๘. อฏฺฐมวคฺโค
๑. วจฺฉปาลตฺเถรคาถาวณฺณนา
สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสินาติ อายสฺมโต วจฺฉปาลตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อาจินนฺโต เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา พฺราหฺมณสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คนฺตฺวา อคฺคึ ปริจรนฺโต เอกทิวสํ มหติยา กํสปาติยา ปายาสํ อาทาย ทกฺขิเณยฺยํ ปริเยสนฺโต วิปสฺสึ ภควนฺตํ อากาเส จงฺกมนฺตํ ทิสฺวา อจฺฉริยพฺภุตจิตฺตชาโต ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ทาตุกามตํ ทสฺเสสิ. ปฏิคฺคเหสิ ภควา อนุกมฺปํ อุปาทาย. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห วิภวสมฺปนฺนสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, วจฺฉปาโลติสฺส นามํ อโหสิ. โส พิมฺพิสารสมาคเม อุรุเวลกสฺสปตฺเถเรน อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสตฺวา สตฺถุ ปรมนิปจฺจกาเร กเต ตํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา สตฺตาหปพฺพชิโต เอว วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๓.๒๖-๓๔) –
‘‘สุวณฺณวณฺโณ สมฺพุทฺโธ, พาตฺตึสวรลกฺขโณ;
ปวนา อภินิกฺขนฺโต, ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขโต.
‘‘มหจฺจา กํสปาติยา, วฑฺเฒตฺวา ปายสํ อหํ;
อาหุตึ ยิฏฺฐุกาโม โส, อุปเนสึ พลึ อหํ.
‘‘ภควา ตมฺหิ สมเย, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;
จงฺกมํ สุสมารูโฬฺห, อมฺพเร อนิลายเน.
‘‘ตญฺจ อจฺฉริยํ ทิสฺวา, อพฺภุตํ โลมหํสนํ;
ฐปยิตฺวา กํสปาตึ, วิปสฺสึ อภิวาทยึ.
‘‘ตุวํ เทโวสิ สพฺพญฺญู, สเทเว สหมานุเส;
อนุกมฺปํ อุปาทาย, ปฏิคฺคณฺห มหามุนิ.
‘‘ปฏิคฺคเหสิ ภควา, สพฺพญฺญู โลกนายโก;
มม สงฺกปฺปมญฺญาย, สตฺถา โลเก มหามุนิ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปายาสสฺส อิทํ ผลํ.
‘‘เอกตาลีสิโต กปฺเป, พุทฺโธ นามาสิ ขตฺติโย;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สุเขเนว อตฺตนา นิพฺพานสฺส อธิคตภาวํ วิภาเวนฺโต –
๗๑. ‘‘สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสินา, มติกุสเลน นิวาตวุตฺตินา;
สํเสวิตวุทฺธสีลินา, นิพฺพานํ น หิ เตน ทุลฺลภ’’นฺติ. –
อิมํ คาถํ อภาสิ.
ตตฺถ สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสินาติ อติวิย ทุทฺทสฏฺเฐน สุขุเม, สณฺหฏฺเฐน นิปุเณ สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิอตฺเถ อนิจฺจตาทึ โอโรเปตฺวา ปสฺสตีติ สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสี, เตน. มติกุสเลนาติ มติยา ปญฺญาย กุสเลน เฉเกน, ‘‘เอวํ ปวตฺตมานสฺส ปญฺญา วฑฺฒติ, เอวํ น วฑฺฒตี’’ติ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคปญฺญาย อุปฺปาทเน กุสเลน. นิวาตวุตฺตินาติ สพฺรหฺมจารีสุ นิวาตนีจวตฺตนสีเลน, วุฑฺเฒสุ นเวสุ จ ยถานุรูปปฏิปตฺตินา. สํเสวิตวุทฺธสีลินาติ สํเสวิตํ อาจิณฺณํ วุทฺธสีลํ สํเสวิตวุทฺธสีลํ, ตํ ยสฺส อตฺถิ, เตน สํเสวิตวุทฺธสีลินา. อถ วา สํเสวิตา อุปาสิตา วุทฺธสีลิโน เอเตนาติ สํเสวิตวุทฺธสีลี, เตน. หีติสทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา โย นิวาตวุตฺติ สํเสวิตวุทฺธสีลี มติกุสโล สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสี จ, ตสฺมา นิพฺพานํ น ตสฺส ทุลฺลภนฺติ อตฺโถ. นิวาตวุตฺติตาย หิ สํเสวิตวุทฺธสีลิตาย จ ปณฺฑิตา ตํ โอวทิตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญนฺติ, เตสญฺจ โอวาเท ฐิโต สยํ มติกุสลตาย สุสุขุมนิปุณตฺถทสฺสิตาย จ วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว นิพฺพานํ อธิคจฺฉตีติ, อยเมว จ เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณคาถา อโหสีติ.
วจฺฉปาลตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อาตุมตฺเถรคาถาวณฺณนา
ยถา กฬีโร สุสุ วฑฺฒิตคฺโคติ อายสฺมโต อาตุมตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อาจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต วิปสฺสึ ภควนฺตํ อนฺตรวีถิยํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส คนฺโธทเกน คนฺธจุณฺเณน จ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺโต อปราปรํ สุคตีสุเยว สํสรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา สมณธมฺมํ อกาสิ, ญาณสฺส ปน อปริปกฺกตฺตา วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขิ. อถ อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ เสฏฺฐิปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, อาตุโมติสฺส นามํ อโหสิ. ตสฺส วยปฺปตฺตสฺส มาตา ‘‘ปุตฺตสฺส เม ภริยํ อาเนสฺสามา’’ติ ญาตเกหิ สมฺมนฺเตสิ. โส ตํ อุปธาเรตฺวา เหตุสมฺปตฺติยา โจทิยมาโน ‘‘กึ มยฺหํ ฆราวาเสน, อิทาเนว ปพฺพชิสฺสามี’’ติ ภิกฺขูนํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชิ. ปพฺพชิตมฺปิ นํ มาตา อุปฺปพฺพาเชตุกามา นานานเยหิ ปโลเภติ. โส ตสฺสา อวสรํ อทตฺวา อตฺตโน อชฺฌาสยํ ปกาเสนฺโต –
๗๒. ‘‘ยถา กฬีโร สุสุ วฑฺฒิตคฺโค, ทุนฺนิกฺขโม โหติ ปสาขชาโต;
เอวํ อหํ ภริยายานีตาย, อนุมญฺญ มํ ปพฺพชิโตมฺหิ ทานี’’ติ. –
คาถํ อภาสิ.
ตตฺถ กฬีโรติ องฺกุโร, อิธ ปน วํสงฺกุโร อธิปฺเปโต. สุสูติ ตรุโณ. วฑฺฒิตคฺโคติ ปวฑฺฒิตสาโข. สุสุวฑฺฒิตคฺโคติ วา สุฏฺฐุ วฑฺฒิตสาโข สญฺชาตปตฺตสาโข. ทุนฺนิกฺขโมติ เวฬุคุมฺพโต นิกฺขาเมตุํ นีหริตุํ อสกฺกุเณยฺโย. ปสาขชาโตติ ชาตปสาโข, สาขานมฺปิ ปพฺเพ ปพฺเพ อุปฺปนฺนอนุสาโข. เอวํ อหํ ภริยายานีตายาติ ยถา วํโส วฑฺฒิตคฺโค วํสนฺตเรสุ สํสฏฺฐ สาขาปสาโข เวฬุคุมฺพโต ทุนฺนีหรณีโย โหติ, เอวํ อหมฺปิ ภริยาย มยฺหํ อานีตาย ปุตฺตธีตาทิวเสน วฑฺฒิตคฺโค อาสตฺติวเสน ฆราวาสโต ทุนฺนีหรณีโย ภเวยฺยํ. ยถา ปน วํสกฬีโร อสญฺชาตสาขพนฺโธ เวฬุคุมฺพโต สุนีหรณีโยว โหติ, เอวํ อหมฺปิ อสญฺชาตปุตฺตทาราทิพนฺโธ สุนีหรณีโย โหมิ, ตสฺมา อนานีตาย เอว ภริยาย อนุมญฺญ มํ อตฺตนาว มํ อนุชานาเปตฺวา. ปพฺพชิโตมฺหิ ทานีติ, ‘‘อิทานิ ปน ปพฺพชิโต อมฺหิ, สาธุ สุฏฺฐู’’ติ อตฺตโน เนกฺขมฺมาภิรตึ ปกาเสสิ, อถ วา ‘‘อนุมญฺญ มํ ปพฺพชิโตมฺหิ ทานี’’ติ มาตุ กเถติ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยทิปิ ตาย ปุพฺเพ นานุมตํ, อิทานิ ปน ปพฺพชิโต อมฺหิ, ตสฺมา อนุมญฺญ อนุชานาหิ มํ สมณภาเวเยว ฐาตุํ, นาหํ ตยา นิวตฺตนีโยติ. เอวํ ปน กเถนฺโต ยถาฐิโตว วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา มคฺคปฏิปาฏิยา กิเลเส เขเปตฺวา ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๓.๓๕-๔๐) –
‘‘นิสชฺช ปาสาทวเร, วิปสฺสึ อทฺทสํ ชินํ;
กกุธํ วิลสนฺตํว, สพฺพญฺญุํ ตมนาสกํ.
‘‘ปาสาทสฺสาวิทูเร จ, คจฺฉติ โลกนายโก;
ปภา นิทฺธาวเต ตสฺส, ยถา จ สตรํสิโน.
‘‘คนฺโธทกญฺจ ปคฺคยฺห, พุทฺธเสฏฺฐํ สโมกิรึ;
เตน จิตฺตปฺปสาเทน, ตตฺถ กาลงฺกโต อหํ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ คนฺโธทกมากิรึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, สุคนฺโธ นาม ขตฺติโย;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา มาตรํ อาปุจฺฉิตฺวา ตสฺสา เปกฺขนฺติยาเยว อากาเสน ปกฺกามิ. โส อรหตฺตปฺปตฺติยา อุตฺตริกาลมฺปิ อนฺตรนฺตรา ตเมว คาถํ ปจฺจุทาหาสิ.
ตตฺถ ‘‘ปพฺพชิโตมฺหี’’ติ อิมินาปเทเสน อยมฺปิ เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณคาถา อโหสิ อตฺตโน สนฺตาเน ราคาทิมลสฺส ปพฺพาชิตภาวทีปนโต. เตนาห ภควา – ‘‘ปพฺพาชยมตฺตโน มลํ, ตสฺมา ‘ปพฺพชิโต’ติ วุจฺจตี’’ติ (ธ. ป. ๓๘๘).
อาตุมตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. มาณวตฺเถรคาถาวณฺณนา
ชิณฺณญฺจ ทิสฺวา ทุขิตญฺจ พฺยาธิตนฺติ อายสฺมโต มาณวตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ลกฺขณธโร หุตฺวา วิปสฺสิสฺส ภควโต อภิชาติยา ลกฺขณานิ ปริคฺคเหตฺวา ปุพฺพนิมิตฺตานิ สาเวตฺวา, ‘‘เอกํเสน อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากริตฺวา นานานเยหิ โถเมตฺวา อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณมหาสาลสฺส เคเห นิพฺพตฺติตฺวา ยาว สตฺตวสฺสานิ, ตาว อนฺโตฆเรเยว วฑฺฒิตฺวา สตฺตเม สํวจฺฉเร อุปนยนตฺถํ อุยฺยานํ นีโต อนฺตรามคฺเค ชิณฺณาตุรมเต ทิสฺวา เตสํ อทิฏฺฐปุพฺพตฺตา เต ปริชเน ปุจฺฉิตฺวา ชราโรคมรณสภาวํ สุตฺวา สญฺชาตสํเวโค ตโต อนิวตฺตนฺโต วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา มาตาปิตโร อนุชานาเปตฺวา ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๓.๔๑-๖๔) –
‘‘ชายมาเน วิปสฺสิมฺหิ, นิมิตฺตํ พฺยากรึ อหํ;
นิพฺพาปยิญฺจ ชนตํ, พุทฺโธ โลเก ภวิสฺสติ.
