๖. ฉฏฺฐวคฺโค

๑. โคธิกาทิจตุตฺเถรคาถาวณฺณนา

วสฺสติ เทโวติอาทิกา จตสฺโส – โคธิโก, สุพาหุ, วลฺลิโย, อุตฺติโยติ อิเมสํ จตุนฺนํ เถรานํ คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อิเมปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการา ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺตา อิโต จตุนวุเต กปฺเป สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺวา อญฺญมญฺญํ สหายา หุตฺวา วิจรึสุ. เตสุ เอโก สิทฺธตฺถํ ภควนฺตํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา กฏจฺฉุภิกฺขํ อทาสิ. ทุติโย ปสนฺนจิตฺโต หุตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคณฺหิ. ตติโย ปสนฺนจิตฺโต เอเกน ปุปฺผหตฺเถน ภควนฺตํ ปูเชสิ. จตุตฺโถ สุมนปุปฺเผหิ ปูชมกาสิ. เอวํ เต สตฺถริ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ปสุเตน เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ปุน อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา สหายกา หุตฺวา สาสเน ปพฺพชิตฺวา สมณธมฺมํ กตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล ปาวายํ จตุนฺนํ มลฺลราชานํ ปุตฺตา หุตฺวา นิพฺพตฺตึสุ. เตสํ โคธิโก, สุพาหุ, วลฺลิโย, อุตฺติโยติ นามานิ อกํสุ. อญฺญมญฺญํ ปิยสหายา อเหสุํ. เต เกนจิเทว กรณีเยน กปิลวตฺถุํ อคมํสุ. ตสฺมิญฺจ สมเย สตฺถา กปิลวตฺถุํ คนฺตฺวา นิโคฺรธาราเม วสนฺโต ยมกปาฏิหาริยํ ทสฺเสตฺวา สุทฺโธทนปฺปมุเข สกฺยราชาโน ทเมสิ. ตทา เตปิ จตฺตาโร มลฺลราชปุตฺตา ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ลทฺธปฺปสาทา ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนากมฺมํ กโรนฺตา นจิรสฺเสว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๑.๑-๒๓) –

‘‘สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ, อาหุตีนํ ปฏิคฺคหํ;

ปวรา อภินิกฺขนฺตํ, วนา นิพฺพนมาคตํ.

‘‘กฏจฺฉุภิกฺขํ ปาทาสึ, สิทฺธตฺถสฺส มเหสิโน;

ปญฺญาย อุปสนฺตสฺส, มหาวีรสฺส ตาทิโน.

‘‘ปเทนานุปทายนฺตํ, นิพฺพาเปนฺเต มหาชนํ;

อุฬารา วิตฺติ เม ชาตา, พุทฺเธ อาทิจฺจพนฺธุเน.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ภิกฺขาทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘สตฺตาสีติมฺหิโต กปฺเป, มหาเรณุสนามกา;

สตฺตรตนสมฺปนฺนา, สตฺเตเต จกฺกวตฺติโน.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

โคธิโก เถโร.

‘‘สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ, นิสภาชานิยํ ยถา;

ติธาปภินฺนํ มาตงฺคํ, กุญฺชรํว มเหสินํ.

‘‘โอภาเสนฺตํ ทิสา สพฺพา, อุฬุราชํว ปูริตํ;

รถิยํ ปฏิปชฺชนฺตํ, โลกเชฏฺฐํ อปสฺสหํ.

‘‘ญาเณ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, ปคฺคเหตฺวาน อญฺชลึ;

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, สิทฺธตฺถมภิวาทยึ.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ญาณสญฺญายิทํ ผลํ.

‘‘เตสตฺตติมฺหิโต กปฺเป, โสฬสาสุํ นรุตฺตมา;

สตฺตรตนสมฺปนฺนา, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

สุพาหุตฺเถโร.

‘‘ติวรายํ นิวาสีหํ, อโหสึ มาลิโก ตทา;

อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, สิทฺธตฺถํ โลกปูชิตํ.

‘‘ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, ปุปฺผหตฺถมทาสหํ;

ยตฺถ ยตฺถุปปชฺชามิ, ตสฺส กมฺมสฺส วาหสา.

