๑๒. ทฺวาทสมวคฺโค

๑. เชนฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา

ทุปฺปพฺพชฺชํ เว ทุรธิวาสา เคหาติ อายสฺมโต เชนฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลํ อุปจินนฺโต สิขิสฺส ภควโต กาเล เทวปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ. โส เอกทิวสํ สตฺถารํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต กึกิราตปุปฺเผหิ ปูชํ อกาสิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท มคธรฏฺเฐ เชนฺตคาเม เอกสฺส มณฺฑลิกราชสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, เชนฺโตติสฺส นามํ อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺโต ทหรกาเลเยว เหตุสมฺปตฺติยา โจทิยมาโน ปพฺพชฺชานินฺนมานโส หุตฺวา ปุน จินฺเตสิ – ‘‘ปพฺพชฺชา นาม ทุกฺกรา, ฆราปิ ทุราวาสา, ธมฺโม จ คมฺภีโร, โภคา จ ทุรธิคมา, กึ นุ โข กตฺตพฺพ’’นฺติ เอวํ ปน จินฺตาพหุโล หุตฺวา วิจรนฺโต เอกทิวสํ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมํ สุณิ. สุตกาลโต ปฏฺฐาย ปพฺพชฺชาภิรโต หุตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สุขาย ปฏิปทาย ขิปฺปาภิญฺญาย อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๖.๒๑-๒๔) –

‘‘เทวปุตฺโต อหํ สนฺโต, ปูชยึ สิขินายกํ;

กกฺการุปุปฺผํ ปคฺคยฺห, พุทฺธสฺส อภิโรปยึ.

‘‘เอกตึเส อิโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

‘‘อิโต จ นวเม กปฺเป, ราชา สตฺตุตฺตโม อหุํ;

สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขนฺโต, ‘‘อสกฺขึ วตาหํ อาทิโต มยฺหํ อุปฺปนฺนวิตกฺกํ ฉินฺทิตุ’’นฺติ โสมนสฺสชาโต วิตกฺกสฺส อุปฺปนฺนาการํ ตสฺส จ สมฺมเทว ฉินฺนตํ ทสฺเสนฺโต –

๑๑๑. ‘‘ทุปฺปพฺพชฺชํ เว ทุรธิวาสา เคหา, ธมฺโม คมฺภีโร ทุรธิคมา โภคา;

กิจฺฉา วุตฺติ โน อิตรีตเรเนว, ยุตฺตํ จินฺเตตุํ สตตมนิจฺจต’’นฺติ. –

คาถํ อภาสิ.

