๙. วาเสฏฺฐสุตฺตวณฺณนา

เอวํ เม สุตนฺติ วาเสฏฺฐสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อยเมว ยาสฺส นิทาเน วุตฺตา อตฺถวณฺณนํ ปนสฺส วุตฺตนยานิ อุตฺตานตฺถานิ จ ปทานิ ปริหรนฺตา กริสฺสาม. อิจฺฉานงฺคโลติ คามสฺส นามํ. พฺราหฺมณมหาสาลานํ จงฺกี ตารุกฺโข โตเทยฺโยติ โวหารนามเมตํ. โปกฺขรสาติ ชาณุสฺโสณีติ เนมิตฺติกํ. เตสุ กิร เอโก หิมวนฺตปสฺเส โปกฺขรณิยา ปทุเม นิพฺพตฺโต, อญฺญตโร ตาปโส ตํ ปทุมํ คเหตฺวา ตตฺถ สยิตํ ทารกํ ทิสฺวา สํวฑฺเฒตฺวา รญฺโญ ทสฺเสสิ. โปกฺขเร สยิตตฺตา ‘‘โปกฺขรสาตี’’ติ จสฺส นามมกาสิ. เอกสฺส ฐานนฺตเร เนมิตฺติกํ. เตน กิร ชาณุสฺโสณินามกํ ปุโรหิตฏฺฐานํ ลทฺธํ, โส เตเนว ปญฺญายิ.

เต สพฺเพปิ อญฺเญ จ อภิญฺญาตา อภิญฺญาตา พฺราหฺมณมหาสาลา กสฺมา อิจฺฉานงฺคเล ปฏิวสนฺตีติ? เวทสชฺฌายนปริวีมํสนตฺถํ. เตน กิร สมเยน โกสลชนปเท เวทกา พฺราหฺมณา เวทานํ สชฺฌายกรณตฺถญฺจ อตฺถูปปริกฺขณตฺถญฺจ ตสฺมึเยว คาเม สนฺนิปตนฺติ. เตน เตปิ อนฺตรนฺตรา อตฺตโน โภคคามโต อาคมฺม ตตฺถ ปฏิวสนฺติ.

วาเสฏฺฐภารทฺวาชานนฺติ วาเสฏฺฐสฺส จ ภารทฺวาชสฺส จ. อยมนฺตรากถาติ ยํ อตฺตโน สหายกภาวานุรูปํ กถํ กเถนฺตา อนุวิจรึสุ, ตสฺสา กถาย อนฺตรา เวมชฺเฌเยว อยํ อญฺญา กถา อุทปาทีติ วุตฺตํ โหติ. สํสุทฺธคหณิโกติ สํสุทฺธกุจฺฉิโก, สํสุทฺธาย พฺราหฺมณิยา เอว กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺโตติ อธิปฺปาโย. ‘‘สมเวปากินิยา คหณิยา’’ติอาทีสุ หิ อุทรคฺคิ ‘‘คหณี’’ติ วุจฺจติ. อิธ ปน มาตุกุจฺฉิ. ยาว สตฺตมาติ มาตุ มาตา, ปิตุ ปิตาติ เอวํ ปฏิโลเมน ยาว สตฺต ชาติโย. เอตฺถ จ ปิตามโห จ ปิตามหี จ ปิตามหา, ตถา มาตามโห จ มาตามหี จ มาตามหา, ปิตามหา จ มาตามหา จ ปิตามหาเยว. ปิตามหานํ ยุคํ ปิตามหยุคํ. ยุคนฺติ อายุปฺปมาณํ. อภิลาปมตฺตเมว เจตํ, อตฺถโต ปน ปิตามหาเยว ปิตามหยุคํ. อกฺขิตฺโตติ ชาตึ อารพฺภ ‘‘กึ โส’’ติ เกนจิ อนวญฺญาโต. อนุปกฺกุฏฺโฐติ ชาติสนฺโทสวาเทน อนุปกฺกุฏฺฐปุพฺโพ. วตสมฺปนฺโนติ อาจารสมฺปนฺโน. สญฺญาเปตุนฺติ ญาเปตุํ โพเธตุํ, นิรนฺตรํ กาตุนฺติ วุตฺตํ โหติ. อายามาติ คจฺฉาม.

๖๐๐. อนุญฺญาตปฏิญฺญาตาติ ‘‘เตวิชฺชา ตุเมฺห’’ติ เอวํ มยํ อาจริเยหิ จ อนุญฺญาตา อตฺตนา จ ปฏิชานิมฺหาติ อตฺโถ. อสฺมาติ ภวาม. อุโภติ เทฺวปิ ชนา. อหํ โปกฺขรสาติสฺส, ตารุกฺขสฺสายํ มาณโวติ อหํ โปกฺขรสาติสฺส เชฏฺฐนฺเตวาสี อคฺคสิสฺโส, อยํ ตารุกฺขสฺสาติ อธิปฺปาเยน ภณติ อาจริยสมฺปตฺตึ อตฺตโน สมฺปตฺติญฺจ ทีเปนฺโต.

