฺตหทเย เตเนว อรหตฺตาธิคเมน อิฏฺฐาทีสุ ตาทิภาวปฺปตฺเต อุฬารคุเณ. อุปโยคตฺเถ หิ อิทํ สามิวจนํ. นิคฺคณฺหิสฺสนฺตีติ ‘‘สีลาทิสมฺปนฺเน ทิสฺวา เต สมฺภาเวนฺตา วิปนฺนสีเล อเมฺห น พหุํ มญฺญิสฺสนฺตี’’ติ อตฺตนิ อคารวภเยน ยถา เต อุพฺพาฬฺหา ปกฺกมิสฺสนฺติ, ตถา พาธิสฺสนฺตีติ อตฺโถ.

สิกฺขาเปนฺตาปีติ สิกฺขาปิยมานาปิ. กมฺมตฺเถ หิ อยํ กตฺตุนิทฺเทโส. เถเรหีติ อตฺตโน อาจริยุปชฺฌาเยหิ. จีวรธารณนฺติ อิทํ สมณปฏิปตฺติยา นิทสฺสนมตฺตํ, ตสฺมา ‘‘เอวํ เต อภิกฺกมิตพฺพํ, เอวํ เต ปฏิกฺกมิตพฺพ’’นฺติอาทินา (อ. นิ. ๔.๑๒๒) สิกฺขาปิยมานาปีติ อตฺโถ. น สุณิสฺสนฺตีติ โอวาทํ น คณฺหิสฺสนฺติ.

เต ตถา สิกฺขิตา พาลาติ เต อนฺธพาลา อาจริยุปชฺฌาเยหิ สิกฺขาปิยมานาปิ อนาทรตาย อสิกฺขิตาติ. นาทิยิสฺสนฺตุปชฺฌาเยติ อุปชฺฌาเย อาจริเย จ อาทรํ น กโรนฺติ, เตสํ อนุสาสนิยํ น ติฏฺฐนฺติ. ยถา กึ? ขฬุงฺโก วิย สารถึ ยถา ขฬุงฺโก ทุฏฺฐสฺโส อสฺสทมกํ นาทิยติ น ตสฺส อุปเทเส ติฏฺฐติ, เอวํ เตปิ อุปชฺฌายาจริเย น ภายนฺติ น สารชฺชนฺตีติ อตฺโถ.

‘‘เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส นิคมนํ. ตตฺถ เอวนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน. อนาคตทฺธานนฺติ อนาคตมทฺธานํ, อนาคเต กาเลติ อตฺโถ. ตํเยว สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ปตฺเต กาลมฺหิ ปจฺฉิเม’’ติ อาห. ตตฺถ กตโม ปจฺฉิมกาโล? ‘‘ตติยสงฺคีติโต ปฏฺฐาย ปจฺฉิมกาโล’’ติ เกจิ, ตํ เอเก นานุชานนฺติ. สาสนสฺส หิ ปญฺจยุคานิ วิมุตฺติยุคํ, สมาธิยุคํ, สีลยุคํ, สุตยุคํ, ทานยุคนฺติ. เตสุ ปฐมํ วิมุตฺติยุคํ, ตสฺมึ อนฺตรหิเต สมาธิยุคํ วตฺตติ, ตสฺมิมฺปิ อนฺตรหิเต สีลยุคํ วตฺตติ, ตสฺมิมฺปิ อนฺตรหิเต สุตยุคํ วตฺตเตว. อปริสุทฺธสีโล หิ เอกเทเสน ปริยตฺติพาหุสจฺจํ ปคฺคยฺห ติฏฺฐติ ลาภาทิกามตาย. ยทา ปน มาติกาปริโยสานา ปริยตฺติ สพฺพโส อนฺตรธายติ, ตโต ปฏฺฐาย ลิงฺคมตฺตเมว อวสิสฺสติ, ตทา ยถา ตถา ธนํ สํหริตฺวา ทานมุเขน วิสฺสชฺเชนฺติ, สา กิร เนสํ จริมา สมฺมาปฏิปตฺติ. ตตฺถ สุตยุคโต ปฏฺฐาย ปจฺฉิมกาโล, ‘‘สีลยุคโต ปฏฺฐายา’’ติ อปเร.

