๓. มหาวคฺโค
๑. ปพฺพชฺชาสุตฺตวณฺณนา
๔๐๘. ปพฺพชฺชํ กิตฺตยิสฺสามีติ ปพฺพชฺชาสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควติ กิร สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘สาริปุตฺตาทีนํ มหาสาวกานํ ปพฺพชฺชา กิตฺติตา, ตํ ภิกฺขู จ อุปาสกา จ ชานนฺติ. ภควโต ปน อกิตฺติตา, ยํนูนาหํ กิตฺเตยฺย’’นฺติ. โส เชตวนวิหาเร อาสเน นิสีทิตฺวา จิตฺตพีชนึ คเหตฺวา ภิกฺขูนํ ภควโต ปพฺพชฺชํ กิตฺเตนฺโต อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ ยสฺมา ปพฺพชฺชํ กิตฺเตนฺเตน ยถา ปพฺพชิ, ตํ กิตฺเตตพฺพํ. ยถา จ ปพฺพชิ, ตํ กิตฺเตนฺเตน ยถา วีมํสมาโน ปพฺพชฺชํ โรเจสิ, ตํ กิตฺเตตพฺพํ. ตสฺมา ‘‘ปพฺพชฺชํ กิตฺตยิสฺสามี’’ติ วตฺวา ‘‘ยถา ปพฺพชี’’ติอาทิมาห. จกฺขุมาติ ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา จกฺขุสมฺปนฺโนติ อตฺโถ. เสสมาทิคาถาย อุตฺตานเมว.
๔๐๙. อิทานิ ‘‘ยถา วีมํสมาโน’’ติ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต อาห ‘‘สมฺพาโธย’’นฺติ. ตตฺถ สมฺพาโธติ ปุตฺตทาราทิสมฺปีฬเนน กิเลสสมฺปีฬเนน จ กุสลกิริยาย โอกาสรหิโต. รชสฺสายตนนฺติ กมฺโพชาทโย วิย อสฺสาทีนํ, ราคาทิรชสฺส อุปฺปตฺติเทโส. อพฺโภกาโสติ วุตฺตสมฺพาธปฏิปกฺขภาเวน อากาโส วิย วิวฏา. อิติ ทิสฺวาน ปพฺพชีติ อิติ ฆราวาสปพฺพชฺชาสุ พฺยาธิชรามรเณหิ สุฏฺฐุตรํ โจทิยมานหทโย อาทีนวมานิสํสญฺจ วีมํสิตฺวา, มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา, อโนมานทีตีเร ขคฺเคน เกเส ฉินฺทิตฺวา, ตาวเทว จ ทฺวงฺคุลมตฺตสณฺฐิตสมณสารุปฺปเกสมสฺสุ หุตฺวา ฆฏิกาเรน พฺรหฺมุนา อุปนีเต อฏฺฐ ปริกฺขาเร คเหตฺวา ‘‘เอวํ นิวาเสตพฺพํ ปารุปิตพฺพ’’นฺติ เกนจิ อนนุสิฏฺโฐ อเนกชาติสหสฺสปวตฺติเตน อตฺตโน ปพฺพชฺชาจิณฺเณเนว สิกฺขาปิยมาโน ปพฺพชิ. เอกํ กาสาวํ นิวาเสตฺวา เอกํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา เอกํ จีวรํ ขนฺเธ กริตฺวา มตฺติกาปตฺตํ อํเส อาลคฺเคตฺวา ปพฺพชิตเวสํ อธิฏฺฐาสีติ วุตฺตํ โหติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
๔๑๐. เอวํ ภควโต ปพฺพชฺชํ กิตฺเตตฺวา ตโต ปรํ ปพฺพชิตปฏิปตฺตึ อโนมานทีตีรํ หิตฺวา ปธานาย คมนญฺจ ปกาเสตุํ ‘‘ปพฺพชิตฺวาน กาเยนา’’ติอาทึ สพฺพมภาสิ. ตตฺถ กาเยน ปาปกมฺมํ วิวชฺชยีติ ติวิธํ กายทุจฺจริตํ วชฺเชสิ. วจีทุจฺจริตนฺติ จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ. อาชีวํ ปริโสธยีติ มิจฺฉาชีวํ หิตฺวา สมฺมาชีวเมว ปวตฺตยิ.
๔๑๑. เอวํ อาชีวฏฺฐมกสีลํ โสเธตฺวา อโนมานทีตีรโต ตึสโยชนปฺปมาณํ สตฺตาเหน อคมา ราชคหํ พุทฺโธ. ตตฺถ กิญฺจาปิ ยทา ราชคหํ อคมาสิ, ตทา พุทฺโธ น โหติ, ตถาปิ พุทฺธสฺส ปุพฺพจริยาติ กตฺวา เอวํ วตฺตุํ ลพฺภติ – ‘‘อิธ ราชา ชาโต, อิธ รชฺชํ อคฺคเหสี’’ติอาทิ โลกิยโวหารวจนํ วิย. มคธานนฺติ มคธานํ ชนปทสฺส นครนฺติ วุตฺตํ โหติ. คิริพฺพชนฺติ อิทมฺปิ ตสฺส นามํ. ตญฺหิ ปณฺฑวคิชฺฌกูฏเวภารอิสิคิลิเวปุลฺลนามกานํ ปญฺจนฺนํ คิรีนํ มชฺเฌ วโช วิย ฐิตํ, ตสฺมา ‘‘คิริพฺพช’’นฺติ วุจฺจติ. ปิณฺฑาย อภิหาเรสีติ ภิกฺขตฺถาย ตสฺมึ นคเร จริ. โส กิร นครทฺวาเร ฐตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ รญฺโญ พิมฺพิสารสฺส อตฺตโน อาคมนํ นิเวเทยฺยํ, ‘สุทฺโธทนสฺส ปุตฺโต สิทฺธตฺโถ นาม กุมาโร อาคโต’ติ พหุมฺปิ เม ปจฺจยํ อภิหเรยฺย. น โข ปน เม ตํ ปติรูปํ ปพฺพชิตสฺส อาโรเจตฺวา ปจฺจยคหณํ, หนฺทาหํ ปิณฺฑาย จรามี’’ติ เทวทตฺติยํ ปํสุกูลจีวรํ ปารุปิตฺวา มตฺติกาปตฺตํ คเหตฺวา ปาจีนทฺวาเรน นครํ ปวิสิตฺวา อนุฆรํ ปิณฺฑาย อจริ. เตนาห อายสฺมา อานนฺโท – ‘‘ปิณฺฑาย อภิหาเรสี’’ติ. อากิณฺณวรลกฺขโณติ สรีเร อากิริตฺวา วิย ฐปิตวรลกฺขโณ วิปุลวรลกฺขโณ วา. วิปุลมฺปิ หิ ‘‘อากิณฺณ’’นฺติ วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘อากิณฺณลุทฺโท ปุริโส, ธาติเจลํว มกฺขิโต’’ติ (ชา. ๑.๖.๑๑๘; ๑.๙.๑๐๖). วิปุลลุทฺโทติ อตฺโถ.
๔๑๒. ตมทฺทสาติ ตโต กิร ปุริมานิ สตฺต ทิวสานิ นคเร นกฺขตฺตํ โฆสิตํ อโหสิ. ตํ ทิวสํ ปน ‘‘นกฺขตฺตํ วีติวตฺตํ, กมฺมนฺตา ปโยเชตพฺพา’’ติ เภริ จริ. อถ มหาชโน ราชงฺคเณ สนฺนิปติ. ราชาปิ ‘‘กมฺมนฺตํ สํวิทหิสฺสามี’’ติ สีหปญฺชรํ วิวริตฺวา พลกายํ ปสฺสนฺโต ตํ ปิณฺฑาย อภิหาเรนฺตํ มหาสตฺตํ อทฺทส. เตนาห อายสฺมา อานนฺโท – ‘‘ตมทฺทสา พิมฺพิสาโร, ปาสาทสฺมึ ปติฏฺฐิโต’’ติ. อิมมตฺถํ อภาสถาติ อิมํ อตฺถํ อมจฺจานํ อภาสิ.
๔๑๓. อิทานิ ตํ เตสํ อมจฺจานํ ภาสิตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘อิมํ โภนฺโต’’ติ. ตตฺถ อิมนฺติ โส ราชา โพธิสตฺตํ ทสฺเสติ, โภนฺโตติ อมจฺเจ อาลปติ. นิสาเมถาติ ปสฺสถ. อภิรูโปติ ทสฺสนียงฺคปจฺจงฺโค. พฺรหฺมาติ อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน. สุจีติ ปริสุทฺธฉวิวณฺโณ. จรเณนาติ คมเนน.
๔๑๔-๕. นีจกุลามิวาติ นีจกุลา อิว ปพฺพชิโต น โหตีติ อตฺโถ. มกาโร ปทสนฺธิกโร. กุหึ ภิกฺขุ คมิสฺสตีติ อยํ ภิกฺขุ กุหึ คมิสฺสติ, อชฺช กตฺถ วสิสฺสตีติ ชานิตุํ ราชทูตา สีฆํ คจฺฉนฺตุ. ทสฺสนกามา หิ มยํ อสฺสาติ อิมินา อธิปฺปาเยน อาห. คุตฺตทฺวาโร โอกฺขิตฺตจกฺขุตาย, สุสํวุโต สติยา. คุตฺตทฺวาโร วา สติยา, สุสํวุโต ปาสาทิเกน สงฺฆาฏิจีวรธารเณน.
๔๑๖. ขิปฺปํ ปตฺตํ อปูเรสีติ สมฺปชานตฺตา ปติสฺสตตฺตา จ อธิกํ อคณฺหนฺโต ‘‘อลํ เอตฺตาวตา’’ติ อชฺฌาสยปูรเณน ขิปฺปํ ปตฺตํ อปูเรสิ. มุนีติ โมนตฺถาย ปฏิปนฺนตฺตา อปฺปตฺตมุนิภาโวปิ มุนิอิจฺเจว วุตฺโต, โลกโวหาเรน วา. โลกิยา หิ อโมนสมฺปตฺตมฺปิ ปพฺพชิตํ ‘‘มุนี’’ติ ภณนฺติ. ปณฺฑวํ อภิหาเรสีติ ตํ ปพฺพตํ อภิรุหิ. โส กิร มนุสฺเส ปุจฺฉิ ‘‘อิมสฺมึ นคเร ปพฺพชิตา กตฺถ วสนฺตี’’ติ. อถสฺส เต ‘‘ปณฺฑวสฺส อุปริ ปุรตฺถาภิมุขปพฺภาเร’’ติ อาโรเจสุํ. ตสฺมา ตเมว ปณฺฑวํ อภิหาเรสิ ‘‘เอตฺถ วาโส ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ จินฺเตตฺวา.
๔๑๙-๒๓. พฺยคฺฆุสโภว สีโหว คิริคพฺภเรติ คิริคุหายํ พฺยคฺโฆ วิย อุสโภ วิย สีโห วิย จ นิสินฺโนติ อตฺโถ. เอเต หิ ตโย เสฏฺฐา วิคตภยเภรวา คิริคพฺภเร นิสีทนฺติ, ตสฺมา เอวํ อุปมํ อกาสิ. ภทฺทยาเนนาติ หตฺถิอสฺสรถสิวิกาทินา อุตฺตมยาเนน. สยานภูมึ ยายิตฺวาติ ยาวติกา ภูมิ หตฺถิอสฺสาทินา ยาเนน สกฺกา คนฺตุํ, ตํ คนฺตฺวา. อาสชฺชาติ ปตฺวา, สมีปมสฺส คนฺตฺวาติ อตฺโถ. อุปาวิสีติ นิสีทิ. ยุวาติ โยพฺพนสมฺปนฺโน. ทหโรติ ชาติยา ตรุโณ. ปฐมุปฺปตฺติโก สุสูติ ตทุภยวิเสสนเมว. ยุวา สุสูติ อติโยพฺพโน. ปฐมุปฺปตฺติโกติ ปฐเมเนว โยพฺพนเวเสน อุฏฺฐิโต. ทหโร จาสีติ สติ จ ทหรตฺเต สุสุ พาลโก วิย ขายสีติ.
๔๒๔-๕. อนีกคฺคนฺติ พลกายํ เสนามุขํ. ททามิ โภเค ภุญฺชสฺสูติ เอตฺถ ‘‘อหํ เต องฺคมคเธสุ ยาวิจฺฉสิ, ตาว ททามิ โภเค. ตํ ตฺวํ โสภยนฺโต อนีกคฺคํ นาคสงฺฆปุรกฺขโต ภุญฺชสฺสู’’ติ เอวํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. อุชุํ ชนปโท ราชาติ ‘‘ททามิ โภเค ภุญฺชสฺสุ, ชาตึ อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ เอวํ กิร วุตฺโต มหาปุริโส จินฺเตสิ – ‘‘สเจ อหํ รชฺเชน อตฺถิโก อสฺสํ, จาตุมหาราชิกาทโยปิ มํ อตฺตโน อตฺตโน รชฺเชน นิมนฺเตยฺยุํ, เคเห ฐิโต เอว วา จกฺกวตฺติรชฺชํ กาเรยฺยํ. อยํ ปน ราชา อชานนฺโต เอวมาห – ‘หนฺทาหํ, ตํ ชานาเปมี’’’ติ พาหํ อุจฺจาเรตฺวา อตฺตโน อาคตทิสาภาคํ นิทฺทิสนฺโต ‘‘อุชุํ ชนปโท ราชา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ หิมวนฺตสฺส ปสฺสโตติ ภณนฺโต สสฺสสมฺปตฺติเวกลฺลาภาวํ ทสฺเสติ. หิมวนฺตญฺหิ นิสฺสาย ปาสาณวิวรสมฺภวา มหาสาลาปิ ปญฺจหิ วุทฺธีหิ วฑฺฒนฺติ, กิมงฺคํ ปน เขตฺเต วุตฺตานิ สสฺสานิ. ธนวีริเยน สมฺปนฺโนติ ภณนฺโต สตฺตหิ รตเนหิ อเวกลฺลตฺตํ, ปรราชูหิ อตกฺกนียํ วีรปุริสาธิฏฺฐิตภาวญฺจสฺส ทสฺเสติ. โกสเลสุ นิเกติโนติ ภณนฺโต นวกราชภาวํ ปฏิกฺขิปติ. นวกราชา หิ นิเกตีติ น วุจฺจติ. ยสฺส ปน อาทิกาลโต ปภุติ อนฺวยวเสน โส เอว ชนปโท นิวาโส, โส นิเกตีติ วุจฺจติ. ตถารูโป จ ราชา สุทฺโธทโน, ยํ สนฺธายาห ‘‘โกสเลสุ นิเกติโน’’ติ. เตน อนฺวยาคตมฺปิ โภคสมฺปตฺตึ ทีเปติ.
๔๒๖. เอตฺตาวตา อตฺตโน โภคสมฺปตฺตึ ทีเปตฺวา ‘‘อาทิจฺจา นาม โคตฺเตน, สากิยา นาม ชาติยา’’ติ อิมินา ชาติสมฺปตฺติญฺจ อาจิกฺขิตฺวา ยํ วุตฺตํ รญฺญา ‘‘ททามิ โภเค ภุญฺชสฺสู’’ติ, ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห – ‘‘ตมฺหา กุลา ปพฺพชิโตมฺหิ, น กาเม อภิปตฺถย’’นฺติ. ยทิ หิ อหํ กาเม อภิปตฺถเยยฺยํ, น อีทิสํ ธนวีริยสมฺปนฺนํ ทฺวาสีติสหสฺสวีรปุริสสมากุลํ กุลํ ฉฑฺเฑตฺวา ปพฺพเชยฺยนฺติ อยํ กิเรตฺถ อธิปฺปาโย.
๔๒๗. เอวํ รญฺโญ วจนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตโต ปรํ อตฺตโน ปพฺพชฺชาเหตุํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘กาเมสฺวาทีนวํ ทิสฺวา, เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโต’’ติ. เอตํ ‘‘ปพฺพชิโตมฺหี’’ติ อิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ตตฺถ ทฏฺฐูติ ทิสฺวา. เสสเมตฺถ อิโต ปุริมคาถาสุ จ ยํ ยํ น วิจาริตํ, ตํ ตํ สพฺพํ อุตฺตานตฺถตฺตา เอว น วิจาริตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวํ อตฺตโน ปพฺพชฺชาเหตุํ วตฺวา ปธานตฺถาย คนฺตุกาโม ราชานํ อามนฺเตนฺโต อาห – ‘‘ปธานาย คมิสฺสามิ, เอตฺถ เม รญฺชตี มโน’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ยสฺมาหํ, มหาราช, เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโต ปพฺพชิโต, ตสฺมา ตํ ปรมตฺถเนกฺขมฺมํ นิพฺพานามตํ สพฺพธมฺมานํ อคฺคฏฺเฐน ปธานํ ปตฺเถนฺโต ปธานตฺถาย คมิสฺสามิ, เอตฺถ เม ปธาเน รญฺชติ มโน, น กาเมสูติ. เอวํ วุตฺเต กิร ราชา โพธิสตฺตํ อาห – ‘‘ปุพฺเพว เมตํ, ภนฺเต, สุตํ ‘สุทฺโธทนรญฺโญ กิร ปุตฺโต สิทฺธตฺถกุมาโร จตฺตาริ ปุพฺพนิมิตฺตานิ ทิสฺวา ปพฺพชิตฺวา พุทฺโธ ภวิสฺสตี’ติ, โสหํ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ อธิมุตฺตึ ทิสฺวา เอวํปสนฺโน ‘อทฺธา พุทฺธตฺตํ ปาปุณิสฺสถา’ติ. สาธุ, ภนฺเต, พุทฺธตฺตํ ปตฺวา ปฐมํ มม วิชิตํ โอกฺกเมยฺยาถา’’ติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ปพฺพชฺชาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ปธานสุตฺตวณฺณนา
๔๒๘. ตํ มํ ปธานปหิตตฺตนฺติ ปธานสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ‘‘ปธานาย คมิสฺสามิ, เอตฺถ เม รญฺชตี มโน’’ติ อายสฺมา อานนฺโท ปพฺพชฺชาสุตฺตํ นิฏฺฐาเปสิ. ภควา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโน จินฺเตสิ – ‘‘มยา ฉพฺพสฺสานิ ปธานํ ปตฺถยมาเนน ทุกฺกรการิกา กตา, ตํ อชฺช ภิกฺขูนํ กเถสฺสามี’’ติ. อถ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา พุทฺธาสเน นิสินฺโน ‘‘ตํ มํ ปธานปหิตตฺต’’นฺติ อารภิตฺวา อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ ตํ มนฺติ ทฺวีหิปิ วจเนหิ อตฺตานเมว นิทฺทิสติ. ปธานปหิตตฺตนฺติ นิพฺพานตฺถาย เปสิตจิตฺตํ ปริจฺจตฺตอตฺตภาวํ วา. นทึ เนรญฺชรํ ปตีติ ลกฺขณํ นิทฺทิสติ. ลกฺขณญฺหิ ปธานปหิตตฺตาย เนรญฺชรา นที. เตเนว เจตฺถ อุปโยควจนํ. อยํ ปนตฺโถ ‘‘นทิยา เนรญฺชรายา’’ติ, เนรญฺชราย ตีเรติ วุตฺตํ โหติ. วิปรกฺกมฺมาติ อตีว ปรกฺกมิตฺวา. ฌายนฺตนฺติ อปฺปาณกชฺฌานมนุยุญฺชนฺตํ. โยคกฺเขมสฺส ปตฺติยาติ จตูหิ โยเคหิ เขมสฺส นิพฺพานสฺส อธิคมตฺถํ.