๖๐๑. เตวิชฺชานนฺติ ติเวทานํ. เกวลิโนติ นิฏฺฐงฺคตา. อสฺมเสติ อมฺห ภวาม. อิทานิ ตํ เกวลิภาวํ วิตฺถาเรนฺโต อาห – ‘‘ปทกสฺมา…เป… สาทิสา’’ติ. ตตฺถ ชปฺเปติ เวเท. กมฺมุนาติ ทสวิเธน กุสลกมฺมปถกมฺมุนา. อยญฺหิ ปุพฺเพ สตฺตวิธํ กายวจีกมฺมํ สนฺธาย ‘‘ยโต โข โภ สีลวา โหตี’’ติ อาห. ติวิธํ มโนกมฺมํ สนฺธาย ‘‘วตสมฺปนฺโน’’ติ อาห. เตน สมนฺนาคโต หิ อาจารสมฺปนฺโน โหติ.

๖๐๒-๕. อิทานิ ตํ วจนนฺตเรน ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘อหญฺจ กมฺมุนา พฺรูมี’’ติ. ขยาตีตนฺติ อูนภาวํ อตีตํ, ปริปุณฺณนฺติ อตฺโถ. เปจฺจาติ อุปคนฺตฺวา. นมสฺสนฺตีติ นโม กโรนฺติ. จกฺขุํ โลเก สมุปฺปนฺนนฺติ อวิชฺชนฺธกาเร โลเก, ตํ อนฺธการํ วิธมิตฺวา โลกสฺส ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอตฺถสนฺทสฺสเนน จกฺขุ หุตฺวา สมุปฺปนฺนํ.

๖๐๖. เอวํ อภิตฺถวิตฺวา วาเสฏฺเฐน ยาจิโต ภควา เทฺวปิ ชเน สงฺคณฺหนฺโต อาห – ‘‘เตสํ โว อหํ พฺยกฺขิสฺส’’นฺติอาทิ. ตตฺถ พฺยกฺขิสฺสนฺติ พฺยากริสฺสามิ. อนุปุพฺพนฺติ ติฏฺฐตุ ตาว พฺราหฺมณจินฺตา, กีฏปฏงฺคติณรุกฺขโต ปภุติ โว อนุปุพฺพํ พฺยกฺขิสฺสนฺติ เอวเมตฺถ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ, เอวํ วิตฺถารกถาย วิเนตพฺพา หิ เต มาณวกา. ชาติวิภงฺคนฺติ ชาติวิตฺถารํ. อญฺญมญฺญา หิ ชาติโยติ เตสํ เตสญฺหิ ปาณานํ ชาติโย อญฺญา อญฺญา นานปฺปการาติ อตฺโถ.

๖๐๗. ตโต ปาณานํ ชาติวิภงฺเค กเถตพฺเพ ‘‘ติณรุกฺเขปิ ชานาถา’’ติ อนุปาทินฺนกานํ ตาว กเถตุํ อารทฺโธ. ตํ กิมตฺถมิติ เจ? อุปาทินฺเนสุ สุขญาปนตฺถํ. อนุปาทินฺเนสุ หิ ชาติเภเท คหิเต อุปาทินฺเนสุ โส ปากฏตโร โหติ. ตตฺถ ติณานิ นาม อนฺโตเผคฺคูนิ พหิสารานิ. ตสฺมา ตาลนาฬิเกราทโยปิ ติณสงฺคหํ คจฺฉนฺติ. รุกฺขา นาม พหิเผคฺคู อนฺโตสารา. ติณานิ จ รุกฺขา จ ติณรุกฺขา. เต อุปโยคพหุวจเนน ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ติณรุกฺเขปิ ชานาถา’’ติ. น จาปิ ปฏิชานเรติ ‘‘มยํ ติณา, มยํ รุกฺขา’’ติ เอวมฺปิ น ปฏิชานนฺติ. ลิงฺคํ ชาติมยนฺติ อปฏิชานนฺตานมฺปิ จ เตสํ ชาติมยเมว สณฺฐานํ อตฺตโน มูลภูตติณาทิสทิสเมว โหติ. กึ การณํ? อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย, ยสฺมา อญฺญา ติณชาติ, อญฺญา รุกฺขชาติ; ติเณสุปิ อญฺญา ตาลชาติ, อญฺญา นาฬิเกรชาตีติ เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ.