เอวํ เถโร ปจฺฉิเม กาเล อุปฺปชฺชนกํ มหาภยํ ทสฺเสตฺวา ปุน ตตฺถ สนฺนิปติตภิกฺขูนํ โอวาทํ ททนฺโต ‘‘ปุรา อาคจฺฉเต’’ติอาทินา ติสฺโส คาถา อภาสิ. ตตฺถ ปุรา อาคจฺฉเต เอตนฺติ เอตํ มยา ตุมฺหากํ วุตฺตํ ปฏิปตฺติอนฺตรายกรํ อนาคตํ มหาภยํ อาคจฺฉติ ปุรา, ยาว อาคมิสฺสติ, ตาวเทวาติ อตฺโถ. สุพฺพจาติ วจนกฺขมา โสวจสฺสการเกหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตา, ครูนํ อนุสาสนิโย ปทกฺขิณคฺคาหิโน โหถาติ อตฺโถ. สขิลาติ มุทุหทยา.

เมตฺตจิตฺตาติ สพฺพสตฺเตสุ หิตูปสํหารลกฺขณาย เมตฺตาย สมฺปยุตฺตจิตฺตา. การุณิกาติ กรุณาย นิยุตฺตา ปเรสํ ทุกฺขาปนยนาการวุตฺติยา กรุณาย สมนฺนาคตา. อารทฺธวีริยาติ อกุสลานํ ปหานาย กุสลานํ อุปสมฺปทาย ปคฺคหิตวีริยา. ปหิตตฺตาติ นิพฺพานํ ปฏิเปสิตจิตฺตา. นิจฺจนฺติ สพฺพกาลํ. ทฬฺหปรกฺกมาติ ถิรวีริยา.

ปมาทนฺติ ปมชฺชนํ, กุสลานํ ธมฺมานํ อนนุฏฺฐานํ, อกุสเลสุ จ ธมฺเมสุ จิตฺตโวสฺสคฺโค. วุตฺตญฺหิ –

‘‘ตตฺถ กตโม ปมาโท? กายทุจฺจริเต วา วจีทุจฺจริเต วา มโนทุจฺจริเต วา ปญฺจสุ วา กามคุเณสุ จิตฺตสฺส โวสฺสคฺโค โวสฺสคฺคานุปฺปทานํ, กุสลานํ ธมฺมานํ ภาวนาย อสกฺกจฺจกิริยตา’’ติอาทิ (วิภ. ๙๓๐).

อปฺปมาทนฺติ อปฺปมชฺชนํ, โส ปมาทสฺส ปฏิปกฺขโต เวทิตพฺโพ. อตฺถโต หิ อปฺปมาโท นาม สติยา อวิปฺปวาโส, อุปฏฺฐิตาย สติยา เอว เจตํ นามํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยสฺมา ปมาทมูลกา สพฺเพ อนตฺถา, อปฺปมาทมูลกา จ สพฺเพ อตฺถา, ตสฺมา ปมาทํ ภยโต อุปทฺทวโต ทิสฺวา อปฺปมาทญฺจ เขมโต อนุปทฺทวโต ทิสฺวา อปฺปมาทปฏิปตฺติยา สิขาภูตํ สีลาทิกฺขนฺธตฺตยสงฺคหํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ อฏฺฐนฺนํ องฺคานํ วเสน อฏฺฐงฺคิกํ อริยมคฺคํ ภาเวถ, อมตํ นิพฺพานํ ผุสนฺตา สจฺฉิกโรนฺตา อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปาเทถ, ทสฺสนมคฺคมตฺเต อฏฺฐตฺวา อุปริ ติณฺณํ มคฺคานํ อุปฺปาทนวเสน วฑฺเฒถ, เอวํ โว อปฺปมาทภาวนา สิขาปตฺตา ภวิสฺสตีติ.

เอวํ เถโร สมฺปตฺตปริสํ โอวทติ. อิมา เอว จิมสฺส เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณคาถา อเหสุนฺติ.

ผุสฺสตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สาริปุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา

ยถาจารี ยถาสโตติอาทิกา อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส คาถา. ตสฺส อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส จ วตฺถุ เอวํ เวทิตพฺพํ – อตีเต อิโต สตสหสฺสกปฺปาธิเก อสงฺเขฺยยฺยมตฺถเก อายสฺมา สาริปุตฺโต พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, นาเมน สรทมาณโว นาม อโหสิ. มหาโมคฺคลฺลาโน คหปติมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, นาเมน สิริวฑฺฒกุฏุมฺพิโก นาม อโหสิ. เต อุโภปิ สหปํสุกีฬกสหายา อเหสุํ. เตสุ สรทมาณโว ปิตุ อจฺจเยน กุลสนฺตกํ ธนํ ปฏิปชฺชิตฺวา เอกทิวสํ รโหคโต จินฺเตสิ – ‘‘อิเมสํ สตฺตานํ มรณํ นาม เอกนฺติกํ, ตสฺมา มยา เอกํ ปพฺพชฺชํ อุปคนฺตฺวา โมกฺขมคฺโค คเวสิตพฺโพ’’ติ สหายํ อุปสงฺกมิตฺวา, สมฺม, อหํ ปพฺพชิตุกาโม, กึ ตฺวํ ปพฺพชิตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ วตฺวา เตน ‘‘น สกฺขิสฺสามี’’ติ วุตฺเต ‘‘โหตุ อหเมว ปพฺพชิสฺสามี’’ติ รตนโกฏฺฐาคารานิ วิวราเปตฺวา กปณทฺธิกาทีนํ มหาทานํ ทตฺวา ปพฺพตปาทํ คนฺตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. ตสฺส ปพฺพชฺชํ อนุปพฺพชิตา จตุสตฺตติสหสฺสมตฺตา พฺราหฺมณปุตฺตา อเหสุํ. โส ปญฺจ อภิญฺญาโย อฏฺฐ จ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา เตสมฺปิ ชฏิลานํ กสิณปริกมฺมํ อาจิกฺขิ. เตปิ สพฺเพ ปญฺจาภิญฺญา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตสุํ.

เตน สมเยน อโนมทสฺสี นาม สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก สตฺเต สํสารมโหฆโต ตาเรตฺวา เอกทิวสํ ‘‘สรทตาปสสฺส จ อนฺเตวาสิกานญฺจ สงฺคหํ กริสฺสามี’’ติ เอโก อทุติโย ปตฺตจีวรมาทาย อากาเสน คนฺตฺวา ‘‘พุทฺธภาวํ เม ชานาตู’’ติ ตาปสสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว อากาสโต โอตริตฺวา ปถวิยํ ปติฏฺฐาสิ. สรทตาปโส สตฺถุ สรีเร มหาปุริสลกฺขณานิ อุปธาเรตฺวา ‘‘สพฺพญฺญุพุทฺโธเยวาย’’นฺติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน. สรทตาปโส สตฺถุ สนฺติเก เอกมนฺตํ นิสีทิ.

ตสฺมึ สมเย ตสฺส อนฺเตวาสิกา จตุสตฺตติสหสฺสมตฺตา ชฏิลา ปณีตปณีตานิ โอชวนฺตานิ ผลาผลานิ คเหตฺวา อาคตา สตฺถารํ ทิสฺวา สญฺชาตปฺปสาทา อตฺตโน อาจริยสฺส จ สตฺถุ จ นิสินฺนาการํ โอโลเกตฺวา, ‘‘อาจริย, มยํ ปุพฺเพ ‘ตุเมฺหหิ มหนฺตตโร โกจิ นตฺถี’ติ วิจราม, อยํ ปน ปุริโส ตุเมฺหหิ มหนฺตตโร มญฺเญ’’ติ อาหํสุ. ‘‘กึ วเทถ, ตาตา? สาสเปน สทฺธึ อฏฺฐสฏฺฐิโยชนสตสหสฺสุพฺเพธํ สิเนรุํ สมํ กาตุํ อิจฺฉถ? สพฺพญฺญุพุทฺเธน มํ ตุลฺยํ มา กริตฺถา’’ติ. อถ เต ตาปสา อาจริยสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘ยาว มหา วตายํ ปุริสุตฺตโม’’ติ สพฺเพว ปาเทสุ นิปติตฺวา สตฺถารํ วนฺทึสุ.