ตตฺถ ทุปฺปพฺพชฺชนฺติ อปฺปํ วา มหนฺตํ วา โภคกฺขนฺธญฺเจว ญาติปริวฏฺฏญฺจ ปหาย อิมสฺมึ สาสเน อุรํ ทตฺวา ปพฺพชนสฺส ทุกฺกรตฺตา ทุกฺขํ ปพฺพชนํ, ทุกฺกรา ปพฺพชฺชาติ ทุปฺปพฺพชฺชํ. เวติ นิปาตมตฺตํ, ทฬฺหตฺโถ วา ‘‘ปพฺพชฺชา ทุกฺขา’’ติ. เคหญฺเจ อาวเสยฺยํ, ทุรธิวาสา เคหา, ยสฺมา เคหํ อธิวสนฺเตน รญฺญา ราชกิจฺจํ, อิสฺสเรน อิสฺสรกิจฺจํ, คหปตินา คหปติกิจฺจํ กตฺตพฺพํ โหติ, ปริชโน เจว สมณพฺราหฺมณา จ สงฺคเหตพฺพา, ตสฺมึ ตสฺมิญฺจ กตฺตพฺเพ กริยมาเนปิ ฆราวาโส ฉิทฺทฆโฏ วิย มหาสมุทฺโท วิย จ ทุปฺปูโร, ตสฺมา เคหา นาเมเต อธิวสิตุํ อาวสิตุํ ทุกฺขา ทุกฺกราติ กตฺวา ทุรธิวาสา ทุราวาสาติ. ปพฺพชฺชญฺเจ อนุติฏฺเฐยฺยํ ธมฺโม คมฺภีโร, ยทตฺถา ปพฺพชฺชา, โส ปพฺพชิเตน อธิคนฺตพฺโพ ปฏิเวธสทฺธมฺโม คมฺภีโร, คมฺภีรญาณโคจรตฺตา ทุทฺทโส, ทุปฺปฏิวิชฺโฌ ธมฺมสฺส คมฺภีรภาเวน ทุปฺปฏิวิชฺฌตฺตา. เคหญฺเจ อาวเสยฺยํ, ทุรธิคมา โภคา เยหิ วินา น สกฺกา เคหํ อาวสิตุํ, เต โภคา ทุกฺเขน กสิเรน อธิคนฺตพฺพตาย ทุรธิคมา. เอวํ สนฺเต ฆราวาสํ ปหาย ปพฺพชฺชํเยว อนุติฏฺเฐยฺยํ, เอวมฺปิ กิจฺฉา วุตฺติ โน อิตรีตเรน อิธ อิมสฺมึ พุทฺธสาสเน อิตรีตเรน ยถาลทฺเธน ปจฺจเยน อมฺหากํ วุตฺติ ชีวิกา กิจฺฉา ทุกฺขา, ฆราวาสานํ ทุรธิวาสตาย โภคานญฺจ ทุรธิคมตาย เคเห อิตรีตเรน ปจฺจเยน ยาเปตพฺพตาย กิจฺฉา กสิรา วุตฺติ อมฺหากํ, ตตฺถ กึ กาตุํ วฏฺฏตีติ? ยุตฺตํ จินฺเตตุํ สตตมนิจฺจตํ สกลํ ทิวสํ ปุพฺพรตฺตาปรรตฺตญฺจ เตภูมกธมฺมชาตํ อนิจฺจตนฺติ, ตโต อุปฺปาทวยวนฺตโต อาทิอนฺตวนฺตโต ตาวกาลิกโต จ น นิจฺจนฺติ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ จินฺเตตุํ วิปสฺสิตุํ ยุตฺตํ. อนิจฺจานุปสฺสนาย สิทฺธาย อิตรานุปสฺสนา สุเขเนว สิชฺฌนฺตีติ อนิจฺจานุปสฺสนาว เอตฺถ วุตฺตา, อนิจฺจสฺส ทุกฺขานตฺตตานํ อพฺยภิจรณโต สาสนิกสฺส สุขคฺคหณโต จ. เตนาห – ‘‘ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕), ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺมํ’’ (มหาว. ๑๖; ที. นิ. ๒.๓๗๑; สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑), ‘‘วยธมฺมา สงฺขารา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๘) จ ตทมินา เอวํ อญฺญมญฺญํ ปฏิปกฺขวเสน อปราปรํ อุปฺปนฺเน วิตกฺเก นิคฺคเหตฺวา อนิจฺจตามุเขน วิปสฺสนํ อารภิตฺวา อิทานิ กตกิจฺโจ ชาโตติ ทสฺเสติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺตโน ปฏิปตฺติ’’นฺติอาทิ. อิทเมว เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสิ.

เชนฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. วจฺฉโคตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา

เตวิชฺโชหํ มหาฌายีติ อายสฺมโต วจฺฉโคตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลพีชํ โรเปนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล พนฺธุมตีนคเร กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต เอกทิวสํ รญฺญา นาคเรหิ จ สทฺธึ พุทฺธปูชํ กตฺวา ตโต ปรํ เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห วิภวสมฺปนฺนสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ตสฺส วจฺฉโคตฺตตาย วจฺฉโคตฺโตเตฺวว สมญฺญา อโหสิ. โส วิญฺญุตํ ปตฺวา พฺราหฺมณวิชฺชาสุ นิปฺผตฺตึ คโต วิมุตฺตึ คเวสนฺโต ตตฺถ สารํ อทิสฺวา ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา วิจรนฺโต สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ตสฺมึ วิสฺสชฺชิเต ปสนฺนมานโส สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กโรนฺโต นจิรสฺเสว ฉฬภิญฺโญ อโหสิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๖.๑๕-๒๐) –

‘‘อุเทนฺตํ สตรํสึว, ปีตรํสึว ภาณุมํ;

ปนฺนรเส ยถา จนฺทํ, นิยฺยนฺตํ โลกนายกํ.

