๔. อฏฺฐกวคฺโค
๑. กามสุตฺตวณฺณนา
๗๗๓. กามํ กามยมานสฺสาติ กามสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควติ กิร สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต อญฺญตโร พฺราหฺมโณ สาวตฺถิยา เชตวนสฺส จ อนฺตเร อจิรวตีนทีตีเร ‘‘ยวํ วปิสฺสามี’’ติ เขตฺตํ กสติ. ภควา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ปิณฺฑาย ปวิสนฺโต ตํ ทิสฺวา อาวชฺเชนฺโต อทฺทส – ‘‘อสฺส พฺราหฺมณสฺส ยวา วินสฺสิสฺสนฺตี’’ติ, ปุน อุปนิสฺสยสมฺปตฺตึ อาวชฺเชนฺโต จสฺส โสตาปตฺติผลสฺส อุปนิสฺสยํ อทฺทส. ‘‘กทา ปาปุเณยฺยา’’ติ อาวชฺเชนฺโต ‘‘สสฺเส วินฏฺเฐ โสกาภิภูโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา’’ติ อทฺทส. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ ตทา เอว พฺราหฺมณํ อุปสงฺกมิสฺสามิ, น เม โอวาทํ โสตพฺพํ มญฺญิสฺสติ. นานารุจิกา หิ พฺราหฺมณา, หนฺท, นํ อิโต ปภุติเยว สงฺคณฺหามิ, เอวํ มยิ มุทุจิตฺโต หุตฺวา ตทา โอวาทํ โสสฺสตี’’ติ พฺราหฺมณํ อุปสงฺกมิตฺวา อาห – ‘‘กึ, พฺราหฺมณ, กโรสี’’ติ. พฺราหฺมโณ ‘‘เอวํ อุจฺจากุลีโน สมโณ โคตโม มยา สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรตี’’ติ ตาวตเกเนว ภควติ ปสนฺนจิตฺโต หุตฺวา ‘‘เขตฺตํ, โภ โคตม, กสามิ ยวํ วปิสฺสามี’’ติ อาห. อถ สาริปุตฺตตฺเถโร จินฺเตสิ – ‘‘ภควา พฺราหฺมเณน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ อกาสิ, น จ อเหตุ อปฺปจฺจยา ตถาคตา เอวํ กโรนฺติ, หนฺทาหมฺปิ เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรมี’’ติ พฺราหฺมณํ อุปสงฺกมิตฺวา ตเถว ปฏิสนฺถารมกาสิ. เอวํ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร เสสา จ อสีติ มหาสาวกา. พฺราหฺมโณ อตีว อตฺตมโน อโหสิ.
อถ ภควา สมฺปชฺชมาเนปิ สสฺเส เอกทิวสํ กตภตฺตกิจฺโจ สาวตฺถิโต เชตวนํ คจฺฉนฺโต มคฺคา โอกฺกมฺม พฺราหฺมณสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา อาห – ‘‘สุนฺทรํ เต, พฺราหฺมณ, ยวกฺเขตฺต’’นฺติ. ‘‘เอวํ, โภ โคตม, สุนฺทรํ, สเจ สมฺปชฺชิสฺสติ, ตุมฺหากมฺปิ สํวิภาคํ กริสฺสามี’’ติ. อถสฺส จตุมาสจฺจเยน ยวา นิปฺผชฺชึสุ. ตสฺส ‘‘อชฺช วา เสฺว วา ลายิสฺสามี’’ติ อุสฺสุกฺกํ กุรุมานสฺเสว มหาเมโฆ อุฏฺฐหิตฺวา สพฺพรตฺตึ วสฺสิ. อจิรวตี นที ปูรา อาคนฺตฺวา สพฺพํ ยวํ วหิ. พฺราหฺมโณ สพฺพรตฺตึ อนตฺตมโน หุตฺวา ปภาเต นทีตีรํ คโต สพฺพํ สสฺสวิปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘วินฏฺโฐมฺหิ, กถํ ทานิ ชีวิสฺสามี’’ติ พลวโสกํ อุปฺปาเทสิ. ภควาปิ ตเมว รตฺตึ ปจฺจูสสมเย พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต ‘‘อชฺช พฺราหฺมณสฺส ธมฺมเทสนากาโล’’ติ ญตฺวา ภิกฺขาจารวตฺเตน สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา พฺราหฺมณสฺส ฆรทฺวาเร อฏฺฐาสิ. พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ ทิสฺวา ‘‘โสกาภิภูตํ มํ อสฺสาเสตุกาโม สมโณ โคตโม อาคโต’’ติ จินฺเตตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา ภควนฺตํ นิสีทาเปสิ. ภควา ชานนฺโตว พฺราหฺมณํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ พฺราหฺมณ ปทุฏฺฐจิตฺโต วิหาสี’’ติ? อาม, โภ โคตม, สพฺพํ เม ยวกฺเขตฺตํ อุทเกน วูฬฺหนฺติ. อถ ภควา ‘‘น, พฺราหฺมณ, วิปนฺเน โทมนสฺสํ, สมฺปนฺเน จ โสมนสฺสํ กาตพฺพํ. กามา หิ นาม สมฺปชฺชนฺติปิ วิปชฺชนฺติปี’’ติ วตฺวา ตสฺส พฺราหฺมณสฺส สปฺปายํ ญตฺวา ธมฺมเทสนาวเสน อิมํ สุตฺตมภาสิ. ตตฺถ สงฺเขปโต ปทตฺถสมฺพนฺธมตฺตเมว วณฺณยิสฺสาม, วิตฺถาโร ปน นิทฺเทเส (มหานิ. ๑) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ยถา จ อิมสฺมึ สุตฺเต, เอวํ อิโต ปรํ สพฺพสุตฺเตสุ.
ตตฺถ กามนฺติ มนาปิยรูปาทิเตภูมกธมฺมสงฺขาตํ วตฺถุกามํ, กามยมานสฺสาติ อิจฺฉมานสฺส. ตสฺส เจ ตํ สมิชฺฌตีติ ตสฺส กามยมานสฺส สตฺตสฺส ตํ กามสงฺขาตํ วตฺถุ สมิชฺฌติ เจ, สเจ โส ตํ ลภตีติ วุตฺตํ โหติ. อทฺธา ปีติมโน โหตีติ เอกํสํ ตุฏฺฐจิตฺโต โหติ. ลทฺธาติ ลภิตฺวา. มจฺโจติ สตฺโต. ยทิจฺฉตีติ ยํ อิจฺฉติ.
๗๗๔. ตสฺส เจ กามยานสฺสาติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส กาเม อิจฺฉมานสฺส, กาเมน วา ยายมานสฺส. ฉนฺทชาตสฺสาติ ชาตตณฺหสฺส. ชนฺตุโนติ สตฺตสฺส. เต กามา ปริหายนฺตีติ เต กามา ปริหายนฺติ เจ. สลฺลวิทฺโธว รุปฺปตีติ อถ อโยมยาทินา สลฺเลน วิทฺโธ วิย ปีฬียติ.
๗๗๕. ตติยคาถาย สงฺเขปตฺโถ – โย ปน อิเม กาเม ตตฺถ ฉนฺทราควิกฺขมฺภเนน วา สมุจฺเฉเทน วา อตฺตโน ปาเทน สปฺปสฺส สิรํ อิว ปริวชฺเชติ. โส ภิกฺขุ สพฺพํ โลกํ วิสริตฺวา ฐิตตฺตา โลเก วิสตฺติกาสงฺขาตํ ตณฺหํ สโต หุตฺวา สมติวตฺตตีติ.
๗๗๖-๘. ตโต ปราสํ ติสฺสนฺนํ คาถานํ อยํ สงฺเขปตฺโถ – โย เอตํ สาลิกฺเขตฺตาทึ เขตฺตํ วา ฆรวตฺถาทึ วตฺถุํ วา กหาปณสงฺขาตํ หิรญฺญํ วา โคอสฺสเภทํ ควาสฺสํ วา อิตฺถิสญฺญิกา ถิโย วา ญาติพนฺธวาที พนฺธู วา อญฺเญ วา มนาปิยรูปาที ปุถุ กาเม อนุคิชฺฌติ, ตํ ปุคฺคลํ อพลสงฺขาตา กิเลสา พลียนฺติ สหนฺติ มทฺทนฺติ, สทฺธาพลาทิวิรเหน วา อพลํ ตํ ปุคฺคลํ อพลา กิเลสา พลียนฺติ, อพลตฺตา พลียนฺตีติ อตฺโถ. อถ ตํ กามคิทฺธํ กาเม รกฺขนฺตํ ปริเยสนฺตญฺจ สีหาทโย จ ปากฏปริสฺสยา กายทุจฺจริตาทโย จ อปากฏปริสฺสยา มทฺทนฺติ, ตโต อปากฏปริสฺสเยหิ อภิภูตํ ตํ ปุคฺคลํ ชาติอาทิทุกฺขํ ภินฺนํ นาวํ อุทกํ วิย อเนฺวติ. ตสฺมา กายคตาสติอาทิภาวนาย ชนฺตุ สทา สโต หุตฺวา วิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทวเสน รูปาทีสุ วตฺถุกาเมสุ สพฺพปฺปการมฺปิ กิเลสกามํ ปริวชฺเชนฺโต กามานิ ปริวชฺชเย. เอวํ เต กาเม ปหาย ตปฺปหานกรมคฺเคเนว จตุพฺพิธมฺปิ ตเร โอฆํ ตเรยฺย ตริตุํ สกฺกุเณยฺย. ตโต ยถา ปุริโส อุทกครุกํ นาวํ สิญฺจิตฺวา ลหุกาย นาวาย อปฺปกสิเรเนว ปารคู ภเวยฺย, ปารํ คจฺเฉยฺย, เอวเมว อตฺตภาวนาวํ กิเลสูทกครุกํ สิญฺจิตฺวา ลหุเกน อตฺตภาเวน ปารคู ภเวยฺย, สพฺพธมฺมปารํ นิพฺพานํ คโต ภเวยฺย, อรหตฺตปฺปตฺติยา คจฺเฉยฺย จ, อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพาตีติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. เทสนาปริโยสาเน พฺราหฺมโณ จ พฺราหฺมณี จ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสูติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย กามสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. คุหฏฺฐกสุตฺตวณฺณนา
๗๗๙. สตฺโต คุหายนฺติ คุหฏฺฐกสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควติ กิร สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต อายสฺมา ปิณฺโฑลภารทฺวาโช โกสมฺพิยํ คํงฺคาตีเร อาวฏฺฏกํ นาม อุเตนสฺส อุยฺยานํ, ตตฺถ อคมาสิ สีตเล ปเทเส ทิวาวิหารํ นิสีทิตุกาโม. อญฺญทาปิ จายํ คจฺฉเตว ตตฺถ ปุพฺพาเสวเนน ยถา ควมฺปติตฺเถโร ตาวตึสภวนนฺติ วุตฺตนยเมตํ วงฺคีสสุตฺตวณฺณนายํ. โส ตตฺถ คงฺคาตีเร สีตเล รุกฺขมูเล สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา ทิวาวิหารํ นิสีทิ. ราชาปิ โข อุเตโน ตํ ทิวสํเยว อุยฺยานกีฬิกํ คนฺตฺวา พหุเทว ทิวสภาคํ นจฺจคีตาทีหิ อุยฺยาเน กีฬิตฺวา ปานมทมตฺโต เอกิสฺสา อิตฺถิยา องฺเก สีสํ กตฺวา สยิ. เสสิตฺถิโย ‘‘สุตฺโต ราชา’’ติ อุฏฺฐหิตฺวา อุยฺยาเน ปุปฺผผลาทีนิ คณฺหนฺติโย เถรํ ทิสฺวา หิโรตฺตปฺปํ อุปฏฺฐาเปตฺวา ‘‘มา สทฺทํ อกตฺถา’’ติ อญฺญมญฺญํ นิวาเรตฺวา อปฺปสทฺทา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เถรํ สมฺปริวาเรตฺวา นิสีทึสุ. เถโร สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ตาสํ ธมฺมํ เทเสสิ, ตา ตุฏฺฐา ‘‘สาธุ สาธู’’ติ วตฺวา สุณนฺติ.
รญฺโญ สีสํ องฺเกนาทาย นิสินฺนิตฺถี ‘‘อิมา มํ โอหาย กีฬนฺตี’’ติ ตาสุ อิสฺสาปกตา อูรุํ จาเลตฺวา ราชานํ ปโพเธสิ. ราชา ปฏิพุชฺฌิตฺวา อิตฺถาคารํ อปสฺสนฺโต ‘‘กุหึ อิมา วสลิโย’’ติ อาห. สา อาห – ‘‘ตุเมฺหสุ อพหุกตา ‘สมณํ รมยิสฺสามา’ติ คตา’’ติ. โส กุทฺโธ เถราภิมุโข อคมาสิ. ตา อิตฺถิโย ราชานํ ทิสฺวา เอกจฺจา อุฏฺฐหึสุ, เอกจฺจา ‘‘มหาราช, ปพฺพชิตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุณามา’’ติ น อุฏฺฐหึสุ. โส เตน ภิยฺโยโสมตฺตาย กุทฺโธ เถรํ อวนฺทิตฺวาว ‘‘กิมตฺถํ อาคโตสี’’ติ อาห. ‘‘วิเวกตฺถํ มหาราชา’’ติ. โส ‘‘วิเวกตฺถาย อาคตา เอวํ อิตฺถาคารปริวุตา นิสีทนฺตี’’ติ วตฺวา ‘‘ตว วิเวกํ กเถหี’’ติ อาห. เถโร วิสารโทปิ วิเวกกถาย ‘‘นายํ อญฺญาตุกาโม ปุจฺฉตี’’ติ ตุณฺหี อโหสิ. ราชา ‘‘สเจ น กเถสิ, ตมฺพกิปิลฺลิเกหิ ตํ ขาทาเปสฺสามี’’ติ อญฺญตรสฺมึ อโสกรุกฺเข ตมฺพกิปิลฺลิกปุฏํ คณฺหนฺโต อตฺตโนว อุปริ วิกิริ. โส สรีรํ ปุญฺฉิตฺวา อญฺญํ ปุฏํ คเหตฺวา เถราภิมุโข อคมาสิ. เถโร ‘‘สจายํ ราชา มยิ อปรชฺเฌยฺย, อปายาภิมุโข ภเวยฺยา’’ติ ตํ อนุกมฺปมาโน อิทฺธิยา อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา คโต.
ตโต อิตฺถิโย อาหํสุ – ‘‘มหาราช, อญฺเญ ราชาโน อีทิสํ ปพฺพชิตํ ทิสฺวา ปุปฺผคนฺธาทีหิ ปูเชนฺติ, ตฺวํ ตมฺพกิปิลฺลิกปุเฏน อาสาเทตุํ อารทฺโธ อโหสิ, กุลวํสํ นาเสตุํ อุฏฺฐิโต’’ติ. โส อตฺตโน โทสํ ญตฺวา ตุณฺหี หุตฺวา อุยฺยานปาลํ ปุจฺฉิ – ‘‘อญฺญมฺปิ ทิวสํ เถโร อิธาคจฺฉตี’’ติ? ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. เตน หิ ยทา อาคจฺฉติ, ตทา เม อาโรเจยฺยาสีติ. โส เอกทิวสํ เถเร อาคเต อาโรเจสิ. ราชาปิ เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ปาเณหิ สรณํ คโต อโหสิ. ตมฺพกิปิลฺลิกปุเฏน อาสาทิตทิวเส ปน เถโร อากาเสนาคนฺตฺวา ปุน ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา ภควโต คนฺธกุฏิยํ อุมฺมุชฺชิ. ภควาปิ โข ทกฺขิเณน ปสฺเสน สโต สมฺปชาโน สีหเสยฺยํ กปฺปยมาโน เถรํ ทิสฺวา ‘‘กึ, ภารทฺวาช, อกาเล อาคโตสี’’ติ อาห. เถโร ‘‘อาม ภควา’’ติ วตฺวา สพฺพํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. ตํ สุตฺวา ภควา ‘‘กึ กริสฺสติ ตสฺส วิเวกกถา กามคุณคิทฺธสฺสา’’ติ วตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน นิปนฺโน เอว เถรสฺส ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ สตฺโตติ ลคฺโค. คุหายนฺติ กาเย. กาโย หิ ราคาทีนํ วาฬานํ วสโนกาสโต ‘‘คุหา’’ติ วุจฺจติ. พหุนาภิฉนฺโนติ พหุนา ราคาทิกิเลสชาเลน อภิจฺฉนฺโน. เอเตน อชฺฌตฺตพนฺธนํ วุตฺตํ. ติฏฺฐนฺติ ราคาทิวเสน ติฏฺฐนฺโต. นโรติ สตฺโต. โมหนสฺมึ ปคาโฬฺหติ โมหนํ วุจฺจติ กามคุณา. เอตฺถ หิ เทวมนุสฺสา มุยฺหนฺติ, เตสุ อชฺโฌคาโฬฺห หุตฺวา. เอเตน พหิทฺธาพนฺธนํ วุตฺตํ. ทูเร วิเวกา หิ ตถาวิโธ โสติ โส ตถารูโป นโร ติวิธาปิ กายวิเวกาทิกา วิเวกา ทูเร อนาสนฺเน. กึการณา? กามา หิ โลเก น หิ สุปฺปหายา, ยสฺมา โลเก กามา สุปฺปหายา น โหนฺตีติ วุตฺตํ โหติ.
