๙. นวมวคฺโค
๑. สมิติคุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา
ยํ มยา ปกตํ ปาปนฺติ อายสฺมโต สมิติคุตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ภควนฺตํ ปสฺสิตฺวา ปสนฺนจิตฺโต ชาติสุมนปุปฺเผหิ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน ยตฺถ ยตฺถ ภเว นิพฺพตฺติ, ตตฺถ ตตฺถ กุลรูปปริวารสมฺปทาย อญฺเญ สตฺเต อภิภวิตฺวา อฏฺฐาสิ. เอกสฺมึ ปน อตฺตภาเว อญฺญตรํ ปจฺเจกพุทฺธํ ปิณฺฑาย จรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มุณฺฑโก กุฏฺฐี มญฺเญ, เตนายํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา วิจรตี’’ติ นิฏฺฐุภิตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน กมฺเมน พหุํ กาลํ นิรเย ปจฺจิตฺวา กสฺสปสฺส ภควโต กาเล มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺโต ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ อุปคโต เอกํ สีลาจารสมฺปนฺนํ อุปาสกํ ทิสฺวา โทสนฺตโร หุตฺวา, ‘‘กุฏฺฐโรคี ภเวยฺยาสี’’ติ อกฺโกสิ, นฺหานติตฺเถ จ มนุสฺเสหิ ฐปิตานิ นฺหานจุณฺณานิ ทูเสสิ. โส เตน กมฺเมน ปุน นิรเย นิพฺพตฺติตฺวา พหูนิ วสฺสานิ ทุกฺขํ อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, สมิติคุตฺโตติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา สุวิสุทฺธสีโล หุตฺวา วิหรติ. ตสฺส ปุริมกมฺมนิสฺสนฺเทน กุฏฺฐโรโค อุปฺปชฺชิ, เตน ตสฺส สรีราวยวา เยภุยฺเยน ฉินฺนภินฺนา หุตฺวา ปคฺฆรนฺติ. โส คิลานสาลายํ วสติ. อเถกทิวสํ ธมฺมเสนาปติ คิลานปุจฺฉํ คนฺตฺวา ตตฺถ ตตฺถ คิลาเน ภิกฺขู ปุจฺฉนฺโต ตํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ‘‘อาวุโส, ยาวตา ขนฺธปฺปวตฺติ นาม, สพฺพํ ทุกฺขเมว เวทนา. ขนฺเธสุ ปน อสนฺเตสุเยว นตฺถิ ทุกฺข’’นฺติ เวทนานุปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา อคมาสิ. โส เถรสฺส โอวาเท ฐตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ฉฬภิญฺญา สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๒.๘๒-๙๐) –
‘‘ชายนฺตสฺส วิปสฺสิสฺส, อาโลโก วิปุโล อหุ;
ปถวี จ ปกมฺปิตฺถ, สสาครา สปพฺพตา.
‘‘เนมิตฺตา จ วิยากํสุ, พุทฺโธ โลเก ภวิสฺสติ;
อคฺโค จ สพฺพสตฺตานํ, ชนตํ อุทฺธริสฺสติ.
‘‘เนมิตฺตานํ สุณิตฺวาน, ชาติปูชมกาสหํ;
เอทิสา ปูชนา นตฺถิ, ยาทิสา ชาติปูชนา.
‘‘สงฺขริตฺวาน กุสลํ, สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ;
ชาติปูชํ กริตฺวาน, ตตฺถ กาลงฺกโต อหํ.
‘‘ยํ ยํ โยนุปปชฺชามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;
สพฺเพ สตฺเต อภิโภมิ, ชาติปูชายิทํ ผลํ.
‘‘ธาติโย มํ อุปฏฺเฐนฺติ, มม จิตฺตวสานุคา;
น ตา สกฺโกนฺติ โกเปตุํ, ชาติปูชายิทํ ผลํ.
‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปูชมกรึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ชาติปูชายิทํ ผลํ.
