๑๐. ทสมวคฺโค

๑. ปริปุณฺณกตฺเถรคาถาวณฺณนา

น ตถา มตํ สตรสนฺติ อายสฺมโต ปริปุณฺณกตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ธมฺมทสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถริ ปรินิพฺพุเต สตฺถุ เจติเย ปุปฺผาทีหิ อุฬารํ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทเวสุ นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุสฺมึ สกฺยราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ปริปุณฺณวิภวตาย ปริปุณฺณโกติ ปญฺญายิตฺถ. โส วิภวสมฺปนฺนตาย สพฺพกาลํ สตรสํ นาม อาหารํ ปริภุญฺชนฺโต สตฺถุ มิสฺสกาหารปริโภคํ สุตฺวา ‘‘ตาว สุขุมาโลปิ ภควา นิพฺพานสุขํ อเปกฺขิตฺวา ยถา ตถา ยาเปติ, กสฺมา มยํ อาหารคิทฺธา หุตฺวา อาหารสุทฺธิกา ภวิสฺสาม, นิพฺพานสุขเมว ปน อเมฺหหิ ปริเยสิตพฺพ’’นฺติ สํสาเร ชาตสํเวโค ฆราวาสํ ปหาย สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ภควตา กายคตาสติกมฺมฏฺฐาเน นิโยชิโต ตตฺถ ปติฏฺฐาย ปฏิลทฺธฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๕.๕-๙) –

‘‘นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ, ธมฺมทสฺสีนราสเภ;

อาโรเปสึ ธชตฺถมฺภํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส เจติเย.

‘‘นิสฺเสณึ มาปยิตฺวาน, ถูปเสฏฺฐํ สมารุหึ;

ชาติปุปฺผํ คเหตฺวาน, ถูปมฺหิ อภิโรปยึ.

‘‘อโห พุทฺโธ อโห ธมฺโม, อโห โน สตฺถุ สมฺปทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ถูปปูชายิทํ ผลํ.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ถูปสีขสนามกา;

โสฬสาสึสุ ราชาโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา ธมฺเม คารวพหุมาเนน ปีติเวควิสฺสฏฺฐํ อุทานํ อุทาเนนฺโต ‘‘น ตถา มตํ สตรส’’นฺติ คาถํ อภาสิ.

๙๑. ตตฺถ น ตถา มตํ สตรสํ, สุธนฺนํ ยํ มยชฺช ปริภุตฺตนฺติ ตถาติ เตน ปกาเรน. มตนฺติ อภิมตํ. สตรสนฺติ สตรสโภชนํ ‘‘สตรสโภชนํ นาม สตปากสปฺปิอาทีหิ อภิสงฺขตํ โภชน’’นฺติ วทนฺติ. อถ วา อเนกตฺโถ สตสทฺโท ‘‘สตโส สหสฺสโส’’ติอาทีสุ วิย. ตสฺมา ยํ โภชนํ อเนกสูปํ อเนกพฺยญฺชนํ, ตํ อเนกรสตาย ‘‘สตรส’’นฺติ วุจฺจติ, นานารสโภชนนฺติ อตฺโถ. สุธา เอว อนฺนํ สุธาโภชนํ เทวานํ อาหาโร. ยํ มยชฺช ปริภุตฺตนฺติ ยํ มยา อชฺช อนุภุตฺตํ. ‘‘ยํ มยา ปริภุตฺต’’นฺติ จ อิทํ ‘‘สตรสํ สุธนฺน’’นฺติ เอตฺถาปิ โยเชตพฺพํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ มยา อชฺช เอตรหิ นิโรธสมาปตฺติสมาปชฺชนวเสน ผลสมาปตฺติสมาปชฺชนวเสน จ อจฺจนฺตเมว สนฺตํ ปณีตํ นิพฺพานสุขํ ปริภุญฺชิยมานํ, ตํ ยถา มตํ อภิมตํ สมฺภาวิตํ ตถา ราชกาเล มยา ปริภุตฺตํ สตรสโภชนํ เทวตฺตภาเว ปริภุตฺตํ สุธนฺนญฺจ น มตํ นาภิมตํ. กสฺมา? อิทญฺหิ อริยนิเสวิตํ นิรามิสํ กิเลสานํ อวตฺถุภูตํ, ตํ ปน ปุถุชฺชนเสวิตํ สามิสํ กิเลสานํ วตฺถุภูตํ, ตํ อิมสฺส สงฺขมฺปิ กลมฺปิ กลภาคมฺปิ น อุเปตีติ. อิทานิ ‘‘ยํ มยชฺช ปริภุตฺต’’นฺติ วุตฺตธมฺมํ เทเสนฺโต อปริมิตทสฺสินา โคตเมน, พุทฺเธน สุเทสิโต ธมฺโม’’ติ อาห. ตสฺสตฺโถ – อปริมิตํ อปริจฺฉินฺนํ อุปฺปาทวยาภาวโต สนฺตํ อสงฺขตธาตุํ สยมฺภูญาเณน ปสฺสี, อปริมิตสฺส อนนฺตาปริเมยฺยสฺส เญยฺยสฺส ทสฺสาวีติ เตน อปริมิตทสฺสินา โคตมโคตฺเตน สมฺมาสมฺพุทฺเธน ‘‘ขยํ วิราคํ อมตํ ปณีต’’นฺติ (ขุ. ปา. ๖.๔; สุ. นิ. ๒๒๗) จ ‘‘มทนิมฺมทโน ปิปาสวินโย’’ (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) ‘‘สพฺพสงฺขารสมโถ’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๔๐; ๑๐.๖) จ อาทินา สุฏฺฐุ เทสิโต ธมฺโม, นิพฺพานํ มยา อชฺช ปริภุตฺตนฺติ โยชนา.

ปริปุณฺณกตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. วิชยตฺเถรคาถาวณฺณนา

ยสฺสาสวา ปริกฺขีณาติ อายสฺมโต วิชยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ปิยทสฺสิสฺส ภควโต กาเล วิภวสมฺปนฺเน กุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถริ ปรินิพฺพุเต ตสฺส ถูปสฺส รตนขจิตํ เวทิกํ กาเรตฺวา ตตฺถ อุฬารํ เวทิกามหํ กาเรสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน อเนกสเต อตฺตภาเว มณิโอภาเสน วิจริ. เอวํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ, วิชโยติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต พฺราหฺมณวิชฺชาสุ นิปฺผตฺตึ คโต ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อรญฺญายตเน ฌานลาภี หุตฺวา วิหรนฺโต พุทฺธุปฺปาทํ สุตฺวา อุปฺปนฺนปฺปสาโท สตฺถุ สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ตสฺส สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวา ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๕.๑๐-๑๔) –

‘‘นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ, ปิยทสฺสีนรุตฺตเม;

ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, มุตฺตาเวทิมกาสหํ.

‘‘มณีหิ ปริวาเรตฺวา, อกาสึ เวทิมุตฺตมํ;

เวทิกาย มหํ กตฺวา, ตตฺถ กาลงฺกโต อหํ.

‘‘ยํ ยํ โยนุปปชฺชามิ, เทวตฺตํ อถ มานุสํ;

มณี ธาเรนฺติ อากาเส, ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ.

‘‘โสฬสิโต กปฺปสเต, มณิปฺปภาสนามกา;

ฉตฺตึสาสึสุ ราชาโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ‘‘ยสฺสาสวา ปริกฺขีณา’’ติ คาถํ อภาสิ.

๙๒. ตตฺถ ยสฺสาสวา ปริกฺขีณาติ ยสฺส อุตฺตมปุคฺคลสฺส กามาสวาทโย จตฺตาโร อาสวา สพฺพโส ขีณา อริยมคฺเคน เขปิตา. อาหาเร จ อนิสฺสิโตติ โย จ อาหาเร ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสเยหิ อนิสฺสิโต อคธิโต อนชฺฌาปนฺโน, นิทสฺสนมตฺตํ, อาหารสีเสเนตฺถ จตฺตาโรปิ ปจฺจยา คหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปจฺจยปริยาโย วา อิธ อาหาร-สทฺโท เวทิตพฺโพ. ‘‘สุญฺญโต อนิมิตฺโต จา’’ติ เอตฺถ อปฺปณิหิตวิโมกฺโขปิ คหิโตเยว, ตีณิปิ เจตานิ นิพฺพานสฺเสว นามานิ. นิพฺพานญฺหิ ราคาทีนํ อภาเวน สุญฺญํ, เตหิ วิมุตฺตญฺจาติ สุญฺญตวิโมกฺโข, ตถา ราคาทินิมิตฺตาภาเวน สงฺขารนิมิตฺตาภาเวน จ อนิมิตฺตํ, เตหิ วิมุตฺตญฺจาติ อนิมิตฺตวิโมกฺโข, ราคาทิปณิธีนํ อภาเวน อปฺปณิหิตํ, เตหิ วิมุตฺตญฺจาติ อปฺปณิหิโต วิโมกฺโขติ วุจฺจติ. ผลสมาปตฺติวเสน ตํ อารมฺมณํ กตฺวา วิหรนฺตสฺส อยมฺปิ ติวิโธ วิโมกฺโข ยสฺส โคจโร, อากาเสว สกุนฺตานํ, ปทํ ตสฺส ทุรนฺนยนฺติ ยถา อากาเส คจฺฉนฺตานํ สกุณานํ ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน ปาเทหิ อกฺกมิตฺวา คตา, อิทํ ฐานํ อุเรน ปหริตฺวา คตา, อิทํ สีเสน, อิทํ ปกฺเขหี’’ติ น สกฺกา ญาตุํ, เอวเมว เอวรูปสฺส ภิกฺขุโน ‘‘นิรยปทาทีสุ อิมินา นาม ปเทน คโต’’ติ ญาเปตุญฺจ น สกฺกาติ.

วิชยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เอรกตฺเถรคาถาวณฺณนา

ทุกฺขา กามา เอรกาติ อายสฺมโต เอรกตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส สตฺถุ กิญฺจิ ทาตพฺพยุตฺตกํ อลภนฺโต ‘‘หนฺทาหํ กายสารํ ปุญฺญํ กริสฺสามี’’ติ สตฺถุ คมนมคฺคํ โสเธตฺวา สมํ อกาสิ. สตฺถา เตน ตถากตํ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. โส ตตฺถ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส วนฺทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห ปสนฺนจิตฺโต ยาว ทสฺสนุปจารสมติกฺกมา พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ อวิชหนฺโต อฏฺฐาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺโต อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ สมฺภาวนียสฺส กุฏุมฺพิยสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เอรโกติสฺส นามํ อโหสิ อภิรูโป ทสฺสนีโย ปาสาทิโก อิติกตฺตพฺพตาสุ ปรเมน เวยฺยตฺติเยน สมนฺนาคโต. ตสฺส มาตาปิตโร กุเลน รูเปน อาจาเรน วเยน โกสลฺเลน จ อนุจฺฉวิกํ ทาริกํ อาเนตฺวา วิวาหกมฺมํ อกํสุ. โส ตาย สทฺธึ สํวาเสน เคเห วสนฺโต ปจฺฉิมภวิกตฺตา เกนจิเทว สํเวควตฺถุนา สํสาเร สํวิคฺคมานโส สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิ, ตสฺส สตฺถา กมฺมฏฺฐานํ อทาสิ. โส กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา กติปยทิวสาติกฺกเมน อุกฺกณฺฐาภิภูโต วิหาสิ. อถ สตฺถา ตสฺส จิตฺตปฺปวตฺตึ ญตฺวา โอวาทวเสน ‘‘ทุกฺขา กามา เอรกา’’ติ คาถํ อภาสิ. โส ตํ สุตฺวา ‘‘อยุตฺตํ มยา กตํ, โยหํ เอวรูปสฺส สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ตํ วิสฺสชฺเชนฺโต มิจฺฉาวิตกฺกพหุโล วิหาสิ’’นฺติ สํเวคชาโต วิปสฺสนาย ยุตฺตปฺปยุตฺโต นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๕.๓๒-๓๖) –

‘‘อุตฺตริตฺวาน นทิกํ, วนํ คจฺฉติ จกฺขุมา;

ตมทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ, สิทฺธตฺถํ วรลกฺขณํ.