‘‘อนุโภมิ ผลํ อิฏฺฐํ, ปุพฺเพ สุกตมตฺตโน;

ปริกฺขิตฺโต สุมลฺเลหิ, ปุปฺผทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปุปฺผปูชายิทํ ผลํ.

‘‘จตุนฺนวุตุปาทาย, ฐเปตฺวา วตฺตมานกํ;

ปญฺจราชสตา ตตฺถ, นชฺชสมสนามกา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

วลฺลิโย เถโร.

‘‘สิทฺธตฺถสฺส ภควโต, ชาติปุปฺผมทาสหํ;

ปาเทสุ สตฺต ปุปฺผานิ, หาเสโนกิริตานิ เม.

‘‘เตน กมฺเมนหํ อชฺช, อภิโภมิ นรามเร;

ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปุปฺผปูชายิทํ ผลํ.

‘‘สมนฺตคนฺธนามาสุํ, เตรส จกฺกวตฺติโน;

อิโต ปญฺจมเก กปฺเป, จาตุรนฺตา ชนาธิปา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. (อป. เถร ๑.๑๑.๑-๒๓);

อุตฺติโย เถโร.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อิเม จตฺตาโรปิ เถรา โลเก ปากฏา ปญฺญาตา ราชราชมหามตฺเตหิ สกฺกตา ครุกตา หุตฺวา อรญฺเญ สเหว วิหรนฺติ. อเถกทา ราชา พิมฺพิสาโร เต จตฺตาโร เถเร ราชคหํ อุปคเต อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เตมาสํ วสฺสาวาสตฺถาย นิมนฺเตตฺวา เตสํ ปาฏิเยกฺกํ กุฏิกาโย กาเรตฺวา สติสมฺโมเสน น ฉาเทสิ. เถรา อจฺฉนฺนาสุ กุฏิกาสุ วิหรนฺติ. วสฺสกาเล เทโว น วสฺสติ. ราชา ‘‘กึ นุ โข การณํ เทโว น วสฺสตี’’ติ จินฺเตนฺโต, ตํ การณํ ญตฺวา, ตา กุฏิกาโย ฉาทาเปตฺวา, มตฺติกากมฺมํ จิตฺตกมฺมญฺจ การาเปตฺวา, กุฏิกามหํ กโรนฺโต มหโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ อทาสิ. เถรา รญฺโญ อนุกมฺปาย กุฏิกาโย ปวิสิตฺวา เมตฺตาสมาปตฺติโย สมาปชฺชึสุ. อถุตฺตรปาจีนทิสโต มหาเมโฆ อุฏฺฐหิตฺวา เถรานํ สมาปตฺติโต วุฏฺฐานกฺขเณเยว วสฺสิตุํ อารภิ. เตสุ โคธิกตฺเถโร สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย สห เมฆคชฺชิเตน –

๕๑. ‘‘วสฺสติ เทโว ยถา สุคีตํ, ฉนฺนา เม กุฏิกา สุขา นิวาตา;

จิตฺตํ สุสมาหิตญฺจ มยฺหํ, อถ เจ ปตฺถยสิ ปวสฺส เทวา’’ติ. –

อิมํ คาถํ อภาสิ.

