นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ขุทฺทกนิกาเย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถา
(ปฐโม ภาโค)
คนฺถารมฺภกถา
อุตฺตมํ วนฺทเนยฺยานํ, วนฺทิตฺวา รตนตฺตยํ;
โย ขุทฺทกนิกายมฺหิ, ขุทฺทาจารปฺปหายินา.
เทสิโต โลกนาเถน, โลกนิสฺสรเณสินา;
ตสฺส สุตฺตนิปาตสฺส, กริสฺสามตฺถวณฺณนํ.
อยํ สุตฺตนิปาโต จ, ขุทฺทเกเสฺวว โอคโธ;
ยสฺมา ตสฺมา อิมสฺสาปิ, กริสฺสามตฺถวณฺณนํ.
คาถาสตสมากิณฺโณ, เคยฺยพฺยากรณงฺกิโต;
กสฺมา สุตฺตนิปาโตติ, สงฺขเมส คโตติ เจ.
สุวุตฺตโต สวนโต, อตฺถานํ สุฏฺฐุ ตาณโต;
สูจนา สูทนา เจว, ยสฺมา สุตฺตํ ปวุจฺจติ.
ตถารูปานิ สุตฺตานิ, นิปาเตตฺวา ตโต ตโต;
สมูหโต อยํ ตสฺมา, สงฺขเมวมุปาคโต.
สพฺพานิ จาปิ สุตฺตานิ, ปมาณนฺเตน ตาทิโน;
วจนานิ อยํ เตสํ, นิปาโต จ ยโต ตโต.
อญฺญสงฺขานิมิตฺตานํ, วิเสสานมภาวโต;
สงฺขํ สุตฺตนิปาโตติ, เอวเมว สมชฺฌคาติ.
๑. อุรควคฺโค
๑. อุรคสุตฺตวณฺณนา
เอวํ สมธิคตสงฺโข จ ยสฺมา เอส วคฺคโต อุรควคฺโค, จูฬวคฺโค, มหาวคฺโค, อฏฺฐกวคฺโค, ปารายนวคฺโคติ ปญฺจ วคฺคา โหนฺติ; เตสุ อุรควคฺโค อาทิ. สุตฺตโต อุรควคฺเค ทฺวาทส สุตฺตานิ, จูฬวคฺเค จุทฺทส, มหาวคฺเค ทฺวาทส, อฏฺฐกวคฺเค โสฬส, ปารายนวคฺเค โสฬสาติ สตฺตติ สุตฺตานิ. เตสํ อุรคสุตฺตํ อาทิ. ปริยตฺติปมาณโต อฏฺฐ ภาณวารา. เอวํ วคฺคสุตฺตปริยตฺติปมาณวโต ปนสฺส –
‘‘โย อุปฺปติตํ วิเนติ โกธํ, วิสฏํ สปฺปวิสํว โอสเธหิ;
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ, อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณ’’นฺติ. –
อยํ คาถา อาทิ. ตสฺมา อสฺสา อิโต ปภุติ อตฺถวณฺณนํ กาตุํ อิทํ วุจฺจติ –
‘‘เยน ยตฺถ ยทา ยสฺมา, วุตฺตา คาถา อยํ อิมํ;
วิธึ ปกาสยิตฺวาสฺสา, กริสฺสามตฺถวณฺณน’’นฺติ.
เกน ปนายํ คาถา วุตฺตา, กตฺถ, กทา, กสฺมา จ วุตฺตาติ? วุจฺจเต – โย โส ภควา จตุวีสติพุทฺธสนฺติเก ลทฺธพฺยากรโณ ยาว เวสฺสนฺตรชาตกํ, ตาว ปารมิโย ปูเรตฺวา ตุสิตภวเน อุปฺปชฺชิ, ตโตปิ จวิตฺวา สกฺยราชกุเล อุปปตฺตึ คเหตฺวา, อนุปุพฺเพน กตมหาภินิกฺขมโน โพธิรุกฺขมูเล สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา, ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตฺวา เทว-มนุสฺสานํ หิตาย ธมฺมํ เทเสสิ, เตน ภควตา สยมฺภุนา อนาจริยเกน สมฺมาสมฺพุทฺเธน วุตฺตา. สา จ ปน อาฬวิยํ. ยทา จ ภูตคามสิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตทา ตตฺถ อุปคตานํ ธมฺมเทสนตฺถํ วุตฺตาติ. อยเมตฺถ สงฺเขปวิสฺสชฺชนา. วิตฺถารโต ปน ทูเรนิทานอวิทูเรนิทานสนฺติเกนิทานวเสน เวทิตพฺพา. ตตฺถ ทูเรนิทานํ นาม ทีปงฺกรโต ยาว ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุกถา, อวิทูเรนิทานํ นาม ตุสิตภวนโต ยาว ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุกถา, สนฺติเกนิทานํ นาม โพธิมณฺฑโต ยาว ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุกถาติ.
ตตฺถ ยสฺมา อวิทูเรนิทานํ สนฺติเกนิทานญฺจ ทูเรนิทาเนเยว สโมธานํ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา ทูเรนิทานวเสเนเวตฺถ วิตฺถารโต วิสฺสชฺชนา เวทิตพฺพา. สา ปเนสา ชาตกฏฺฐกถายํ วุตฺตาติ อิธ น วิตฺถาริตา. ตโต ตตฺถ วิตฺถาริตนเยเนว เวทิตพฺพา. อยํ ปน วิเสโส – ตตฺถ ปฐมคาถาย สาวตฺถิยํ วตฺถุ อุปฺปนฺนํ, อิธ อาฬวิยํ. ยถาห –
‘‘เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา อาฬวิยํ วิหรติ อคฺคาฬเว เจติเย. เตน โข ปน สมเยน อาฬวกา ภิกฺขู นวกมฺมํ กโรนฺตา รุกฺขํ ฉินฺทนฺติปิ เฉทาเปนฺติปิ. อญฺญตโรปิ อาฬวโก ภิกฺขุ รุกฺขํ ฉินฺทติ. ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘มา, ภนฺเต, อตฺตโน ภวนํ กตฺตุกาโม มยฺหํ ภวนํ ฉินฺที’ติ. โส ภิกฺขุ อนาทิยนฺโต ฉินฺทิเยว. ตสฺสา จ เทวตาย ทารกสฺส พาหุํ อาโกเฏสิ. อถ โข ตสฺสา เทวตาย เอตทโหสิ – ‘ยํนูนาหํ อิมํ ภิกฺขุํ อิเธว ชีวิตา โวโรเปยฺย’นฺติ. อถ โข ตสฺสา เทวตาย เอตทโหสิ – ‘น โข เมตํ ปติรูปํ, ยาหํ อิมํ ภิกฺขุํ อิเธว ชีวิตา โวโรเปยฺยํ, ยํนูนาหํ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจยฺย’นฺติ. อถ โข สา เทวตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. ‘สาธุ, สาธุ เทวเต, สาธุ โข ตฺวํ, เทวเต, ตํ ภิกฺขุํ ชีวิตา น โวโรเปสิ. สจชฺช ตฺวํ, เทวเต, ตํ ภิกฺขุํ ชีวิตา โวโรเปยฺยาสิ, พหุญฺจ ตฺวํ, เทวเต, อปุญฺญํ ปสเวยฺยาสิ. คจฺฉ ตฺวํ, เทวเต, อมุกสฺมึ โอกาเส รุกฺโข วิวิตฺโต, ตสฺมึ อุปคจฺฉา’’’ติ (ปาจิ. ๘๙).
เอวญฺจ ปน วตฺวา ปุน ภควา ตสฺสา เทวตาย อุปฺปนฺนโกธวินยนตฺถํ –
‘‘โย เว อุปฺปติตํ โกธํ, รถํ ภนฺตํว วารเย’’ติ. (ธ. ป. ๒๒๒) –
อิมํ คาถํ อภาสิ. ตโต ‘‘กถญฺหิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา รุกฺขํ ฉินฺทิสฺสนฺติปิ, เฉทาเปสฺสนฺติปิ, เอกินฺทฺริยํ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชีวํ วิเหเฐนฺตี’’ติ เอวํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายิตํ สุตฺวา ภิกฺขูหิ อาโรจิโต ภควา – ‘‘ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๙๐) อิมํ สิกฺขาปทํ ปญฺญาเปตฺวา ตตฺถ อุปคตานํ ธมฺมเทสนตฺถํ –
‘‘โย อุปฺปติตํ วิเนติ โกธํ,
วิสฏํ สปฺปวิสํว โอสเธหี’’ติ. –
อิมํ คาถํ อภาสิ. เอวมิทํ เอกํเยว วตฺถุ ตีสุ ฐาเนสุ สงฺคหํ คตํ – วินเย, ธมฺมปเท, สุตฺตนิปาเตติ. เอตฺตาวตา จ ยา สา มาติกา ฐปิตา –
‘‘เยน ยตฺถ ยทา ยสฺมา, วุตฺตา คาถา อยํ อิมํ;
วิธิ ปกาสยิตฺวาสฺสา, กริสฺสามตฺถวณฺณน’’นฺติ. –
สา สงฺเขปโต วิตฺถารโต จ ปกาสิตา โหติ ฐเปตฺวา อตฺถวณฺณนํ.
๑. อยํ ปเนตฺถ อตฺถวณฺณนา. โยติ โย ยาทิโส ขตฺติยกุลา วา ปพฺพชิโต, พฺราหฺมณกุลา วา ปพฺพชิโต, นโว วา มชฺฌิโม วา เถโร วา. อุปฺปติตนฺติ อุทฺธมุทฺธํ ปติตํ คตํ, ปวตฺตนฺติ อตฺโถ, อุปฺปนฺนนฺติ วุตฺตํ โหติ. อุปฺปนฺนญฺจ นาเมตํ วตฺตมานภุตฺวาปคโตกาสกตภูมิลทฺธวเสน อเนกปฺปเภทํ. ตตฺถ สพฺพมฺปิ สงฺขตํ อุปฺปาทาทิสมงฺคิ วตฺตมานุปฺปนฺนํ นาม, ยํ สนฺธาย ‘‘อุปฺปนฺนา ธมฺมา, อนุปฺปนฺนา ธมฺมา, อุปฺปาทิโน ธมฺมา’’ติ (ธ. ส. ติกมาติกา ๑๗) วุตฺตํ. อารมฺมณรสมนุภวิตฺวา นิรุทฺธํ อนุภุตฺวาปคตสงฺขาตํ กุสลากุสลํ, อุปฺปาทาทิตฺตยมนุปฺปตฺวา นิรุทฺธํ ภุตฺวาปคตสงฺขาตํ เสสสงฺขตญฺจ ภุตฺวาปคตุปฺปนฺนํ นาม. ตเทตํ ‘‘เอวรูปํ ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ปาจิ. ๔๑๗) จ, ‘‘ยถา จ อุปฺปนฺนสฺส สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาปาริปูรี โหตี’’ติ จ เอวมาทีสุ สุตฺตนฺเตสุ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ยานิสฺส ตานิ ปุพฺเพ กตานิ กมฺมานี’’ติ เอวมาทินา (ม. นิ. ๓.๒๔๘; เนตฺติ. ๑๒๐) นเยน วุตฺตํ กมฺมํ อตีตมฺปิ สมานํ อญฺญสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺโสกาสํ กตฺวา ฐิตตฺตา, ตถา กโตกาสญฺจ วิปากํ อนุปฺปนฺนมฺปิ เอวํ กเต โอกาเส อวสฺสมุปฺปตฺติโต โอกาสกตุปฺปนฺนํ นาม. ตาสุ ตาสุ ภูมีสุ อสมูหตมกุสลํ ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ นาม.