อถ เต อาจริโย อาห – ‘‘ตาตา, สตฺถุ อนุจฺฉวิโก โน เทยฺยธมฺโม นตฺถิ, สตฺถา จ ภิกฺขาจารเวลาย อิธาคโต, หนฺท มยํ เทยฺยธมฺมํ ยถาพลํ ทสฺสาม. ตุเมฺหหิ ยํ ยํ ปณีตํ ผลาผลํ อาภตํ, ตํ ตํ อาหรถา’’ติ อาหราเปตฺวา หตฺเถ โธวิตฺวา สยํ ตถาคตสฺส ปตฺเต ปติฏฺฐาเปสิ. สตฺถารา จ ผลาผเล ปฏิคฺคณฺหิตมตฺเต เทวตา ทิพฺโพชํ ปกฺขิปึสุ. ตาปโส อุทกมฺปิ สยเมว ปริสฺสาเวตฺวา อทาสิ. ตโต โภชนกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา สตฺถริ นิสินฺเน สพฺเพ อนฺเตวาสิเก ปกฺโกสิตฺวา สตฺถุ สนฺติเก สารณียํ กถํ กเถนฺโต นิสีทิ. สตฺถา ‘‘เทฺว อคฺคสาวกา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อาคจฺฉนฺตู’’ติ จินฺเตสิ. เต สตฺถุ จิตฺตํ ญตฺวา ตาวเทว สตสหสฺสขีณาสวปริวารา อคฺคสาวกา อาคนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ.

ตโต สรทตาปโส อนฺเตวาสิเก อามนฺเตสิ – ‘‘ตาตา, สตฺถุ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ปุปฺผาสเนน ปูชา กาตพฺพา, ตสฺมา ปุปฺผานิ อาหรถา’’ติ. เต ตาวเทว อิทฺธิยา วณฺณคนฺธสมฺปนฺนานิ ปุปฺผานิ อาหริตฺวา พุทฺธสฺส โยชนปฺปมาณํ ปุปฺผาสนํ ปญฺญาเปสุํ, อุภินฺนํ อคฺคสาวกานํ ติคาวุตํ, เสสภิกฺขูนํ อฑฺฒโยชนิกาทิเภทํ, สงฺฆนวกสฺส อุสภมตฺตํ ปญฺญาเปสุํ. เอวํ เตสํ ปญฺญตฺเตสุ อาสเนสุ สรทตาปโส ตถาคตสฺส ปุรโต อญฺชลึ ปคฺคยฺห ฐิโต – ‘‘ภนฺเต, มยฺหํ อนุคฺคหตฺถาย อิมํ ปุปฺผาสนํ อภิรุหถา’’ติ อาห. นิสีทิ ภควา ปุปฺผาสเน. สตฺถริ นิสินฺเน เทฺว อคฺคสาวกา เสสภิกฺขู จ อตฺตโน อตฺตโน ปตฺตาสเน นิสีทึสุ. สตฺถา ‘‘เตสํ มหปฺผลํ โหตู’’ติ นิโรธํ สมาปชฺชิ. สตฺถุ สมาปนฺนภาวํ ญตฺวา เทฺว อคฺคสาวกาปิ เสสภิกฺขูปิ นิโรธํ สมาปชฺชึสุ. ตาปโส สตฺตาหํ นิรนฺตรํ ปุปฺผจฺฉตฺตํ ธาเรนฺโต อฏฺฐาสิ. อิตเร ปน วนมูลผลาผลํ ปริภุญฺชิตฺวา เสสกาเล อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐํสุ.