เตน กึ ทีเปติ? ยํ ชาติวเสน นานา โหติ, ตํ อตฺตโน ปฏิญฺญํ ปเรสํ วา อุปเทสํ วินาปิ อญฺญชาติโต วิเสเสน คยฺหติ. ยทิ จ ชาติยา พฺราหฺมโณ ภเวยฺย, โสปิ อตฺตโน ปฏิญฺญํ ปเรสํ วา อุปเทสํ วินา ขตฺติยโต เวสฺสสุทฺทโต วา วิเสเสน คเยฺหยฺย, น จ คยฺหติ, ตสฺมา น ชาติยา พฺราหฺมโณติ. ปรโต ปน ‘‘ยถา เอตาสุ ชาตีสู’’ติ อิมาย คาถาย เอตมตฺถํ วจีเภเทเนว อาวิกริสฺสติ.

๖๐๘. เอวํ อนุปาทินฺเนสุ ชาติเภทํ ทสฺเสตฺวา อุปาทินฺเนสุ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตโต กีเฏ’’ติ เอวมาทิมาห. ตตฺถ กีฏาติ กิมโย. ปฏงฺคาติ ปฏงฺคาเยว. ยาว กุนฺถกิปิลฺลิเกติ กุนฺถกิปิลฺลิกํ ปริยนฺตํ กตฺวาติ อตฺโถ.

๖๐๙. ขุทฺทเกติ กาฬกกณฺฑกาทโย. มหลฺลเกติ สสพิฬาราทโย. สพฺเพ หิ เต อเนกวณฺณา.

๖๑๐. ปาทูทเรติ อุทรปาเท, อุทรํเยว เยสํ ปาทาติ วุตฺตํ โหติ. ทีฆปิฏฺฐิเกติ สปฺปานญฺหิ สีสโต ยาว นงฺคุฏฺฐา ปิฏฺฐิ เอว โหติ, เตน เต ‘‘ทีฆปิฏฺฐิกา’’ติ วุจฺจนฺติ. เตปิ อเนกปฺปการา อาสีวิสาทิเภเทน.

๖๑๑. โอทเกติ อุทกมฺหิ ชาเต. มจฺฉาปิ อเนกปฺปการา โรหิตมจฺฉาทิเภเทน.

๖๑๒. ปกฺขีติ สกุเณ. เต หิ ปกฺขานํ อตฺถิตาย ‘‘ปกฺขี’’ติ วุจฺจนฺติ. ปตฺเตหิ ยนฺตีติ ปตฺตยานา. เวหาเส คจฺฉนฺตีติ วิหงฺคมา. เตปิ อเนกปฺปการา กากาทิเภเทน.

๖๑๓. เอวํ ถลชลากาสโคจรานํ ปาณานํ ชาติเภทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เยนาธิปฺปาเยน ตํ ทสฺเสสิ, ตํ อาวิกโรนฺโต ‘‘ยถา เอตาสู’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ สงฺเขปโต ปุพฺเพ วุตฺตาธิปฺปายวณฺณนาวเสเนว เวทิตพฺโพ.

๖๑๔-๖. วิตฺถารโต ปเนตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ สยเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘น เกเสหี’’ติอาทิมาห. ตตฺรายํ โยชนา – ยํ วุตฺตํ ‘‘นตฺถิ มนุสฺเสสุ ลิงฺคํ ชาติมยํ ปุถู’’ติ, ตํ เอวํ นตฺถีติ เวทิตพฺพํ. เสยฺยถิทํ, น เกเสหีติ. น หิ ‘‘พฺราหฺมณานํ อีทิสา เกสา โหนฺติ, ขตฺติยานํ อีทิสา’’ติ นิยโม อตฺถิ ยถา หตฺถิอสฺสมิคาทีนนฺติ อิมินา นเยน สพฺพํ โยเชตพฺพํ. ลิงฺคํ ชาติมยํ เนว, ยถา อญฺญาสุ ชาติสูติ อิทํ ปน วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส นิคมนนฺติ เวทิตพฺพํ. ตสฺส โยชนา – ตเทว ยสฺมา อิเมหิ เกสาทีหิ นตฺถิ มนุสฺเสสุ ลิงฺคํ ชาติมยํ ปุถุ, ตสฺมา เวทิตพฺพเมตํ ‘‘พฺราหฺมณาทิเภเทสุ มนุสฺเสสุ ลิงฺคํ ชาติมยํ เนว ยถา อญฺญาสุ ชาตีสู’’ติ.

๖๑๗. อิทานิ เอวํ ชาติเภเท อสนฺเตปิ พฺราหฺมโณ ขตฺติโยติ อิทํ นานตฺตํ ยถา ชาตํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปจฺจตฺต’’นฺติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – เอตํ ติรจฺฉานานํ วิย โยนิสิทฺธเมว เกสาทิสณฺฐานานตฺตํ มนุสฺเสสุ พฺราหฺมณาทีนํ อตฺตโน อตฺตโน สรีเรสุ น วิชฺชติ. อวิชฺชมาเนปิ ปน เอตสฺมึ ยเทตํ พฺราหฺมโณ ขตฺติโยติ นานตฺตวิธานปริยายํ โวการํ, ตํ โวการญฺจ มนุสฺเสสุ สมญฺญาย ปวุจฺจติ, โวหารมตฺเตน วุจฺจตีติ.