เอตฺถ จ ภูมิยา ภูมิลทฺธสฺส จ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ. เสยฺยถิทํ – ภูมิ นาม วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา เตภูมกา ปญฺจกฺขนฺธา. ภูมิลทฺธํ นาม เตสุ อุปฺปตฺตารหํ กิเลสชาตํ. เตน หิ สา ภูมิลทฺธา นาม โหตีติ. ตสฺมา ‘‘ภูมิลทฺธ’’นฺติ วุจฺจติ. ตญฺจ ปน น อารมฺมณวเสน. อารมฺมณวเสน หิ สพฺเพปิ อตีตาทิเภเท ปริญฺญาเตปิ จ ขีณาสวานํ ขนฺเธ อารพฺภ กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ มหากจฺจายนอุปฺปลวณฺณาทีนํ ขนฺเธ อารพฺภ โสเรยฺยเสฏฺฐิปุตฺตนนฺทมาณวกาทีนํ วิย. ยทิ เจตํ ภูมิลทฺธํ นาม สิยา, ตสฺส อปฺปเหยฺยโต น โกจิ ภวมูลํ ชเหยฺย. วตฺถุวเสน ปน ภูมิลทฺธํ นาม เวทิตพฺพํ. ยตฺถ ยตฺถ หิ วิปสฺสนาย อปริญฺญาตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ อุปฺปาทโต ปภุติ เตสุ วฏฺฏมูลํ กิเลสชาตํ อนุเสติ. ตํ อปฺปหีนฏฺเฐน ภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ นามาติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ จ ยสฺส ขนฺเธสุ อปฺปหีนานุสยิตา กิเลสา, ตสฺส เต เอว ขนฺธา เตสํ กิเลสานํ วตฺถุ, น อิตเร ขนฺธา. อตีตกฺขนฺเธสุ จสฺส อปฺปหีนานุสยิตานํ กิเลสานํ อตีตกฺขนฺธา เอว วตฺถุ, น อิตเร. เอเสว นโย อนาคตาทีสุ. ตถา กามาวจรกฺขนฺเธสุ อปฺปหีนานุสยิตานํ กิเลสานํ กามาวจรกฺขนฺธา เอว วตฺถุ, น อิตเร. เอส นโย รูปารูปาวจเรสุ.
โสตาปนฺนาทีนํ ปน ยสฺส ยสฺส อริยปุคฺคลสฺส ขนฺเธสุ ตํ ตํ วฏฺฏมูลํ กิเลสชาตํ เตน เตน มคฺเคน ปหีนํ, ตสฺส ตสฺส เต เต ขนฺธา ปหีนานํ เตสํ เตสํ วฏฺฏมูลกิเลสานํ อวตฺถุโต ภูมีติ สงฺขํ น ลภนฺติ. ปุถุชฺชนสฺส ปน สพฺพโส วฏฺฏมูลานํ กิเลสานํ อปฺปหีนตฺตา ยํ กิญฺจิ กริยมานํ กมฺมํ กุสลํ วา อกุสลํ วา โหติ, อิจฺจสฺส กิเลสปฺปจฺจยา วฏฺฏํ วฑฺฒติ. ตสฺเสตํ วฏฺฏมูลํ รูปกฺขนฺเธ เอว, น เวทนากฺขนฺธาทีสุ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺเธ เอว วา, น รูปกฺขนฺธาทีสูติ น วตฺตพฺพํ. กสฺมา? อวิเสเสน ปญฺจสุ ขนฺเธสุ อนุสยิตตฺตา. กถํ? ปถวีรสาทิมิว รุกฺเข. ยถา หิ มหารุกฺเข ปถวีตลํ อธิฏฺฐาย ปถวีรสญฺจ อาโปรสญฺจ นิสฺสาย ตปฺปจฺจยา มูลขนฺธสาขปสาขปตฺตปลฺลวปลาสปุปฺผผเลหิ วฑฺฒิตฺวา นภํ ปูเรตฺวา ยาวกปฺปาวสานํ พีชปรมฺปราย รุกฺขปเวณีสนฺตาเน ฐิเต ‘‘ตํ ปถวีรสาทิ มูเล เอว, น ขนฺธาทีสุ, ผเล เอว วา, น มูลาทีสู’’ติ น วตฺตพฺพํ. กสฺมา? อวิเสเสน สพฺเพเสฺวว มูลาทีสุ อนุคตตฺตา, เอวํ. ยถา ปน ตสฺเสว รุกฺขสฺส ปุปฺผผลาทีสุ นิพฺพินฺโน โกจิ ปุริโส จตูสุ ทิสาสุ มณฺฑูกกณฺฏกํ นาม รุกฺเข วิสํ ปโยเชยฺย, อถ โส รุกฺโข เตน วิสสมฺผสฺเสน ผุฏฺโฐ ปถวีรสอาโปรสปริยาทินฺเนน อปฺปสวนธมฺมตํ อาคมฺม ปุน สนฺตานํ นิพฺพตฺเตตุํ สมตฺโถ น ภเวยฺย, เอวเมวํ ขนฺธปฺปวตฺติยํ นิพฺพินฺโน กุลปุตฺโต ตสฺส ปุริสสฺส จตูสุ ทิสาสุ รุกฺเข วิสปฺปโยชนํ วิย อตฺตโน สนฺตาเน จตุมคฺคภาวนํ อารภติ. อถสฺส โส ขนฺธสนฺตาโน เตน จตุมคฺควิสสมฺผสฺเสน สพฺพโส วฏฺฏมูลกิเลสานํ ปริยาทินฺนตฺตา กิริยภาวมตฺตมุปคตกายกมฺมาทิ สพฺพกมฺมปฺปเภโท อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตธมฺมตมาคมฺม ภวนฺตรสนฺตานํ นิพฺพตฺเตตุํ สมตฺโถ น โหติ. เกวลํ ปน จริมวิญฺญาณนิโรเธน นิรินฺธโน วิย ชาตเวโท อนุปาทาโน ปรินิพฺพาติ. เอวํ ภูมิยา ภูมิลทฺธสฺส จ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ.
อปิจ อปรมฺปิ สมุทาจารารมฺมณาธิคฺคหิตาวิกฺขมฺภิตาสมูหตวเสน จตุพฺพิธมุปฺปนฺนํ. ตตฺถ วตฺตมานุปฺปนฺนเมว สมุทาจารุปฺปนฺนํ. จกฺขาทีนํ ปน อาปาถคเต อารมฺมเณ ปุพฺพภาเค อนุปฺปชฺชมานมฺปิ กิเลสชาตํ อารมฺมณสฺส อธิคฺคหิตตฺตา เอว อปรภาเค อวสฺสมุปฺปตฺติโต อารมฺมณาธิคฺคหิตุปฺปนฺนนฺติ วุจฺจติ. กลฺยาณิคาเม ปิณฺฑาย จรโต มหาติสฺสตฺเถรสฺส วิสภาครูปทสฺสเนน อุปฺปนฺนกิเลสชาตญฺเจตฺถ นิทสฺสนํ. ตสฺส ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺก’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๖.๕๘) ปโยโค ทฏฺฐพฺโพ. สมถวิปสฺสนานํ อญฺญตรวเสน อวิกฺขมฺภิตกิเลสชาตํ จิตฺตสนฺตติมนารูฬฺหํ อุปฺปตฺตินิวารกสฺส เหตุโน อภาวา อวิกฺขมฺภิตุปฺปนฺนํ นาม. ตํ ‘‘อยมฺปิ โข, ภิกฺขเว, อานาปานสฺสติสมาธิ ภาวิโต พหุลีกโต สนฺโต เจว ปณีโต จ อเสจนโก จ สุโข จ วิหาโร อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม ฐานโส อนฺตรธาเปตี’’ติอาทีสุ (ปารา. ๑๖๕) ทฏฺฐพฺพํ. สมถวิปสฺสนาวเสน วิกฺขมฺภิตมฺปิ กิเลสชาตํ อริยมคฺเคน อสมูหตตฺตา อุปฺปตฺติธมฺมตํ อนตีตนฺติ กตฺวา อสมูหตุปฺปนฺนนฺติ วุจฺจติ. อากาเสน คจฺฉนฺตสฺส อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน เถรสฺส กุสุมิตรุกฺเข อุปวเน ปุปฺผานิ โอจินนฺตสฺส มธุรสฺสเรน คายโต มาตุคามสฺส คีตสฺสรํ สุตวโต อุปฺปนฺนกิเลสชาตญฺเจตฺถ นิทสฺสนํ. ตสฺส ‘‘อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ พหุลีกโรนฺโต อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม อนฺตราเยว อนฺตรธาเปตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๑๕๗) ปโยโค ทฏฺฐพฺโพ. ติวิธมฺปิ เจตํ อารมฺมณาธิคฺคหิตาวิกฺขมฺภิตาสมูหตุปฺปนฺนํ ภูมิลทฺเธเนว สงฺคหํ คจฺฉตีติ เวทิตพฺพํ.
เอวเมตสฺมึ ยถาวุตฺตปฺปเภเท อุปฺปนฺเน ภูมิลทฺธารมฺมณาธิคฺคหิตาวิกฺขมฺภิตาสมูหตุปฺปนฺนวเสนายํ โกโธ อุปฺปนฺโนติ เวทิตพฺโพ. กสฺมา? เอวํวิธสฺส วิเนตพฺพโต. เอวํวิธเมว หิ อุปฺปนฺนํ เยน เกนจิ วินเยน วิเนตุํ สกฺกา โหติ. ยํ ปเนตํ วตฺตมานภุตฺวาปคโตกาสกตสมุทาจารสงฺขาตํ อุปฺปนฺนํ, เอตฺถ อผโล จ อสโกฺย จ วายาโม. อผโล หิ ภุตฺวาปคเต วายาโม วายามนฺตเรนาปิ ตสฺส นิรุทฺธตฺตา. ตถา โอกาสกเต. อสโกฺย จ วตฺตมานสมุทาจารุปฺปนฺเน กิเลสโวทานานํ เอกชฺฌมนุปฺปตฺติโตติ.
วิเนตีติ เอตฺถ ปน –
‘‘ทุวิโธ วินโย นาม, เอกเมเกตฺถ ปญฺจธา;
เตสุ อฏฺฐวิเธเนส, วิเนตีติ ปวุจฺจติ’’.
อยญฺหิ สํวรวินโย, ปหานวินโยติ ทุวิโธ วินโย. เอตฺถ จ ทุวิเธ วินเย เอกเมโก วินโย ปญฺจธา ภิชฺชติ. สํวรวินโยปิ หิ สีลสํวโร, สติสํวโร, ญาณสํวโร, ขนฺติสํวโร, วีริยสํวโรติ ปญฺจวิโธ. ปหานวินโยปิ ตทงฺคปฺปหานํ, วิกฺขมฺภนปฺปหานํ, สมุจฺเฉทปฺปหานํ, ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ, นิสฺสรณปฺปหานนฺติ ปญฺจวิโธ.
ตตฺถ ‘‘อิมินา ปาติโมกฺขสํวเรน อุเปโต โหติ สมุเปโต’’ติอาทีสุ (วิภ. ๕๑๑) สีลสํวโร, ‘‘รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชตี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๑๓; ม. นิ. ๑.๒๙๕; สํ. นิ. ๔.๒๓๙; อ. นิ. ๓.๑๖) สติสํวโร.
‘‘ยานิ โสตานิ โลกสฺมึ, (อชิตาติ ภควา)
สติ เตสํ นิวารณํ;
โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ,
ปญฺญาเยเต ปิธียเร’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๔๑) –
อาทีสุ ญาณสํวโร, ‘‘ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๔; อ. นิ. ๔.๑๑๔) ขนฺติสํวโร, ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสติ, ปชหติ, วิโนเทตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๖; อ. นิ. ๔.๑๑๔) วีริยสํวโร เวทิตพฺโพ. สพฺโพปิ จายํ สํวโร ยถาสกํ สํวริตพฺพานํ วิเนตพฺพานญฺจ กายวจีทุจฺจริตาทีนํ สํวรณโต สํวโร, วินยนโต วินโยติ วุจฺจติ. เอวํ ตาว สํวรวินโย ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ.