๔๒๙. นมุจีติ มาโร. โส หิ อตฺตโน วิสยา นิกฺขมิตุกาเม เทวมนุสฺเส น มุญฺจติ, อนฺตรายํ เนสํ กโรติ, ตสฺมา ‘‘นมุจี’’ติ วุจฺจติ. กรุณํ วาจนฺติ อนุทฺทยายุตฺตํ วาจํ. ภาสมาโน อุปาคมีติ อิทํ อุตฺตานเมว. กสฺมา ปน อุปาคโต? มหาปุริโส กิร เอกทิวสํ จินฺเตสิ – ‘‘สพฺพทา อาหารํ ปริเยสมาโน ชีวิเต สาเปกฺโข โหติ, น จ สกฺกา ชีวิเต สาเปกฺเขน อมตํ อธิคนฺตุ’’นฺติ. ตโต อาหารุปจฺเฉทาย ปฏิปชฺชิ, เตน กิโส ทุพฺพณฺโณ จ อโหสิ. อถ มาโร ‘‘อยํ สมฺโพธาย มคฺโค โหติ, น โหตีติ อชานนฺโต อติโฆรํ ตปํ กโรติ, กทาจิ มม วิสยํ อติกฺกเมยฺยา’’ติ ภีโต ‘‘อิทญฺจิทญฺจ วตฺวา วาเรสฺสามี’’ติ อาคโต. เตเนวาห – ‘‘กิโส ตฺวมสิ ทุพฺพณฺโณ, สนฺติเก มรณํ ตวา’’ติ.
๔๓๐. เอวญฺจ ปน วตฺวา อถสฺส มรณสนฺติกภาวํ สาเวนฺโต อาห – ‘‘สหสฺสภาโค มรณสฺส, เอกํโส ตว ชีวิต’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – สหสฺสํ ภาคานํ อสฺสาติ สหสฺสภาโค. โก โส? มรณสฺส ปจฺจโยติ ปาฐเสโส. เอโก อํโสติ เอกํโส. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อยํ อปฺปาณกชฺฌานาทิสหสฺสภาโค ตว มรณสฺส ปจฺจโย, ตโต ปน เต เอโก เอว ภาโค ชีวิตํ, เอวํ สนฺติเก มรณํ ตวาติ. เอวํ มรณสฺส สนฺติกภาวํ สาเวตฺวา อถ นํ ชีวิเต สมุสฺสาเหนฺโต อาห ‘‘ชีว โภ ชีวิตํ เสยฺโย’’ติ. กถํ เสยฺโยติ เจ. ชีวํ ปุญฺญานิ กาหสีติ.
๔๓๑. อถ อตฺตนา สมฺมตานิ ปุญฺญานิ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘จรโต จ เต พฺรหฺมจริย’’นฺติ. ตตฺถ พฺรหฺมจริยนฺติ กาเลน กาลํ เมถุนวิรตึ สนฺธายาห, ยํ ตาปสา กโรนฺติ. ชูหโตติ ชุหนฺตสฺส. เสสเมตฺถ ปากฏเมว.
๔๓๒. ทุคฺโค มคฺโคติ อิมํ ปน อฑฺฒคาถํ ปธานวิจฺฉนฺทํ ชเนนฺโต อาห. ตตฺถ อปฺปาณกชฺฌานาทิคหนตฺตา ทุกฺเขน คนฺตพฺโพติ ทุคฺโค, ทุกฺขิตกายจิตฺเตน กตฺตพฺพตฺตา ทุกฺกโร, สนฺติกมรเณน ตาทิเสนาปิ ปาปุณิตุํ อสกฺกุเณยฺยโต ทุรภิสมฺภโวติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิโต ปรํ อิมา คาถา ภณํ มาโร, อฏฺฐา พุทฺธสฺส สนฺติเกติ อยมุปฑฺฒคาถา สงฺคีติกาเรหิ วุตฺตา. สกลคาถาปีติ เอเก. ภควตา เอว ปน ปรํ วิย อตฺตานํ นิทฺทิสนฺเตน สพฺพเมตฺถ เอวํชาติกํ วุตฺตนฺติ อยมมฺหากํ ขนฺติ. ตตฺถ อฏฺฐาติ อฏฺฐาสิ. เสสํ อุตฺตานเมว.
๔๓๓. ฉฏฺฐคาถาย เยนตฺเถนาติ เอตฺถ ปเรสํ อนฺตรายกรเณน อตฺตโน อตฺเถน ตฺวํ, ปาปิม, อาคโตสีติ อยมธิปฺปาโย. เสสํ อุตฺตานเมว.
๔๓๔. ‘‘ชีวํ ปุญฺญานิ กาหสี’’ติ อิทํ ปน วจนํ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘อณุมตฺโตปี’’ติ อิมํ คาถมาห. ตตฺถ ปุญฺเญนาติ วฏฺฏคามึ มาเรน วุตฺตํ ปุญฺญํ สนฺธาย ภณติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
๔๓๕. อิทานิ ‘‘เอกํโส ตว ชีวิต’’นฺติ อิทํ วจนํ อารพฺภ มารํ สนฺตชฺเชนฺโต ‘‘อตฺถิ สทฺธา’’ติ อิมํ คาถมาห. ตตฺรายมธิปฺปาโย – อเร, มาร, โย อนุตฺตเร สนฺติวรปเท อสฺสทฺโธ ภเวยฺย, สทฺโธปิ วา กุสีโต, สทฺโธ อารทฺธวีริโย สมาโนปิ วา ทุปฺปญฺโญ, ตํ ตฺวํ ชีวิตมนุปุจฺฉมาโน โสเภยฺยาสิ, มยฺหํ ปน อนุตฺตเร สนฺติวรปเท โอกปฺปนสทฺธา อตฺถิ, ตถา กายิกเจตสิกมสิถิลปรกฺกมตาสงฺขาตํ วีริยํ, วชิรูปมา ปญฺญา จ มม วิชฺชติ, โส ตฺวํ เอวํ มํ ปหิตตฺตํ อุตฺตมชฺฌาสยํ กึ ชีวมนุปุจฺฉสิ, กสฺมา ชีวิตํ ปุจฺฉสิ. ปญฺญา จ มมาติ เอตฺถ จ สทฺเทน สติ สมาธิ จ. เอวํ สนฺเต เยหิ ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคตา นิพฺพานํ ปาปุณนฺติ, เตสุ เอเกนาปิ อวิรหิตํ เอวํ มํ ปหิตตฺตํ กึ ชีวมนุปุจฺฉสิ? นนุ – เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, วีริยมารภโต ทฬฺหํ (ธ. ป. ๑๑๒). ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน, ปสฺสโต อุทยพฺพยนฺติ (ธ. ป. ๑๑๑, ๑๑๓).
๔๓๖-๘. เอวํ มารํ สนฺตชฺเชตฺวา อตฺตโน เทหจิตฺตปฺปวตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘นทีนมปี’’ปิ คาถาตฺตยมาห. ตมตฺถโต ปากฏเมว. อยํ ปน อธิปฺปายวณฺณนา – ยฺวายํ มม สรีเร อปฺปาณกชฺฌานวีริยเวคสมุฏฺฐิโต วาโต วตฺตติ, โลเก คงฺคายมุนาทีนํ นทีนมฺปิ โสตานิ อยํ วิโสสเย, กิญฺจ เม เอวํ ปหิตตฺตสฺส จตุนาฬิมตฺตํ โลหิตํ น อุปโสเสยฺย. น เกวลญฺจ เม โลหิตเมว สุสฺสติ, อปิจ โข ปน ตมฺหิ โลหิเต สุสฺสมานมฺหิ พทฺธาพทฺธเภทํ สรีรานุคตํ ปิตฺตํ, อสิตปีตาทิปฏิจฺฉาทกํ จตุนาฬิมตฺตเมว เสมฺหญฺจ, กิญฺจาปรํ ตตฺตกเมว มุตฺตญฺจ โอชญฺจ สุสฺสติ, เตสุ จ สุสฺสมาเนสุ มํสานิปิ ขียนฺติ, ตสฺส เม เอวํ อนุปุพฺเพน มํเสสุ ขียมาเนสุ ภิยฺโย จิตฺตํ ปสีทติ, น เตฺวว ตปฺปจฺจยา สํสีทติ. โส ตฺวํ อีทิสํ จิตฺตมชานนฺโต สรีรมตฺตเมว ทิสฺวา ภณสิ ‘‘กิโส ตฺวมสิ ทุพฺพณฺโณ, สนฺติเก มรณํ ตวา’’ติ. น เกวลญฺจ เม จิตฺตเมว ปสีทติ, อปิจ โข ปน ภิยฺโย สติ จ ปญฺญา จ สมาธิ มม ติฏฺฐติ, อณุมตฺโตปิ ปมาโท วา สมฺโมโห วา จิตฺตวิกฺเขโป วา นตฺถิ, ตสฺส มยฺหํ เอวํ วิหรโต เย เกจิ สมณพฺราหฺมณา อตีตํ วา อทฺธานํ อนาคตํ วา เอตรหิ วา โอปกฺกมิกา เวทนา เวทยนฺติ, ตาสํ นิทสฺสนภูตํ ปตฺตสฺส อุตฺตมเวทนํ. ยถา อญฺเญสํ ทุกฺเขน ผุฏฺฐานํ สุขํ, สีเตน อุณฺหํ, อุเณฺหน สีตํ, ขุทาย โภชนํ, ปิปาสาย ผุฏฺฐานํ อุทกํ อเปกฺขเต จิตฺตํ, เอวํ ปญฺจสุ กามคุเณสุ เอกกามมฺปิ นาเปกฺขเก จิตฺตํ. ‘‘อโห วตาหํ สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา สุขเสยฺยํ สเยยฺย’’นฺติ อีทิเสนากาเรน มม จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ, ปสฺส, ตฺวํ มาร, สตฺตสฺส สุทฺธตนฺติ.
๔๓๙-๔๑. เอวํ อตฺตโน สุทฺธตํ ทสฺเสตฺวา ‘‘นิวาเรสฺสามิ ต’’นฺติ อาคตสฺส มารสฺส มโนรถภญฺชนตฺถํ มารเสนํ กิตฺเตตฺวา ตาย อปราชิตภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กามา เต ปฐมา เสนา’’ติอาทิกา ฉ คาถาโย อาห.
ตตฺถ ยสฺมา อาทิโตว อคาริยภูเต สตฺเต วตฺถุกาเมสุ กิเลสกามา โมหยนฺติ, เต อภิภุยฺย อนคาริยภาวํ อุปคตานํ ปนฺเตสุ วา เสนาสเนสุ อญฺญตรญฺญตเรสุ วา อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ อรติ อุปฺปชฺชติ. วุตฺตญฺเจตํ ‘‘ปพฺพชิเตน โข, อาวุโส, อภิรติ ทุกฺกรา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๓๑). ตโต เต ปรปฏิพทฺธชีวิกตฺตา ขุปฺปิปาสา พาเธติ, ตาย พาธิตานํ ปริเยสนตณฺหา จิตฺตํ กิลมยติ, อถ เนสํ กิลนฺตจิตฺตานํ ถินมิทฺธํ โอกฺกมติ. ตโต วิเสสมนธิคจฺฉนฺตานํ ทุรภิสมฺภเวสุ อรญฺญวนปตฺเถสุ เสนาสเนสุ วิหรตํ อุตฺราสสญฺญิตา ภีรุ ชายติ, เตสํ อุสฺสงฺกิตปริสงฺกิตานํ ทีฆรตฺตํ วิเวกรสมนสฺสาทยมานานํ วิหรตํ ‘‘น สิยา นุ โข เอส มคฺโค’’ติ ปฏิปตฺติยํ วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ, ตํ วิโนเทตฺวา วิหรตํ อปฺปมตฺตเกน วิเสสาธิคเมน มานมกฺขถมฺภา ชายนฺติ, เตปิ วิโนเทตฺวา วิหรตํ ตโต อธิกตรํ วิเสสาธิคมํ นิสฺสาย ลาภสกฺการสิโลกา อุปฺปชฺชนฺติ, ลาภาทิมุจฺฉิตา ธมฺมปติรูปกานิ ปกาเสนฺตา มิจฺฉายสํ อธิคนฺตฺวา ตตฺถ ฐิตา ชาติอาทีหิ อตฺตานํ อุกฺกํเสนฺติ, ปรํ วมฺเภนฺติ, ตสฺมา กามาทีนํ ปฐมเสนาทิภาโว เวทิตพฺโพ.
๔๔๒-๓. เอวเมตํ ทสวิธํ เสนํ อุทฺทิสิตฺวา ยสฺมา สา กณฺหธมฺมสมนฺนาคตตฺตา กณฺหสฺส นมุจิโน อุปการาย สํวตฺตติ, ตสฺมา นํ ตว เสนาติ นิทฺทิสนฺโต อาห – ‘‘เอสา นมุจิ เต เสนา, กณฺหสฺสาภิปฺปหารินี’’ติ. ตตฺถ อภิปฺปหารินีติ สมณพฺราหฺมณานํ ฆาตนี นิปฺโปถนี, อนฺตรายกรีติ อตฺโถ. น นํ อสูโร ชินาติ, เชตฺวา จ ลภเต สุขนฺติ เอวํ ตว เสนํ อสูโร กาเย จ ชีวิเต จ สาเปกฺโข ปุริโส น ชินาติ, สูโร ปน ชินาติ, เชตฺวา จ มคฺคสุขํ ผลสุขญฺจ อธิคจฺฉติ. ยสฺมา จ ลภเต สุขํ, ตสฺมา สุขํ ปตฺถยมาโน อหมฺปิ เอส มุญฺชํ ปริหเรติ. สงฺคามาวจรา อนิวตฺติโน ปุริสา อตฺตโน อนิวตฺตนกภาววิญฺญาปนตฺถํ สีเส วา ธเช วา อาวุเธ วา มุญฺชติณํ พนฺธนฺติ, ตํ อยมฺปิ ปริหรติจฺเจว มํ ธาเรหิ. ตว เสนาย ปราชิตสฺส ธิรตฺถุ มม ชีวิตํ, ตสฺมา เอวํ ธาเรหิ – สงฺคาเม เม มตํ เสยฺโย, ยญฺเจ ชีเว ปราชิโต, เยน ชีวิเตน ปราชิโต ชีเว, ตสฺมา ชีวิตา ตยา สมฺมาปฏิปนฺนานํ อนฺตรายกเรน สทฺธึ สงฺคาเม มตํ มม เสยฺโยติ อตฺโถ.
๔๔๔. กสฺมา มตํ เสยฺโยติ เจ? ยสฺมา ปคาเฬฺหตฺถ…เป… สุพฺพตา, เอตฺถ กามาทิกาย อตฺตุกฺกํสนปรวมฺภนปริโยสานาย ตว เสนาย ปคาฬฺหา นิมุคฺคา อนุปวิฏฺฐา เอเก สมณพฺราหฺมณา น ทิสฺสนฺติ, สีลาทีหิ คุเณหิ นปฺปกาสนฺติ, อนฺธการํ ปวิฏฺฐา วิย โหนฺติ. เอเต เอวํ ปคาฬฺหา สมานา สเจปิ กทาจิ อุมฺมุชฺชิตฺวา นิมุชฺชนปุริโส วิย ‘‘สาหุ สทฺธา’’ติอาทินา นเยน อุมฺมุชฺชนฺติ, ตถาปิ ตาย เสนาย อชฺโฌตฺถฏตฺตา ตญฺจ มคฺคํ น ชานนฺติ เขมํ นิพฺพานคามีนํ, สพฺเพปิ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธาทโย เยน คจฺฉนฺติ สุพฺพตาติ. อิมํ ปน คาถํ สุตฺวา มาโร ปุน กิญฺจิ อวตฺวา เอว ปกฺกามิ.