‘‘กุทาลปิฏกมาทาย, สมํ กตฺวาน ตํ ปถํ;

สตฺถารํ อภิวาเทตฺวา, สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ กมฺมมกรึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, มคฺคทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘สตฺตปญฺญาสกปฺปมฺหิ, เอโก อาสึ ชนาธิโป;

นาเมน สุปฺปพุทฺโธติ, นายโก โส นริสฺสโร.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหา ปน หุตฺวา อญฺญํ พฺยากโรนฺโต –

๙๓. ‘‘ทุกฺขา กามา เอรก, น สุขา กามา เอรก;

โย กาเม กามยติ, ทุกฺขํ โส กามยติ เอรก;

โย กาเม น กามยติ, ทุกฺขํ โส น กามยติ เอรกา’’ติ. –

ตเมว ภควตา วุตฺตคาถํ ปจฺจุทาหาสิ.

ตตฺถ ทุกฺขา กามาติ อิเม วตฺถุกามกิเลสกามา ทุกฺขวตฺถุตาย วิปริณามทุกฺขสํสารทุกฺขสภาวโต จ, ทุกฺขา ทุกฺขมา ทุกฺขนิพฺพตฺติกา. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อปฺปสฺสาทา กามา พหุทุกฺขา พหุปายาสา, อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย’’ติอาทิ (ปาจิ. ๔๑๗; ม. นิ. ๑.๒๓๔). เอรกาติ ปฐมํ ตาว ภควา ตํ อาลปติ, ปจฺฉา ปน เถโร อตฺตานํ นาเมน กเถสิ. น สุขา กามาติ กามา นาเมเต ชานนฺตสฺส สุขา น โหนฺติ, อชานนฺตสฺส ปน สุขโต อุปฏฺฐหนฺติ. ยถาห – ‘‘โย สุขํ ทุกฺขโต อทฺท, ทุกฺขมทฺทกฺขิ สลฺลโต’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๔.๒๕๓; อิติวุ. ๕๓; เถรคา. ๙๘๖). โย กาเม กามยติ, ทุกฺขํ โส กามยตีติ โย สตฺโต กิเลสกาเมน วตฺถุกาเม กามยติ, ตสฺส ตํ กามนํ สมฺปติ สปริฬาหตาย, อายตึ อปายทุกฺขเหตุตาย จ วฏฺฏทุกฺขเหตุตาย จ ทุกฺขํ. วตฺถุกามา ปน ทุกฺขสฺส วตฺถุภูตา. อิติ โส ทุกฺขสภาวํ ทุกฺขนิมิตฺตํ ทุกฺขวตฺถุญฺจ กามยตีติ วุตฺโต. อิตรํ ปฏิปกฺขวเสน ตเมวตฺถํ ญาเปตุํ วุตฺตํ, ตสฺมา ตสฺสตฺโถ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺโพ.

เอรกตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. เมตฺตชิตฺเถรคาถาวณฺณนา

นโม หิ ตสฺส ภควโตติ อายสฺมโต เมตฺตชิตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร อโนมทสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สาสเน อภิปฺปสนฺโน หุตฺวา โพธิรุกฺขสฺส อิฏฺฐกาหิ เวทิกํ จินิตฺวา สุธาปริกมฺมํ กาเรสิ. สตฺถา ตสฺส อนุโมทนํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เมตฺตชีติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต กาเมสุ อาทีนวํ ทิสฺวา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺโต พุทฺธุปฺปาทํ สุตฺวา ปุพฺพเหตุนา โจทิยมาโน สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปวตฺตินิวตฺติโย อารพฺภ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา สตฺถารา ปเญฺห วิสฺสชฺชิเต ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๕.๒๖-๓๑) –

‘‘อโนมทสฺสีมุนิโน, โพธิเวทิมกาสหํ;

สุธาย ปิณฺฑํ ทตฺวาน, ปาณิกมฺมํ อกาสหํ.

‘‘ทิสฺวา ตํ สุกตํ กมฺมํ, อโนมทสฺสี นรุตฺตโม;

ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา, อิมา คาถา อภาสถ.

‘‘อิมินา สุธกมฺเมน, เจตนาปณิธีหิ จ;

สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสติ.

‘‘ปสนฺนมุขวณฺโณมฺหิ, เอกคฺโค สุสมาหิโต;

ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ, สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน.

‘‘อิโต กปฺปสเต อาสึ, ปริปุณฺเณ อนูนเก;

ราชา สพฺพฆโน นาม, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สตฺถารํ โถเมนฺโต –

๙๔. ‘‘นโม หิ ตสฺส ภควโต, สกฺยปุตฺตสฺส สิรีมโต;

เตนายํ อคฺคปฺปตฺเตน, อคฺคธมฺโม สุเทสิโต’’ติ. – คาถํ อภาสิ;

ตตฺถ นโมติ นมกฺกาโร. หีติ นิปาตมตฺตํ. ตสฺสาติ โย โส ภควา สมตฺตึสปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, สกฺยราชสฺส ปุตฺโตติ สกฺยปุตฺโต. อนญฺญสาธารณาย ปุญฺญสมฺปตฺติยา จ สมฺภาวิโต อุตฺตมาย รูปกายสิริยา ธมฺมกายสิริยา จ สมนฺนาคตตฺตา สิรีมา, ตสฺส ภควโต สกฺยปุตฺตสฺส สิรีมโต นโม อตฺถุ, ตํ นมามีติ อตฺโถ. เตนาติ เตน ภควตา. อยนฺติ ตสฺส ธมฺมสฺส อตฺตโน ปจฺจกฺขตาย วทติ. อคฺคปฺปตฺเตนาติ อคฺคํ สพฺพญฺญุตํ, สพฺเพหิ วา คุเณหิ อคฺคภาวํ เสฏฺฐภาวํ ปตฺเตน. อคฺคธมฺโมติ อคฺโค อุตฺตโม นววิธโลกุตฺตโร ธมฺโม สุฏฺฐุ อวิปรีตํ เทสิโต ปเวทิโตติ.

เมตฺตชิตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. จกฺขุปาลตฺเถรคาถาวณฺณนา

อนฺโธหํ หตเนตฺโตสฺมีติ อายสฺมโต จกฺขุปาลตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ กโรนฺโต สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ภควติ ปรินิพฺพุเต ถูปมเห กยิรมาเน อุมาปุปฺผํ คเหตฺวา ถูปํ ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ มหาสุวณฺณสฺส นาม กุฏุมฺพิกสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ตสฺส ปาโลติ นามมกํสุ. มาตา ตสฺส อาธาวิตฺวา ปริธาวิตฺวา วิจรณกาเล อญฺญํ ปุตฺตํ ลภิ. ตสฺส มาตาปิตโร จูฬปาโลติ นามํ กตฺวา อิตรํ มหาปาโลติ โวหรึสุ. อถ เต วยปฺปตฺเต ฆรพนฺธเนน พนฺธึสุ. ตสฺมึ สมเย สตฺถา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. ตตฺถ มหาปาโล เชตวนํ คจฺฉนฺเตหิ อุปาสเกหิ สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ กุฏุมฺพภารํ กนิฏฺฐภาติกสฺเสว ภารํ กตฺวา สยํ ปพฺพชิตฺวา ลทฺธูปสมฺปโท อาจริยุปชฺฌายานํ สนฺติเก ปญฺจวสฺสานิ วสิตฺวา วุฏฺฐวสฺโส ปวาเรตฺวา สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สฏฺฐิมตฺเต สหายภิกฺขู ลภิตฺวา เตหิ สทฺธึ ภาวนานุกูลํ วสนฏฺฐานํ ปริเยสนฺโต อญฺญตรํ ปจฺจนฺตคามํ นิสฺสาย คามวาสิเกหิ อุปาสเกหิ กาเรตฺวา ทินฺนาย อรญฺญายตเน ปณฺณสาลาย วสนฺโต สมณธมฺมํ กโรติ. ตสฺส อกฺขิโรโค อุปฺปนฺโน. เวชฺโช เภสชฺชํ สมฺปาเทตฺวา อทาสิ. โส เวชฺเชน วุตฺตวิธานํ น ปฏิปชฺชิ. เตนสฺส โรโค วฑฺฒิ. โส ‘‘อกฺขิโรควูปสมนโต กิเลสโรควูปสมนเมว มยฺหํ วร’’นฺติ อกฺขิโรคํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา วิปสฺสนายเยว ยุตฺตปฺปยุตฺโต อโหสิ. ตสฺส ภาวนํ อุสฺสุกฺกาเปนฺตสฺส อปุพฺพํ อจริมํ อกฺขีนิ เจว กิเลสา จ ภิชฺชึสุ. โส สุกฺขวิปสฺสโก อรหา อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๕.๒๑-๒๕) –

‘‘นิพฺพุเต โลกมหิเต, อาหุตีนํ ปฏิคฺคเห;

สิทฺธตฺถมฺหิ ภควติ, มหาถูปมโห อหุ.

‘‘มเห ปวตฺตมานมฺหิ, สิทฺธตฺถสฺส มเหสิโน;

อุมาปุปฺผํ คเหตฺวาน, ถูปมฺหิ อภิโรปยึ.

‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ถูปปูชายิทํ ผลํ.

‘‘อิโต จ นวเม กปฺเป, โสมเทวสนามกา;