ตถา ยํ นามรูปปริจฺเฉทาทีสุ วิปสฺสนงฺเคสุ ยาว อตฺตโน อปริหานวเสน ปวตฺติ, ตาว เตน เตน ญาเณน ตสฺส ตสฺส อนตฺถสนฺตานสฺส ปหานํ. เสยฺยถิทํ – นามรูปววตฺถาเนน สกฺกายทิฏฺฐิยา, ปจฺจยปริคฺคเหน อเหตุวิสมเหตุทิฏฺฐีนํ, ตสฺเสว อปรภาเคน กงฺขาวิตรเณน กถํกถีภาวสฺส, กลาปสมฺมสเนน ‘‘อหํ มมา’’ติ คาหสฺส, มคฺคามคฺคววตฺถาเนน อมคฺเค มคฺคสญฺญาย, อุทยทสฺสเนน อุจฺเฉททิฏฺฐิยา, วยทสฺสเนน สสฺสตทิฏฺฐิยา, ภยทสฺสเนน สภเยสุ อภยสญฺญาย, อาทีนวทสฺสเนน อสฺสาทสญฺญาย, นิพฺพิทานุปสฺสเนน อภิรติสญฺญาย, มุจฺจิตุกมฺยตาญาเณน อมุจฺจิตุกมฺยตาย, อุเปกฺขาญาเณน อนุเปกฺขาย, อนุโลเมน ธมฺมฏฺฐิติยํ นิพฺพาเน จ ปฏิโลมภาวสฺส, โคตฺรภุนา สงฺขารนิมิตฺตคฺคาหสฺส ปหานํ, เอตํ ตทงฺคปฺปหานํ นาม. ยํ ปน อุปจารปฺปนาเภทสฺส สมาธิโน ยาว อตฺตโน อปริหานิปวตฺติ, ตาว เตนาภิหตานํ นีวรณานํ ยถาสกํ วิตกฺกาทิปจฺจนีกธมฺมานญฺจ อนุปฺปตฺติสงฺขาตํ ปหานํ, เอตํ วิกฺขมฺภนปฺปหานํ นาม. ยํ ปน จตุนฺนํ อริยมคฺคานํ ภาวิตตฺตา ตํตํมคฺควโต อตฺตโน สนฺตาเน ยถาสกํ ‘‘ทิฏฺฐิคตานํ ปหานายา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๒๗๗) นเยน วุตฺตสฺส สมุทยปกฺขิกสฺส กิเลสคหนสฺส ปุน อจฺจนฺตอปฺปวตฺติภาเวน สมุจฺเฉทสงฺขาตํ ปหานํ, อิทํ สมุจฺเฉทปฺปหานํ นาม. ยํ ปน ผลกฺขเณ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตํ กิเลสานํ ปหานํ, อิทํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ นาม. ยํ ปน สพฺพสงฺขตนิสฺสรณตฺตา ปหีนสพฺพสงฺขตํ นิพฺพานํ, เอตํ นิสฺสรณปฺปหานํ นาม. สพฺพมฺปิ เจตํ ปหานํ ยสฺมา จาคฏฺเฐน ปหานํ, วินยนฏฺเฐน วินโย, ตสฺมา ‘‘ปหานวินโย’’ติ วุจฺจติ, ตํตํปหานวโต วา ตสฺส ตสฺส วินยสฺส สมฺภวโตเปตํ ‘‘ปหานวินโย’’ติ วุจฺจติ. เอวํ ปหานวินโยปิ ปญฺจธา ภิชฺชตีติ เวทิตพฺโพ. เอวเมเกกสฺส ปญฺจธา ภินฺนตฺตา ทเสเต วินยา โหนฺติ.
เตสุ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวินยํ นิสฺสรณวินยญฺจ ฐเปตฺวา อวเสเสน อฏฺฐวิเธน วินเยเนส เตน เตน ปริยาเยน วิเนตีติ ปวุจฺจติ. กถํ? สีลสํวเรน กายวจีทุจฺจริตานิ วิเนนฺโตปิ หิ ตํสมฺปยุตฺตํ โกธํ วิเนติ, สติปญฺญาสํวเรหิ อภิชฺฌาโทมนสฺสาทีนิ วิเนนฺโตปิ โทมนสฺสสมฺปยุตฺตํ โกธํ วิเนติ, ขนฺติสํวเรน สีตาทีนิ ขมนฺโตปิ ตํตํอาฆาตวตฺถุสมฺภวํ โกธํ วิเนติ, วีริยสํวเรน พฺยาปาทวิตกฺกํ วิเนนฺโตปิ ตํสมฺปยุตฺตํ โกธํ วิเนติ. เยหิ ธมฺเมหิ ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทปฺปหานานิ โหนฺติ, เตสํ ธมฺมานํ อตฺตนิ นิพฺพตฺตเนน เต เต ธมฺเม ปชหนฺโตปิ ตทงฺคปฺปหาตพฺพํ วิกฺขมฺเภตพฺพํ สมุจฺฉินฺทิตพฺพญฺจ โกธํ วิเนติ. กามญฺเจตฺถ ปหานวินเยน วินโย น สมฺภวติ. เยหิ ปน ธมฺเมหิ ปหานํ โหติ, เตหิ วิเนนฺโตปิ ปริยายโต ‘‘ปหานวินเยน วิเนตี’’ติ วุจฺจติ. ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานกาเล ปน วิเนตพฺพาภาวโต นิสฺสรณปฺปหานสฺส จ อนุปฺปาเทตพฺพโต น เตหิ กิญฺจิ วิเนตีติ วุจฺจติ. เอวํ เตสุ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวินยํ นิสฺสรณวินยญฺจ ฐเปตฺวา อวเสเสน อฏฺฐวิเธน วินเยเนส เตน เตน ปริยาเยน วิเนตีติ ปวุจฺจตีติ. เย วา –
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาฆาตปฏิวินยา, ยตฺถ ภิกฺขุโน อุปฺปนฺโน อาฆาโต สพฺพโส ปฏิวิเนตพฺโพ. กตเม ปญฺจ? ยสฺมึ, ภิกฺขเว, ปุคฺคเล อาฆาโต ชาเยถ, เมตฺตา ตสฺมึ ปุคฺคเล ภาเวตพฺพา…เป… กรุณา… อุเปกฺขา… อสติ-อมนสิกาโร ตสฺมึ ปุคฺคเล อาปชฺชิตพฺโพ, เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. กมฺมสฺสกตา เอว วา ตสฺมึ ปุคฺคเล อธิฏฺฐาตพฺพา กมฺมสฺสโก อยมายสฺมา…เป… ทายาโท ภวิสฺสตี’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๖๑) –
เอวํ ปญฺจ อาฆาตปฏิวินยา วุตฺตา. เย จ –
‘‘ปญฺจิเม, อาวุโส, อาฆาตปฏิวินยา, ยตฺถ ภิกฺขุโน อุปฺปนฺโน อาฆาโต สพฺพโส ปฏิวิเนตพฺโพ. กตเม ปญฺจ? อิธาวุโส, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ, ปริสุทฺธวจีสมาจาโร, เอวรูเปปิ, อาวุโส, ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ’’ติ (อ. นิ. ๕.๑๖๒) –
เอวมาทินาปิ นเยน ปญฺจ อาฆาตปฏิวินยา วุตฺตา. เตสุ เยน เกนจิ อาฆาตปฏิวินเยน วิเนนฺโตเปส วิเนตีติ ปวุจฺจติ. อปิจ ยสฺมา –
‘‘อุภโตทณฺฑเกน เจปิ, ภิกฺขเว, กกเจน โจรา โอจรกา องฺคมงฺคานิ โอกฺกนฺเตยฺยุํ, ตตฺราปิ โย มโน ปโทเสยฺย, น เม โส เตน สาสนกโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓๒) –-
เอวํ สตฺถุ โอวาทํ,
‘‘ตสฺเสว เตน ปาปิโย, โย กุทฺธํ ปฏิกุชฺฌติ;
กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต, สงฺคามํ เชติ ทุชฺชยํ.
‘‘อุภินฺนมตฺถํ จรติ, อตฺตโน จ ปรสฺส จ;
ปรํ สงฺกุปิตํ ญตฺวา, โย สโต อุปสมฺมติ’’. (สํ. นิ. ๑.๑๘๘);
‘‘สตฺติเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สปตฺตกนฺตา สปตฺตกรณา โกธนํ อาคจฺฉนฺติ อิตฺถึ วา ปุริสํ วา. กตเม สตฺต? อิธ, ภิกฺขเว, สปตฺโต สปตฺตสฺส เอวํ อิจฺฉติ – ‘อโห, วตายํ ทุพฺพณฺโณ อสฺสา’ติ. ตํ กิสฺส เหตุ? น, ภิกฺขเว, สปตฺโต สปตฺตสฺส วณฺณวตาย นนฺทติ. โกธนายํ, ภิกฺขเว, ปุริสปุคฺคโล โกธาภิภูโต โกธปเรโต กิญฺจาปิ โส โหติ สุนฺหาโต สุวิลิตฺโต กปฺปิตเกสมสฺสุ โอทาตวตฺถวสโน, อถ โข โส ทุพฺพณฺโณว โหติ โกธาภิภูโต. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม ธมฺโม สปตฺตกนฺโต สปตฺตกรโณ โกธนํ อาคจฺฉติ อิตฺถึ วา ปุริสํ วา (อ. นิ. ๗.๖๔).
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สปตฺโต สปตฺตสฺส เอวํ อิจฺฉติ – ‘อโห, วตายํ ทุกฺขํ สเยยฺยา’ติ…เป… ‘น ปจุรตฺโถ อสฺสา’ติ…เป… ‘น โภควา อสฺสา’ติ…เป… ‘น ยสวา อสฺสา’ติ…เป… ‘น มิตฺตวา อสฺสา’ติ…เป… ‘กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺเชยฺยา’ติ. ตํ กิสฺส เหตุ? น, ภิกฺขเว, สปตฺโต สปตฺตสฺส สุคติคมเนน นนฺทติ. โกธนายํ, ภิกฺขเว, ปุริสปุคฺคโล โกธาภิภูโต โกธปเรโต กาเยน ทุจฺจริตํ จรติ, วาจาย… มนสา ทุจฺจริตํ จรติ. โส กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา…เป… วาจาย…เป… มนสา ทุจฺจริตํ จริตฺวา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา…เป… นิรยํ อุปปชฺชติ โกธาภิภูโต’’ติ (อ. นิ. ๗.๖๔).
‘‘กุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ, กุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ…เป…. (อ. นิ. ๗.๖๔; มหานิ. ๕);
‘‘เยน โกเธน กุทฺธาเส, สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ;
ตํ โกธํ สมฺมทญฺญาย, ปชหนฺติ วิปสฺสิโน. (อิติวุ. ๔);
‘‘โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ, สํโยชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย. (ธ. ป. ๒๒๑);
‘‘อนตฺถชนโน โกโธ, โกโธ จิตฺตปฺปโกปโน. (อ. นิ. ๗.๖๔; อิติวุ. ๘๘);
‘‘เอกาปราธํ ขม ภูริปญฺญ, น ปณฺฑิตา โกธพลา ภวนฺตี’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๑๙) –
เอวมาทินา นเยน โกเธ อาทีนวญฺจ ปจฺจเวกฺขโตปิ โกโธ วินยํ อุเปติ. ตสฺมา เอวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา โกธํ วิเนนฺโตปิ เอส วิเนตีติ วุจฺจติ.
โกธนฺติ ‘‘อนตฺถํ เม อจรีติ อาฆาโต ชายตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๓๔๐; อ. นิ. ๙.๒๙) นเยน สุตฺเต วุตฺตานํ นวนฺนํ, ‘‘อตฺถํ เม น จรี’’ติ อาทีนญฺจ ตปฺปฏิปกฺขโต สิทฺธานํ นวนฺนเมวาติ อฏฺฐารสนฺนํ, ขาณุกณฺฏกาทินา อฏฺฐาเนน สทฺธึ เอกูนวีสติยา อาฆาตวตฺถูนํ อญฺญตราฆาตวตฺถุสมฺภวํ อาฆาตํ. วิสฏนฺติ วิตฺถตํ. สปฺปวิสนฺติ สปฺปสฺส วิสํ. อิวาติ โอปมฺมวจนํ, อิ-การ โลปํ กตฺวา ว-อิจฺเจว วุตฺตํ. โอสเธหีติ อคเทหิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา วิสติกิจฺฉโก เวชฺโช สปฺเปน ทฏฺฐํ สพฺพํ กายํ ผริตฺวา ฐิตํ วิสฏํ สปฺปวิสํ มูลขนฺธตจปตฺตปุปฺผาทีนํ อญฺญตเรหิ นานาเภสชฺเชหิ ปโยเชตฺวา กเตหิ วา โอสเธหิ ขิปฺปเมว วิเนยฺย, เอวเมวํ โย ยถาวุตฺเตนตฺเถน อุปฺปติตํ จิตฺตสนฺตานํ พฺยาเปตฺวา ฐิตํ โกธํ ยถาวุตฺเตสุ วินยนูปาเยสุ เยน เกนจิ อุปาเยน วิเนติ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรตีติ.