‘‘สุปาริจริยา นาม, จตุตฺตึส ชนาธิปา;
อิโต ตติยกปฺปมฺหิ, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา ปหีนกิเลสปจฺจเวกฺขเณน เอตรหิ อนุภุยฺยมานโรควเสน ปุริมชาตีสุ อตฺตนา กตํ ปาปกมฺมํ อนุสฺสริตฺวา ตสฺส อิทานิ สพฺพโส ปหีนภาวํ วิภาเวนฺโต –
๘๑. ‘‘ยํ มยา ปกตํ ปาปํ, ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาติสุ;
อิเธว ตํ เวทนียํ, วตฺถุ อญฺญํ น วิชฺชตี’’ติ. – คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ ปาปนฺติ อกุสลํ กมฺมํ. ตญฺหิ ลามกฏฺเฐน ปาปนฺติ วุจฺจติ. ปุพฺเพติ ปุรา. อญฺญาสุ ชาติสูติ อิโต อญฺญาสุ ชาตีสุ, อญฺเญสุ อตฺตภาเวสุ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ยทิปิ มยา อิมสฺมึ อตฺตภาเว น ตาทิสํ ปาปํ กตํ อตฺถิ, อิทานิ ปน ตสฺส สมฺภโวเยว นตฺถิ. ยํ ปน อิโต อญฺญาสุ ชาตีสุ กตํ อตฺถิ, อิเธว ตํ เวทนียํ, ตญฺหิ อิเธว อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว เวทยิตพฺพํ อนุภวิตพฺพํ ผลํ, กสฺมา? วตฺถุ อญฺญํ น วิชฺชตีติ ตสฺส กมฺมสฺส วิปจฺจโนกาโส อญฺโญ ขนฺธปฺปพนฺโธ นตฺถิ, อิเม ปน ขนฺธา สพฺพโส อุปาทานานํ ปหีนตฺตา อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท จริมกจิตฺตนิโรเธน อปฺปฏิสนฺธิกา นิรุชฺฌนฺตีติ อญฺญํ พฺยากาสิ.
สมิติคุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. กสฺสปตฺเถรคาถาวณฺณนา
เยน เยน สุภิกฺขานีติ อายสฺมโต กสฺสปตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ตีสุ เวเทสุ อญฺเญสุ จ พฺราหฺมณสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คโต, โส เอกทิวสํ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส สุมนปุปฺเผหิ ปูชํ อกาสิ. กโรนฺโต จ สตฺถุ สมนฺตโต อุปริ จ ปุปฺผมุฏฺฐิโย ขิปิ. พุทฺธานุภาเวน ปุปฺผานิ ปุปฺผาสนากาเรน สตฺตาหํ อฏฺฐํสุ. โส ตํ อจฺฉริยํ ทิสฺวา ภิยฺโยโสมตฺตาย ปสนฺนมานโส อโหสิ. อปราปรํ ปุญฺญานิ กโรนฺโต กปฺปสตสหสฺสํ สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส อุทิจฺจพฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, กสฺสโปติสฺส นามํ อโหสิ. ตสฺส ทหรกาเลเยว ปิตา กาลมกาสิ. มาตา ตํ ปฏิชคฺคติ. โส เอกทิวสํ เชตวนํ คโต ภควโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เหตุสมฺปนฺนตาย ตสฺมึเยว อาสเน โสตาปนฺโน หุตฺวา มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา อนุชานาเปตฺวา ปพฺพชิโต สตฺถริ วุฏฺฐวสฺเส ปวาเรตฺวา ชนปทจาริกํ ปกฺกนฺเต สยมฺปิ สตฺถารา สทฺธึ คนฺตุกาโม อาปุจฺฉิตุํ มาตุ สนฺติกํ อคมาสิ. มาตา วิสฺสชฺเชนฺตี โอวาทวเสน –
๘๒. ‘‘เยน เยน สุภิกฺขานิ, สิวานิ อภยานิ จ;
เตน ปุตฺตก คจฺฉสฺสุ, มา โสกาปหโต ภวา’’ติ. – คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ เยน เยนาติ ยตฺถ ยตฺถ. ภุมฺมตฺเถ หิ เอตํ กรณวจนํ, ยสฺมึ ยสฺมึ ทิสาภาเคติ อตฺโถ. สุภิกฺขานีติ สุลภปิณฺฑานิ, รฏฺฐานีติ อธิปฺปาโย. สิวานีติ เขมานิ อโรคานิ. อภยานีติ โจรภยาทีหิ นิพฺภยานิ, โรคทุพฺภิกฺขภยานิ ปน ‘‘สุภิกฺขานิ, สิวานี’’ติ ปททฺวเยเนว คหิตานิ. เตนาติ ตตฺถ, ตสฺมึ ตสฺมึ ทิสาภาเคติ อตฺโถ. ปุตฺตกาติ อนุกมฺปนฺตี ตํ อาลปติ. มาติ ปฏิเสธตฺเถ นิปาโต โสกาปหโตติ วุตฺตคุณรหิตานิ รฏฺฐานิ คนฺตฺวา ทุพฺภิกฺขภยาทิชนิเตน โสเกน อุปหโต มา ภว มาโหสีติ อตฺโถ. ตํ สุตฺวา เถโร, ‘‘มม มาตา มยฺหํ โสกรหิตฏฺฐานคมนํ อาสีสติ, หนฺท มยํ สพฺพโส อจฺจนฺตเมว โสกรหิตํ ฐานํ ปตฺตุํ ยุตฺต’’นฺติ อุสฺสาหชาโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๓.๑-๙) –
‘‘อชฺฌายโก มนฺตธโร, ติณฺณํ เวทาน ปารคู;
อพฺโภกาเส ฐิโต สนฺโต, อทฺทสํ โลกนายกํ.
‘‘สีหํ ยถา วนจรํ, พฺยคฺฆราชํว นิตฺตสํ;
ติธาปภินฺนมาตงฺคํ, กุญฺชรํว มเหสินํ.
‘‘เสเรยกํ คเหตฺวาน, อากาเส อุกฺขิปึ อหํ;
พุทฺธสฺส อานุภาเวน, ปริวาเรนฺติ สพฺพโส.
‘‘อธิฏฺฐหิ มหาวีโร, สพฺพญฺญู โลกนายโก;
สมนฺตา ปุปฺผจฺฉทนา, โอกิรึสุ นราสภํ.
‘‘ตโต สา ปุปฺผกญฺจุกา, อนฺโตวณฺฏา พหิมุขา;
สตฺตาหํ ฉทนํ กตฺวา, ตโต อนฺตรธายถ.
‘‘ตญฺจ อจฺฉริยํ ทิสฺวา, อพฺภุตํ โลมหํสนํ;
พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาเทสึ, สุคเต โลกนายเก.
‘‘เตน จิตฺตปฺปสาเทน, สุกฺกมูเลน โจทิโต;
กปฺปานํ สตสหสฺสํ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชหํ.
‘‘ปนฺนรสสหสฺสมฺหิ, กปฺปานํ ปญฺจวีสติ;
วีตมลาสนามา จ, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ‘‘อิทเมว มาตุ วจนํ อรหตฺตปฺปตฺติยา องฺกุสํ ชาต’’นฺติ ตเมว คาถํ ปจฺจุทาหาสิ.
กสฺสปตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สีหตฺเถรคาถาวณฺณนา
สีหปฺปมตฺโต วิหราติ อายสฺมโต สีหตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร อิโต อฏฺฐารสกปฺปสตมตฺถเก อตฺถทสฺสิสฺส ภควโต กาเล จนฺทภาคาย นทิยา ตีเร กินฺนรโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา ปุปฺผภกฺโข ปุปฺผนิวสโน หุตฺวา วิหรนฺโต อากาเสน คจฺฉนฺตํ อตฺถทสฺสึ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต ปูเชตุกาโม อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ. ภควา ตสฺส อชฺฌาสยํ ญตฺวา อากาสโต โอรุยฺห อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ปลฺลงฺเกน นิสีทิ. กินฺนโร จนฺทนสารํ ฆํสิตฺวา จนฺทนคนฺเธน ปุปฺเผหิ จ ปูชํ กตฺวา วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มลฺลราชกุเล นิพฺพตฺติ, ตสฺส สีโหติ นามํ อโหสิ. โส ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. สตฺถา ตสฺส อชฺฌาสยํ โอโลเกตฺวา ธมฺมํ กเถสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วิหรติ. ตสฺส จิตฺตํ นานารมฺมเณ วิธาวติ, เอกคฺคํ น โหติ, สกตฺถํ นิปฺผาเทตุํ น สกฺโกติ. สตฺถา ตํ ทิสฺวา อากาเส ฐตฺวา –
๘๓. ‘‘สีหปฺปมตฺโต วิหร, รตฺตินฺทิวมตนฺทิโต;
ภาเวหิ กุสลํ ธมฺมํ, ชห สีฆํ สมุสฺสย’’นฺติ. –
คาถาย โอวทิ. โส คาถาวสาเน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๔.๑๗-๒๕) –
‘‘จนฺทภาคานทีตีเร, อโหสึ กินฺนโร ตทา;
ปุปฺผภกฺโข จหํ อาสึ, ปุปฺผนิวสโน ตถา.
‘‘อตฺถทสฺสี ตุ ภควา, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;
วิปินคฺเคน นิยฺยาสิ, หํสราชาว อมฺพเร.
‘‘นโม เต ปุริสาชญฺญ, จิตฺตํ เต สุวิโสธิตํ;
ปสนฺนมุขวณฺโณสิ, วิปฺปสนฺนมุขินฺทฺริโย.
‘‘โอโรหิตฺวาน อากาสา, ภูริปญฺโญ สุเมธโส;
สงฺฆาฏึ ปตฺถริตฺวาน, ปลฺลงฺเกน อุปาวิสิ.
‘‘วิลีนํ จนฺทนาทาย, อคมาสึ ชินนฺติกํ;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, พุทฺธสฺส อภิโรปยึ.
‘‘อภิวาเทตฺวาน สมฺพุทฺธํ, โลกเชฏฺฐํ นราสภํ;
ปาโมชฺชํ ชนยิตฺวาน, ปกฺกามึ อุตฺตรามุโข.
‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, จนฺทนํ ยํ อปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘จตุทฺทเส กปฺปสเต, อิโต อาสึสุ เต ตโย;
โรหณี นาม นาเมน, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
ยา ปน ภควตา โอวาทวเสน วุตฺตา ‘‘สีหปฺปมตฺโต’’ติ คาถา, ตตฺถ สีหาติ ตสฺส เถรสฺส อาลปนํ. อปฺปมตฺโต วิหราติ สติยา อวิปฺปวาเสน ปมาทวิรหิโต สพฺพิริยาปเถสุ สติสมฺปชญฺญยุตฺโต หุตฺวา วิหราหิ. อิทานิ ตํ อปฺปมาทวิหารํ สห ผเลน สงฺเขปโต ทสฺเสตุํ ‘‘รตฺตินฺทิว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – รตฺติภาคํ ทิวสภาคญฺจ ‘‘จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๙; อ. นิ. ๓.๑๖; วิภ. ๕๑๙) วุตฺตนเยน จตุสมฺมปฺปธานวเสน อตนฺทิโต อกุสีโต อารทฺธวีริโย กุสลํ สมถวิปสฺสนาธมฺมญฺจ โลกุตฺตรธมฺมญฺจ ภาเวหิ อุปฺปาเทหิ วฑฺเฒหิ จ, เอวํ ภาเวตฺวา จ ชห สีฆํ สมุสฺสยนฺติ ตว สมุสฺสยํ อตฺตภาวํ ปฐมํ ตาว ตปฺปฏิพทฺธฉนฺทราคปฺปหาเนน สีฆํ นจิรสฺเสว ปชห, เอวํภูโต จ ปจฺฉา จริมกจิตฺตนิโรเธน อนวเสสโต จ ปชหิสฺสตีติ. อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เถโร อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ตเมว คาถํ ปจฺจุทาหาสีติ.
สีหตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. นีตตฺเถรคาถาวณฺณนา
สพฺพรตฺตึ สุปิตฺวานาติ อายสฺมโต นีตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล สุนนฺโท นาม พฺราหฺมโณ หุตฺวา อเนกสเต พฺราหฺมเณ มนฺเต วาเจนฺโต วาชเปยฺยํ นาม ยญฺญํ ยชิ, ภควา ตํ พฺราหฺมณํ อนุกมฺปนฺโต ยญฺญฏฺฐานํ คนฺตฺวา อากาเส จงฺกมิ. พฺราหฺมโณ สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส สิสฺเสหิ ปุปฺผานิ อาหราเปตฺวา อากาเส ขิปิตฺวา ปูชํ อกาสิ. พุทฺธานุภาเวน ตํ ฐานํ สกลญฺจ นครํ ปุปฺผปฏวิตานิกํ วิย ฉาทิตํ อโหสิ. มหาชโน สตฺถริ อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทสิ. สุนนฺทพฺราหฺมโณ เตน กุสลมูเลน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, นีโตติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต ‘‘อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา สุขสีลา สุขสมาจารา สุโภชนานิ ภุญฺชิตฺวา นิวาเตสุ เสนาสเนสุ วิหรนฺติ, อิเมสุ ปพฺพชิตฺวา สุเขน วิหริตุํ สกฺกา’’ติ สุขาภิลาสาย ปพฺพชิตฺวาว สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา กติปาหเมว มนสิกริตฺวา ตํ ฉฑฺเฑตฺวา ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ภุญฺชิตฺวา ทิวสภาคํ สงฺคณิการาโม ติรจฺฉานกถาย วีตินาเมติ, รตฺติภาเคปิ ถินมิทฺธาภิภูโต สพฺพรตฺตึ สุปติ. สตฺถา ตสฺส เหตุปริปากํ โอโลเกตฺวา โอวาทํ เทนฺโต –
๘๔. ‘‘สพฺพรตฺตึ สุปิตฺวาน, ทิวา สงฺคณิเก รโต;
กุทาสฺสุ นาม ทุมฺเมโธ, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสตี’’ติ. – คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ สพฺพรตฺตินฺติ สกลํ รตฺตึ. สุปิตฺวานาติ นิทฺทายิตฺวา, ‘‘รตฺติยา ปฐมํ ยามํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตี’’ติอาทินา วุตฺตํ ชาคริยํ อนนุยุญฺชิตฺวา เกวลํ รตฺติยา ตีสุปิ ยาเมสุ นิทฺทํ โอกฺกมิตฺวาติ อตฺโถ. ทิวาติ ทิวสํ, สกลํ ทิวสภาคนฺติ อตฺโถ. สงฺคณิเกติ ติรจฺฉานกถิเกหิ กายทฬฺหิพหุลปุคฺคเลหิ สนฺนิสชฺชา สงฺคณิโก, ตสฺมึ รโต อภิรโต ตตฺถ อวิคตจฺฉนฺโท ‘‘สงฺคณิเก รโต’’ติ วุตฺโต ‘‘สงฺคณิการโต’’ติปิ ปาฬิ. กุทาสฺสุ นามาติ กุทา นาม. อสฺสูติ นิปาตมตฺตํ, กสฺมึ นาม กาเลติ อตฺโถ. ทุมฺเมโธติ นิปฺปญฺโญ. ทุกฺขสฺสาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส. อนฺตนฺติ ปริโยสานํ. อจฺจนฺตเมว อนุปฺปาทํ กทา นาม กริสฺสติ, เอทิสสฺส ทุกฺขสฺสนฺตกรณํ นตฺถีติ อตฺโถ. ‘‘ทุมฺเมธ ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสสี’’ติปิ ปาฬิ.
เอวํ ปน สตฺถารา คาถาย กถิตาย เถโร สํเวคชาโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๔.๒๖-๓๓) –
‘‘สุนนฺโท นาม นาเมน, พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู;
อชฺฌายโก ยาจโยโค, วาชเปยฺยํ อยาชยิ.
‘‘ปทุมุตฺตโร โลกวิทู, อคฺโค การุณิโก อิสิ;
ชนตํ อนุกมฺปนฺโต, อมฺพเร จงฺกมี ตทา.