๖๑๙-๖๒๕. เอตฺตาวตา ภควา ภารทฺวาชสฺส วาทํ นิคฺคเหตฺวา อิทานิ ยทิ ชาติยา พฺราหฺมโณ ภเวยฺย, อาชีวสีลาจารวิปนฺโนปิ พฺราหฺมโณ ภเวยฺย. ยสฺมา ปน โปราณา พฺราหฺมณา ตสฺส พฺราหฺมณภาวํ น อิจฺฉนฺติ โลเก จ อญฺเญปิ ปณฺฑิตมนุสฺสา, ตสฺมา วาเสฏฺฐสฺส วาทปคฺคหณตฺถํ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสู’’ติอาทิกา อฏฺฐ คาถาโย อาห. ตตฺถ โครกฺขนฺติ เขตฺตรกฺขํ, กสิกมฺมนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปถวี หิ ‘‘โค’’ติ วุจฺจติ, ตปฺปเภโท จ เขตฺตํ. ปุถุสิปฺเปนาติ ตนฺตวายกมฺมาทินานาสิปฺเปน. โวหารนฺติ วณิชฺชํ. ปรเปสฺเสนาติ ปเรสํ เวยฺยาวจฺเจน. อิสฺสตฺถนฺติ อาวุธชีวิกํ, อุสุญฺจ สตฺติญฺจาติ วุตฺตํ โหติ. โปโรหิจฺเจนาติ ปุโรหิตกมฺเมน.

๖๒๖. เอวํ พฺราหฺมณสมเยน จ โลกโวหาเรน จ อาชีวสีลาจารวิปนฺนสฺส อพฺราหฺมณภาวํ สาเธตฺวา เอวํ สนฺเต น ชาติยา พฺราหฺมโณ, คุเณหิ ปน พฺราหฺมโณ โหติ. ตสฺมา ยตฺถ ยตฺถ กุเล ชาโต โย คุณวา, โส พฺราหฺมโณ, อยเมตฺถ ญาโยติ เอวเมตํ ญายํ อตฺถโต อาปาเทตฺวา ปุน ตเทว ญายํ วจีเภเทน ปกาเสนฺโต อาห ‘‘น จาหํ พฺราหฺมณํ พฺรูมี’’ติ.

ตสฺสตฺโถ – อหํ ปน ยฺวายํ จตูสุ โยนีสุ ยตฺถ กตฺถจิ ชาโต, ตตฺราปิ วา วิเสเสน โย พฺราหฺมณสมญฺญิตาย มาตริ สมฺภูโต, ตํ โยนิชํ มตฺติสมฺภวํ ยา จายํ ‘‘อุภโต สุชาโต’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๓๐๓; ม. นิ. ๒.๔๒๔) นเยน พฺราหฺมเณหิ พฺราหฺมณสฺส ปริสุทฺธอุปฺปตฺติมคฺคสงฺขาตา โยนิ กถียติ, ‘‘สํสุทฺธคหณิโก’’ติ อิมินา จ มาตุสมฺปตฺติ, ตโตปิ ชาตสมฺภูตตฺตา ‘‘โยนิโช มตฺติสมฺภโว’’ติ จ วุจฺจติ, ตมฺปิ โยนิชํ มตฺติสมฺภวํ อิมินา จ โยนิชมตฺติสมฺภวมตฺเตน พฺราหฺมณํ น พฺรูมิ. กสฺมา? ยสฺมา ‘‘โภ โภ’’ติ วจนมตฺเตน อญฺเญหิ สกิญฺจเนหิ วิสิฏฺฐตฺตา โภวาที นาม โส โหติ, สเจ โหติ สกิญฺจโน. โย ปนายํ ยตฺถ กตฺถจิ กุเล ชาโตปิ ราคาทิกิญฺจนาภาเวน อกิญฺจโน, สพฺพคหณปฏินิสฺสคฺเคน จ อนาทาโน, อกิญฺจนํ อนาทานํ ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ. กสฺมา? ยสฺมา พาหิตปาโปติ.

