๗. สตฺตมวคฺโค
๑. วปฺปตฺเถรคาถาวณฺณนา
ปสฺสติ ปสฺโสติ อายสฺมโต วปฺปตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หํสวตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ‘‘อสุโก จ อสุโก จ เถโร สตฺถุ ปฐมํ ธมฺมปฏิคฺคาหกา อเหสุ’’นฺติ โถมนํ สุตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ – ‘‘อหมฺปิ ภควา อนาคเต ตาทิสสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปฐมํ ธมฺมปฏิคฺคาหกานํ อญฺญตโร ภเวยฺย’’นฺติ, สตฺถุ สนฺติเก สรณคมนญฺจ ปเวเทสิ. โส ยาวชีวํ ปุญฺญานิ กตฺวา ตโต จุโต เทวมนุสฺเสสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุสฺมึ วาเสฏฺฐสฺส นาม พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, วปฺโปติสฺส นามํ อโหสิ. โส อสิเตน อิสินา ‘‘สิทฺธตฺถกุมาโร สพฺพญฺญู ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากโต โกณฺฑญฺญปฺปมุเขหิ พฺราหฺมณปุตฺเตหิ สทฺธึ ฆราวาสํ ปหาย ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ‘‘ตสฺมึ สพฺพญฺญุตํ ปตฺเต ตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา อมตํ ปาปุณิสฺสามี’’ติ อุรุเวลายํ วิหรนฺตํ มหาสตฺตํ ฉพฺพสฺสานิ ปธานํ ปทหนฺตํ อุปฏฺฐหิตฺวา โอฬาริกาหารปริโภเคน นิพฺพิชฺชิตฺวา อิสิปตนํ คโต. อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา สตฺถารา สตฺตสตฺตาหานิ วีตินาเมตฺวา อิสิปตนํ คนฺตฺวา ธมฺมจกฺเก ปวตฺติเต ปาฏิปททิวเส โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิโต ปญฺจมิยํ ปกฺขสฺส อญฺญาสิโกณฺฑญฺญาทีหิ สทฺธึ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๒.๒๐-๓๐) –
‘‘อุภินฺนํ เทวราชูนํ, สงฺคาโม สมุปฏฺฐิโต;
อโหสิ สมุปพฺยูโฬฺห, มหาโฆโส อวตฺตถ.
‘‘ปทุมุตฺตโร โลกวิทู, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;
อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา, สํเวเชสิ มหาชนํ.
‘‘สพฺเพ เทวา อตฺตมนา, นิกฺขิตฺตกวจาวุธา;
สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา, เอกคฺคาสึสุ ตาวเท.
‘‘มยฺหํ สงฺกปฺปมญฺญาย, วาจาสภิมุทีรยิ;
อนุกมฺปโก โลกวิทู, นิพฺพาเปสิ มหาชนํ.
‘‘ปทุฏฺฐจิตฺโต มนุโช, เอกปาณํ วิเหฐยํ;
เตน จิตฺตปฺปโทเสน, อปายํ อุปปชฺชติ.
‘‘สงฺคามสีเส นาโคว, พหู ปาเณ วิเหฐยํ;
นิพฺพาเปถ สกํ จิตฺตํ, มา หญฺญิตฺโถ ปุนปฺปุนํ.
‘‘ทฺวินฺนมฺปิ ยกฺขราชูนํ, เสนา สา วิมฺหิตา อหุ;
สรณญฺจ อุปาคจฺฉุํ, โลกเชฏฺฐํ สุตาทินํ.
‘‘สญฺญาเปตฺวาน ชนตํ, ปทมุทฺธริ จกฺขุมา;
เปกฺขมาโนว เทเวหิ, ปกฺกามิ อุตฺตรามุโข.
‘‘ปฐมํ สรณํ คจฺฉึ, ทฺวิปทินฺทสฺส ตาทิโน;
กปฺปานํ สตสหสฺสํ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชหํ.
‘‘มหาทุนฺทุภินามา จ, โสฬสาสุํ รเถสภา;
ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, ราชาโน จกฺกวตฺติโน.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตนา ปฏิลทฺธสมฺปตฺตึ ปจฺจเวกฺขณมุเขน สตฺถุ คุณมหนฺตตํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ‘‘อีทิสํ นาม สตฺถารํ พาหุลิกาทิวาเทน สมุทาจริมฺห. อโห ปุถุชฺชนภาโว นาม อนฺธกรโณ อจกฺขุกรโณ อริยภาโวเยว จกฺขุกรโณ’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปสฺสติ ปสฺโส’’ติ คาถํ อภาสิ.