๔๔๕-๖. ปกฺกนฺเต ปน ตสฺมึ มหาสตฺโต ตาย ทุกฺกรการิกาย กิญฺจิปิ วิเสสํ อนธิคจฺฉนฺโต อนุกฺกเมน ‘‘สิยา นุ โข อญฺโญ มคฺโค โพธายา’’ติอาทีนิ จินฺเตตฺวา โอฬาริกาหารํ อาหาเรตฺวา, พลํ คเหตฺวา, วิสาขปุณฺณมทิวเส ปเคว สุชาตาย ปายาสํ ปริภุญฺชิตฺวา, ภทฺรวนสณฺเฑ ทิวาวิหารํ นิสีทิตฺวา, ตตฺถ อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตนฺโต ทิวสํ วีตินาเมตฺวา สายนฺหสมเย มหาโพธิมณฺฑาภิมุโข คนฺตฺวา โสตฺถิเยน ทินฺนา อฏฺฐ ติณมุฏฺฐิโย โพธิมูเล วิกิริตฺวา ทสสหสฺสโลกธาตุเทวตาหิ กตสกฺการพหุมาโน –
‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ, อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตุ;
อุปสุสฺสตุ นิสฺเสสํ, สรีเร มํสโลหิต’’นฺติ. –
จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐหิตฺวา ‘‘น ทานิ พุทฺธตฺตํ อปาปุณิตฺวา ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามี’’ติ ปฏิญฺญํ กตฺวา อปราชิตปลฺลงฺเก นิสีทิ. ตํ ญตฺวา มาโร ปาปิมา ‘‘อชฺช สิทฺธตฺโถ ปฏิญฺญํ กตฺวา นิสินฺโน, อชฺเชว ทานิสฺส สา ปฏิญฺญา ปฏิพาหิตพฺพา’’ติ โพธิมณฺฑโต ยาว จกฺกวาฬมายตํ ทฺวาทสโยชนวิตฺถารํ อุทฺธํ นวโยชนมุคฺคตํ มารเสนํ สมุฏฺฐาเปตฺวา ทิยฑฺฒโยชนสตปฺปมาณํ คิริเมขลํ หตฺถิราชานํ อารุยฺห พาหุสหสฺสํ มาเปตฺวา นานาวุธานิ คเหตฺวา ‘‘คณฺหถ, หนถ, ปหรถา’’ติ ภณนฺโต อาฬวกสุตฺเต วุตฺตปฺปการา วุฏฺฐิโย มาเปสิ, ตา มหาปุริสํ ปตฺวา ตตฺถ วุตฺตปฺปการา เอว สมฺปชฺชึสุ. ตโต วชิรงฺกุเสน หตฺถึ กุมฺเภ ปหริตฺวา มหาปุริสสฺส สมีปํ เนตฺวา ‘‘อุฏฺเฐหิ, โภ สิทฺธตฺถ, ปลฺลงฺกา’’ติ อาห. มหาปุริโส ‘‘น อุฏฺฐหามิ มารา’’ติ วตฺวา ตํ ธชินึ สมนฺตา วิโลเกนฺโต อิมา คาถาโย อภาสิ ‘‘สมนฺตา ธชินิ’’นฺติ.
ตตฺถ ธชินินฺติ เสนํ. ยุตฺตนฺติ อุยฺยุตฺตํ. สวาหนนฺติ คิริเมขลนาคราชสหิตํ. ปจฺจุคฺคจฺฉามีติ อภิมุโข อุปริ คมิสฺสามิ, โส จ โข เตเชเนว, น กาเยน. กสฺมา? มา มํ ฐานา อจาวยิ, มํ เอตสฺมา ฐานา อปราชิตปลฺลงฺกา มาโร มา จาเลสีติ วุตฺตํ โหติ. นปฺปสหตีติ สหิตุํ น สกฺโกติ, นาภิภวติ วา. อามํ ปตฺตนฺติ กาจชาตํ มตฺติกาภาชนํ. อสฺมนาติ ปาสาเณน. เสสเมตฺถ ปากฏเมว.
๔๔๗-๘. อิทานิ ‘‘เอตํ เต มารเสนํ ภินฺทิตฺวา ตโต ปรํ วิชิตสงฺคาโม สมฺปตฺตธมฺมราชาภิเสโก อิทํ กริสฺสามี’’ติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วสีกริตฺวา’’ติ. ตตฺถ วสีกริตฺวา สงฺกปฺปนฺติ มคฺคภาวนาย สพฺพํ มิจฺฉาสงฺกปฺปํ ปหาย สมฺมาสงฺกปฺปสฺเสว ปวตฺตเนน วสีกริตฺวา สงฺกปฺปํ. สติญฺจ สูปติฏฺฐิตนฺติ กายาทีสุ จตูสุ ฐาเนสุ อตฺตโน สติญฺจ สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตํ กริตฺวา เอวํ วสีกตสงฺกปฺโป สุปฺปติฏฺฐิตสฺสติ รฏฺฐา รฏฺฐํ วิจริสฺสามิ เทวมนุสฺสเภเท ปุถู สาวเก วินยนฺโต. อถ มยา วินียมานา เต อปฺปมตฺตา…เป… น โสจเร, ตํ นิพฺพานามตเมวาติ อธิปฺปาโย.
๔๔๙-๕๑. อถ มาโร อิมา คาถาโย สุตฺวา อาห – ‘‘เอวรูปํ ปกฺขํ ทิสฺวา น ภายสิ ภิกฺขู’’ติ? ‘‘อาม, มาร, น ภายามี’’ติ. ‘‘กสฺมา น ภายสี’’ติ? ‘‘ทานาทีนํ ปารมิปุญฺญานํ กตตฺตา’’ติ. ‘‘โก เอตํ ชานาติ ทานาทีนิ ตฺวมกาสี’’ติ? ‘‘กึ เอตฺถ ปาปิม สกฺขิกิจฺเจน, อปิจ เอกสฺมึเยว ภเว เวสฺสนฺตโร หุตฺวา ยํ ทานมทาสึ, ตสฺสานุภาเวน สตฺตกฺขตฺตุํ ฉหิ ปกาเรหิ สญฺชาตกมฺปา อยํ มหาปถวีเยว สกฺขี’’ติ. เอวํ วุตฺเต อุทกปริยนฺตํ กตฺวา มหาปถวี กมฺปิ เภรวสทฺทํ มุญฺจมานา, ยํ สุตฺวา มาโร อสนิหโต วิย ภีโต ธชํ ปณาเมตฺวา ปลายิ สทฺธึ ปริสาย. อถ มหาปุริโส ตีหิ ยาเมหิ ติสฺโส วิชฺชา สจฺฉิกตฺวา อรุณุคฺคมเน ‘‘อเนกชาติสํสารํ…เป… ตณฺหานํ ขยมชฺฌคา’’ติ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ. มาโร อุทานสทฺเทน อาคนฺตฺวา ‘‘อยํ‘พุทฺโธ อห’นฺติ ปฏิชานาติ, หนฺท นํ อนุพนฺธามิ อาภิสมาจาริกํ ปสฺสิตุํ. สจสฺส กิญฺจิ กาเยน วา วาจาย วา ขลิตํ ภวิสฺสติ, วิเหเฐสฺสามิ น’’นฺติ ปุพฺเพ โพธิสตฺตภูมิยํ ฉพฺพสฺสานิ อนุพนฺธิตฺวา พุทฺธตฺตํ ปตฺตํ เอกํ วสฺสํ อนุพนฺธิ. ตโต ภควโต กิญฺจิ ขลิตํ อปสฺสนฺโต ‘‘สตฺต วสฺสานี’’ติ อิมา นิพฺเพชนียคาถาโย อภาสิ.
ตตฺถ โอตารนฺติ รนฺธํ วิวรํ. นาธิคจฺฉิสฺสนฺติ นาธิคมึ. เมทวณฺณนฺติ เมทปิณฺฑสทิสํ. อนุปริยคาติ ปริโต ปริโต อคมาสิ. มุทุนฺติ มุทุกํ. วินฺเทมาติ อธิคจฺเฉยฺยาม. อสฺสาทนาติ สาทุภาโว. วายเสตฺโตติ วายโส เอตฺโต. เสสเมตฺถ ปากฏเมว.
อยํ ปน โยชนา – สตฺต วสฺสานิ ภควนฺตํ โอตาราเปกฺโข อนุพนฺธึ กตฺถจิ อวิชหนฺโต ปทาปทํ, เอวํ อนุพนฺธิตฺวาปิ จ โอตารํ นาธิคมึ. โสหํ ยถา นาม เมทวณฺณํ ปาสาณํ เมทสญฺญี วายโส เอกสฺมึ ปสฺเส มุขตุณฺฑเกน วิชฺฌิตฺวา อสฺสาทํ อวินฺทมาโน ‘‘อปฺเปว นาม เอตฺถ มุทุ วินฺเทม, อปิ อิโต อสฺสาทนา สิยา’’ติ สมนฺตา ตเถว วิชฺฌนฺโต อนุปริยายิตฺวา กตฺถจิ อสฺสาทํ อลทฺธา ‘‘ปาสาโณวาย’’นฺติ นิพฺพิชฺช ปกฺกเมยฺย, เอวเมวาหํ ภควนฺตํ กายกมฺมาทีสุ อตฺตโน ปริตฺตปญฺญามุขตุณฺฑเกน วิชฺฌนฺโต สมนฺตา อนุปริยคา ‘‘อปฺเปว นาม กตฺถจิ อปริสุทฺธกายสมาจาราทิมุทุภาวํ วินฺเทม, กุโตจิ อสฺสาทนา สิยา’’ติ, เต ทานิ มยํ อสฺสาทํ อลภมานา กาโกว เสลมาสชฺช นิพฺพิชฺชาเปม โคตมํ อาสชฺช ตโต โคตมา นิพฺพิชฺช อเปมาติ. เอวํ วทโต กิร มารสฺส สตฺต วสฺสานิ นิปฺผลปริสฺสมํ นิสฺสาย พลวโสโก อุทปาทิ. เตนสฺส วิสีทมานงฺคปจฺจงฺคสฺส เพลุวปณฺฑุ นาม วีณา กจฺฉโต ปติตา. ยา สกึ กุสเลหิ วาทิตา จตฺตาโร มาเส มธุรสฺสรํ มุญฺจติ, ยํ คเหตฺวา สกฺโก ปญฺจสิขสฺส อทาสิ. ตํ โส ปตมานมฺปิ น พุชฺฌิ. เตนาห ภควา –
๔๕๒. ‘‘ตสฺส โสกปเรตสฺส, วีณา กจฺฉา อภสฺสถ;
ตโต โส ทุมฺมโน ยกฺโข, ตตฺเถวนฺตรธายถา’’ติ.
สงฺคีติการกา อาหํสูติ เอเก, อมฺหากํ ปเนตํ นกฺขมตีติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ปธานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สุภาสิตสุตฺตวณฺณนา
เอวํ เม สุตนฺติ สุภาสิตสุตฺตํ. อตฺตชฺฌาสยโต จสฺส อุปฺปตฺติ. ภควา หิ สุภาสิตปฺปิโย, โส อตฺตโน สุภาสิตสมุทาจารปฺปกาสเนน สตฺตานํ ทุพฺภาสิตสมุทาจารํ ปฏิเสเธนฺโต อิมํ สุตฺตมภาสิ. ตตฺถ เอวํ เม สุตนฺติอาทิ สงฺคีติการวจนํ. ตตฺถ ตตฺร โข ภควา…เป… ภทนฺเตติ เต ภิกฺขูติ เอตํ อปุพฺพํ, เสสํ วุตฺตนยเมว. ตสฺมา อปุพฺพปทวณฺณนตฺถมิทํ วุจฺจติ – ตตฺราติ เทสกาลปริทีปนํ. ตญฺหิ ยํ สมยํ วิหรติ, ตตฺร สมเย, ยสฺมิญฺจ อาราเม วิหรติ, ตตฺร อาราเมติ ทีเปติ. ภาสิตพฺพยุตฺเต วา เทสกาเล ทีเปติ. น หิ ภควา อยุตฺเต เทเส กาเล วา ธมฺมํ ภาสติ. ‘‘อกาโล โข, ตาว, พาหิยา’’ติอาทิ (อุทา. ๑๐) เจตฺถ สาธกํ. โขติ ปทปูรณมตฺเต อวธารณาทิกาลตฺเถ วา นิปาโต. ภควาติ โลกครุปริทีปนํ. ภิกฺขูติ กถาสวนยุตฺตปุคฺคลปริทีปนํ. อามนฺเตสีติ อาลปิ อภาสิ สมฺโพเธสิ.
ภิกฺขโวติ อามนฺตนาการปริทีปนํ. ตญฺจ ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยคสิทฺธตฺตา วุตฺตํ. เตน เนสํ หีนาธิกชนเสวิตํ วุตฺตึ ปกาเสนฺโต อุทฺธตทีนภาวนิคฺคหํ กโรติ. ‘‘ภิกฺขโว’’ติ อิมินา จ กรุณาวิปฺผารโสมฺมหทยนยนนิปาตปุพฺพงฺคเมน วจเนน เต อตฺตโน มุขาภิมุเข กริตฺวา เตเนว กเถตุกมฺยตาทีปเกน วจเนน เตสํ โสตุกมฺยตํ ชเนติ, เตเนว จ สมฺโพธนตฺเถน วจเนน สาธุกสวนมนสิกาเรปิ เต นิโยเชติ. สาธุกสวนมนสิการายตฺตา หิ สาสนสมฺปตฺติ. อปเรสุปิ เทวมนุสฺเสสุ วิชฺชมาเนสุ กสฺมา ภิกฺขู เอว อามนฺเตสีติ เจ? เชฏฺฐเสฏฺฐาสนฺนสทาสนฺนิหิตภาวโต. สพฺพปริสสาธารณา หิ อยํ ธมฺมเทสนา, น ปาฏิปุคฺคลิกา. ปริสาย จ เชฏฺฐา ภิกฺขู ปฐมุปฺปนฺนตฺตา, เสฏฺฐา อนคาริยภาวํ อาทึ กตฺวา สตฺถุ จริยานุวิธายกตฺตา สกลสาสนปฏิคฺคาหกตฺตา จ. อาสนฺนา ตตฺถ นิสินฺเนสุ สตฺถุ สนฺติกตฺตา, สทา สนฺนิหิตา สตฺถุ สนฺติกาวจรตฺตา. เตน ภควา สพฺพปริสสาธารณํ ธมฺมํ เทเสนฺโต ภิกฺขู เอว อามนฺเตสิ. อปิจ ภาชนํ เต อิมาย กถาย ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปตฺติสพฺภาวโตติปิ เต เอว อามนฺเตสิ. ภทนฺเตติ คารวาธิวจนเมตํ. เต ภิกฺขูติ เย ภควา อามนฺเตสิ, เต เอวํ ภควนฺตํ อาลปนฺตา ภควโต ปจฺจสฺโสสุนฺติ.
จตูหิ องฺเคหีติ จตูหิ การเณหิ อวยเวหิ วา. มุสาวาทาเวรมณิอาทีนิ หิ จตฺตาริ สุภาสิตวาจาย การณานิ. สจฺจวจนาทโย จตฺตาโร อวยวา, การณตฺเถ จ องฺคสทฺโท. จตูหีติ นิสฺสกฺกวจนํ โหติ, อวยวตฺเถ กรณวจนํ. สมนฺนาคตาติ สมนุอาคตา ปวตฺตา ยุตฺตา จ. วาจาติ สมุลฺลปนวาจา. ยา สา ‘‘วาจา คิรา พฺยปฺปโถ’’ติ (ธ. ส. ๖๓๖) จ, ‘‘เนลา กณฺณสุขา’’ติ (ที. นิ. ๑.๙; ม. นิ. ๓.๑๔) จ เอวมาทีสุ อาคจฺฉติ. ยา ปน ‘‘วาจาย เจ กตํ กมฺม’’นฺติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ กายกมฺมทฺวาร) เอวํ วิญฺญตฺติ จ, ‘‘ยา จตูหิ วจีทุจฺจริเตหิ อารติ วิรติ…เป… อยํ วุจฺจติ สมฺมาวาจา’’ติ (ธ. ส. ๒๙๙; วิภ. ๒๐๖) เอวํ วิรติ จ, ‘‘ผรุสวาจา, ภิกฺขเว, อาเสวิตา ภาวิตา พหุลีกตา นิรยสํวตฺตนิกา โหตี’’ติ (อ. นิ. ๘.๔๐) เอวํ เจตนา จ วาจาติ อาคจฺฉติ, สา อิธ น อธิปฺเปตา. กสฺมา? อภาสิตพฺพโต. สุภาสิตา โหตีติ สุฏฺฐุ ภาสิตา โหติ. เตนสฺสา อตฺถาวหนตํ ทีเปติ. น ทุพฺภาสิตาติ น ทุฏฺฐุ ภาสิตา. เตนสฺสา อนตฺถานาวหนตํ ทีเปติ. อนวชฺชาติ วชฺชสงฺขาตราคาทิโทสวิรหิตา. เตนสฺสา การณสุทฺธึ วุตฺตโทสาภาวญฺจ ทีเปติ. อนนุวชฺชา จาติ อนุวาทวิมุตฺตา. เตนสฺสา สพฺพาการสมฺปตฺตึ ทีเปติ. วิญฺญูนนฺติ ปณฺฑิตานํ. เตน นินฺทาปสํสาสุ พาลา อปฺปมาณาติ ทีเปติ.
กตเมหิ จตูหีติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. ภิกฺขเวติ เยสํ กเถตุกาโม, ตทาลปนํ. ภิกฺขูติ วุตฺตปฺปการวาจาภาสนกปุคฺคลนิทสฺสนํ. สุภาสิตํเยว ภาสตีติ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย จตูสุ วาจงฺเคสุ อญฺญตรงฺคนิทฺเทสวจนํ. โน ทุพฺภาสิตนฺติ ตสฺเสว วาจงฺคสฺส ปฏิปกฺขภาสนนิวารณํ. เตน ‘‘มุสาวาทาทโยปิ กทาจิ วตฺตพฺพา’’ติ ทิฏฺฐึ นิเสเธติ. ‘‘โน ทุพฺภาสิต’’นฺติ อิมินา วา มิจฺฉาวาจปฺปหานํ ทีเปติ, ‘‘สุภาสิต’’นฺติ อิมินา ปหีนมิจฺฉาวาเจน สตา ภาสิตพฺพวจนลกฺขณํ. ตถา ปาปสฺส อกรณํ, กุสลสฺส อุปสมฺปทํ. องฺคปริทีปนตฺถํ ปน อภาสิตพฺพํ ปุพฺเพ อวตฺวา ภาสิตพฺพเมวาห. เอส นโย ธมฺมํเยวาติอาทีสุปิ.