ตตฺถ วสฺสตีติ สิญฺจติ วุฏฺฐิธารํ ปเวจฺฉติ. เทโวติ เมโฆ. ยถา สุคีตนฺติ สุนฺทรคีตํ วิย คชฺชนฺโตติ อธิปฺปาโย. เมโฆ หิ วสฺสนกาเล สตปฏลสหสฺสปฏโล อุฏฺฐหิตฺวา ถนยนฺโต วิชฺชุตา นิจฺฉาเรนฺโตว โสภติ, น เกวโล. ตสฺมา สินิทฺธมธุรคมฺภีรนิคฺโฆโส วสฺสติ เทโวติ ทสฺเสติ. เตน สทฺทโต อนุปปีฬิตํ อาห ‘‘ฉนฺนา เม กุฏิกา สุขา นิวาตา’’ติ. ยถา น เทโว วสฺสติ, เอวํ ติณาทีหิ ฉาทิตา อยํ เม กุฏิกา, เตน วุฏฺฐิวสฺเสน อนุปปีฬิตํ อาห. ปริโภคสุขสฺส อุตุสปฺปายอุตุสุขสฺส จ สพฺภาวโต สุขา. ผุสิตคฺคฬปิหิตวาตปานตาหิ วาตปริสฺสยรหิตา. อุภเยนปิ อาวาสสปฺปายวเสน อนุปปีฬิตํ อาห. จิตฺตํ สุสมาหิตญฺจ มยฺหนฺติ จิตฺตญฺจ มม สุฏฺฐุ สมาหิตํ อนุตฺตรสมาธินา นิพฺพานารมฺมเณ สุฏฺฐุ อปฺปิตํ, เอเตน อพฺภนฺตรปริสฺสยาภาวโต อปฺโปสฺสุกฺกตํ ทสฺเสติ. อถ เจ ปตฺถยสีติ อถ อิทานิ ปตฺถยสิ เจ, ยทิ อิจฺฉสิ. ปวสฺสาติ สิญฺจ อุทกํ ปคฺฆร วุฏฺฐิธารํ ปเวจฺฉ. เทวาติ เมฆํ อาลปติ.

โคธิกตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สุพาหุตฺเถรคาถาวณฺณนา

๕๒. อิตเรหิ วุตฺตคาถาสุ ตติยปเท เอว วิเสโส. ตตฺถ สุพาหุนา วุตฺตคาถายํ จิตฺตํ สุสมาหิตญฺจ กาเยติ มม จิตฺตํ กรชกาเย กายคตาสติภาวนาวเสน สุฏฺฐุ สมาหิตํ สมฺมเทว อปฺปิตํ. อยญฺหิ เถโร กายคตาสติภาวนาวเสน ปฏิลทฺธฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตํ สนฺธายาห ‘‘จิตฺตํ สุสมาหิตญฺจ กาเย’’ติ.

สุพาหุตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. วลฺลิยตฺเถรคาถาวณฺณนา

๕๓. วลฺลิยตฺเถรคาถายํ ตสฺสํ วิหรามิ อปฺปมตฺโตติ ตสฺสํ กุฏิกายํ อปฺปมาทปฏิปตฺติยา มตฺถกํ ปาปิตตฺตา อปฺปมตฺโต อริยวิหารูปสํหิเตน ทิพฺพวิหาราทิสํหิเตน จ อิริยาปถวิหาเรน วิหรามิ, อตฺตภาวํ ปวตฺเตมีติ วุตฺตํ โหติ.

วลฺลิยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา

๔. อุตฺติยตฺเถรคาถาวณฺณนา

๕๔. อุตฺติยตฺเถเรน วุตฺตคาถายํ อทุติโยติ อสหาโย, กิเลสสงฺคณิกาย คณสงฺคณิกาย จ วิรหิโตติ อตฺโถ.

อุตฺติยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จตุนฺนํ เถรานํ คาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. อญฺชนวนิยตฺเถรคาถาวณฺณนา