‘‘ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ, ทสสหสฺสิ กมฺปติ;
โส ทานิ ภควา สตฺถา, ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา.
‘‘ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ, อาโลโก วิปุโล อหุ;
โส ทานิ ภควา สตฺถา, ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา.
‘‘ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ, สริตาโย น สนฺทยุํ;
โส ทานิ ภควา สตฺถา, ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา.
‘‘ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ, อวีจคฺคิ น ปชฺชลิ;
โส ทานิ ภควา สตฺถา, ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา.
‘‘ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ, ปกฺขิสงฺโฆ น สญฺจริ;
โส ทานิ ภควา สตฺถา, ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา.
‘‘ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ, วาตกฺขนฺโธ น วายติ;
โส ทานิ ภควา สตฺถา, ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา.
‘‘ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ, สพฺพรตนานิ โชตยุํ;
โส ทานิ ภควา สตฺถา, ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา.
‘‘ยสฺมิญฺจ ชายมานสฺมึ, สตฺตาสุํ ปทวิกฺกมา;
โส ทานิ ภควา สตฺถา, ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา.
‘‘ชาตมตฺโต จ สมฺพุทฺโธ, ทิสา สพฺพา วิโลกยิ;
วาจาสภิมุทีเรสิ, เอสา พุทฺธาน ธมฺมตา.
‘‘สํเวชยิตฺวา ชนตํ, ถวิตฺวา โลกนายกํ;
สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา, ปกฺกามึ ปาจินามุโข.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ พุทฺธมภิโถมยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, โถมนาย อิทํ ผลํ.
‘‘อิโต นวุติกปฺปมฺหิ, สมฺมุขาถวิกวฺหโย;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘ปถวีทุนฺทุภิ นาม, เอกูนนวุติมฺหิโต;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘อฏฺฐาสีติมฺหิโต กปฺเป, โอภาโส นาม ขตฺติโย;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘สตฺตาสีติมฺหิโต กปฺเป, สริตจฺเฉทนวฺหโย;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘อคฺคินิพฺพาปโน นาม, กปฺปานํ ฉฬสีติยา;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘คติปจฺเฉทโน นาม, กปฺปานํ ปญฺจสีติยา;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘ราชา วาตสโม นาม, กปฺปานํ จุลฺลสีติยา;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘รตนปชฺชโล นาม, กปฺปานํ เตอสีติยา;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘ปทวิกฺกมโน นาม, กปฺปานํ เทฺวอสีติยา;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘ราชา วิโลกโน นาม, กปฺปานํ เอกสีติยา;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘คิรสาโรติ นาเมน, กปฺเปสีติมฺหิ ขตฺติโย;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อธิคตารหตฺโต ปน ภิกฺขูหิ, ‘‘เกน, ตฺวํ อาวุโส, สํเวเคน อติทหโรว สมาโน ปพฺพชิโต’’ติ ปุจฺฉิโต อตฺตโน ปพฺพชฺชานิมิตฺตกิตฺตนาปเทเสน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๗๓. ‘‘ชิณฺณญฺจ ทิสฺวา ทุขิตญฺจ พฺยาธิตํ, มตญฺจ ทิสฺวา คตมายุสงฺขยํ;
ตโต อหํ นิกฺขมิตูน ปพฺพชึ, ปหาย กามานิ มโนรมานี’’ติ. –
คาถํ อภาสิ.