เอตฺถ จ ‘‘สุภาสิตํเยว ภาสติ โน ทุพฺภาสิต’’นฺติ อิมินา ปิสุณโทสรหิตํ สมคฺคกรณวจนํ วุตฺตํ, ‘‘ธมฺมํเยว ภาสติ โน อธมฺม’’นฺติ อิมินา สมฺผโทสรหิตํ ธมฺมโต อนเปตํ มนฺตาวจนํ วุตฺตํ, อิตเรหิ ทฺวีหิ ผรุสาลิกรหิตานิ ปิยสจฺจวจนานิ วุตฺตานิ. อิเมหิ โขติอาทินา ปน ตานิ องฺคานิ ปจฺจกฺขโต ทสฺเสนฺโต ตํ วาจํ นิคเมติ. วิเสสโต เจตฺถ ‘‘อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตา วาจา สุภาสิตา โหตี’’ติ ภณนฺโต ยทญฺเญ ปฏิญฺญาทีหิ อวยเวหิ นามาทีหิ ปเทหิ ลิงฺควจนวิภตฺติกาลการกาทีหิ สมฺปตฺตีหิ จ สมนฺนาคตํ วาจํ ‘‘สุภาสิต’’นฺติ มญฺญนฺติ, ตํ ธมฺมโต ปฏิเสเธติ. อวยวาทิสมฺปนฺนาปิ หิ เปสุญฺญาทิสมนฺนาคตา วาจา ทุพฺภาสิตาว โหติ อตฺตโน ปเรสญฺจ อนตฺถาวหตฺตา. อิเมหิ ปน จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตา สเจปิ มิลกฺขุภาสาปริยาปนฺนา ฆฏเจฏิกาคีติกปริยาปนฺนา วา โหติ, ตถาปิ สุภาสิตา เอว โลกิยโลกุตฺตรหิตสุขาวหตฺตา. สีหฬทีเป มคฺคปสฺเส สสฺสํ รกฺขนฺติยา สีหฬเจฏิกาย สีหฬเกเนว ชาติชรามรณปฏิสํยุตฺตํ คีตํ คายนฺติยา สุตฺวา มคฺคํ คจฺฉนฺตา สฏฺฐิมตฺตา วิปสฺสกภิกฺขู เจตฺถ อรหตฺตํ ปตฺตา นิทสฺสนํ. ตถา ติสฺโส นาม อารทฺธวิปสฺสโก ภิกฺขุ ปทุมสรสมีเปน คจฺฉนฺโต ปทุมสเร ปทุมานิ ภญฺชิตฺวา ภญฺชิตฺวา –
‘‘ปาโต ผุลฺลํ โกกนทํ, สูริยาโลเกน ภชฺชิยเต;
เอวํ มนุสฺสตฺตคตา สตฺตา, ชราภิเวเคน มทฺทียนฺตี’’ติ. –
อิมํ คีตํ คายนฺติยา เจฏิกาย สุตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต, พุทฺธนฺตเร จ อญฺญตโร ปุริโส สตฺตหิ ปุตฺเตหิ สทฺธึ วนา อาคมฺม อญฺญตราย อิตฺถิยา มุสเลน ตณฺฑุเล โกฏฺเฏนฺติยา –
‘‘ชราย ปริมทฺทิตํ เอตํ, มิลาตฉวิจมฺมนิสฺสิตํ;
มรเณน ภิชฺชติ เอตํ, มจฺจุสฺส ฆสมามิสํ.
‘‘กิมีนํ อาลยํ เอตํ, นานากุณเปน ปูริตํ;
อสุจิสฺส ภาชนํ เอตํ, กทลิกฺขนฺธสมํ อิท’’นฺติ. –
อิมํ คีติกํ สุตฺวา สห ปุตฺเตหิ ปจฺเจกโพธึ ปตฺโต, อญฺเญ จ อีทิเสหิ อุปาเยหิ อริยภูมึ ปตฺตา นิทสฺสนํ. อนจฺฉริยํ ปเนตํ, ยํ ภควตา อาสยานุสยกุสเลน ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทินา นเยน วุตฺตา คาถาโย สุตฺวา ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปาปุณึสุ, อญฺเญ จ ขนฺธายตนาทิปฏิสํยุตฺตา กถา สุตฺวา อเนเก เทวมนุสฺสาติ. เอวํ อิเมหิ จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตา วาจา สเจปิ มิลกฺขุภาสาปริยาปนฺนา, ฆฏเจฏิกาคีติกปริยาปนฺนา วา โหติ, ตถาปิ ‘‘สุภาสิตา’’ติ เวทิตพฺพา. สุภาสิตตฺตา เอว จ อนวชฺชา จ อนนุวชฺชา จ วิญฺญูนํ อตฺถตฺถิกานํ กุลปุตฺตานํ อตฺถปฏิสรณานํ, โน พฺยญฺชนปฏิสรณานนฺติ.
อิทมโวจ ภควาติ อิทํ สุภาสิตลกฺขณํ ภควา อโวจ. อิทํ วตฺวาน สุคโต, อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถาติ อิทญฺจ ลกฺขณํ วตฺวา อถ อญฺญมฺปิ เอตํ อโวจ สตฺถา. อิทานิ วตฺตพฺพคาถํ ทสฺเสตฺวา สพฺพเมตํ สงฺคีติการกา อาหํสุ. ตตฺถ อปรนฺติ คาถาพนฺธวจนํ สนฺธาย วุจฺจติ. ตํ ทุวิธํ โหติ – ปจฺฉา อาคตปริสํ อสฺสวนสุสฺสวนอาธารณทฬฺหีกรณาทีนิ วา สนฺธาย ตทตฺถทีปกเมว จ. ปุพฺเพ เกนจิ การเณน ปริหาปิตสฺส อตฺถสฺส ทีปเนน อตฺถวิเสสทีปกญฺจ ‘‘ปุริสสฺส หิ ชาตสฺส, กุฐารี ชายเต มุเข’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๖๖๒) วิย. อิธ ปน ตทตฺถทีปกเมว.
๔๕๓. ตตฺถ สนฺโตติ พุทฺธาทโย. เต หิ สุภาสิตํ ‘‘อุตฺตมํ เสฏฺฐ’’นฺติ วณฺณยนฺติ. ทุติยํ ตติยํ จตุตฺถนฺติ อิทํ ปน ปุพฺเพ นิทฺทิฏฺฐกฺกมํ อุปาทาย วุตฺตํ. คาถาปริโยสาเน ปน วงฺคีสตฺเถโร ภควโต สุภาสิเต ปสีทิ.
โส ยํ ปสนฺนาการํ อกาสิ, ยญฺจ วจนํ ภควา อภาสิ, ตํ ทสฺเสนฺตา สงฺคีติการกา ‘‘อถ โข อายสฺมา’’ติอาทิมาหํสุ. ตตฺถ ปฏิภาติ มนฺติ มม ภาโค ปกาสติ. ปฏิภาตุ ตนฺติ ตว ภาโค ปกาสตุ. สารุปฺปาหีติ อนุจฺฉวิกาหิ. อภิตฺถวีติ ปสํสิ.
๔๕๔. น ตาปเยติ วิปฺปฏิสาเรน น ตาเปยฺย. น วิหึเสยฺยาติ อญฺญมญฺญํ ภินฺทนฺโต น พาเธยฺย. สา เว วาจาติ สา วาจา เอกํเสเนว สุภาสิตา. เอตฺตาวตา อปิสุณวาจาย ภควนฺตํ โถเมติ.
๔๕๕. ปฏินนฺทิตาติ หฏฺเฐน หทเยน ปฏิมุขํ คนฺตฺวา นนฺทิตา สมฺปิยายิตา. ยํ อนาทาย ปาปานิ, ปเรสํ ภาสเต ปิยนฺติ ยํ วาจํ ภาสนฺโต ปเรสํ ปาปานิ อปฺปิยานิ ปฏิกฺกูลานิ ผรุสวจนานิ อนาทาย อตฺถพฺยญฺชนมธุรํ ปิยเมว วจนํ ภาสติ, ตํ ปิยวาจเมว ภาเสยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. อิมาย คาถาย ปิยวจเนน ภควนฺตํ อภิตฺถวิ.
๔๕๖. อมตาติ อมตสทิสา สาทุภาเวน. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘สจฺจํ หเว สาทุตรํ รสาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๗๓; สุ. นิ. ๑๘๔). นิพฺพานามตปจฺจยตฺตา วา อมตา. เอส ธมฺโม สนนฺตโนติ ยายํ สจฺจวาจา นาม, เอส โปราโณ ธมฺโม จริยา ปเวณี, อิทเมว หิ โปราณานํ อาจิณฺณํ, น เต อลิกํ ภาสึสุ. เตเนวาห – ‘‘สจฺเจ อตฺเถ จ ธมฺเม จ, อหุ สนฺโต ปติฏฺฐิตา’’ติ. ตตฺถ สจฺเจ ปติฏฺฐิตตฺตา เอว อตฺตโน จ ปเรสญฺจ อตฺเถ ปติฏฺฐิตา. อตฺเถ ปติฏฺฐิตตฺตา เอว จ ธมฺเม ปติฏฺฐิตา โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. ปรํ วา ทฺวยํ สจฺจวิเสสนมิจฺเจว เวทิตพฺพํ. สจฺเจ ปติฏฺฐิตา. กีทิเส? อตฺเถ จ ธมฺเม จ, ยํ ปเรสํ อตฺถโต อนเปตตฺตา อตฺถํ อนุปโรธํ กโรตีติ วุตฺตํ โหติ. สติปิ จ อนุปโรธกรตฺเต ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺมํ, ยํ ธมฺมิกเมว อตฺถํ สาเธตีติ วุตฺตํ โหติ. อิมาย คาถาย สจฺจวจเนน ภควนฺตํ อภิตฺถวิ.
๔๕๗. เขมนฺติ อภยํ นิรุปทฺทวํ. เกน การเณนาติ เจ? นิพฺพานปฺปตฺติยา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยาย, ยสฺมา กิเลสนิพฺพานํ ปาเปติ, วฏฺฏทุกฺขสฺส จ อนฺตกิริยาย สํวตฺตตีติ อตฺโถ. อถ วา ยํ พุทฺโธ นิพฺพานปฺปตฺติยา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยายาติ ทฺวินฺนํ นิพฺพานธาตูนมตฺถาย เขมมคฺคปฺปกาสนโต เขมํ วาจํ ภาสติ, สา เว วาจานมุตฺตมาติ สา วาจา สพฺพวาจานํ เสฏฺฐาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิมาย คาถาย มนฺตาวจเนน ภควนฺตํ อภิตฺถวนฺโต อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสีติ อยเมตฺถ อปุพฺพปทวณฺณนา. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย สุภาสิตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปูรฬาสสุตฺต-(สุนฺทริกภารทฺวาชสุตฺต)-วณฺณนา
เอวํ เม สุตนฺติ ปูรฬาสสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควา ปจฺฉาภตฺตกิจฺจาวสาเน พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต สุนฺทริกภารทฺวาชพฺราหฺมณํ อรหตฺตสฺส อุปนิสฺสยสมฺปนฺนํ ทิสฺวา ‘‘ตตฺถ มยิ คเต กถา ปวตฺติสฺสติ, ตโต กถาวสาเน ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เอส พฺราหฺมโณ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ จ ญตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา กถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ เอวํ เม สุตนฺติอาทิ สงฺคีติการกานํ วจนํ. กึชจฺโจ ภวนฺติอาทิ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส, น พฺราหฺมโณ โนมฺหีติอาทิ ภควโต. ตํ สพฺพมฺปิ สโมธาเนตฺวา ‘‘ปูรฬาสสุตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ตตฺถ วุตฺตสทิสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ, อวุตฺตํ วณฺณยิสฺสาม, ตญฺจ โข อุตฺตานตฺถานิ ปทานิ อนามสนฺตา. โกสเลสูติ โกสลา นาม ชานปทิโน ราชกุมารา. เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหิสทฺเทน ‘‘โกสลา’’ติ วุจฺจติ. ตสฺมึ โกสเลสุ ชนปเท. เกจิ ปน ‘‘ยสฺมา ปุพฺเพ มหาปนาทํ ราชกุมารํ นานานาฏกาทีนิ ทิสฺวา สิตมตฺตมฺปิ อกโรนฺตํ สุตฺวา ราชา อาณาเปสิ ‘โย มม ปุตฺตํ หสาเปติ, สพฺพาภรเณหิ นํ อลงฺกโรมี’ติ. ตโต นงฺคลานิ ฉฑฺเฑตฺวา มหาชนกาโย สนฺนิปติ. เต จ มนุสฺสา อติเรกสตฺตวสฺสานิ นานากีฬิกาทโย ทสฺเสนฺตาปิ ตํ นาสกฺขึสุ หสาเปตุํ. ตโต สกฺโก เทวนฏํ เปเสสิ, โส ทิพฺพนาฏกํ ทสฺเสตฺวา หสาเปสิ. อถ เต มนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน วสโนกาสาภิมุขา ปกฺกมึสุ. เต ปฏิปเถ มิตฺตสุหชฺชาทโย ทิสฺวา ปฏิสนฺถารมกํสุ ‘กจฺจิ โภ กุสลํ, กจฺจิ โภ กุสล’นฺติ. ตสฺมา ตํ ‘กุสล’นฺติ สทฺทํ อุปาทาย โส ปเทโส ‘โกสโล’ติ วุจฺจตี’’ติ วณฺณยนฺติ. สุนฺทริกาย นทิยา ตีเรติ สุนฺทริกาติ เอวํนามิกาย นทิยา ตีเร.
เตน โข ปนาติ เยน สมเยน ภควา ตํ พฺราหฺมณํ วิเนตุกาโม คนฺตฺวา ตสฺสา นทิยา ตีเร สสีสํ ปารุปิตฺวา รุกฺขมูเล นิสชฺชาสงฺขาเตน อิริยาปถวิหาเรน วิหรติ. สุนฺทริกภารทฺวาโชติ โส พฺราหฺมโณ ตสฺสา นทิยา ตีเร วสติ อคฺคิญฺจ ชุหติ, ภารทฺวาโชติ จสฺส โคตฺตํ, ตสฺมา เอวํ วุจฺจติ. อคฺคึ ชุหตีติ อาหุติปกฺขิปเนน ชาเลติ. อคฺคิหุตฺตํ ปริจรตีติ อคฺยายตนํ สมฺมชฺชนูปเลปนพลิกมฺมาทินา ปยิรุปาสติ. โก นุ โข อิมํ หพฺยเสสํ ภุญฺเชยฺยาติ โส กิร พฺราหฺมโณ อคฺคิมฺหิ ชุหิตฺวา อวเสสํ ปายาสํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อคฺคิมฺหิ ตาว ปกฺขิตฺตปายาโส มหาพฺรหฺมุนา ภุตฺโต, อยํ ปน อวเสโส อตฺถิ. ตํ ยทิ พฺรหฺมุโน มุขโต ชาตสฺส พฺราหฺมณสฺเสว ทเทยฺยํ, เอวํ เม ปิตรา สห ปุตฺโตปิ สนฺตปฺปิโต ภเวยฺย, สุวิโสธิโต จ พฺรหฺมโลกคามิมคฺโค อสฺส, หนฺทาหํ พฺราหฺมณํ คเวสามี’’ติ. ตโต พฺราหฺมณทสฺสนตฺถํ อุฏฺฐายาสนา จตุทฺทิสา อนุวิโลเกสิ – ‘‘โก นุ โข อิมํ หพฺยเสสํ ภุญฺเชยฺยา’’ติ.
อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเลติ ตสฺมึ วนสณฺเฑ เสฏฺฐรุกฺขมูเล. สสีสํ ปารุตนฺติ สห สีเสน ปารุตกายํ. กสฺมา ปน ภควา เอวมกาสิ, กึ นารายนสงฺขาตพโลปิ หุตฺวา นาสกฺขิ หิมปาตํ สีตวาตญฺจ ปฏิพาหิตุนฺติ? อตฺเถตํ การณํ. น หิ พุทฺธา สพฺพโส กายปฏิชคฺคนํ กโรนฺติ เอว, อปิจ ภควา ‘‘อาคเต พฺราหฺมเณ สีสํ วิวริสฺสามิ, มํ ทิสฺวา พฺราหฺมโณ กถํ ปวตฺเตสฺสติ, อถสฺส กถานุสาเรน ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ กถาปวตฺตนตฺถํ เอวมกาสิ. ทิสฺวาน วาเมน…เป… เตนุปสงฺกมีติ โส กิร ภควนฺตํ ทิสฺวา พฺราหฺมโณ ‘‘อยํ สสีสํ ปารุปิตฺวา สพฺพรตฺตึ ปธานมนุยุตฺโต, อิมสฺส ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา อิมํ หพฺยเสสํ ทสฺสามี’’ติ พฺราหฺมณสญฺญี หุตฺวา เอว อุปสงฺกมิ. มุณฺโฑ อยํ ภวํ, มุณฺฑโก อยํ ภวนฺติ สีเส วิวริตมตฺเตว เกสนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มุณฺโฑ’’ติ อาห. ตโต สุฏฺฐุตรํ โอโลเกนฺโต ปริตฺตมฺปิ สิขํ อทิสฺวา หีเฬนฺโต ‘‘มุณฺฑโก’’ติ อาห. เอวรูปา หิ เนสํ พฺราหฺมณานํ ทิฏฺฐิ. ตโต วาติ ยตฺถ ฐิโต อทฺทส, ตมฺหา ปเทสา มุณฺฑาปีติ เกนจิ การเณน มุณฺฑิตสีสาปิ โหนฺติ.