๖๑. ตตฺถ ปสฺสติ ปสฺโสติ ปสฺสติ สมฺมาทิฏฺฐิยา ธมฺเม อวิปรีตํ ชานาติ พุชฺฌตีติ ปสฺโส, ทสฺสนสมฺปนฺโน อริโย, โส ปสฺสนฺตํ อวิปรีตทสฺสาวึ ‘‘อยํ อวิปรีตทสฺสาวี’’ติ ปสฺสติ ปญฺญาจกฺขุนา ธมฺมาธมฺมํ ยถาสภาวโต ชานาติ. น เกวลํ ปสฺสนฺตเมว, อถ โข อปสฺสนฺตญฺจ ปสฺสติ, โย ปญฺญาจกฺขุวิรหิโต ธมฺเม ยถาสภาวโต น ปสฺสติ, ตมฺปิ อปสฺสนฺตํ ปุถุชฺชนํ ‘‘อนฺโธ วตายํ ภวํ อจกฺขุโก’’ติ อตฺตโน ปญฺญาจกฺขุนา ปสฺสติ. อปสฺสนฺโต อปสฺสนฺตํ, ปสฺสนฺตญฺจ น ปสฺสตีติ อปสฺสนฺโต ปญฺญาจกฺขุรหิโต อนฺธพาโล ตาทิสํ อนฺธพาลํ อยํ ธมฺมาธมฺมํ ยถาสภาวโต น ปสฺสตีติ ยถา อปสฺสนฺตํ น ปสฺสติ น ชานาติ, เอวํ อตฺตโน ปญฺญาจกฺขุนา ธมฺมาธมฺมํ ยถาสภาวโต ปสฺสนฺตญฺจ ปณฺฑิตํ ‘‘อยํ เอวํวิโธ’’ติ น ปสฺสติ น ชานาติ, ตสฺมา อหมฺปิ ปุพฺเพ ทสฺสนรหิโต สกลํ เญยฺยํ หตฺถามลกํ วิย ปสฺสนฺตํ ภควนฺตํ อปสฺสนฺตมฺปิ ปูรณาทึ ยถาสภาวโต น ปสฺสึ, อิทานิ ปน พุทฺธานุภาเวน สมฺปนฺโน อุภเยปิ ยถาสภาวโต ปสฺสามีติ เสวิตพฺพาเสวิตพฺเพสุ อตฺตโน อวิปรีตปฏิปตฺตึ ทสฺเสติ.
วปฺปตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. วชฺชิปุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา
เอกกา มยํ อรญฺเญติ อายสฺมโต วชฺชิปุตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ วิปสฺสึ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส นาคปุปฺผเกสเรหิ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท อมจฺจกุเล นิพฺพตฺติ, วชฺชิปุตฺโตติสฺส นามํ อโหสิ. โส ภควโต เวสาลิคมเน พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กตปุพฺพกิจฺโจ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา เวสาลิยา อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ วิหรติ. เตน จ สมเยน เวสาลิยํ อุสฺสโว อโหสิ. ตตฺถ ตตฺถ นจฺจคีตวาทิตํ ปวตฺตติ, มหาชโน หฏฺฐตุฏฺโฐ อุสฺสวสมฺปตฺตึ ปจฺจนุโภติ, ตํ สุตฺวา โส ภิกฺขุ อโยนิโส อุมฺมุชฺชนฺโต วิเวกํ วชฺชมาโน กมฺมฏฺฐานํ วิสฺสชฺเชตฺวา อตฺตโน อนภิรตึ ปกาเสนฺโต –
‘‘เอกกา มยํ อรญฺเญ วิหราม, อปวิทฺธํว วนสฺมึ ทารุกํ;
เอตาทิสิกาย รตฺติยา, โก สุ นาม อเมฺหหิ ปาปิโย’’ติ. – คาถมาห;
ตํ สุตฺวา วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา ตํ ภิกฺขุํ อนุกมฺปมานา ‘‘ยทิปิ, ตฺวํ ภิกฺขุ, อรญฺญวาสํ หีเฬนฺโต วทสิ, วิเวกกามา ปน วิทฺทสุโน ตํ พหุ มญฺญนฺติเยวา’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺตี –
‘‘เอกโก ตฺวํ อรญฺเญ วิหรสิ, อปวิทฺธํว วนสฺมึ ทารุกํ;
ตสฺส เต พหุกา ปิหยนฺติ, เนรยิกา วิย สคฺคคามิน’’นฺติ. –
คาถํ วตฺวา, ‘‘กถญฺหิ นาม ตฺวํ, ภิกฺขุ, นิยฺยานิเก สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา อนิยฺยานิกํ วิตกฺกํ วิตกฺเกสฺสสี’’ติ สนฺตชฺเชนฺตี สํเวเชสิ. เอวํ โส ภิกฺขุ ตาย เทวตาย สํเวชิโต กสาภิหโต วิย ภโทฺร อสฺสาชานีโย วิปสฺสนาวีถึ โอตริตฺวา นจิรสฺเสว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๑.๖๒-๖๖) –
‘‘สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ, สตรํสึว ภาณุมํ;
โอภาเสนฺตํ ทิสา สพฺพา, อุฬุราชํว ปูริตํ.
‘‘ปุรกฺขตํ สาวเกหิ, สาคเรเหว เมทนึ;
นาคํ ปคฺคยฺห เรณูหิ, วิปสฺสิสฺสาภิโรปยึ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ เรณุมภิโรปยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘ปณฺณตาลีสิโต กปฺเป, เรณุ นามาสิ ขตฺติโย;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ‘‘อยํ เม อรหตฺตปฺปตฺติยา องฺกุโส ชาโต’’ติ อตฺตโน เทวตาย จ วุตฺตนยํ สํกฑฺฒิตฺวา –
๖๒. ‘‘เอกกา มยํ อรญฺเญ วิหราม, อปวิทฺธํว วนสฺมึ ทารุกํ;
ตสฺส เม พหุกา ปิหยนฺติ, เนรยิกา วิย สคฺคคามิน’’นฺติ. –
คาถํ อภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – อนเปกฺขภาเวน วเน ฉฑฺฑิตทารุกฺขณฺฑํ วิย ยทิปิ มยํ เอกกา เอกากิโน อสหายา อิมสฺมึ อรญฺเญ วิหราม, เอวํ วิหรโต ปน ตสฺส เม พหุกา ปิหยนฺติ มํ พหู อตฺถกามรูปา กุลปุตฺตา อภิปตฺเถนฺติ, ‘‘อโห วตสฺส มยมฺปิ วชฺชิปุตฺตตฺเถโร วิย ฆรพนฺธนํ ปหาย อรญฺเญ วิหเรยฺยามา’’ติ. ยถา กึ? เนรยิกา วิย สคฺคคามินํ, ยถา นาม เนรยิกา อตฺตโน ปาปกมฺเมน นิรเย นิพฺพตฺตสตฺตา สคฺคคามีนํ สคฺคูปคามีนํ ปิหยนฺติ – ‘‘อโห วต มยมฺปิ นิรยทุกฺขํ ปหาย สคฺคสุขํ ปจฺจนุภเวยฺยามา’’ติ เอวํสมฺปทมิทนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ จ อตฺตนิ ครุพหุวจนปฺปโยคสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘เอกกา มยํ วิหรามา’’ติ ปุน ตสฺส อตฺถสฺส เอกตฺตํ สนฺธาย ‘‘ตสฺส เม’’ติ เอกวจนปฺปโยโค กโต. ‘‘ตสฺส เม’’, ‘‘สคฺคคามิน’’นฺติ จ อุภยมฺปิ ‘ปิหยนฺตี’ติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา อุปโยคตฺเถ สมฺปทานนิทฺเทโส ทฏฺฐพฺโพ. ตํ อภิปตฺเถนฺตีติ จ ตาทิเส อรญฺญวาสาทิคุเณ อภิปตฺเถนฺตา นาม โหนฺตีติ กตฺวา วุตฺตํ. ตสฺส เมติ วา ตสฺส มม สนฺติเก คุเณติ อธิปฺปาโย.
วชฺชิปุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ปกฺขตฺเถรคาถาวณฺณนา
จุตา ปตนฺตีติ อายสฺมโต ปกฺขตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ กโรนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป ยกฺขเสนาปติ หุตฺวา วิปสฺสึ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ทิพฺพวตฺเถน ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สกฺเกสุ เทวทหนิคเม สากิยราชกุเล นิพฺพตฺติ, ‘‘สมฺโมทกุมาโร’’ติสฺส นามํ อโหสิ. อถสฺส ทหรกาเล วาตโรเคน ปาทา น วหึสุ. โส กติปยํ กาลํ ปีฐสปฺปี วิย วิจริ. เตนสฺส ปกฺโขติ สมญฺญา ชาตา. ปจฺฉา อโรคกาเลปิ ตเถว นํ สญฺชานนฺติ, โส ภควโต ญาติสมาคเม ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กตปุพฺพกิจฺโจ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วิหรติ. อเถกทิวสํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิสิตุํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. ตสฺมิญฺจ สมเย อญฺญตโร กุลโล มํสเปสึ อาทาย อากาเสน คจฺฉติ, ตํ พหู กุลลา อนุปติตฺวา ปาเตสุํ. ปาติตํ มํสเปสึ เอโก กุลโล อคฺคเหสิ. ตํ อญฺโญ อจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหิ, ตํ ทิสฺวา เถโร ‘‘ยถายํ มํสเปสิ, เอวํ กามา นาม พหุสาธารณา พหุทุกฺขา พหุปายาสา’’ติ – กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทินา มนสิกโรนฺโต ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ ทิวาฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๒.๑-๑๐) –
‘‘วิปสฺสี นาม ภควา, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;
อฏฺฐสฏฺฐิสหสฺเสหิ, ปาวิสิ พนฺธุมํ ตทา.
‘‘นครา อภินิกฺขมฺม, อคมํ ทีปเจติยํ;
อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, อาหุตีนํ ปฏิคฺคหํ.
‘‘จุลฺลาสีติสหสฺสานิ, ยกฺขา มยฺหํ อุปนฺติเก;
อุปฏฺฐหนฺติ สกฺกจฺจํ, อินฺทํว ติทสา คณา.
‘‘ภวนา อภินิกฺขมฺม, ทุสฺสํ ปคฺคยฺหหํ ตทา;
สิรสา อภิวาเทสึ, ตญฺจาทาสึ มเหสิโน.
‘‘อโห พุทฺโธ อโห ธมฺโม, อโห โน สตฺถุ สมฺปทา;
พุทฺธสฺส อานุภาเวน, วสุธายํ ปกมฺปถ.
‘‘ตญฺจ อจฺฉริยํ ทิสฺวา, อพฺภุตํ โลมหํสนํ;
พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาเทมิ, ทฺวิปทินฺทมฺหิ ตาทิเน.
‘‘โสหํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, ทุสฺสํ ทตฺวาน สตฺถุโน;
สรณญฺจ อุปาคจฺฉึ, สามจฺโจ สปริชฺชโน.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘อิโต ปนฺนรเส กปฺเป, โสฬสาสุํ สุวาหนา;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ยเทว สํเวควตฺถุํ องฺกุสํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อญฺญา อธิคตา, ตสฺส สํกิตฺตนมุเขน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘จุตา ปตนฺตี’’ติ คาถํ อภาสิ.
๖๓. ตตฺถ จุตาติ ภฏฺฐา. ปตนฺตีติ อนุปตนฺติ. ปติตาติ จวนวเสน ภูมิยํ ปติตา, อากาเส วา สมฺปตนวเสน ปติตา. คิทฺธาติ เคธํ อาปนฺนา. ปุนราคตาติ ปุนเทว อุปคตา. จ-สทฺโท สพฺพตฺถ โยเชตพฺโพ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ปตนฺติ อนุปตนฺติ จ อิธ กุลลา, อิตรสฺส มุขโต จุตา จ มํสเปสิ, จุตา ปน สา ภูมิยํ ปติตา จ, คิทฺธา เคธํ อาปนฺนา สพฺเพว กุลลา ปุนราคตา. ยถา จิเม กุลลา, เอวํ สํสาเร ปริพฺภมนฺตา สตฺตา เย กุสลธมฺมโต จุตา, เต