๑๓. มหาพฺยูหสุตฺตวณฺณนา
๙๐๒. เย เกจิเมติ มหาพฺยูหสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อิทมฺปิ ตสฺมึเยว มหาสมเย ‘‘กึ นุ โข อิเม ทิฏฺฐิปริพฺพสานา วิญฺญูนํ สนฺติกา นินฺทเมว ลภนฺติ, อุทาหุ ปสํสมฺปี’’ติ อุปฺปนฺนจิตฺตานํ เอกจฺจานํ เทวตานํ ตมตฺถํ อาวิกาตุํ ปุริมนเยน นิมฺมิตพุทฺเธน อตฺตานํ ปุจฺฉาเปตฺวา วุตฺตํ. ตตฺถ อนฺวานยนฺตีติ อนุ อานยนฺติ, ปุนปฺปุนํ อาหรนฺติ.
๙๐๓. อิทานิ ยสฺมา เต ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ วทนฺตา ทิฏฺฐิคติกา วาทิโน กทาจิ กตฺถจิ ปสํสมฺปิ ลภนฺติ, ยํ เอตํ ปสํสาสงฺขาตํ วาทผลํ, ตํ อปฺปํ ราคาทีนํ สมาย สมตฺถํ น โหติ, โก ปน วาโท ทุติเย นินฺทาผเล, ตสฺมา เอตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อิมํ ตาว วิสฺสชฺชนคาถมาห. ‘‘อปฺปญฺหิ เอตํ น อลํ สมาย, ทุเว วิวาทสฺส ผลานิ พฺรูมี’’ติอาทิ. ตตฺถ ทุเว วิวาทสฺส ผลานีติ นินฺทา ปสํสา จ, ชยปราชยาทีนิ วา ตํสภาคานิ. เอตมฺปิ ทิสฺวาติ ‘‘นินฺทา อนิฏฺฐา เอว, ปสํสา นาลํ สมายา’’ติ เอตมฺปิ วิวาทผเล อาทีนวํ ทิสฺวา. เขมาภิปสฺสํ อวิวาทภูมินฺติ อวิวาทภูมึ นิพฺพานํ ‘‘เขม’’นฺติ ปสฺสมาโน.
๙๐๔. เอวญฺหิ อวิวทมาโน – ยา กาจิมาติ คาถา. ตตฺถ สมฺมุติโยติ ทิฏฺฐิโย. ปุถุชฺชาติ ปุถุชฺชนสมฺภวา. โส อุปยํ กิเมยฺยาติ โส อุปคนฺตพฺพฏฺเฐน อุปยํ รูปาทีสุ เอกมฺปิ ธมฺมํ กึ อุเปยฺย, เกน วา การเณน อุเปยฺย. ทิฏฺเฐ สุเต ขนฺติมกุพฺพมาโนติ ทิฏฺฐสุตสุทฺธีสุ เปมํ อกโรนฺโต.
๙๐๕. อิโต พาหิรา ปน – สีลุตฺตมาติ คาถา. ตสฺสตฺโถ – สีลํเยว ‘‘อุตฺตม’’นฺติ มญฺญมานา สีลุตฺตมา เอเก โภนฺโต สํยมมตฺเตน สุทฺธึ วทนฺติ, หตฺถิวตาทิญฺจ วตํ สมาทาย อุปฏฺฐิตา, อิเธว ทิฏฺฐิยํ อสฺส สตฺถุโน สุทฺธินฺติ ภวูปนีตา ภวชฺโฌสิตา สมานา วทนฺติ, อปิจ เต กุสลา วทานา ‘‘กุสลา มย’’นฺติ เอวํ วาทา.
๙๐๖. เอวํ สีลุตฺตเมสุ จ เตสุ ตถา ปฏิปนฺโน โย โกจิ – สเจ จุโตติ คาถา. ตสฺสตฺโถ – สเจ ตโต สีลวตโต ปรวิจฺฉนฺทเนน วา อนภิสมฺภุณนฺโต วา จุโต โหติ, โส ตํ สีลพฺพตาทิกมฺมํ ปุญฺญาภิสงฺขาราทิกมฺมํ วา วิราธยิตฺวา ปเวธตี. น เกวลญฺจ เวธติ, อปิจ โข ตํ สีลพฺพตสุทฺธึ ปชปฺปตี จ วิปฺปลปติ ปตฺถยตี จ. กิมิว? สตฺถาว หีโน ปวสํ ฆรมฺหา. ฆรมฺหา ปวสนฺโต สตฺถโต หีโน ยถา ตํ ฆรํ วา สตฺถํ วา ปตฺเถยฺยาติ.