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารนฺติ โส เอวํ โกธํ วิเนนฺโต ภิกฺขุ ยสฺมา โกโธ ตติยมคฺเคน สพฺพโส ปหียติ, ตสฺมา โอรปารสญฺญิตานิ ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนานิ ชหาตีติ เวทิตพฺโพ. อวิเสเสน หิ ปารนฺติ ตีรสฺส นามํ, ตสฺมา โอรานิ จ ตานิ สํสารสาครสฺส ปารภูตานิ จาติ กตฺวา ‘‘โอรปาร’’นฺติ วุจฺจติ. อถ วา ‘‘โย อุปฺปติตํ วิเนติ โกธํ วิสฏํ สปฺปวิสํว โอสเธหิ’’, โส ตติยมคฺเคน สพฺพโส โกธํ วิเนตฺวา อนาคามิผเล ฐิโต ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ. ตตฺถ โอรนฺติ สกตฺตภาโว, ปารนฺติ ปรตฺตภาโว. โอรํ วา ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ, ปารํ ฉ พาหิรายตนานิ. ตถา โอรํ มนุสฺสโลโก, ปารํ เทวโลโก. โอรํ กามธาตุ, ปารํ รูปารูปธาตุ. โอรํ กามรูปภโว, ปารํ อรูปภโว. โอรํ อตฺตภาโว, ปารํ อตฺตภาวสุขูปกรณานิ. เอวเมตสฺมึ โอรปาเร จตุตฺถมคฺเคน ฉนฺทราคํ ปชหนฺโต ‘‘ชหาติ โอรปาร’’นฺติ วุจฺจติ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ อนาคามิโน กามราคสฺส ปหีนตฺตา อิธตฺตภาวาทีสุ ฉนฺทราโค เอว นตฺถิ; อปิจ โข ปนสฺส ตติยมคฺคาทีนํ วิย วณฺณปฺปกาสนตฺถํ สพฺพเมตํ โอรปารเภทํ สงฺคเหตฺวา ตตฺถ ฉนฺทราคปฺปหาเนน ‘‘ชหาติ โอรปาร’’นฺติ วุตฺตํ.
อิทานิ ตสฺสตฺถสฺส วิภาวนตฺถาย อุปมํ อาห ‘‘อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณ’’นฺติ. ตตฺถ อุเรน คจฺฉตีติ อุรโค, สปฺปสฺเสตํ อธิวจนํ. โส ทุวิโธ – กามรูปี จ อกามรูปี จ. กามรูปีปิ ทุวิโธ – ชลโช ถลโช จ. ชลโช ชเล เอว กามรูปํ ลภติ, น ถเล, สงฺขปาลชาตเก สงฺขปาลนาคราชา วิย. ถลโช ถเล เอว, น ชเล. โส ชชฺชรภาเวน ชิณฺณํ, จิรกาลตาย ปุราณญฺจาติ สงฺขํ คตํ. ตจํ ชหนฺโต จตุพฺพิเธน ชหาติ – สชาติยํ ฐิโต, ชิคุจฺฉนฺโต, นิสฺสาย, ถาเมนาติ. สชาติ นาม สปฺปชาติ ทีฆตฺตภาโว. อุรคา หิ ปญฺจสุ ฐาเนสุ สชาตึ นาติวตฺตนฺติ – อุปปตฺติยํ, จุติยํ, วิสฺสฏฺฐนิทฺโทกฺกมเน, สมานชาติยา เมถุนปฏิเสวเน, ชิณฺณตจาปนยเน จาติ. สปฺโป หิ ยทา ตจํ ชหาติ, ตทา สชาติยํเยว ฐตฺวา ชหาติ. สชาติยํ ฐิโตปิ จ ชิคุจฺฉนฺโต ชหาติ. ชิคุจฺฉนฺโต นาม ยทา อุปฑฺฒฏฺฐาเน มุตฺโต โหติ, อุปฑฺฒฏฺฐาเน อมุตฺโต โอลมฺพติ, ตทา นํ อฏฺฏียนฺโต ชหาติ. เอวํ ชิคุจฺฉนฺโตปิ จ ทณฺฑนฺตรํ วา มูลนฺตรํ วา ปาสาณนฺตรํ วา นิสฺสาย ชหาติ. นิสฺสาย ชหนฺโตปิ จ ถามํ ชเนตฺวา, อุสฺสาหํ กตฺวา, วีริเยน วงฺกํ นงฺคุฏฺฐํ กตฺวา, ปสฺสสนฺโตว ผณํ กริตฺวา ชหาติ. เอวํ ชหิตฺวา เยนกามํ ปกฺกมติ. เอวเมวํ อยมฺปิ ภิกฺขุ โอรปารํ ชหิตุกาโม จตุพฺพิเธน ชหาติ – สชาติยํ ฐิโต, ชิคุจฺฉนฺโต, นิสฺสาย, ถาเมนาติ. สชาติ นาม ภิกฺขุโน ‘‘อริยาย ชาติยา ชาโต’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๕๑) วจนโต สีลํ. เตเนวาห ‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปฺปญฺโญ’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓; เปฏโก. ๒๒). เอวเมติสฺสํ สชาติยํ ฐิโต ภิกฺขุ ตํ สกตฺตภาวาทิเภทํ โอรปารํ ชิณฺณปุราณตจมิว ทุกฺขํ ชเนนฺตํ ตตฺถ ตตฺถ อาทีนวทสฺสเนน ชิคุจฺฉนฺโต กลฺยาณมิตฺเต นิสฺสาย อธิมตฺตวายามสงฺขาตํ ถามํ ชเนตฺวา ‘‘ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๖; วิภ. ๕๑๙) วุตฺตนเยน รตฺตินฺทิวํ ฉธา วิภชิตฺวา ฆเฏนฺโต วายมนฺโต อุรโค วิย, วงฺกํ นงฺคุฏฺฐํ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุรโค วิย ปสฺสสนฺโต, อยมฺปิ อสิถิลปรกฺกมตาย วายมนฺโต อุรโค วิย ผณํ กริตฺวา, อยมฺปิ ญาณวิปฺผารํ ชเนตฺวา อุรโคว ตจํ โอรปารํ ชหาติ. ชหิตฺวา จ อุรโค วิย โอหิตตโจ เยนกามํ อยมฺปิ โอหิตภาโร อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุทิสํ ปกฺกมตีติ. เตนาห ภควา –
‘‘โย อุปฺปติตํ วิเนติ โกธํ, วิสฏํ สปฺปวิสํว โอสเธหิ;
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ, อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณ’’นฺติ.
เอวเมสา ภควตา อรหตฺตนิกูเฏน ปฐมคาถา เทสิตาติ.
๒. อิทานิ ทุติยคาถาย อตฺถวณฺณนากฺกโม อนุปฺปตฺโต. ตตฺราปิ –
‘‘เยน ยตฺถ ยทา ยสฺมา, วุตฺตา คาถา อยํ อิมํ;
วิธึ ปกาสยิตฺวาสฺสา, กริสฺสามตฺถวณฺณน’’นฺติ. –
อยเมว มาติกา. ตโต ปรญฺจ สพฺพคาถาสุ. อติวิตฺถารภเยน ปน อิโต ปภุติ มาติกํ อนิกฺขิปิตฺวา อุปฺปตฺติทสฺสนนเยเนว ตสฺสา ตสฺสา อตฺถํ ทสฺเสนฺโต อตฺถวณฺณนํ กริสฺสามิ. เสยฺยถิทํ โย ราคมุทจฺฉิทา อเสสนฺติ อยํ ทุติยคาถา.
ตสฺสุปฺปตฺติ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส อุปฏฺฐาโก อญฺญตโร สุวณฺณการปุตฺโต เถรสฺส สนฺติเก ปพฺพชิโต. เถโร ตสฺส ‘‘ทหรานํ อสุภํ สปฺปาย’’นฺติ มนฺตฺวา ราควิฆาตตฺถํ อสุภกมฺมฏฺฐานํ อทาสิ. ตสฺส ตสฺมึ อาเสวนมตฺตมฺปิ จิตฺตํ น ลภติ. โส ‘‘อนุปการํ มเมต’’นฺติ เถรสฺส อาโรเจสิ. เถโร ‘‘ทหรานเมตํ สปฺปาย’’นฺติ มนฺตฺวา ปุนปิ ตเทวาจิกฺขิ. เอวํ จตฺตาโร มาสา อตีตา, โส กิญฺจิมตฺตมฺปิ วิเสสํ น ลภติ. ตโต นํ เถโร ภควโต สนฺติกํ เนสิ. ภควา ‘‘อวิสโย, สาริปุตฺต, ตุเยฺหตสฺส สปฺปายํ ชานิตุํ, พุทฺธเวเนยฺโย เอโส’’ติ วตฺวา ปภสฺสรวณฺณํ ปทุมํ อิทฺธิยา นิมฺมินิตฺวา ตสฺส หตฺเถ ปาทาสิ – ‘‘หนฺท, ภิกฺขุ, อิมํ วิหารปจฺฉายายํ วาลิกาตเล นาเฬน วิชฺฌิตฺวา ฐเปหิ, อภิมุขญฺจสฺส ปลฺลงฺเกน นิสีท ‘โลหิตํ โลหิต’นฺติ อาวชฺเชนฺโต’’ติ. อยํ กิร ปญฺจ ชาติสตานิ สุวณฺณกาโรว อโหสิ. เตนสฺส ‘‘โลหิตกนิมิตฺตํ สปฺปาย’’นฺติ ญตฺวา ภควา โลหิตกกมฺมฏฺฐานํ อทาสิ. โส ตถา กตฺวา มุหุตฺเตเนว ยถากฺกมํ ตตฺถ จตฺตาริปิ ฌานานิ อธิคนฺตฺวา อนุโลมปฏิโลมาทินา นเยน ฌานกีฬํ อารภิ. อถ ภควา ‘ตํ ปทุมํ มิลายตู’ติ อธิฏฺฐาสิ. โส ฌานา วุฏฺฐิโต ตํ มิลาตํ กาฬวณฺณํ ทิสฺวา ‘‘ปภสฺสรรูปํ ชราย ปริมทฺทิต’’นฺติ อนิจฺจสญฺญํ ปฏิลภิ. ตโต นํ อชฺฌตฺตมฺปิ อุปสํหริ. ตโต ‘‘ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ ตโยปิ ภเว อาทิตฺเต วิย ปสฺสิ. เอวํ ปสฺสโต จสฺสาวิทูเร ปทุมสฺสโร อตฺถิ. ตตฺถ ทารกา โอโรหิตฺวา ปทุมานิ ภญฺชิตฺวา ภญฺชิตฺวา ราสึ กโรนฺติ. ตสฺส ตานิ อุทเก ปทุมานิ นฬวเน อคฺคิชาลา วิย ขายึสุ, ปตฺตานิ ปตนฺตานิ ปปาตํ ปวิสนฺตานิ วิย ขายึสุ, ถเล นิกฺขิตฺตปทุมานํ อคฺคานิ มิลาตานิ อคฺคิฑฑฺฒานิ วิย ขายึสุ. อถสฺส ตทนุสาเรน สพฺพธมฺเม อุปนิชฺฌายโต ภิยฺโยโสมตฺตาย ตโย ภวา อาทิตฺตมิว อคารํ อปฺปฏิสรณา หุตฺวา อุปฏฺฐหึสุ. ตโต ภควา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโนว ตสฺส ภิกฺขุโน อุปริ สรีราภํ มุญฺจิ. สา จสฺส มุขํเยว อชฺโฌตฺถริ. ตโต โส ‘‘กิเมต’’นฺติ อาวชฺเชนฺโต ภควนฺตํ อาคนฺตฺวา สมีเป ฐิตมิว ทิสฺวา อุฏฺฐายาสนา อญฺชลึ ปณาเมสิ. อถสฺส ภควา สปฺปายํ วิทิตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมํ โอภาสคาถํ อภาสิ ‘‘โย ราคมุทจฺฉิทา อเสส’’นฺติ.