‘‘อฏฺฐสฏฺฐิสหสฺสานิ, สพฺเพ ขีณาสวา อหุํ;

ปริวารึสุ สมฺพุทฺธํ, ทฺวิปทินฺทํ นราสภํ.

‘‘สมฺมชฺชิตฺวาน ตํ วีถึ, นิยฺยนฺเต โลกนายเก;

อุสฺสาเปสึ ธชํ ตตฺถ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ธชํ อภิโรปยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ธชทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘อิโต จตุตฺถเก กปฺเป, ราชาโหสึ มหพฺพโล;

สพฺพากาเรน สมฺปนฺโน, สุธโช อิติ วิสฺสุโต.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

ฉฬภิญฺโญ ปน หุตฺวา อตฺตโน ปฏิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา โสมนสฺสชาโต อุทานวเสน –

๑๑๒. ‘‘เตวิชฺโชหํ มหาฌายี, เจโตสมถโกวิโท;

สทตฺโถ เม อนุปฺปตฺโต, กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ. – คาถํ อภาสิ;

ตตฺถ เตวิชฺโชหนฺติ ยทิปิ มํ ปุพฺเพ ติณฺณํ เวทานํ ปารํ คตตฺตา ‘‘พฺราหฺมโณ เตวิชฺโช’’ติ สญฺชานนฺติ, ตํ ปน สมญฺญามตฺตํ เวเทสุ วิชฺชากิจฺจสฺส อภาวโต. อิทานิ ปน ปุพฺเพนิวาสญาณาทีนํ ติสฺสนฺนํ วิชฺชานํ อธิคตตฺตา ปรมตฺถโต เตวิชฺโช อหํ, มหนฺตสฺส อนวเสสสฺส สมุทยปกฺขิยสฺส กิเลสคณสฺส ฌาปนโต, มหนฺเตน มคฺคผลฌาเนน มหนฺตสฺส อุฬารสฺส ปณีตสฺส นิพฺพานสฺส ฌายนโต จ มหาฌายี. เจโตสมถโกวิโทติ จิตฺตสงฺโขภกรานํ สํกิเลสธมฺมานํ วูปสมเนน เจตโส สมาทหเน กุสโล. เอเตน เตวิชฺชภาวสฺส การณมาห. สมาธิโกสลฺลสหิเตน หิ อาสวกฺขเยน เตวิชฺชตา, น เกวเลน. สทตฺโถติ สกตฺโถ ก-การสฺสายํ ท-กาโร กโต ‘‘อนุปฺปตฺตสทตฺโถ’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๙; อ. นิ. ๓.๓๘) วิย. ‘‘สทตฺโถ’’ติ จ อรหตฺตํ เวทิตพฺพํ. ตญฺหิ อตฺตปฏิพนฺธฏฺเฐน อตฺตานํ อวิชหนฏฺเฐน อตฺตโน ปรมตฺถฏฺเฐน อตฺตโน อตฺถตฺตา ‘‘สกตฺโถ’’ติ วุจฺจติ. สฺวายํ สทตฺโถ เม มยา อนุปฺปตฺโต อธิคโต. เอเตน ยถาวุตฺตํ มหาฌายิภาวํ สิขาปตฺตํ กตฺวา ทสฺเสติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

วจฺฉโคตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. วนวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา

อจฺโฉทิกา ปุถุสิลาติ อายสฺมโต วนวจฺฉตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ กุสลพีชํ โรเปนฺโต วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล กุลเคเห นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต ปรสฺส กมฺมํ กตฺวา ชีวนฺโต กสฺสจิ อปราธํ กตฺวา มรณภเยน ตชฺชิโต ปลายนฺโต อนฺตรามคฺเค โพธิรุกฺขํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส ตสฺส มูลํ สมฺมชฺชิตฺวา ปิณฺฑิพนฺเธหิ อโสกปุปฺเผหิ ปูชํ กตฺวา วนฺทิตฺวา โพธึ อภิมุโข นมสฺสมาโน ปลฺลงฺเกน นิสินฺโน มาเรตุํ อาคเต ปจฺจตฺถิเก ทิสฺวา เตสุ จิตฺตํ อโกเปตฺวา โพธึ เอว อาวชฺเชนฺโต สตโปริเส ปปาเต ปปติ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ ปุญฺญานิ กตฺวา เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท ราชคเห วิภวสมฺปนฺนสฺส พฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, ‘‘วจฺโฉ’’ติสฺส นามํ อโหสิ. โส วยปฺปตฺโต พิมฺพิสารสมาคเม ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๑๖.๗-๑๔) –