ปตนฺติ นิรยาทีสุ, เอวํ ปติตา จ, สมฺปตฺติภเว ฐิตา ตตฺถ กามสุขานุโยควเสน กามภเว รูปารูปภเวสุ จ ภวนิกนฺติวเสน คิทฺธา จ ปุนราคตา ภวโต อปริมุตฺตตฺตา เตน เตน ภวคามินา กมฺเมน ตํ ตํ ภวสญฺญิตํ ทุกฺขํ อาคตา เอว, เอวํภูตา อิเม สตฺตา. มยา ปน กตํ กิจฺจํ ปริญฺญาทิเภทํ โสฬสวิธมฺปิ กิจฺจํ กตํ, น ทานิ ตํ กาตพฺพํ อตฺถิ. รตํ รมฺมํ รมิตพฺพํ อริเยหิ สพฺพสงฺขตวินิสฺสฏํ นิพฺพานํ รตํ อภิรตํ รมฺมํ. เตน จ สุเขนนฺวาคตํ สุขํ ผลสมาปตฺติสุเขน อนุอาคตํ อุปคตํ อจฺจนฺตสุขํ นิพฺพานํ, สุเขน วา สุขาปฏิปทาภูเตน วิปสฺสนาสุเขน มคฺคสุเขน จ อนฺวาคตํ ผลสุขํ นิพฺพานสุขญฺจาติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ปกฺขตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. วิมลโกณฺฑญฺญตฺเถรคาถาวณฺณนา
ทุมวฺหยาย อุปฺปนฺโนติ วิมลโกณฺฑญฺญตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล วิภวสมฺปนฺเน กุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ วิปสฺสึ ภควนฺตํ มหติยา ปริสาย ปริวุตํ ธมฺมํ เทเสนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส จตูหิ สุวณฺณปุปฺเผหิ ปูเชสิ. ภควา ตสฺส ปสาทสํวฑฺฒนตฺถํ ตถารูปํ อิทฺธาภิสงฺขารํ อภิสงฺขาเรสิ, ยถา สุวณฺณาภา สกลํ ตํ ปเทสํ โอตฺถรติ. ตํ ทิสฺวา ภิยฺโยโสมตฺตาย ปสนฺนมานโส หุตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ตํ นิมิตฺตํ คเหตฺวา อตฺตโน เคหํ คนฺตฺวา พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ อวิชหนฺโต เกนจิ โรเคน กาลํ กตฺวา ตุสิเตสุ อุปปนฺโน อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชานํ พิมฺพิสารํ ปฏิจฺจ อมฺพปาลิยา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ราชา หิ พิมฺพิสาโร ตรุณกาเล อมฺพปาลิยา รูปสมฺปตฺตึ สุตฺวา สญฺชาตาภิลาโส กติปยมนุสฺสปริวาโร อญฺญาตกเวเสน เวสาลึ คนฺตฺวา เอกรตฺตึ ตาย สํวาสํ กปฺเปสิ. ตทา อยํ ตสฺสา กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ. สา จ คพฺภสฺส ปติฏฺฐิตภาวํ ตสฺส อาโรเจสิ. ราชาปิ อตฺตานํ ชานาเปตฺวา ทาตพฺพยุตฺตกํ ทตฺวา ปกฺกามิ. สา คพฺภสฺส ปริปากมนฺวาย ปุตฺตํ วิชายิ, ‘‘วิมโล’’ติสฺส นามํ อโหสิ, ปจฺฉา วิมลโกณฺฑญฺโญติ ปญฺญายิตฺถ. โส วยปฺปตฺโต ภควโต เวสาลิคมเน พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ปพฺพชิตฺวา กตปุพฺพกิจฺโจ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๒.๔๐-๔๘) –
‘‘วิปสฺสี นาม ภควา, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;
นิสินฺโน ชนกายสฺส, เทเสสิ อมตํ ปทํ.
‘‘ตสฺสาหํ ธมฺมํ สุตฺวาน, ทฺวิปทินฺนสฺส ตาทิโน;
โสณฺณปุปฺผานิ จตฺตาริ, พุทฺธสฺส อภิโรปยึ.
‘‘สุวณฺณจฺฉทนํ อาสิ, ยาวตา ปริสา ตทา;
พุทฺธาภา จ สุวณฺณาภา, อาโลโก วิปุโล อหุ.
‘‘อุทคฺคจิตฺโต สุมโน, เวทชาโต กตญฺชลี;
วิตฺติสญฺชนโน เตสํ, ทิฏฺฐธมฺมสุขาวโห.
‘‘อายาจิตฺวาน สมฺพุทฺธํ, วนฺทิตฺวาน จ สุพฺพตํ;
ปาโมชฺชํ ชนยิตฺวาน, สกํ ภวนุปาคมึ.
‘‘ภวเน อุปวิฏฺโฐหํ, พุทฺธเสฏฺฐํ อนุสฺสรึ;
เตน จิตฺตปฺปสาเทน, ตุสิตํ อุปปชฺชหํ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘โสฬสาสึสุ ราชาโน, เนมิสมฺมตนามกา;
เตตาลีเส อิโต กปฺเป, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อญฺญาปเทเสน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘ทุมวฺหยายา’’ติ คาถํ อภาสิ.