อาสนฺทึ กุฏิกํ กตฺวาติ อายสฺมโต อญฺชนวนิยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล สุทสฺสโน นาม มาลากาโร หุตฺวา สุมนปุปฺเผหิ ภควนฺตํ ปูเชตฺวา อญฺญมฺปิ ตตฺถ ตตฺถ พหุํ ปุญฺญํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา สมณธมฺมํ อกาสิ. อถ อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เวสาลิยํ วชฺชิราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ตสฺส วยปฺปตฺตกาเล วชฺชิรฏฺเฐ อวุฏฺฐิภยํ พฺยาธิภยํ อมนุสฺสภยนฺติ ตีณิ ภยานิ อุปฺปชฺชึสุ. ตํ สพฺพํ รตนสุตฺตวณฺณนายํ (ขุ. ปา. อฏฺฐ. รตนสุตฺตวณฺณนา; สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.รตนสุตฺตวณฺณนา) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. ภควติ ปน เวสาลึ ปวิฏฺเฐ ภเยสุ จ วูปสนฺเตสุ สตฺถุ ธมฺมเทสนาย สมฺพหุลานํ เทวมนุสฺสานํ ธมฺมาภิสมเย จ ชาเต อยํ ราชกุมาโร พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิ. ยถา จายํ เอวํ อนนฺตรํ วุจฺจมานา จตฺตาโรปิ ชนา. เตปิ หิ อิมสฺส สหายภูตา ลิจฺฉวิราชกุมารา เอวํ อิมินาว นีหาเรน ปพฺพชึสุ. กสฺสปสมฺพุทฺธกาเลปิ สหายา หุตฺวา อิมินา สเหว ปพฺพชิตฺวา สมณธมฺมํ อกํสุ, ปทุมุตฺตรสฺสปิ ภควโต ปาทมูเล กุสลพีชโรปนาทึ อกํสูติ. ตตฺถายํ กตปุพฺพกิจฺโจ สาเกเต อญฺชนวเน สุสานฏฺฐาเน วสนฺโต อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย มนุสฺเสหิ ฉฑฺฑิตํ ชิณฺณกํ อาสนฺทึ ลภิตฺวา ตํ จตูสุ ปาสาเณสุ ฐเปตฺวา อุปริ ติริยญฺจ ติณาทีหิ ฉาเทตฺวา ทฺวารํ โยเชตฺวา วสฺสํ อุปคโต. ปฐมมาเสเยว ฆเฏนฺโต วายมนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๑.๒๔-๒๘) –

‘‘สุทสฺสโนติ นาเมน, มาลากาโร อหํ ตทา;

อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, โลกเชฏฺฐํ นราสภํ.

‘‘ชาติปุปฺผํ คเหตฺวาน, ปูชยึ ปทุมุตฺตรํ;

วิสุทฺธจกฺขุ สุมโน, ทิพฺพจกฺขุํ สมชฺฌคํ.

‘‘เอติสฺสา ปุปฺผปูชาย, จิตฺตสฺส ปณิธีหิ จ;

กปฺปานํ สตสหสฺสํ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชหํ.

‘‘โสฬสาสึสุ ราชาโน, เทวุตฺตรสนามกา;

ฉตฺตึสมฺหิ อิโต กปฺเป, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา วิมุตฺติสุขํ ปฏิสํเวเทนฺโต สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ยถาลทฺธํ สมฺปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปีติเวเคน อุทาเนนฺโต ‘‘อาสนฺทึ กุฏิกํ กตฺวา’’ติ คาถํ อภาสิ.

๕๕. ตตฺถ อาสนฺทึ กุฏิกํ กตฺวาติ อาสนฺที นาม ทีฆปาทกํ จตุรสฺสปีฐํ, อายตํ จตุรสฺสมฺปิ อตฺถิเยว, ยตฺถ นิสีทิตุเมว สกฺกา, น นิปชฺชิตุํ ตํ อาสนฺทึ กุฏิกํ กตฺวา วาสตฺถาย เหฏฺฐา วุตฺตนเยน กุฏิกํ กตฺวา ยถา ตตฺถ นิสินฺนสฺส อุตุปริสฺสยาภาเวน สุเขน สมณธมฺมํ กาตุํ สกฺกา, เอวํ กุฏิกํ กตฺวา. เอเตน ปรมุกฺกํสคตํ เสนาสเน อตฺตโน อปฺปิจฺฉตํ สนฺตุฏฺฐิญฺจ ทสฺเสติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ธมฺมเสนาปตินา –

‘‘ปลฺลงฺเกน นิสินฺนสฺส, ชณฺณุเกนาภิวสฺสติ;

อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ. (เถรคา. ๙๘๕; มิ. ป. ๖.๑.๑);

อปเร ‘‘อาสนฺทิกุฏิก’’นฺติ ปาฐํ วตฺวา ‘‘อาสนฺทิปฺปมาณํ กุฏิกํ กตฺวา’’ติ อตฺถํ วทนฺติ. อญฺเญ ปน ‘‘อาสนนิสชฺชาทิคเต มนุสฺเส อุทฺทิสฺส มญฺจกสฺส อุปริ กตกุฏิกา อาสนฺที นาม, ตํ อาสนฺทึ กุฏิกํ กตฺวา’’ติ อตฺถํ วทนฺติ. โอคฺคยฺหาติ โอคาเหตฺวา อนุปวิสิตฺวา. อญฺชนํ วนนฺติ เอวํนามกํ วนํ, อญฺชนวณฺณปุปฺผภาวโต หิ อญฺชนา วุจฺจนฺติ วลฺลิโย, ตพฺพหุลตาย ตํ วนํ ‘‘อญฺชนวน’’นฺติ นามํ ลภิ. อปเร ปน ‘‘อญฺชนา นาม มหาคจฺฉา’’ติ วทนฺติ, ตํ อญฺชนวนํ โอคฺคยฺห อาสนฺทิกํ กุฏิกํ กตฺวา ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ วิหรตา มยาติ วจนเสเสเนว โยชนา. อิทเมว จ เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสีติ.

อญฺชนวนิยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. กุฏิวิหาริตฺเถรคาถาวณฺณนา

โก กุฏิกายนฺติ อายสฺมโต กุฏิวิหาริตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต อากาเสน คจฺฉนฺตสฺส ‘‘อุทกทานํ ทสฺสามี’’ติ สีตลํ อุทกํ คเหตฺวา ปีติโสมนสฺสชาโต อุทฺธมฺมุโข หุตฺวา อุกฺขิปิ. สตฺถา ตสฺส อชฺฌาสยํ ญตฺวา ปสาทสํวฑฺฒนตฺถํ อากาเส ฐิโตว สมฺปฏิจฺฉิ. โส เตน อนปฺปกํ ปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทสิ. เสสํ อญฺชนวนิยตฺเถรสฺส วตฺถุมฺหิ วุตฺตสทิสเมว. อยํ ปน วิเสโส – อยํ กิร วุตฺตนเยน ปพฺพชิตฺวา กตปุพฺพกิจฺโจ วิปสฺสนํ อนุยุญฺชนฺโต สายํ เขตฺตสมีเปน คจฺฉนฺโต เทเว ผุสายนฺเต เขตฺตปาลกสฺส ปุญฺญํ ติณกุฏึ ทิสฺวา ปวิสิตฺวา ตตฺถ ติณสนฺถารเก นิสีทิ. นิสินฺนมตฺโตว อุตุสปฺปายํ ลภิตฺวา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๑.๒๙-๓๕) –

‘‘สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ, คจฺฉนฺตํ อนิลญฺชเส;

ฆตาสนํว ชลิตํ, อาทิตฺตํว หุตาสนํ.

‘‘ปาณินา อุทกํ คยฺห, อากาเส อุกฺขิปึ อหํ;

สมฺปฏิจฺฉิ มหาวีโร, พุทฺโธ การุณิโก อิสิ.

‘‘อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา, ปทุมุตฺตรนามโก;

มม สงฺกปฺปมญฺญาย, อิมา คาถา อภาสถ.

‘‘อิมินา ทกทาเนน, ปีติอุปฺปาทเนน จ;

กปฺปสตสหสฺสมฺปิ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชติ.

‘‘เตน กมฺเมน ทฺวิปทินฺท, โลกเชฏฺฐ นราสภ;

ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ, หิตฺวา ชยปราชยํ.

‘‘สหสฺสราชนาเมน, ตโย เต จกฺกวตฺติโน;

ปญฺจสฏฺฐิกปฺปสเต, จาตุรนฺตา ชนาธิปา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เถเร ตตฺถ นิสินฺเน เขตฺตปาลโก อาคนฺตฺวา ‘‘โก กุฏิกาย’’นฺติ อาห. ตํ สุตฺวา เถโร ‘‘ภิกฺขุ กุฏิกาย’’นฺติอาทิมาห. ตยิทํ เขตฺตปาลสฺส เถรสฺส จ วจนํ เอกชฺฌํ กตฺวา –

๕๖. ‘‘โก กุฏิกายํ ภิกฺขุ กุฏิกายํ, วีตราโค สุสมาหิตจิตฺโต;

เอวํ ชานาหิ อาวุโส, อโมฆา เต กุฏิกา กตา’’ติ. –

ตถารูเปน สงฺคีตึ อาโรปิตํ.