‘‘ปรกมฺมายเน ยุตฺโต, อปราธํ อกาสหํ;

วนนฺตํ อภิธาวิสฺสํ, ภยเวรสมปฺปิโต.

‘‘ปุปฺผิตํ ปาทปํ ทิสฺวา, ปิณฺฑิพนฺธํ สุนิมฺมิตํ;

ตมฺพปุปฺผํ คเหตฺวาน, โพธิยํ โอกิรึ อหํ.

‘‘สมฺมชฺชิตฺวาน ตํ โพธึ, ปาฏลึ ปาทปุตฺตมํ;

ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน, โพธิมูเล อุปาวิสึ.

‘‘คตมคฺคํ คเวสนฺตา, อาคจฺฉุํ มม สนฺติกํ;

เต จ ทิสฺวานหํ ตตฺถ, อาวชฺชึ โพธิมุตฺตมํ.

‘‘วนฺทิตฺวาน อหํ โพธึ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

อเนกตาเล ปปตึ, คิริทุคฺเค ภยานเก.

‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, โพธิปูชายิทํ ผลํ.

‘‘อิโต จ ตติเย กปฺเป, ราชา สุสญฺญโต อหํ;

สตฺตรตนสมฺปนฺโน, จกฺกวตฺตี มหพฺพโล.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา วิเวกาภิรติยา วเนเยว วสิ, เตน วนวจฺโฉติ สมญฺญา อุทปาทิ. อถ กทาจิ เถโร ญาติชนานุคฺคหตฺถํ ราชคหํ คโต ตตฺถ ญาตเกหิ อุปฏฺฐิยมาโน กติปาหํ วสิตฺวา คมนาการํ สนฺทสฺเสติ. ตํ ญาตกา, ‘‘ภนฺเต, อมฺหากํ อนุคฺคหตฺถํ ธุรวิหาเร วสถ, มยํ อุปฏฺฐหิสฺสามา’’ติ ยาจึสุ. เถโร เตสํ ปพฺพตรามเณยฺยกิตฺตนาปเทเสน วิเวกาภิรตึ นิเวเทนฺโต –

๑๑๓. ‘‘อจฺโฉทิกา ปุถุสิลา, โคนงฺคุลมิคายุตา;

อมฺพุเสวาลสญฺฉนฺนา, เต เสลา รมยนฺติ ม’’นฺติ. – คาถํ อภาสิ;

ตตฺถ อจฺโฉทิกาติ อจฺฉํ อพหลํ สุขุมํ อุทกํ เอเตสูติ ‘‘อจฺโฉทกา’’ติ วตฺตพฺเพ ลิงฺควิปลฺลาเสน อจฺโฉทิกา’’ติ วุตฺตํ. เอเตน เตสํ อุทกสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ. ปุถุสิลาติ ปุถุลา วิตฺถตา มุทุสุขสมฺผสฺสา สิลา เอเตสูติ ปุถุสิลา. เอเตน นิสชฺชนฏฺฐานสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ. คุนฺนํ วิย นงฺคุลํ นงฺคุฏฺฐํ เอเตสนฺติ โคนงฺคุลา, กาฬมกฺกฏา, ‘‘ปกติมกฺกฏา’’ติปิ วทนฺติเยว. โคนงฺคุเลหิ จ ปสทาทิเกหิ มิเคหิ จ ตหํ ตหํ วิจรนฺเตหิ อายุตา มิสฺสิตาติ โคนงฺคุลมิคายุตา. เอเตน เตสํ อมนุสฺสูปจาริตาย อรญฺญลกฺขณูเปตตํ ทสฺเสติ. อมฺพุเสวาลสญฺฉนฺนาติ ปสวนโต สตตํ ปคฺฆรมานสลิลตาย ตหํ ตหํ อุทกเสวาลสญฺฉาทิตา. เต เสลา รมยนฺติ มนฺติ ยตฺถาหํ วสามิ; เต เอทิสา เสลา ปพฺพตา วิเวกาภิรติยา มํ รมยนฺติ, ตสฺมา ตตฺเถวาหํ คจฺฉามีติ อธิปฺปาโย. อิทเมว จ เถรสฺส อญฺญาพฺยากรณํ อโหสิ.

วนวจฺฉตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. อธิมุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา

กายทุฏฺฐุลฺลครุโนติ อายสฺมโต อธิมุตฺตตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? โส กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วิญฺญุตํ ปตฺโต พฺราหฺมณวิชฺชาสุ นิปฺผตฺตึ คโต กาเมสุ อาทีนวํ ทิสฺวา ฆราวาสํ ปหาย ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺโต พุทฺธุปฺปาทํ สุตฺวา มนุสฺสูปจารํ อุปคนฺตฺวา สตฺถารํ ภิกฺขุสงฺฆปริวุตํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนมานโส อตฺตโน วากจีรํ สตฺถุ ปาทมูเล ปตฺถริ. สตฺถา ตสฺส อชฺฌาสยํ ญตฺวา ตสฺมึ อฏฺฐาสิ. ตตฺถ ฐิตํ ภควนฺตํ กาฬานุสาเรน คนฺเธน ปูเชตฺวา ‘‘สมุทฺธรสิมํ โลก’’นฺติอาทิกาหิ ทสหิ คาถาหิ อภิตฺถวิ. ตํ สตฺถา ‘‘อนาคเต อิโต สตสหสฺสกปฺปมตฺถเก โคตมสฺส นาม สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา ฉฬภิญฺโญ ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ตโต ยาวายํ พุทฺธุปฺปาโท, ตาว เทวมนุสฺเสสุ สํสรนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อธิมุตฺโตติ ลทฺธนาโม วิญฺญุตํ ปตฺโต พฺราหฺมณวิชฺชาสุ นิปฺผตฺตึ คนฺตฺวา ตตฺถ สารํ อปสฺสนฺโต ปจฺฉิมภวิกตฺตา นิสฺสรณํ คเวสนฺโต เชตวนปฏิคฺคหเณ พุทฺธานุภาวํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๔๐.๓๐๔-๓๓๒) –

‘‘กณิการํว ชลิตํ, ทีปรุกฺขํว อุชฺชลํ;

โอสธึว วิโรจนฺตํ, วิชฺชุตํ คคเน ยถา.

‘‘อสมฺภีตํ อนุตฺตาสึ, มิคราชํว เกสรึ;

ญาณาโลกํ ปกาเสนฺตํ, มทฺทนฺตํ ติตฺถิเย คเณ.

‘‘อุทฺธรนฺตํ อิมํ โลกํ, ฉินฺทนฺตํ สพฺพสํสยํ;

คชฺชนฺตํ มิคราชํว, อทฺทสํ โลกนายกํ.

‘‘ชฏาชินธโร อาสึ, พฺรหา อุชุ ปตาปวา;

วากจีรํ คเหตฺวาน, ปาทมูเล อปตฺถรึ.

‘‘กาฬานุสาริยํ คยฺหํ, อนุลิมฺปึ ตถาคตํ;

สมฺพุทฺธมนุลิมฺเปตฺวา, สนฺถวึ โลกนายกํ.

‘‘สมุทฺธรสิมํ โลกํ, โอฆติณฺณ มหามุนิ;

ญาณาโลเกน โชเตสิ, นาวฏํ ญาณมุตฺตมํ.

‘‘ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ, มทฺทเส ปรติตฺถิเย;

อุสโภ ชิตสงฺคาโม, สมฺปกมฺเปสิ เมทนึ.

‘‘มหาสมุทฺเท อูมิโย, เวลนฺตมฺหิ ปภิชฺชเร;

ตเถว ตว ญาณมฺหิ, สพฺพทิฏฺฐี ปภิชฺชเร.

‘‘สุขุมจฺฉิกชาเลน, สรมฺหิ สมฺปตานิเต;

อนฺโตชาลีกตา ปาณา, ปีฬิตา โหนฺติ ตาวเท.