สตฺถา สตฺตาหสฺส อจฺจเยน นิโรธโต วุฏฺฐาย อคฺคสาวกํ นิสภตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตาปสานํ ปุปฺผาสนานุโมทนํ กโรหี’’ติ. เถโร สาวกปารมีญาเณ ฐตฺวา เตสํ ปุปฺผาสนานุโมทนํ อกาสิ. ตสฺส เทสนาวสาเน สตฺถา ทุติยํ อคฺคสาวกํ อโนมตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘ตฺวมฺปิ อิเมสํ ธมฺมํ เทเสหี’’ติ. โสปิ เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ สมฺมสิตฺวา เตสํ ธมฺมํ กเถสิ. ทฺวินฺนมฺปิ เทสนาย เอกสฺสปิ ธมฺมาภิสมโย นาโหสิ. อถ สตฺถา พุทฺธวิสเย ฐตฺวา ธมฺมเทสนํ อารภิ. เทสนาวสาเน ฐเปตฺวา สรทตาปสํ อวเสสา สพฺเพปิ จตุสตฺตติสหสฺสมตฺตา ชฏิลา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สตฺถา ‘‘เอถ, ภิกฺขโว’’ติ หตฺถํ ปสาเรสิ. เต ตาวเทว อนฺตรหิตตาปสเวสา อฏฺฐปริกฺขารวรธรา สฏฺฐิวสฺสิกตฺเถรา วิย อเหสุํ.

สรทตาปโส ปน ‘‘อโห วตาหมฺปิ อยํ นิสภตฺเถโร วิย อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส อคฺคสาวโก ภเวยฺย’’นฺติ สตฺถุ เทสนากาเล อุปฺปนฺนปริวิตกฺกตาย อญฺญวิหิโต หุตฺวา มคฺคผลานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ นาสกฺขิ. อถ ตถาคตํ วนฺทิตฺวา ตถา ปณิธานํ อกาสิ. สตฺถาปิสฺส อนนฺตราเยน สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา – ‘‘อิโต ตฺวํ กปฺปสตสหสฺสาธิกํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ อติกฺกมิตฺวา โคตมสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อคฺคสาวโก สาริปุตฺโต นาม ภวิสฺสสี’’ติ พฺยากริตฺวา ธมฺมกถํ วตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อากาสํ ปกฺขนฺทิ.

สรทตาปโสปิ สหายกสฺส สิริวฑฺฒสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, สมฺม, มยา อโนมทสฺสิสฺส ภควโต ปาทมูเล อนาคเต อุปฺปชฺชนกสฺส โคตมสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อคฺคสาวกฏฺฐานํ ปตฺถิตํ, ตฺวมฺปิ ตสฺส ทุติยสาวกฏฺฐานํ ปตฺเถหีติ.

สิริวฑฺโฒ ตํ อุปเทสํ สุตฺวา อตฺตโน นิเวสนทฺวาเร อฏฺฐกรีสมตฺตํ ฐานํ สมตลํ กาเรตฺวา ลาชปญฺจมานิ ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา นีลุปฺปลจฺฉทนํ มณฺฑปํ กาเรตฺวา พุทฺธาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ภิกฺขูนมฺปิ อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา มหนฺตํ สกฺการสมฺมานํ สชฺเชตฺวา, สรทตาปเสน สตฺถารํ นิมนฺตาเปตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา, พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ มหารเหหิ วตฺเถหิ อจฺฉาเทตฺวา, ทุติยสาวกภาวาย ปณิธานํ อกาสิ. สตฺถาปิสฺส อนนฺตราเยน สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา วุตฺตนเยน พฺยากริตฺวา ภตฺตานุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. สิริวฑฺโฒ หฏฺฐปหฏฺโฐ ยาวชีวํ กุสลกมฺมํ กตฺวา ทุติยจิตฺตวาเร กามาวจรเทวโลเก นิพฺพตฺติ. สรทตาปโส จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ.

