๑๑. เอกาทสมวคฺโค
๑. เพลฏฺฐานิกตฺเถรคาถาวณฺณนา
หิตฺวา คิหิตฺตํ อนโวสิตตฺโตติอาทิกา อายสฺมโต เพลฏฺฐานิกตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร อิโต เอกตึเส กปฺเป เวสฺสภุสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต พฺราหฺมณสิปฺเปสุ นิปฺผตฺตึ คนฺตฺวา ฆราวาสํ ปหาย อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อิสีหิ ปริวุโต วิจรนฺโต เอกทิวสํ เวสฺสภุํ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปีติโสมนสฺสชาโต สตฺถุ ญาณสมฺปตฺตึ นิสฺสาย ปสนฺนมานโส ญาณํ อุทฺทิสฺส ปุปฺเผหิ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา เพลฏฺฐานิโกติ ลทฺธนาโม วิญฺญุตํ ปตฺโต สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา โกสลรฏฺเฐ อรญฺเญ วิหรนฺโต อลโส กายทฬฺหิพหุโล ผรุสวาโจ อโหสิ, สมณธมฺเม จิตฺตํ น อุปฺปาเทสิ. อถ นํ ภควา ญาณปริปากํ โอโลเกตฺวา –
๑๐๑. ‘‘หิตฺวา คิหิตฺตํ อนโวสิตตฺโต, มุขนงฺคลี โอทริโก กุสีโต;
มหาวราโหว นิวาปปุฏฺโฐ, ปุนปฺปุนํ คพฺภมุเปติ มนฺโท’’ติ. –
อิมาย โอภาสคาถาย สํเวเชสิ. โส สตฺถารํ ปุรโต นิสินฺนํ วิย ทิสฺวา ตญฺจ คาถํ สุตฺวา สํเวคชาโต ญาณสฺส ปริปากํ คตตฺตา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๔.๔๑-๔๖) –
‘‘กณิการํว โชตนฺตํ, นิสินฺนํ ปพฺพตนฺตเร;
โอภาเสนฺตํ ทิสา สพฺพา, โอสธึ วิย ตารกํ.
‘‘ตโย มาณวกา อาสุํ, สเก สิปฺเป สุสิกฺขิตา;
ขาริภารํ คเหตฺวาน, อเนฺวนฺติ มม ปจฺฉโต.
‘‘ปุฏเก สตฺต ปุปฺผานิ, นิกฺขิตฺตานิ ตปสฺสินา;
คเหตฺวา ตานิ ญาณมฺหิ, เวสฺสภุสฺสาภิโรปยึ.
‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ญาณปูชายิทํ ผลํ.
‘‘เอกูนตึสกปฺปมฺหิ, วิปุลาภสนามโก;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สตฺถุ โอวาทํ ปฏิปูเชนฺโต พฺยติเรกมุเขน จ อญฺญํ พฺยากโรนฺโต ตเมว คาถํ ปจฺจุทาหาสิ.
ตตฺถ หิตฺวา คิหิตฺตนฺติ คหฏฺฐภาวํ ปริจฺจชิตฺวา ปพฺพชิตฺวาติ อตฺโถ. อนโวสิตตฺโตติ อนุรูปํ อโวสิตตฺโต, ยทตฺถํ สาสเน ปพฺพชนฺตสฺส อนุรูปปริญฺญาทีนํ อตีริตตฺตา อปริโยสิตภาโว อกตกรณีโยติ อตฺโถ. อถ วา อนโวสิตตฺโตติ อนุอโวสิตสภาโว, วิสุทฺธีนํ มคฺคานญฺจ อนุปฏิปาฏิยา วสิตพฺพวาสสฺส อกตาวี, ทสสุ อริยวาเสสุ อวุสิตวาติ อตฺโถ. มุขสงฺขาตํ นงฺคลํ อิมสฺส อตฺถีติ มุขนงฺคลี. นงฺคเลน วิย ปถวึ ปเรสุ ผรุสวาจปฺปโยเคน อตฺตานํ ขนนฺโตติ อตฺโถ. โอทริโกติ อุทเร ปสุโต อุทรโปสนตปฺปโร. กุสีโตติ อลโส, ภาวนํ อนนุยุญฺชนฺโต. เอวํภูตสฺส นิปฺผตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มหาวราโหว นิวาปปุฏฺโฐ, ปุนปฺปุนํ คพฺภมุเปติ มนฺโท’’ติ. ตสฺสตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโตเยว. เอตฺถ จ ยถา ปพฺพชิตฺวา อนโวสิตาทิสภาวตาย ปุนปฺปุนํ คพฺภมุเปติ มนฺโท, น เอวํ มาทิโส ปณฺฑิโต. ตพฺพิปรีตสภาวตาย ปน สมฺมาปฏิปตฺติยา มตฺถกํ ปาปิตตฺตา ปรินิพฺพายตีติ พฺยติเรกมุเขน อญฺญํ พฺยากาสีติ ทฏฺฐพฺพนฺติ.
เพลฏฺฐานิกตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. เสตุจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา
มาเนน วญฺจิตาเสติ อายสฺมโต เสตุจฺฉตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต ติสฺสสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ ติสฺสํ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส สุมธุรํ ปนสผลํ อภิสงฺขตํ นาฬิเกรสาฬวํ อทาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท อญฺญตรสฺส มณฺฑลิกรญฺโญ ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เสตุจฺโฉติสฺส นามํ อโหสิ. โส ปิตริ มเต รชฺเช ปติฏฺฐิโต อุสฺสาหสตฺตีนํ อภาเวน ราชกิจฺจานิ วิราเธนฺโต รชฺชํ ปรหตฺถคตํ กตฺวา ทุกฺขปฺปตฺติยา สํเวคชาโต ชนปทจาริกํ จรนฺตํ ภควนฺตํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา ปริกมฺมํ กโรนฺโต ตทเหว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๗.๑๓-๑๗) –
‘‘ติสฺสสฺส โข ภควโต, ปุพฺเพ ผลมทาสหํ;
นาฬิเกรญฺจ ปาทาสึ, ขชฺชกํ อภิสมฺมตํ.
‘‘พุทฺธสฺส ตมหํ ทตฺวา, ติสฺสสฺส ตุ มเหสิโน;
โมทามหํ กามกามี, อุปปชฺชึ ยมิจฺฉกํ.
‘‘เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป, ยํ ทานมททึ ตทา;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ผลทานสฺสิทํ ผลํ.
‘‘อิโต เตรสกปฺปมฺหิ, ราชา อินฺทสโม อหุ;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา กิเลเส ครหนฺโต –
๑๐๒. ‘‘มาเนน วญฺจิตาเส, สงฺขาเรสุ สํกิลิสฺสมานาเส;
ลาภาลาเภน มถิตา, สมาธึ นาธิคจฺฉนฺตี’’ติ. – คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ มาเนน วญฺจิตาเสติ ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทินยปฺปวตฺเตน มาเนน อตฺตุกฺกํสนปรวมฺภนาทิวเสน กุสลภณฺฑจฺเฉทเนน วิปฺปลทฺธา. สงฺขาเรสุ สํกิลิสฺสมานาเสติ อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ จกฺขาทีสุ เจว รูปาทีสุ จ สงฺขตธมฺเมสุ สํกิลิสฺสมานา, ‘‘เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติ ตํนิมิตฺตํ ตณฺหาคาหาทิวเสน สํกิเลสํ อาปชฺชมานา. ลาภาลาเภน มถิตาติ ปตฺตจีวราทีนญฺเจว วตฺถาทีนญฺจ ลาเภน เตสํเยว จ อลาเภน ตํนิมิตฺตํ อุปฺปนฺเนหิ อนุนยปฏิเฆหิ มถิตา มทฺทิตา อภิภูตา. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ อวสิฏฺฐโลกธมฺมานมฺเปตฺถ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สมาธึ นาธิคจฺฉนฺตีติ เต เอวรูปา ปุคฺคลา สมาธึ สมถวิปสฺสนาวเสน จิตฺเตกคฺคตํ กทาจิปิ น วินฺทนฺติ น ปฏิลภนฺติ น ปาปุณนฺติ สมาธิสํวตฺตนิกานํ ธมฺมานํ อภาวโต, อิตเรสญฺจ ภาวโต. อิธาปิ ยถา มานาทีหิ อภิภูตา อวิทฺทสุโน สมาธึ นาธิคจฺฉนฺติ, น เอวํ วิทฺทสุโน. เต ปน มาทิสา เตหิ อนภิภูตา สมาธึ อธิคจฺฉนฺเตวาติ พฺยติเรกมุเขน อญฺญาพฺยากรณนฺติ เวทิตพฺพํ.
เสตุจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. พนฺธุรตฺเถรคาถาวณฺณนา
นาหํ เอเตน อตฺถิโกติ อายสฺมโต พนฺธุรตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร สิทฺธตฺถสฺส ภควโต กาเล อญฺญตรสฺส รญฺโญ อนฺเตปุเร โคปโก หุตฺวา เอกทิวสํ ภควนฺตํ สปริสํ ราชงฺคเณน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต กณเวรปุปฺผานิ คเหตฺวา สสงฺฆํ โลกนายกํ ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สีลวตีนคเร เสฏฺฐิปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, พนฺธุโรติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต เกนจิเทว กรณีเยน สาวตฺถิยํ คโต อุปาสเกหิ สทฺธึ วิหารํ คโต สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา ญาณสฺส ปริปากตฺตา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๗.๗-๑๒) –
‘‘สิทฺธตฺโถ นาม ภควา, โลกเชฏฺโฐ นราสโภ;
ปุรกฺขโต สาวเกหิ, นครํ ปฏิปชฺชถ.