ตตฺถ รญฺชนวเสน ราโค, ปญฺจกามคุณราคสฺเสตํ อธิวจนํ. อุทจฺฉิทาติ อุจฺฉินฺทติ, ภญฺชติ, วินาเสติ. อตีตกาลิกานมฺปิ หิ ฉนฺทสิ วตฺตมานวจนํ อกฺขรจินฺตกา อิจฺฉนฺติ. อเสสนฺติ สานุสยํ. ภิสปุปฺผํว สโรรุหนฺติ สเร วิรูฬฺหํ ปทุมปุปฺผํ วิย. วิคยฺหาติ โอคยฺห, ปวิสิตฺวาติ อตฺโถ. เสสํ ปุพฺพสทิสเมว. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถา นาม เอเต ทารกา สรํ โอรุยฺห ภิสปุปฺผํ สโรรุหํ ฉินฺทนฺติ, เอวเมวํ โย ภิกฺขุ อิมํ เตธาตุกโลกสนฺนิวาสํ โอคยฺห –
‘‘นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ’’; (ธ. ป. ๒๐๒);
‘‘กามราเคน ทยฺหามิ, จิตฺตํ เม ปริทยฺหติ’’; (สํ. นิ. ๑.๒๑๒);
‘‘เย ราครตฺตานุปตนฺติ โสตํ, สยํ กตํ มกฺกฏโกว ชาลํ’’. (ธ. ป. ๓๔๗);
‘‘รตฺโต โข, อาวุโส, ราเคน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต ปาณมฺปิ หนตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๕๖, ๗๒) –
เอวมาทินยมนุคนฺตฺวา ราคาทีนวปจฺจเวกฺขเณน ยถาวุตฺตปฺปกาเรหิ สีลสํวราทีหิ สํวเรหิ สวิญฺญาณกาวิญฺญาณเกสุ วตฺถูสุ อสุภสญฺญาย จ โถกํ โถกํ ราคํ สมุจฺฉินฺทนฺโต อนาคามิมคฺเคน อวเสสํ อรหตฺตมคฺเคน จ ตโต อนวเสสมฺปิ อุจฺฉินฺทติ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปกาเรเนว โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณนฺติ. เอวเมสา ภควตา อรหตฺตนิกูเฏน คาถา เทสิตา. เทสนาปริโยสาเน จ โส ภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐิโตติ.
๓. โย ตณฺหมุทจฺฉิทาติ กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ. อญฺญตโร ภิกฺขุ คคฺคราย โปกฺขรณิยา ตีเร วิหรนฺโต ตณฺหาวเสน อกุสลวิตกฺกํ วิตกฺเกติ. ภควา ตสฺสชฺฌาสยํ วิทิตฺวา อิมํ โอภาสคาถมภาสิ.
ตตฺถ ตสฺสตีติ ตณฺหา. วิสเยหิ ติตฺตึ น อุเปตีติ อตฺโถ. กามภววิภวตณฺหานเมตํ อธิวจนํ. สริตนฺติ คตํ ปวตฺตํ, ยาว ภวคฺคา อชฺโฌตฺถริตฺวา ฐิตนฺติ วุตฺตํ โหติ. สีฆสรนฺติ สีฆคามินึ, สนฺทิฏฺฐิกสมฺปรายิกํ อาทีนวํ อคเณตฺวา มุหุตฺเตเนว ปรจกฺกวาฬมฺปิ ภวคฺคมฺปิ สมฺปาปุณิตุํ สมตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอวเมตํ สริตํ สีฆสรํ สพฺพปฺปการมฺปิ ตณฺหํ –
‘‘อุปริวิสาลา ทุปฺปูรา, อิจฺฉา วิสฏคามินี;
เย จ ตํ อนุคิชฺฌนฺติ, เต โหนฺติ จกฺกธาริโน’’ติ.
‘‘ตณฺหาทุติโย ปุริโส, ทีฆมทฺธานสํสรํ;
อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ, สํสารํ นาติวตฺตตี’’ติ. (อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕; มหานิ. ๑๙๑; จูฬนิ. ปารายนานุคีติคาถานิทฺเทส ๑๐๗);
‘‘อูโน โลโก อติตฺโต ตณฺหาทาโสติ โข, มหาราชา’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๐๕) จ –
เอวมาทีนวปจฺจเวกฺขเณน วุตฺตปฺปกาเรหิ สีลสํวราทีหิ จ โย โถกํ โถกํ วิโสสยิตฺวา อรหตฺตมคฺเคน อเสสํ อุจฺฉิชฺชติ, โส ภิกฺขุ ตสฺมึเยว ขเณ สพฺพปฺปการมฺปิ ชหาติ โอรปารนฺติ. เทสนาปริโยสาเน โส ภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐิโตติ.
๔. โย มานมุทพฺพธีติ กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ. อญฺญตโร ภิกฺขุ คงฺคาย ตีเร วิหรนฺโต คิมฺหกาเล อปฺโปทเก โสเต กตํ นฬเสตุํ ปจฺฉา อาคเตน มโหเฆน วุยฺหมานํ ทิสฺวา ‘‘อนิจฺจา สงฺขารา’’ติ สํวิคฺโค อฏฺฐาสิ. ตสฺสชฺฌาสยํ วิทิตฺวา ภควา อิมํ โอภาสคาถํ อภาสิ.
ตตฺถ มาโนติ ชาติอาทิวตฺถุโก เจตโส อุณฺณาโม. โส ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติ มาโน, ‘‘สทิโสหมสฺมี’’ติ มาโน, ‘‘หีโนหมสฺมี’’ติ มาโนติ เอวํ ติวิโธ โหติ. ปุน ‘‘เสยฺยสฺส เสยฺโยหมสฺมีติ, เสยฺยสฺส สทิโส, เสยฺยสฺส หีโน, สทิสสฺส เสยฺโย, สทิสสฺส สทิโส, สทิสสฺส หีโน, หีนสฺส เสยฺโย, หีนสฺส สทิโส, หีนสฺส หีโนหมสฺมี’’ติ มาโนติ เอวํ นววิโธ โหติ. ตํ สพฺพปฺปการมฺปิ มานํ –
‘‘เยน มาเนน มตฺตาเส, สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคติ’’นฺติ. (อิติวุ. ๖) –
อาทินา นเยน ตตฺถ อาทีนวปจฺจเวกฺขเณน วุตฺตปฺปกาเรหิ สีลสํวราทีหิ จ โย โถกํ โถกํ วเธนฺโต กิเลสานํ อพลทุพฺพลตฺตา นฬเสตุสทิสํ โลกุตฺตรธมฺมานํ อติพลตฺตา มโหฆสทิเสน อรหตฺตมคฺเคน อเสสํ อุทพฺพธิ, อนวเสสปฺปหานวเสน อุจฺฉินฺทนฺโต วเธตีติ วุตฺตํ โหติ. โส ภิกฺขุ ตสฺมึเยว ขเณ สพฺพปฺปการมฺปิ ชหาติ โอรปารนฺติ. เทสนาปริโยสาเน โส ภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐิโตติ.
๕. ติ กา อุปฺปตฺติ? อิมิสฺสา คาถาย อิโต ปรานญฺจ ทฺวาทสนฺนํ เอกาเยว อุปฺปตฺติ. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร พฺราหฺมโณ อตฺตโน ธีตุยา วาเรยฺเย ปจฺจุปฏฺฐิเต จินฺเตสิ – ‘‘เกนจิ วสเลน อปริภุตฺตปุพฺเพหิ ปุปฺเผหิ ทาริกํ อลงฺกริตฺวา ปติกุลํ เปเสสฺสามี’’ติ. โส สนฺตรพาหิรํ สาวตฺถึ วิจินนฺโต กิญฺจิ ติณปุปฺผมฺปิ อปริภุตฺตปุพฺพํ นาทฺทส. อถ สมฺพหุเล ธุตฺตกชาติเก พฺราหฺมณทารเก สนฺนิปติเต ทิสฺวา ‘‘เอเต ปุจฺฉิสฺสามิ, อวสฺสํ สมฺพหุเลสุ โกจิ ชานิสฺสตี’’ติ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ. เต ตํ พฺราหฺมณํ อุปฺปณฺเฑนฺตา อาหํสุ – ‘‘อุทุมฺพรปุปฺผํ นาม, พฺราหฺมณ, โลเก น เกนจิ ปริภุตฺตปุพฺพํ. เตน ธีตรํ อลงฺกริตฺวา เทหี’’ติ. โส ทุติยทิวเส กาลสฺเสว วุฏฺฐาย ภตฺตวิสฺสคฺคํ กตฺวา อจิรวติยา นทิยา ตีเร อุทุมฺพรวนํ คนฺตฺวา เอกเมกํ รุกฺขํ วิจินนฺโต ปุปฺผสฺส วณฺฏมตฺตมฺปิ นาทฺทส. อถ วีติวตฺเต มชฺฌนฺหิเก ทุติยตีรํ อคมาสิ. ตตฺถ จ อญฺญตโร ภิกฺขุ อญฺญตรสฺมึ มนุญฺเญ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสินฺโน กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ. โส ตตฺถ อุปสงฺกมิตฺวา อมนสิกริตฺวา, สกึ นิสีทิตฺวา, สกึ อุกฺกุฏิโก หุตฺวา, สกึ ฐตฺวา, ตํ รุกฺขํ สพฺพสาขาวิฏปปตฺตนฺตเรสุ วิจินนฺโต กิลมติ. ตโต นํ โส ภิกฺขุ อาห – ‘‘พฺราหฺมณ, กึ มคฺคสี’’ติ? ‘‘อุทุมฺพรปุปฺผํ, โภ’’ติ. ‘‘อุทุมฺพรปุปฺผํ นาม, พฺราหฺมณ, โลเก นตฺถิ, มุสา เอตํ วจนํ, มา กิลมา’’ติ. อถ ภควา ตสฺส ภิกฺขุโน อชฺฌาสยํ วิทิตฺวา โอภาสํ มุญฺจิตฺวา สมุปฺปนฺนสมนฺนาหารพหุมานสฺส อิมา โอภาสคาถาโย อภาสิ ‘‘โย นาชฺฌคมา ภเวสุ สาร’’นฺติ สพฺพา วตฺตพฺพา.
ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว นาชฺฌคมาติ นาธิคจฺฉิ, นาธิคจฺฉติ วา. ภเวสูติ กามรูปารูปสญฺญีอสญฺญีเนวสญฺญีนาสญฺญีเอกโวการจตุโวการปญฺจโวการภเวสุ. สารนฺติ นิจฺจภาวํ อตฺตภาวํ วา. วิจินนฺติ ปญฺญาย คเวสนฺโต. ปุปฺผมิว อุทุมฺพเรสูติ ยถา อุทุมฺพรรุกฺเขสุ ปุปฺผํ วิจินนฺโต เอส พฺราหฺมโณ นาชฺฌคมา, เอวํ โย โยคาวจโรปิ ปญฺญาย วิจินนฺโต สพฺพภเวสุ กิญฺจิ สารํ นาชฺฌคมา. โส อสารกฏฺเฐน เต ธมฺเม อนิจฺจโต อนตฺตโต จ วิปสฺสนฺโต อนุปุพฺเพน โลกุตฺตรธมฺเม อธิคจฺฉนฺโต ชหาติ โอรปารํ อุรโค ชิณฺณมิว ตจํ ปุราณนฺติ อยมตฺโถ โยชนา จ. อวเสสคาถาสุ ปนสฺส โยชนํ อวตฺวา วิเสสตฺถมตฺตเมว วกฺขาม.