๙๐๗. เอวํ ปน สีลุตฺตมานํ เวธการณํ อริยสาวโก – สีลพฺพตํ วาปิ ปหาย สพฺพนฺติ คาถา. ตตฺถ สาวชฺชนวชฺชนฺติ สพฺพากุสลํ โลกิยกุสลญฺจ. เอตํ สุทฺธึ อสุทฺธินฺติ อปตฺถยาโนติ ปญฺจกามคุณาทิเภทํ เอตํ สุทฺธึ, อกุสลาทิเภทํ อสุทฺธิญฺจ อปตฺถยมาโน. วิรโต จเรติ สุทฺธิยา อสุทฺธิยา จ วิรโต จเรยฺย. สนฺติมนุคฺคหายาติ ทิฏฺฐึ อคเหตฺวา.
๙๐๘. เอวํ อิโต พาหิรเก สีลุตฺตเม สํยเมน วิสุทฺธิวาเท เตสํ วิฆาตํ สีลพฺพตปฺปหายิโน อรหโต จ ปฏิปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อญฺญถาปิ สุทฺธิวาเท พาหิรเก ทสฺเสนฺโต ‘‘ตมูปนิสฺสายา’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – สนฺตญฺเญปิ สมณพฺราหฺมณา, เต ชิคุจฺฉิตํ อมรนฺตปํ วา ทิฏฺฐสุทฺธิอาทีสุ วา อญฺญตรญฺญตรํ อุปนิสฺสาย อกิริยทิฏฺฐิยา วา อุทฺธํสรา หุตฺวา ภวาภเวสุ อวีตตณฺหาเส สุทฺธิมนุตฺถุนนฺติ วทนฺติ กเถนฺตีติ.
๙๐๙. เอวํ เตสํ อวีตตณฺหานํ สุทฺธึ อนุตฺถุนนฺตานํ โยปิ สุทฺธิปฺปตฺตเมว อตฺตานํ มญฺเญยฺย, ตสฺสปิ อวีตตณฺหตฺตา ภวาภเวสุ ตํ ตํ วตฺถุํ ปตฺถยมานสฺส หิ ชปฺปิตานิ ปุนปฺปุนํ โหนฺติเยวาติ อธิปฺปาโย. ตณฺหา หิ อาเสวิตา ตณฺหํ วฑฺฒยเตว. น เกวลญฺจ ชปฺปิตานิ, ปเวธิตํ วาปิ ปกปฺปิเตสุ, ตณฺหาทิฏฺฐีหิ จสฺส ปกปฺปิเตสุ วตฺถูสุ ปเวธิตมฺปิ โหตีติ วุตฺตํ โหติ. ภวาภเวสุ ปน วีตตณฺหตฺตา อายตึ จุตูปปาโต อิธ ยสฺส นตฺถิ, สเกน เวเธยฺย กุหึว ชปฺเปติ อยเมติสฺสา คาถาย สมฺพนฺโธ. เสสํ นิทฺเทเส วุตฺตนยเมว.
๙๑๐-๑๑. ยมาหูติ ปุจฺฉาคาถา. อิทานิ ยสฺมา เอโกปิ เอตฺถ วาโท สจฺโจ นตฺถิ, เกวลํ ทิฏฺฐิมตฺตเกน หิ เต วทนฺติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สกญฺหี’’ติ อิมํ ตาว วิสฺสชฺชนคาถมาห. ตตฺถ สมฺมุตินฺติ ทิฏฺฐึ.
๙๑๒. เอวเมเตสุ สกํ ธมฺมํ ปริปุณฺณํ พฺรุวนฺเตสุ อญฺญสฺส ปน ธมฺมํ ‘‘หีน’’นฺติ วทนฺเตสุ ยสฺส กสฺสจิ – ปรสฺส เจ วมฺภยิเตน หีโนติ คาถา. ตสฺสตฺโถ – ยทิ ปรสฺส นินฺทิตการณา หีโน ภเวยฺย, น โกจิ ธมฺเมสุ วิเสสิ อคฺโค ภเวยฺย. กึ การณํ? ปุถู หิ อญฺญสฺส วทนฺติ ธมฺมํ, นิหีนโต สพฺเพว เต สมฺหิ ทฬฺหํ วทานา สกธมฺเม ทฬฺหวาทา เอว.