ปญฺจาสีติสุ ราชาโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อถ เถเร อกฺขิโรเคน วิหาเร โอหีเน คามํ ปิณฺฑาย คเต ภิกฺขู ทิสฺวา อุปาสกา ‘‘กสฺมา เถโร นาคโต’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา โสกาภิภูตา ปิณฺฑปาตํ อุปเนตฺวา, ‘‘ภนฺเต, กิญฺจิ มา จินฺตยิตฺถ, อิทานิ มยเมว ปิณฺฑปาตํ อาเนตฺวา อุปฏฺฐหิสฺสามา’’ติ ตถา กโรนฺติ. ภิกฺขู เถรสฺส โอวาเท ฐตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปตฺวา วุฏฺฐวสฺสา ปวาเรตฺวา, ‘‘สตฺถารํ วนฺทิตุํ สาวตฺถึ คมิสฺสาม, ภนฺเต’’ติ อาหํสุ. เถโร, ‘‘อหํ ทุพฺพโล อจกฺขุโก, มคฺโค จ สอุปทฺทโว, มยา สทฺธึ คจฺฉนฺตานํ ตุมฺหากํ ปริสฺสโย ภวิสฺสติ, ตุเมฺห ปฐมํ คจฺฉถ, คนฺตฺวา สตฺถารํ มหาเถเร จ มม วนฺทนาย วนฺทถ, จูฬปาลสฺส มม ปวตฺตึ กเถตฺวา กญฺจิ ปุริสํ เปเสยฺยาถา’’ติ อาห. เต ปุนปิ ยาจิตฺวา คมนํ อลภนฺตา ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา เสนาสนํ สํสาเมตฺวา อุปาสเก อาปุจฺฉิตฺวา อนุกฺกเมน เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถารํ มหาเถเร จ ตสฺส วนฺทนาย วนฺทิตฺวา ทุติยทิวเส สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา จูฬปาลสฺส ตํ ปวตฺตึ วตฺวา เตน ‘‘อยํ, ภนฺเต, มยฺหํ ภาคิเนยฺโย ปาลิโต นาม, อิมํ เปสิสฺสามี’’ติ วุตฺเต, ‘‘มคฺโค สปริสฺสโย, น สกฺกา เอเกน คหฏฺเฐน คนฺตุํ, ตสฺมา ปพฺพาเชตพฺโพ’’ติ ตํ ปพฺพาเชตฺวา เปเสสุํ. โส อนุกฺกเมน เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อตฺตานํ ตสฺส โอโรเจตฺวา ตํ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค อญฺญตรสฺส คามสฺส สามนฺตา อรญฺญฏฺฐาเน เอกิสฺสา กฏฺฐหาริยา คายนฺติยา สทฺทํ สุตฺวา ปฏิพทฺธจิตฺโต หุตฺวา ยฏฺฐิโกฏึ วิสฺสชฺเชตฺวา ‘‘ติฏฺฐถ, ภนฺเต, มุหุตฺตํ ยาวาหํ อาคจฺฉามี’’ติ วตฺวา ตสฺสา สนฺติกํ คนฺตฺวา ตตฺถ สีลวิปตฺตึ ปาปุณิ. เถโร อิทานิเมว อิตฺถิยา คีตสทฺโท สุโต, สามเณโร จ จิรายติ, นูน สีลวิปตฺตึ ปตฺโต ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตสิ. โสปิ อาคนฺตฺวา ‘‘คจฺฉาม, ภนฺเต’’ติ อาห. เถโร ‘‘กึ ปาโป ชาโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. สามเณโร ตุณฺหี หุตฺวา ปุน ปุจฺฉิโตปิ น กเถสิ. เถโร ‘‘ตาทิเสน ปาเปน มยฺหํ ยฏฺฐิคหณกิจฺจํ นตฺถิ, คจฺฉ ตฺว’’นฺติ วตฺวา ปุน เตน ‘‘พหุปริสฺสโย มคฺโค, ตุเมฺห จ อนฺธา, กถํ คมิสฺสถา’’ติ วุตฺเต ‘‘พาล อิเธว เม นิปชฺชิตฺวา มรนฺตสฺสาปิ อปราปรํ ปริวตฺเตนฺตสฺสาปิ ตาทิเสน คมนํ นาม นตฺถี’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต –

๙๕. ‘‘อนฺโธหํ หตเนตฺโตสฺมิ, กนฺตารทฺธานปกฺขนฺโท;

สยมาโนปิ คจฺฉิสฺสํ, น สหาเยน ปาเปนา’’ติ. – คาถํ อภาสิตฺถ;

ตตฺถ อนฺโธติ จกฺขุวิกโล. หตเนตฺโตติ วินฏฺฐจกฺขุโก, เตน ‘‘ปโยควิปตฺติวเสนาหํ อุปหตเนตฺตตาย อนฺโธ, น ชจฺจนฺธภาเวนา’’ติ ยถาวุตฺตํ อนฺธภาวํ วิเสเสติ. อถ วา ‘‘อนฺโธ’’ติ อิทํ ‘‘อนฺเธ ชิณฺเณ มาตาปิตโร โปเสตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๒๘๘) วิย มํสจกฺขุเวกลฺลทีปนํ, ‘‘สพฺเพปิเม ปริพฺพาชกา อนฺธา อจกฺขุกา’’ (อุทา. ๕๔) ‘‘อนฺโธ เอกจกฺขุ ทฺวิจกฺขู’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๒๙) วิย น ปญฺญาจกฺขุเวกลฺลทีปนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘หตเนตฺโตสฺมี’’ติ วุตฺตํ, เตน มุขฺยเมว อนฺธภาวํ ทสฺเสติ. กนฺตารทฺธานปกฺขนฺโทติ กนฺตาเร วิวเน ทีฆมคฺคํ อนุปวิฏฺโฐ, น ชาติกนฺตาราทิคหนํ สํสารทฺธานํ ปฏิปนฺโนติ อธิปฺปาโย. ตาทิสญฺหิ กนฺตารทฺธานํ อยํ เถโร สมติกฺกมิตฺวา ฐิโต, สยมาโนปีติ สยนฺโตปิ, ปาเทสุ อวหนฺเตสุ อุเรน ชณฺณุกาหิ จ ภูมิยํ สํสรนฺโต ปริวตฺเตนฺโตปิ คจฺเฉยฺยํ. น สหาเยน ปาเปนาติ ตาทิเสน ปาปปุคฺคเลน สหายภูเตน สทฺธึ น คจฺฉิสฺสนฺติ โยชนา. ตํ สุตฺวา อิตโร สํเวคชาโต ‘‘ภาริยํ วต มยา สาหสิกกมฺมํ กต’’นฺติ พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺโต วนสณฺฑํ ปกฺขนฺโท จ อโหสิ. อถ เถรสฺส สีลเตเชน ปณฺฑุกมฺพลสิลาสนํ อุณฺหาการํ ทสฺเสสิ. เตน สกฺโก ตํ การณํ ญตฺวา เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา สาวตฺถิคามิปุริสํ วิย อตฺตานํ ญาเปตฺวา ยฏฺฐิโกฏึ คณฺหนฺโต มคฺคํ สงฺขิปิตฺวา ตทเหว สายเนฺห สาวตฺถิยํ เถรํ เนตฺวา ตตฺถ เชตวเน จูฬปาลิเตน การิตาย ปณฺณสาลาย ผลเก นิสีทาเปตฺวา ตสฺส สหายวณฺเณน เถรสฺส อาคตภาวํ ชานาเปตฺวา ปกฺกามิ; จูฬปาลิโตปิ ตํ ยาวชีวํ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐาสีติ.

จกฺขุปาลตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ขณฺฑสุมนตฺเถรคาถาวณฺณนา

เอกปุปฺผํ จชิตฺวานาติ อายสฺมโต ขณฺฑสุมนตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถริ ปรินิพฺพุเต ตสฺส ถูปสฺส สมนฺตโต จนฺทนเวทิกาย ปริกฺขิปิตฺวา มหนฺตํ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ อุฬารํ สมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต กาเล กุฏุมฺพิกกุเล นิพฺพตฺโต สตฺถริ ปรินิพฺพุเต กนกถูปํ อุทฺทิสฺส รญฺญา ปุปฺผปูชาย กยิรมานาย ปุปฺผานิ อลภนฺโต เอกํ ขณฺฑสุมนปุปฺผํ ทิสฺวา มหตา มูเลน ตํ กิณิตฺวา คณฺหนฺโต เจติเย ปูชํ กโรนฺโต อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ อุปฺปาเทสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อสีติ วสฺสโกฏิโย สคฺคสุขํ อนุภวิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ปาวายํ มลฺลราชกุเล นิพฺพตฺติ. ตสฺส ชาตกาเล เคเห ขณฺฑสกฺขรา สุมนปุปฺผานิ จ อุปฺปนฺนานิ อเหสุํ. เตนสฺส ขณฺฑสุมโนติ นามมกํสุ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต ภควติ ปาวายํ จุนฺทสฺส อมฺพวเน วิหรนฺเต อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๕.๑๕-๒๐) –

‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;

ชลิตฺวา อคฺคิกฺขนฺโธว, สมฺพุทฺโธ ปรินิพฺพุโต.

‘‘นิพฺพุเต จ มหาวีเร, ถูโป วิตฺถาริโก อหุ;

ทูรโตว อุปฏฺเฐนฺติ, ธาตุเคหวรุตฺตเม.

‘‘ปสนฺนจิตฺโต, สุมโน, อกํ จนฺทนเวทิกํ;

ทิสฺสติ ถูปขนฺโธ จ, ถูปานุจฺฉวิโก ตทา.

‘‘ภเว นิพฺพตฺตมานมฺหิ, เทวตฺเต อถ มานุเส;

โอมตฺตํ เม น ปสฺสามิ, ปุพฺพกมฺมสฺสิทํ ผลํ.

‘‘ปญฺจทสกปฺปสเต, อิโต อฏฺฐ ชนา อหุํ;

สพฺเพ สมตฺตนามา เต จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปุริมชาตึ อนุสฺสรนฺโต ตตฺถ อตฺตโน สุมนปุปฺผปริจฺจาคสฺส สคฺคสมฺปตฺตินิมิตฺตกํ นิพฺพานูปนิสฺสยตญฺจ ทิสฺวา อุทานวเสน ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต –

๙๖. ‘‘เอกปุปฺผํ จชิตฺวาน, อสีติ วสฺสโกฏิโย;

สคฺเคสุ ปริจาเรตฺวา, เสสเกนมฺหิ นิพฺพุโต’’ติ. – คาถํ อภาสิ;

ตตฺถ เอกปุปฺผนฺติ เอกํ กุสุมํ, ตํ ปน อิธ สุมนปุปฺผํ อธิปฺเปตํ. จชิตฺวานาติ สตฺถุ ถูปปูชากรณวเสน ปริจฺจชิตฺวา ปริจฺจาคเหตุ. อสีติ วสฺสโกฏิโยติ มนุสฺสคณนาย วสฺสานํ อสีติ โกฏิโย, อจฺจนฺตสํโยเค เจตํ อุปโยควจนํ, อิทญฺจ ฉสุ กามสคฺเคสุ ทุติเย อปราปรุปฺปตฺติวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตสฺมา สคฺเคสูติ ตาวตึสสงฺขาเต สคฺคโลเก, ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนวเสน เหตฺถ พหุวจนํ. ปริจาเรตฺวาติ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ อินฺทฺริยานิ ปริจาเรตฺวา สุขํ อนุภวิตฺวา, เทวจฺฉราหิ วา อตฺตานํ ปริจาเรตฺวา อุปฏฺฐาเปตฺวา. เสสเกนมฺหิ นิพฺพุโตติ ปุปฺผปูชาย วเสน ปวตฺตกุสลเจตนาสุ ภวสมฺปตฺติ ทายกกมฺมโต เสเสน ยํ ตตฺถ วิวฏฺฏูปนิสฺสยภูตํ, ตํ สนฺธาย วทติ. พหู หิ ตตฺถ ปุพฺพาปรวเสน ปวตฺตา เจตนา. เสสเกนาติ วา ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสน อปริกฺขีเณเยว ตสฺมึ กมฺมวิปาเก นิพฺพุโต อมฺหิ, กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโตสฺมิ. เอเตน ยสฺมึ อตฺตภาเว ฐตฺวา อตฺตนา อรหตฺตํ สจฺฉิกตํ, โสปิ จริมตฺตภาโว ตสฺส กมฺมวิปาโกติ ทสฺเสติ. ยาทิสํ สนฺธาย อญฺญตฺถาปิ ‘‘ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสนา’’ติ (ปารา. ๒๒๘; สํ. นิ. ๑.๑๓๑) วุตฺตํ.

ขณฺฑสุมนตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ติสฺสตฺเถรคาถาวณฺณนา