ตโต ปฏฺฐาย เนสํ อุภินฺนมฺปิ อนฺตรากมฺมํ น กถิตํ. อมฺหากํ ปน ภควโต อุปฺปตฺติโต ปุเรตรเมว สรทตาปโส ราชคหสฺส อวิทูเร อุปติสฺสคาเม รูปสาริยา พฺราหฺมณิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตํทิวสเมวสฺส สหาโยปิ ราชคหสฺเสว อวิทูเร โกลิตคาเม โมคฺคลิยา พฺราหฺมณิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ตานิ กิร เทฺวปิ กุลานิ ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา อาพทฺธปฏิพทฺธสหายกาเนว. เตสํ ทฺวินฺนํ เอกทิวสเมว คพฺภปริหารมทํสุ. ทสมาสจฺจเยน ชาตานมฺปิ เตสํ ฉสฏฺฐิ ธาติโย อุปฏฺฐาเปสุํ, นามคฺคหณทิวเส รูปสาริพฺราหฺมณิยา ปุตฺตสฺส อุปติสฺสคาเม เชฏฺฐกุลสฺส ปุตฺตตฺตา อุปติสฺโสติ นามํ อกํสุ. อิตรสฺส โกลิตคาเม เชฏฺฐกุลสฺส ปุตฺตตฺตา โกลิโตติ นามํ อกํสุ. เต อุโภปิ มหตา ปริวาเรน วฑฺฒนฺตา วุทฺธิมนฺวาย สพฺพสิปฺปานํ ปารํ อคมํสุ.

อเถกทิวสํ เต ราชคเห คิรคฺคสมชฺชํ ปสฺสนฺตา มหาชนํ สนฺนิปติตํ ทิสฺวา ญาณสฺส ปริปากคตตฺตา โยนิโส อุมฺมุชฺชนฺตา ‘‘สพฺเพปิเม โอรํ วสฺสสตานํ มจฺจุมุเข ปติสฺสนฺตี’’ติ สํเวคํ ปฏิลภิตฺวา ‘‘อเมฺหหิ โมกฺขธมฺโม ปริเยสิตพฺโพ, ตญฺจ ปริเยสนฺเตหิ เอกํ ปพฺพชฺชํ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ นิจฺฉยํ กตฺวา ปญฺจหิ มาณวกสเตหิ สทฺธึ สญฺจยสฺส ปริพฺพาชกสฺส สนฺติเก ปพฺพชึสุ. เตสํ ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย สญฺจโย ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต อโหสิ. เต กติปาเหเนว สพฺพํ สญฺจยสฺส สมยํ ปริคฺคณฺหิตฺวา ตตฺถ สารํ อทิสฺวา ตโต นิกฺขมิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ เต เต ปณฺฑิตสมฺมเต สมณพฺราหฺมเณ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, เต เตหิ ปุฏฺฐา เนว สมฺปายนฺติ, อญฺญทตฺถุ เตเยว เตสํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺติ. เอวํ เต โมกฺขํ ปริเยสนฺตา กติกํ อกํสุ – ‘‘อเมฺหสุ โย ปฐมํ อมตํ อธิคจฺฉติ, โส อิตรสฺส อาโรเจตู’’ติ.

เตน จ สมเยน อมฺหากํ สตฺถริ ปฐมาภิสมฺโพธึ ปตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺเก อนุปุพฺเพน อุรุเวลกสฺสปาทิเก สหสฺสชฏิเล ทเมตฺวา ราชคเห วิหรนฺเต เอกทิวสํ อุปติสฺโส ปริพฺพาชโก ปริพฺพาชการามํ คจฺฉนฺโต อายสฺมนฺตํ อสฺสชิตฺเถรํ ราชคเห ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘น มยา เอวรูโป อากปฺปสมฺปนฺโน ปพฺพชิโต ทิฏฺฐปุพฺโพ, สนฺตธมฺเมน นาม เอตฺถ ภวิตพฺพ’’นฺติ สญฺชาตปฺปสาโท ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ อายสฺมนฺตํ อุทิกฺขนฺโต ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธิ. เถโรปิ ลทฺธปิณฺฑปาโต ปริภุญฺชิตุํ ปติรูปํ โอกาสํ คโต. ปริพฺพาชโก อตฺตโน ปริพฺพาชกปีฐํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ. ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน จสฺส อตฺตโน กุณฺฑิกาย อุทกํ อทาสิ.