๗๘๐. เอวํ ปฐมคาถาย ‘‘ทูเร วิเวกา ตถาวิโธ’’ติ สาเธตฺวา ปุน ตถาวิธานํ สตฺตานํ ธมฺมตํ อาวิกโรนฺโต ‘‘อิจฺฉานิทานา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อิจฺฉานิทานาติ ตณฺหาเหตุกา. ภวสาตพทฺธาติ สุขเวทนาทิมฺหิ ภวสาเต พทฺธา. เต ทุปฺปมุญฺจาติ เต ภวสาตวตฺถุภูตา ธมฺมา, เต วา ตตฺถ พทฺธา อิจฺฉานิทานา สตฺตา ทุปฺปโมจยา. น หิ อญฺญโมกฺขาติ อญฺเญน จ โมเจตุํ น สกฺโกนฺติ. การณวจนํ วา เอตํ, เต สตฺตา ทุปฺปมุญฺจา. กสฺมา? ยสฺมา อญฺเญน โมเจตพฺพา น โหนฺติ. ยทิ ปน มุญฺเจยฺยุํ, สเกน ถาเมน มุญฺเจยฺยุนฺติ อยมสฺส อตฺโถ. ปจฺฉา ปุเร วาปิ อเปกฺขมานาติ อนาคเต อตีเต วา กาเม อเปกฺขมานา. อิเมว กาเม ปุริเมว ชปฺปนฺติ อิเม วา ปจฺจุปฺปนฺเน กาเม ปุริเม วา ทุวิเธปิ อตีตานาคเต พลวตณฺหาย ปตฺถยมานา. อิเมสญฺจ ทฺวินฺนํ ปทานํ ‘‘เต ทุปฺปมุญฺจา น หิ อญฺญโมกฺขา’’ติ อิมินา สห สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ, อิตรถา ‘‘อเปกฺขมานา ชปฺปํ กึ กโรนฺติ กึ วา กตา’’ติ น ปญฺญาเยยฺยุํ.
๗๘๑-๒. เอวํ ปฐมคาถาย ‘‘ทูเร วิเวกา ตถาวิโธ’’ติ สาเธตฺวา ทุติยคาถาย จ ตถาวิธานํ สตฺตานํ ธมฺมตํ อาวิกตฺวา อิทานิ เนสํ ปาปกมฺมกรณํ อาวิกโรนฺโต ‘‘กาเมสุ คิทฺธา’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – เต สตฺตา กาเมสุ ปริโภคตณฺหาย คิทฺธา ปริเยสนาทิมนุยุตฺตตฺตา ปสุตา สมฺโมหมาปนฺนตฺตา ปมูฬฺหา อวคมนตาย มจฺฉริตาย พุทฺธาทีนํ วจนํ อนาทิยนตาย จ อวทานิยา. กายวิสมาทิมฺหิ วิสเม นิวิฏฺฐา อนฺตกาเล มรณทุกฺขูปนีตา ‘‘กึสู ภวิสฺสาม อิโต จุตาเส’’ติ ปริเทวยนฺตีติ. ยสฺมา เอตเทว, ตสฺมา หิ สิกฺเขถ…เป… มาหุ ธีราติ. ตตฺถ สิกฺเขถาติ ติสฺโส สิกฺขา อาปชฺเชยฺย. อิเธวาติ อิมสฺมึเยว สาสเน. เสสมุตฺตานเมว.
๗๘๓. อิทานิ เย ตถา น กโรนฺติ, เตสํ พฺยสนปฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปสฺสามี’’ติ คาถมาห. ตตฺถ ปสฺสามีติ มํสจกฺขุอาทีหิ เปกฺขามิ. โลเกติ อปายาทิมฺหิ. ปริผนฺทมานนฺติ อิโต จิโต จ ผนฺทมานํ. ปชํ อิมนฺติ อิมํ สตฺตกายํ. ตณฺหคตนฺติ ตณฺหาย คตํ อภิภูตํ, นิปาติตนฺติ อธิปฺปาโย. ภเวสูติ กามภวาทีสุ. หีนา นราติ หีนกมฺมนฺตา นรา. มจฺจุมุเข ลปนฺตีติ อนฺตกาเล สมฺปตฺเต มรณมุเข ปริเทวนฺติ. อวีตตณฺหาเสติ อวิคตตณฺหา. ภวาภเวสูติ กามภวาทีสุ. อถ วา ภวาภเวสูติ ภวภเวสุ, ปุนปฺปุนภเวสูติ วุตฺตํ โหติ.
๗๘๔. อิทานิ ยสฺมา อวีตตณฺหา เอวํ ผนฺทนฺติ จ ลปนฺติ จ, ตสฺมา ตณฺหาวินเย สมาทเปนฺโต ‘‘มมายิเต’’ติ คาถมาห. ตตฺถ มมายิเตติ ตณฺหาทิฏฺฐิมมตฺเตหิ ‘‘มม’’นฺติ ปริคฺคหิเต วตฺถุสฺมึ. ปสฺสถาติ โสตาเร อาลปนฺโต อาห. เอตมฺปีติ เอตมฺปิ อาทีนวํ. เสสํ ปากฏเมว.
๗๘๕. เอวเมตฺถ ปฐมคาถาย อสฺสาทํ, ตโต ปราหิ จตูหิ อาทีนวญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สอุปายํ นิสฺสรณํ นิสฺสรณานิสํสญฺจ ทสฺเสตุํ สพฺพาหิ วา เอตาหิ กามานํ อาทีนวํ โอการํ สํกิเลสญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เนกฺขมฺเม อานิสํสํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุโภสุ อนฺเตสู’’ติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ อุโภสุ อนฺเตสูติ ผสฺสผสฺสสมุทยาทีสุ ทฺวีสุ ปริจฺเฉเทสุ. วิเนยฺย ฉนฺทนฺติ ฉนฺทราคํ วิเนตฺวา. ผสฺสํ ปริญฺญายาติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิผสฺสํ, ผสฺสานุสาเรน วา ตํสมฺปยุตฺเต สพฺเพปิ อรูปธมฺเม, เตสํ วตฺถุทฺวารารมฺมณวเสน รูปธมฺเม จาติ สกลมฺปิ นามรูปํ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวา. อนานุคิทฺโธติ รูปาทีสุ สพฺพธมฺเมสุ อคิทฺโธ. ยทตฺตครหี ตทกุพฺพมาโนติ ยํ อตฺตนา ครหติ, ตํ อกุรุมาโน. นลิปฺปตี ทิฏฺฐสุเตสุ ธีโรติ โส เอวรูโป ธิติสมฺปนฺโน ธีโร ทิฏฺเฐสุ จ สุเตสุ จ ธมฺเมสุ ทฺวินฺนํ เลปานํ เอเกนปิ เลเปน น ลิปฺปติ. อากาสมิว นิรุปลิตฺโต อจฺจนฺตโวทานปฺปตฺโต โหติ.
๗๘๖. สญฺญํ ปริญฺญาติ คาถาย ปน อยํ สงฺเขปตฺโถ – น เกวลญฺจ ผสฺสเมว, อปิจ โข ปน กามสญฺญาทิเภทํ สญฺญมฺปิ, สญฺญานุสาเรน วา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว นามรูปํ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวา อิมาย ปฏิปทาย จตุพฺพิธมฺปิ วิตเรยฺย โอฆํ, ตโต โส ติณฺโณโฆ ตณฺหาทิฏฺฐิปริคฺคเหสุ ตณฺหาทิฏฺฐิเลปปฺปหาเนน โนปลิตฺโต ขีณาสวมุนิ ราคาทิสลฺลานํ อพฺพูฬฺหตฺตา อพฺพูฬฺหสลฺโล สติเวปุลฺลปฺปตฺติยา อปฺปมตฺโต จรํ, ปุพฺพภาเค วา อปฺปมตฺโต จรํ เตน อปฺปมาทจาเรน อพฺพูฬฺหสลฺโล หุตฺวา สกปรตฺตภาวาทิเภทํ นาสีสตี โลกมิมํ ปรญฺจ, อญฺญทตฺถุ จริมจิตฺตนิโรธา นิรุปาทาโน ชาตเวโทว ปรินิพฺพาตีติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ ธมฺมเนตฺติฏฺฐปนเมว กโรนฺโต, น อุตฺตรึ อิมาย เทสนาย มคฺคํ วา ผลํ วา อุปฺปาเทสิ ขีณาสวสฺส เทสิตตฺตาติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย คุหฏฺฐกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ทุฏฺฐฏฺฐกสุตฺตวณฺณนา
๗๘๗. วทนฺติ เว ทุฏฺฐมนาปีติ ทุฏฺฐฏฺฐกสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อาทิคาถาย ตาว อุปฺปตฺติ – มุนิสุตฺตนเยน ภควโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อุปฺปนฺนลาภสกฺการํ อสหมานา ติตฺถิยา สุนฺทรึ ปริพฺพาชิกํ อุยฺโยเชสุํ. สา กิร ชนปทกลฺยาณี เสตวตฺถปริพฺพาชิกาว อโหสิ. สา สุนฺหาตา สุนิวตฺถา มาลาคนฺธวิเลปนวิภูสิตา ภควโต ธมฺมํ สุตฺวา สาวตฺถิวาสีนํ เชตวนโต นิกฺขมนเวลาย สาวตฺถิโต นิกฺขมิตฺวา เชตวนาภิมุขี คจฺฉติ. มนุสฺเสหิ จ ‘‘กุหึ คจฺฉสี’’ติ ปุจฺฉิตา ‘‘สมณํ โคตมํ สาวเก จสฺส รมยิตุํ คจฺฉามี’’ติ วตฺวา เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก วิจริตฺวา เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก ปิทหิเต นครํ ปวิสิตฺวา ปภาเต ปุน เชตวนํ คนฺตฺวา คนฺธกุฏิสมีเป ปุปฺผานิ วิจินนฺตี วิย จรติ. พุทฺธุปฏฺฐานํ อาคเตหิ จ มนุสฺเสหิ ‘‘กิมตฺถํ อาคตาสี’’ติ ปุจฺฉิตา ยํกิญฺจิเทว ภณติ. เอวํ อฑฺฒมาสมตฺเต วีติกฺกนฺเต ติตฺถิยา ตํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา ปริขาตเฏ นิกฺขิปิตฺวา ปภาเต ‘‘สุนฺทรึ น ปสฺสามา’’ติ โกลาหลํ กตฺวา รญฺโญ จ อาโรเจตฺวา เตน อนุญฺญาตา เชตวนํ ปวิสิตฺวา วิจินนฺตา วิย ตํ นิกฺขิตฺตฏฺฐานา อุทฺธริตฺวา มญฺจกํ อาโรเปตฺวา นครํ อภิหริตฺวา อุปกฺโกสํ อกํสุ. สพฺพํ ปาฬิยํ (อุทา. ๓๘) อาคตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ภควา ตํ ทิวสํ ปจฺจูสสมเย พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต ‘‘ติตฺถิยา อชฺช อยสํ อุปฺปาเทสฺสนฺตี’’ติ ญตฺวา ‘‘เตสํ สทฺทหิตฺวา มาทิเส จิตฺตํ ปโกเปตฺวา มหาชโน อปายาภิมุโข มา อโหสี’’ติ คนฺธกุฏิทฺวารํ ปิทหิตฺวา อนฺโตคนฺธกุฏิยํเยว อจฺฉิ, น นครํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. ภิกฺขู ปน ทฺวารํ ปิทหิตํ ทิสฺวา ปุพฺพสทิสเมว ปวิสึสุ. มนุสฺสา ภิกฺขู ทิสฺวา นานปฺปกาเรหิ อกฺโกสึสุ. อถ อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ตํ ปวตฺตึ อาโรเจตฺวา ‘‘ติตฺถิเยหิ, ภนฺเต, มหาอยโส อุปฺปาทิโต, น สกฺกา อิธ วสิตุํ, วิปุโล ชมฺพุทีโป, อญฺญตฺถ คจฺฉามา’’ติ อาห. ตตฺถปิ อยเส อุฏฺฐิเต กุหึ คมิสฺสสิ อานนฺทาติ? ‘‘อญฺญํ นครํ ภควา’’ติ. อถ ภควา ‘‘อาคเมหิ, อานนฺท, สตฺตาหเมวายํ สทฺโท ภวิสฺสติ, สตฺตาหจฺจเยน เยหิ อยโส กโต, เตสํเยว อุปริ ปติสฺสตี’’ติ วตฺวา อานนฺทตฺเถรสฺส ธมฺมเทสนตฺถํ ‘‘วทนฺติ เว’’ติ อิมํ คาถมภาสิ.
ตตฺถ วทนฺตีติ ภควนฺตํ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุปวทนฺติ. ทุฏฺฐมนาปิ เอเก อโถปิ เว สจฺจมนาติ เอกจฺเจ ทุฏฺฐจิตฺตา, เอกจฺเจ ตถสญฺญิโนปิ หุตฺวา, ติตฺถิยา ทุฏฺฐจิตฺตา, เย เตสํ วจนํ สุตฺวา สทฺทหึสุ, เต สจฺจมนาติ อธิปฺปาโย. วาทญฺจ ชาตนฺติ เอตํ อกฺโกสวาทํ อุปฺปนฺนํ. มุนิ โน อุเปตีติ อการกตาย จ อกุปฺปนตาย จ พุทฺธมุนิ น อุเปติ. ตสฺมา มุนี นตฺถิ ขิโล กุหิญฺจีติ เตน การเณน อยํ มุนิ ราคาทิขิเลหิ นตฺถิ ขิโล กุหิญฺจีติ เวทิตพฺโพ.
๗๘๘. อิมญฺจ คาถํ วตฺวา ภควา อานนฺทตฺเถรํ ปุจฺฉิ, ‘‘เอวํ ขุํเสตฺวา วมฺเภตฺวา วุจฺจมานา ภิกฺขู, อานนฺท, กึ วทนฺตี’’ติ. น กิญฺจิ ภควาติ. ‘‘น, อานนฺท, ‘อหํ สีลวา’ติ สพฺพตฺถ ตุณฺหี ภวิตพฺพํ, โลเก หิ นาภาสมานํ ชานนฺติ มิสฺสํ พาเลหิ ปณฺฑิต’’นฺติ วตฺวา, ‘‘ภิกฺขู, อานนฺท, เต มนุสฺเส เอวํ ปฏิโจเทนฺตู’’ติ ธมฺมเทสนตฺถาย ‘‘อภูตวาที นิรยํ อุเปตี’’ติ อิมํ คาถมภาสิ. เถโร ตํ อุคฺคเหตฺวา ภิกฺขู อาห – ‘‘มนุสฺสา ตุเมฺหหิ อิมาย คาถาย ปฏิโจเทตพฺพา’’ติ. ภิกฺขู ตถา อกํสุ. ปณฺฑิตมนุสฺสา ตุณฺหี อเหสุํ. ราชาปิ ราชปุริเส สพฺพโต เปเสตฺวา เยสํ ธุตฺตานํ ลญฺชํ ทตฺวา ติตฺถิยา ตํ มาราเปสุํ, เต คเหตฺวา นิคฺคยฺห ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา ติตฺถิเย ปริภาสิ. มนุสฺสาปิ ติตฺถิเย ทิสฺวา เลฑฺฑุนา ปหรนฺติ, ปํสุนา โอกิรนฺติ ‘‘ภควโต อยสํ อุปฺปาเทสุ’’นฺติ. อานนฺทตฺเถโร ตํ ทิสฺวา ภควโต อาโรเจสิ, ภควา เถรสฺส อิมํ คาถมภาสิ ‘‘สกญฺหิ ทิฏฺฐึ…เป… วเทยฺยา’’ติ.