๔๕๘. น พฺราหฺมโณ โนมฺหีติ เอตฺถ นกาโร ปฏิเสเธ, โนกาโร อวธารเณ ‘‘น โน สม’’นฺติอาทีสุ (ขุ. ปา. ๖.๓; สุ. นิ. ๒๒๖) วิย. เตน เนวมฺหิ พฺราหฺมโณติ ทสฺเสติ. น ราชปุตฺโตติ ขตฺติโย นมฺหิ. น เวสฺสายโนติ เวสฺโสปิ นมฺหิ. อุทโกจิ โนมฺหีติ อญฺโญปิ สุทฺโท วา จณฺฑาโล วา โกจิ น โหมีติ เอวํ เอกํเสเนว ชาติวาทสมุทาจารํ ปฏิกฺขิปติ. กสฺมา? มหาสมุทฺทํ ปตฺตา วิย หิ นทิโย ปพฺพชฺชูปคตา กุลปุตฺตา ชหนฺติ ปุริมานิ นามโคตฺตานิ. ปหาราทสุตฺตญฺเจตฺถ (อ. นิ. ๘.๑๙) สาธกํ. เอวํ ชาติวาทํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ยถาภูตมตฺตานํ อาวิกโรนฺโต อาห – ‘‘โคตฺตํ ปริญฺญาย ปุถุชฺชนานํ, อกิญฺจโน มนฺต จรามิ โลเก’’ติ. กถํ โคตฺตํ ปริญฺญาสีติ เจ? ภควา หิ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปญฺจกฺขนฺเธ ปริญฺญาสิ, เตสุ จ ปริญฺญาเตสุ โคตฺตํ ปริญฺญาตเมว โหติ. ราคาทิกิญฺจนานํ ปน อภาเวน โส อกิญฺจโน มนฺตา ชานิตฺวา ญาณานุปริวตฺตีหิ กายกมฺมาทีหิ จรติ. เตนาห – ‘‘โคตฺตํ…เป… โลเก’’ติ. มนฺตา วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย เจส จรติ. เตเนวาห – ‘‘มนฺตํ จรามิ โลเก’’ติ ฉนฺทวเสน รสฺสํ กตฺวา.
๔๕๙-๖๐. เอวํ อตฺตานํ อาวิกตฺวา อิทานิ ‘‘เอวํ โอฬาริกํ ลิงฺคมฺปิ ทิสฺวา ปุจฺฉิตพฺพาปุจฺฉิตพฺพํ น ชานาสี’’ติ พฺราหฺมณสฺส อุปารมฺภํ อาโรเปนฺโต อาห – ‘‘สงฺฆาฏิวาสี…เป… โคตฺตปญฺห’’นฺติ. เอตฺถ จ ฉินฺนสงฺฆฏิตฏฺเฐน ตีณิปิ จีวรานิ ‘‘สงฺฆาฏี’’ติ อธิปฺเปตานิ, ตานิ นิวาเสติ ปริทหตีติ สงฺฆาฏิวาสี. อคโหติ อเคโห, นิตฺตโณฺหติ อธิปฺปาโย. นิวาสาคารํ ปน ภควโต เชตวเน มหาคนฺธกุฏิกเรริมณฺฑลมาฬโกสมฺพกุฏิจนฺทนมาลาทิอเนกปฺปการํ, ตํ สนฺธาย น ยุชฺชติ. นิวุตฺตเกโสติ อปนีตเกโส, โอหาริตเกสมสฺสูติ วุตฺตํ โหติ. อภินิพฺพุตตฺโตติ อตีว วูปสนฺตปริฬาหจิตฺโต, คุตฺตจิตฺโต วา. อลิปฺปมาโน อิธ มาณเวหีติ อุปกรณสิเนหสฺส ปหีนตฺตา มนุสฺเสหิ อลิตฺโต อสํสฏฺโฐ เอกนฺตวิวิตฺโต. อกลฺลํ มํ พฺราหฺมณาติ ยฺวาหํ เอวํ สงฺฆาฏิวาสี…เป… อลิปฺปมาโน อิธ มาณเวหิ, ตํ มํ ตฺวํ, พฺราหฺมณ, ปากติกานิ นามโคตฺตานิ อตีตํ ปพฺพชิตํ สมานํ อปฺปติรูปํ โคตฺตปญฺหํ ปุจฺฉสีติ.
เอวํ วุตฺเต อุปารมฺภํ โมเจนฺโต พฺราหฺมโณ อาห – ปุจฺฉนฺติ เว, โภ พฺราหฺมณา, พฺราหฺมเณภิ สห ‘‘พฺราหฺมโณ โน ภว’’นฺติ. ตตฺถ พฺราหฺมโณ โนติ พฺราหฺมโณ นูติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – นาหํ โภ อกลฺลํ ปุจฺฉามิ. อมฺหากญฺหิ พฺราหฺมณสมเย พฺราหฺมณา พฺราหฺมเณหิ สห สมาคนฺตฺวา ‘‘พฺราหฺมโณ นุ ภวํ, ภารทฺวาโช นุ ภว’’นฺติ เอวํ ชาติมฺปิ โคตฺตมฺปิ ปุจฺฉนฺติ เอวาติ.
๔๖๑-๒. เอวํ วุตฺเต ภควา พฺราหฺมณสฺส จิตฺตมุทุภาวกรณตฺถํ มนฺเตสุ อตฺตโน ปกตญฺญุตํ ปกาเสนฺโต อาห – ‘‘พฺราหฺมโณ หิ เจ ตฺวํ พฺรูสิ…เป… จตุวีสตกฺขร’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – สเจ ตฺวํ ‘‘พฺราหฺมโณ อหํ’’ติ พฺรูสิ, มญฺจ อพฺราหฺมณํ พฺรูสิ, ตสฺมา ภวนฺตํ สาวิตฺตึ ปุจฺฉามิ ติปทํ จตุวีสตกฺขรํ, ตํ เม พฺรูหีติ. เอตฺถ จ ภควา ปรมตฺถเวทานํ ติณฺณํ ปิฏกานํ อาทิภูตํ ปรมตฺถพฺราหฺมเณหิ สพฺพพุทฺเธหิ ปกาสิตํ อตฺถสมฺปนฺนํ พฺยญฺชนสมฺปนฺนญฺจ ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ, สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ อิมํ อริยสาวิตฺตึ สนฺธาย ปุจฺฉติ. ยทิปิ หิ พฺราหฺมโณ อญฺญํ วเทยฺย, อทฺธา นํ ภควา ‘‘นายํ, พฺราหฺมณ, อริยสฺส วินเย สาวิตฺตีติ วุจฺจตี’’ติ ตสฺส อสารกตฺตํ ทสฺเสตฺวา อิเธว ปติฏฺฐาเปยฺย. พฺราหฺมโณ ปน ‘‘สาวิตฺตึ ปุจฺฉามิ ติปทํ จตุวีสตกฺขร’’นฺติ อิทํ อตฺตโน สมยสิทฺธํ สาวิตฺติลกฺขณพฺยญฺชนกํ พฺรหฺมสฺสเรน นิจฺฉาริตวจนํ สุตฺวาว ‘‘อทฺธายํ สมโณ พฺราหฺมณสมเย นิฏฺฐํ คโต, อหํ ปน อญฺญาเณน ‘อพฺราหฺมโณ อย’นฺติ ปริภวึ, สาธุรูโป มนฺตปารคู พฺราหฺมโณว เอโส’’ติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ‘‘หนฺท นํ ยญฺญวิธึ ทกฺขิเณยฺยวิธิญฺจ ปุจฺฉามี’’ติ ตมตฺถํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘กึนิสฺสิตา…เป… โลเก’’ติ อิมํ วิสมคาถาปทตฺตยมาห. ตสฺสตฺโถ – กึนิสฺสิตา กิมธิปฺปายา กึ ปตฺเถนฺตา อิสโย จ ขตฺติยา จ พฺราหฺมณา จ อญฺเญ จ มนุชา เทวตานํ อตฺถาย ยญฺญํ อกปฺปยึสุ. ยญฺญมกปฺปยึสูติ มกาโร ปทสนฺธิกโร. อกปฺปยึสูติ สํวิทหึสุ อกํสุ. ปุถูติ พหู อนฺนปานทานาทินา เภเทน อเนกปฺปกาเร ปุถู วา อิสโย มนุชา ขตฺติยา พฺราหฺมณา จ กึนิสฺสิตา ยญฺญมกปฺปยึสุ. กถํ เนสํ ตํ กมฺมํ สมิชฺฌตีติ อิมินาธิปฺปาเยน ปุจฺฉติ.
๔๖๓. อถสฺส ภควา ตมตฺถํ พฺยากโรนฺโต ‘‘ยทนฺตคู เวทคู ยญฺญกาเล. ยสฺสาหุตึ ลเภ ตสฺสิชฺเฌติ พฺรูมี’’ติ อิทํ เสสปททฺวยมาห. ตตฺถ ยทนฺตคูติ โย อนฺตคู, โอการสฺส อกาโร, ทกาโร จ ปทสนฺธิกโร ‘‘อสาธารณมญฺเญส’’นฺติอาทีสุ (ขุ. ปา. ๘.๙) มกาโร วิย. อยํ ปน อตฺโถ – โย วฏฺฏทุกฺขสฺส ตีหิ ปริญฺญาหิ อนฺตคตตฺตา อนฺตคู, จตูหิ จ มคฺคญาณเวเทหิ กิเลเส วิชฺฌิตฺวา คตตฺตา เวทคู, โส ยสฺส อิสิมนุชขตฺติยพฺราหฺมณานํ อญฺญตรสฺส ยญฺญกาเล ยสฺมึ กิสฺมิญฺจิ อาหาเร ปจฺจุปฏฺฐิเต อนฺตมโส วนปณฺณมูลผลาทิมฺหิปิ อาหุตึ ลเภ, ตโต กิญฺจิ เทยฺยธมฺมํ ลเภยฺย, ตสฺส ตํ ยญฺญกมฺมํ อิชฺเฌ สมิชฺเฌยฺย, มหปฺผลํ ภเวยฺยาติ พฺรูมีติ.
๔๖๔. อถ พฺราหฺมโณ ตํ ภควโต ปรมตฺถโยคคมฺภีรํ อติมธุรคิรนิพฺพิการสรสมฺปนฺนํ เทสนํ สุตฺวา สรีรสมฺปตฺติสูจิตญฺจสฺส สพฺพคุณสมฺปตฺตึ สมฺภาวยมาโน ปีติโสมนสฺสชาโต ‘‘อทฺธา หิ ตสฺสา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อิติ พฺราหฺมโณติ สงฺคีติการานํ วจนํ, เสสํ พฺราหฺมณสฺส. ตสฺสตฺโถ – อทฺธา หิ ตสฺส มยฺหํ หุตมิชฺเฌ, อยํ อชฺช เทยฺยธมฺโม อิชฺฌิสฺสติ สมิชฺฌิสฺสติ มหปฺผโล ภวิสฺสติ ยํ ตาทิสํ เวทคุมทฺทสาม, ยสฺมา ตาทิสํ ภวนฺตรูปํ เวทคุํ อทฺทสาม. ตฺวญฺเญว หิ โส เวทคู, น อญฺโญ. อิโต ปุพฺเพ ปน ตุมฺหาทิสานํ เวทคูนํ อนฺตคูนญฺจ อทสฺสเนน อมฺหาทิสานํ ยญฺเญ ปฏิยตฺตํ อญฺโญ ชโน ภุญฺชติ ปูรฬาสํ จรุกญฺจ ปูวญฺจาติ.
๔๖๕. ตโต ภควา อตฺตนิ ปสนฺนํ วจนปฏิคฺคหณสชฺชํ พฺราหฺมณํ วิทิตฺวา ยถาสฺส สุฏฺฐุ ปากฏา โหนฺติ, เอวํ นานปฺปกาเรหิ ทกฺขิเณยฺเย ปกาเสตุกาโม ‘‘ตสฺมาติห ตฺว’’นฺติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ยสฺมา มยิ ปสนฺโนสิ, ตสฺมา ปน อิห ตฺวํ, พฺราหฺมณ, อุปสงฺกมฺม ปุจฺฉาติ อตฺตานํ ทสฺเสนฺโต อาห. อิทานิ อิโต ปุพฺพํ อตฺเถนอตฺถิกปทํ ปรปเทน สมฺพนฺธิตพฺพํ – อตฺเถน อตฺถิโก ตสฺส อตฺถตฺถิกภาวสฺส อนุรูปํ กิเลสคฺคิวูปสเมน สนฺตํ, โกธธูมวิคเมน วิธูมํ, ทุกฺขาภาเวน อนีฆํ, อเนกวิธอาสาภาเวน นิราสํ อปฺเปวิธ เอกํเสน อิธ ฐิโตว อิธ วา สาสเน อภิวินฺเท ลจฺฉสิ อธิคจฺฉิสฺสสิ สุเมธํ วรปญฺญํ ขีณาสวทกฺขิเณยฺยนฺติ. อถ วา ยสฺมา มยิ ปสนฺโนสิ, ตสฺมาติห, ตฺวํ พฺราหฺมณ, อตฺเถน อตฺถิโก สมาโน อุปสงฺกมฺม ปุจฺฉ สนฺตํ วิธูมํ อนีฆํ นิราสนฺติ อตฺตานํ ทสฺเสนฺโต อาห. เอวํ ปุจฺฉนฺโต อปฺเปวิธ อภิวินฺเท สุเมธํ ขีณาสวทกฺขิเณยฺยนฺติ เอวมฺเปตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.
๔๖๖. อถ พฺราหฺมโณ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาโน ภควนฺตํ อาห – ‘‘ยญฺเญ รโตหํ…เป… พฺรูหิ เมต’’นฺติ. ตตฺถ ยญฺโญ ยาโค ทานนฺติ อตฺถโต เอกํ. ตสฺมา ทานรโต อหํ, ตาย เอว ทานารามตาย ทานํ ทาตุกาโม, น ปน ชานามิ, เอวํ อชานนฺตํ อนุสาสตุ มํ ภวํ. อนุสาสนฺโต จ อุตฺตาเนเนว นเยน ยตฺถ หุตํ อิชฺฌเต พฺรูหิ เมตนฺติ เอวเมตฺถ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา. ‘‘ยถาหุต’’นฺติปิ ปาโฐ.
๔๖๗. อถสฺส ภควา วตฺตุกาโม อาห – ‘‘เตน หิ…เป… เทเสสฺสามี’’ติ. โอหิตโสตสฺส จสฺส อนุสาสนตฺถํ ตาว ‘‘มา ชาตึ ปุจฺฉี’’ติ คาถมาห. ตตฺถ มา ชาตึ ปุจฺฉีติ ยทิ หุตสมิทฺธึ ทานมหปฺผลตํ ปจฺจาสีสสิ, ชาตึ มา ปุจฺฉ. อการณญฺหิ ทกฺขิเณยฺยวิจารณาย ชาติ. จรณญฺจ ปุจฺฉาติ อปิจ โข สีลาทิคุณเภทํ จรณํ ปุจฺฉ. เอตญฺหิ ทกฺขิเณยฺยวิจารณาย การณํ.
อิทานิสฺส ตมตฺถํ วิภาเวนฺโต นิทสฺสนมาห – ‘‘กฏฺฐา หเว ชายติ ชาตเวโท’’ติอาทิ. ตตฺรายมธิปฺปาโย – อิธ กฏฺฐา อคฺคิ ชายติ, น จ โส สาลาทิกฏฺฐา ชาโต เอว อคฺคิกิจฺจํ กโรติ, สาปานโทณิอาทิกฏฺฐา ชาโต น กโรติ, อปิจ โข อตฺตโน อจฺจิอาทิคุณสมฺปนฺนตฺตา เอว กโรติ. เอวํ น พฺราหฺมณกุลาทีสุ ชาโต เอว ทกฺขิเณยฺโย โหติ, จณฺฑาลกุลาทีสุ ชาโต น โหติ, อปิจ โข นีจากุลีโนปิ อุจฺจากุลีโนปิ ขีณาสวมุนิ ธิติมา หิรีนิเสโธ อาชานิโย โหติ, อิมาย ธิติหิริปมุขาย คุณสมฺปตฺติยา ชาติมา อุตฺตมทกฺขิเณยฺโย โหติ. โส หิ ธิติยา คุเณ ธารยติ, หิริยา โทเส นิเสเธติ. วุตฺตญฺเจตํ ‘‘หิริยา หิ สนฺโต น กโรนฺติ ปาป’’นฺติ. เตน เต พฺรูมิ –
‘‘มา ชาตึ ปุจฺฉี จรณญฺจ ปุจฺฉ,
กฏฺฐา หเว ชายติ ชาตเวโท;
นีจากุลีโนปิ มุนี ธิตีมา,
อาชานิโย โหติ หิรีนิเสโธ’’ติ. –
เอส สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน อสฺสลายนสุตฺตานุสาเรน (ม. นิ. ๒.๔๐๑ อาทโย) เวทิตพฺโพ.
๔๖๘. เอวเมตํ ภควา จาตุวณฺณิสุทฺธิยา อนุสาสิตฺวา อิทานิ ยตฺถ หุตํ อิชฺฌเต, ยถา จ หุตํ อิชฺฌเต, ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สจฺเจน ทนฺโต’’ติอาทิคาถมาห. ตตฺถ สจฺเจนาติ ปรมตฺถสจฺเจน. ตญฺหิ ปตฺโต ทนฺโต โหติ. เตนาห – ‘‘สจฺเจน ทนฺโต’’ติ. ทมสา อุเปโตติ อินฺทฺริยทเมน สมนฺนาคโต. เวทนฺตคูติ เวเทหิ วา กิเลสานํ อนฺตํ คโต, เวทานํ วา อนฺตํ จตุตฺถมคฺคญาณํ คโต. วูสิตพฺรหฺมจริโยติ ปุน วสิตพฺพาภาวโต วุตฺถมคฺคพฺรหฺมจริโย. กาเลน ตมฺหิ หพฺยํ ปเวจฺเฉติ อตฺตโน เทยฺยธมฺมฏฺฐิตกาลํ ตสฺส สมฺมุขีภาวกาลญฺจ อุปลกฺเขตฺวา เตน กาเลน ตาทิเส ทกฺขิเณยฺเย เทยฺยธมฺมํ ปเวจฺเฉยฺย, ปเวเสยฺย ปฏิปาเทยฺย.
๔๖๙-๗๑. กาเมติ วตฺถุกาเม จ กิเลสกาเม จ. สุสมาหิตินฺทฺริยาติ สุฏฺฐุ สมาหิตอินฺทฺริยา, อวิกฺขิตฺตอินฺทฺริยาติ วุตฺตํ โหติ. จนฺโทว ราหุคฺคหณา ปมุตฺตาติ ยถา จนฺโท ราหุคฺคหณา, เอวํ กิเลสคฺคหณา ปมุตฺตา เย อตีว ภาสนฺติ เจว ตปนฺติ จ. สตาติ สติสมฺปนฺนา. มมายิตานีติ ตณฺหาทิฏฺฐิมมายิตานิ.