๙๑๓. กิญฺจ ภิยฺโย – สทฺธมฺมปูชาติ คาถา. ตสฺสตฺโถ – เต จ ติตฺถิยา ยถา ปสํสนฺติ สกายนานิ, สทฺธมฺมปูชาปิ เนสํ ตเถว วตฺตติ. เต หิ อติวิย สตฺถาราทีนิ สกฺกโรนฺติ. ตตฺถ ยทิ เต ปมาณา สิยุํ, เอวํ สนฺเต สพฺเพว วาทา ตถิยา ภเวยฺยุํ. กึ การณํ? สุทฺธี หิ เนสํ ปจฺจตฺตเมว, น สา อญฺญตฺร สิชฺฌติ, นาปิ ปรมตฺถโต. อตฺตนิ ทิฏฺฐิคาหมตฺตเมว หิ ตํ เตสํ ปรปจฺจยเนยฺยพุทฺธีนํ.
๙๑๔. โย วา ปน วิปรีโต พาหิตปาปตฺตา พฺราหฺมโณ, ตสฺส – น พฺราหฺมณสฺส ปรเนยฺยมตฺถีติ คาถา. ตสฺสตฺโถ – พฺราหฺมณสฺส หิ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทินา (ธ. ป. ๒๗๗; เนตฺติ. ๕) นเยน สุทิฏฺฐตฺตา ปเรน เนตพฺพํ ญาณํ นตฺถิ, ทิฏฺฐิธมฺเมสุ ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ นิจฺฉินิตฺวา สมุคฺคหีตมฺปิ นตฺถิ. ตํการณา โส ทิฏฺฐิกลหานิ อตีโต, น จ โส เสฏฺฐโต ปสฺสติ ธมฺมมญฺญํ อญฺญตฺร สติปฏฺฐานาทีหิ.
๙๑๕. ชานามีติ คาถาย สมฺพนฺโธ อตฺโถ จ – เอวํ ตาว ปรมตฺถพฺราหฺมโณ น หิ เสฏฺฐโต ปสฺสติ ธมฺมมญฺญํ, อญฺเญ ปน ติตฺถิยา ปรจิตฺตญาณาทีหิ ชานนฺตา ปสฺสนฺตาปิ ‘‘ชานามิ ปสฺสามิ ตเถว เอต’’นฺติ เอวํ วทนฺตาปิ จ ทิฏฺฐิยา สุทฺธึ ปจฺเจนฺติ. กสฺมา? ยสฺมา เตสุ เอโกปิ อทฺทกฺขิ เจ อทฺทส เจปิ เตน ปรจิตฺตญาณาทินา ยถาภูตํ อตฺถํ, กิญฺหิ ตุมสฺส เตน ตสฺส เตน ทสฺสเนน กึ กตํ, กึ ทุกฺขปริญฺญา สาธิตา, อุทาหุ สมุทยปหานาทีนํ อญฺญตรํ, ยโต สพฺพถาปิ อติกฺกมิตฺวา อริยมคฺคํ เต ติตฺถิยา อญฺเญเนว วทนฺติ สุทฺธึ, อติกฺกมิตฺวา วา เต ติตฺถิเย พุทฺธาทโย อญฺเญเนว วทนฺติ สุทฺธินฺติ.
๙๑๖. ปสฺสํ นโรติ คาถาย สมฺพนฺโธ อตฺโถ จ. กิญฺจ ภิยฺโย? ยฺวายํ ปรจิตฺตญาณาทีหิ อทฺทกฺขิ, โส ปสฺสํ นโร ทกฺขติ นามรูปํ, น ตโต ปรํ ทิสฺวาน วา ญสฺสติ ตานิเมว นามรูปานิ นิจฺจโต สุขโต วา น อญฺญถา. โส เอวํ ปสฺสนฺโต กามํ พหุํ ปสฺสตุ อปฺปกํ วา นามรูปํ นิจฺจโต สุขโต จ, อถสฺส เอวรูเปน ทสฺสเนน น หิ เตน สุทฺธึ กุสลา วทนฺตีติ.