‘‘จงฺกมิตฺวาน สมฺพุทฺโธ, สพฺพญฺญู โลกนายโก;
เมตฺตาย อผริ สตฺเต, อปฺปมาเณ นิรูปธิ.
‘‘วณฺเฏ เฉตฺวาน ปุปฺผานิ, พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู;
สพฺเพ สิสฺเส สมาเนตฺวา, อากาเส อุกฺขิปาปยิ.
‘‘ยาวตา นครํ อาสิ, ปุปฺผานํ ฉทนํ ตทา;
พุทฺธสฺส อานุภาเวน, สตฺตาหํ น วิคจฺฉถ.
‘‘เตเนว สุกฺกมูเลน, อนุโภตฺวาน สมฺปทา;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, ติณฺโณ โลเก วิสตฺติกํ.
‘‘เอการเส กปฺปสเต, ปญฺจตึสาสุ ขตฺติยา;
อมฺพรํสสนามา เต, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เถโร อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ตเมว คาถํ ปจฺจุทาหาสิ.
นีตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. สุนาคตฺเถรคาถาวณฺณนา
จิตฺตนิมิตฺตสฺส โกวิโทติ อายสฺมโต สุนาคตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺโต อิโต เอกตฺตึเส กปฺเป สิขิสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ติณฺณํ เวทานํ ปารคู หุตฺวา อรญฺญายตเน อสฺสเม วสนฺโต ตีณิ พฺราหฺมณสหสฺสานิ มนฺเต วาเจสิ. อเถกทิวสํ ตสฺส สตฺถารํ ทิสฺวา ลกฺขณานิ อุปธาเรตฺวา ลกฺขณมนฺเต ปริวตฺเตนฺตสฺส, ‘‘อีทิเสหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต อนนฺตชิโน อนนฺตญาโณ พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ พุทฺธญาณํ อารพฺภ อุฬาโร ปสาโท อุปฺปชฺชิ. โส เตน จิตฺตปฺปสาเทน เทวโลเก นิพฺพตฺโต อปราปรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท นาลกคาเม อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, สุนาโคติสฺส นามํ อโหสิ. โส ธมฺมเสนาปติสฺส คิหิสหาโย เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ทสฺสนภูมิยํ ปติฏฺฐิโต ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๔.๓๔-๔๐) –
‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, วสโภ นาม ปพฺพโต;
ตสฺมึ ปพฺพตปาทมฺหิ, อสฺสโม อาสิ มาปิโต.
‘‘ตีณิ สิสฺสสหสฺสานิ, วาเจสึ พฺราหฺมโณ ตทา;
สํหริตฺวาน เต สิสฺเส, เอกมนฺตํ อุปาวิสึ.
‘‘เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา, พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู;
พุทฺธเวทํ คเวสนฺโต, ญาเณ จิตฺตํ ปสาทยึ.
‘‘ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, นิสีทึ ปณฺณสนฺถเร;
ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน, ตตฺถ กาลงฺกโต อหํ.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ สญฺญมลภึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ญาณสญฺญายิทํ ผลํ.
‘‘สตฺตวีสติ กปฺปมฺหิ, ราชา สิริธโร อหุ;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ภิกฺขูนํ ธมฺมเทสนาปเทเสน อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –
๘๕. ‘‘จิตฺตนิมิตฺตสฺส โกวิโท, ปวิเวกรสํ วิชานิย;
ฌายํ นิปโก ปติสฺสโต, อธิคจฺเฉยฺย สุขํ นิรามิส’’นฺติ. –
คาถํ อภาสิ.