ตสฺสตฺโถ – ยายํ ทิฏฺฐิ ติตฺถิยชนสฺส ‘‘สุนฺทรึ มาเรตฺวา สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ อวณฺณํ ปกาเสตฺวา เอเตนุปาเยน ลทฺธํ สกฺการํ สาทิยิสฺสามา’’ติ, โส ตํ ทิฏฺฐึ กถํ อติกฺกเมยฺย, อถ โข โส อยโส ตเมว ติตฺถิยชนํ ปจฺจาคโต ตํ ทิฏฺฐึ อจฺเจตุํ อสกฺโกนฺตํ. โย วา สสฺสตาทิวาที, โสปิ สกํ ทิฏฺฐึ กถํ อจฺจเยยฺย เตน ทิฏฺฐิจฺฉนฺเทน อนุนีโต ตาย จ ทิฏฺฐิรุจิยา นิวิฏฺโฐ, อปิจ โข ปน สยํ สมตฺตานิ ปกุพฺพมาโน อตฺตนาว ปริปุณฺณานิ ตานิ ทิฏฺฐิคตานิ กโรนฺโต ยถา ชาเนยฺย, ตเถว วเทยฺยาติ.
๗๘๙. อถ ราชา สตฺตาหจฺจเยน ตํ กุณปํ ฉฑฺฑาเปตฺวา สายนฺหสมยํ วิหารํ คนฺตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา อาห – ‘‘นนุ, ภนฺเต, อีทิเส อยเส อุปฺปนฺเน มยฺหมฺปิ อาโรเจตพฺพํ สิยา’’ติ. เอวํ วุตฺเต ภควา, ‘‘น, มหาราช, ‘อหํ สีลวา คุณสมฺปนฺโน’ติ ปเรสํ อาโรเจตุํ อริยานํ ปติรูป’’นฺติ วตฺวา ตสฺสา อฏฺฐุปฺปตฺติยํ ‘‘โย อตฺตโน สีลวตานี’’ติ อวเสสคาถาโย อภาสิ.
ตตฺถ สีลวตานีติ ปาติโมกฺขาทีนิ สีลานิ อารญฺญิกาทีนิ ธุตงฺควตานิ จ. อนานุปุฏฺโฐติ อปุจฺฉิโต. ปาวาติ วทติ. อนริยธมฺมํ กุสลา ตมาหุ, โย อาตุมานํ สยเมว ปาวาติ โย เอวํ อตฺตานํ สยเมว วทติ, ตสฺส ตํ วาทํ ‘‘อนริยธมฺโม เอโส’’ติ กุสลา เอวํ กเถนฺติ.
๗๙๐. สนฺโตติ ราคาทิกิเลสวูปสเมน สนฺโต, ตถา อภินิพฺพุตตฺโต. อิติหนฺติ สีเลสุ อกตฺถมาโนติ ‘‘อหมสฺมิ สีลสมฺปนฺโน’’ติอาทินา นเยน อิติ สีเลสุ อกตฺถมาโน, สีลนิมิตฺตํ อตฺตูปนายิกํ วาจํ อภาสมาโนติ วุตฺตํ โหติ. ตมริยธมฺมํ กุสลา วทนฺตีติ ตสฺส ตํ อกตฺถนํ ‘‘อริยธมฺโม เอโส’’ติ พุทฺธาทโย ขนฺธาทิกุสลา วทนฺติ. ยสฺสุสฺสทา นตฺถิ กุหิญฺจิ โลเกติ ยสฺส ขีณาสวสฺส ราคาทโย สตฺต อุสฺสทา กุหิญฺจิ โลเก นตฺถิ, ตสฺส ตํ อกตฺถนํ ‘‘อริยธมฺโม เอโส’’ติ เอวํ กุสลา วทนฺตีติ สมฺพนฺโธ.
๗๙๑. เอวํ ขีณาสวปฏิปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ทิฏฺฐิคติกานํ ติตฺถิยานํ ปฏิปตฺตึ รญฺโญ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ปกปฺปิตา สงฺขตา’’ติ. ตตฺถ ปกปฺปิตาติ ปริกปฺปิตา. สงฺขตาติ ปจฺจยาภิสงฺขตา. ยสฺสาติ ยสฺส กสฺสจิ ทิฏฺฐิคติกสฺส. ธมฺมาติ ทิฏฺฐิโย. ปุรกฺขตาติ ปุรโต กตา. สนฺตีติ สํวิชฺชนฺติ. อวีวทาตาติ อโวทาตา. ยทตฺตนิ ปสฺสติ อานิสํสํ, ตํ นิสฺสิโต กุปฺปปฏิจฺจสนฺตินฺติ ยสฺเสเต ทิฏฺฐิธมฺมา ปุรกฺขตา อโวทาตา สนฺติ, โส เอวํวิโธ ยสฺมา อตฺตนิ ตสฺสา ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิธมฺมิกญฺจ สกฺการาทึ, สมฺปรายิกญฺจ คติวิเสสาทึ อานิสํสํ ปสฺสติ, ตสฺมา ตญฺจ อานิสํสํ, ตญฺจ กุปฺปตาย จ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนตาย จ สมฺมุติสนฺติตาย จ กุปฺปปฏิจฺจสนฺติสงฺขาตํ ทิฏฺฐึ นิสฺสิโตว โหติ, โส ตนฺนิสฺสิตตฺตา อตฺตานํ วา อุกฺกํเสยฺย ปเร วา วมฺเภยฺย อภูเตหิปิ คุณโทเสหิ.
๗๙๒. เอวํ นิสฺสิเตน จ ทิฏฺฐีนิเวสา…เป… อาทิยตี จ ธมฺมนฺติ. ตตฺถ ทิฏฺฐีนิเวสาติ อิทํสจฺจาภินิเวสสงฺขาตานิ ทิฏฺฐินิเวสนานิ. น หิ สฺวาติวตฺตาติ สุเขน อติวตฺติตพฺพา น โหนฺติ. ธมฺเมสุ นิจฺเฉยฺย สมุคฺคหีตนฺติ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิธมฺเมสุ ตํ ตํ สมุคฺคหิตํ อภินิวิฏฺฐํ ธมฺมํ นิจฺฉินิตฺวา ปวตฺตตฺตา ทิฏฺฐินิเวสา น หิ สฺวาติวตฺตาติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺมา นโร เตสุ นิเวสเนสุ, นิรสฺสตี อาทิยตี จ ธมฺมนฺติ ยสฺมา น หิ สฺวาติวตฺตา, ตสฺมา นโร เตสุเยว ทิฏฺฐินิเวสเนสุ อชสีลโคสีลกุกฺกุรสีลปญฺจาตปมรุปฺปปาตอุกฺกุฏิกปฺปธานกณฺฏกาปสฺสยาทิเภทํ สตฺถารธมฺมกฺขานคณาทิเภทญฺจ ตํ ตํ ธมฺมํ นิรสฺสติ จ อาทิยติ จ ชหติ จ คณฺหาติ จ วนมกฺกโฏ วิย ตํ ตํ สาขนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ นิรสฺสนฺโต จ อาทิยนฺโต จ อนวฏฺฐิตจิตฺตตฺตา อสนฺเตหิปิ คุณโทเสหิ อตฺตโน วา ปรสฺส วา ยสายสํ อุปฺปาเทยฺย.
๗๙๓. โย ปนายํ สพฺพทิฏฺฐิคตาทิโทสธุนนาย ปญฺญาย สมนฺนาคตตฺตา โธโน, ตสฺส โธนสฺส หิ…เป… อนูปโย โส. กึ วุตฺตํ โหติ? โธนธมฺมสมนฺนาคมา โธนสฺส ธุตสพฺพปาปสฺส อรหโต กตฺถจิ โลเก เตสุ เตสุ ภเวสุ ปกปฺปิตา ทิฏฺฐิ นตฺถิ, โส ตสฺสา ทิฏฺฐิยา อภาเวน, ยาย จ อตฺตนา กตํ ปาปกมฺมํ ปฏิจฺฉาเทนฺตา ติตฺถิยา มายาย มาเนน วา เอตํ อคตึ คจฺฉนฺติ, ตมฺปิ มายญฺจ มานญฺจ ปหาย โธโน ราคาทีนํ โทสานํ เกน คจฺเฉยฺย, ทิฏฺฐธมฺเม สมฺปราเย วา นิรยาทีสุ คติวิเสเสสุ เกน สงฺขํ คจฺเฉยฺย, อนูปโย โส, โส หิ ตณฺหาทิฏฺฐิอุปยานํ ทฺวินฺนํ อภาเวน อนูปโยติ.
๗๙๔. โย ปน เตสํ ทฺวินฺนํ ภาเวน อุปโย โหติ, โส อุปโย หิ…เป… ทิฏฺฐิมิเธว สพฺพนฺติ. ตตฺถ อุปโยติ ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสิโต. ธมฺเมสุ อุเปติ วาทนฺติ ‘‘รตฺโต’’ติ วา ‘‘ทุฏฺโฐ’’ติ วา เอวํ เตสุ เตสุ ธมฺเมสุ อุเปติ วาทํ. อนูปยํ เกน กถํ วเทยฺยาติ ตณฺหาทิฏฺฐิปหาเนน อนูปยํ ขีณาสวํ เกน ราเคน วา โทเสน วา กถํ ‘‘รตฺโต’’ติ วา ‘‘ทุฏฺโฐ’’ติ วา วเทยฺย, เอวํ อนุปวชฺโช จ โส กึ ติตฺถิยา วิย กตปฏิจฺฉาทโก ภวิสฺสตีติ อธิปฺปาโย. อตฺตา นิรตฺตา น หิ ตสฺส อตฺถีติ ตสฺส หิ อตฺตทิฏฺฐิ วา อุจฺเฉททิฏฺฐิ วา นตฺถิ, คหณํ มุญฺจนํ วาปิ อตฺตนิรตฺตสญฺญิตํ นตฺถิ. กึการณา นตฺถีติ เจ? อโธสิ โส ทิฏฺฐิมิเธว สพฺพํ, ยสฺมา โส อิเธว อตฺตภาเว ญาณวาเตน สพฺพํ ทิฏฺฐิคตํ อโธสิ, ปชหิ, วิโนเทสีติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. ตํ สุตฺวา ราชา อตฺตมโน ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปกฺกามีติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ทุฏฺฐฏฺฐกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สุทฺธฏฺฐกสุตฺตวณฺณนา
๗๙๕. ปสฺสามิ สุทฺธนฺติ สุทฺธฏฺฐกสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อตีเต กิร กสฺสปสฺส ภควโต กาเล พาราณสิวาสี อญฺญตโร กุฏุมฺพิโก ปญฺจหิ สกฏสเตหิ ปจฺจนฺตชนปทํ อคมาสิ ภณฺฑคฺคหณตฺถํ. ตตฺถ วนจรเกน สทฺธึ มิตฺตํ กตฺวา ตสฺส ปณฺณาการํ ทตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘กจฺจิ, เต สมฺม, จนฺทนสารํ ทิฏฺฐปุพฺพ’’นฺติ? ‘‘อาม สามี’’ติ จ วุตฺเต เตเนว สทฺธึ จนฺทนวนํ ปวิสิตฺวา สพฺพสกฏานิ จนฺทนสารสฺส ปูเรตฺวา ตมฺปิ วนจรกํ ‘‘ยทา, สมฺม, พาราณสึ อาคจฺฉสิ, ตทา จนฺทนสารํ คเหตฺวา อาคจฺเฉยฺยาสี’’ติ วตฺวา พาราณสึเยว อคมาสิ. อถาปเรน สมเยน โสปิ วนจรโก จนฺทนสารํ คเหตฺวา ตสฺส ฆรํ อคมาสิ. โส ตํ ทิสฺวา สพฺพํ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา สายนฺหสมเย จนฺทนสารํ ปิสาเปตฺวา สมุคฺคํ ปูเรตฺวา ‘‘คจฺฉ, สมฺม, นฺหายิตฺวา อาคจฺฉา’’ติ อตฺตโน ปุริเสน สทฺธึ นฺหานติตฺถํ เปเสสิ. เตน จ สมเยน พาราณสิยํ อุสฺสโว โหติ. อถ พาราณสิวาสิโน ปาโตว ทานํ ทตฺวา สายํ สุทฺธวตฺถนิวตฺถา มาลาคนฺธาทีนิ คเหตฺวา กสฺสปสฺส ภควโต มหาเจติยํ วนฺทิตุํ คจฺฉนฺติ. โส วนจรโก เต ทิสฺวา ‘‘มหาชโน กุหึ คจฺฉตี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘วิหารํ เจติยวนฺทนตฺถายา’’ติ จ สุตฺวา สยมฺปิ อคมาสิ. ตตฺถ มนุสฺเส หริตาลมโนสิลาทีหิ นานปฺปกาเรหิ เจติเย ปูชํ กโรนฺเต ทิสฺวา กิญฺจิ จิตฺรํ กาตุํ อชานนฺโต ตํ จนฺทนํ คเหตฺวา มหาเจติเย สุวณฺณิฏฺฐกานํ. อุปริ กํสปาติมตฺตํ มณฺฑลํ อกาสิ. อถ ตตฺถ สูริยุคฺคมนเวลายํ สูริยรสฺมิโย อุฏฺฐหึสุ. โส ตํ ทิสฺวา ปสีทิ, ปตฺถนญฺจ อกาสิ ‘‘ยตฺถ ยตฺถ นิพฺพตฺตามิ, อีทิสา เม รสฺมิโย อุเร อุฏฺฐหนฺตู’’ติ. โส กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ นิพฺพตฺติ. ตสฺส อุเร รสฺมิโย อุฏฺฐหึสุ, จนฺทมณฺฑลํ วิยสฺส อุรมณฺฑลํ วิโรจติ, ‘‘จนฺทาโภ เทวปุตฺโต’’เตฺวว จ นํ สญฺชานึสุ.
โส ตาย สมฺปตฺติยา ฉสุ เทวโลเกสุ อนุโลมปฏิโลมโต เอกํ พุทฺธนฺตรํ เขเปตฺวา อมฺหากํ ภควติ อุปฺปนฺเน สาวตฺถิยํ พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺติ, ตเถวสฺส อุเร จนฺทมณฺฑลสทิสํ รสฺมิมณฺฑลํ อโหสิ. นามกรณทิวเส จสฺส มงฺคลํ กตฺวา พฺราหฺมณา ตํ มณฺฑลํ ทิสฺวา ‘‘ธญฺญปุญฺญลกฺขโณ อยํ กุมาโร’’ติ วิมฺหิตา ‘‘จนฺทาโภ’’ เตฺวว นามํ อกํสุ. ตํ วยปฺปตฺตํ พฺราหฺมณา คเหตฺวา อลงฺกริตฺวา รตฺตกญฺจุกํ ปารุปาเปตฺวา รเถ อาโรเปตฺวา ‘‘มหาพฺรหฺมา อย’’นฺติ ปูเชตฺวา ‘‘โย จนฺทาภํ ปสฺสติ, โส ยสธนาทีนิ ลภติ, สมฺปรายญฺจ สคฺคํ คจฺฉตี’’ติ อุคฺโฆเสนฺตา คามนิคมราชธานีสุ อาหิณฺฑนฺติ. คตคตฏฺฐาเน มนุสฺสา ‘‘เอส กิร โภ จนฺทาโภ นาม, โย เอตํ ปสฺสติ, โส ยสธนสคฺคาทีนิ ลภตี’’ติ อุปรูปริ อาคจฺฉนฺติ, สกลชมฺพุทีโป จลิ. พฺราหฺมณา ตุจฺฉหตฺถกานํ อาคตานํ น ทสฺเสนฺติ, สตํ วา สหสฺสํ วา คเหตฺวา อาคตานเมว ทสฺเสนฺติ. เอวํ จนฺทาภํ คเหตฺวา อนุวิจรนฺตา พฺราหฺมณา กเมน สาวตฺถึ อนุปฺปตฺตา.