๙๑๗. นิวิสฺสวาทีติ คาถาย สมฺพนฺโธ อตฺโถ จ – เตน จ ทสฺสเนน สุทฺธิยา อสติยาปิ โย ‘‘ชานามิ ปสฺสามิ ตเถว เอต’’นฺติ เอวํ นิวิสฺสวาที, เอตํ วา ทสฺสนํ ปฏิจฺจ ทิฏฺฐิยา สุทฺธึ ปจฺเจนฺโต ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ เอวํ นิวิสฺสวาที, โส สุพฺพินโย น โหติ ตํ ตถา ปกปฺปิตํ อภิสงฺขตํ ทิฏฺฐึ ปุเรกฺขราโน. โส หิ ยํ สตฺถาราทึ นิสฺสิโต, ตตฺเถว สุภํ วทาโน สุทฺธึ วโท, ‘‘ปริสุทฺธวาโท ปริสุทฺธทสฺสโน วา อห’’นฺติ อตฺตานํ มญฺญมาโน ตตฺถ ตถทฺทสา โส, ตตฺถ สกาย ทิฏฺฐิยา อวิปรีตเมว โส อทฺทส. ยถา สา ทิฏฺฐิ ปวตฺตติ, ตเถว นํ อทฺทส, น อญฺญถา ปสฺสิตุํ อิจฺฉตีติ อธิปฺปาโย.
๙๑๘. เอวํ ปกปฺปิตํ ทิฏฺฐึ ปุเรกฺขราเนสุ ติตฺถิเยสุ – น พฺราหฺมโณ กปฺปมุเปติ สงฺขาติ คาถา. ตตฺถ สงฺขาติ สงฺขาย, ชานิตฺวาติ อตฺโถ. นปิ ญาณพนฺธูติ สมาปตฺติญาณาทินา อกตตณฺหาทิฏฺฐิพนฺธุ. ตตฺถ วิคฺคโห – นาปิ อสฺส ญาเณน กโต พนฺธุ อตฺถีติ นปิ ญาณพนฺธุ. สมฺมุติโยติ ทิฏฺฐิสมฺมุติโย. ปุถุชฺชาติ ปุถุชฺชนสมฺภวา. อุคฺคหณนฺติ มญฺเญติ อุคฺคหณนฺติ อญฺเญ, อญฺเญ ตา สมฺมุติโย อุคฺคณฺหนฺตีติ วุตฺตํ โหติ.
๙๑๙. กิญฺจ ภิยฺโย – วิสฺสชฺช คนฺถานีติ คาถา. ตตฺถ อนุคฺคโหติ อุคฺคหณวิรหิโต, โสปิ นาสฺส อุคฺคโหติ อนุคฺคโห, น วา อุคฺคณฺหาตีติ อนุคฺคโห.
๙๒๐. กิญฺจ ภิยฺโย – โส เอวรูโป – ปุพฺพาสเวติ คาถา. ตตฺถ ปุพฺพาสเวติ อตีตรูปาทีนิ อารพฺภ อุปฺปชฺชมานธมฺเม กิเลเส. นเวติ ปจฺจุปฺปนฺนรูปาทีนิ อารพฺภ อุปฺปชฺชมานธมฺเม. น ฉนฺทคูติ ฉนฺทาทิวเสน น คจฺฉติ. อนตฺตครหีติ กตากตวเสน อตฺตานํ อครหนฺโต.
๙๒๑. เอวํ อนตฺตครหี จ – ส สพฺพธมฺเมสูติ คาถา. ตตฺถ สพฺพธมฺเมสูติ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิธมฺเมสุ ‘‘ยํ กิญฺจิ ทิฏฺฐํ วา’’ติ เอวํปเภเทสุ. ปนฺนภาโรติ ปติตภาโร. น กปฺเปตีติ น กปฺปิโย, ทุวิธมฺปิ กปฺปํ น กโรตีติ อตฺโถ. นูปรโตติ ปุถุชฺชนกลฺยาณกเสกฺขา วิย อุปรติสมงฺคีปิ น โหติ. น ปตฺถิโยติ นิตฺตโณฺห. ตณฺหา หิ ปตฺถิยตีติ ปตฺถิยา, นาสฺส ปตฺถิยาติ น ปตฺถิโยติ. เสสํ ตตฺถ ตตฺถ ปากฏเมวาติ น วุตฺตํ. เอวํ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ, เทสนาปริโยสาเน ปุราเภทสุตฺเต วุตฺตสทิโส เอวาภิสมโย อโหสีติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย มหาพฺยูหสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.