‘‘รญฺโญ อนฺเตปุเร อาสึ, โคปโก อภิสมฺมโต;
ปาสาเท อุปวิฏฺโฐหํ, อทฺทสํ โลกนายกํ.
‘‘กณเวรํ คเหตฺวาน, ภิกฺขุสงฺเฆ สโมกิรึ;
พุทฺธสฺส วิสุํ กตฺวาน, ตโต ภิยฺโย สโมกิรึ.
‘‘จตุนฺนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘สตฺตาสีติมฺหิโต กปฺเป, จตุราสุํ มหิทฺธิกา;
สตฺตรตนสมฺปนฺนา, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา กตญฺญุภาเว ฐตฺวา อตฺตโน อุปการสฺส รญฺโญ ปจฺจุปการํ กาตุํ สีลวตีนครํ คนฺตฺวา รญฺโญ ธมฺมํ เทเสนฺโต สจฺจานิ ปกาเสสิ. ราชา สจฺจปริโยสาเน โสตาปนฺโน หุตฺวา อตฺตโน นคเร สุทสฺสนํ นาม มหนฺตํ วิหารํ กาเรตฺวา เถรสฺส นิยฺยาเตสิ. มหาลาภสกฺกาโร อโหสิ. เถโร วิหารํ สพฺพญฺจ ลาภสกฺการํ สงฺฆสฺส นิยฺยาเตตฺวา สยํ ปุริมนิยาเมเนว ปิณฺฑาย จริตฺวา ยาเปนฺโต กติปาหํ ตตฺถ วสิตฺวา สาวตฺถึ คนฺตุกาโม อโหสิ. ภิกฺขู, ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห อิเธว วสถ, สเจ ปจฺจเยหิ เวกลฺลํ, มยํ ตํ ปริปูเรสฺสามา’’ติ อาหํสุ. เถโร, ‘‘น มยฺหํ, อาวุโส, อุฬาเรหิ ปจฺจเยหิ อตฺโถ อตฺถิ, อิตรีตเรหิ ปจฺจเยหิ ยาเปมิ, ธมฺมรเสเนวมฺหิ ติตฺโต’’ติ ทสฺเสนฺโต –
๑๐๓. ‘‘นาหํ เอเตน อตฺถิโก, สุขิโต ธมฺมรเสน ตปฺปิโต;
ปิตฺวา รสคฺคมุตฺตมํ, น จ กาหามิ วิเสน สนฺถว’’นฺติ. –
คาถํ อภาสิ.
ตตฺถ นาหํ เอเตน อตฺถิโกติ เยน มํ ตุเมฺห ตปฺเปตุกามา ‘‘ปริปูเรสฺสามา’’ติ วทถ, เอเตน อามิสลาเภน ปจฺจยามิสรเสน นาหํ อตฺถิโก, มยฺหํ เอเตน อตฺโถ นตฺถิ, สนฺตุฏฺฐิ ปรมํ สุขนฺติ อิตรีตเรเหว ปจฺจเยหิ ยาเปมีติ อตฺโถ. อิทานิ เตน อนตฺถิกภาเว ปธานการณํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สุขิโต ธมฺมรเสน ตปฺปิโต’’ติ. สตฺตตึสโพธิปกฺขิยธมฺมรเสน เจว นววิธโลกุตฺตรธมฺมรเสน จ ตปฺปิโต ปีณิโต สุขิโต อุตฺตเมน สุเขน สุหิโตติ อตฺโถ. ปิตฺวา รสคฺคมุตฺตมนฺติ สพฺพรเสสุ อคฺคํ เสฏฺฐํ ตโตเยว อุตฺตมํ ยถาวุตฺตํ ธมฺมรสํ ปิวิตฺวา ฐิโต, เตนาห – ‘‘สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาตี’’ติ (ธ. ป. ๓๕๔). น จ กาหามิ วิเสน สนฺถวนฺติ เอวรูปํ รสุตฺตมํ ธมฺมรสํ ปิวิตฺวา ฐิโต วิเสน วิสสทิเสน วิสรเสน สนฺถวํ สํสคฺคํ น กริสฺสามิ, ตถากรณสฺส การณํ นตฺถีติ อตฺโถ.
พนฺธุรตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ขิตกตฺเถรคาถาวณฺณนา
ลหุโก วต เม กาโยติ อายสฺมโต ขิตกตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล ยกฺขเสนาปติ หุตฺวา นิพฺพตฺโต เอกทิวสํ ยกฺขสมาคเม นิสินฺโน สตฺถารํ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ตสฺส สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. โส ธมฺมํ สุตฺวา อุฬารํ ปีติโสมนสฺสํ ปเวเทนฺโต อปฺโผเฏนฺโต อุฏฺฐหิตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ, ขิตโกติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต มหาโมคฺคลฺลานตฺเถรสฺส มหิทฺธิกภาวํ สุตฺวา ‘‘อิทฺธิมา ภวิสฺสามี’’ติ ปุพฺพเหตุนา โจทิยมาโน ปพฺพชิตฺวา ภควโต สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สมถวิปสฺสนาสุ กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๗.๑-๖) –
‘‘ปทุโม นาม นาเมน, ทฺวิปทินฺโท นราสโภ;
ปวนา อภินิกฺขมฺม, ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา.