เตน จ สมเยน ภควา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ อาคนฺตฺวา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน พหุชนหิตาย ธมฺมํ เทเสนฺโต. อถ จนฺทาโภ สาวตฺถึ ปตฺวา สมุทฺทปกฺขนฺตกุนฺนที วิย อปากโฏ อโหสิ, จนฺทาโภติ ภณนฺโตปิ นตฺถิ. โส สายนฺหสมเย มหาชนกายํ มาลาคนฺธาทีนิ อาทาย เชตวนาภิมุขํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘กุหึ คจฺฉถา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน, โส พหุชนหิตาย ธมฺมํ เทเสติ, ตํ โสตุํ เชตวนํ คจฺฉามา’’ติ จ เตสํ วจนํ สุตฺวา โสปิ พฺราหฺมณคณปริวุโต ตตฺเถว อคมาสิ. ภควา จ ตสฺมึ สมเย ธมฺมสภายํ วรพุทฺธาสเน นิสินฺโนว โหติ. จนฺทาโภ ภควนฺตํ อุปสงฺกมฺม มธุรปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ, ตาวเทว จสฺส โส อาโลโก อนฺตรหิโต. พุทฺธาโลกสฺส หิ สมีเป อสีติหตฺถพฺภนฺตเร อญฺโญ อาโลโก นาภิโภติ. โส ‘‘อาโลโก เม นฏฺโฐ’’ติ นิสีทิตฺวาว อุฏฺฐาสิ, อุฏฺฐหิตฺวา จ คนฺตุมารทฺโธ. อถ นํ อญฺญตโร ปุริโส อาห – ‘‘กึ โภ จนฺทาภ, สมณสฺส โคตมสฺส ภีโต คจฺฉสี’’ติ. นาหํ ภีโต คจฺฉามิ, อปิจ เม อิมสฺส เตเชน อาโลโก น สมฺปชฺชตีติ ปุนเทว ภควโต ปุรโต นิสีทิตฺวา ปาทตลา ปฏฺฐาย ยาว เกสคฺคา รูปรํสิลกฺขณาทิสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘มเหสกฺโข สมโณ โคตโม, มม อุเร อปฺปมตฺตโก อาโลโก อุฏฺฐิโต, ตาวตเกนปิ มํ คเหตฺวา พฺราหฺมณา สกลชมฺพุทีปํ วิจรนฺติ. เอวํ วรลกฺขณสมฺปตฺติสมนฺนาคตสฺส สมณสฺส โคตมสฺส เนว มาโน อุปฺปนฺโน, อทฺธา อยํ อโนมคุณสมนฺนาคโต ภวิสฺสติ สตฺถา เทวมนุสฺสาน’’นฺติ อติวิย ปสนฺนจิตฺโต ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. ภควา อญฺญตรํ เถรํ อาณาเปสิ – ‘‘ปพฺพาเชหิ น’’นฺติ. โส ตํ ปพฺพาเชตฺวา ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิ. โส วิปสฺสนํ อารภิตฺวา น จิเรเนว อรหตฺตํ ปตฺวา ‘‘จนฺทาภตฺเถโร’’ติ วิสฺสุโต อโหสิ. ตํ อารพฺภ ภิกฺขู กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ‘‘กึ นุ โข, อาวุโส, เย จนฺทาภํ อทฺทสํสุ. เต ยสํ วา ธนํ วา ลภึสุ, สคฺคํ วา คจฺฉึสุ, วิสุทฺธึ วา ปาปุณึสุ เตน จกฺขุทฺวาริกรูปทสฺสเนนา’’ติ. ภควา ตสฺสํ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาวตฺโถ – น, ภิกฺขเว, เอวรูเปน ทสฺสเนน สุทฺธิ โหติ. อปิจ โข กิเลสมลินตฺตา อสุทฺธํ, กิเลสโรคานํ อวิคมา สโรคเมว จนฺทาภํ พฺราหฺมณํ อญฺญํ วา เอวรูปํ ทิสฺวา ทิฏฺฐิคติโก พาโล อภิชานาติ ‘‘ปสฺสามิ สุทฺธํ ปรมํ อโรคํ, เตน จ ทิฏฺฐิสงฺขาเตน ทสฺสเนน สํสุทฺธิ นรสฺส โหตี’’ติ, โส เอวํ อภิชานนฺโต ตํ ทสฺสนํ ‘‘ปรม’’นฺติ ญตฺวา ตสฺมึ ทสฺสเน สุทฺธานุปสฺสี สมาโน ตํ ทสฺสนํ ‘‘มคฺคญาณ’’นฺติ ปจฺเจติ. ตํ ปน มคฺคญาณํ น โหติ. เตนาห – ‘‘ทิฏฺเฐน เจ สุทฺธี’’ติ ทุติยคาถํ.
๗๙๖. ตสฺสตฺโถ – เตน รูปทสฺสนสงฺขาเตน ทิฏฺเฐน ยทิ กิเลสสุทฺธิ นรสฺส โหติ. เตน วา ญาเณน โส ยทิ ชาติอาทิทุกฺขํ ปชหาติ. เอวํ สนฺเต อริยมคฺคโต อญฺเญน อสุทฺธิมคฺเคเนว โส สุชฺฌติ, ราคาทีหิ อุปธีหิ สอุปธิโก เอว สมาโน สุชฺฌตีติ อาปนฺนํ โหติ, น จ เอวํวิโธ สุชฺฌติ. ตสฺมา ทิฏฺฐี หิ นํ ปาว ตถา วทานํ, สา นํ ทิฏฺฐิเยว ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิโก อย’’นฺติ กเถติ ทิฏฺฐิอนุรูปํ ‘‘สสฺสโต โลโก’’ติอาทินา นเยน ตถา ตถา วทนฺติ.
๗๙๗. น พฺราหฺมโณติ ตติยคาถา. ตสฺสตฺโถ – โย ปน พาหิตปาปตฺตา พฺราหฺมโณ โหติ, โส มคฺเคน อธิคตาสวกฺขโย ขีณาสวพฺราหฺมโณ อริยมคฺคญาณโต อญฺเญน อภิมงฺคลสมฺมตรูปสงฺขาเต ทิฏฺเฐ ตถาวิธสทฺทสงฺขาเต สุเต อวีติกฺกมสงฺขาเต สีเล หตฺถิวตาทิเภเท วเต ปถวิอาทิเภเท มุเต จ อุปฺปนฺเนน มิจฺฉาญาเณน สุทฺธึ น อาห. เสสมสฺส พฺราหฺมณสฺส วณฺณภณนตฺถํ วุตฺตํ. โส หิ เตธาตุกปุญฺเญ สพฺพสฺมิญฺจ ปาเป อนูปลิตฺโต, ตสฺส ปหีนตฺตา อตฺตทิฏฺฐิยา ยสฺส กสฺสจิ วา คหณสฺส ปหีนตฺตา อตฺตญฺชโห, ปุญฺญาภิสงฺขาราทีนํ อกรณโต นยิธ ปกุพฺพมาโนติ วุจฺจติ. ตสฺมา นํ เอวํ ปสํสนฺโต อาห. สพฺพสฺเสว จสฺส ปุริมปาเทน สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ – ปุญฺเญ จ ปาเป จ อนูปลิตฺโต, อตฺตญฺชโห นยิธ ปกุพฺพมาโน, น พฺราหฺมโณ อญฺญโต สุทฺธิมาหาติ.
๗๙๘. เอวํ น พฺราหฺมโณ อญฺญโต สุทฺธิมาหาติ วตฺวา อิทานิ เย ทิฏฺฐิคติกา อญฺญโต สุทฺธึ พฺรุวนฺติ, เตสํ ตสฺสา ทิฏฺฐิยา อนิพฺพาหกภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปุริมํ ปหายา’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – เต หิ อญฺญโต สุทฺธิวาทา สมานาปิ ยสฺสา ทิฏฺฐิยา อปฺปหีนตฺตา คหณมุญฺจนํ โหติ. ตาย ปุริมํ สตฺถาราทึ ปหาย อปรํ นิสฺสิตา เอชาสงฺขาตาย ตณฺหาย อนุคตา อภิภูตา ราคาทิเภทํ น ตรนฺติ สงฺคํ, ตญฺจ อตรนฺตา ตํ ตํ ธมฺมํ อุคฺคณฺหนฺติ จ นิรสฺสชนฺติ จ มกฺกโฏว สาขนฺติ.
๗๙๙. ปญฺจมคาถาย สมฺพนฺโธ – โย จ โส ‘‘ทิฏฺฐี หิ นํ ปาว ตถา วทาน’’นฺติ วุตฺโต, โส สยํ สมาทายาติ. ตตฺถ สยนฺติ สามํ. สมาทายาติ คเหตฺวา. วตานีติ หตฺถิวตาทีนิ. อุจฺจาวจนฺติ อปราปรํ หีนปณีตํ วา สตฺถารโต สตฺถาราทึ. สญฺญสตฺโตติ กามสญฺญาทีสุ ลคฺโค. วิทฺวา จ เวเทหิ สเมจฺจ ธมฺมนฺติ ปรมตฺถวิทฺวา จ อรหา จตูหิ มคฺคญาณเวเทหิ จตุสจฺจธมฺมํ อภิสเมจฺจาติ. เสสํ ปากฏเมว.
๘๐๐. ส สพฺพธมฺเมสุ วิเสนิภูโต, ยํ กิญฺจิ ทิฏฺฐํว สุตํ มุตํ วาติ โสภูริปญฺโญ ขีณาสโว ยํ กิญฺจิ ทิฏฺฐํ วา สุตํ วา มุตํ วา เตสุ สพฺพธมฺเมสุ มารเสนํ วินาเสตฺวา ฐิตภาเวน วิเสนิภูโต. ตเมวทสฺสินฺติ ตํ เอวํ วิสุทฺธทสฺสึ. วิวฏํ จรนฺตนฺติตณฺหจฺฉทนาทิวิคเมน วิวฏํ หุตฺวา จรนฺตํ. เกนีธ โลกสฺมึ วิกปฺปเยยฺยาติ เกน อิธ โลเก ตณฺหากปฺเปน วา ทิฏฺฐิกปฺเปน วา โกจิ วิกปฺเปยฺย, เตสํ วา ปหีนตฺตา ราคาทินา ปุพฺเพ วุตฺเตนาติ.
๘๐๑. น กปฺปยนฺตีติ คาถาย สมฺพนฺโธ อตฺโถ จ – กิญฺจ ภิยฺโย? เต หิ ตาทิสา สนฺโต ทฺวินฺนํ กปฺปานํ ปุเรกฺขารานญฺจ เกนจิ น กปฺปยนฺติ น ปุเรกฺขโรนฺติ, ปรมตฺถอจฺจนฺตสุทฺธิอธิคตตฺตา อนจฺจนฺตสุทฺธึเยว อกิริยสสฺสตทิฏฺฐึ อจฺจนฺต สุทฺธีติ น เต วทนฺติ. อาทานคนฺถํ คถิตํ วิสชฺชาติ จตุพฺพิธมฺปิ รูปาทีนํ อาทายกตฺตา อาทานคนฺถํ อตฺตโน จิตฺตสนฺตาเน คถิตํ พทฺธํ อริยมคฺคสตฺเถน วิสชฺช ฉินฺทิตฺวา. เสสํ ปากฏเมว.
๘๐๒. สีมาติโคติ คาถา เอกปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย วุตฺตา. ปุพฺพสทิโส เอว ปนสฺสา สมฺพนฺโธ, โส เอวํ อตฺถวณฺณนาย สทฺธึ เวทิตพฺโพ – กิญฺจ ภิยฺโย โส อีทิโส ภูริปญฺโญ จตุนฺนํ กิเลสสีมานํ อตีตตฺตา สีมาติโค พาหิตปาปตฺตา จ พฺราหฺมโณ, อิตฺถมฺภูตสฺส จ ตสฺส นตฺถิ ปรจิตฺตปุพฺเพนิวาสญาเณหิ ญตฺวา วา มํสจกฺขุทิพฺพจกฺขูหิ ทิสฺวา วา กิญฺจิ สมุคฺคหีตํ, อภินิวิฏฺฐนฺติ วุตฺตํ โหติ. โส จ กามราคาภาวโต น ราคราคี, รูปารูปราคาภาวโต น วิราครตฺโต. ยโต เอวํวิธสฺส ‘‘อิทํ ปร’’นฺติ กิญฺจิ อิธ อุคฺคหิตํ นตฺถีติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย สุทฺธฏฺฐกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ปรมฏฺฐกสุตฺตวณฺณนา
๘๐๓. ปรมนฺติ ทิฏฺฐีสูติ ปรมฏฺฐกสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควติ กิร สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต นานาติตฺถิยา สนฺนิปติตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ทิฏฺฐึ ทีเปนฺตา ‘‘อิทํ ปรมํ, อิทํ ปรม’’นฺติ กลหํ กตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา สมฺพหุเล ชจฺจนฺเธ สนฺนิปาตาเปตฺวา ‘‘อิเมสํ หตฺถึ ทสฺเสถา’’ติ อาณาเปสิ. ราชปุริสา อนฺเธ สนฺนิปาตาเปตฺวา หตฺถึ ปุรโต สยาเปตฺวา ‘‘ปสฺสถา’’ติ อาหํสุ. เต หตฺถิสฺส เอกเมกํ องฺคํ ปรามสึสุ. ตโต รญฺญา ‘‘กีทิโส, ภเณ, หตฺถี’’ติ ปุฏฺโฐ โย โสณฺฑํ ปรามสิ, โส ‘‘เสยฺยถาปิ, มหาราช, นงฺคลีสา’’ติ ภณิ. เย ทนฺตาทีนิ ปรามสึสุ, เต อิตรํ ‘‘มา โภ รญฺโญ ปุรโต มุสา ภณี’’ติ ปริภาสิตฺวา ‘‘เสยฺยถาปิ, มหาราช, ภิตฺติขิโล’’ติอาทีนิ อาหํสุ. ราชา ตํ สพฺพํ สุตฺวา ‘‘อีทิโส ตุมฺหากํ สมโย’’ติ ติตฺถิเย อุยฺโยเชสิ. อญฺญตโร ปิณฺฑจาริโก ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา ภควโต อาโรเจสิ. ภควา ตสฺสํ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ‘‘ยถา, ภิกฺขเว, ชจฺจนฺธา หตฺถึ อชานนฺตา ตํ ตํ องฺคํ ปรามสิตฺวา วิวทึสุ, เอวํ ติตฺถิยา วิโมกฺขนฺติกธมฺมํ อชานนฺตา ตํ ตํ ทิฏฺฐึ ปรามสิตฺวา วิวทนฺตี’’ติ วตฺวา ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ ปรมนฺติ ทิฏฺฐีสุ ปริพฺพสาโนติ ‘‘อิทํ ปรม’’นฺติ คเหตฺวา สกาย สกาย ทิฏฺฐิยา วสมาโน. ยทุตฺตริ กุรุเตติ ยํ อตฺตโน สตฺถาราทึ เสฏฺฐํ กโรติ. หีนาติ อญฺเญ ตโต สพฺพมาหาติ ตํ อตฺตโน สตฺถาราทึ ฐเปตฺวา ตโต อญฺเญ สพฺเพ ‘‘หีนา อิเม’’ติ อาห. ตสฺมา วิวาทานิ อวีติวตฺโตติ เตน การเณน โส ทิฏฺฐิกลเห อวีติวตฺโตว โหติ.
๘๐๔. ทุติยคาถาย อตฺโถ – เอวํ อวีติวตฺโต จ ยํ ทิฏฺเฐ สุเต สีลวเต มุเตติ เอเตสุ วตฺถูสุ อุปฺปนฺนทิฏฺฐิสงฺขาเต อตฺตนิ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการํ อานิสํสํ ปสฺสติ. ตเทว โส ตตฺถ สกาย ทิฏฺฐิยา อานิสํสํ ‘‘อิทํ เสฏฺฐ’’นฺติ อภินิวิสิตฺวา อญฺญํ สพฺพํ ปรสตฺถาราทิกํ นิหีนโต ปสฺสติ.
๘๐๕. ตติยคาถาย อตฺโถ – เอวํ ปสฺสโต จสฺส ยํ อตฺตโน สตฺถาราทึ นิสฺสิโต อญฺญํ ปรสตฺถาราทึ หีนํ ปสฺสติ ตํ ปน ทสฺสนํ คนฺถเมว กุสลา วทนฺติ, พนฺธนนฺติ วุตฺตํ โหติ. ยสฺมา เอตเทว, ตสฺมา หิ ทิฏฺฐํว สุตํ มุตํ วา สีลพฺพตํ ภิกฺขุ น นิสฺสเยยฺย, นาภินิเวเสยฺยาติ วุตฺตํ โหติ.
๘๐๖. จตุตฺถคาถาย อตฺโถ – น เกวลํ ทิฏฺฐสุตาทึ น นิสฺสเยยฺย, อปิจ โข ปน อสญฺชาตํ อุปรูปริ ทิฏฺฐิมฺปิ โลกสฺมึ น กปฺปเยยฺย, น ชเนยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. กีทิสํ? ญาเณน วา สีลวเตน วาปิ, สมาปตฺติญาณาทินา ญาเณน วา สีลวเตน วา ยา กปฺปิยติ, เอตํ ทิฏฺฐึ น กปฺเปยฺย. น เกวลญฺจ ทิฏฺฐึ น กปฺปเยยฺย, อปิจ โข ปน มาเนนปิ ชาติอาทีหิ วตฺถูหิ สโมติ อตฺตานมนูปเนยฺย, หีโน น มญฺเญถ วิเสสิ วาปีติ.