๖. ‘‘ยสฺสนฺตรโต น สนฺติ โกปา,
อิติภวาภวตญฺจ วีติวตฺโต’’ติ. (อุทา. ๒๐) –
เอตฺถ ตาว อยํ ‘อนฺตรสทฺโท’ –
‘‘นทีตีเรสุ สณฺฐาเน, สภาสุ รถิยาสุ จ;
ชนา สงฺคมฺม มนฺเตนฺติ, มญฺจ ตญฺจ กิมนฺตร’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๒๘);
‘‘อปฺปมตฺตเกน วิเสสาธิคเมน อนฺตรา โวสานมาปาทิ’’ (อ. นิ. ๑๐.๘๔);
‘‘อนตฺถชนโน โกโธ, โกโธ จิตฺตปฺปโกปโน;
ภยมนฺตรโต ชาตํ, ตํ ชโน นาวพุชฺฌตี’’ติ. (อ. นิ. ๗.๖๔; อิติวุ. ๘๘) –
เอวํ การณเวมชฺฌจิตฺตาทีสุ สมฺพหุเลสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ. อิธ ปน จิตฺเต. ตโต ยสฺสนฺตรโต น สนฺติ โกปาติ ตติยมคฺเคน สมูหตตฺตา ยสฺส จิตฺเต น สนฺติ โกปาติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน ภโวติ สมฺปตฺติ, วิภโวติ วิปตฺติ. ตถา ภโวติ วุทฺธิ, วิภโวติ หานิ. ภโวติ สสฺสโต, วิภโวติ อุจฺเฉโท. ภโวติ ปุญฺญํ, วิภโวติ ปาปํ. วิภโว อภโวติ จ อตฺถโต เอกเมว. ตสฺมา อิติภวาภวตญฺจ วีติวตฺโตติ เอตฺถ ยา เอสา สมฺปตฺติวิปตฺติวุฑฺฒิหานิสสฺสตุจฺเฉทปุญฺญปาปวเสน อิติ อเนกปฺปการา ภวาภวตา วุจฺจติ. จตูหิปิ มคฺเคหิ ยถาสมฺภวํ เตน เตน นเยน ตํ อิติภวาภวตญฺจ วีติวตฺโตติ เอวมตฺโถ ญาตพฺโพ.
๗. ยสฺส วิตกฺกาติ เอตฺถ ปน ยสฺส ภิกฺขุโน ตโย กามพฺยาปาทวิหึสาวิตกฺกา, ตโย ญาติชนปทามรวิตกฺกา, ตโย ปรานุทฺทยตาปฏิสํยุตฺตลาภสกฺการสิโลกอนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺตวิตกฺกาติ เอเต นว วิตกฺกา สมนฺตภทฺทเก วุตฺตนเยน ตตฺถ ตตฺถ อาทีนวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปฏิปกฺขววตฺถาเนน ตสฺส ตสฺส ปหานสมตฺเถหิ ตีหิ เหฏฺฐิมมคฺเคหิ จ วิธูปิตา ภุสํ ธูปิตา สนฺตาปิตา ทฑฺฒาติ อตฺโถ. เอวํ วิธูเปตฺวา จ อชฺฌตฺตํ สุวิกปฺปิตา อเสสา, นิยกชฺฌตฺตภูเต อตฺตโน ขนฺธสนฺตาเน อชฺฌตฺตชฺฌตฺตภูเต จิตฺเต จ ยถา น ปุน สมฺภวนฺติ, เอวํ อรหตฺตมคฺเคน อเสสา ฉินฺนา. ฉินฺนญฺหิ กปฺปิตนฺติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘กปฺปิตเกสมสฺสู’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๒๒; ๔.๓๖๕). เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
๘. อิทานิ โย นาจฺจสารีติ เอตฺถ โย นาจฺจสารีติ โย นาติธาวิ. น ปจฺจสารีติ น โอหียิ. กึ วุตฺตํ โหติ? อจฺจารทฺธวีริเยน หิ อุทฺธจฺเจ ปตนฺโต อจฺจาสรติ, อติสิถิเลน โกสชฺเช ปตนฺโต ปจฺจาสรติ. ตถา ภวตณฺหาย อตฺตานํ กิลเมนฺโต อจฺจาสรติ, กามตณฺหาย กามสุขมนุยุญฺชนฺโต ปจฺจาสรติ. สสฺสตทิฏฺฐิยา อจฺจาสรติ, อุจฺเฉททิฏฺฐิยา ปจฺจาสรติ. อตีตํ อนุโสจนฺโต อจฺจาสรติ, อนาคต ปฏิกงฺขนฺโต ปจฺจาสรติ. ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิยา อจฺจาสรติ, อปรนฺตานุทิฏฺฐิยา ปจฺจาสรติ. ตสฺมา โย เอเต อุโภ อนฺเต วชฺเชตฺวา มชฺฌิมํ ปฏิปทํ ปฏิปชฺชนฺโต นาจฺจสารี น ปจฺจสารีติ เอวํ วุตฺตํ โหติ. สพฺพํ อจฺจคมา อิมํ ปปญฺจนฺติ ตาย จ ปน อรหตฺตมคฺคโวสานาย มชฺฌิมาย ปฏิปทาย สพฺพํ อิมํ เวทนาสญฺญาวิตกฺกปฺปภวํ ตณฺหามานทิฏฺฐิสงฺขาตํ ติวิธํ ปปญฺจํ อจฺจคมา อติกฺกนฺโต, สมติกฺกนฺโตติ อตฺโถ.
๙. ตทนนฺตรคาถาย ปน สพฺพํ วิตถมิทนฺติ ญตฺวา โลเกติ อยเมว วิเสโส. ตสฺสตฺโถ – สพฺพนฺติ อนวเสสํ, สกลมนูนนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ สนฺเตปิ ปน วิปสฺสนุปคํ โลกิยขนฺธายตนธาตุปฺปเภทํ สงฺขตเมว อิธาธิปฺเปตํ. วิตถนฺติ วิคตตถภาวํ. นิจฺจนฺติ วา สุขนฺติ วา สุภนฺติ วา อตฺตาติ วา ยถา ยถา กิเลสวเสน พาลชเนหิ คยฺหติ, ตถาตถาภาวโต วิตถนฺติ วุตฺตํ โหติ. อิทนฺติ ตเมว สพฺพํ ปจฺจกฺขภาเวน ทสฺเสนฺโต อาห. ญตฺวาติ มคฺคปญฺญาย ชานิตฺวา, ตญฺจ ปน อสมฺโมหโต, น วิสยโต. โลเกติ โอกาสโลเก สพฺพํ ขนฺธาทิเภทํ ธมฺมชาตํ ‘‘วิตถมิท’’นฺติ ญตฺวาติ สมฺพนฺโธ.
๑๐-๑๓. อิทานิ อิโต ปราสุ จตูสุ คาถาสุ วีตโลโภ วีตราโค วีตโทโส วีตโมโหติ เอเต วิเสสา. เอตฺถ ลุพฺภนวเสน โลโภ. สพฺพสงฺคาหิกเมตํ ปฐมสฺส อกุสลมูลสฺส อธิวจนํ, วิสมโลภสฺส วา. โย โส ‘‘อปฺเปกทา มาตุมตฺตีสุปิ โลภธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, ภคินิมตฺตีสุปิ โลภธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, ธีตุมตฺตีสุปิ โลภธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๑๒๗) เอวํ วุตฺโต. รชฺชนวเสน ราโค, ปญฺจกามคุณราคสฺเสตํ อธิวจนํ. ทุสฺสนวเสน โทโส, ปุพฺเพ วุตฺตโกธสฺเสตํ อธิวจนํ. มุยฺหนวเสน โมโห, จตูสุ อริยสจฺเจสุ อญฺญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. ตตฺถ ยสฺมา อยํ ภิกฺขุ โลภํ ชิคุจฺฉนฺโต วิปสฺสนํ อารภิ ‘‘กุทาสฺสุ นามาหํ โลภํ วิเนตฺวา วิคตโลโภ วิหเรยฺย’’นฺติ, ตสฺมา ตสฺส โลภปฺปหานูปายํ สพฺพสงฺขารานํ วิตถภาวทสฺสนํ โลภปฺปหานานิสํสญฺจ โอรปารปฺปหานํ ทสฺเสนฺโต อิมํ คาถมาห. เอส นโย อิโต ปราสุปิ. เกจิ ปนาหุ – ‘‘ยถาวุตฺเตเนว นเยน เอเต ธมฺเม ชิคุจฺฉิตฺวา วิปสฺสนมารทฺธสฺส ตสฺส ตสฺส ภิกฺขุโน เอกเมกาว เอตฺถ คาถา วุตฺตา’’ติ. ยํ รุจฺจติ, ตํ คเหตพฺพํ. เอส นโย อิโต ปราสุ จตูสุ คาถาสุ.
๑๔. อยํ ปเนตฺถ อตฺถวณฺณนา – อปฺปหีนฏฺเฐน สนฺตาเน สยนฺตีติ อนุสยา กามราคปฏิฆมานทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาภวราคาวิชฺชานํ เอตํ อธิวจนํ. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อตฺตโน อาการานุวิธานฏฺเฐน มูลา; อเขมฏฺเฐน อกุสลา; ธมฺมานํ ปติฏฺฐาภูตาติปิ มูลา; สาวชฺชทุกฺขวิปากฏฺเฐน อกุสลา; อุภยมฺเปตํ โลภโทสโมหานํ อธิวจนํ. เต หิ ‘‘โลโภ, ภิกฺขเว, อกุสลญฺจ อกุสลมูลญฺจา’’ติอาทินา นเยน เอวํ นิทฺทิฏฺฐา. เอวเมเต อนุสยา เตน เตน มคฺเคน ปหีนตฺตา ยสฺส เกจิ น สนฺติ, เอเต จ อกุสลมูลา ตเถว สมูหตาเส, สมูหตา อิจฺเจว อตฺโถ. ปจฺจตฺตพหุวจนสฺส หิ เส-การาคมํ อิจฺฉนฺติ สทฺทลกฺขณโกวิทา. อฏฺฐกถาจริยา ปน ‘‘เสติ นิปาโต’’ติ วณฺณยนฺติ. ยํ รุจฺจติ, ตํ คเหตพฺพํ. เอตฺถ ปน ‘‘กิญฺจาปิ โส เอวํวิโธ ภิกฺขุ ขีณาสโว โหติ, ขีณาสโว จ เนว อาทิยติ, น ปชหติ, ปชหิตฺวา ฐิโต’’ติ วุตฺโต. ตถาปิ วตฺตมานสมีเป วตฺตมานวจนลกฺขเณน ‘‘ชหาติ โอรปาร’’นฺติ วุจฺจติ. อถ วา อนุปาทิเสสาย จ นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายนฺโต อตฺตโน อชฺฌตฺติกพาหิรายตนสงฺขาตํ ชหาติ โอรปารนฺติ เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ กิเลสปฏิปาฏิยา มคฺคปฏิปาฏิยา จาติ ทฺวิธา อนุสยานํ อภาโว เวทิตพฺโพ. กิเลสปฏิปาฏิยา หิ กามราคานุสยปฏิฆานุสยานํ ตติยมคฺเคน อภาโว โหติ, มานานุสยสฺส จตุตฺถมคฺเคน, ทิฏฺฐานุสยวิจิกิจฺฉานุสยานํ ปฐมมคฺเคน, ภวราคานุสยาวิชฺชานุสยานํ จตุตฺถมคฺเคเนว. มคฺคปฏิปาฏิยา ปน ปฐมมคฺเคน ทิฏฺฐานุสยวิจิกิจฺฉานุสยานํ อภาโว โหติ. ทุติยมคฺเคน กามราคานุสยปฏิฆานุสยานํ ตนุภาโว, ตติยมคฺเคน สพฺพโส อภาโว, จตุตฺถมคฺเคน มานานุสยภวราคานุสยาวิชฺชานุสยานํ อภาโว โหติ. ตตฺถ ยสฺมา น สพฺเพ อนุสยา อกุสลมูลา; กามราคภวราคานุสยา เอว หิ โลภากุสลมูเลน สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. ปฏิฆานุสยาวิชฺชานุสยา จ ‘‘โทโส อกุสลมูลํ, โมโห อกุสลมูลํ’’ อิจฺเจว สงฺขํ คจฺฉนฺติ, ทิฏฺฐิมานวิจิกิจฺฉานุสยา ปน น กิญฺจิ อกุสลมูลํ โหนฺติ, ยสฺมา วา อนุสยาภาววเสน จ อกุสลมูลสมุคฺฆาตวเสน จ กิเลสปฺปหานํ ปฏฺฐเปสิ, ตสฺมา –
‘‘ยสฺสานุสยา น สนฺติ เกจิ, มูลา จ อกุสลา สมูหตาเส’’. –
อิติ ภควา อาห.