‘‘ยกฺขานํ สมโย อาสิ, อวิทูเร มเหสิโน;
เยน กิจฺเจน สมฺปตฺตา, อชฺฌาเปกฺขึสุ ตาวเท.
‘‘พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย, อมตสฺส จ เทสนํ;
ปสนฺนจิตฺโต สุมโน, อปฺโผเฏตฺวา อุปฏฺฐหึ.
‘‘สุจิณฺณสฺส ผลํ ปสฺส, อุปฏฺฐานสฺส สตฺถุโน;
ตึสกปฺปสหสฺเสสุ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชหํ.
‘‘อูนตึเส กปฺปสเต, สมลงฺกตนามโก;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา สวิเสสํ อิทฺธีสุ วสีภาเวน อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภนฺโต อิทฺธิปาฏิหาริเยน อนุสาสนีปาฏิหาริเยน จ สตฺตานํ อนุคฺคหํ กโรนฺโต วิหรติ. โส ภิกฺขูหิ, ‘‘กถํ ตฺวํ, อาวุโส, อิทฺธิ วฬญฺเชสี’’ติ ปุฏฺโฐ ตมตฺถํ อาจิกฺขนฺโต –
๑๐๔. ‘‘ลหุโก วต เม กาโย, ผุฏฺโฐ จ ปีติสุเขน วิปุเลน;
ตูลมิว เอริตํ มาลุเตน, ปิลวตีว เม กาโย’’ติ. –
คาถํ อภาสิ. ‘‘อุทานวเสนา’’ติปิ วทนฺติเยว.
ตตฺถ ลหุโก วต เม กาโยติ นีวรณาทิวิกฺขมฺภเนน จุทฺทสวิเธน จิตฺตปริทมเนน จตุริทฺธิปาทกภาวนาย สุฏฺฐุ จิณฺณวสีภาเวน จ เม รูปกาโย สลฺลหุโก วต, เยน ทนฺธํ มหาภูตปจฺจยมฺปิ นาม อิมํ กรชกายํ จิตฺตวเสน ปริณาเมมีติ อธิปฺปาโย. ผุฏฺโฐ จ ปีติสุเขน วิปุเลนาติ สพฺพตฺถกเมว ผรนฺเตน มหตา อุฬาเรน ปีติสหิเตน สุเขน ผุฏฺโฐ จ เม กาโยติ โยชนา. อิทญฺจ ยถา กาโย ลหุโก อโหสิ, ตํ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. สุขสญฺโญกฺกมเนน หิ สทฺธึเยว ลหุสญฺโญกฺกมนํ โหติ. สุขสฺส ผรณญฺเจตฺถ ตํสมุฏฺฐานรูปวเสน ทฏฺฐพฺพํ กถํ ปน จตุตฺถชฺฌานสมงฺคิโน ปีติสุขผรณํ, สมติกฺกนฺตปีติสุขญฺหิ ตนฺติ เจ? สจฺจเมตํ, อิทํ ปน น จตุตฺถชฺฌานลกฺขณวเสน วุตฺตํ, อถ โข ปุพฺพภาควเสน. ‘‘ปีติสุเขนา’’ติ ปน ปีติสหิตสทิเสน สุเขน, อุเปกฺขา หิ อิธ สนฺตสภาวตาย ญาณวิเสสโยคโต จ สุขนฺติ อธิปฺเปตํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สุขสญฺญญฺจ ลหุสญฺญญฺจ โอกฺกมตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๐๑). ปาทกชฺฌานารมฺมเณน รูปกายารมฺมเณน วา อิทฺธิจิตฺเตน สหชาตํ สุขสญฺญญฺจ ลหุสญฺญญฺจ โอกฺกมติ ปวิสติ ผุสติ สมฺปาปุณาตีติ อยมฺปิ ตตฺถ อตฺโถ. ตถา จาห อฏฺฐกถายํ (ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๓.๑๒) – ‘‘สุขสญฺญา นาม อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตา สญฺญา. อุเปกฺขา หิ สนฺตํ สุขนฺติ วุตฺตํ สาเยว สญฺญา นีวรเณหิ เจว วิตกฺกาทิปจฺจนีเกหิ จ วิมุตฺตตฺตา ลหุสญฺญาติปิ เวทิตพฺพา. ตํ โอกฺกนฺตสฺส ปนสฺส กรชกาโยปิ ตูลปิจุ วิย สลฺลหุโก โหติ. โส เอวํ วาตกฺขิตฺตตูลปิจุโน วิย สลฺลหุเกน ทิสฺสมาเนน กาเยน พฺรหฺมโลกํ คจฺฉตี’’ติ. เตนาห ‘‘ตูลมิว เอริตํ มาลุเตน, ปิลวตีว เม กาโย’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ยทาหํ พฺรหฺมโลกํ อญฺญํ วา อิทฺธิยา คนฺตุกาโม โหมิ, ตทา มาลุเตน วายุนา เอริตํ จิตฺตํ ตูลปิจุ วิย อากาสํ ลงฺฆนฺโตเยว เม กาโย โหตีติ.
ขิตกตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. มลิตวมฺภตฺเถรคาถาวณฺณนา
อุกฺกณฺฐิโตติ อายสฺมโต มลิตวมฺภตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล หิมวนฺตโต อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ ชาตสฺสเร สกุโณ หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ปทุมุตฺตโร ภควา ตํ อนุคฺคณฺหนฺโต ตตฺถ คนฺตฺวา ชาตสฺสรตีเร จงฺกมติ. สกุโณ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส สเร กุมุทานิ คเหตฺวา ภควนฺตํ ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท กุรุกจฺฉนคเร อญฺญตรสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, มลิตวมฺโภติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต ปจฺฉาภูมหาเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต วิหรติ. ตสฺส จ อยํ สภาโว, ยตฺถ โภชนสปฺปาโย ทุลฺลโภ, อิตเร สุลภา, ตโต น ปกฺกมติ. ยตฺถ ปน โภชนสปฺปาโย สุลโภ, อิตเร ทุลฺลภา, ตตฺถ น วสติ ปกฺกมเตว. เอวํ วิหรนฺโต จ เหตุสมฺปนฺนตาย มหาปุริสชาติกตาย จ นจิรสฺเสว วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๖.๕๑-๕๗) –
‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, มหาชาตสฺสโร อหุ;
ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺโน, ปุณฺฑรีกสโมตฺถโฏ.
‘‘กุกุตฺโถ นาม นาเมน, ตตฺถาสึ สกุโณ ตทา;
สีลวา พุทฺธิสมฺปนฺโน, ปุญฺญาปุญฺเญสุ โกวิโท.
‘‘ปทุมุตฺตโร โลกวิทู, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;
ชาตสฺสรสฺสาวิทูเร, สญฺจริตฺถ มหามุนิ.
‘‘ชลชํ กุมุทํ เฉตฺวา, อุปเนสึ มเหสิโน;
มม สงฺกปฺปมญฺญาย, ปฏิคฺคหิ มหามุนิ.
‘‘ตญฺจ ทานํ ททิตฺวาน, สุกฺกมูเลน โจทิโต;
กปฺปานํ สตสหสฺสํ, ทุคฺคตึ นุปปชฺชหํ.
‘‘โสฬเสโต กปฺปสเต, อาสุํ วรุณนามกา;
อฏฺฐ เอเต ชนาธิปา, จกฺกวตฺตี มหพฺพลา.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุทาเนนฺโต –
๑๐๕. ‘‘อุกฺกณฺฐิโตปิ น วเส, รมมาโนปิ ปกฺกเม;
น เตฺววานตฺถสํหิตํ, วเส วาสํ วิจกฺขโณ’’ติ. – คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ อุกฺกณฺฐิโตปิ น วเสติ ยสฺมึ อาวาเส วสนฺตสฺส เม โภชนสปฺปายาลาเภน อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ อุกฺกณฺฐา อนภิรติ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ อุกฺกณฺฐิโตปิ วสามิเยว อิตรสปฺปายลาเภน น ปกฺกเม น ปกฺกมามิ. น วเสติ เอตฺถ น-กาเรนปิ ปกฺกเมติปทํ สมฺพนฺธิตพฺพํ. รมมาโนปิ ปกฺกเมติ ยสฺมึ ปน อาวาเส วสนฺตสฺส เม ปจฺจยเวกลฺลาภาเวน นตฺถิ อุกฺกณฺฐา, อญฺญทตฺถุ อภิรมามิ, เอวํ อภิรมมาโนปิ อวเสสสปฺปายาลาเภน ตโต ปกฺกเม, น วเสยฺยํ. เอวํ ปฏิปชฺชนฺโตวาหํ นจิรสฺเสว สกตฺถํ ปจฺจุปาทินฺติ. อยญฺเจตฺถ อตฺตปฏิปตฺติปจฺจเวกฺขณายํ โยชนา. ปรสฺส โอวาททาเน ปน วเสยฺย น ปกฺกเมยฺยาติ วิธานวเสน โยเชตพฺพํ. น เตฺววานตฺถสํหิตํ, วเส วาสํ วิจกฺขโณติ ยสฺมึ อาวาเส ปจฺจยา สุลภา, สมณธมฺโม น ปาริปูรึ คจฺฉติ, ยสฺมิญฺจ อาวาเส ปจฺจยา ทุลฺลภา, สมณธมฺโมปิ ปาริปูรึ น คจฺฉติ, เอวรูโป อาวาโส อิธ อนตฺถสํหิโต นาม อวฑฺฒิสหิโตติ กตฺวา. เอวรูปํ วาสํ วิจกฺขโณ วิญฺญุชาติโก สกตฺถํ ปริปูเรตุกาโม นเตฺวว วเสยฺย. ยตฺถ ปน ปญฺจงฺคสมนฺนาคโต อาวาโส ลพฺภติ, สตฺตปิ สปฺปายา ลพฺภนฺติ, ตตฺเถว วเสยฺยาติ อตฺโถ.
มลิตวมฺภตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. สุเหมนฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา
สตลิงฺคสฺส อตฺถสฺสาติ อายสฺมโต สุเหมนฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปุญฺญํ อุปจินนฺโต อิโต ทฺวานวุเต กปฺเป ติสฺสสฺส ภควโต กาเล วนจโร หุตฺวา วเน วสติ, ตํ อนุคฺคหิตุํ ภควา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ตสฺส อาสนฺเน ฐาเน อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. โส ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต สุคนฺธานิ ปุนฺนาคปุปฺผานิ โอจินิตฺวา ภควนฺตํ ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ปาริยนฺตเทเส วิภวสมฺปนฺนสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, สุเหมนฺโตติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต สงฺกสฺสนคเร มิคทาเย วิหรนฺตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา เตปิฏโก หุตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทาปตฺโต อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๖.๔๖-๕๐) –
‘‘กานนํ วนโมคยฺห, วสามิ ลุทฺทโก อหํ;
ปุนฺนาคํ ปุปฺผิตํ ทิสฺวา, พุทฺธเสฏฺฐํ อนุสฺสรึ.
‘‘ตํ ปุปฺผํ โอจินิตฺวาน, สุคนฺธํ คนฺธิตํ สุภํ;
ถูปํ กริตฺวา ปุลิเน, พุทฺธสฺส อภิโรปยึ.
‘‘เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
‘‘เอกมฺหิ นวุเต กปฺเป, เอโก อาสึ ตโมนุโท;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘มยา โข ยํ สาวเกน ปตฺตพฺพํ, ตํ อนุปฺปตฺตํ, ยํนูนาหํ อิทานิ ภิกฺขูนํ อนุคฺคหํ กเรยฺย’’นฺติ. เอวํ จินฺเตตฺวา ปภินฺนปฏิสมฺภิทตาย อกิลาสุตาย จ อตฺตโน สนฺติกํ อุปคเต ภิกฺขู ยถารหํ โอวทนฺโต อนุสาสนฺโต กงฺขํ ฉินฺทนฺโต ธมฺมํ กเถนฺโต กมฺมฏฺฐานํ นิคฺคุมฺพํ นิชฺชฏํ กตฺวา อาจิกฺขนฺโต วิหรติ. อเถกทิวสํ อตฺตโน สนฺติกํ อุปคตานํ ภิกฺขูนํ วิญฺญูนญฺจ ปุคฺคลานํ วิเสสํ อาจิกฺขนฺโต –
๑๐๖. ‘‘สตลิงฺคสฺส อตฺถสฺส, สตลกฺขณธาริโน;
เอกงฺคทสฺสี ทุมฺเมโธ, สตทสฺสี จ ปณฺฑิโต’’ติ. – คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ สตลิงฺคสฺสาติ ลีนมตฺถํ คเมนฺตีติ ลิงฺคานิ, อตฺเถสุ สทฺทสฺส ปวตฺตินิมิตฺตานิ, ตานิ ปน สตํ อเนกานิ ลิงฺคานิ เอตสฺสาติ สตลิงฺโค. อเนกตฺโถ หิ อิธ สตสทฺโท, ‘‘สตํ สหสฺส’’นฺติอาทีสุ วิย น สงฺขฺยาวิเสสตฺโถ ตสฺส สตลิงฺคสฺส. อตฺถสฺสาติ เญยฺยสฺส, เญยฺยญฺหิ ญาเณน อรณียโต ‘‘อตฺโถ’’ติ วุจฺจติ. โส จ เอโกปิ อเนกลิงฺโค, ยถา ‘‘สกฺโก ปุรินฺทโท มฆวา’’ติ, ‘‘ปญฺญา วิชฺชา เมธา ญาณ’’นฺติ จ. เยน ลิงฺเคน ปวตฺตินิมิตฺเตน ตาวตึสาธิปติมฺหิ อินฺทสทฺโท ปวตฺโต, น เตน ตตฺถ สกฺกาทิสทฺทา ปวตฺตา, อถ โข อญฺเญน. ตถา เยน สมฺมาทิฏฺฐิมฺหิ ปญฺญาสทฺโท ปวตฺโต, น เตน วิชฺชาทิสทฺทา. เตน วุตฺตํ ‘‘สตลิงฺคสฺส อตฺถสฺสา’’ติ.