ตตฺถ โก กุฏิกายนฺติ, ‘‘อิมิสฺสํ กุฏิกายํ โก นิสินฺโน’’ติ เขตฺตปาลสฺส ปุจฺฉาวจนํ. ตสฺส ภิกฺขุ กุฏิกายนฺติ เถรสฺส ปฏิวจนทานํ. อถ นํ อตฺตโน อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยภาวโต ตํ กุฏิปริโภคํ อนุโมทาเปตฺวา อุฬารํ ตเมว ปุญฺญํ ปติฏฺฐาเปตุํ ‘‘วีตราโค’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – เอโก ภินฺนกิเลโส ภิกฺขุ เต กุฏิกายํ นิสินฺโน, ตโต เอว โส อคฺคมคฺเคน สพฺพโส สมุจฺฉินฺนราคตาย วีตราโค อนุตฺตรสมาธินา นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา สุฏฺฐุ สมาหิตจิตฺตตาย สุสมาหิตจิตฺโต, อิมญฺจ อตฺถํ, อาวุโส เขตฺตปาล, ยถาหํ วทามิ, เอวํ ชานาหิ สทฺทห อธิมุจฺจสฺสุ. อโมฆา เต กุฏิกา กตา ตยา กตา กุฏิกา อโมฆา อวญฺฌา สผลา สอุทฺรยา, ยสฺมา อรหตา ขีณาสเวน ปริภุตฺตา. สเจ ตฺวํ อนุโมทสิ, ตํ เต ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ.

ตํ สุตฺวา เขตฺตปาโล ‘‘ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม, ยสฺส เม กุฏิกายํ เอทิโส อยฺโย ปวิสิตฺวา นิสีทตี’’ติ ปสนฺนจิตฺโต อนุโมทนฺโต อฏฺฐาสิ. อิมํ ปน เตสํ กถาสลฺลาปํ ภควา ทิพฺพาย โสตธาตุยา สุตฺวา อนุโมทนญฺจสฺส ญตฺวา ตมฺภาวินึ สมฺปตฺตึ วิภาเวนฺโต เขตฺตปาลํ อิมาหิ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –

‘‘วิหาสิ กุฏิยํ ภิกฺขุ, สนฺตจิตฺโต อนาสโว;

เตน กมฺมวิปาเกน, เทวินฺโท ตฺวํ ภวิสฺสสิ.

‘‘ฉตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท, เทวรชฺชํ กริสฺสสิ;

จตุตฺตึสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺตี, ราชา รฏฺเฐ ภวิสฺสสิ;

รตนกุฏิ นาม ปจฺเจกพุทฺโธ, วีตราโค ภวิสฺสสี’’ติ.

กุฏิกายํ ลทฺธวิเสสตฺตา ปน เถรสฺส ตโต ปภุติ กุฏิวิหารีเตฺวว สมญฺญา อุทปาทิ. อยเมว จ เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณคาถาปิ อโหสีติ.

กุฏิวิหาริตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ทุติยกุฏิวิหาริตฺเถรคาถาวณฺณนา

อยมาหุ ปุราณิยาติ อายสฺมโต กุฏิวิหาริตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ปสนฺนมานโส ปริฬาหกาเล นฬวิลีเวหิ วิรจิตํ พีชนึ อทาสิ. ตํ สตฺถา อนุโมทนคาถาย สมฺปหํเสสิ. เสสํ ยเทตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ อญฺชนวนิยตฺเถรวตฺถุมฺหิ วุตฺตสทิสเมว. อยํ ปน วิเสโส – อยํ กิร วุตฺตนเยน ปพฺพชิตฺวา อญฺญตราย ปุราณกุฏิกาย วิหรนฺโต สมณธมฺมํ อจินฺเตตฺวา, ‘‘อยํ กุฏิกา ชิณฺณา, อญฺญํ กุฏิกํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ นวกมฺมวเสน จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. ตสฺส อตฺถกามา เทวตา สํเวคชนนตฺถํ อิมํ อุตฺตาโนภาสํ คมฺภีรตฺถํ ‘‘อยมาหุ’’ติ คาถมาห.