๔๗๒. โย กาเม หิตฺวาติ อิโต ปภุติ อตฺตานํ สนฺธาย วทติ. ตตฺถ กาเม หิตฺวาติ กิเลสกาเม ปหาย. อภิภุยฺยจารีติ เตสํ ปหีนตฺตา วตฺถุกาเม อภิภุยฺยจารี. ชาติมรณสฺส อนฺตํ นาม นิพฺพานํ วุจฺจติ, ตญฺจ โย เวทิ อตฺตโน ปญฺญาพเลน อญฺญาสิ. อุทกรหโท วาติ เย อิเม อโนตตฺตทโห กณฺณมุณฺฑทโห รถการทโห ฉทฺทนฺตทโห กุณาลทโห มนฺทากินิทโห สีหปฺปปาตทโหติ หิมวติ สตฺต มหารหทา อคฺคิสูริยสนฺตาเปหิ อสมฺผุฏฺฐตฺตา นิจฺจํ สีตลา, เตสํ อญฺญตโร อุทกรหโทว สีโต ปรินิพฺพุตกิเลสปริฬาหตฺตา.
๔๗๓. สโมติ ตุโลฺย. สเมหีติ วิปสฺสิอาทีหิ พุทฺเธหิ. เต หิ ปฏิเวธสมตฺตา ‘‘สมา’’ติ วุจฺจนฺติ. นตฺถิ เตสํ ปฏิเวเธนาธิคนฺตพฺเพสุ คุเณสุ, ปหาตพฺเพสุ วา โทเสสุ เวมตฺตตา, อทฺธานอายุกุลปฺปมาณาภินิกฺขมนปธานโพธิรสฺมีหิ ปน เนสํ เวมตฺตตา โหติ. ตถา หิ เต เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน จตูหิ อสงฺเขฺยยฺเยหิ กปฺปสตสหสฺเสน จ ปารมิโย ปูเรนฺติ, อุปริมปริจฺเฉเทน โสฬสหิ อสงฺเขฺยยฺเยหิ กปฺปสตสหสฺเสน จ. อยํ เนสํ อทฺธานเวมตฺตตา. เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน จ วสฺสสตายุกกาเล อุปฺปชฺชนฺติ, อุปริมปริจฺเฉเทน วสฺสสตสหสฺสายุกกาเล. อยํ เนสํ อายุเวมตฺตตา. ขตฺติยกุเล วา พฺราหฺมณกุเล วา อุปฺปชฺชนฺติ. อยํ กุลเวมตฺตตา. อุจฺจา วา โหนฺติ อฏฺฐาสีติหตฺถปฺปมาณา, นีจา วา ปนฺนรสอฏฺฐารสหตฺถปฺปมาณา. อยํ ปมาณเวมตฺตตา. หตฺถิอสฺสรถสิวิกาทีหิ นิกฺขมนฺติ เวหาเสน วา. ตถา หิ วิปสฺสิกกุสนฺธา อสฺสรเถน นิกฺขมึสุ, สิขีโกณาคมนา หตฺถิกฺขนฺเธน, เวสฺสภู สิวิกาย, กสฺสโป เวหาเสน, สกฺยมุนิ อสฺสปิฏฺฐิยา. อยํ เนกฺขมฺมเวมตฺตตา. สตฺตาหํ วา ปธานมนุยุญฺชนฺติ, อฑฺฒมาสํ, มาสํ, เทฺวมาสํ, เตมาสํ, จตุมาสํ, ปญฺจมาสํ, ฉมาสํ, เอกวสฺสํ ทฺวิติจตุปญฺจฉวสฺสานิ วา. อยํ ปธานเวมตฺตตา. อสฺสตฺโถ วา โพธิรุกฺโข โหติ นิโคฺรธาทีนํ วา อญฺญตโร. อยํ โพธิเวมตฺตตา. พฺยามาสีติอนนฺตปภายุตฺตา โหนฺติ. ตตฺถ พฺยามปฺปภา วา อสีติปฺปภา วา สพฺเพสํ สมานา, อนนฺตปฺปภา ปน ทูรมฺปิ คจฺฉติ อาสนฺนมฺปิ, เอกคาวุตํ ทฺวิคาวุตํ โยชนํ อเนกโยชนํ จกฺกวาฬปริยนฺตมฺปิ, มงฺคลสฺส พุทฺธสฺส สรีรปฺปภา ทสสหสฺสจกฺกวาฬํ อคมาสิ. เอวํ สนฺเตปิ มนสา จินฺตายตฺตาว สพฺพพุทฺธานํ, โย ยตฺตกมิจฺฉติ, ตสฺส ตตฺตกํ คจฺฉติ. อยํ รสฺมิเวมตฺตตา. อิมา อฏฺฐ เวมตฺตตา ฐเปตฺวา อวเสเสสุ ปฏิเวเธนาธิคนฺตพฺเพสุ คุเณสุ, ปหาตพฺเพสุ วา โทเสสุ นตฺถิ เนสํ วิเสโส, ตสฺมา ‘‘สมา’’ติ วุจฺจนฺติ. เอวเมเตหิ สโม สเมหิ.
วิสเมหิ ทูเรติ น สมา วิสมา, ปจฺเจกพุทฺธาทโย อวเสสสพฺพสตฺตา. เตหิ วิสเมหิ อสทิสตาย ทูเร. สกลชมฺพุทีปํ ปูเรตฺวา ปลฺลงฺเกน ปลฺลงฺกํ สงฺฆฏฺเฏตฺวา นิสินฺนา ปจฺเจกพุทฺธาปิ หิ คุเณหิ เอกสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ, โก ปน วาโท สาวกาทีสุ. เตนาห – ‘‘วิสเมหิ ทูเร’’ติ. ตถาคโต โหตีติ อุภยปเทหิ ทูเรติ โยเชตพฺพํ. อนนฺตปญฺโญติ อปริมิตปญฺโญ. โลกิยมนุสฺสานญฺหิ ปญฺญํ อุปนิธาย อฏฺฐมกสฺส ปญฺญา อธิกา, ตสฺส ปญฺญํ อุปนิธาย โสตาปนฺนสฺส. เอวํ ยาว อรหโต ปญฺญํ อุปนิธาย ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปญฺญา อธิกา, ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปญฺญํ ปน อุปนิธาย ตถาคตสฺส ปญฺญา อธิกาติ น วตฺตพฺพา, อนนฺตา อิจฺเจว ปน วตฺตพฺพา. เตนาห – ‘‘อนนฺตปญฺโญ’’ติ. อนูปลิตฺโตติ ตณฺหาทิฏฺฐิเลเปหิ อลิตฺโต. อิธ วา หุรํ วาติ อิธโลเก วา ปรโลเก วา. โยชนา ปเนตฺถ – สโม สเมหิ วิสเมหิ ทูเร ตถาคโต โหติ. กสฺมา? ยสฺมา อนนฺตปญฺโญ อนุปลิตฺโต อิธ วา หุรํ วา, เตน ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสนฺติ.
๔๗๔. ยมฺหิ น มายาติ อยํ ปน คาถา อญฺญา จ อีทิสา มายาทิโทสยุตฺเตสุ พฺราหฺมเณสุ ทกฺขิเณยฺยสญฺญาปหานตฺถํ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ตตฺถ อมโมติ สตฺตสงฺขาเรสุ ‘‘อิทํ มมา’’ติ ปหีนมมายิตภาโว.
๔๗๕. นิเวสนนฺติ ตณฺหาทิฏฺฐินิเวสนํ. เตน หิ มโน ตีสุ ภเวสุ นิวิสติ, เตน ตํ ‘‘นิเวสนํ มนโส’’ติ วุจฺจติ. ตตฺเถว วา นิวิสติ ตํ หิตฺวา คนฺตุํ อสมตฺถตาย. เตนปิ ‘‘นิเวสน’’นฺติ วุจฺจติ. ปริคฺคหาติ ตณฺหาทิฏฺฐิโย เอว, ตาหิ ปริคฺคหิตธมฺมา วา. เกจีติ อปฺปมตฺตกาปิ. อนุปาทิยาโนติ เตสํ นิเวสนปริคฺคหานํ อภาวา กญฺจิ ธมฺมํ อนุปาทิยมาโน.
๔๗๖. สมาหิโต มคฺคสมาธินา. อุทตารีติ อุตฺติณฺโณ. ธมฺมํ จญฺญาสีติ สพฺพญฺจ เญยฺยธมฺมํ อญฺญาสิ. ปรมาย ทิฏฺฐิยาติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน.
๔๗๗. ภวาสวาติ ภวตณฺหาฌานนิกนฺติสสฺสตทิฏฺฐิสหคตา ราคา. วจีติ วาจา. ขราติ กกฺขฬา ผรุสา. วิธูปิตาติ ทฑฺฒา. อตฺถคตาติ อตฺถงฺคตา. น สนฺตีติ วิธูปิตตฺตา อตฺถงฺคตตฺตา จ. อุภเยหิ ปน อุภยํ โยเชตพฺพํ สพฺพธีติ สพฺเพสุ ขนฺธายตนาทีสุ.
๔๗๘. มานสตฺเตสูติ มาเนน ลคฺเคสุ. ทุกฺขํ ปริญฺญายาติ วฏฺฏทุกฺขํ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวา. สเขตฺตวตฺถุนฺติ สเหตุปจฺจยํ, สทฺธึ กมฺมกิเลเสหีติ วุตฺตํ โหติ.
๔๗๙. อาสํ อนิสฺสายาติ ตณฺหํ อนลฺลียิตฺวา. วิเวกทสฺสีติ นิพฺพานทสฺสี. ปรเวทิยนฺติ ปเรหิ ญาเปตพฺพํ. ทิฏฺฐิมุปาติวตฺโตติ ทฺวาสฏฺฐิเภทมฺปิ มิจฺฉาทิฏฺฐึ อติกฺกนฺโต. อารมฺมณาติ ปจฺจยา, ปุนพฺภวการณานีติ วุตฺตํ โหติ.
๔๘๐. ปโรปราติ วราวรา สุนฺทราสุนฺทรา. ปรา วา พาหิรา, อปรา อชฺฌตฺติกา. สเมจฺจาติ ญาเณน ปฏิวิชฺฌิตฺวา. ธมฺมาติ ขนฺธายตนาทโย ธมฺมา. อุปาทานขเย วิมุตฺโตติ นิพฺพาเน นิพฺพานารมฺมณโต วิมุตฺโต, นิพฺพานารมฺมณวิมุตฺติลาภีติ อตฺโถ.
๔๘๑. สํโยชนํชาติขยนฺตทสฺสีติ สํโยชนกฺขยนฺตทสฺสี ชาติกฺขยนฺตทสฺสี จ. สํโยชนกฺขยนฺเตน เจตฺถ สอุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ, ชาติกฺขยนฺเตน อนุปาทิเสสา วุตฺตา. ขยนฺโตติ หิ อจฺจนฺตขยสฺส สมุจฺเฉทปฺปหานสฺเสตํ อธิวจนํ. อนุนาสิกโลโป เจตฺถ ‘‘วิเวกชํ ปีติสุข’’นฺติอาทีสุ วิย น กโต. โยปานุทีติ โย อปนุทิ. ราคปถนฺติ ราคารมฺมณํ, ราคเมว วา. ราโคปิ หิ ทุคฺคตีนํ ปถตฺตา ‘‘ราคปโถ’’ติ วุจฺจติ กมฺมปโถ วิย. สุทฺโธ นิโทโส วิมโล อกาโจติ ปริสุทฺธกายสมาจาราทิตาย สุทฺโธ. เยหิ ‘‘ราคโทสา อยํ ปชา, โทสโทสา, โมหโทสา’’ติ วุจฺจติ. เตสํ อภาวา นิโทโส. อฏฺฐปุริสมลวิคมา วิมโล, อุปกฺกิเลสาภาวโต อกาโจ. อุปกฺกิลิฏฺโฐ หิ อุปกฺกิเลเสน ‘‘สกาโจ’’ติ วุจฺจติ. สุทฺโธ วา ยสฺมา นิทฺโทโส, นิทฺโทสตาย วิมโล, พาหิรมลาภาเวน วิมลตฺตา อกาโจ. สมโล หิ ‘‘สกาโจ’’ติ วุจฺจติ. วิมลตฺตา วา อาคุํ น กโรติ, เตน อกาโจ. อาคุกิริยา หิ อุปฆาตกรณโต ‘‘กาโจ’’ติ วุจฺจติ.
๔๘๒. อตฺตโน อตฺตานํ นานุปสฺสตีติ ญาณสมฺปยุตฺเตน จิตฺเตน วิปสฺสนฺโต อตฺตโน ขนฺเธสุ อญฺญํ อตฺตานํ นาม น ปสฺสติ, ขนฺธมตฺตเมว ปสฺสติ. ยา จายํ ‘‘อตฺตนาว อตฺตานํ สญฺชานามี’’ติ ตสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ตสฺสา อภาวา อตฺตโน อตฺตานํ นานุปสฺสติ, อญฺญทตฺถุ ปญฺญาย ขนฺเธ ปสฺสติ. มคฺคสมาธินา สมาหิโต, กายวงฺกาทีนํ อภาวา อุชฺชุคโต, โลกธมฺเมหิ อกมฺปนียโต ฐิตตฺโต, ตณฺหาสงฺขาตาย เอชาย ปญฺจนฺนํ เจโตขิลานญฺจ อฏฺฐฏฺฐานาย กงฺขาย จ อภาวา อเนโช อขิโล อกงฺโข.
๔๘๓. โมหนฺตราติ โมหการณา โมหปจฺจยา, สพฺพกิเลสานเมตํ อธิวจนํ. สพฺเพสุ ธมฺเมสุ จ ญาณทสฺสีติ สจฺฉิกตสพฺพญฺญุตญฺญาโณ. ตญฺหิ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ ญาณํ, ตญฺจ ภควา ปสฺสิ, ‘‘อธิคตํ เม’’ติ สจฺฉิกตฺวา วิหาสิ. เตน วุจฺจติ ‘‘สพฺเพสุ ธมฺเมสุ จ ญาณทสฺสี’’ติ. สมฺโพธินฺติ อรหตฺตํ. อนุตฺตรนฺติ ปจฺเจกพุทฺธสาวเกหิ อสาธารณํ. สิวนฺติ เขมํ นิรุปทฺทวํ สสฺสิริกํ วา. ยกฺขสฺสาติ ปุริสสฺส. สุทฺธีติ โวทานตา. เอตฺถ หิ โมหนฺตราภาเวน สพฺพโทสาภาโว, เตน สํสารการณสมุจฺเฉโท อนฺติมสรีรธาริตา, ญาณทสฺสิตาย สพฺพคุณสมฺภโว. เตน อนุตฺตรา สมฺโพธิปตฺติ, อิโต ปรญฺจ ปหาตพฺพมธิคนฺตพฺพํ วา นตฺถิ. เตนาห – ‘‘เอตฺตาวตา ยกฺขสฺส สุทฺธี’’ติ.
๔๘๔. เอวํ วุตฺเต พฺราหฺมโณ ภิยฺโยโสมตฺตาย ภควติ ปสนฺโน ปสนฺนาการํ กโรนฺโต อาห ‘‘หุตญฺจ มยฺห’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – ยมหํ อิโต ปุพฺเพ พฺรหฺมานํ อารพฺภ อคฺคิมฺหิ อชุหํ, ตํ เม หุตํ สจฺจํ วา โหติ, อลิกํ วาติ น ชานามิ. อชฺช ปน อิทํ หุตญฺจ มยฺหํ หุตมตฺถุ สจฺจํ, สจฺจหุตเมว อตฺถูติ ยาจนฺโต ภณติ. ยํ ตาทิสํ เวทคุนํ อลตฺถํ, ยสฺมา อิเธว ฐิโต ภวนฺตรูปํ เวทคุํ อลตฺถํ. พฺรหฺมา หิ สกฺขิ, ปจฺจกฺขเมว หิ ตฺวํ พฺรหฺมา, ยโต ปฏิคฺคณฺหาตุ เม ภควา, ปฏิคฺคเหตฺวา จ ภุญฺชตุ เม ภควา ปูรฬาสนฺติ ตํ หพฺยเสสํ อุปนาเมนฺโต อาห.
๔๘๗. อถ ภควา กสิภารทฺวาชสุตฺเต วุตฺตนเยน คาถาทฺวยมภาสิ. ตโต พฺราหฺมโณ ‘‘อยํ อตฺตนา น อิจฺฉติ, กมฺปิ จญฺญํ สนฺธาย ‘เกวลินํ มเหสึ ขีณาสวํ กุกฺกุจฺจวูปสนฺตํ อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐหสฺสู’ติ ภณตี’’ติ เอวํ คาถาย อตฺถํ อสลฺลกฺเขตฺวา ตํ ญาตุกาโม อาห ‘‘สาธาหํ ภควา’’ติ. ตตฺถ สาธูติ อายาจนตฺเถ นิปาโต. ตถาติ เยน ตฺวมาห, เตน ปกาเรน. วิชญฺญนฺติ ชาเนยฺยํ. ยนฺติ ยํ ทกฺขิเณยฺยํ ยญฺญกาเล ปริเยสมาโน อุปฏฺฐเหยฺยนฺติ ปาฐเสโส. ปปฺปุยฺยาติ ปตฺวา. ตว สาสนนฺติ ตว โอวาทํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ. สาธาหํ ภควา ตว โอวาทํ อาคมฺม ตถา วิชญฺญํ อาโรเจหิ เม ตํ เกวลินนฺติ อธิปฺปาโย. โย ทกฺขิณํ ภุญฺเชยฺย มาทิสสฺส, ยํ จาหํ ยญฺญกาเล ปริเยสมาโน อุปฏฺฐเหยฺยํ, ตถารูปํ เม ทกฺขิเณยฺยํ ทสฺเสหิ, สเจ ตฺวํ น ภุญฺชสีติ.