หิตฺวา สตปลํ กํสนฺติ อายสฺมโต ติสฺสตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล ยานการกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส จนฺทนขณฺเฑน ผลกํ กตฺวา ภควโต อุปนาเมสิ, ตญฺจ ภควา ปริภุญฺชิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท โรรุวนคเร ราชกุเล นิพฺพตฺติ. โส วยปฺปตฺโต ปิตริ กาลงฺกเต รชฺเช ปติฏฺฐิโต พิมฺพิสารรญฺโญ อทิฏฺฐสหาโย หุตฺวา ตสฺส มณิมุตฺตาวตฺถาทีนิ ปณฺณาการานิ เปเสสิ. ตสฺส ราชา พิมฺพิสาโร ปุญฺญวนฺตตํ สุตฺวา ปฏิปาภตํ เปเสนฺโต จิตฺตปเฏ พุทฺธจริตํ สุวณฺณปฏฺเฏ จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ลิขาเปตฺวา เปเสสิ. โส ตํ ทิสฺวา ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิการตาย ปจฺฉิมภวิกตาย จ จิตฺตปเฏ ทสฺเสนฺตํ พุทฺธจริตํ สุวณฺณปฏฺฏเก ลิขิตํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกฺกมญฺจ โอโลเกตฺวา ปวตฺตินิวตฺติโย สลฺลกฺเขตฺวา สาสนกฺกมํ หทเย ฐเปตฺวา สญฺชาตสํเวโค ‘‘ทิฏฺโฐ มยา ภควโต เวโส, สาสนกฺกโม จ เอกปเทเสน ญาโต, พหุทุกฺขา กามา พหุปายาสา, กึ ทานิ มยฺหํ ฆราวาเสนา’’ติ รชฺชํ ปหาย เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทนฺโต ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตฺวา มตฺติกาปตฺตํ คเหตฺวา ราชา ปุกฺกุสาติ วิย มหาชนสฺส ปริเทวนฺตสฺเสว นครโต นิกฺขมิตฺวา อนุกฺกเมน ราชคหํ คนฺตฺวา ตตฺถ สปฺปโสณฺฑิกปพฺภาเร วิหรนฺตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. โส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ยุตฺตปฺปยุตฺโต วิหรนฺโต วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๕.๓๗-๔๒) –

‘‘ยานกาโร ปุเร อาสึ, ทารุกมฺเม สุสิกฺขิโต;

จนฺทนํ ผลกํ กตฺวา, อทาสึ โลกพนฺธุโน.

‘‘ปภาสติ อิทํ พฺยมฺหํ, สุวณฺณสฺส สุนิมฺมิตํ;

หตฺถิยานํ อสฺสยานํ, ทิพฺพยานํ อุปฏฺฐิตํ.

‘‘ปาสาทา สิวิกา เจว, นิพฺพตฺตนฺติ ยทิจฺฉกํ;

อกฺขุพฺภํ รตนํ มยฺหํ, ผลกสฺส อิทํ ผลํ.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ผลกํ ยมหํ ททึ;

ทุคฺคติ นาภิชานามิ, ผลกสฺส อิทํ ผลํ.

‘‘สตฺตปญฺญาสกปฺปมฺหิ, จตุโร นิมฺมิตาวฺหยา;

สตฺตรตนสมฺปนฺนา, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อุทานวเสน อตฺตโน ปฏิปตฺตึ กเถนฺโต –

๙๗. ‘‘หิตฺวา สตปลํ กํสํ, โสวณฺณํ สตราชิกํ;

อคฺคหึ มตฺติกาปตฺตํ, อิทํ ทุติยาภิเสจน’’นฺติ. – คาถํ อภาสิ;

ตตฺถ หิตฺวาติ ปริจฺจชิตฺวา. สตปลนฺติ สตํ ปลานิ ยสฺส, ตํ สตปลปริมาณํ. กํสนฺติ ถาลํ. โสวณฺณนฺติ สุวณฺณมยํ. สตราชิกนฺติ ภิตฺติวิจิตฺตตาย จ อเนกรูปราชิจิตฺตตาย จ อเนกเลขายุตฺตํ. อคฺคหึ มตฺติกาปตฺตนฺติ เอวรูเป มหารเห ภาชเน ปุพฺเพ ภุญฺชิตฺวา พุทฺธานํ โอวาทํ กโรนฺโต ‘‘อิทานาหํ ตํ ฉฑฺเฑตฺวา มตฺติกามยปตฺตํ อคฺคเหสึ, อโห, สาธุ, มยา กตํ อริยวตํ อนุฐิต’’นฺติ ภาชนกิตฺตนาปเทเสน รชฺชปริจฺจาคํ ปพฺพชฺชูปคมนญฺจ อนุโมทนฺโต วทติ. เตนาห ‘‘อิทํ ทุติยาภิเสจน’’นฺติ. ปฐมํ รชฺชาภิเสจนํ อุปาทาย อิทํ ปพฺพชฺชูปคมนํ มม ทุติยํ อภิเสจนํ. ตญฺหิ ราคาทีหิ สํกิลิฏฺฐํ สาสงฺกํ สปริสงฺกํ กมฺมํ อนตฺถสญฺหิตํ ทุกฺขปฏิพทฺธํ นิหีนํ, อิทํ ปน ตํวิปริยายโต อุตฺตมํ ปณีตนฺติ อธิปฺปาโย.

ติสฺสตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อภยตฺเถรคาถาวณฺณนา

รูปํ ทิสฺวา สติ มุฏฺฐาติ อายสฺมโต อภยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต สุเมธสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ สุเมธํ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต สฬลปุปฺเผหิ ปูชมกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทเวสุ นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อภโยติ ลทฺธนาโม วิญฺญุตํ ปตฺโต เหตุสมฺปตฺติยา โจทิยมาโน เอกทิวสํ วิหารํ คโต สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กตปุพฺพกิจฺโจ วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต วิหรติ. อถสฺส เอกทิวสํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐสฺส อลงฺกตปฏิยตฺตํ มาตุคามํ ทิสฺวา อโยนิโสมนสิการวเสน ตสฺส รูปํ อารพฺภ ฉนฺทราโค อุปฺปชฺชิ, โส วิหารํ ปวิสิตฺวา ‘‘สตึ วิสฺสชฺชิตฺวา โอโลเกนฺตสฺส รูปารมฺมเณ มยฺหํ กิเลโส อุปฺปนฺโน, อยุตฺตํ มยา กต’’นฺติ อตฺตโน จิตฺตํ นิคฺคณฺหนฺโต ตาวเทว วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๕.๔๓-๔๗) –

‘‘สุเมโธ นาม นาเมน, สยมฺภู อปราชิโต;

วิเวกมนุพฺรูหนฺโต, อชฺโฌคหิ มหาวนํ.