ตตฺถ จิตฺตนิมิตฺตสฺส โกวิโทติ ภาวนาจิตฺตสฺส นิมิตฺตคฺคหเณ กุสโล, ‘‘อิมสฺมึ สมเย จิตฺตํ ปคฺคเหตพฺพํ, อิมสฺมึ สมฺปหํสิตพฺพํ, อิมสฺมึ อชฺฌุเปกฺขิตพฺพ’’นฺติ เอวํ ปคฺคหณาทิโยคฺยสฺส จิตฺตนิมิตฺตสฺส คหเณ เฉโก. ปวิเวกรสํ วิชานิยาติ กายวิเวกสํวฑฺฒิตสฺส จิตฺตวิเวกสฺส รสํ สญฺชานิตฺวา, วิเวกสุขํ อนุภวิตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘ปวิเวกรสํ ปิตฺวา’’ติ (ธ. ป. ๒๐๕) หิ วุตฺตํ. ฌายนฺติ ปฐมํ อารมฺมณูปนิชฺฌาเนน ปจฺฉา ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน จ ฌายนฺโต. นิปโกติ กมฺมฏฺฐานปริหรเณ กุสโล. ปติสฺสโตติ อุปฏฺฐิตสฺสติ. อธิคจฺเฉยฺย สุขํ นิรามิสนฺติ เอวํ สมถนิมิตฺตาทิโกสลฺเลน ลพฺเภ จิตฺตวิเวกสุเข ปติฏฺฐาย สโต สมฺปชาโน หุตฺวา วิปสฺสนาฌาเนเนว ฌายนฺโต กามามิสวฏฺฏามิเสหิ อสมฺมิสฺสตาย นิรามิสํ นิพฺพานสุขํ ผลสุขญฺจ อธิคจฺเฉยฺย สมุปคจฺเฉยฺยาติ อตฺโถ.
สุนาคตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. นาคิตตฺเถรคาถาวณฺณนา
อิโต พหิทฺธา ปุถุอญฺญวาทินนฺติ อายสฺมโต นาคิตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล นารโท นาม พฺราหฺมโณ หุตฺวา เอกทิวสํ มาฬเก นิสินฺโน ภควนฺตํ ภิกฺขุสงฺเฆน ปุรกฺขตํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ตีหิ คาถาหิ อภิตฺถวิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุนคเร สกฺยราชกุเล นิพฺพตฺติ, นาคิโตติสฺส นามํ อโหสิ. โส ภควติ กปิลวตฺถุสฺมึ วิหรนฺเต มธุปิณฺฑิกสุตฺตํ (ม. นิ. ๑.๑๙๙ อาทโย) สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๔.๔๗-๕๔) –
‘‘วิสาลมาเฬ อาสีโน, อทฺทสํ โลกนายกํ;
ขีณาสวํ พลปฺปตฺตํ, ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขตํ.
‘‘สตสหสฺสา เตวิชฺชา, ฉฬภิญฺญา มหิทฺธิกา;
ปริวาเรนฺติ สมฺพุทฺธํ, โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ.
‘‘ญาเณ อุปนิธา ยสฺส, น วิชฺชติ สเทวเก;
อนนฺตญาณํ สมฺพุทฺธํ, โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ.
‘‘ธมฺมกายญฺจ ทีเปนฺตํ, เกวลํ รตนากรํ;
วิกปฺเปตุํ น สกฺโกนฺติ, โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ.
‘‘อิมาหิ ตีหิ คาถาหิ, นารโทวฺหยวจฺฉโล;
ปทุมุตฺตรํ ถวิตฺวาน, สมฺพุทฺธํ อปราชิตํ.
‘‘เตน จิตฺตปฺปสาเทน, พุทฺธสนฺถวเนน จ;
กปฺปานํ สตสหสฺสํ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชหํ.
‘‘อิโต ตึสกปฺปสเต, สุมิตฺโต นาม ขตฺติโย;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สตฺถุ อวิตถเทสนตํ ธมฺมสฺส จ นิยฺยานิกตํ นิสฺสาย สญฺชาตปีติโสมนสฺโส ปีติเวคปฺปวิสฺสฏฺฐํ อุทานํ อุทาเนนฺโต –
๘๖. ‘‘อิโต พหิทฺธา ปุถุอญฺญวาทินํ, มคฺโค น นิพฺพานคโม ยถา อยํ;
อิติสฺสุ สงฺฆํ ภควานุสาสติ, สตฺถา สยํ ปาณิตเลว ทสฺสย’’นฺติ. –
คาถํ อภาสิ.