๖๒๗. กิญฺจ ภิยฺโย – ‘‘สพฺพสํโยชนํ เฉตฺวา’’ติอาทิกา สตฺตวีสติ คาถา. ตตฺถ สพฺพสํโยชนนฺติ ทสวิธํ สํโยชนํ. น ปริตสฺสตีติ ตณฺหาย น ตสฺสติ. ตมหนฺติ ตํ อหํ ราคาทีนํ สงฺคานํ อติกฺกนฺตตฺตา สงฺคาติคํ, จตุนฺนมฺปิ โยคานํ อภาเวน วิสํยุตฺตํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๒๘. นทฺธินฺติ นยฺหนภาเวน ปวตฺตํ โกธํ. วรตฺตนฺติ พนฺธนภาเวน ปวตฺตํ ตณฺหํ. สนฺทานํ สหนุกฺกมนฺติ อนุสยานุกฺกมสหิตํ ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิสนฺทานํ, อิทํ สพฺพมฺปิ ฉินฺทิตฺวา ฐิตํ อวิชฺชาปลิฆสฺส อุกฺขิตฺตตฺตา อุกฺขิตฺตปลิฆํ จตุนฺนํ สจฺจานฺนํ พุทฺธตฺตา พุทฺธํ อหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๒๙. อทุฏฺโฐติ เอวํ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสญฺจ ปาณิอาทีหิ โปถนญฺจ อนฺทุพนฺธนาทีหิ พนฺธนญฺจ โย อกุทฺธมานโส หุตฺวา อธิวาเสสิ, ขนฺติพเลน สมนฺนาคตตฺตา ขนฺตีพลํ, ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติยา อนีกภูเตน เตเนว ขนฺตีพลานีเกน สมนฺนาคตตฺตา พลานีกํ ตํ เอวรูปํ อหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๓๐. วตนฺตนฺติ ธุตวเตน สมนฺนาคตํ, จตุปาริสุทฺธิสีเลน สีลวนฺตํ, ตณฺหาอุสฺสทาภาเวน อนุสฺสทํ, ฉฬินฺทฺริยทมเนน ทนฺตํ, โกฏิยํ ฐิเตน อตฺตภาเวน อนฺติมสารีรํ ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๓๑. โย น ลิมฺปตีติ เอวเมว โย อพฺภนฺตเร ทุวิเธปิ กาเม น ลิมฺปติ, ตสฺมึ กาเม น สณฺฐาติ, ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๓๒. ทุกฺขสฺสาติ ขนฺธทุกฺขสฺส. ปนฺนภารนฺติ โอหิตกฺขนฺธภารํ จตูหิ โยเคหิ สพฺพกิเลเสหิ วา วิสํยุตฺตํ ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๓๓. คมฺภีรปญฺญนฺติ คมฺภีเรสุ ขนฺธาทีสุ ปวตฺตาย ปญฺญาย สมนฺนาคตํ, ธมฺโมชปญฺญาย เมธาวึ, ‘‘อยํ ทุคฺคติยา, อยํ สุคติยา, อยํ นิพฺพานสฺส มคฺโค, อยํ อมคฺโค’’ติ เอวํ มคฺเค อมคฺเค จ เฉกตาย มคฺคามคฺคสฺส โกวิทํ, อรหตฺตสงฺขาตํ อุตฺตมตฺถมนุปฺปตฺตํ ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๓๔. อสํสฏฺฐนฺติ ทสฺสนสวนสมุลฺลาปปริโภคกายสํสคฺคานํ อภาเวน อสํสฏฺฐํ. อุภยนฺติ คิหีหิ จ อนคาเรหิ จาติ อุภเยหิปิ อสํสฏฺฐํ. อโนกสารินฺติ อนาลยจารึ, ตํ เอวรูปํ อหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๓๕. นิธายาติ นิกฺขิปิตฺวา โอโรเปตฺวา. ตเสสุ ถาวเรสุ จาติ ตณฺหาตาเสน ตเสสุ ตณฺหาภาเวน ถิรตาย ถาวเรสุ. โย น หนฺตีติ โย เอวํ สพฺพสตฺเตสุ วิคตปฏิฆตาย นิกฺขิตฺตทณฺโฑ เนว กญฺจิ สยํ หนติ, น อญฺเญน ฆาเตติ, ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๓๖. อวิรุทฺธนฺติ อาฆาตวเสน วิรุทฺเธสุปิ โลกิยมหาชเนสุ อาฆาตาภาเวน อวิรุทฺธํ, หตฺถคเต ทณฺเฑ วา สตฺเถ วา อวิชฺชมาเนปิ ปเรสํ ปหารทานโต อวิรตตฺตา อตฺตทณฺเฑสุ ชเนสุ นิพฺพุตํ นิกฺขิตฺตทณฺฑํ, ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ‘‘อหํ มม’’นฺติ คหิตตฺตา สาทาเนสุ, ตสฺส คหณสฺส อภาเวน อนาทานํ ตํ เอวรูปํ อหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๓๗. อารคฺคาติ ยสฺเสเต ราคาทโย อยญฺจ ปรคุณมกฺขณลกฺขโณ มกฺโข อารคฺคา สาสโป วิย ปปติโต, ยถา สาสโป อารคฺเค น สนฺติฏฺฐติ, เอวํ จิตฺเต น ติฏฺฐติ, ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๓๘. อกกฺกสนฺติ อผรุสํ. วิญฺญาปนินฺติ อตฺถวิญฺญาปนึ. สจฺจนฺติ ภูตํ. นาภิสเชติ ยาย คิราย อญฺญํ กุชฺฌาปนวเสน น ลคฺคาเปยฺย. ขีณาสโว นาม เอวรูปเมว คิรํ ภาเสยฺย. ตสฺมา ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๓๙. สาฏกาภรณาทีสุ ทีฆํ วา รสฺสํ วา, มณิมุตฺตาทีสุ อณุํ วา ถูลํ วา