‘‘สฬลํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา, คนฺถิตฺวาน วฏํสกํ;

พุทฺธสฺส อภิโรเปสึ, สมฺมุขา โลกนายกํ.

‘‘ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘อูนวีเส กปฺปสเต, โสฬสาสุํ สุนิมฺมิตา;

สตฺตรตนสมฺปนฺนา, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน กิเลสุปฺปตฺตินิทสฺสเนน ‘‘กิเลเส อนุวตฺเตนฺตสฺส วฏฺฏทุกฺขโต นตฺเถว สีสุกฺขิปนํ. อหํ ปน เต นานุวตฺติ’’นฺติ ทสฺเสนฺโต –

๙๘. ‘‘รูปํ ทิสฺวา สติ มุฏฺฐา, ปิยํ นิมิตฺตํ มนสิกโรโต;

สารตฺตจิตฺโต เวเทติ, ตญฺจ อชฺโฌส ติฏฺฐติ;

ตสฺส วฑฺฒนฺติ อาสวา, ภวมูโลปคามิโน’’ติ. – คาถํ อภาสิ;

ตตฺถ รูปนฺติ รชฺชนียํ รูปายตนํ, ตํ ปเนตฺถ อิตฺถิรูปํ อธิปฺเปตํ. ทิสฺวาติ จกฺขุนา ทิสฺวา, จกฺขุทฺวารานุสาเรน นิมิตฺตานุพฺยญฺชนสลฺลกฺขณวเสน ตํ คเหตฺวา, ตสฺส ตถาคหณเหตูติ อตฺโถ. สติ มุฏฺฐาติ อสุภสภาเว กาเย ‘‘อสุภ’’นฺเตฺวว ปวตฺตนสติ นฏฺฐา. ยถา ปน รูปํ ทิสฺวา สติ นฏฺฐา, ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปิยํ นิมิตฺตํ มนสิกโรโต’’ติ. ยถาอุปฏฺฐิตํ อารมฺมณํ ‘‘สุภํ สุข’’นฺติอาทินา ปิยนิมิตฺตํ กตฺวา อโยนิโสมนสิกาเรน มนสิกโรโต สติ มุฏฺฐาติ โยชนา. ตถา ภูโตว สารตฺตจิตฺโต เวเทตีติ สุฏฺฐุ รตฺตจิตฺโต หุตฺวา ตํ รูปารมฺมณํ อนุภวติ อภินนฺทติ, อภินนฺทนฺโต ปน ตญฺจ อชฺโฌส ติฏฺฐติ อชฺโฌสาย ตํ อารมฺมณํ คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา วตฺตติ เจว, เอวํภูตสฺส จ ตสฺส วฑฺฒนฺติ อาสวา ภวมูโลปคามิโนติ ภวสฺส สํสารสฺส มูลภาวํ การณภาวํ อุปคมนสภาวา กามาสวาทโย จตฺตาโรปิ อาสวา ตสฺส ปุคฺคลสฺส อุปรูปริ วฑฺฒนฺติเยว, น หายนฺติ. มยฺหํ ปน ปฏิสงฺขาเน ฐตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌนฺตสฺส มคฺคปฏิปาฏิยา เต จตฺตาโรปิ อาสวา อนวเสสโต ปหีนา ปริกฺขีณาติ อธิปฺปาโย.

อภยตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อุตฺติยตฺเถรคาถาวณฺณนา

สทฺทํ สุตฺวา สติ มุฏฺฐาติ อายสฺมโต อุตฺติยตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต สุเมธสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต โคนกาทิอตฺถตํ สอุตฺตรจฺฉทํ พุทฺธารหํ ปลฺลงฺกํ คนฺธกุฏิยํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กปิลวตฺถุสฺมึ สกฺยราชกุเล นิพฺพตฺติ, ตสฺส อุตฺติโยติ นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต สตฺถุ ญาติสมาคเม พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโต เอกทิวสํ นามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ อนฺตรามคฺเค มาตุคามสฺส คีตสทฺทํ สุตฺวา อโยนิโสมนสิการวเสน ตตฺถ ฉนฺทราเค อุปฺปนฺเน ปฏิสงฺขานพเลน ตํ วิกฺขมฺเภตฺวา วิหารํ ปวิสิตฺวา สญฺชาตสํเวโค ทิวาฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา ตาวเทว วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๕.๔๘-๕๒) –

‘‘สุเมธสฺส ภควโต, โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน;

ปลฺลงฺโก หิ มยา ทินฺโน, สอุตฺตรสปจฺฉโท.

‘‘สตฺตรตนสมฺปนฺโน, ปลฺลงฺโก อาสิ โส ตทา;

มม สงฺกปฺปมญฺญาย, นิพฺพตฺตติ สทา มม.

‘‘ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, ปลฺลงฺกมททึ ตทา;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ปลฺลงฺกสฺส อิทํ ผลํ.

‘‘วีสกปฺปสหสฺสมฺหิ, สุวณฺณาภา ตโย ชนา;

สตฺตรตนสมฺปนฺนา, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน กิเลสุปฺปตฺตินิทสฺสเนน ‘‘กิเลเส อชิคุจฺฉนฺตสฺส นตฺถิ วฏฺฏทุกฺขโต สีสุกฺขิปนํ, อหํ ปน เต ชิคุจฺฉิเมวา’’ติ ทสฺเสนฺโต –

๙๙. ‘‘สทฺทํ สุตฺวา สติ มุฏฺฐา, ปิยํ นิมิตฺตํ มนสิกโรโต;

สารตฺตจิตฺโต เวเทติ, ตญฺจ อชฺโฌส ติฏฺฐติ;

ตสฺส วฑฺฒนฺติ อาสวา, สํสาร อุปคามิโน’’ติ. – คาถํ อภาสิ;

ตตฺถ สทฺทนฺติ รชฺชนียํ สทฺทารมฺมณํ, สํสารอุปคามิโนติ –