๘๐๗. ปญฺจมคาถาย อตฺโถ – เอวญฺหิ ทิฏฺฐึ อกปฺเปนฺโต อมญฺญมาโน จ อตฺตํ ปหาย อนุปาทิยาโน อิธ วา ยํ ปุพฺเพ คหิตํ, ตํ ปหาย อปรํ อคฺคณฺหนฺโต ตสฺมิมฺปิ วุตฺตปฺปกาเร ญาเณ ทุวิธํ นิสฺสยํ โน กโรติ. อกโรนฺโต จ ส เว วิยตฺเตสุ นานาทิฏฺฐิวเสน ภินฺเนสุ สตฺเตสุ น วคฺคสารี ฉนฺทาทิวเสน อคจฺฉนธมฺโม หุตฺวา ทฺวาสฏฺฐิยา ทิฏฺฐีสุ กิญฺจิปิ ทิฏฺฐึ น ปจฺเจติ, น ปจฺจาคจฺฉตีติ วุตฺตํ โหติ.
๘๐๘-๑๐. อิทานิ โย โส อิมาย คาถาย วุตฺโต ขีณาสโว, ตสฺส วณฺณภณนตฺถํ ‘‘ยสฺสูภยนฺเต’’ติอาทิกา ติสฺโส คาถาโย อาห. ตตฺถ อุภยนฺเตติ ปุพฺเพ วุตฺตผสฺสาทิเภเท. ปณิธีติ ตณฺหา. ภวาภวายาติ ปุนปฺปุนภวาย. อิธ วา หุรํ วาติ สกตฺตภาวาทิเภเท อิธ วา ปรตฺตภาวาทิเภเท ปรตฺถ วา. ทิฏฺเฐ วาติ ทิฏฺฐสุทฺธิยา วา. เอส นโย สุตาทีสุ. สญฺญาติ สญฺญาสมุฏฺฐาปิกา ทิฏฺฐิ. ธมฺมาปิ เตสํ น ปฏิจฺฉิตาเสติ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตธมฺมาปิ เตสํ ‘‘อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ เอวํ น ปฏิจฺฉิตา. ปารงฺคโต น ปจฺเจติ ตาทีติ นิพฺพานปารํ คโต เตน เตน มคฺเคน ปหีเน กิเลเส ปุน นาคจฺฉติ, ปญฺจหิ จ อากาเรหิ ตาที โหตีติ. เสสํ ปากฏเมวาติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ปรมฏฺฐกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ชราสุตฺตวณฺณนา
๘๑๑. อปฺปํ วต ชีวิตนฺติ ชราสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วสฺสํ วสิตฺวา ยานิ ตานิ พุทฺธานํ สรีราโรคฺยสมฺปาทนํ อนุปฺปนฺนสิกฺขาปทปญฺญาปนํ เวเนยฺยทมนํ ตถารูปาย อฏฺฐุปฺปตฺติยา ชาตกาทิกถนนฺติอาทีนิ ชนปทจาริกานิมิตฺตานิ, ตานิ สมเวกฺขิตฺวา ชนปทจาริกํ ปกฺกามิ. อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน สายํ สาเกตํ อนุปฺปตฺโต อญฺชนวนํ ปาวิสิ. สาเกตวาสิโน สุตฺวา ‘‘อกาโล อิทานิ ภควนฺตํ ทสฺสนายา’’ติ วิภาตาย รตฺติยา มาลาคนฺธาทีนิ คเหตฺวา ภควโต สนฺติกํ คนฺตฺวา ปูชนวนฺทนสมฺโมทนาทีนิ กตฺวา ปริวาเรตฺวา อฏฺฐํสุ ยาว ภควโต คามปฺปเวสนเวลา, อถ ภควา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ปิณฺฑาย ปาวิสิ. ตํ อญฺญตโร สาเกตโก พฺราหฺมณมหาสาโล นครา นิกฺขนฺโต นครทฺวาเร อทฺทส. ทิสฺวา ปุตฺตสิเนหํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘จิรทิฏฺโฐสิ, ปุตฺต, มยา’’ติ ปริเทวยมาโน อภิมุโข อคมาสิ. ภควา ภิกฺขู สญฺญาเปสิ – ‘‘อยํ, ภิกฺขเว, พฺราหฺมโณ ยํ อิจฺฉติ, ตํ กโรตุ, น วาเรตพฺโพ’’ติ.
พฺราหฺมโณปิ วจฺฉคิทฺธินีว คาวี อาคนฺตฺวา ภควโต กายํ ปุรโต จ ปจฺฉโต จ ทกฺขิณโต จ วามโต จาติ สมนฺตา อาลิงฺคิ ‘‘จิรทิฏฺโฐสิ, ปุตฺต, จิรํ วินา อโหสี’’ติ ภณนฺโต. ยทิ ปน โส ตถา กาตุํ น ลเภยฺย, หทยํ ผาเลตฺวา มเรยฺย. โส ภควนฺตํ อโวจ – ‘‘ภควา ตุเมฺหหิ สทฺธึ อาคตภิกฺขูนํ อหเมว ภิกฺขํ ทาตุํ สมตฺโถ, มเมว อนุคฺคหํ กโรถา’’ติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน. พฺราหฺมโณ ภควโต ปตฺตํ คเหตฺวา ปุรโต คจฺฉนฺโต พฺราหฺมณิยา เปเสสิ – ‘‘ปุตฺโต เม อาคโต, อาสนํ ปญฺญาเปตพฺพ’’นฺติ. สา ตถา กตฺวา อาคมนํ ปสฺสนฺตี ฐิตา ภควนฺตํ อนฺตรวีถิยํเยว ทิสฺวา ปุตฺตสิเนหํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘จิรทิฏฺโฐสิ, ปุตฺต, มยา’’ติ ปาเทสุ คเหตฺวา โรทิตฺวา ฆรํ อติเนตฺวา สกฺกจฺจํ โภเชสิ. ภุตฺตาวิโน พฺราหฺมโณ ปตฺตํ อปนาเมสิ. ภควา เตสํ สปฺปายํ วิทิตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ, เทสนาปริโยสาเน อุโภปิ โสตาปนฺนา อเหสุํ. อถ ภควนฺตํ ยาจึสุ – ‘‘ยาว, ภนฺเต, ภควา อิมํ นครํ อุปนิสฺสาย วิหรติ, อมฺหากํเยว ฆเร ภิกฺขา คเหตพฺพา’’ติ. ภควา ‘‘น พุทฺธา เอวํ เอกํ นิพทฺธฏฺฐานํเยว คจฺฉนฺตี’’ติ ปฏิกฺขิปิ. เต อาหํสุ – ‘‘เตน หิ, ภนฺเต, ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปิณฺฑาย จริตฺวาปิ ตุเมฺห อิเธว ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสตฺวา วิหารํ คจฺฉถา’’ติ. ภควา เตสํ อนุคฺคหตฺถาย ตถา อกาสิ. มนุสฺสา พฺราหฺมณญฺจ พฺราหฺมณิญฺจ ‘‘พุทฺธปิตา พุทฺธมาตา’’ เตฺวว โวหรึสุ. ตมฺปิ กุลํ ‘‘พุทฺธกุล’’นฺติ นามํ ลภิ.
อานนฺทตฺเถโร ภควนฺตํ ปุจฺฉิ – ‘‘อหํ ภควโต มาตาปิตโร ชานามิ, อิเม ปน กสฺมา วทนฺติ ‘อหํ พุทฺธมาตา อหํ พุทฺธปิตา’’’ติ. ภควา อาห – ‘‘นิรนฺตรํ เม, อานนฺท, พฺราหฺมณี จ พฺราหฺมโณ จ ปญฺจ ชาติสตานิ มาตาปิตโร อเหสุํ, ปญฺจ ชาติสตานิ มาตาปิตูนํ เชฏฺฐกา, ปญฺจ ชาติสตานิ กนิฏฺฐกา. เต ปุพฺพสิเนเหเนว กเถนฺตี’’ติ อิมญฺจ คาถมภาสิ –
‘‘ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน, ปจฺจุปฺปนฺนหิเตน วา;
เอวํ ตํ ชายเต เปมํ, อุปฺปลํว ยโถทเก’’ติ. (ชา. ๑.๒.๑๗๔);
ตโต ภควา สาเกเต ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา ปุน จาริกํ จรมาโน สาวตฺถิเมว อคมาสิ. โสปิ พฺราหฺมโณ จ พฺราหฺมณี จ ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา ปติรูปํ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เสสมคฺเค ปาปุณิตฺวา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายึสุ. นคเร พฺราหฺมณา สนฺนิปตึสุ ‘‘อมฺหากํ ญาตเก สกฺกริสฺสามา’’ติ. โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิโน อุปาสกาปิ สนฺนิปตึสุ อุปาสิกาโย จ ‘‘อมฺหากํ สหธมฺมิเก สกฺกริสฺสามา’’ติ. เต สพฺเพปิ กมฺพลกูฏาคารํ อาโรเปตฺวา มาลาคนฺธาทีหิ ปูเชนฺตา นครา นิกฺขาเมสุํ.
ภควาปิ ตํ ทิวสํ ปจฺจูสสมเย พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต เตสํ ปรินิพฺพานภาวํ ญตฺวา ‘‘ตตฺถ มยิ คเต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา พหุชนสฺส ธมฺมาภิสมโย ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถิโต อาคนฺตฺวา อาฬาหนเมว ปาวิสิ. มนุสฺสา ทิสฺวา ‘‘มาตาปิตูนํ สรีรกิจฺจํ กาตุกาโม ภควา อาคโต’’ติ วนฺทิตฺวา อฏฺฐํสุ. นาคราปิ กูฏาคารํ ปูเชนฺตา อาฬาหนํ อาเนตฺวา ภควนฺตํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘คหฏฺฐอริยสาวกา กถํ ปูเชตพฺพา’’ติ. ภควา ‘‘ยถา อเสกฺขา ปูชิยนฺติ, ตถา ปูเชตพฺพา อิเม’’ติ อธิปฺปาเยน เตสํ อเสกฺขมุนิภาวํ ทีเปนฺโต อิมํ คาถมาห –
‘‘อหึสกา เย มุนโย, นิจฺจํ กาเยน สํวุตา;
เต ยนฺติ อจฺจุตํ ฐานํ, ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจเร’’ติ. (ธ. ป. ๒๒๕);
ตญฺจ ปริสํ โอโลเกตฺวา ตงฺขณานุรูปํ ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ อปฺปํ วต ชีวิตํ อิทนฺติ ‘‘อิทํ วต มนุสฺสานํ ชีวิตํ อปฺปํ ปริตฺตํ ฐิติปริตฺตตาย สรสปริตฺตตายา’’ติ สลฺลสุตฺเตปิ วุตฺตนยเมตํ. โอรํ วสฺสสตาปิ มิยฺยตีติ วสฺสสตา โอรํ กลลาทิกาเลปิ มิยฺยติ. อติจฺจาติ วสฺสสตํ อติกฺกมิตฺวา. ชรสาปิ มิยฺยตีติ ชรายปิ มิยฺยติ.
๘๑๒-๖. มมายิเตติ มมายิตวตฺถุการณา. วินาภาวสนฺตเมวิทนฺติ สนฺตวินาภาวํ วิชฺชมานวินาภาวเมว อิทํ, น สกฺกา อวินาภาเวน ภวิตุนฺติ วุตฺตํ โหติ. มามโกติ มม อุปาสโก ภิกฺขุ วาติ สงฺขํ คโต, พุทฺธาทีนิ วา วตฺถูนิ มมายมาโน. สงฺคตนฺติ สมาคตํ ทิฏฺฐปุพฺพํ วา. ปิยายิตนฺติ ปิยํ กตํ. นามํเยวาวสิสฺสติ อกฺเขยฺยนฺติ สพฺพํ รูปาทิธมฺมชาตํ ปหียติ, นามมตฺตเมว ตุ อวสิสฺสติ ‘‘พุทฺธรกฺขิโต, ธมฺมรกฺขิโต’’ติ เอวํ สงฺขาตุํ กเถตุํ. มุนโยติ ขีณาสวมุนโย. เขมทสฺสิโนติ นิพฺพานทสฺสิโน.
๘๑๗. สตฺตมคาถา เอวํ มรณพฺภาหเต โลเก อนุรูปปฏิปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตา. ตตฺถ ปติลีนจรสฺสาติ ตโต ตโต ปติลีนํ จิตฺตํ กตฺวา จรนฺตสฺส. ภิกฺขุโนติ กลฺยาณปุถุชฺชนสฺส เสกฺขสฺส วา. สามคฺคิยมาหุ ตสฺสตํ,โย อตฺตานํ ภวเน น ทสฺสเยติ ตสฺเสตํ ปติรูปมาหุ, โย เอวํปฏิปนฺโน นิรยาทิเภเท ภวเน อตฺตานํ น ทสฺเสยฺย. เอวญฺหิ โส อิมมฺหา มรณา มุจฺเจยฺยาติ อธิปฺปาโย.
๘๑๘-๒๐. อิทานิ โย ‘‘อตฺตานํ ภวเน น ทสฺสเย’’ติ เอวํ ขีณาสโว วิภาวิโต, ตสฺส วณฺณภณนตฺถํ อิโต ปรา ติสฺโส คาถาโย อาห. ตตฺถ สพฺพตฺถาติ ทฺวาทสสุ อายตเนสุ. ยทิทํ ทิฏฺฐสุตํ มุเตสุ วาติ เอตฺถ ปน ยทิทํ ทิฏฺฐสุตํ, เอตฺถ วา มุเตสุ วา ธมฺเมสุ เอวํ มุนิ น อุปลิมฺปตีติ เอวํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. โธโน น หิ เตน มญฺญติ, ยทิทํ ทิฏฺฐสุตํ มุเตสุ วาติ อตฺราปิ ยทิทํ ทิฏฺฐสุตฺตํ, เตน วตฺถุนา น มญฺญติ, มุเตสุ วา ธมฺเมสุ น มญฺญตีติ เอวเมว สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. น หิ โส รชฺชติ โน วิรชฺชตีติ. พาลปุถุชฺชนา วิย น รชฺชติ, กลฺยาณปุถุชฺชนเสกฺขา วิย น วิรชฺชติ, ราคสฺส ปน ขีณตฺตา ‘‘วิราโค’’เตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมวาติ. เทสนาปริโยสาเน จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ชราสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ติสฺสเมตฺเตยฺยสุตฺตวณฺณนา
๘๒๑. เมถุนมนุยุตฺตสฺสาติ ติสฺสเมตฺเตยฺยสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควติ กิร สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต ติสฺสเมตฺเตยฺยา นาม เทฺว สหายา สาวตฺถึ อคมํสุ. เต สายนฺหสมยํ มหาชนํ เชตวนาภิมุขํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘กุหึ คจฺฉถา’’ติ ปุจฺฉึสุ. ตโต เตหิ ‘‘พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน, พหุชนหิตาย ธมฺมํ เทเสติ, ตํ โสตุํ เชตวนํ คจฺฉามา’’ติ วุตฺเต ‘‘มยมฺปิ โสสฺสามา’’ติ อคมํสุ. เต อวญฺฌธมฺมเทสกสฺส ภควโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปริสนฺตเร นิสินฺนาว จินฺเตสุํ – ‘‘น สกฺกา อคารมชฺเฌ ฐิเตนายํ ธมฺโม ปริปูเรตุ’’นฺติ. อถ ปกฺกนฺเต มหาชเน ภควนฺตํ ปพฺพชฺชํ ยาจึสุ. ภควา ‘‘อิเม ปพฺพาเชหี’’ติ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อาณาเปสิ. โส เต ปพฺพาเชตฺวา ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ ทตฺวา อรญฺญวาสํ คนฺตุมารทฺโธ. เมตฺเตยฺโย ติสฺสํ อาห – ‘‘อาวุโส, อุปชฺฌาโย อรญฺญํ คจฺฉติ, มยมฺปิ คจฺฉามา’’ติ. ติสฺโส ‘‘อลํ อาวุโส, ภควโต ทสฺสนํ ธมฺมสฺสวนญฺจ อหํ ปิเหมิ, คจฺฉ ตฺว’’นฺติ วตฺวา น อคมาสิ. เมตฺเตยฺโย อุปชฺฌาเยน สห คนฺตฺวา อรญฺเญ สมณธมฺมํ กโรนฺโต น จิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณิ สทฺธึ อาจริยุปชฺฌาเยหิ. ติสฺสสฺสาปิ เชฏฺฐภาตา พฺยาธินา กาลมกาสิ. โส ตํ สุตฺวา อตฺตโน คามํ อคมาสิ, ตตฺร นํ ญาตกา ปโลเภตฺวา อุปฺปพฺพาเชสุํ. เมตฺเตยฺโยปิ อาจริยุปชฺฌาเยหิ สทฺธึ สาวตฺถึ อาคโต. อถ ภควา วุตฺถวสฺโส ชนปทจาริกํ จรมาโน อนุปุพฺเพน ตํ คามํ ปาปุณิ. ตตฺถ เมตฺเตยฺโย ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ‘‘อิมสฺมึ, ภนฺเต, คาเม มม คิหิสหาโย อตฺถิ, มุหุตฺตํ ตาว อาคเมถ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ วตฺวา คามํ ปวิสิตฺวา ตํ ภควโต สนฺติกํ อาเนตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต ตสฺสตฺถาย อาทิคาถาย ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. ตสฺส ภควา พฺยากโรนฺโต อวเสสคาถาโย อภาสิ. อยมสฺส สุตฺตสฺส อุปฺปตฺติ.