สตลกฺขณธาริโนติ อเนกลกฺขณวโต. ลกฺขียติ เอเตนาติ ลกฺขณํ, ปจฺจยภาวิโน อตฺถสฺส อตฺตโน ผลํ ปฏิจฺจ ปจฺจยภาโว, เตน หิ โส อยํ อิมสฺส การณนฺติ ลกฺขียติ. โส จ เอกสฺเสว อตฺถสฺส อเนกปฺปเภโท อุปลพฺภติ, เตนาห ‘‘สตลกฺขณธาริโน’’ติ. อถ วา ลกฺขียนฺตีติ ลกฺขณานิ, ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส สงฺขตตาทโย ปการวิเสสา เต ปน อตฺถโต อวตฺถาวิเสสา เวทิตพฺพา. เต จ ปน เตสํ อนิจฺจตาทิสามญฺญลกฺขณํ ลิงฺเคนฺติ ญาเปนฺตีติ ‘‘ลิงฺคานี’’ติ จ วุจฺจนฺติ. ตสฺสิเม อาการา, ยสฺมา เอกสฺสาปิ อตฺถสฺส อเนเก อุปลพฺภนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สตลิงฺคสฺส อตฺถสฺส, สตลกฺขณธาริโน’’ติ. เตนาห อายสฺมา ธมฺมเสนาปติ – ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉนฺตี’’ติ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕).
เอกงฺคทสฺสี ทุมฺเมโธติ เอวํ อเนกลิงฺเค อเนกลกฺขเณ อตฺเถ โย ตตฺถ เอกงฺคทสฺสี อปุถุปญฺญตาย เอกลิงฺคมตฺตํ เอกลกฺขณมตฺตญฺจ ทิสฺวา อตฺตนา ทิฏฺฐเมว ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ อภินิวิสฺส ‘‘โมฆมญฺญ’’นฺติ อิตรํ ปฏิกฺขิปติ, หตฺถิทสฺสนกอนฺโธ วิย เอกงฺคคาหี ทุมฺเมโธ ทุปฺปญฺโญ ตตฺถ วิชฺชมานานํเยว ปการวิเสสานํ อชานนโต มิจฺฉา อภินิวิสนโต จ. สตทสฺสี จ ปณฺฑิโตติ ปณฺฑิโต ปน ตตฺถ วิชฺชมาเน อเนเกปิ ปกาเร อตฺตโน ปญฺญาจกฺขุนา สพฺพโส ปสฺสติ. โย วา ตตฺถ ลพฺภมาเน อเนเก ปญฺญาจกฺขุนา อตฺตนาปิ ปสฺสติ, อญฺเญสมฺปิ ทสฺเสติ ปกาเสติ, โส ปณฺฑิโต วิจกฺขโณ อตฺเถสุ กุสโล นามาติ. เอวํ เถโร อุกฺกํสคตํ อตฺตโน ปฏิสมฺภิทาสมฺปตฺตึ ภิกฺขูนํ วิภาเวสิ.
สุเหมนฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ธมฺมสวตฺเถรคาถาวณฺณนา
ปพฺพชึ ตุลยิตฺวานาติ อายสฺมโต ธมฺมสวตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยํ กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล สุวจฺโฉ นาม พฺราหฺมโณ หุตฺวา ติณฺณํ เวทานํ ปารคู ฆราวาเส โทสํ ทิสฺวา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อรญฺญายตเน ปพฺพตนฺตเร อสฺสมํ กาเรตฺวา พหูหิ ตาปเสหิ สทฺธึ วสิ. อถสฺส กุสลพีชํ โรเปตุกาโม ปทุมุตฺตโร ภควา อสฺสมสมีเป อากาเส ฐตฺวา อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสสิ. โส ตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ปูเชตุกาโม นาคปุปฺผานิ โอจินาเปสิ. สตฺถา, ‘‘อลํ อิมสฺส ตาปสสฺส เอตฺตกํ กุสลพีช’’นฺติ ปกฺกามิ. โส ปุปฺผานิ คเหตฺวา สตฺถุ คมนมคฺคํ โอกิริตฺวา จิตฺตํ ปสาเทนฺโต อญฺชลึ ปคฺคยฺห อฏฺฐาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ธมฺมสโวติ ลทฺธนาโม วิญฺญุตํ ปตฺโต เหตุสมฺปตฺติยา โจทิยมาโน ฆราวาเส อาทีนวํ ปพฺพชฺชาย อานิสํสญฺจ ทิสฺวา ทกฺขิณาคิริสฺมึ วิหรนฺตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๖.๓๙-๔๕) –
‘‘สุวจฺโฉ นาม นาเมน, พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู;
ปุรกฺขโต สสิสฺเสหิ, วสเต ปพฺพตนฺตเร.
‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;
มมุทฺธริตุกาโม โส, อาคจฺฉิ มม สนฺติกํ.
‘‘เวหาสมฺหิ จงฺกมติ, ธูปายติ ชลเต ตถา;
หาสํ มมํ วิทิตฺวาน, ปกฺกามิ ปาจินามุโข.