‘‘ตเถว ติตฺถิยา โลเก, ปุถุปาสณฺฑนิสฺสิตา;

อนฺโตญาณวเร ตุยฺหํ, ปริวตฺตนฺติ มาริส.

‘‘ปติฏฺฐา วุยฺหตํ โอเฆ, ตฺวญฺหิ นาโถ อพนฺธุนํ;

ภยฏฺฏิตานํ สรณํ, มุตฺติตฺถีนํ ปรายณํ.

‘‘เอกวีโร อสทิโส, เมตฺตากรุณสญฺจโย;

อสโม สุสโม สนฺโต, วสี ตาที ชิตญฺชโย.

‘‘ธีโร วิคตสมฺโมโห, อเนโช อกถํกถี;

ตุสิโต วนฺตโทโสสิ, นิมฺมโล สํยโต สุจิ.

‘‘สงฺคาติโค หตมโท, เตวิชฺโช ติภวนฺตโค;

สีมาติโค ธมฺมครุ, คตตฺโถ หิตวพฺภุโต.

‘‘ตารโก ตฺวํ ยถา นาวา, นิธีวสฺสาสการโก;

อสมฺภีโต ยถา สีโห, คชราชาว ทปฺปิโต.

‘‘โถเมตฺวา ทสคาถาหิ, ปทุมุตฺตรํ มหายสํ;

วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท, ตุณฺหี อฏฺฐาสหํ ตทา.

‘‘ปทุมุตฺตโร โลกวิทู, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;

ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา, อิมา คาถา อภาสถ.

‘‘โย เม สีลญฺจ ญาณญฺจ, สทฺธมฺมญฺจาปิ วณฺณยิ;

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.

‘‘สฏฺฐิ กปฺปสหสฺสานิ, เทวโลเก รมิสฺสติ;

อญฺเญ เทเวภิภวิตฺวา, อิสฺสรํ การยิสฺสติ.

‘‘โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวาน, สุกฺกมูเลน โจทิโต;

โคตมสฺส ภควโต, สาสเน ปพฺพชิสฺสติ.

‘‘ปพฺพชิตฺวาน กาเยน, ปาปกมฺมํ วิวชฺชิย;

สพฺพาสเว ปริญฺญาย, นิพฺพายิสฺสตินาสโว.

‘‘ยถาปิ เมโฆ ถนยํ, ตปฺเปติ เมทนึ อิมํ;

ตเถว ตฺวํ มหาวีร, ธมฺเมน ตปฺปยี มมํ.

‘‘สีลํ ปญฺญญฺจ ธมฺมญฺจ, ถวิตฺวา โลกนายกํ;

ปตฺโตมฺหิ ปรมํ สนฺตึ, นิพฺพานํ ปทมจฺจุตํ.

‘‘อโห นูน ส ภควา, จิรํ ติฏฺเฐยฺย จกฺขุมา;

อญฺญาตญฺจ วิชาเนยฺยุํ, ผุเสยฺยุํ อมตํ ปทํ.

‘‘อยํ เม ปจฺฉิมา ชาติ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;

สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.

‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ พุทฺธมภิโถมยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, กิตฺตนาย อิทํ ผลํ.

‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสน’’นฺติ.

อรหตฺตํ ปน ปตฺวา อตฺตนา สห วสนฺเต กายทฬฺหิพหุเล ภิกฺขู โอวทนฺโต –

๑๑๔. ‘‘กายทุฏฺฐุลฺลครุโน, หิยฺยมานมฺหิ ชีวิเต;

สรีรสุขคิทฺธสฺส, กุโต สมณสาธุตา’’ติ. – คาถํ อภาสิ;