เอวํ โส อาจริยวตฺตํ กตฺวา กตภตฺตกิจฺเจน เถเรน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ‘‘โก วา เต สตฺถา, กสฺส วา ตฺวํ ธมฺมํ โรเจสี’’ติ ปุจฺฉิ. เถโร สมฺมาสมฺพุทฺธํ อปทิสิ. ปุน เตน ‘‘กึวาที ปนายสฺมโต สตฺถา’’ติ ปุฏฺโฐ ‘‘อิมสฺส สาสนสฺส คมฺภีรตํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ อตฺตโน นวกภาวํ ปเวเทตฺวา สงฺเขปวเสน จสฺส สาสนธมฺมํ กเถนฺโต ‘‘เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา’’ติ (มหาว. ๖๐; อป. เถร ๑.๑.๒๘๖; เปฏโก. ๙) คาถมาห. ปริพฺพาชโก ปฐมปททฺวยเมว สุตฺวา สหสฺสนยสมฺปนฺเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ, อิตรํ ปททฺวยํ โสตาปนฺนกาเล นิฏฺฐาสิ. คาถาปริโยสาเน ปน โสตาปนฺโน หุตฺวา อุปริ วิเสเส อปฺปวตฺเตนฺเต ‘‘ภวิสฺสติ เอตฺถ การณ’’นฺติ สลฺลกฺเขตฺวา เถรํ อาห – ‘‘มา, ภนฺเต, อุปริ ธมฺมเทสนํ วฑฺฒยิตฺถ, เอตฺตกเมว โหตุ, กหํ อมฺหากํ สตฺถา วสตี’’ติ? ‘‘เวฬุวเน’’ติ. ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห ปุรโต คจฺฉถ, อหํ มยฺหํ สหายกสฺส กตปฏิญฺญํ โมเจตฺวา ตํ คเหตฺวา อาคมิสฺสามี’’ติ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา เถรํ อุยฺโยเชตฺวา ปริพฺพาชการามํ อคมาสิ.

โกลิตปริพฺพาชโก ตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มุขวณฺโณ น อญฺญทิวเสสุ วิย, อทฺธาเนน อมตํ อธิคตํ ภวิสฺสตี’’ติ เตเนวสฺส วิเสสาธิคมํ สมฺภาเวตฺวา อมตาธิคมํ ปุจฺฉิ. โสปิสฺส ‘‘อามาวุโส, อมตํ อธิคต’’นฺติ ปฏิชานิตฺวา ตเมว คาถํ อภาสิ. คาถาปริโยสาเน โกลิโต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิตฺวา อาห – ‘‘กหํ โน สตฺถา’’ติ? ‘‘เวฬุวเน’’ติ. ‘‘เตน หิ, อาวุโส, อายาม, สตฺถารํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ. อุปติสฺโส สพฺพกาลมฺปิ อาจริยปูชโกว, ตสฺมา สญฺจยสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา สตฺถุ คุเณ ปกาเสตฺวา ตมฺปิ สตฺถุ สนฺติกํ เนตุกาโม อโหสิ. โส ลาภาสาปกโต อนฺเตวาสิกภาวํ อนิจฺฉนฺโต ‘‘น สกฺโกมิ จาฏิ หุตฺวา อุทกสิญฺจนํ โหตุ’’นฺติ ปฏิกฺขิปิ. เต อเนเกหิ การเณหิ ตํ สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺตา อตฺตโน โอวาเท วตฺตมาเนหิ อฑฺฒเตยฺยสเตหิ อนฺเตวาสิเกหิ สทฺธึ เวฬุวนํ อคมํสุ. สตฺถา เต ทูรโตว อาคจฺฉนฺเต ทิสฺวา ‘‘เอตํ เม สาวกยุคํ ภวิสฺสติ อคฺคํ ภทฺทยุค’’นฺติ วตฺวา เตสํ ปริสาย จริยวเสน ธมฺมํ เทเสตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาเปตฺวา เอหิภิกฺขุภาเวน อุปสมฺปทํ อทาสิ. ยถา เตสํ, เอวํ อคฺคสาวกานมฺปิ อิทฺธิมยปตฺตจีวรํ อาคตเมว. อุปริมคฺคตฺตยกิจฺจํ ปน น นิฏฺฐาติ. กสฺมา? สาวกปารมีญาณสฺส มหนฺตตาย.