๕๗. ตตฺถ อยนฺติ อาสนฺนปจฺจกฺขวจนํ. อาหูติ อโหสีติ อตฺโถ. คาถาสุขตฺถญฺหิ ทีฆํ กตฺวา วุตฺตํ. ปุราณิยาติ ปุราตนี อทฺธคตา. อญฺญํ ปตฺถยเส นวํ กุฏินฺติ อิมิสฺสา กุฏิยา ปุราณภาเวน ชิณฺณตาย อิโต อญฺญํ อิทานิ นิพฺพตฺตนียตาย นวํ กุฏึ ปตฺถยเส ปตฺเถสิ อาสีสสิ. สพฺเพน สพฺพํ ปน อาสํ กุฏิยา วิราชย ปุราณิยํ วิย นวายมฺปิ กุฏิยํ อาสํ ตณฺหํ อเปกฺขํ วิราเชหิ, สพฺพโส ตตฺถ วิรตฺตจิตฺโต โหหิ. กสฺมา? ยสฺมา ทุกฺขา ภิกฺขุ ปุน นวา นาม กุฏิ ภิกฺขุ ปุน อิทานิ นิพฺพตฺติยมานา ทุกฺขาวหตฺตา ทุกฺขา, ตสฺมา อญฺญํ นวํ ทุกฺขํ อนุปฺปาเทนฺโต ยถานิพฺพตฺตายํ ปุราณิยํเยว กุฏิยํ ฐตฺวา อตฺตนา กตพฺพํ กโรหีติ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ตฺวํ, ภิกฺขุ, ‘‘อยํ ปุราณี ติณกุฏิกา ชิณฺณา’’ติ อญฺญํ นวํ ติณกุฏิกํ กาตุํ อิจฺฉสิ, น สมณธมฺมํ, เอวํ อิจฺฉนฺโต ปน ภาวนาย อนนุยุญฺชเนน ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยา อนติวตฺตนโต อายตึ อตฺตภาวกุฏิมฺปิ ปตฺเถนฺโต กาตุํ อิจฺฉนฺโตเยว นาม โหติ. สา ปน นวา ติณกุฏิ วิย กรณทุกฺเขน ตโต ภิยฺโยปิ ชรามรณโสกปริเทวาทิทุกฺขสํสฏฺฐตาย ทุกฺขา, ตสฺมา ติณกุฏิยํ วิย อตฺตภาวกุฏิยํ อาสํ อเปกฺขํ วิราชย สพฺพโส ตตฺถ วิรตฺตจิตฺโต โหหิ, เอวํ เต วฏฺฏทุกฺขํ น ภวิสฺสตีติ. เทวตาย จ วจนํ สุตฺวา เถโร สํเวคชาโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ฆเฏนฺโต วายมนฺโต นจิรสฺเสว อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๑.๓๖-๔๖) –

‘‘ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส, โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน;

ติณตฺถเร นิสินฺนสฺส, อุปสนฺตสฺส ตาทิโน.

‘‘นฬมาลํ คเหตฺวาน, พนฺธิตฺวา พีชนึ อหํ;

พุทฺธสฺส อุปนาเมสึ, ทฺวิปทินฺทสฺส ตาทิโน.

‘‘ปฏิคฺคเหตฺวา สพฺพญฺญู, พีชนึ โลกนายโก;

มม สงฺกปฺปมญฺญาย, อิมํ คาถํ อภาสถ.

‘‘ยถา เม กาโย นิพฺพาติ, ปริฬาโห น วิชฺชติ;

ตเถว ติวิธคฺคีหิ, จิตฺตํ ตว วิมุจฺจตุ.

‘‘สพฺเพ เทวา สมาคจฺฉุํ, เย เกจิ วนนิสฺสิตา;

โสสฺสาม พุทฺธวจนํ, หาสยนฺตญฺจ ทายกํ.

‘‘นิสินฺโน ภควา ตตฺถ, เทวสงฺฆปุรกฺขโต;

ทายกํ สมฺปหํเสนฺโต, อิมา คาถา อภาสถ.

‘‘อิมินา พีชนิทาเนน, จิตฺตสฺส ปณิธีหิ จ;

สุพฺพโต นาม นาเมน, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ.

‘‘เตน กมฺมาวเสเสน, สุกฺกมูเลน โจทิโต;

มาลุโต นาม นาเมน, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ.

‘‘อิมินา พีชนิทาเนน, สมฺมานวิปุเลน จ;

กปฺปสตสหสฺสมฺปิ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชติ.