ตตฺถ กายทุฏฺฐุลฺลครุโนติ ทุฏฺฐุลฺลํ อสุภโยคฺยตา, กายสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ กายทุฏฺฐุลฺลํ, กายทุฏฺฐุลฺลํ ครุ สมฺภาวิตํ ยสฺส โส กายทุฏฺฐุลฺลครุ, อนิสฺสรณปฺปญฺโญ หุตฺวา กายโปสนปฺปสุโต กายทฬฺหิพหุโลติ อตฺโถ, ตสฺส กายทุฏฺฐุลฺลครุโน. หิยฺยมานมฺหิ ชีวิเตติ กุนฺนทีนํ อุทกํ วิย ชีวิตสงฺขาเร ลหุโส ขียมาเน. สรีรสุขคิทฺธสฺสาติ ปณีตาหาราทีหิ อตฺตโน กายสฺส สุเขน เคธํ อาปนฺนสฺส. กุโต สมณสาธุตาติ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส สมณภาเวน สาธุตา สุสมณตา กุโต เกน การเณน สิยา, เอกํสโต ปน กาเย ชีวิเต จ นิรเปกฺขสฺส อิตรีตรสนฺโตเสน สนฺตุฏฺฐสฺส อารทฺธวีริยสฺเสว สมณสาธุตาติ อธิปฺปาโย.

อธิมุตฺตตฺเถรคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. มหานามตฺเถรคาถาวณฺณนา

เอสาวหิยฺยเส ปพฺพเตนาติ อายสฺมโต มหานามตฺเถรสฺส คาถา. กา อุปฺปตฺติ? อยมฺปิ ปุริมพุทฺเธสุ กตาธิกาโร ตตฺถ ตตฺถ ภเว ปุญฺญานิ อุปจินนฺโต สุเมธสฺส ภควโต กาเล พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา พฺราหฺมณวิชฺชาสุ นิปฺผตฺตึ คโต ฆราวาสํ ปหาย อญฺญตราย นทิยา ตีเร อสฺสมํ กาเรตฺวา สมฺพหุเล พฺราหฺมเณ มนฺเต วาเจนฺโต วิหรติ. อเถกทิวสํ ภควา ตํ อนุคฺคณฺหิตุํ ตสฺส อสมปทํ อุปคจฺฉิ. โส ภควนฺตํ ทิสฺวา ปสนฺนจิตฺโต อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ. นิสินฺเน ภควติ สุมธุรํ มธุํ อุปนาเมสิ. ตํ ภควา ปริภุญฺชิตฺวา เหฏฺฐา อธิมุตฺตตฺเถรวตฺถุมฺหิ วุตฺตนเยน อนาคตํ พฺยากริตฺวา ปกฺกามิ. โส เตน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อปราปรํ สุคตีสุเยว ปริวตฺเตนฺโต อิมสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา มหานาโมติ ลทฺธนาโม วิญฺญุตํ ปตฺโต ภควโต สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสทฺโธ ปพฺพชิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา เนสาทเก นาม ปพฺพเต วิหรนฺโต กิเลสปริยุฏฺฐานํ วิกฺขมฺเภตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘กึ เม อิมินา สํกิลิฏฺฐจิตฺตสฺส ชีวิเตนา’’ติ อตฺตภาวํ นิพฺพินฺทนฺโต อุจฺจํ ปพฺพตสิขรํ อภิรุหิตฺวา ‘‘อิโต ปาเตตฺวา ตํ มาเรสฺสามี’’ติ อตฺตานํ ปรํ วิย นิทฺทิสนฺโต –

๑๑๕. ‘‘เอสาวหิยฺยเส ปพฺพเตน, พหุกุฏชสลฺลกิเกน;

เนสาทเกน คิรินา, ยสสฺสินา ปริจฺฉเทนา’’ติ. – คาถํ อภาสิ;