๑๕. ยสฺส ทรถชาติ เอตฺถ ปน ปฐมุปฺปนฺนา กิเลสา ปริฬาหฏฺเฐน ทรถา นาม, อปราปรุปฺปนฺนา ปน เตหิ ทรเถหิ ชาตตฺตา ทรถชา นาม. โอรนฺติ สกฺกาโย วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘โอริมํ ตีรนฺติ โข, ภิกฺขุ, สกฺกายสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๘). อาคมนายาติ อุปฺปตฺติยา. ปจฺจยาเสติ ปจฺจยา เอว. กึ วุตฺตํ โหติ? ยสฺส ปน อุปาทานกฺขนฺธคฺคหณาย ปจฺจยภูตา อริยมคฺเคน ปหีนตฺตา, เกจิ ทรถชเววจนา กิเลสา น สนฺติ, ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารนฺติ.
๑๖. ยสฺส วนถชาติ เอตฺถปิ ทรถชา วิย วนถชา เวทิตพฺพา. วจนตฺเถ ปน อยํ วิเสโส – วนุเต, วโนตีติ วา วนํ ยาจติ เสวติ ภชตีติ อตฺโถ. ตณฺหาเยตํ อธิวจนํ. สา หิ วิสยานํ ปตฺถนโต เสวนโต จ ‘‘วน’’นฺติ วุจฺจติ. ตํ ปริยุฏฺฐานวเสน วนํ ถรติ ตโนตีติ วนโถ, ตณฺหานุสยสฺเสตํ อธิวจนํ. วนถา ชาตาติ วนถชาติ. เกจิ ปนาหุ ‘‘สพฺเพปิ กิเลสา คหนฏฺเฐน วนโถติ วุจฺจนฺติ, อปราปรุปฺปนฺนา ปน วนถชา’’ติ. อยเมว เจตฺถ อุรคสุตฺเต อตฺโถ อธิปฺเปโต, อิตโร ปน ธมฺมปทคาถายํ. วินิพนฺธาย ภวายาติ ภววินิพนฺธาย. อถ วา จิตฺตสฺส วิสเยสุ วินิพนฺธาย อายตึ อุปฺปตฺติยา จาติ อตฺโถ. เหตุเยว เหตุกปฺปา.
๑๗. โย นีวรเณติ เอตฺถ นีวรณาติ จิตฺตํ, หิตปฏิปตฺตึ วา นีวรนฺตีติ นีวรณา, ปฏิจฺฉาเทนฺตีติ อตฺโถ. ปหายาติ ฉฑฺเฑตฺวา. ปญฺจาติ เตสํ สงฺขฺยาปริจฺเฉโท. อีฆาภาวโต อนีโฆ. กถํกถาย ติณฺณตฺตา ติณฺณกถํกโถ. วิคตสลฺลตฺตา วิสลฺโล. กึ วุตฺตํ โหติ? โย ภิกฺขุ กามจฺฉนฺทาทีนิ ปญฺจ นีวรณานิ สมนฺตภทฺทเก วุตฺตนเยน สามญฺญโต วิเสสโต จ นีวรเณสุ อาทีนวํ ทิสฺวา เตน เตน มคฺเคน ปหาย เตสญฺจ ปหีนตฺตา เอว กิเลสทุกฺขสงฺขาตสฺส อีฆสฺสาภาเวน อนีโฆ, ‘‘อโหสึ นุ โข อหํ อตีตมทฺธาน’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๘; สํ. นิ. ๒.๒๐) นเยน ปวตฺตาย กถํกถาย ติณฺณตฺตา ติณฺณกถํกโถ, ‘‘ตตฺถ กตเม ปญฺจ สลฺลา? ราคสลฺโล, โทสสลฺโล, โมหสลฺโล, มานสลฺโล, ทิฏฺฐิสลฺโล’’ติ วุตฺตานํ ปญฺจนฺนํ สลฺลานํ วิคตตฺตา วิสลฺโล. โส ภิกฺขุ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว ชหาติ โอรปารนฺติ.
อตฺราปิ จ กิเลสปฏิปาฏิยา มคฺคปฏิปาฏิยา จาติ ทฺวิธา เอว นีวรณปฺปหานํ เวทิตพฺพํ. กิเลสปฏิปาฏิยา หิ กามจฺฉนฺทนีวรณสฺส พฺยาปาทนีวรณสฺส จ ตติยมคฺเคน ปหานํ โหติ, ถินมิทฺธนีวรณสฺส อุทฺธจฺจนีวรณสฺส จ จตุตฺถมคฺเคน. ‘‘อกตํ วต เม กุสล’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๓.๒๔๘; เนตฺติ. ๑๒๐) นเยน ปวตฺตสฺส วิปฺปฏิสารสงฺขาตสฺส กุกฺกุจฺจนีวรณสฺส วิจิกิจฺฉานีวรณสฺส จ ปฐมมคฺเคน. มคฺคปฏิปาฏิยา ปน กุกฺกุจฺจนีวรณสฺส วิจิกิจฺฉานีวรณสฺส จ ปฐมมคฺเคน ปหานํ โหติ, กามจฺฉนฺทนีวรณสฺส พฺยาปาทนีวรณสฺส จ ทุติยมคฺเคน ตนุภาโว โหติ, ตติเยน อนวเสสปฺปหานํ. ถินมิทฺธนีวรณสฺส อุทฺธจฺจนีวรณสฺส จ จตุตฺถมคฺเคน ปหานํ โหตีติ. เอวํ –
‘‘โย นีวรเณ ปหาย ปญฺจ, อนีโฆ ติณฺณกถํกโถ วิสลฺโล;
โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ, อุรโค ชิณฺณมิวตฺตจํ ปุราณ’’นฺติ. –
อรหตฺตนิกูเฏเนว ภควา เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. เทสนาปริโยสาเน โส ภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐิโต. ‘‘เอกจฺเจ เยน เยน เตสํ ภิกฺขูนํ ยา ยา คาถา เทสิตา, เตน เตน ตสฺสา ตสฺสา คาถาย ปริโยสาเน โส โส ภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐิโต’’ติ วทนฺติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย อุรคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ธนิยสุตฺตวณฺณนา
๑๘. ปกฺโกทโนติ ธนิยสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ. เตน สมเยน ธนิโย โคโป มหีตีเร ปฏิวสติ. ตสฺสายํ ปุพฺพโยโค – กสฺสปสฺส ภควโต ปาวจเน ทิพฺพมาเน วีสติ วสฺสสหสฺสานิ ทิวเส ทิวเส สงฺฆสฺส วีสติ สลากภตฺตานิ อทาสิ. โส ตโต จุโต เทเวสุ อุปฺปนฺโน. เอวํ เทวโลเก เอกํ พุทฺธนฺตรํ เขเปตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล วิเทหรฏฺฐมชฺเฌ ปพฺพตรฏฺฐํ นาม อตฺถิ ตตฺถ ธมฺมโกรณฺฑํ นาม นครํ, ตสฺมึ นคเร เสฏฺฐิปุตฺโต หุตฺวา อภินิพฺพตฺโต, โคยูถํ นิสฺสาย ชีวติ. ตสฺส หิ ตึสมตฺตานิ โคสหสฺสานิ โหนฺติ, สตฺตวีสสหสฺสา คาโว ขีรํ ทุยฺหนฺติ. โคปา นาม นิพทฺธวาสิโน น โหนฺติ. วสฺสิเก จตฺตาโรมาเส ถเล วสนฺติ, อวเสเส อฏฺฐมาเส ยตฺถ ติโณทกํ สุขํ ลพฺภติ, ตตฺถ วสนฺติ. ตญฺจ นทีตีรํ วา ชาตสฺสรตีรํ วา โหติ. อถายมฺปิ วสฺสกาเล อตฺตโน วสิตคามโต นิกฺขมิตฺวา คุนฺนํ ผาสุวิหารตฺถาย โอกาสํ คเวสนฺโต มหามหี ภิชฺชิตฺวา เอกโต กาลมหี เอกโต มหามหิจฺเจว สงฺขํ คนฺตฺวา สนฺทมานา ปุน สมุทฺทสมีเป สมาคนฺตฺวา ปวตฺตา. ยํ โอกาสํ อนฺตรทีปํ อกาสิ, ตํ ปวิสิตฺวา วจฺฉานํ สาลํ อตฺตโน จ นิเวสนํ มาเปตฺวา วาสํ กปฺเปสิ. ตสฺส สตฺต ปุตฺตา, สตฺต ธีตโร, สตฺต สุณิสา, อเนเก จ กมฺมการา โหนฺติ. โคปา นาม วสฺสนิมิตฺตํ ชานนฺติ. ยทา สกุณิกา กุลาวกานิ รุกฺขคฺเค กโรนฺติ, กกฺกฏกา อุทกสมีเป ทฺวารํ ปิทหิตฺวา ถลสมีปทฺวาเรน วฬญฺเชนฺติ, ตทา สุวุฏฺฐิกา ภวิสฺสตีติ คณฺหนฺติ. ยทา ปน สกุณิกา กุลาวกานิ นีจฏฺฐาเน อุทกปิฏฺเฐ กโรนฺติ, กกฺกฏกา ถลสมีเป ทฺวารํ ปิทหิตฺวา อุทกสมีปทฺวาเรน วฬญฺเชนฺติ, ตทา ทุพฺพุฏฺฐิกา ภวิสฺสตีติ คณฺหนฺติ.
อถ โส ธนิโย สุวุฏฺฐิกนิมิตฺตานิ อุปสลฺลกฺเขตฺวา อุปกฏฺเฐ วสฺสกาเล อนฺตรทีปา นิกฺขมิตฺวา มหามหิยา ปรตีเร สตฺตสตฺตาหมฺปิ เทเว วสฺสนฺเต อุทเกน อนชฺโฌตฺถรโณกาเส อตฺตโน วสโนกาสํ กตฺวา สมนฺตา ปริกฺขิปิตฺวา, วจฺฉสาลาโย มาเปตฺวา, ตตฺถ นิวาสํ กปฺเปสิ. อถสฺส ทารุติณาทิสงฺคเห กเต สพฺเพสุ ปุตฺตทารกมฺมกรโปริเสสุ สมานิเยสุ ชาเตสุ นานปฺปกาเร ขชฺชโภชฺเช ปฏิยตฺเต สมนฺตา จตุทฺทิสา เมฆมณฺฑลานิ อุฏฺฐหึสุ. โส เธนุโย ทุหาเปตฺวา, วจฺฉสาลาสุ วจฺเฉ สณฺฐาเปตฺวา, คุนฺนํ จตุทฺทิสา ธูมํ การาเปตฺวา, สพฺพปริชนํ โภชาเปตฺวา, สพฺพกิจฺจานิ การาเปตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ทีเป อุชฺชาลาเปตฺวา, สยํ ขีเรน ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา, มหาสยเน สยนฺโต อตฺตโน สิริสมฺปตฺตึ ทิสฺวา, ตุฏฺฐจิตฺโต หุตฺวา, อปรทิสาย เมฆตฺถนิตสทฺทํ สุตฺวา นิปนฺโน อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ ‘‘ปกฺโกทโน ทุทฺธขีโรหมสฺมี’’ติ.