‘‘ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, สุพฺพตา อฏฺฐตึส เต;

เอกูนตึสสหสฺเส, อฏฺฐ มาลุตนามกา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺเต ปน ปติฏฺฐิโต ‘‘อยํ เม อรหตฺตปฺปตฺติยา องฺกุสภูตา’’ติ ตเมว คาถํ ปจฺจุทาหาสิ. สาเยว จ เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณคาถา อโหสิ. กุฏิโอวาเทน ลทฺธวิเสสตฺตา จสฺส กุฏิวิหารีเตฺวว สมญฺญา อโหสีติ.

ทุติยกุฏิวิหาริตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. รมณียกุฏิกตฺเถรคาถาวณฺณนา

รมณียา เม กุฏิกาติ อายสฺมโต รมณียกุฏิกตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กุสลพีชโรปนํ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิโต อฏฺฐารสกปฺปสตมตฺถเก อตฺถทสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต พุทฺธารหํ อาสนํ ภควโต อทาสิ. ปุปฺเผหิ จ ภควนฺตํ ปูเชตฺวา ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. เสสํ อญฺชนวนิยตฺเถรสฺส วตฺถุมฺหิ วุตฺตสทิสเมว. อยํ ปน วิเสโส – อยํ กิร วุตฺตนเยน ปพฺพชิตฺวา กตปุพฺพกิจฺโจ วชฺชิรฏฺเฐ อญฺญตรสฺมึ คามกาวาเส กุฏิกายํ วิหรติ, สา โหติ กุฏิกา อภิรูปา ทสฺสนียา ปาสาทิกา สุปริกมฺมกตภิตฺติภูมิกา อารามโปกฺขรณิรามเณยฺยาทิสมฺปนฺนา มุตฺตาชาลสทิสวาลิกากิณฺณภูมิภาคา เถรสฺส จ วตฺตสมฺปนฺนตาย สุสมฺมฏฺฐงฺคณตาทินา ภิยฺโยโสมตฺตาย รมณียตรา หุตฺวา ติฏฺฐติ. โส ตตฺถ วิหรนฺโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๑.๔๗-๕๒) –

‘‘กานนํ วนโมคฺคยฺห, อปฺปสทฺทํ นิรากุลํ;

สีหาสนํ มยา ทินฺนํ, อตฺถทสฺสิสฺส ตาทิโน.

‘‘มาลาหตฺถํ คเหตฺวาน, กตฺวา จ นํ ปทกฺขิณํ;

สตฺถารํ ปยิรุปาสิตฺวา, ปกฺกามึ อุตฺตรามุโข.

‘‘เตน กมฺเมน ทฺวิปทินฺท, โลกเชฏฺฐ นราสภ;

สนฺนิพฺพาเปมิ อตฺตานํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา.

‘‘อฏฺฐารสกปฺปสเต, ยํ ทานมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, สีหาสนสฺสิทํ ผลํ.

‘‘อิโต สตฺตกปฺปสเต, สนฺนิพฺพาปกขตฺติโย;

สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เถเร ตตฺถ วิหรนฺเต กุฏิกาย รมณียภาวโต วิหารเปกฺขกา มนุสฺสา ตโต ตโต อาคนฺตฺวา กุฏึ ปสฺสนฺติ. อเถกทิวสํ กติปยา ธุตฺตชาติกา อิตฺถิโย ตตฺถ คตา กุฏิกาย รมณียภาวํ ทิสฺวา, ‘‘เอตฺถ วสนฺโต อยํ สมโณ สิยา อเมฺหหิ อากฑฺฒนียหทโย’’ติ อธิปฺปาเยน – ‘‘รมณียํ โว, ภนฺเต, วสนฏฺฐานํ. มยมฺปิ รมณียรูปา ปฐมโยพฺพเน ฐิตา’’ติ วตฺวา อิตฺถิกุตฺตาทีนิ ทสฺเสตุํ อารภึสุ. เถโร อตฺตโน วีตราคภาวํ ปกาเสนฺโต ‘‘รมณียา เม กุฏิกา, สทฺธาเทยฺยา มโนรมา’’ติ คาถํ อภาสิ.