เตสุ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ปพฺพชิตทิวสโต สตฺตเม ทิวเส มคธรฏฺเฐ กลฺลวาลคาเม สมณธมฺมํ กโรนฺโต ถินมิทฺเธ โอกฺกนฺเต สตฺถารา สํเวชิโต ถินมิทฺธํ วิโนเทตฺวา ธาตุกมฺมฏฺฐานํ (อ. นิ. ๗.๖๑) สุณนฺโต เอว อุปริมคฺคตฺตยํ อธิคนฺตฺวา สาวกปารมีญาณสฺส มตฺถกํ ปาปุณิ. อายสฺมา สาริปุตฺโต ปพฺพชิตทิวสโต อฑฺฒมาสํ อติกฺกมิตฺวา สตฺถารา สทฺธึ ราชคเห สูกรขตเลเณ วิหรนฺโต อตฺตโน ภาคิเนยฺยสฺส ทีฆนขปริพฺพาชกสฺส เวทนาปริคฺคหสุตฺตนฺเต (ม. นิ. ๒.๒๐๑ อาทโย) เทสิยมาเน เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา ปรสฺส วฑฺฒิตํ ภตฺตํ ภุญฺชนฺโต วิย สาวกปารมีญาณสฺส มตฺถกํ ปาปุณิ. อิติ ทฺวินฺนมฺปิ อคฺคสาวกานํ สตฺถุ สมีเป เอว สาวกปารมีญาณํ มตฺถกํ ปตฺตํ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑.๑๔๑-๓๗๔) –

‘‘หิมวนฺตสฺส อวิทูเร, ลมฺพโก นาม ปพฺพโต;

อสฺสโม สุกโต มยฺหํ, ปณฺณสาลา สุมาปิตา.

‘‘อุตฺตานกูลา นทิกา, สุปติตฺถา มโนรมา;

สุสุทฺธปุลินากิณฺณา, อวิทูเร มมสฺสมํ.

‘‘อสกฺขรา อปพฺภารา, สาทุ อปฺปฏิคนฺธิกา;

สนฺทตี นทิกา ตตฺถ, โสภยนฺตา มมสฺสมํ.

‘‘กุมฺภีลา มกรา เจตฺถ, สุสุมารา จ กจฺฉปา;

จรนฺติ นทิยา ตตฺถ, โสภยนฺตา มมสฺสมํ.

‘‘ปาฐีนา ปาวุสา มจฺฉา, พลชา มุญฺชโรหิตา;

วคฺคฬา ปปตายนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.

‘‘อุโภ กูเลสุ นทิยา, ปุปฺผิโน ผลิโน ทุมา;

อุภโต อภิลมฺพนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.

‘‘อมฺพา สาลา จ ติลกา, ปาฏลี สินฺทุวารกา;

ทิพฺพคนฺธา สมฺปวนฺติ, ปุปฺผิตา มม อสฺสเม.

‘‘จมฺมกา สฬลา นีปา, นาคปุนฺนาคเกตกา;

ทิพฺพคนฺธา สมฺปวนฺติ, ปุปฺผิตา มม อสฺสเม.

‘‘อติมุตฺตา อโสกา จ, ภคินีมาลา จ ปุปฺผิตา;

องฺโกลา พิมฺพิชาลา จ, ปุปฺผิตา มม อสฺสเม.

‘‘เกตกา กนฺทลิ เจว, โคธุกา ติณสูลิกา;

ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.

‘‘กณิการา กณฺณิกา จ, อสนา อชฺชุนา พหู;

ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.

‘‘ปุนฺนาคา คิริปุนฺนาคา, โกวิฬารา จ ปุปฺผิตา;

ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.

‘‘อุทฺทาลกา จ กุฏชา, กทมฺพา วกุลา พหู;

ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตา, โสภยนฺติ มมสฺสมํ.