ตตฺรายํ อตฺถวณฺณนา – ปกฺโกทโนติ สิทฺธภตฺโต. ทุทฺธขีโรติ คาโว ทุหิตฺวา คหิตขีโร. อหนฺติ อตฺตานํ นิทสฺเสติ, อสฺมีติ อตฺตโน ตถาภาวํ. ปกฺโกทโน ทุทฺธขีโร จ อหมสฺมิ ภวามีติ อตฺโถ. อิตีติ เอวมาหาติ อตฺโถ. นิทฺเทเส ปน ‘‘อิตีติ ปทสนฺธิ, ปทสํสคฺโค, ปทปาริปูริ, อกฺขรสมวาโย พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตา ปทานุปุพฺพตาเมต’’นฺติ (จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑) เอวมสฺส อตฺโถ วณฺณิโต. โสปิ อิทเมว สนฺธายาติ เวทิตพฺโพ. ยํ ยํ หิ ปทํ ปุพฺพปเทน วุตฺตํ, ตสฺส ตสฺส เอวมาหาติ เอตมตฺถํ ปกาเสนฺโตเยว อิติสทฺโท ปจฺฉิเมน ปเทน เมตฺเตยฺโย อิติ วา ภควา อิติ วา เอวมาทินา ปทสนฺธิ โหติ, นาญฺญถา.
ธนิโย โคโปติ ตสฺส เสฏฺฐิปุตฺตสฺส นามสโมธานํ. โส หิ ยานิมานิ ถาวราทีนิ ปญฺจ ธนานิ, เตสุ ฐเปตฺวา ทานสีลาทิอนุคามิกธนํ, เขตฺตวตฺถุ-อารามาทิโต ถาวรธนโตปิ, ควสฺสาทิโต ชงฺคมธนโตปิ หิรญฺญสุวณฺณาทิโต สํหาริมธนโตปิ, สิปฺปายตนาทิโต องฺคสมธนโตปิ ยํ ตํ โลกสฺส ปญฺจโครสานุปฺปทาเนน พหูปการํ ตํ สนฺธาย ‘‘นตฺถิ โคสมิตํ ธน’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๑๓; เนตฺติ. ๑๒๓) เอวํ วิเสสิตํ โคธนํ, เตน สมนฺนาคตตฺตา ธนิโย, คุนฺนํ ปาลนโต โคโป. โย หิ อตฺตโน คาโว ปาเลติ, โส ‘‘โคโป’’ติ วุจฺจติ. โย ปเรสํ เวตเนน ภโฏ หุตฺวา, โส โคปาลโก. อยํ ปน อตฺตโนเยว, เตน โคโปติ วุตฺโต.
อนุตีเรติ ตีรสฺส สมีเป. มหิยาติ มหามหีนามิกาย นทิยา. สมาเนน อนุกูลวตฺตินา ปริชเนน สทฺธึ วาโส ยสฺส โส สมานวาโส, อยญฺจ ตถาวิโธ. เตนาห ‘‘สมานวาโส’’ติ. ฉนฺนาติ ติณปณฺณจฺฉทเนหิ อโนวสฺสกา กตา. กุฏีติ วสนฆรสฺเสตํ อธิวจนํ. อาหิโตติ อาภโต, ชาลิโต วา. คินีติ อคฺคิ. เตสุ เตสุ ฐาเนสุ อคฺคิ ‘‘คินี’’ติ โวหรียติ. อถ เจ ปตฺถยสีติ อิทานิ ยทิ อิจฺฉสีติ วุตฺตํ โหติ. ปวสฺสาติ สิญฺจ, ปคฺฆร, อุทกํ มุญฺจาติ อตฺโถ. เทวาติ เมฆํ อาลปติ. อยํ ตาเวตฺถ ปทวณฺณนา.
อยํ ปน อตฺถวณฺณนา – เอวมยํ ธนิโย โคโป อตฺตโน สยนฆเร มหาสยเน นิปนฺโน เมฆตฺถนิตํ สุตฺวา ‘‘ปกฺโกทโนหมสฺมี’’ติ ภณนฺโต กายทุกฺขวูปสมูปายํ กายสุขเหตุญฺจ อตฺตโน สนฺนิหิตํ ทีเปติ. ‘‘ทุทฺธขีโรหมสฺมี’’ติ ภณนฺโต จิตฺตทุกฺขวูปสมูปายํ จิตฺตสุขเหตุญฺจ. ‘‘อนุตีเร มหิยา’’ติ นิวาสฏฺฐานสมฺปตฺตึ, ‘‘สมานวาโส’’ติ ตาทิเส กาเล ปิยวิปฺปโยคปทฏฺฐานสฺส โสกสฺสาภาวํ. ‘‘ฉนฺนา กุฏี’’ติ กายทุกฺขาปคมปฏิฆาตํ. ‘‘อาหิโต คินี’’ติ ยสฺมา โคปาลกา ปริกฺเขปธูมทารุอคฺคิวเสน ตโย อคฺคี กโรนฺติ. เต จ ตสฺส เคเห สพฺเพ กตา, ตสฺมา สพฺพทิสาสุ ปริกฺเขปคฺคึ สนฺธาย ‘‘อาหิโต คินี’’ติ ภณนฺโต วาฬมิคาคมนนิวารณํ ทีเปติ, คุนฺนํ มชฺเฌ โคมยาทีหิ ธูมคฺคึ สนฺธาย ฑํสมกสาทีหิ คุนฺนํ อนาพาธํ, โคปาลกานํ สยนฏฺฐาเน ทารุอคฺคึ สนฺธาย โคปาลกานํ สีตาพาธปฏิฆาตํ. โส เอวํ ทีเปนฺโต อตฺตโน วา คุนฺนํ วา ปริชนสฺส วา วุฏฺฐิปจฺจยสฺส กสฺสจิ อาพาธสฺส อภาวโต ปีติโสมนสฺสชาโต อาห – ‘‘อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทวา’’ติ.
๑๙. เอวํ ธนิยสฺส อิมํ คาถํ ภาสมานสฺส อสฺโสสิ ภควา ทิพฺพาย โสตธาตุยา วิสุทฺธาย อติกฺกนฺตมานุสิกาย เชตวนมหาวิหาเร คนฺธกุฏิยํ วิหรนฺโต. สุตฺวา จ ปน พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต อทฺทส ธนิยญฺจ ปชาปติญฺจสฺส ‘‘อิเม อุโภปิ เหตุสมฺปนฺนา. สเจ อหํ คนฺตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, อุโภปิ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺติ. โน เจ คมิสฺสามิ, เสฺว อุทโกเฆน วินสฺสิสฺสนฺตี’’ติ ตํ ขเณเยว สาวตฺถิโต สตฺต โยชนสตานิ ธนิยสฺส นิวาสฏฺฐานํ อากาเสน คนฺตฺวา ตสฺส กุฏิยา อุปริ อฏฺฐาสิ. ธนิโย ตํ คาถํ ปุนปฺปุนํ ภาสติเยว, น นิฏฺฐาเปติ, ภควติ คเตปิ ภาสติ. ภควา จ ตํ สุตฺวา ‘‘น เอตฺตเกน สนฺตุฏฺฐา วา วิสฺสตฺถา วา โหนฺติ, เอวํ ปน โหนฺตี’’ติ ทสฺเสตุํ –
‘‘อกฺโกธโน วิคตขิโลหมสฺมิ,อนุตีเร มหิเยกรตฺติวาโส;
วิวฏา กุฏิ นิพฺพุโต คินิ,อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทวา’’ติ. –
อิมํ ปฏิคาถํ อภาสิ พฺยญฺชนสภาคํ โน อตฺถสภาคํ. น หิ ‘‘ปกฺโกทโน’’ติ, ‘‘อกฺโกธโน’’ติ จ อาทีนิ ปทานิ อตฺถโต สเมนฺติ มหาสมุทฺทสฺส โอริมปาริมตีรานิ วิย, พฺยญฺชนํ ปเนตฺถ กิญฺจิ กิญฺจิ สเมตีติ พฺยญฺชนสภาคานิ โหนฺติ. ตตฺถ ปุริมคาถาย สทิสปทานํ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
วิเสสปทานํ ปนายํ ปทโต อตฺถโต จ วณฺณนา – อกฺโกธโนติ อกุชฺฌนสภาโว. โย หิ โส ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการอาฆาตวตฺถุสมฺภโว โกโธ เอกจฺจสฺส สุปริตฺโตปิ อุปฺปชฺชมาโน หทยํ สนฺตาเปตฺวา วูปสมฺมติ, เยน จ ตโต พลวตรุปฺปนฺเนน เอกจฺโจ มุขวิกุณนมตฺตํ กโรติ, ตโต พลวตเรน เอกจฺโจ ผรุสํ วตฺตุกาโม หนุสญฺจลนมตฺตํ กโรติ, อปโร ตโต พลวตเรน ผรุสํ ภณติ, อปโร ตโต พลวตเรน ทณฺฑํ วา สตฺถํ วา คเวสนฺโต ทิสา วิโลเกติ, อปโร ตโต พลวตเรน ทณฺฑํ วา สตฺถํ วา อามสติ, อปโร ตโต พลวตเรน ทณฺฑาทีนิ คเหตฺวา อุปธาวติ, อปโร ตโต พลวตเรน เอกํ วา เทฺว วา ปหาเร เทติ, อปโร ตโต พลวตเรน อปิ ญาติสาโลหิตํ ชีวิตา โวโรเปติ, เอกจฺโจ ตโต พลวตเรน ปจฺฉา วิปฺปฏิสารี อตฺตานมฺปิ ชีวิตา โวโรเปติ สีหฬทีเป กาลคามวาสี อมจฺโจ วิย. เอตฺตาวตา จ โกโธ ปรมเวปุลฺลปฺปตฺโต โหติ. โส ภควตา โพธิมณฺเฑเยว สพฺพโส ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต, ตสฺมา ภควา ‘‘อกฺโกธโนหมสฺมี’’ติ อาห.
วิคตขิโลติ อปคตขิโล. เย หิ เต จิตฺตพนฺธภาเวน ปญฺจ เจโตขิลา วุตฺตา, เย หิ จ ขิลภูเต จิตฺเต เสยฺยถาปิ นาม ขิเล ภูมิภาเค จตฺตาโร มาเส วสฺสนฺเตปิ เทเว สสฺสานิ น รุหนฺติ, เอวเมวํ สทฺธมฺมสฺสวนาทิกุสลเหตุวสฺเส วสฺสนฺเตปิ กุสลํ น รุหติ เต จ ภควตา โพธิมณฺเฑเยว สพฺพโส ปหีนา, ตสฺมา ภควา ‘‘วิคตขิโลหมสฺมี’’ติ อาห.
เอกรตฺตึ วาโส อสฺสาติ เอกรตฺติวาโส. ยถา หิ ธนิโย ตตฺถ จตฺตาโร วสฺสิเก มาเส นิพทฺธวาสํ อุปคโต, น ตถา ภควา. ภควา หิ ตํเยว รตฺตึ ตสฺส อตฺถกามตาย ตตฺถ วาสํ อุปคโต. ตสฺมา ‘‘เอกรตฺติวาโส’’ติ อาห. วิวฏาติ อปนีตจฺฉทนา. กุฏีติ อตฺตภาโว. อตฺตภาโว หิ ตํ ตํ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ กาโยติปิ คุหาติปิ เทโหติปิ สนฺเทโหติปิ นาวาติปิ รโถติปิ วโณติปิ ธโชติปิ วมฺมิโกติปิ กุฏีติปิ กุฏิกาติปิ วุจฺจติ. อิธ ปน กฏฺฐาทีนิ ปฏิจฺจ เคหนามิกา กุฏิ วิย อฏฺฐิอาทีนิ ปฏิจฺจ สงฺขฺยํ คตตฺตา ‘‘กุฏี’’ติ วุตฺโต. ยถาห –
‘‘เสยฺยถาปิ, อาวุโส, กฏฺฐญฺจ ปฏิจฺจ, วลฺลิญฺจ ปฏิจฺจ, มตฺติกญฺจ ปฏิจฺจ, ติณญฺจ ปฏิจฺจ, อากาโส ปริวาริโต อคารํเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ; เอวเมว โข, อาวุโส, อฏฺฐิญฺจ ปฏิจฺจ, นฺหารุญฺจ ปฏิจฺจ, มํสญฺจ ปฏิจฺจ, จมฺมญฺจ ปฏิจฺจ, อากาโส ปริวาริโต รูปนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๐๖).
จิตฺตมกฺกฏสฺส นิวาสโต วา กุฏิ. ยถาห –