มหคฺฆอปฺปคฺฆวเสน สุภํ วา อสุภํ วา โย ปุคฺคโล อิมสฺมึ โลเก ปรปริคฺคหิตํ นาทิยติ, ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๔๐. นิราสาสนฺติ นิตฺตณฺหํ. วิสํยุตฺตนฺติ สพฺพกิเลเสหิ วิยุตฺตํ ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๔๑. อาลยาติ ตณฺหา. อญฺญาย อกถํกถีติ อฏฺฐ วตฺถูนิ ยถาภูตํ ชานิตฺวา อฏฺฐวตฺถุกาย วิจิกิจฺฉาย นิพฺพิจิกิจฺโฉ. อมโตคธมนุปฺปตฺตนฺติ อมตํ นิพฺพานํ โอคเหตฺวา อนุปฺปตฺตํ ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๔๒. อุโภติ เทฺวปิ ปุญฺญานิ ปาปานิ จ ฉฑฺเฑตฺวาติ อตฺโถ. สงฺคนฺติ ราคาทิเภทํ สงฺคํ. อุปจฺจคาติ อติกฺกนฺโต. ตมหํ วฏฺฏมูลโสเกน อโสกํ, อพฺภนฺตเร ราครชาทีนํ อภาเวน วิรชํ, นิรุปกฺกิเลสตาย สุทฺธํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๔๓. วิมลนฺติ อพฺภาทิมลวิรหิตํ. สุทฺธนฺติ นิรุปกฺกิเลสํ. วิปฺปสนฺนนฺติ ปสนฺนจิตฺตํ. อนาวิลนฺติ กิเลสาวิลตฺตวิรหิตํ. นนฺทีภวปริกฺขีณนฺติ ตีสุ ภเวสุ ปริกฺขีณตณฺหํ ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๔๔. โย ภิกฺขุ อิมํราคปลิปถญฺเจว กิเลสทุคฺคญฺจ สํสารวฏฺฏญฺจ จตุนฺนํ สจฺจานํ อปฺปฏิวิชฺฌนกโมหญฺจ อตีโต, จตฺตาโร โอเฆ ติณฺโณ หุตฺวา ปารํ อนุปฺปตฺโต, ทุวิเธน ฌาเนน ฌายี, ตณฺหาย อภาเวน อเนโช, กถํกถาย อภาเวน อกถํกถี, อุปาทานานํ อภาเวน อนุปาทิยิตฺวา กิเลสนิพฺพาเนน นิพฺพุโต, ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๔๕. โย ปุคฺคโล, อิธ โลเก, อุโภปิ กาเม หิตฺวา อนาคาโร หุตฺวา ปริพฺพชติ, ตํ ปริกฺขีณกามญฺเจว ปริกฺขีณภวญฺจ อหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๔๖. โย อิธ โลเก ฉทฺวาริกํ ตณฺหํ ชหิตฺวา ฆราวาเสน อนตฺถิโก อนาคาโร หุตฺวา ปริพฺพชติ, ตณฺหาย เจว ภวสฺส จ ปริกฺขีณตฺตา ตณฺหาภวปริกฺขีณํ ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๔๗. มานุสกํ โยคนฺติ มานุสกํ อายุญฺเจว ปญฺจวิธกามคุเณ จ. ทิพฺพโยเคปิ เอเสว นโย. อุปจฺจคาติ โย มานุสกํ โยคํ หิตฺวา ทิพฺพํ อติกฺกนฺโต, ตํ สพฺเพหิ จตูหิ โยเคหิ วิสํยุตฺตํ อหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๔๘. รตินฺติ ปญฺจกามคุณรตึ. อรตินฺติ อรญฺญวาเส อุกฺกณฺฐิตตฺตํ. สีติภูตนฺติ นิพฺพุตํ, นิรุปธินฺติ นิรุปกฺกิเลสํ, วีรนฺติ ตํ เอวรูปํ สพฺพํ ขนฺธโลกํ อภิภวิตฺวา ฐิตํ วีริยวนฺตํ อหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๔๙. โย เวทีติ โย สตฺตานํ สพฺพากาเรน จุติญฺจ ปฏิสนฺธิญฺจ ปากฏํ กตฺวา ชานาติ, ตมหํ อลคฺคตาย อสตฺตํ, ปฏิปตฺติยา สุฏฺฐุ คตตฺตา สุคตํ, จตุนฺนํ สจฺจานํ พุทฺธตาย พุทฺธํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๕๐. ยสฺสาติ ยสฺเสเต เทวาทโย คตึ น ชานนฺติ, ตมหํ อาสวานํ ขีณตาย ขีณาสวํ, กิเลเสหิ อารกตฺตา อรหนฺตํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๕๑. ปุเรติ อตีตกฺขนฺเธสุ. ปจฺฉาติ อนาคเตสุ. มชฺเฌติ ปจฺจุปฺปนฺเนสุ. กิญฺจนนฺติ ยสฺเสเตสุ ฐาเนสุ ตณฺหาคาหสงฺขาตํ กิญฺจนํ นตฺถิ. ตมหํ ราคกิญฺจนาทีหิ อกิญฺจนํ. กสฺสจิ คหณสฺส อภาเวน อนาทานํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๕๒. อจฺฉมฺภิตตฺเตน อุสภสทิสตาย อุสภํ, อุตฺตมฏฺเฐน ปวรํ, วีริยสมฺปตฺติยา วีรํ, มหนฺตานํ สีลกฺขนฺธาทีนํ เอสิตตฺตา มเหสึ, ติณฺณํ มารานํ วิชิตตฺตา วิชิตาวินํ, นินฺหาตกิเลสตาย นฺหาตกํ, จตุสจฺจพุทฺธตาย พุทฺธํ ตํ เอวรูปํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๕๓. โย ปุพฺเพนิวาสํ ปากฏํ กตฺวา ชานาติ, ฉพฺพีสติเทวโลกเภทํ สคฺคํ, จตุพฺพิธํ อปายญฺจ ทิพฺพจกฺขุนา ปสฺสติ, อโถ ชาติกฺขยสงฺขาตํ อรหตฺตํ ปตฺโต, ตมหํ พฺราหฺมณํ วทามีติ อตฺโถ.