ตตฺถ อิโต พหิทฺธาติ อิมสฺมา พุทฺธสาสนา พาหิรเก สมเย, เตนาห ‘‘ปุถุอญฺญวาทิน’’นฺติ, นานาติตฺถิยานนฺติ อตฺโถ. มคฺโค น นิพฺพานคโม ยถา อยนฺติ ยถา อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เอกํเสน นิพฺพานํ คจฺฉตีติ นิพฺพานคโม, นิพฺพานคามี, เอวํ นิพฺพานคโม มคฺโค ติตฺถิยสมเย นตฺถิ อสมฺมาสมฺพุทฺธปฺปเวทิตตฺตา อญฺญติตฺถิยวาทสฺส. เตนาห ภควา –
‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ, อิธ ทุติโย สมโณ, อิธ ตติโย สมโณ, อิธ จตุตฺโถ สมโณ, สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๔; ม. นิ. ๑.๑๓๙; อ. นิ. ๔.๒๔๑).
อิตีติ เอวํ. อสฺสูติ นิปาตมตฺตํ. สงฺฆนฺติ ภิกฺขุสงฺฆํ, อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโสยํ ยถา ‘‘สตฺถา เทวมนุสฺสาน’’นฺติ. สงฺฆนฺติ วา สมูหํ, เวเนยฺยชนนฺติ อธิปฺปาโย. ภควาติ ภาคฺยวนฺตตาทีหิ การเณหิ ภควา, อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน ปรมตฺถทีปนิยํ อิติวุตฺตกวณฺณนายํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. สตฺถาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ อนุสาสตีติ สตฺถา. สยนฺติ สยเมว. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ‘‘สีลาทิกฺขนฺธตฺตยสงฺคโห สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ อฏฺฐนฺนํ องฺคานํ วเสน อฏฺฐงฺคิโก นิพฺพานคามี อริยมคฺโค ยถา มม สาสเน อตฺถิ, เอวํ พาหิรกสมเย มคฺโค นาม นตฺถี’’ติ สีหนาทํ นทนฺโต อมฺหากํ สตฺถา ภควา สยเมว สยมฺภูญาเณน ญาตํ, สยเมว วา มหากรุณาสญฺโจทิโต หุตฺวา อตฺตโน เทสนาวิลาสสมฺปตฺติยา หตฺถตเล อามลกํ วิย ทสฺเสนฺโต ภิกฺขุสงฺฆํ เวเนยฺยชนตํ อนุสาสติ โอวทตีติ.
นาคิตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ปวิฏฺฐตฺเถรคาถาวณฺณนา
ขนฺธา ทิฏฺฐา ยถาภูตนฺติ อายสฺมโต ปวิฏฺฐตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ กโรนฺโต อตฺถทสฺสิสฺส ภควโต กาเล เกสโว นาม ตาปโส หุตฺวา เอกทิวสํ สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปสนฺนมานโส อภิวาเทตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล อุปฺปชฺชิตฺวา อนุกฺกเมน วิญฺญุตํ ปตฺโต เนกฺขมฺมนินฺนชฺฌาสยตาย ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตตฺถ สิกฺขิตพฺพํ สิกฺขิตฺวา วิจรนฺโต อุปติสฺสโกลิตานํ พุทฺธสาสเน ปพฺพชิตภาวํ สุตฺวา ‘‘เตปิ นาม มหาปญฺญา ตตฺถ ปพฺพชิตา, ตเทว มญฺเญ เสยฺโย’’ติ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิ. ตสฺส สตฺถา วิปสฺสนํ อาจิกฺขิ. โส วิปสฺสนํ อารภิตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๔.๕๕-๕๙) –
‘‘นารโท อิติ เม นามํ, เกสโว อิติ มํ วิทู;
กุสลากุสลํ เอสํ, อคมํ พุทฺธสนฺติกํ.
‘‘เมตฺตจิตฺโต การุณิโก, อตฺถทสฺสี มหามุนิ;
อสฺสาสยนฺโต สตฺเต โส, ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา.
‘‘สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, สิเร กตฺวาน อญฺชลึ;
สตฺถารํ อภิวาเทตฺวา, ปกฺกามึ ปาจินามุโข.