‘‘ตญฺจ อจฺฉริยํ ทิสฺวา, อพฺภุตํ โลมหํสนํ;
นาคปุปฺผํ คเหตฺวาน, คตมคฺคมฺหิ โอกิรึ.
‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผํ โอกิรึ อหํ;
เตน จิตฺตปฺปสาเทน, ทุคฺคตึ นุปปชฺชหํ.
‘‘เอกตึเส กปฺปสเต, ราชา อาสิ มหารโห;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา โสมนสฺสปฺปตฺโต อุทานวเสน –
๑๐๗. ‘‘ปพฺพชึ ตุลยิตฺวาน, อคารสฺมานคาริยํ;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. – คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ ปพฺพชึ ตุลยิตฺวานาติ ‘‘สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๙๑; ม. นิ. ๒.๑๐; สํ. นิ. ๒.๑๕๔) ฆราวาเส, ‘‘อปฺปสฺสาทา กามา พหุทุกฺขา พหุปายาสา’’ติอาทินา (ปาจิ. ๔๑๗; ม. นิ. ๑.๑๗๗) กาเมสุ อาทีนวํ ตปฺปฏิปกฺขโต เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ ตุลภูตาย ปญฺญาย วิจาเรตฺวา วีมํสิตฺวาติ อตฺโถ. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. อิทเมว จ เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสีติ.
ธมฺมสวตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ธมฺมสวปิตุตฺเถรคาถาวณฺณนา
ส วีสวสฺสสติโกติ อายสฺมโต ธมฺมสวปิตุตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร พุทฺธสุญฺเญ โลเก กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ภูตคเณ นาม ปพฺพเต วิหรนฺตํ ปจฺเจกสมฺพุทฺธํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ติณสูลปุปฺเผหิ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ทารปริคฺคหํ กตฺวา ธมฺมสวํ นาม ปุตฺตํ ลภิตฺวา ตสฺมึ ปพฺพชิเต สยมฺปิ วีสวสฺสสติโก หุตฺวา, ‘‘มม ปุตฺโต ตาว ตรุโณ ปพฺพชิ, อถ กสฺมา นาหํ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ สญฺชาตสํเวโค สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๖.๓๕-๓๘) –
‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, ภูตคโณ นาม ปพฺพโต;
วสเตโก ชิโน ตตฺถ, สยมฺภู โลกนิสฺสโฏ.
‘‘ติณสูลํ คเหตฺวาน, พุทฺธสฺส อภิโรปยึ;
เอกูนสตสหสฺสํ, กปฺปํ น วินิปาติโก.
‘‘อิโต เอกาทเส กปฺเป, เอโกสึ ธรณีรุโห;
สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.
‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.
อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา สญฺชาตโสมนสฺโส อุทาเนนฺโต –
๑๐๘. ‘‘ส วีสวสฺสสติโก, ปพฺพชึ อนคาริยํ;
ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. – คาถํ อภาสิ;
ตตฺถ ส วีสวสฺสสติโกติ โส วีสํวสฺสสติโก, โส อหํ ชาติยา วีสาธิกวสฺสสติโก สมาโน. ปพฺพชินฺติ ปพฺพชฺชํ อุปคจฺฉึ. เสสํ วุตฺตนยเมว. อิทเมว จ อิมสฺส เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสิ.
ธมฺมสวปิตุตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. สงฺฆรกฺขิตตฺเถรคาถาวณฺณนา
น นูนายํ ปรมหิตานุกมฺปิโนติ อายสฺมโต สงฺฆรกฺขิตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โสปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต อิโต จตุนวุเต กปฺเป กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ ปพฺพตปาเท วสนฺเต สตฺต ปจฺเจกสมฺพุทฺเธ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส กทมฺพปุปฺผานิ คเหตฺวา ปูเชสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา สุคตีสุเยว สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ อิพฺภกุเล นิพฺพตฺติ, ตสฺส สงฺฆรกฺขิโตติ นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อญฺญตรํ ภิกฺขุํ สหายํ กตฺวา อรญฺเญ วิหรติ. เถรสฺส วสนฏฺฐานโต อวิทูเร วนคุมฺเพ เอกา มิคี วิชายิตฺวา ตรุณํ ฉาปํ รกฺขนฺตี ฉาตชฺฌตฺตาปิ ปุตฺตสิเนเหน ทูเร โคจราย น คจฺฉติ, อาสนฺเน จ ติโณทกสฺส อลาเภน กิลมติ. ตํ ทิสฺวา เถโร, ‘‘อโห วตายํ โลโก ตณฺหาพนฺธนพทฺโธ มหาทุกฺขํ อนุภวติ, น ตํ ฉินฺทิตุํ สกฺโกตี’’ติ สํเวคชาโต ตเมว องฺกุสํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๖.๓๐-๓๔) –
‘‘หิมวนฺตสฺสาวิทูเร, กุกฺกุโฏ นาม ปพฺพโต;
ตมฺหิ ปพฺพตปาทมฺหิ, สตฺต พุทฺธา วสนฺติ เต.