๖๕๔. เอวํ ภควา คุณโต พฺราหฺมณํ วตฺวา ‘‘เย ‘ชาติโต พฺราหฺมโณ’ติ อภินิเวสํ กโรนฺติ, เต อิทํ โวหารมตฺตํ อชานนฺตา, สา จ เนสํ ทิฏฺฐิ ทุทฺทิฏฺฐี’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมญฺญา เหสา’’ติ คาถาทฺวยมาห. ตสฺสตฺโถ – ‘‘ยทิทํ พฺราหฺมโณ ขตฺติโย ภารทฺวาโช วาเสฏฺโฐ’’ติ นามโคตฺตํ ปกปฺปิตํ, สมญฺญา เหสา โลกสฺมึ, ปญฺญตฺติโวหารมตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. กสฺมา? ยสฺมา สมฺมุจฺจา สมุทาคตํ สมนุญฺญาย อาคตํ. ตญฺหิ ตตฺถ ตตฺถ ชาตกาเลเยวสฺส ญาติสาโลหิเตหิ ปกปฺปิตํ กตํ. โน เจตํ เอวํ ปกปฺเปยฺยุํ, น โกจิ กญฺจิ ทิสฺวา ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ’’ติ วา ‘‘ภารทฺวาโช’’ติ วา ชาเนยฺย.