ตตฺถ เมถุนมนุยุตฺตสฺสาติ เมถุนธมฺมสมายุตฺตสฺส. อิตีติ เอวมาห. อายสฺมาติ ปิยวจนเมตํ, ติสฺโสติ นามํ ตสฺส เถรสฺส. โส หิ ติสฺโสติ นาเมน. เมตฺเตยฺโยติ โคตฺตํ, โคตฺตวเสเนว เจส ปากโฏ อโหสิ. ตสฺมา อฏฺฐุปฺปตฺติยํ วุตฺตํ ‘‘ติสฺสเมตฺเตยฺยา นาม เทฺว สหายา’’ติ. วิฆาตนฺติ อุปฆาตํ. พฺรูหีติ อาจิกฺข. มาริสาติ ปิยวจนเมตํ, นิทุกฺขาติ วุตฺตํ โหติ. สุตฺวาน ตว สาสนนฺติ ตว วจนํ สุตฺวา. วิเวเก สิกฺขิสฺสามเสติ สหายํ อารพฺภ ธมฺมเทสนํ ยาจนฺโต ภณติ. โส ปน สิกฺขิตสิกฺโขเยว.
๘๒๒. มุสฺสเต วาปิ สาสนนฺติ ปริยตฺติปฏิปตฺติโต ทุวิธมฺปิ สาสนํ นสฺสติ. วาปีติ ปทปูรณมตฺตํ. เอตํ ตสฺมึ อนาริยนฺติ ตสฺมึ ปุคฺคเล เอตํ อนริยํ, ยทิทํ มิจฺฉาปฏิปทา.
๘๒๓. เอโก ปุพฺเพ จริตฺวานาติ ปพฺพชฺชาสงฺขาเตน วา คณโวสฺสคฺคฏฺเฐน วา ปุพฺเพ เอโก วิหริตฺวา. ยานํ ภนฺตํว ตํ โลเก, หีนมาหุ ปุถุชฺชนนฺติ ตํ วิพฺภนฺตกํ ปุคฺคลํ ยถา หตฺถิยานาทิยานํ อทนฺตํ วิสมํ อาโรหติ, อาโรหกมฺปิ ภญฺชติ, ปปาเตปิ ปปตติ. เอวํ กายทุจฺจริตาทิวิสมาโรหเนน นรกาทีสุ, อตฺถภญฺชเนน ชาติปปาตาทีสุ ปปตเนน จ ยานํ ภนฺตํว อาหุ หีนํ ปุถุชฺชนญฺจ อาหูติ.
๘๒๔-๕. ยโส กิตฺติ จาติ ลาภสกฺกาโร ปสํสา จ. ปุพฺเพติ ปพฺพชิตภาเว. หายเต วาปิ ตสฺส สาติ ตสฺส วิพฺภนฺตกสฺส สโต โส จ ยโส สา จ กิตฺติ หายติ. เอตมฺปิ ทิสฺวาติ เอตมฺปิ ปุพฺเพ ยสกิตฺตีนํ ภาวํ ปจฺฉา จ หานึ ทิสฺวา. สิกฺเขถ เมถุนํ วิปฺปหาตเวติ ติสฺโส สิกฺขา สิกฺเขถ. กึ การณํ? เมถุนํ วิปฺปหาตเว, เมถุนปฺปหานตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ. โย หิ เมถุนํ น วิปฺปชหติ, สงฺกปฺเปหิ…เป… ตถาวิโธ. ตตฺถ ปเรโตติ สมนฺนาคโต. ปเรสํ นิคฺโฆสนฺติ อุปชฺฌายาทีนํ นินฺทาวจนํ. มงฺกุ โหตีติ ทุมฺมโน โหติ.
๘๒๖. อิโต ปรา คาถา ปากฏสมฺพนฺธา เอว. ตาสุ สตฺถานีติ กายทุจฺจริตาทีนิ. ตานิ หิ อตฺตโน ปเรสญฺจ เฉทนฏฺเฐน ‘‘สตฺถานี’’ติ วุจฺจนฺติ. เตสุ จายํ วิเสสโต โจทิโต มุสาวจนสตฺถาเนว กโรติ – ‘‘อิมินา การเณนาหํ วิพฺภนฺโต’’ติ ภณนฺโต. เตเนวาห – ‘‘เอส ขฺวสฺส มหาเคโธ, โมสวชฺชํ ปคาหตี’’ติ. ตตฺถ เอส ขฺวสฺสาติ เอส โข อสฺส. มหาเคโธติ มหาพนฺธนํ. กตโมติ เจ? ยทิทํ โมสวชฺชํ ปคาหติ, สฺวาสฺส มุสาวาทชฺโฌคาโห มหาเคโธติ เวทิตพฺโพ.
๘๒๗. มนฺโทว ปริกิสฺสตีติ ปาณวธาทีนิ กโรนฺโต ตโตนิทานญฺจ ทุกฺขมนุโภนฺโต โภคปริเยสนรกฺขนานิ จ กโรนฺโต โมมูโห วิย ปริกิลิสฺสติ.
๘๒๘-๙. ‘‘เอตมาทีนวํ ญตฺวา, มุนิ ปุพฺพาปเร อิธา’’ติ เอตํ ‘‘ยโส กิตฺติ จ ยา ปุพฺเพ, หายเตวาปิ ตสฺส สา’’ติ อิโต ปภุติ วุตฺเต ปุพฺพาปเร อิธ อิมสฺมึ สาสเน ปุพฺพโต อปเร สมณภาวโต วิพฺภนฺตกภาเว อาทีนวํ มุนิ ญตฺวา. เอตทริยานมุตฺตมนฺติ ยทิทํ วิเวกจริยา, เอตํ พุทฺธาทีนํ อริยานํ อุตฺตมํ, ตสฺมา วิเวกญฺเญว สิกฺเขถาติ อธิปฺปาโย. น เตน เสฏฺโฐ มญฺเญถาติ เตน จ วิเวเกน น อตฺตานํ ‘‘เสฏฺโฐ อห’’นฺติ มญฺเญยฺย, เตน ถทฺโธ น ภเวยฺยาติ วุตฺตํ โหติ.
๘๓๐. ริตฺตสฺสาติ วิวิตฺตสฺส กายทุจฺจริตาทีหิ วิรหิตสฺส. โอฆติณฺณสฺส ปิหยนฺติ, กาเมสุ คธิตา ปชาติ วตฺถุกาเมสุ ลคฺคา สตฺตา ตสฺส จตุโรฆติณฺณสฺส ปิหยนฺติ อิณายิกา วิย อาณณฺยสฺสาติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. เทสนาปริโยสาเน ติสฺโส โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉากาสีติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ติสฺสเมตฺเตยฺยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ปสูรสุตฺตวณฺณนา
๘๓๑. อิเธว สุทฺธีติ ปสูรสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควติ กิร สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต ปสูโร นาม ปริพฺพาชโก มหาวาที, โส ‘‘อหมสฺมิ สกลชมฺพุทีเป วาเทน อคฺโค, ตสฺมา ยถา ชมฺพุทีปสฺส ชมฺพุปญฺญาณํ, เอวํ มมาปิ ภวิตุํ อรหตี’’ติ ชมฺพุสาขํ ธชํ กตฺวา สกลชมฺพุทีเป ปฏิวาทํ อนาสาเทนฺโต อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ อาคนฺตฺวา นครทฺวาเร วาลิกตฺถลํ กตฺวา ตตฺถ สาขํ อุสฺสาเปตฺวา ‘‘โย มยา สทฺธึ วาทํ กาตุํ สมตฺโถ, โส อิมํ สาขํ ภญฺชตู’’ติ วตฺวา นครํ ปาวิสิ. ตํ ฐานํ มหาชโน ปริวาเรตฺวา อฏฺฐาสิ. เตน จ สมเยน อายสฺมา สาริปุตฺโต ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา สาวตฺถิโต นิกฺขมติ. โส ตํ ทิสฺวา สมฺพหุเล คามทารเก ปุจฺฉิ – ‘‘กึ เอตํ ทารกา’’ติ, เต สพฺพํ อาจิกฺขึสุ. ‘‘เตน หิ นํ ตุเมฺห อุทฺธริตฺวา ปาเทหิ ภญฺชถ, ‘วาทตฺถิโก วิหารํ อาคจฺฉตู’ติ จ ภณถา’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ.
ปริพฺพาชโก ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ อาคนฺตฺวา อุทฺธริตฺวา ภคฺคํ สาขํ ทิสฺวา ‘‘เกนิทํ การิต’’นฺติ ปุจฺฉิ. ‘‘พุทฺธสาวเกน สาริปุตฺเตนา’’ติ จ วุตฺเต ปมุทิโต หุตฺวา ‘‘อชฺช มม ชยํ สมณสฺส จ ปราชยํ ปณฺฑิตา ปสฺสนฺตู’’ติ ปญฺหวีมํสเก การณิเก อาเนตุํ สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา วีถิสิงฺฆาฏกจจฺจเรสุ วิจรนฺโต ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส อคฺคสาวเกน สห วาเท ปญฺญาปฏิภานํ โสตุกามา โภนฺโต นิกฺขมนฺตู’’ติ อุคฺโฆเสสิ. ‘‘ปณฺฑิตานํ วจนํ โสสฺสามา’’ติ สาสเน ปสนฺนาปิ อปฺปสนฺนาปิ พหู มนุสฺสา นิกฺขมึสุ. ตโต ปสูโร มหาชนปริวุโต ‘‘เอวํ วุตฺเต เอวํ ภณิสฺสามี’’ติอาทีนิ วิตกฺเกนฺโต วิหารํ อคมาสิ. เถโร ‘‘วิหาเร อุจฺจาสทฺทมหาสทฺโท ชนพฺยากุลญฺจ มา อโหสี’’ติ เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา นิสีทิ.
ปริพฺพาชโก เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ตฺวํ, โภ, ปพฺพชิต, มยฺหํ ชมฺพุธชํ ภญฺชาเปสี’’ติ อาห. ‘‘อาม ปริพฺพาชกา’’ติ จ วุตฺเต ‘‘โหตุ โน, โภ, กาจิ กถาปวตฺตี’’ติ อาห. ‘‘โหตุ ปริพฺพาชกา’’ติ จ เถเรน สมฺปฏิจฺฉิเต ‘‘ตฺวํ, สมณ, ปุจฺฉ, อหํ วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ อาห. ตโต นํ เถโร อวจ ‘‘กึ, ปริพฺพาชก, ทุกฺกรํ ปุจฺฉา, อุทาหุ วิสฺสชฺชน’’นฺติ. วิสฺสชฺชนํ โภ, ปพฺพชิต, ปุจฺฉาย กึ ทุกฺกรํ. ตํ โย หิ โกจิ ยํกิญฺจิ ปุจฺฉตีติ. ‘‘เตน หิ, ปริพฺพาชก, ตฺวํ ปุจฺฉ, อหํ วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ เอวํ วุตฺเต ปริพฺพาชโก ‘‘สาธุรูโป ภิกฺขุ ฐาเน สาขํ ภญฺชาเปสี’’ติ วิมฺหิตจิตฺโต หุตฺวา เถรํ ปุจฺฉิ – ‘‘โก ปุริสสฺส กาโม’’ติ. ‘‘สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม’’ติ (อ. นิ. ๖.๖๓) เถโร อาห. โส ตํ สุตฺวา เถเร วิรุทฺธสญฺญี หุตฺวา ปราชยํ อาโรเปตุกาโม อาห – ‘‘จิตฺรวิจิตฺรารมฺมณํ ปน โภ, ปพฺพชิต, ปุริสสฺส กามํ น วเทสี’’ติ? ‘‘อาม, ปริพฺพาชก, น วเทมี’’ติ. ตโต นํ ปริพฺพาชโก ยาว ติกฺขตฺตุํ ปฏิญฺญํ การาเปตฺวา ‘‘สุณนฺตุ โภนฺโต สมณสฺส วาเท โทส’’นฺติ ปญฺหวีมํสเก อาลปิตฺวา อาห – ‘‘โภ, ปพฺพชิต, ตุมฺหากํ สพฺรหฺมจาริโน อรญฺเญ วิหรนฺตี’’ติ? ‘‘อาม, ปริพฺพาชก, วิหรนฺตี’’ติ. ‘‘เต ตตฺถ วิหรนฺตา กามวิตกฺกาทโย วิตกฺเก วิตกฺเกนฺตี’’ติ? ‘‘อาม, ปริพฺพาชก, ปุถุชฺชนา สหสา วิตกฺเกนฺตี’’ติ. ‘‘ยทิ เอวํ เตสํ สมณภาโว กุโต? นนุ เต อคาริกา กามโภคิโน โหนฺตี’’ติ เอวญฺจ ปน วตฺวา อถาปรํ เอตทโวจ –
‘‘น เต เว กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก,
สงฺกปฺปราคญฺจ วเทสิ กามํ;
สงฺกปฺปยํ อกุสเล วิตกฺเก,
ภิกฺขุปิ เต เหสฺสติ กามโภคี’’ติ. (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๓๔);
อถ เถโร ปริพฺพาชกสฺส วาเท โทสํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘กึ, ปริพฺพาชก, สงฺกปฺปราคํ ปุริสสฺส กามํ น วเทสิ, จิตฺรวิจิตฺรารมฺมณํ วเทสี’’ติ? ‘‘อาม, โภ, ปพฺพชิตา’’ติ. ตโต นํ เถโร ยาว ติกฺขตฺตุํ ปฏิญฺญํ การาเปตฺวา ‘‘สุณาถ, อาวุโส, ปริพฺพาชกสฺส วาเท โทส’’นฺติ ปญฺหวีมํสเก อาลปิตฺวา อาห – ‘‘อาวุโส ปสูร, ตว สตฺถา อตฺถี’’ติ? ‘‘อาม, ปพฺพชิต, อตฺถี’’ติ. ‘‘โส จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปารมฺมณํ ปสฺสติ สทฺทารมฺมณาทีนิ วา เสวตี’’ติ? ‘‘อาม, ปพฺพชิต, เสวตี’’ติ. ‘‘ยทิ เอวํ ตสฺส สตฺถุภาโว กุโต, นนุ โส อคาริโก กามโภคี โหตี’’ติ เอวญฺจ ปน วตฺวา อถาปรํ เอตทโวจ –
‘‘เต เว กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก,
สงฺกปฺปราคํ น วเทสิ กามํ;
ปสฺสนฺโต รูปานิ มโนรมานิ,
สุณนฺโต สทฺทานิ มโนรมานิ.
‘‘ฆายนฺโต คนฺธานิ มโนรมานิ,
สายนฺโต รสานิ มโนรมานิ;
ผุสนฺโต ผสฺสานิ มโนรมานิ,
สตฺถาปิ เต เหสฺสติ กามโภคี’’ติ.
เอวํ วุตฺเต นิปฺปฏิภาโน ปริพฺพาชโก ‘‘อยํ ปพฺพชิโต มหาวาที, อิมสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา วาทสตฺถํ สิกฺขิสฺสามี’’ติ สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา ปตฺตจีวรํ ปริเยสิตฺวา เชตวนํ ปวิฏฺโฐ ตตฺถ ลาลุทายึ สุวณฺณวณฺณํ กายูปปนฺนํ สรีราการากปฺเปสุ สมนฺตปาสาทิกํ ทิสฺวา ‘‘อยํ ภิกฺขุ มหาปญฺโญ มหาวาที’’ติ มนฺตฺวา ตสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ตํ วาเทน นิคฺคเหตฺวา สลิงฺเคน ตํเยว ติตฺถายตนํ ปกฺกมิตฺวา ปุน ‘‘สมเณน โคตเมน สทฺธึ วาทํ กริสฺสามี’’ติ สาวตฺถิยํ ปุริมนเยเนว อุคฺโฆเสตฺวา มหาชนปริวุโต ‘‘เอวํ สมณํ โคตมํ นิคฺคเหสฺสามี’’ติอาทีนิ วทนฺโต เชตวนํ อคมาสิ. เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก อธิวตฺถา เทวตา ‘‘อยํ อภาชนภูโต’’ติ มุขพนฺธมสฺส อกาสิ. โส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา มูโค วิย นิสีทิ. มนุสฺสา ‘‘อิทานิ ปุจฺฉิสฺสติ, อิทานิ ปุจฺฉิสฺสตี’’ติ ตสฺส มุขํ อุลฺโลเกตฺวา ‘‘วเทหิ, โภ ปสูร, วเทหิ, โภ ปสูรา’’ติ อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทา อเหสุํ. อถ ภควา ‘‘กึ ปสูโร วทิสฺสตี’’ติ วตฺวา ตตฺถ สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมเทสนตฺถํ อิมํ สุตฺตํ อภาสิ.
ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว อยํ สงฺเขโป – อิเม ทิฏฺฐิคติกา อตฺตโน ทิฏฺฐึ สนฺธาย อิเธว สุทฺธี อิติ วาทยนฺติ นาญฺเญสุ ธมฺเมสุ วิสุทฺธิมาหุ. เอวํ สนฺเต อตฺตโน สตฺถาราทีนิ นิสฺสิตา ตตฺเถว ‘‘เอส วาโท สุโภ’’ติ เอวํ สุภํ วทานา หุตฺวา ปุถู สมณพฺราหฺมณา ‘‘สสฺสโต โลโก’’ติอาทีสุ ปจฺเจกสจฺเจสุ นิวิฏฺฐา.
๘๓๒. เอวํ นิวิฏฺฐา จ – เต วาทกามาติ คาถา. ตตฺถ พาลํ ทหนฺตี มิถุ อญฺญมญฺญนฺติ ‘‘อยํ พาโล อยํ พาโล’’ติ เอวํ เทฺวปิ ชนา อญฺญมญฺญํ พาลํ ทหนฺติ, พาลโต ปสฺสนฺติ. วทนฺติ เต อญฺญสิตา กโถชฺชนฺติ เต อญฺญมญฺญํ สตฺถาราทึ นิสฺสิตา กลหํ วทนฺติ. ปสํสกามา กุสลา วทานาติ ปสํสตฺถิกา อุโภปิ ‘‘มยํ กุสลวาทา ปณฺฑิตวาทา’’ติ เอวํสญฺญิโน หุตฺวา.
๘๓๓. เอวํ วทาเนสุ จ เตสุ เอโก นิยมโต เอว – ยุตฺโต กถายนฺติ คาถา. ตตฺถ ยุตฺโต กถายนฺติ วิวาทกถาย อุสฺสุกฺโก. ปสํสมิจฺฉํ วินิฆาติ โหตีติ อตฺตโน ปสํสํ อิจฺฉนฺโต ‘‘กถํ นุ โข นิคฺคเหสฺสามี’’ติอาทินา นเยน ปุพฺเพว สลฺลาปา กถํกถี วินิฆาตี โหติ. อปาหตสฺมินฺติ ปญฺหวีมํสเกหิ ‘‘อตฺถาปคตํ เต ภณิตํ, พฺยญฺชนาปคตํ เต ภณิต’’นฺติอาทินา นเยน อปหาริเต วาเท. นินฺทาย โส กุปฺปตีติ เอวํ อปาหตสฺมิญฺจ วาเท อุปฺปนฺนาย นินฺทาย โส กุปฺปติ. รนฺธเมสีติ ปรสฺส รนฺธเมว คเวสนฺโต.
๘๓๔. น เกวลญฺจ กุปฺปติ, อปิจ โข ปน ยมสฺส วาทนฺติ คาถา. ตตฺถ ปริหีนมาหุ อปาหตนฺติ อตฺถพฺยญฺชนาทิโต อปาหตํ ปริหีนํ วทนฺติ. ปริเทวตีติ ตโต นิมิตฺตํ โส ‘‘อญฺญํ มยา อาวชฺชิต’’นฺติอาทีหิ วิปฺปลปติ. โสจตีติ ‘‘ตสฺส ชโย’’ติอาทีนิ อารพฺภ โสจติ. อุปจฺจคา มนฺติ อนุตฺถุนาตีติ ‘‘โส มํ วาเทน วาทํ อติกฺกนฺโต’’ติอาทินา นเยน สุฏฺฐุตรํ วิปฺปลปติ.
๘๓๕. เอเต วิวาทา สมเณสูติ เอตฺถ ปน สมณา วุจฺจนฺติ พาหิรปริพฺพาชกา. เอเตสุ อุคฺฆาติ นิฆาติ โหตีติ เอเตสุ วาเทสุ ชยปราชยาทิวเสน จิตฺตสฺส อุคฺฆาตํ นิฆาตญฺจ ปาปุณนฺโต อุคฺฆาตี นิฆาตี จ โหติ. วิรเม กโถชฺชนฺติ ปชเหยฺย กลหํ. น หญฺญทตฺถตฺถิ ปสํสลาภาติ น หิ เอตฺถ ปสํสลาภโต อญฺโญ อตฺโถ อตฺถิ.
๘๓๖-๗. ฉฏฺฐคาถาย อตฺโถ – ยสฺมา จ น หญฺญทตฺถตฺถิ ปสํสลาภา, ตสฺมา ปรมํ ลาภํ ลภนฺโตปิ ‘‘สุนฺทโร อย’’นฺติ ตตฺถ ทิฏฺฐิยา ปสํสิโต วา ปน โหติ ตํ วาทํ ปริสาย มชฺเฌ ทีเปตฺวา, ตโต โส เตน ชยตฺเถน ตุฏฺฐึ วา ทนฺตวิทํสกํ วา อาปชฺชนฺโต หสติ, มาเนน จ อุณฺณมติ. กึ การณํ? ยสฺมา ตํ ชยตฺถํ ปปฺปุยฺย ยถามาโน ชาโต, เอวํ อุณฺณมโต จ ยา อุณฺณตีติ คาถา. ตตฺถ มานาติมานํ วทเต ปเนโสติ เอโส ปน ตํ อุณฺณตึ ‘‘วิฆาตภูมี’’ติ อพุชฺฌมาโน มานญฺจ อติมานญฺจ วทติเยว.
๘๓๘. เอวํ วาเท โทสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺส วาทํ อสมฺปฏิจฺฉนฺโต ‘‘สูโร’’ติ คาถมาห. ตตฺถ ราชขาทายาติ ราชขาทนีเยน, ภตฺตเวตเนนาติ วุตฺตํ โหติ. อภิคชฺชเมติ ปฏิสูรมิจฺฉนฺติ ยถา โส ปฏิสูรํ อิจฺฉนฺโต อภิคชฺชนฺโต เอติ, เอวํ ทิฏฺฐิคติโก ทิฏฺฐิคติกนฺติ ทสฺเสติ. เยเนว โส, เตน ปเลหีติ เยน โส ตุยฺหํ ปฏิสูโร, เตน คจฺฉ. ปุพฺเพว นตฺถิ ยทิทํ ยุธายาติ ยํ ปน อิทํ กิเลสชาตํ ยุทฺธาย สิยา, ตํ เอตํ ปุพฺเพว นตฺถิ, โพธิมูเลเยว ปหีนนฺติ ทสฺเสติ. เสสคาถา ปากฏสมฺพนฺธาเยว.
๘๓๙-๔๐. ตตฺถ วิวาทยนฺตีติ วิวทนฺติ. ปฏิเสนิกตฺตาติ ปฏิโลมการโก. วิเสนิกตฺวาติ กิเลสเสนํ วินาเสตฺวา. กึ ลเภโถติ ปฏิมลฺลํ กึ ลภิสฺสสิ. ปสูราติ ตํ ปริพฺพาชกํ อาลปติ. เยสีธ นตฺถีติ เยสํ อิธ นตฺถิ.
๘๔๑. ปวิตกฺกนฺติ ‘‘ชโย นุ โข เม ภวิสฺสตี’’ติ อาทีนิ วิตกฺเกนฺโต. โธเนน ยุคํ สมาคมาติ ธุตกิเลเสน พุทฺเธน สทฺธึ ยุคคฺคาหํ สมาปนฺโน. น หิ ตฺวํ สกฺขสิ สมฺปยาตเวติ โกตฺถุกาทโย วิย สีหาทีหิ, โธเนน สห ยุคํ คเหตฺวา เอกปทมฺปิ สมฺปยาตุํ ยุคคฺคาหเมว วา สมฺปาเทตุํ น สกฺขิสฺสสีติ. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมวาติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ปสูรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. มาคณฺฑิยสุตฺตวณฺณนา
๘๔๒. ทิสฺวาน ตณฺหนฺติ มาคณฺฑิยสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรนฺโต ปจฺจูสสมเย พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต กุรูสุ กมฺมาสธมฺมนิคมวาสิโน มาคณฺฑิยสฺส นาม พฺราหฺมณสฺส สปชาปติกสฺส อรหตฺตูปนิสฺสยํ ทิสฺวา ตาวเทว สาวตฺถิโต ตตฺถ คนฺตฺวา กมฺมาสธมฺมสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ นิสีทิ สุวณฺโณภาสํ มุญฺจมาโน. มาคณฺฑิโยปิ ตงฺขณํ ตตฺถ มุขโธวนตฺถํ คโต สุวณฺโณภาสํ ทิสฺวา ‘‘กึ อิท’’นฺติ อิโต จิโต จ เปกฺขมาโน ภควนฺตํ ทิสฺวา อตฺตมโน อโหสิ. ตสฺส กิร ธีตา สุวณฺณวณฺณา, ตํ พหู ขตฺติยกุมาราทโย วารยนฺตา น ลภนฺติ. พฺราหฺมโณ เอวํลทฺธิโก โหติ ‘‘สมณสฺเสว นํ สุวณฺณวณฺณสฺส ทสฺสามี’’ติ. โส ภควนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ เม ธีตาย สมานวณฺโณ, อิมสฺส นํ ทสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. ตสฺมา ทิสฺวาว อตฺตมโน อโหสิ. โส เวเคน ฆรํ คนฺตฺวา พฺราหฺมณึ อาห – ‘‘โภติ โภติ มยา ธีตาย สมานวณฺโณ ปุริโส ทิฏฺโฐ, อลงฺกโรหิ ทาริกํ, ตสฺส นํ ทสฺสามา’’ติ. พฺราหฺมณิยา ทาริกํ คนฺโธทเกน นฺหาเปตฺวา วตฺถปุปฺผาลงฺการาทีหิ อลงฺกโรนฺติยา เอว ภควโต ภิกฺขาจารเวลา สมฺปตฺตา. อถ ภควา กมฺมาสธมฺมํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ.
เตปิ โข ธีตรํ คเหตฺวา ภควโต นิสินฺโนกาสํ อคมํสุ. ตตฺถ ภควนฺตํ อทิสฺวา พฺราหฺมณี อิโต จิโต จ วิโลเกนฺตี ภควโต นิสชฺชฏฺฐานํ ติณสนฺถารกํ อทฺทส. พุทฺธานญฺจ อธิฏฺฐานพเลน นิสินฺโนกาโส ปทนิกฺเขโป จ อพฺยากุลา โหนฺติ. สา พฺราหฺมณํ อาห – ‘‘เอส, พฺราหฺมณ, ตสฺส ติณสนฺถาโร’’ติ? ‘‘อาม, โภตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, พฺราหฺมณ, อมฺหากํ อาคมนกมฺมํ น สมฺปชฺชิสฺสตี’’ติ. ‘‘กสฺมา โภตี’’ติ? ‘‘ปสฺส, พฺราหฺมณ, อพฺยากุโล ติณสนฺถาโร, เนโส กามโภคิโน ปริภุตฺโต’’ติ. พฺราหฺมโณ ‘‘มา, โภติ มงฺคเล ปริเยสิยมาเน อวมงฺคลํ อภณี’’ติ อาห. ปุนปิ พฺราหฺมณี อิโต จิโต จ วิจรนฺตี ภควโต ปทนิกฺเขปํ ทิสฺวา พฺราหฺมณํ อาห ‘‘อยํ ตสฺส ปทนิกฺเขโป’’ติ? ‘‘อาม, โภตี’’ติ. ‘‘ปสฺส, พฺราหฺมณ, ปทนิกฺเขปํ, นายํ สตฺโต กาเมสุ คธิโต’’ติ. ‘‘กถํ ตฺวํ โภติ ชานาสี’’ติ จ วุตฺตา อตฺตโน ญาณพลํ ทสฺเสนฺตี อาห –
‘‘รตฺตสฺส หิ อุกฺกุฏิกํ ปทํ ภเว,
ทุฏฺฐสฺส โหติ อนุกฑฺฒิตํ ปทํ;
มูฬฺหสฺส โหติ สหสานุปีฬิตํ,
วิวฏฺฏจฺฉทสฺส อิทมีทิสํ ปท’’นฺติ. (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๖๐-๒๖๑; ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๒ สามาวตีวตฺถุ; วิสุทฺธิ. ๑.๔๕);
อยญฺจรหิ เตสํ กถา วิปฺปกตา, อถ ภควา กตภตฺตกิจฺโจ ตเมว วนสณฺฑํ อาคโต. พฺราหฺมณี ภควโต วรลกฺขณขจิตํ พฺยามปฺปภาปริกฺขิตฺตํ รูปํ ทิสฺวา พฺราหฺมณํ อาห – ‘‘เอส ตยา, พฺราหฺมณ, ทิฏฺโฐ’’ติ? ‘‘อาม โภตี’’ติ. ‘‘อาคตกมฺมํ น สมฺปชฺชิสฺสเตว, เอวรูโป นาม กาเม ปริภุญฺชิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ. เตสํ เอวํ วทนฺตานญฺเญว ภควา ติณสนฺถารเก นิสีทิ. อถ พฺราหฺมโณ ธีตรํ วาเมน หตฺเถน คเหตฺวา กมณฺฑลุํ ทกฺขิเณน หตฺเถน คเหตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘โภ, ปพฺพชิต, ตฺวญฺจ สุวณฺณวณฺโณ อยญฺจ ทาริกา, อนุจฺฉวิกา เอสา ตว, อิมาหํ โภโต ภริยํ โปสาวนตฺถาย ทมฺมี’’ติ วตฺวา ภควโต สนฺติกํ คนฺตฺวา ทาตุกาโม อฏฺฐาสิ. ภควา พฺราหฺมณํ อนาลปิตฺวา อญฺเญน สทฺธึ สลฺลปมาโน วิย ‘‘ทิสฺวาน ตณฺห’’นฺติ อิมํ คาถํ อภาสิ.
ตสฺสตฺโถ – อชปาลนิโคฺรธมูเล นานารูปานิ นิมฺมินิตฺวา อภิกามมาคตํ มารธีตรํ ทิสฺวาน ตณฺหํ อรตึ รคญฺจ ฉนฺทมตฺตมฺปิ เม เมถุนสฺมึ นาโหสิ, กิเมวิทํ อิมิสฺสา ทาริกาย มุตฺตกรีสปุณฺณํ รูปํ ทิสฺวา ภวิสฺสติ สพฺพถา ปาทาปิ นํ สมฺผุสิตุํ น อิจฺเฉ, กุโตเนน สํวสิตุนฺติ.
๘๔๓. ตโต มาคณฺฑิโย ‘‘ปพฺพชิตา นาม มานุสเก กาเม ปหาย ทิพฺพกามตฺถาย ปพฺพชนฺติ, อยญฺจ ทิพฺเพปิ กาเม น อิจฺฉติ, อิทมฺปิ อิตฺถิรตนํ, กา นุ อสฺส ทิฏฺฐี’’ติ ปุจฺฉิตุํ ทุติยํ คาถมาห. ตตฺถ เอตาทิสํ เจ รตนนฺติ ทิพฺพิตฺถิรตนํ สนฺธาย ภณติ, นารินฺติ อตฺตโน ธีตรํ สนฺธาย. ทิฏฺฐิคตํ สีลวตํ นุ ชีวิตนฺติ ทิฏฺฐิญฺจ สีลญฺจ วตญฺจ ชีวิตญฺจ. ภวูปปตฺติญฺจ วเทสิ กีทิสนฺติ อตฺตโน ภวูปปตฺติญฺจ กีทิสํ วทสีติ.
๘๔๔. อิโต ปรา เทฺว คาถา วิสชฺชนปุจฺฉานเยน ปวตฺตตฺตา ปากฏสมฺพนฺธาเยว. ตาสุ ปฐมคาถาย สงฺเขปตฺโถ – ตสฺส มยฺหํ, มาคณฺฑิย, ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตธมฺเมสุ นิจฺฉินิตฺวา ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ เอวํ อิทํ วทามีติ สมุคฺคหิตํ น โหติ นตฺถิ น วิชฺชติ. กึการณา? อหญฺหิ ปสฺสนฺโต ทิฏฺฐีสุ อาทีนวํ กญฺจิ ทิฏฺฐึ อคฺคเหตฺวา สจฺจานิ ปวิจินนฺโต อชฺฌตฺตํ ราคาทีนํ สนฺติภาเวน อชฺฌตฺตสนฺติสงฺขาตํ นิพฺพานเมว อทฺทสนฺติ.