ตตฺถ ชิณฺณนฺติ ชราย อภิภูตํ, ขณฺฑิจฺจปาลิจฺจวลิตฺตจตาทีหิ สมงฺคีภูตํ. ทุขิตนฺติ ทุกฺขปฺปตฺตํ. พฺยาธิตนฺติ คิลานํ. เอตฺถ จ ‘‘พฺยาธิต’’นฺติ วุตฺเตปิ ทุกฺขปฺปตฺตภาโว สิทฺโธ, ‘‘ทุขิต’’นฺติ วจนํ ตสฺส พาฬฺหคิลานภาวปริทีปนตฺถํ. มตนฺติ กาลงฺกตํ, ยสฺมา กาลงฺกโต อายุโน ขยํ วยํ เภทํ คโต นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘คตมายุสงฺขย’’นฺติ. ตสฺมา ชิณฺณพฺยาธิมตานํ ทิฏฺฐตฺตา, ‘‘อิเม ชราทโย นาม น อิเมสํเยว, อถ โข สพฺพสาธารณา, ตสฺมา อหมฺปิ ชราทิเก อนติวตฺโต’’ติ สํวิคฺคตฺตา. นิกฺขมิตูนาติ นิกฺขมิตฺวา, อยเมว วา ปาโฐ. ปพฺพชฺชาธิปฺปาเยน ฆรโต นิคฺคนฺตฺวา. ปพฺพชินฺติ สตฺถุ สาสเน ปพฺพชํ อุปคโต. ปหาย กามานิ มโนรมานีติ อิฏฺฐกนฺตาทิภาวโต อวีตราคานํ มโน รเมนฺตีติ มโนรเม วตฺถุกาเม ปชหิตฺวา, ตปฺปฏิพทฺธสฺส ฉนฺทราคสฺส อริยมคฺเคน สมุจฺฉินฺทเนน นิรเปกฺขภาเวน ฉฑฺเฑตฺวาติ อตฺโถ. กามานํ ปหานกิตฺตนมุเขน เจตํ เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสิ. มาณวกาเล ปพฺพชิตตฺตา อิมสฺส เถรสฺส มาณโวเตฺวว สมญฺญา ชาตาติ.
มาณวตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สุยามนตฺเถรคาถาวณฺณนา
กามจฺฉนฺโท จ พฺยาปาโทติ อายสฺมโต สุยามนตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต เอกนวุเต กปฺเป วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล ธญฺญวตีนคเร พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต พฺราหฺมณสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ ปตฺวา พฺราหฺมณมนฺเต วาเจติ. เตน จ สมเยน วิปสฺสี ภควา มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ธญฺญวตีนครํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ โหติ. ตํ ทิสฺวา พฺราหฺมโณ ปสนฺนจิตฺโต อตฺตโน เคหํ เนตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ตสฺสูปริ ปุปฺผสนฺถารํ สนฺถริตฺวา อทาสิ, สตฺถริ ตตฺถ นิสินฺเน ปณีเตน อาหาเรน สนฺตปฺเปสิ, ภุตฺตาวิญฺจ ปุปฺผคนฺเธน ปูเชสิ. สตฺถา อนุโมทนํ วตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท เวสาลิยํ อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, สุยามโนติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต ติณฺณํ เวทานํ ปารคู ปรมนิสฺสมยุตฺโต หุตฺวา เคหวาสีนํ กามูปโภคํ ชิคุจฺฉิตฺวา ฌานนินฺโน ภควโต เวสาลิคมเน ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา ขุรคฺเคเยว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๓.๖๕-๗๔) –
‘‘นคเร ธญฺญวติยา, อโหสึ พฺราหฺมโณ ตทา;
ลกฺขเณ อิติหาเส จ, สนิฆณฺฑุสเกฏุเภ.
‘‘ปทโก เวยฺยากรโณ, นิมิตฺตโกวิโท อหํ;
มนฺเต จ สิสฺเส วาเจสึ, ติณฺณํ เวทาน ปารคู.
‘‘ปญฺจ อุปฺปลหตฺถานิ, ปิฏฺฐิยํ ฐปิตานิ เม;
อาหุตึ ยิฏฺฐุกาโมหํ, ปิตุมาตุสมาคเม.