๖๔. ตตฺถ ทุมวฺหยายาติ ทุเมน อมฺเพน อวฺหาตพฺพาย, อมฺพปาลิยาติ อตฺโถ. อาธาเร เจตํ ภุมฺมวจนํ. อุปฺปนฺโนติ ตสฺสา กุจฺฉิยํ อุปฺปนฺโน อุปฺปชฺชมาโน จ. ชาโต ปณฺฑรเกตุนาติ ธวลวตฺถธชตฺตา ‘‘ปณฺฑรเกตู’’ติ ปญฺญาเตน พิมฺพิสารรญฺญา เหตุภูเตน ชาโต, ตํ ปฏิจฺจ นิพฺพตฺโตติ อตฺโถ. อุปฺปนฺโนติ วา ปฐมาภินิพฺพตฺติทสฺสนํ. ตโต หิ ชาโตติ อภิชาติทสฺสนํ. วิชายนกาลโต ปฏฺฐาย หิ โลเก ชาตโวหาโร. เอตฺถ จ ‘‘ทุมวฺหยาย อุปฺปนฺโน’’ติ อิมินา อตฺตุกฺกํสนภาวํ อปเนติ, อเนกปติปุตฺตานมฺปิ วิเสสาธิคมสมฺภวญฺจ ทีเปติ. ‘‘ชาโต ปณฺฑรเกตุนา’’ติ อิมินา วิญฺญาตปิติกทสฺสเนน ปรวมฺภนํ อปเนติ. เกตุหาติ มานปฺปหายี. มาโน หิ อุณฺณติลกฺขณตฺตา เกตุ วิยาติ เกตุ. ตถา หิ โส ‘‘เกตุกมฺยตาปจฺจุปฏฺฐาโน’’ติ วุจฺจติ. เกตุนาเยวาติ ปญฺญาย เอว. ปญฺญา หิ อนวชฺชธมฺเมสุ อจฺจุคฺคตฏฺเฐน มารเสนปฺปมทฺทเนน ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน จ อริยานํ ธชา นาม. เตนาห ‘‘ธมฺโม หิ อิสินํ ธโช’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๔๑; อ. นิ. ๔.๔๘; ชา. ๒.๒๑.๔๙๔). มหาเกตุํ ปธํสยีติ มหาวิสยตาย มหนฺตา, เสยฺยมานชาติมานาทิเภทโต พหโว จ มานปฺปการา, อิตเร จ กิเลสธมฺมา สมุสฺสิตฏฺเฐน เกตุ เอตสฺสาติ มหาเกตุ มาโร ปาปิมา. ตํ พลวิธมนวิสยาติกฺกมนวเสน อภิภวิ นิพฺพิเสวนํ อกาสีติ. ‘‘มหาเกตุํ ปธํสยี’’ติ อตฺตานํ ปรํ วิย ทสฺเสนฺโต อญฺญาปเทเสน อรหตฺตํ พฺยากาสิ.
วิมลโกณฺฑญฺญตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. อุกฺเขปกตวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา
อุกฺเขปกตวจฺฉสฺสาติ อายสฺมโต อุกฺเขปกตวจฺฉตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ กิร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต อิโต จตุนวุเต กปฺเป สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถารํ อุทฺทิสฺส มาฬํ กโรนฺตสฺส ปูคสฺส เอกตฺถมฺภํ อลภนฺตสฺส ถมฺภํ ทตฺวา สหายกิจฺจํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, วจฺโฉติสฺส โคตฺตโต อาคตนามํ. โส สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา โกสลรฏฺเฐ คามกาวาเส วสนฺโต อาคตาคตานํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก ธมฺมํ ปริยาปุณาติ. ‘‘อยํ วินโย อิทํ สุตฺตนฺตํ อยํ อภิธมฺโม’’ติ ปน ปริจฺเฉทํ น ชานาติ. อเถกทิวสํ อายสฺมนฺตํ ธมฺมเสนาปตึ ปุจฺฉิตฺวา ยถาปริจฺเฉทํ สพฺพํ สลฺลกฺเขสิ. ธมฺมสงฺคีติยา ปุพฺเพปิ ปิฏกาทิสมญฺญา ปริยตฺติสทฺธมฺเม ววตฺถิตา เอว, ยโต ภิกฺขูนํ วินยธราทิโวหาโร. โส เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหนฺโต ปริปุจฺฉนฺโต ตตฺถ วุตฺเต รูปารูปธมฺเม สลฺลกฺเขตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา สมฺมสนฺโต นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๒.๑๓-๒๖) –
‘‘สิทฺธตฺถสฺส ภควโต, มหาปูคคโณ อหุ;
สรณํ คตา จ เต พุทฺธํ, สทฺทหนฺติ ตถาคตํ.