ตตฺถ เอสาวหิยฺยเสติ เอโส ตฺวํ มหานาม อวหิยฺยเส ปริหายสิ. ปพฺพเตนาติ นิวาสฏฺฐานภูเตน อิมินา ปพฺพเตน. พหุกุฏชสลฺลกิเกนาติ พหูหิ กุฏเชหิ อินฺทสาลรุกฺเขหิ สลฺลกีหิ อินฺทสาลรุกฺเขหิ วา สมนฺนาคเตน. เนสาทเกนาติ เอวํนามเกน. คิรินาติ เสเลน. เสโล หิ สนฺธิสงฺขาเตหิ ปพฺเพหิ ฐิตตฺตา ‘‘ปพฺพโต’’ติ, ปสวนาทิวเสน ชลสฺส, สารภูตานํ เภสชฺชาทิวตฺถูนญฺจ คิรณโต ‘‘คิรี’’ติ วุจฺจติ. ตทุภยตฺถสมฺภวโต ปเนตฺถ ‘‘ปพฺพเตนา’’ติ วตฺวา ‘‘คิรินา’’ติ จ วุตฺตํ. ยสสฺสินาติ สพฺพคุเณหิ วิสฺสุเตน ปกาเสน. ปริจฺฉเทนาติ นานาวิธรุกฺขคจฺฉลตาหิ สมนฺตโต ฉนฺเนน, วสนฏฺฐานตาย วา ตุยฺหํ ปริจฺฉทภูเตน. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – มหานาม, ยทิ กมฺมฏฺฐานํ วิสฺสชฺเชตฺวา วิตกฺกพหุโล โหสิ, เอวํ ตฺวํ อิมินา ฉายูทกสมฺปนฺเนน สปฺปาเยน นิวาสนฏฺฐานภูเตน เนสาทกคิรินา ปริหายสิ, อิทานิหํ ตํ อิโต ปาเตตฺวา มาเรสฺสามิ, ตสฺมา น ลพฺภา วิตกฺกวสิเกน ภวิตุนฺติ. เอวํ เถโร อตฺตานํ สนฺตชฺเชนฺโตเยว วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ อปทาเน (อป. เถร ๑.๔๐.๓๓๓-๓๕๒) –

‘‘สินฺธุยา นทิยา ตีเร, สุกโต อสฺสโม มม;

ตตฺถ วาเจมหํ สิสฺเส, อิติหาสํ สลกฺขณํ.

‘‘ธมฺมกามา วินีตา เต, โสตุกามา สุสาสนํ;

ฉฬงฺเค ปารมิปฺปตฺตา, สินฺธุกูเล วสนฺติ เต.

‘‘อุปฺปาตคมเน เจว, ลกฺขเณสุ จ โกวิทา;

อุตฺตมตฺถํ คเวสนฺตา, วสนฺติ วิปิเน ตทา.

‘‘สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ, โลเก อุปฺปชฺชิ ตาวเท;

อมฺหากํ อนุกมฺปนฺโต, อุปาคจฺฉิ วินายโก.

‘‘อุปาคตํ มหาวีรํ, สุเมธํ โลกนายกํ;

ติณสนฺถารกํ กตฺวา, โลกเชฏฺฐสฺสทาสหํ.

‘‘วิปินาโต มธุํ คยฺห, พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ;

สมฺพุทฺโธ ปริภุญฺชิตฺวา, อิทํ วจนมพฺรวิ.

‘‘โย ตํ อทาสิ มธุํ เม, ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ;

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.

‘‘อิมินา มธุทาเนน, ติณสนฺถารเกน จ;

ตึส กปฺปสหสฺสานิ, เทวโลเก รมิสฺสติ.

‘‘ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, โอกฺกากกุลสมฺภโว;

โคตโม นาม โคตฺเตน, สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ.

‘‘ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท, โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต;

สพฺพาสเว ปริญฺญาย, นิพฺพายิสฺสตินาสโว.

‘‘เทวโลกา อิธาคนฺตฺวา, มาตุกุจฺฉึ อุปาคเต;

มธุวสฺสํ ปวสฺสิตฺถ, ฉาทยํ มธุนา มหึ.

‘‘มยิ นิกฺขนฺตมตฺตมฺหิ, กุจฺฉิยา จ สุทุตฺตรา;

ตตฺราปิ มธุวสฺสํ เม, วสฺสเต นิจฺจกาลิกํ.

‘‘อคารา อภินิกฺขมฺม, ปพฺพชึ อนคาริยํ;

ลาภี อนฺนสฺส ปานสฺส, มธุทานสฺสิทํ ผลํ.

‘‘สพฺพกามสมิทฺโธหํ, ภวิตฺวา เทวมานุเส;

เตเนว มธุทาเนน, ปตฺโตมฺหิ อาสวกฺขยํ.

‘‘วุฏฺฐมฺหิ เทเว จตุรงฺคุเล ติเณ, สมฺปุปฺผิเต ธรณีรุเห สญฺฉนฺเน;