๔๘๘-๙๐. อถสฺส ภควา ปากเฏน นเยน ตถารูปํ ทกฺขิเณยฺยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สารมฺภา ยสฺสา’’ติ คาถาตฺตยมาห. ตตฺถ สีมนฺตานํ วิเนตารนฺติ สีมาติ มริยาทา สาธุชนวุตฺติ, ตสฺสา อนฺตา ปริโยสานา อปรภาคาติ กตฺวา สีมนฺตา วุจฺจนฺติ กิเลสา, เตสํ วิเนตารนฺติ อตฺโถ. สีมนฺตาติ พุทฺธเวเนยฺยา เสกฺขา จ ปุถุชฺชนา จ, เตสํ วิเนตารนฺติปิ เอเก. ชาติมรณโกวิทนฺติ ‘‘เอวํ ชาติ เอวํ มรณ’’นฺติ เอตฺถ กุสลํ. โมเนยฺยสมฺปนฺนนฺติ ปญฺญาสมฺปนฺนํ, กายโมเนยฺยาทิสมฺปนฺนํ วา. ภกุฏึ วินยิตฺวานาติ ยํ เอกจฺเจ ทุพฺพุทฺธิโน ยาจกํ ทิสฺวา ภกุฏึ กโรนฺติ, ตํ วินยิตฺวา, ปสนฺนมุขา หุตฺวาติ อตฺโถ. ปญฺชลิกาติ ปคฺคหิตอญฺชลิโน หุตฺวา.
๔๙๑. อถ พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ โถมยมาโน ‘‘พุทฺโธ ภว’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ อายาโคติ อายชิตพฺโพ, ตโต ตโต อาคมฺม วา ยชิตพฺพเมตฺถาติปิ อายาโค, เทยฺยธมฺมานํ อธิฏฺฐานภูโตติ วุตฺตํ โหติ. เสสเมตฺถ อิโต ปุริมคาถาสุ จ ยํ น วณฺณิตํ, ตํ สกฺกา อวณฺณิตมฺปิ ชานิตุนฺติ อุตฺตานตฺถตฺตาเยว น วณฺณิตํ. อิโต ปรํ ปน กสิภารทฺวาชสุตฺเต วุตฺตนยเมวาติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ปูรฬาสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. มาฆสุตฺตวณฺณนา
เอวํ เม สุตนฺติ มาฆสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อยเมว ยาสฺส นิทาเน วุตฺตา. อยญฺหิ มาโฆ มาณโว ทายโก อโหสิ ทานปติ. ตสฺเสตทโหสิ – ‘‘สมฺปตฺตกปณทฺธิกาทีนํ ทานํ ทินฺนํ มหปฺผลํ โหติ, อุทาหุ โนติ สมณํ โคตมํ เอตมตฺถํ ปุจฺฉิสฺสามิ, สมโณ กิร โคตโม อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ ชานาตี’’ติ. โส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ. ภควา จสฺส ปุจฺฉานุรูปํ พฺยากาสิ. ตยิทํ สงฺคีติการานํ พฺราหฺมณสฺส ภควโตติ ติณฺณมฺปิ วจนํ สโมธาเนตฺวา ‘‘มาฆสุตฺต’’นฺติ วุจฺจติ.
ตตฺถ ราชคเหติ เอวํนามเก นคเร. ตญฺหิ มนฺธาตุมหาโควินฺทาทีหิ ปริคฺคหิตตฺตา ‘‘ราชคห’’นฺติ วุจฺจติ. อญฺเญเปตฺถ ปกาเร วณฺณยนฺติ. กึ เตหิ, นามเมตํ ตสฺส นครสฺส? ตํ ปเนตํ พุทฺธกาเล จ จกฺกวตฺติกาเล จ นครํ โหติ, เสสกาเล สุญฺญํ โหติ ยกฺขปริคฺคหิตํ, เตสํ วสนฺตวนํ หุตฺวา ติฏฺฐติ. เอวํ โคจรคามํ ทสฺเสตฺวา นิวาสฏฺฐานมาห – ‘‘คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต’’ติ. โส จ คิชฺฌา ตสฺส กูเฏสุ วสึสุ, คิชฺฌสทิสานิ วาสฺส กูฏานิ, ตสฺมา ‘‘คิชฺฌกูโฏ’’ติ วุจฺจตีติ เวทิตพฺโพ.
อถ โข…เป… อโวจาติ เอตฺถ มาโฆติ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส นามํ. มาณโวติ อนฺเตวาสิวาสํ อนตีตภาเวน วุจฺจติ, ชาติยา ปน มหลฺลโก. ‘‘ปุพฺพาจิณฺณวเสนา’’ติ เอเก ปิงฺคิโย มาณโว วิย. โส หิ วีสวสฺสสติโกปิ ปุพฺพาจิณฺณวเสน ‘‘ปิงฺคิโย มาณโว’’ เตฺวว สงฺขํ อคมาสิ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อหญฺหิ, โภ โคตม…เป… ปสวามีติ เอตฺถ ทายโก ทานปตีติ ทายโก เจว ทานปติ จ. โย หิ อญฺญสฺส สนฺตกํ เตนาณตฺโต เทติ, โสปิ ทายโก โหติ, ตสฺมึ ปน ทาเน อิสฺสริยาภาวโต น ทานปติ. อยํ ปน อตฺตโน สนฺตกํเยว เทติ. เตนาห – ‘‘อหญฺหิ, โภ โคตม, ทายโก ทานปตี’’ติ. อยเมว หิ เอตฺถ อตฺโถ, อญฺญตฺร ปน อนฺตรนฺตรา มจฺเฉเรน อภิภุยฺยมาโน ทายโก อนภิภูโต ทานปตีติอาทินาปิ นเยน วตฺตุํ วฏฺฏติ. วทญฺญูติ ยาจกานํ วจนํ ชานามิ วุตฺตมตฺเตเยว ‘‘อยมิทมรหติ อยมิท’’นฺติ ปุริสวิเสสาวธารเณน พหูปการภาวคหเณน วา. ยาจโยโคติ ยาจิตุํ ยุตฺโต. โย หิ ยาจเก ทิสฺวาว ภกุฏึ กตฺวา ผรุสวจนาทีนิ ภณติ, โส น ยาจโยโค โหติ. อหํ ปน น ตาทิโสติ ทีเปติ. ธมฺเมนาติ อทินฺนาทานนิกติวญฺจนาทีนิ วชฺเชตฺวา ภิกฺขาจริยาย, ยาจนายาติ อตฺโถ. ยาจนา หิ พฺราหฺมณานํ โภคปริเยสเน ธมฺโม, ยาจมานานญฺจ เนสํ ปเรหิ อนุคฺคหกาเมหิ ทินฺนา โภคา ธมฺมลทฺธา นาม ธมฺมาธิคตา จ โหนฺติ, โส จ ตถา ปริเยสิตฺวา ลภิ. เตนาห – ‘‘ธมฺเมน โภเค ปริเยสามิ…เป… ธมฺมาธิคเตหี’’ติ. ภิยฺโยปิ ททามีติ ตโต อุตฺตริปิ ททามิ, ปมาณํ นตฺถิ, เอตฺถ ลทฺธโภคปฺปมาเณน ททามีติ ทสฺเสติ.
ตคฺฆาติ เอกํสวจเน นิปาโต. เอกํเสเนว หิ สพฺพพุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวเกหิ ปสตฺถํ ทานํ อนฺตมโส ติรจฺฉานคตานมฺปิ ทียมานํ. วุตฺตญฺเจตํ ‘‘สพฺพตฺถ วณฺณิตํ ทานํ, น ทานํ ครหิตํ กฺวจี’’ติ. ตสฺมา ภควาปิ เอกํเสเนว ตํ ปสํสนฺโต อาห – ‘‘ตคฺฆ ตฺวํ มาณว…เป… ปสวสี’’ติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. เอวํ ภควตา ‘‘พหุํ โส ปุญฺญํ ปสวตี’’ติ วุตฺเตปิ ทกฺขิเณยฺยโต ทกฺขิณาวิสุทฺธึ โสตุกาโม พฺราหฺมโณ อุตฺตริ ภควนฺตํ ปุจฺฉิ. เตนาหุ สงฺคีติการา – ‘‘อถ โข มาโฆ มาณโว ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสี’’ติ. ตํ อตฺถโต วุตฺตนยเมว.
๔๙๒. ปุจฺฉามหนฺติอาทิคาถาสุ ปน วทญฺญุนฺติ วจนวิทุํ, สพฺพากาเรน สตฺตานํ วุตฺตวจนาธิปฺปายญฺญุนฺติ วุตฺตํ โหติ. สุชฺเฌติ ทกฺขิเณยฺยวเสน สุทฺธํ มหปฺผลํ ภเวยฺย. โยชนา ปเนตฺถ – โย ยาจโยโค ทานปติ คหฏฺโฐ ปุญฺญตฺถิโก หุตฺวา ปเรสํ อนฺนปานํ ททํ ยชติ, น อคฺคิมฺหิ อาหุติมตฺตํ ปกฺขิปนฺโต, ตญฺจ โข ปุญฺญเปกฺโขว น ปจฺจุปการกลฺยาณกิตฺติสทฺทาทิอเปกฺโข, ตสฺส เอวรูปสฺส ยชมานสฺส หุตํ กถํ สุชฺเฌยฺยาติ?
๔๙๓. อาราธเย ทกฺขิเณยฺเยภิ ตาทีติ ตาทิโส ยาจโยโค ทกฺขิเณยฺเยหิ อาราธเย สมฺปาทเย โสธเย, มหปฺผลํ ตํ หุตํ กเรยฺย, น อญฺญถาติ อตฺโถ. อิมินาสฺส ‘‘กถํ หุตํ ยชมานสฺส สุชฺเฌ’’ อิจฺเจตํ พฺยากตํ โหติ.
๔๙๔. อกฺขาหิ เม ภควา ทกฺขิเณยฺเยติ เอตฺถ โย ยาจโยโค ททํ ปเรสํ ยชติ, ตสฺส เม ภควา ทกฺขิเณยฺเย อกฺขาหีติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา.
๔๙๕. อถสฺส ภควา นานปฺปกาเรหิ นเยหิ ทกฺขิเณยฺเย ปกาเสนฺโต ‘‘เย เว อสตฺตา’’ติอาทิกา คาถาโย อภาสิ. ตตฺถ อสตฺตาติ ราคาทิสงฺควเสน อลคฺคา. เกวลิโนติ ปรินิฏฺฐิตกิจฺจา. ยตตฺตาติ คุตฺตจิตฺตา.
๔๙๖-๗. ทนฺตา อนุตฺตเรน ทมเถน, วิมุตฺตา ปญฺญาเจโตวิมุตฺตีหิ, อนีฆา อายตึ วฏฺฏทุกฺขาภาเวน, นิราสา สมฺปติ กิเลสาภาเวน. อิมิสฺสา ปน คาถาย ทุติยคาถา ภาวนานุภาวปฺปกาสนนเยน วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ‘‘ภาวนานุโยคมนุยุตฺตสฺส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน วิหรโต กิญฺจาปิ น เอวํ อิจฺฉา อุปฺปชฺเชยฺย ‘อโห วต เม อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺเจยฺยา’ติ (อ. นิ. ๗.๗๑), อถ ขฺวาสฺส อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจตี’’ติ อิทํ เจตฺถ สุตฺตํ สาธกํ.
๔๙๘-๕๐๒. ราคญฺจ…เป… เยสุ น มายา…เป… น ตณฺหาสุ อุปาติปนฺนาติ กามตณฺหาทีสุ นาธิมุตฺตา. วิตเรยฺยาติ วิตริตฺวา. ตณฺหาติ รูปตณฺหาทิฉพฺพิธา. ภวาภวายาติ สสฺสตาย วา อุจฺเฉทาย วา. อถ วา ภวสฺส อภวาย ภวาภวาย, ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยาติ วุตฺตํ โหติ. อิธ วา หุรํ วาติ อิทํ ปน ‘‘กุหิญฺจิ โลเก’’ติ อิมสฺส วิตฺถารวจนํ.
๕๐๔. เย วีตราคา…เป… สมิตาวิโนติ สมิตวนฺโต, กิเลสวูปสมการิโนติ อตฺโถ. สมิตาวิตตฺตา จ วีตราคา อโกปา. อิธ วิปฺปหายาติ อิธโลเก วตฺตมาเน ขนฺเธ วิหาย, ตโต ปรํ เยสํ คมนํ นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ. อิโต ปรํ ‘‘เย กาเม หิตฺวา อคหา จรนฺติ, สุสญฺญตตฺตา ตสรํว อุชฺชุ’’นฺติ อิมมฺปิ คาถํ เกจิ ปฐนฺติ.
๕๐๖-๘. ชหิตฺวาติ หิตฺวา. ‘‘ชหิตฺวานา’’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. อตฺตทีปาติ อตฺตโน คุเณ เอว อตฺตโน ทีปํ กตฺวา วิจรนฺตา ขีณาสวา วุจฺจนฺติ. เย เหตฺถาติ หกาโร นิปาโต ปทปูรณมตฺเต. อยํ ปนตฺโถ – เย เอตฺถ ขนฺธายตนาทิสนฺตาเน ยถา อิทํ ขนฺธายตนาทิ ตถา ชานนฺติ, ยํสภาวํ ตํสภาวํเยว สญฺชานนฺติ อนิจฺจาทิวเสน ชานนฺตา. อยมนฺติมา นตฺถิ ปุนพฺภโวติ อยํ โน อนฺติมา ชาติ, อิทานิ นตฺถิ ปุนพฺภโวติ เอวญฺจ เย ชานนฺตีติ.
๕๐๙. โย เวทคูติ อิทานิ อตฺตานํ สนฺธาย ภควา อิมํ คาถมาห. ตตฺถ สติมาติ ฉสตตวิหารสติยา สมนฺนาคโต. สมฺโพธิปตฺโตติ สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต. สรณํ พหูนนฺติ พหูนํ เทวมนุสฺสานํ ภยวิหึสเนน สรณภูโต.
๕๑๐. เอวํ ทกฺขิเณยฺเย สุตฺวา อตฺตมโน พฺราหฺมโณ อาห – ‘‘อทฺธา อโมฆา’’ติ. ตตฺถ ตฺวเญฺหตฺถ ชานาสิ ยถา ตถา อิทนฺติ ตฺวญฺหิ เอตฺถ โลเก อิทํ สพฺพมฺปิ เญยฺยํ ยถา ตถา ชานาสิ ยาถาวโต ชานาสิ, ยาทิสํ ตํ ตาทิสเมว ชานาสีติ วุตฺตํ โหติ. ตถา หิ เต วิทิโต เอส ธมฺโมติ ตถา หิ เต เอสา ธมฺมธาตุ สุปฺปฏิวิทฺธา, ยสฺสา สุปฺปฏิวิทฺธตา ยํ ยํ อิจฺฉสิ, ตํ ตํ ชานาสีติ อธิปฺปาโย.
๕๑๑. เอวํ โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ ปสํสิตฺวา ทกฺขิเณยฺยสมฺปทาย ยญฺญสมฺปทํ ญตฺวา ทายกสมฺปทายปิ ตํ ฉฬงฺคปริปูรํ ยญฺญสมฺปทํ โสตุกาโม ‘‘โย ยาจโยโค’’ติ อุตฺตริปญฺหํ ปุจฺฉิ. ตตฺรายํ โยชนา – โย ยาจโยโค ททํ ปเรสํ ยชติ, ตสฺส อกฺขาหิ เม ภควา ยญฺญสมฺปทนฺติ.
๕๑๒. อถสฺส ภควา ทฺวีหิ คาถาหิ อกฺขาสิ. ตตฺถายํ อตฺถโยชนา – ยชสฺสุ มาฆ, ยชมาโน จ สพฺพตฺถ วิปฺปสาเทหิ จิตฺตํ, ตีสุปิ กาเลสุ จิตฺตํ ปสาเทหิ. เอวํ เต ยายํ –
‘‘ปุพฺเพว ทานา สุมโน, ททํ จิตฺตํ ปสาทเย;
ทตฺวา อตฺตมโน โหติ, เอสา ยญฺญสฺส สมฺปทา’’ติ. (อ. นิ. ๖.๓๗; เป. ว. ๓๐๕) –
ยญฺญสมฺปทา วุตฺตา, ตาย สมฺปนฺโน ยญฺโญ ภวิสฺสติ. ตตฺถ สิยา ‘‘กถํ จิตฺตํ ปสาเทตพฺพ’’นฺติ? โทสปฺปหาเนน. กถํ โทสปฺปหานํ โหติ? ยญฺญารมฺมณตาย. อยญฺหิ อารมฺมณํ ยชมานสฺส ยญฺโญ เอตฺถ ปติฏฺฐาย ชหาติ โทสํ, อยญฺหิ สตฺเตสุ เมตฺตาปุพฺพงฺคเมน สมฺมาทิฏฺฐิปทีปวิหตโมหนฺธกาเรน จิตฺเตน ยชมานสฺส เทยฺยธมฺมสงฺขาโต ยญฺโญ อารมฺมณํ โหติ, โส เอตฺถ ยญฺเญ อารมฺมณวเสน ปวตฺติยา ปติฏฺฐาย เทยฺยธมฺมปจฺจยํ โลภํ, ปฏิคฺคาหกปจฺจยํ โกธํ, ตทุภยนิทานํ โมหนฺติ เอวํ ติวิธมฺปิ ชหาติ โทสํ. โส เอวํ โภเคสุ วีตราโค, สตฺเตสุ จ ปวิเนยฺย โทสํ ตปฺปหาเนเนว ปหีนปญฺจนีวรโณ อนุกฺกเมน อุปจารปฺปนาเภทํ อปริมาณสตฺตผรเณน เอกสตฺเต วา อนวเสสผรเณน อปฺปมาณํ เมตฺตํ จิตฺตํ ภาเวนฺโต ปุน ภาวนาเวปุลฺลตฺถํ, รตฺตินฺทิวํ สตตํ สพฺพอิริยาปเถสุ อปฺปมตฺโต หุตฺวา ตเมว เมตฺตชฺฌานสงฺขาตํ สพฺพา ทิสา ผรเต อปฺปมญฺญนฺติ.