‘‘สพฺเพ สงฺคมฺม มนฺเตตฺวา, มาฬํ กุพฺพนฺติ สตฺถุโน;
เอกตฺถมฺภํ อลภนฺตา, วิจินนฺติ พฺรหาวเน.
‘‘เตหํ อรญฺเญ ทิสฺวาน, อุปคมฺม คณํ ตทา;
อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน, ปฏิปุจฺฉึ คณํ อหํ.
‘‘เต เม ปุฏฺฐา วิยากํสุ, สีลวนฺโต อุปาสกา;
มาฬํ มยํ กตฺตุกามา, เอกตฺถมฺโภ น ลพฺภติ.
‘‘เอกตฺถมฺภํ มมํ เทถ, อหํ ทสฺสามิ สตฺถุโน;
อาหริสฺสามหํ ถมฺภํ, อปฺโปสฺสุกฺกา ภวนฺตุ เต.
‘‘เต เม ถมฺภํ ปเวจฺฉึสุ, ปสนฺนา ตุฏฺฐมานสา;
ตโต ปฏินิวตฺติตฺวา, อคมํสุ สกํ ฆรํ.
‘‘อจิรํ คเต ปูคคเณ, ถมฺภํ อหาสหํ ตทา;
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน, ปฐมํ อุสฺสเปสหํ.
‘‘เตน จิตฺตปฺปสาเทน, วิมานํ อุปปชฺชหํ;
อุพฺพิทฺธํ ภวนํ มยฺหํ, สตฺตภูมํ สมุคฺคตํ.
‘‘วชฺชมานาสุ เภรีสุ, ปริจาเรมหํ สทา;
ปญฺจปญฺญาสกปฺปมฺหิ, ราชา อาสึ ยโสธโร.
‘‘ตตฺถาปิ ภวนํ มยฺหํ, สตฺตภูมํ สมุคฺคตํ;
กูฏาคารวรูเปตํ, เอกตฺถมฺภํ มโนรมํ.
‘‘เอกวีสติกปฺปมฺหิ, อุเทโน นาม ขตฺติโย;
ตตฺราปิ ภวนํ มยฺหํ, สตฺตภูมํ สมุคฺคตํ.
‘‘ยํ ยํ โยนุปปชฺชามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;
อนุโภมิ สุขํ สพฺพํ, เอกตฺถมฺภสฺสิทํ ผลํ.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ถมฺภมททํ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, เอกตฺถมฺภสฺสิทํ ผลํ.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา กตกิจฺจตฺตา อกิลาสุภาเว ฐิโต อตฺตโน สนฺติกํ อุปคตานํ คหฏฺฐปพฺพชิตานํ อนุกมฺปํ อุปาทาย เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ วีมํสิตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. เทเสนฺโต จ เอกทิวสํ อตฺตานํ ปรํ วิย กตฺวา ทสฺเสนฺโต –
๖๕. ‘‘อุกฺเขปกตวจฺฉสฺส, สงฺกลิตํ พหูหิ วสฺเสหิ;
ตํ ภาสติ คหฏฺฐานํ, สุนิสินฺโน อุฬารปาโมชฺโช’’ติ. – คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ อุกฺเขปกตวจฺฉสฺสาติ กตอุกฺเขปวจฺฉสฺส, ภิกฺขุโน สนฺติเก วิสุํ วิสุํ อุคฺคหิตํ วินยปเทสํ สุตฺตปเทสํ อภิธมฺมปเทสญฺจ ยถาปริจฺเฉทํ วินยสุตฺตาภิธมฺมานํเยว อุปริ ขิปิตฺวา สชฺฌายนวเสน ตตฺถ ตตฺเถว ปกฺขิปิตฺวา ฐิตวจฺเฉนาติ อตฺโถ กรณตฺเถ หิ อิทํ สามิวจนํ. สงฺกลิตํ พหูหิ วสฺเสหีติ พหุเกหิ สํวจฺฉเรหิ สมฺปิณฺฑนวเสน หทเย ฐปิตํ. ‘‘สงฺขลิต’’นฺติปิ ปาโฐ, สงฺขลิตํ วิย กตํ เอกาพทฺธวเสน วาจุคฺคตํ กตํ. ยํ พุทฺธวจนนฺติ วจนเสโส. ตนฺติ ตํ ปริยตฺติธมฺมํ ภาสติ กเถติ. คหฏฺฐานนฺติ เตสํ เยภุยฺยตาย วุตฺตํ. สุนิสินฺโนติ ตสฺมึ ธมฺเม สมฺมา นิจฺจโล นิสินฺโน, ลาภสกฺการาทึ อปจฺจาสีสนฺโต เกวลํ วิมุตฺตายตนสีเสเยว ฐตฺวา กเถตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อุฬารปาโมชฺโช’’ติ ผลสมาปตฺติสุขวเสน ธมฺมเทสนาวเสเนว จ อุปฺปนฺนอุฬารปาโมชฺโชติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ยถา ยถาวุโส ภิกฺขุ, ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปเรสํ เทเสติ ตถา ตถา โส ตสฺมึ ธมฺเม ลภติ อตฺถเวทํ, ลภติ ธมฺมเวทํ, ลภติ ธมฺมูปสํหิตํ ปาโมชฺช’’นฺติอาทิ (ที. นิ. ๓.๓๕๕).
อุกฺเขปกตวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. เมฆิยตฺเถรคาถาวณฺณนา
อนุสาสิ มหาวีโรติ อายสฺมโต เมฆิยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว กุสลพีชานิ โรเปนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปาปุณิ. ตสฺมิญฺจ สมเย วิปสฺสี ภควา พุทฺธกิจฺจสฺส ปริโยสานมาคมฺม อายุสงฺขารํ โอสฺสชฺชิ. เตน ปถวีกมฺปาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ มหาชโน ภีตตสิโต อโหสิ. อถ นํ เวสฺสวโณ มหาราชา ตมตฺถํ วิภาเวตฺวา สมสฺสาเสสิ. ตํ สุตฺวา มหาชโน สํเวคปฺปตฺโต อโหสิ. ตตฺถายํ กุลปุตฺโต พุทฺธานุภาวํ สุตฺวา สตฺถริ สญฺชาตคารวพหุมาโน อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุสฺมึ สากิยราชกุเล นิพฺพตฺติ, ตสฺส เมฆิโยติ นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ภควนฺตํ อุปฏฺฐหนฺโต ภควติ ชาลิกายํ วิหรนฺเต กิมิกาลาย นทิยา ตีเร รมณียํ อมฺพวนํ ทิสฺวา ตตฺถ วิหริตุกาโม เทฺว วาเร ภควตา วาเรตฺวา ตติยวารํ วิสฺสชฺชิโต ตตฺถ คนฺตฺวา มิจฺฉาวิตกฺกมกฺขิกาหิ ขชฺชมาโน จิตฺตสมาธึ อลภิตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสิ. อถสฺส ภควา ‘‘อปริปกฺกาย, เมฆิย, เจโตวิมุตฺติยา ปญฺจ ธมฺมา ปริปากาย สํวตฺตนฺตี’’ติอาทินา (อุทา. ๓๑) โอวาทํ อทาสิ. โส ตสฺมึ โอวาเท ฐตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๒.๕๗-๖๕) –
‘‘ยทา วิปสฺสี โลกคฺโค, อายุสงฺขารโมสฺสชิ;
ปถวี สมฺปกมฺปิตฺถ, เมทนี ชลเมขลา.
‘‘โอตตํ วิตตํ มยฺหํ, สุวิจิตฺตวฏํสกํ;
ภวนมฺปิ ปกมฺปิตฺถ, พุทฺธสฺส อายุสงฺขเย.
‘‘ตาโส มยฺหํ สมุปฺปนฺโน, ภวเน สมฺปกมฺปิเต;
อุปฺปาโท นุ กิมตฺถาย, อาโลโก วิปุโล อหุ.
‘‘เวสฺสวโณ อิธาคมฺม, นิพฺพาเปสิ มหาชนํ;
ปาณภูเต ภยํ นตฺถิ, เอกคฺคา โหถ สํวุตา.
‘‘อโห พุทฺโธ อโห ธมฺโม, อโห โน สตฺถุ สมฺปทา;
ยสฺมึ อุปฺปชฺชมานมฺหิ, ปถวี สมฺปกมฺปติ.
‘‘พุทฺธานุภาวํ กิตฺเตตฺวา, กปฺปํ สคฺคมฺหิ โมทหํ;
อวเสเสสุ กปฺเปสุ, กุสลํ จริตํ มยา.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ สญฺญมลภึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธสญฺญายิทํ ผลํ.
‘‘อิโต จุทฺทสกปฺปมฺหิ, ราชา อาสึ ปตาปวา;
สมิโต นาม นาเมน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.