‘‘ตทา วิปสฺสี ภควา, ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขโต;
โอภาเสนฺโต ทิสา สพฺพา, อาคจฺฉติ นราสโภ.
‘‘อาสนํ ปญฺญเปตฺวาน, นิมนฺเตตฺวา มหามุนึ;
สนฺถริตฺวาน ตํ ปุปฺผํ, อภิเนสึ สกํ ฆรํ.
‘‘ยํ เม อตฺถิ สเก เคเห, อามิสํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ;
ตาหํ พุทฺธสฺส ปาทาสึ, ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ.
‘‘ภุตฺตาวึ กาลมญฺญาย ปุปฺผหตฺถมทาสหํ;
อนุโมทิตฺวาน สพฺพญฺญู, ปกฺกามิ อุตฺตรามุโข.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปุปฺผทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘อนนฺตรํ อิโต กปฺเป, ราชาหุํ วรทสฺสโน;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา นีวรณปฺปหานกิตฺตนมุเขน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๗๔. ‘‘กามจฺฉนฺโท จ พฺยาปาโท, ถินมิทฺธญฺจ ภิกฺขุโน;
อุทฺธจฺจํ วิจิกิจฺฉา จ, สพฺพโสว น วิชฺชตี’’ติ. – คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ กามจฺฉนฺโทติ กาเมสุ ฉนฺโท, กาโม จ โส ฉนฺโท จาติปิ กามจฺฉนฺโท, กามราโค. อิธ ปน สพฺโพปิ ราโค กามจฺฉนฺโท อคฺคมคฺควชฺฌสฺสาปิ อธิปฺเปตตฺตา, เตนาห ‘‘สพฺพโสว น วิชฺชตี’’ติ. สพฺเพปิ หิ เตภูมกธมฺมา กามนียฏฺเฐน กามา, ตตฺถ ปวตฺโต ราโค กามจฺฉนฺโท, เตนาห ภควา – ‘‘อารุปฺเป กามจฺฉนฺทนีวรณํ ปฏิจฺจ ถินมิทฺธนีวรณํ อุทฺธจฺจนีวรณํ อวิชฺชานีวรณํ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๘.๘) พฺยาปชฺชติ จิตฺตํ ปูติภาวํ คจฺฉติ เอเตนาติ พฺยาปาโท, ‘‘อนตฺถํ เม อจรี’’ติอาทินยปฺปวตฺโต (ธ. ส. ๑๐๖๖; วิภ. ๙๐๙) อาฆาโต. ถินํ จิตฺตสฺส อกลฺยตา อนุสฺสาหสํหนนํ, มิทฺธํ กายสฺส อกลฺยตา อสตฺติวิฆาโต, ตทุภยมฺปิ ถินญฺจ มิทฺธญฺจ ถินมิทฺธํ, กิจฺจาหารปฏิปกฺขานํ เอกตาย เอกํ กตฺวา วุตฺตํ. อุทฺธตภาโว อุทฺธจฺจํ, เยน ธมฺเมน จิตฺตํ อุทฺธตํ โหติ อวูปสนฺตํ, โส เจตโส วิกฺเขโป อุทฺธจฺจํ. อุทฺธจฺจคฺคหเณเนว เจตฺถ กิจฺจาหารปฏิปกฺขานํ สมานตาย กุกฺกุจฺจมฺปิ คหิตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ตํ ปจฺฉานุตาปลกฺขณํ. โย หิ กตากตกุสลากุสลูปนิสฺสโย วิปฺปฏิสาโร, ตํ กุกฺกุจฺจํ. วิจิกิจฺฉาติ, ‘‘เอวํ นุ โข น นุ โข’’ติ สํสยํ อาปชฺชติ, ธมฺมสภาวํ วา วิจินนฺโต กิจฺฉติ กิลมติ เอตายาติ วิจิกิจฺฉา, พุทฺธาทิวตฺถุโก สํสโย. สพฺพโสติ อนวเสสโต. น วิชฺชตีติ นตฺถิ, มคฺเคน สมุจฺฉินฺนตฺตา น อุปลพฺภติ. อิทญฺจ ปททฺวยํ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ อยเญฺหตฺถ โยชนา – ยสฺส ภิกฺขุโน เตน เตน อริยมคฺเคน สมุจฺฉินฺนตฺตา กามจฺฉนฺโท จ พฺยาปาโท จ ถินมิทฺธญฺจ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจญฺจ วิจิกิจฺฉา จ สพฺพโสว น วิชฺชติ, ตสฺส น กิญฺจิ กรณียํ, กตสฺส วา ปติจโยติ อญฺญาปเทเสน อญฺญํ พฺยากโรติ. ปญฺจสุ หิ นีวรเณสุ มคฺเคน สมุจฺฉินฺเนสุ ตเทกฏฺฐตาย สพฺเพปิ กิเลสา สมุจฺฉินฺนาเยว โหนฺติ. เตนาห – ‘‘สพฺเพเต ภควนฺโต ปญฺจ นีวรเณ ปหาย เจตโส อุปกฺกิเลเส’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๔๖).
สุยามนตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. สุสารทตฺเถรคาถาวณฺณนา
สาธุ สุวิหิตาน ทสฺสนนฺติ อายสฺมโต สุสารทตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิชฺชาปเทสุ นิปฺผตฺตึ คนฺตฺวา กาเมสุ อาทีนวํ ทิสฺวา ฆราวาสํ ปหาย ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา หิมวนฺตปฺปเทเส อรญฺญายตเน อสฺสมํ กาเรตฺวา วิหาสิ. อถ นํ อนุคฺคณฺหนฺโต ปทุมุตฺตโร ภควา ภิกฺขาจารเวลายํ อุปสงฺกมิ. โส ทูรโตว ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา มธุรานิ ผลานิ ปกฺขิปิตฺวา อทาสิ. ภควา ตํ ปฏิคฺคเหตฺวา อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ธมฺมเสนาปติโน ญาติพฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา มนฺทปญฺญตฺตา สุสารโทติ คหิตนาโม อปรภาเค ธมฺมเสนาปติสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๓.๗๕-๘๓) –
‘‘อชฺฌายโก มนฺตธโร, ติณฺณํ เวทาน ปารคู;
หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, วสามิ อสฺสเม อหํ.
‘‘อคฺคิหุตฺตญฺจ เม อตฺถิ, ปุณฺฑรีกผลานิ จ;
ปุฏเก นิกฺขิปิตฺวาน, ทุมคฺเค ลคฺคิตํ มยา.
‘‘ปทุมุตฺตโร โลกวิทู, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;
มมุทฺธริตุกาโม โส, ภิกฺขนฺโต มมุปาคมิ.
‘‘ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, ผลํ พุทฺธสฺสทาสหํ;
วิตฺติสญฺชนโน มยฺหํ, ทิฏฺฐธมฺมสุขาวโห.
‘‘สุวณฺณวณฺโณ สมฺพุทฺโธ, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;
อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา, อิมํ คาถํ อภาสถ.
‘‘อิมินา ผลทาเนน, เจตนาปณิธีหิ จ;
กปฺปานํ สตสหสฺสํ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชสิ.
‘‘เตเนว สุกฺกมูเลน, อนุโภตฺวาน สมฺปทา;
ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ, หิตฺวา ชยปราชยํ.
‘‘อิโต สตฺตสเต กปฺเป, ราชา อาสึ สุมงฺคโล;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สปฺปุริสูปนิสฺสยานิสํสกิตฺตนาปเทเสน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๗๕. ‘‘สาธุ สุวิหิตาน ทสฺสนํ, กงฺขา ฉิชฺชติ พุทฺธิ วฑฺฒติ;
พาลมฺปิ กโรนฺติ ปณฺฑิตํ, ตสฺมา สาธุ สตํ สมาคโม’’ติ. –
คาถํ อภาสิ.