๖. กุฏิวิหาริตฺเถรคาถาวณฺณนา
โก กุฏิกายนฺติ อายสฺมโต กุฏิวิหาริตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต อากาเสน คจฺฉนฺตสฺส ‘‘อุทกทานํ ทสฺสามี’’ติ สีตลํ อุทกํ คเหตฺวา ปีติโสมนสฺสชาโต อุทฺธมฺมุโข หุตฺวา อุกฺขิปิ. สตฺถา ตสฺส อชฺฌาสยํ ญตฺวา ปสาทสํวฑฺฒนตฺถํ อากาเส ฐิโตว สมฺปฏิจฺฉิ. โส เตน อนปฺปกํ ปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทสิ. เสสํ อญฺชนวนิยตฺเถรสฺส วตฺถุมฺหิ วุตฺตสทิสเมว. อยํ ปน วิเสโส – อยํ กิร วุตฺตนเยน ปพฺพชิตฺวา กตปุพฺพกิจฺโจ วิปสฺสนํ อนุยุญฺชนฺโต สายํ เขตฺตสมีเปน คจฺฉนฺโต เทเว ผุสายนฺเต เขตฺตปาลกสฺส ปุญฺญํ ติณกุฏึ ทิสฺวา ปวิสิตฺวา ตตฺถ ติณสนฺถารเก นิสีทิ. นิสินฺนมตฺโตว อุตุสปฺปายํ ลภิตฺวา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๑.๒๙-๓๕) –
‘‘สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ, คจฺฉนฺตํ อนิลญฺชเส;
ฆตาสนํว ชลิตํ, อาทิตฺตํว หุตาสนํ.
‘‘ปาณินา อุทกํ คยฺห, อากาเส อุกฺขิปึ อหํ;
สมฺปฏิจฺฉิ มหาวีโร, พุทฺโธ การุณิโก อิสิ.
‘‘อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา, ปทุมุตฺตรนามโก;
มม สงฺกปฺปมญฺญาย, อิมา คาถา อภาสถ.
‘‘อิมินา ทกทาเนน, ปีติอุปฺปาทเนน จ;
กปฺปสตสหสฺสมฺปิ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชติ.
‘‘เตน กมฺเมน ทฺวิปทินฺท, โลกเชฏฺฐ นราสภ;
ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ, หิตฺวา ชยปราชยํ.
‘‘สหสฺสราชนาเมน, ตโย เต จกฺกวตฺติโน;
ปญฺจสฏฺฐิกปฺปสเต, จาตุรนฺตา ชนาธิปา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เถเร ตตฺถ นิสินฺเน เขตฺตปาลโก อาคนฺตฺวา ‘‘โก กุฏิกาย’’นฺติ อาห. ตํ สุตฺวา เถโร ‘‘ภิกฺขุ กุฏิกาย’’นฺติอาทิมาห. ตยิทํ เขตฺตปาลสฺส เถรสฺส จ วจนํ เอกชฺฌํ กตฺวา –
๕๖. ‘‘โก กุฏิกายํ ภิกฺขุ กุฏิกายํ, วีตราโค สุสมาหิตจิตฺโต;
เอวํ ชานาหิ อาวุโส, อโมฆา เต กุฏิกา กตา’’ติ. –
ตถารูเปน สงฺคีตึ อาโรปิตํ.
ตตฺถ โก กุฏิกายนฺติ, ‘‘อิมิสฺสํ กุฏิกายํ โก นิสินฺโน’’ติ เขตฺตปาลสฺส ปุจฺฉาวจนํ. ตสฺส ภิกฺขุ กุฏิกายนฺติ เถรสฺส ปฏิวจนทานํ. อถ นํ อตฺตโน อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยภาวโต ตํ กุฏิปริโภคํ อนุโมทาเปตฺวา อุฬารํ ตเมว ปุญฺญํ ปติฏฺฐาเปตุํ ‘‘วีตราโค’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – เอโก ภินฺนกิเลโส ภิกฺขุ เต กุฏิกายํ นิสินฺโน, ตโต เอว โส อคฺคมคฺเคน สพฺพโส สมุจฺฉินฺนราคตาย วีตราโค อนุตฺตรสมาธินา นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา สุฏฺฐุ สมาหิตจิตฺตตาย สุสมาหิตจิตฺโต, อิมญฺจ อตฺถํ, อาวุโส เขตฺตปาล, ยถาหํ วทามิ, เอวํ ชานาหิ สทฺทห อธิมุจฺจสฺสุ. อโมฆา เต กุฏิกา กตา ตยา กตา กุฏิกา อโมฆา อวญฺฌา สผลา สอุทฺรยา, ยสฺมา อรหตา ขีณาสเวน ปริภุตฺตา. สเจ ตฺวํ อนุโมทสิ, ตํ เต ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ.
ตํ สุตฺวา เขตฺตปาโล ‘‘ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม, ยสฺส เม กุฏิกายํ เอทิโส อยฺโย ปวิสิตฺวา นิสีทตี’’ติ ปสนฺนจิตฺโต อนุโมทนฺโต อฏฺฐาสิ. อิมํ ปน เตสํ กถาสลฺลาปํ ภควา ทิพฺพาย โสตธาตุยา สุตฺวา อนุโมทนญฺจสฺส ญตฺวา ตมฺภาวินึ สมฺปตฺตึ วิภาเวนฺโต เขตฺตปาลํ อิมาหิ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘วิหาสิ กุฏิยํ ภิกฺขุ, สนฺตจิตฺโต อนาสโว;
เตน กมฺมวิปาเกน, เทวินฺโท ตฺวํ ภวิสฺสสิ.
‘‘ฉตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท, เทวรชฺชํ กริสฺสสิ;
จตุตฺตึสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺตี, ราชา รฏฺเฐ ภวิสฺสสิ;
รตนกุฏิ นาม ปจฺเจกพุทฺโธ, วีตราโค ภวิสฺสสี’’ติ.
กุฏิกายํ ลทฺธวิเสสตฺตา ปน เถรสฺส ตโต ปภุติ กุฏิวิหารีเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ. อยเมว จ เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณคาถาปิ อโหสีติ.
กุฏิวิหาริตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.