๘๔๕. ทุติยคาถาย สงฺเขปตฺโถ – ยานิมานิ ทิฏฺฐิคตานิ เตหิ เตหิ สตฺเตหิ วินิจฺฉินิตฺวา คหิตตฺตา วินิจฺฉยาติ จ อตฺตโน ปจฺจเยหิ อภิสงฺขตภาวาทินา นเยน ปกปฺปิตานิ จาติ วุจฺจนฺติ. เต ตฺวํ มุนิ ทิฏฺฐิคตธมฺเม อคฺคเหตฺวา อชฺฌตฺตสนฺตีติ ยเมตมตฺถํ พฺรูสิ, อาจิกฺข เม, กถํ นุ ธีเรหิ ปเวทิตํ กถํ ปกาสิตํ ธีเรหิ ตํ ปทนฺติ.
๘๔๖. อถสฺส ภควา ยถา เยน อุปาเยน ตํ ปทํ ธีเรหิ ปกาสิตํ, ตํ อุปายํ สปฏิปกฺขํ ทสฺเสนฺโต ‘‘น ทิฏฺฐิยา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ ‘‘น ทิฏฺฐิยา’’ติอาทีหิ ทิฏฺฐิสุติอฏฺฐสมาปตฺติญาณพาหิรสีลพฺพตานิ ปฏิกฺขิปติ. ‘‘สุทฺธิมาหา’’ติ เอตฺถ วุตฺตํ อาห-สทฺทํ สพฺพตฺถ นกาเรน สทฺธึ โยเชตฺวา ปุริสพฺยตฺตยํ กตฺวา ‘‘ทิฏฺฐิยา สุทฺธึ นาหํ กเถมี’’ติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยถา เจตฺถ, เอวํ อุตฺตรปเทสุปิ. ตตฺถ จ อทิฏฺฐิยา นาหาติ ทสวตฺถุกํ สมฺมาทิฏฺฐึ วินา น กเถมิ. ตถา อสฺสุติยาติ นวงฺคํ สวนํ วินา. อญาณาติ กมฺมสฺส กตสจฺจานุโลมิกญาณํ วินา. อสีลตาติ ปาติโมกฺขสํวรํ วินา. อพฺพตาติ ธุตงฺควตํ วินา. โนปิ เตนาติ เตสุ เอกเมเกน ทิฏฺฐิอาทิมตฺเตนาปิ โน กเถมีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอเต จ นิสฺสชฺช อนุคฺคหายาติ เอเต จ ปุริเม ทิฏฺฐิอาทิเภเท กณฺหปกฺขิเย ธมฺเม สมุคฺฆาตกรเณน นิสฺสชฺช, ปจฺฉิเม อทิฏฺฐิอาทิเภเท สุกฺกปกฺขิเย อตมฺมยตาปชฺชเนน อนุคฺคหาย. สนฺโต อนิสฺสาย ภวํ น ชปฺเปติ อิมาย ปฏิปตฺติยา ราคาทิวูปสเมน สนฺโต จกฺขาทีสุ กญฺจิ ธมฺมํ อนิสฺสาย เอกมฺปิ ภวํ อปิเหตุํ อปตฺเถตุํ สมตฺโถ สิยา, อยมสฺส อชฺฌตฺตสนฺตีติ อธิปฺปาโย.
๘๔๗. เอวํ วุตฺเต วจนตฺถํ อสลฺลกฺเขนฺโต มาคณฺฑิโย ‘‘โน เจ กิรา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ ทิฏฺฐาทีนิ วุตฺตนยาเนว. กณฺหปกฺขิยานิเยว ปน สนฺธาย อุภยตฺราปิ อาห. อาห-สทฺทํ ปน โนเจกิร-สทฺเทน โยเชตฺวา ‘‘โน เจ กิราห โน เจ กิร กเถสี’’ติ เอวํ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. โมมุหนฺติ อติมูฬฺหํ, โมหนํ วา. ปจฺเจนฺตีติ ชานนฺติ.
๘๔๘. อถสฺส ภควา ตํ ทิฏฺฐึ นิสฺสาย ปุจฺฉํ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘ทิฏฺฐิญฺจ นิสฺสายา’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ตฺวํ, มาคณฺฑิย, ทิฏฺฐึ นิสฺสาย ปุนปฺปุนํ ปุจฺฉมาโน ยานิ เต ทิฏฺฐิคตานิ สมุคฺคหิตานิ, เตเสฺวว สมุคฺคหีเตสุ เอวํ ปโมหํ อาคโต, อิโต จ มยา วุตฺตอชฺฌตฺตสนฺติโต ปฏิปตฺติโต ธมฺมเทสนโต วา อณุมฺปิ ยุตฺตสญฺญํ น ปสฺสสิ, เตน การเณน ตฺวํ อิมํ ธมฺมํ โมมุหโต ปสฺสสีติ.
๘๔๙. เอวํ สมุคฺคหิเตสุ ปโมเหน มาคณฺฑิยสฺส วิวาทาปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตสุ อญฺเญสุ จ ธมฺเมสุ วิคตปฺปโมหสฺส อตฺตโน นิพฺพิวาทตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สโม วิเสสี’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – โย เอวํ ติวิธมาเนน วา ทิฏฺฐิยา วา มญฺญติ, โส เตน มาเนน ตาย ทิฏฺฐิยา เตน วา ปุคฺคเลน วิวเทยฺย. โย ปน อมฺหาทิโส อิมาสุ ตีสุ วิธาสุ อวิกมฺปมาโน, สโม วิเสสีติ น ตสฺส โหติ, น จ หีโนติ ปาฐเสโส.
๘๕๐. กิญฺจ ภิยฺโย – สจฺจนฺติ โสติ คาถา. ตสฺสตฺโถ – โส เอวรูโป ปหีนมานทิฏฺฐิโก มาทิโส พาหิตปาปตฺตาทินา นเยน พฺราหฺมโณ ‘‘อิทเมว สจฺจ’’นฺติ กึ วเทยฺย กึ วตฺถุํ ภเณยฺย, เกน วา การเณน ภเณยฺย, ‘‘มยฺหํ สจฺจํ, ตุยฺหํ มุสา’’ติ วา เกน มาเนน ทิฏฺฐิยา ปุคฺคเลน วา วิวเทยฺย? ยสฺมึ มาทิเส ขีณาสเว ‘‘สทิโสหมสฺมี’’ติ ปวตฺติยา สมํ วา, อิตรทฺวยภาเวน ปวตฺติยา วิสมํ วา มญฺญิตํ นตฺถิ, โส สมานาทีสุ เกน วาทํ ปฏิสํยุเชยฺย ปฏิปฺผเรยฺยาติ. นนุ เอกํเสเนว เอวรูโป ปุคฺคโล – โอกํ ปหายาติ คาถา?
๘๕๑. ตตฺถ โอกํ ปหายาติ รูปวตฺถาทิวิญฺญาณสฺส โอกาสํ ตตฺร ฉนฺทราคปฺปหาเนน ฉฑฺเฑตฺวา. อนิเกตสารีติ รูปนิมิตฺตนิเกตาทีนิ ตณฺหาวเสน อสรนฺโต. คาเม อกุพฺพํ มุนิ สนฺถวานีติ คาเม คิหิสนฺถวานิ อกโรนฺโต. กาเมหิ ริตฺโตติ กาเมสุ ฉนฺทราคาภาเวน สพฺพกาเมหิ ปุถุภูโต. อปุเรกฺขราโนติ อายตึ อตฺตภาวํ อนภินิพฺพตฺเตนฺโต. กถํ น วิคฺคยฺห ชเนน กยิราติ ชเนน สทฺธึ วิคฺคาหิกกถํ น กเถยฺย. โส เอวรูโป – เยหิ วิวิตฺโตติ คาถา.
๘๕๒. ตตฺถ เยหีติ เยหิ ทิฏฺฐิคเตหิ. วิวิตฺโต วิจเรยฺยาติ ริตฺโต จเรยฺย. น ตานิ อุคฺคยฺห วเทยฺย นาโคติ ‘‘อาคุํ น กโรตี’’ติอาทินา (จูฬนิ. ภทฺราวุธมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๗๐; ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทส ๑๐๒) นเยน นาโค ตานิ ทิฏฺฐิคตานิ อุคฺคเหตฺวา น วเทยฺย. ชลมฺพุชนฺติ ชลสญฺญิเต อมฺพุมฺหิ ชาตํ กณฺฏกนาฬํ วาริชํ, ปทุมนฺติ วุตฺตํ โหติ. ยถา ชเลน ปงฺเกน จ นูปลิตฺตนฺติ ตํ ปทุมํ ยถา ชเลน จ ปงฺเกน จ อนุปลิตฺตํ โหติ, เอวํ มุนิ สนฺติวาโท อคิทฺโธติ เอวํ อชฺฌตฺตสนฺติวาโท มุนิ เคธาภาเวน อคิทฺโธ. กาเม จ โลเก จ อนูปลิตฺโตติ ทุวิเธปิ กาเม อปายาทิเก จ โลเก ทฺวีหิปิ เลเปหิ อนุปลิตฺโต โหติ.
๘๕๓. กิญฺจ ภิยฺโย – น เวทคูติ คาถา. ตตฺถ น เวทคู ทิฏฺฐิยายโกติ จตุมคฺคเวทคู มาทิโส ทิฏฺฐิยายโก น โหติ, ทิฏฺฐิยา คจฺฉนฺโต วา, ตํ สารโต ปจฺเจนฺโต วา น โหติ. ตตฺถ วจนตฺโถ – ยายตีติ ยายโก, กรณวจเนน ทิฏฺฐิยา ยาตีติ ทิฏฺฐิยายโก. อุปโยคตฺเถ สามิวจเนน ทิฏฺฐิยา ยาตีติปิ ทิฏฺฐิยายโก. น มุติยา ส มานเมตีติ มุตรูปาทิเภทาย มุติยาปิ โส มานํ น เอติ. น หิ ตมฺมโย โสติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน ตมฺมโย โหติ ตปฺปรายโณ, อยํ ปน น ตาทิโส. น กมฺมุนา โนปิ สุเตน เนยฺโยติ ปุญฺญาภิสงฺขาราทินา กมฺมุนา วา สุตสุทฺธิอาทินา สุเตน วา โส เนตพฺโพ น โหติ. อนูปนีโต ส นิเวสเนสูติ โส ทฺวินฺนมฺปิ อุปยานํ ปหีนตฺตา สพฺเพสุ ตณฺหาทิฏฺฐินิเวสเนสุ อนูปนีโต. ตสฺส จ เอวํวิธสฺส – สญฺญาวิรตฺตสฺสาติ คาถา.
๘๕๔. ตตฺถ สญฺญาวิรตฺตสฺสาติ เนกฺขมฺมสญฺญาปุพฺพงฺคมาย ภาวนาย ปหีนกามาทิสญฺญสฺส. อิมินา ปเทน อุภโตภาควิมุตฺโต สมถยานิโก อธิปฺเปโต. ปญฺญาวิมุตฺตสฺสาติ วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมาย ภาวนาย สพฺพกิเลเสหิ วิมุตฺตสฺส. อิมินา สุกฺขวิปสฺสโก อธิปฺเปโต. สญฺญญฺจ ทิฏฺฐิญฺจ เย อคฺคเหสุํ, เต ฆฏฺฏยนฺตา วิจรนฺติ โลเกติ เย กามสญฺญาทิกํ สญฺญํ อคฺคเหสุํ, เต วิเสสโต คหฏฺฐา กามาธิกรณํ, เย จ ทิฏฺฐึ อคฺคเหสุํ, เต วิเสสโต ปพฺพชิตา ธมฺมาธิกรณํ อญฺญมญฺญํ ฆฏฺเฏนฺตา วิจรนฺตีติ. เสสเมตฺถ ยํ อวุตฺตํ, ตํ วุตฺตานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ. เทสนาปริโยสาเน พฺราหฺมโณ จ พฺราหฺมณี จ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณึสูติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย มาคณฺฑิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ปุราเภทสุตฺตวณฺณนา
๘๕๕. กถํทสฺสีติ ปุราเภทสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อิมสฺส สุตฺตสฺส อิโต ปเรสญฺจ ปญฺจนฺนํ กลหวิวาทจูฬพฺยูหมหาพฺยูหตุวฏกอตฺตทณฺฑสุตฺตานํ สมฺมาปริพฺพาชนียสฺส อุปฺปตฺติยํ วุตฺตนเยเนว สามญฺญโต อุปฺปตฺติ วุตฺตา. วิเสสโต ปน ยเถว ตสฺมึ มหาสมเย ราคจริตเทวตานํ สปฺปายวเสน ธมฺมํ เทเสตุํ นิมฺมิตพุทฺเธน อตฺตานํ ปุจฺฉาเปตฺวา สมฺมาปริพฺพาชนียสุตฺตมภาสิ, เอวํ ตสฺมึเยว มหาสมเย ‘‘กึ นุ โข ปุรา สรีรเภทา กตฺตพฺพ’’นฺติ อุปฺปนฺนจิตฺตานํ เทวตานํ จิตฺตํ ญตฺวา ตาสํ อนุคฺคหตฺถํ อฑฺฒเตฬสภิกฺขุสตปริวารํ นิมฺมิตพุทฺธํ อากาเสน อาเนตฺวา เตน อตฺตานํ ปุจฺฉาเปตฺวา อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ ปุจฺฉาย ตาว โส นิมฺมิโต กถํทสฺสีติ อธิปญฺญํ กถํสีโลติ อธิสีลํ, อุปสนฺโตติ อธิจิตฺตํ ปุจฺฉติ. เสสํ ปากฏเมว.
๘๕๖. วิสฺสชฺชเน ปน ภควา สรูเปน อธิปญฺญาทีนิ อวิสฺสชฺเชตฺวาว อธิปญฺญาทิปฺปภาเวน เยสํ กิเลสานํ อุปสมา ‘‘อุปสนฺโต’’ติ วุจฺจติ, นานาเทวตานํ อาสยานุโลเมน เตสํ อุปสมเมว ทีเปนฺโต ‘‘วีตตโณฺห’’ติอาทิกา คาถาโย อภาสิ. ตตฺถ อาทิโต อฏฺฐนฺนํ คาถานํ ‘‘ตํ พฺรูมิ อุปสนฺโต’’ติ อิมาย คาถาย สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ตโต ปราสํ ‘‘ส เว สนฺโตติ วุจฺจตี’’ติ อิมินา สพฺพปจฺฉิเมน ปเทน.
อนุปทวณฺณนานเยน จ – วีตตโณฺห ปุรา เภทาติ โย สรีรเภทา ปุพฺพเมว ปหีนตโณฺห. ปุพฺพมนฺตมนิสฺสิโตติ อตีตทฺธาทิเภทํ ปุพฺพนฺตมนิสฺสิโต. เวมชฺเฌนุปสงฺเขยฺโยติ ปจฺจุปฺปนฺเนปิ อทฺธนิ ‘‘รตฺโต’’ติอาทินา นเยน น อุปสงฺขาตพฺโพ. ตสฺส นตฺถิ ปุรกฺขตนฺติ ตสฺส อรหโต ทฺวินฺนํ ปุเรกฺขารานํ อภาวา อนาคเต อทฺธนิ ปุรกฺขตมฺปิ นตฺถิ, ตํ พฺรูมิ อุปสนฺโตติ เอวเมตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา. เอส นโย สพฺพตฺถ. อิโต ปรํ ปน โยชนํ อทสฺเสตฺวา อนุตฺตานปทวณฺณนํเยว กริสฺสาม.
๘๕๗. อสนฺตาสีติ เตน เตน อลาภเกน อสนฺตสนฺโต. อวิกตฺถีติ สีลาทีหิ อวิกตฺถนสีโล. อกุกฺกุโจติ หตฺถกุกฺกุจาทิวิรหิโต. มนฺตภาณีติ มนฺตาย ปริคฺคเหตฺวา วาจํ ภาสิตา. อนุทฺธโตติ อุทฺธจฺจวิรหิโต. ส เว วาจายโตติ โส วาจาย ยโต สํยโต จตุโทสวิรหิตํ วาจํ ภาสิตา โหติ.
๘๕๘. นิราสตฺตีติ นิตฺตโณฺห. วิเวกทสฺสี ผสฺเสสูติ ปจฺจุปฺปนฺเนสุ จกฺขุสมฺผสฺสาทีสุ อตฺตาทิภาววิเวกํ ปสฺสติ. ทิฏฺฐีสุ จ น นียตีติ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐีสุ กายจิ ทิฏฺฐิยา น นียติ.