๖๕๕. เอวํ ปกปฺปิตญฺเจตํ ทีฆรตฺตมนุสยิตํ ทิฏฺฐิคตมชานตํ, ‘‘ปกปฺปิตํ นามโคตฺตํ, นามโคตฺตมตฺตเมตํ สํโวหารตฺถํ ปกปฺปิต’’นฺติ อชานนฺตานํ สตฺตานํ หทเย ทีฆรตฺตํ ทิฏฺฐิคตมนุสยิตํ, ตสฺส อนุสยิตตฺตา ตํ นามโคตฺตํ อชานนฺตา เต ปพฺรุวนฺติ ‘‘ชาติยา โหติ พฺราหฺมโณ’’ติ, อชานนฺตาเยว เอวํ วทนฺตีติ วุตฺตํ โหติ.

๖๕๖-๗. เอวํ ‘‘เย ‘ชาติโต พฺราหฺมโณ’ติ อภินิเวสํ กโรนฺติ, เต อิทํ โวหารมตฺตมชานนฺตา, สา จ เนสํ ทิฏฺฐิ ทุทฺทิฏฺฐี’’ติ ทสฺเสตฺวา อิทานิ นิปฺปริยายเมว ชาติวาทํ ปฏิกฺขิปนฺโต กมฺมวาทญฺจ นิโรเปนฺโต ‘‘น ชจฺจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘กมฺมุนา พฺราหฺมโณ โหติ, กมฺมุนา โหติ อพฺราหฺมโณ’’ติ อิมิสฺสา อุปฑฺฒคาถาย อตฺถวิตฺถารณตฺถํ ‘‘กสฺสโก กมฺมุนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กมฺมุนาติ ปจฺจุปฺปนฺเนน กสิกมฺมาทินิพฺพตฺตกเจตนากมฺมุนา.

๖๕๙. ปฏิจฺจสมุปฺปาททสฺสาติ ‘‘อิมินา ปจฺจเยน เอวํ โหตี’’ติ เอวํ ปฏิจฺจสมุปฺปาททสฺสาวิโน. กมฺมวิปากโกวิทาติ สมฺมานาวมานารเห กุเล กมฺมวเสน อุปฺปตฺติ โหติ, อญฺญาปิ หีนปณีตตา หีนปณีเต กมฺเม วิปจฺจมาเน โหตีติ เอวํ กมฺมวิปากกุสลา.

๖๖๐. ‘‘กมฺมุนาวตฺตตี’’ติ คาถาย ปน ‘‘โลโก’’ติ วา ‘‘ปชา’’ติ วา ‘‘สตฺตา’’ติ วา เอโกเยว อตฺโถ, วจนมตฺตเมว นานํ. ปุริมปเทน เจตฺถ ‘‘อตฺถิ พฺรหฺมา มหาพฺรหฺมา…เป… เสฏฺโฐ สชิตา วสี ปิตา ภูตภพฺยาน’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๔๒) อิมิสฺสา ทิฏฺฐิยา นิเสโธ เวทิตพฺโพ. กมฺมุนา หิ วตฺตติ ตาสุ ตาสุ คตีสุ อุปฺปชฺชติ โลโก, ตสฺส โก สชิตาติ? ทุติเยน ‘‘เอวํ กมฺมุนา อุปฺปนฺโนปิ จ ปวตฺติยมฺปิ อตีตปจฺจุปฺปนฺนเภเทน กมฺมุนา เอว ปวตฺตติ, สุขทุกฺขานิ ปจฺจนุโภนฺโต หีนปณีตาทิภาวํ อาปชฺชนฺโต ปวตฺตตี’’ติ ทสฺเสติ. ตติเยน ตเมวตฺถํ นิคเมติ ‘‘เอวํ สพฺพถาปิ กมฺมนิพนฺธนา สตฺตา กมฺเมเนว พทฺธา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ, น อญฺญถา’’ติ. จตุตฺเถน ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวติ รถสฺสาณีว ยายโตติ. ยถา รถสฺส ยายโต อาณิ นิพนฺธนํ โหติ, น ตาย อนิพทฺโธ ยาติ, เอวํ โลกสฺส อุปฺปชฺชโต จ ปวตฺตโต จ กมฺมํ นิพนฺธนํ, น เตน อนิพทฺโธ อุปฺปชฺชติ นปฺปวตฺตติ.

๖๖๑. อิทานิ ยสฺมา เอวํ กมฺมนิพนฺธโน โลโก, ตสฺมา เสฏฺเฐน กมฺมุนา เสฏฺฐภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตเปนา’’ติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ ตเปนาติ อินฺทฺริยสํวเรน. พฺรหฺมจริเยนาติ สิกฺขานิสฺสิเตน วุตฺตาวเสสเสฏฺฐจริเยน. สํยเมนาติ สีเลน. ทเมนาติ ปญฺญาย. เอเตน เสฏฺฐฏฺเฐน พฺรหฺมภูเตน กมฺมุนา พฺราหฺมโณ โหติ. กสฺมา? ยสฺมา เอตํ พฺราหฺมณมุตฺตมํ, ยสฺมา เอตํ กมฺมํ อุตฺตโม พฺราหฺมณภาโวติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘พฺรหฺมาน’’นฺติปิ ปาโฐ, ตสฺสตฺโถ – พฺรหฺมํ อาเนตีติ พฺรหฺมานํ, พฺรหฺมภาวํ อาเนติ อาวหติ เทตีติ วุตฺตํ โหติ.

๖๖๒. ทุติยคาถาย สนฺโตติ สนฺตกิเลโส. พฺรหฺมา สกฺโกติ พฺรหฺมา จ สกฺโก จ. โย เอวรูโป, โส น เกวลํ พฺราหฺมโณ, อปิจ โข พฺรหฺมา จ สกฺโก จ โส วิชานตํ ปณฺฑิตานํ, เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหีติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย วาเสฏฺฐสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.