๕๑๔. อถ พฺราหฺมโณ ตํ เมตฺตํ ‘‘พฺรหฺมโลกมคฺโค อย’’นฺติ อชานนฺโต เกวลํ อตฺตโน วิสยาตีตํ เมตฺตาภาวนํ สุตฺวา สุฏฺฐุตรํ สญฺชาตสพฺพญฺญุสมฺภาวโน ภควติ อตฺตนา พฺรหฺมโลกาธิมุตฺตตฺตา พฺรหฺมโลกูปปตฺติเมว จ สุทฺธึ มุตฺติญฺจ มญฺญมาโน พฺรหฺมโลกมคฺคํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘โก สุชฺฌตี’’ติ คาถมาห. ตตฺร จ พฺรหฺมโลกคามึ ปุญฺญํ กโรนฺตํ สนฺธายาห – ‘‘โก สุชฺฌติ มุจฺจตี’’ติ, อกโรนฺตํ สนฺธาย ‘‘พชฺฌตี จา’’ติ. เกนตฺตนาติ เกน การเณน. สกฺขิ พฺรหฺมชฺชทิฏฺโฐติ พฺรหฺมา อชฺช สกฺขิ ทิฏฺโฐ. สจฺจนฺติ ภควโต พฺรหฺมสมตฺตํ อารพฺภ อจฺจาทเรน สปถํ กโรติ. กถํ อุปปชฺชตีติ อจฺจาทเรเนว ปุนปิ ปุจฺฉติ. ชุติมาติ ภควนฺตํ อาลปติ.
ตตฺถ ยสฺมา โย ภิกฺขุ เมตฺตาย ติกจตุกฺกชฺฌานํ อุปฺปาเทตฺวา ตเมว ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณาติ, โส สุชฺฌติ มุจฺจติ จ, ตถารูโป จ พฺรหฺมโลกํ น คจฺฉติ. โย ปน เมตฺตาย ติกจตุกฺกชฺฌานํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘สนฺตา เอสา สมาปตฺตี’’ติอาทินา นเยน ตํ อสฺสาเทติ, โส พชฺฌติ. อปริหีนชฺฌาโน จ เตเนว ฌาเนน พฺรหฺมโลกํ คจฺฉติ, ตสฺมา ภควา โย สุชฺฌติ มุจฺจติ จ, ตสฺส พฺรหฺมโลกคมนํ อนนุชานนฺโต อนามสิตฺวาว ตํ ปุคฺคลํ โย พชฺฌติ. ตสฺส เตน ฌาเนน พฺรหฺมโลกคมนํ ทสฺเสนฺโต พฺราหฺมณสฺส สปฺปาเยน นเยน ‘‘โย ยชตี’’ติ อิมํ คาถมาห.
๕๑๕. ตตฺถ ติวิธนฺติ ติกาลปฺปสาทํ สนฺธายาห. เตน ทายกโต องฺคตฺตยํ ทสฺเสติ. อาราธเย ทกฺขิเณยฺเยภิ ตาทีติ ตญฺจ โส ตาทิโส ติวิธสมฺปตฺติสาธโก ปุคฺคโล ติวิธํ ยญฺญสมฺปทํ ทกฺขิเณยฺเยหิ ขีณาสเวหิ สาเธยฺย สมฺปาเทยฺย. อิมินา ปฏิคฺคาหกโต องฺคตฺตยํ ทสฺเสติ. เอวํ ยชิตฺวา สมฺมา ยาจโยโคติ เอวํ เมตฺตชฺฌานปทฏฺฐานภาเวน ฉฬงฺคสมนฺนาคตํ ยญฺญํ สมฺมา ยชิตฺวา โส ยาจโยโค เตน ฉฬงฺคยญฺญูปนิสฺสเยน เมตฺตชฺฌาเนน อุปปชฺชติ พฺรหฺมโลกนฺติ พฺรูมีติ พฺราหฺมณํ สมุสฺสาเหนฺโต เทสนํ สมาเปสิ. เสสํ สพฺพคาถาสุ อุตฺตานตฺถเมว. อิโต ปรญฺจ ปุพฺเพ วุตฺตนยเมวาติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย มาฆสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. สภิยสุตฺตวณฺณนา
เอวํ เม สุตนฺติ สภิยสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อยเมว ยาสฺส นิทาเน วุตฺตา. อตฺถวณฺณนากฺกเมปิ จสฺส ปุพฺพสทิสํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ยํ ปน อปุพฺพํ, ตํ อุตฺตานตฺถานิ ปทานิ ปริหรนฺตา วณฺณยิสฺสาม. เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเปติ เวฬุวนนฺติ ตสฺส อุยฺยานสฺส นามํ. ตํ กิร เวฬูหิ จ ปริกฺขิตฺตํ อโหสิ อฏฺฐารสหตฺเถน จ ปากาเรน, โคปุรทฺวารฏฺฏาลกยุตฺตํ นีโลภาสํ มโนรมํ, เตน ‘‘เวฬุวน’’นฺติ วุจฺจติ. กลนฺทกานญฺเจตฺถ นิวาปํ อทํสุ, เตน ‘‘กลนฺทกนิวาโป’’ติ วุจฺจติ. กลนฺทกา นาม กาฬกา วุจฺจนฺติ. ปุพฺเพ กิร อญฺญตโร ราชา ตตฺถ อุยฺยานกีฬนตฺถํ อาคโต สุรามเทน มตฺโต ทิวาเสยฺยํ สุปิ. ปริชโนปิสฺส ‘‘สุตฺโต ราชา’’ติ ปุปฺผผลาทีหิ ปโลภิยมาโน อิโต จิโต จ ปกฺกามิ. อถ สุราคนฺเธน อญฺญตรสฺมา สุสิรรุกฺขา กณฺหสปฺโป นิกฺขมิตฺวา รญฺโญ อภิมุโข อาคจฺฉติ. ตํ ทิสฺวา รุกฺขเทวตา ‘‘รญฺโญ ชีวิตํ ทสฺสามี’’ติ กาฬกเวเสน อาคนฺตฺวา กณฺณมูเล สทฺทมกาสิ. ราชา ปฏิพุชฺฌิ, กณฺหสปฺโป นิวตฺโต. โส ตํ ทิสฺวา ‘‘อิมาย มม กาฬกาย ชีวิตํ ทินฺน’’นฺติ กาฬกานํ ตตฺถ นิวาปํ ปฏฺฐเปสิ, อภยโฆสนญฺจ โฆสาเปสิ. ตสฺมา ตํ ตโต ปภุติ ‘‘กลนฺทกนิวาโป’’ติ สงฺขํ คตํ.
สภิยสฺส ปริพฺพาชกสฺสาติ สภิโยติ ตสฺส นามํ, ปริพฺพาชโกติ พาหิร ปพฺพชฺชํ อุปาทาย วุจฺจติ. ปุราณสาโลหิตาย เทวตายาติ น มาตา น ปิตา, อปิจ โข ปนสฺส มาตา วิย ปิตา วิย จ หิตชฺฌาสยตฺตา โส เทวปุตฺโต ‘‘ปุราณสาโลหิตา เทวตา’’ติ วุตฺโต. ปรินิพฺพุเต กิร กสฺสเป ภควติ ปติฏฺฐิเต สุวณฺณเจติเย ตโย กุลปุตฺตา สมฺมุขสาวกานํ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา จริยานุรูปานิ กมฺมฏฺฐานานิ คเหตฺวา ปจฺจนฺตชนปทํ คนฺตฺวา อรญฺญายตเน สมณธมฺมํ กโรนฺติ, อนฺตรนฺตรา จ เจติยวนฺทนตฺถาย ธมฺมสฺสวนตฺถาย จ นครํ คจฺฉนฺติ. อปเรน จ สมเยน ตาวตกมฺปิ อรญฺเญ วิปฺปวาสํ อโรจยมานา ตตฺเถว อปฺปมตฺตา วิหรึสุ, เอวํ วิหรนฺตาปิ น จ กิญฺจิ วิเสสํ อธิคมึสุ. ตโต เนสํ อโหสิ – ‘‘มยํ ปิณฺฑาย คจฺฉนฺตา ชีวิเต สาเปกฺขา โหม, ชีวิเต สาเปกฺเขน จ น สกฺกา โลกุตฺตรธมฺโม อธิคนฺตุํ, ปุถุชฺชนกาลกิริยาปิ ทุกฺขา, หนฺท มยํ นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา ปพฺพตํ อภิรุยฺห กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขา สมณธมฺมํ กโรมา’’ติ. เต ตถา อกํสุ.
อถ เนสํ มหาเถโร อุปนิสฺสยสมฺปนฺนตฺตา ตทเหว ฉฬภิญฺญาปริวารํ อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ. โส อิทฺธิยา หิมวนฺตํ คนฺตฺวา อโนตตฺเต มุขํ โธวิตฺวา อุตฺตรกุรูสุ ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ ปุน อญฺญมฺปิ ปเทสํ คนฺตฺวา ปตฺตํ ปูเรตฺวา อโนตตฺตอุทกญฺจ นาคลตาทนฺตโปณญฺจ คเหตฺวา เตสํ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา อาห – ‘‘ปสฺสถาวุโส มมานุภาวํ, อยํ อุตฺตรกุรุโต ปิณฺฑปาโต, อิทํ หิมวนฺตโต อุทกทนฺตโปณํ อาภตํ, อิมํ ภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ กโรถ, เอวาหํ ตุเมฺห สทา อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ. เต ตํ สุตฺวา อาหํสุ – ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, กตกิจฺจา, ตุเมฺหหิ สห สลฺลาปมตฺตมฺปิ อมฺหากํ ปปญฺโจ, มา ทานิ ตุเมฺห ปุน อมฺหากํ สนฺติกํ อาคมิตฺถา’’ติ. โส เกนจิ ปริยาเยน เต สมฺปฏิจฺฉาเปตุํ อสกฺโกนฺโต ปกฺกามิ.
ตโต เตสํ เอโก ทฺวีหตีหจฺจเยน ปญฺจาภิญฺโญ อนาคามี อโหสิ. โสปิ ตเถว อกาสิ, อิตเรน จ ปฏิกฺขิตฺโต ตเถว อคมาสิ. โส ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา วายมนฺโต ปพฺพตํ อารุหนทิวสโต สตฺตเม ทิวเส กิญฺจิ วิเสสํ อนธิคนฺตฺวาว กาลกโต เทวโลเก นิพฺพตฺติ. ขีณาสวตฺเถโรปิ ตํ ทิวสเมว ปรินิพฺพายิ, อนาคามี สุทฺธาวาเสสุ อุปฺปชฺชิ. เทวปุตฺโต ฉสุ กามาวจรเทวโลเกสุ อนุโลมปฏิโลเมน ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล เทวโลกา จวิตฺวา อญฺญตริสฺสา ปริพฺพาชิกาย กุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ. สา กิร อญฺญตรสฺส ขตฺติยสฺส ธีตา, ตํ มาตาปิตโร ‘‘อมฺหากํ ธีตา สมยนฺตรํ ชานาตู’’ติ เอกสฺส ปริพฺพาชกสฺส นิยฺยาเตสุํ. ตสฺเสโก อนฺเตวาสิโก ปริพฺพาชโก ตาย สทฺธึ วิปฺปฏิปชฺชิ. สา เตน คพฺภํ คณฺหิ. ตํ คพฺภินึ ทิสฺวา ปริพฺพาชิกา นิกฺกฑฺฒึสุ. สา อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตี อนฺตรามคฺเค สภายํ วิชายิ, เตนสฺส ‘‘สภิโย’’เตฺวว นามํ อกาสิ. โสปิ สภิโย วฑฺฒิตฺวา ปริพฺพาชกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา นานาสตฺถานิ อุคฺคเหตฺวา มหาวาที หุตฺวา วาทกฺขิตฺตตาย สกลชมฺพุทีเป วิจรนฺโต อตฺตโน สทิสํ วาทึ อทิสฺวา นครทฺวาเร อสฺสมํ การาเปตฺวา ขตฺติยกุมาราทโย สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺโต ตตฺถ วสติ.
อถ ภควา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน ราชคหํ อาคนฺตฺวา เวฬุวเน วิหรติ กลนฺทกนิวาเป. สภิโย ปน พุทฺธุปฺปาทํ น ชานาติ. อถ โส สุทฺธาวาสพฺรหฺมา สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ‘‘อิมาหํ วิเสสํ กสฺสานุภาเวน ปตฺโต’’ติ อาวชฺเชนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน สมณธมฺมกิริยํ เต จ สหาเย อนุสฺสริตฺวา ‘‘เตสุ เอโก ปรินิพฺพุโต, เอโก อิทานิ กตฺถา’’ติ อาวชฺเชนฺโต ‘‘เทวโลกา จวิตฺวา ชมฺพุทีเป อุปฺปนฺโน พุทฺธุปฺปาทมฺปิ น ชานาตี’’ติ ญตฺวา ‘‘หนฺท นํ พุทฺธุปเสวนาย นิโยเชมี’’ติ วีสติ ปเญฺห อภิสงฺขริตฺวา รตฺติภาเค ตสฺส อสฺสมมาคมฺม อากาเส ฐตฺวา ‘‘สภิย, สภิยา’’ติ ปกฺโกสิ. โส นิทฺทายมาโน ติกฺขตฺตุํ ตํ สทฺทํ สุตฺวา นิกฺขมฺม โอภาสํ ทิสฺวา ปญฺชลิโก อฏฺฐาสิ. ตโต ตํ พฺรหฺมา อาห – ‘‘อหํ สภิย ตวตฺถาย วีสติ ปเญฺห อาหรึ, เต ตฺวํ อุคฺคณฺห. โย จ เต สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อิเม ปเญฺห ปุฏฺโฐ พฺยากโรติ, ตสฺส สนฺติเก พฺรหฺมจริยํ จเรยฺยาสี’’ติ. อิมํ เทวปุตฺตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ‘‘ปุราณสาโลหิตาย เทวตาย ปญฺหา อุทฺทิฏฺฐา โหนฺตี’’ติ. อุทฺทิฏฺฐาติ อุทฺเทสมตฺเตเนว วุตฺตา, น วิภงฺเคน.
เอวํ วุตฺเต จ เน สภิโย เอกวจเนเนว ปทปฏิปาฏิยา อุคฺคเหสิ. อถ โส พฺรหฺมา ชานนฺโตปิ ตสฺส พุทฺธุปฺปาทํ นาจิกฺขิ. ‘‘อตฺถํ คเวสมาโน ปริพฺพาชโก สยเมว สตฺถารํ ญสฺสติ. อิโต พหิทฺธา จ สมณพฺราหฺมณานํ ตุจฺฉภาว’’นฺติ อิมินา ปนาธิปฺปาเยน เอวมาห – ‘‘โย เต สภิย…เป… จเรยฺยาสี’’ติ. เถรคาถาสุ ปน จตุกฺกนิปาเต สภิยตฺเถราปทานํ วณฺเณนฺตา ภณนฺติ ‘‘สา จสฺส มาตา อตฺตโน วิปฺปฏิปตฺตึ จินฺเตตฺวา ตํ ชิคุจฺฉมานา ฌานํ อุปฺปาเทตฺวา พฺรหฺมโลเก อุปฺปนฺนา, ตาย พฺรหฺมเทวตาย เต ปญฺหา อุทฺทิฏฺฐา’’ติ.
เย เตติ อิทานิ วตฺตพฺพานํ อุทฺเทสปจฺจุทฺเทโส. สมณพฺราหฺมณาติ ปพฺพชฺชูปคมเนน โลกสมฺมุติยา จ สมณา เจว พฺราหฺมณา จ. สงฺฆิโนติ คณวนฺโต. คณิโนติ สตฺถาโร, ‘‘สพฺพญฺญุโน มย’’นฺติ เอวํ ปฏิญฺญาตาโร. คณาจริยาติ อุทฺเทสปริปุจฺฉาทิวเสน ปพฺพชิตคหฏฺฐคณสฺส อาจริยา. ญาตาติ อภิญฺญาตา, วิสฺสุตา ปากฏาติ วุตฺตํ โหติ. ยสสฺสิโนติ ลาภปริวารสมฺปนฺนา. ติตฺถกราติ เตสํ ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชนฺเตหิ โอตริตพฺพานํ โอคาหิตพฺพานํ ทิฏฺฐิติตฺถานํ กตฺตาโร. สาธุสมฺมตา พหุชนสฺสาติ ‘‘สาธโว เอเต สนฺโต สปฺปุริสา’’ติ เอวํ พหุชนสฺส สมฺมตา.
เสยฺยถิทนฺติ กตเม เตติ เจ-อิจฺเจตสฺมึ อตฺเถ นิปาโต. ปูรโณติ นามํ, กสฺสโปติ โคตฺตํ. โส กิร ชาติยา ทาโส, ทาสสตํ ปูเรนฺโต ชาโต. เตนสฺส ‘‘ปูรโณ’’ติ นามมกํสุ. ปลายิตฺวา ปน นคฺเคสุ ปพฺพชิตฺวา ‘‘กสฺสโป อห’’นฺติ โคตฺตํ อุทฺทิสิ, สพฺพญฺญุตญฺจ ปจฺจญฺญาสิ. มกฺขลีติ นามํ, โคสาลาย ชาตตฺตา โคสาโลติปิ วุจฺจติ. โสปิ กิร ชาติยา ทาโส เอว, ปลายิตฺวา ปพฺพชิ, สพฺพญฺญุตญฺจ ปจฺจญฺญาสิ. อชิโตติ นามํ, อปฺปิจฺฉตาย เกสกมฺพลํ ธาเรติ, เตน เกสกมฺพโลติปิ วุจฺจติ, โสปิ สพฺพญฺญุตํ ปจฺจญฺญาสิ. ปกุโธติ นามํ, กจฺจายโนติ โคตฺตํ. อปฺปิจฺฉวเสน อุทเก ชีวสญฺญาย จ นฺหานมุขโธวนาทิ ปฏิกฺขิตฺโต, โสปิ สพฺพญฺญุตํ ปจฺจญฺญาสิ. สญฺจโยติ นามํ, เพลฏฺโฐ ปนสฺส ปิตา, ตสฺมา เพลฏฺฐปุตฺโตติ วุจฺจติ, โสปิ สพฺพญฺญุตํ ปจฺจญฺญาสิ. นิคณฺโฐติ ปพฺพชฺชานาเมน, นาฏปุตฺโตติ ปิตุนาเมน วุจฺจติ. นาโฏติ กิร นามสฺส ปิตา, ตสฺส ปุตฺโตติ นาฏปุตฺโต, โสปิ สพฺพญฺญุตํ ปจฺจญฺญาสิ. สพฺเพปิ ปญฺจสตปญฺจสตสิสฺสปริวารา อเหสุํ. เตติ เต ฉ สตฺถาโร. เต ปเญฺหติ เต วีสติ ปเญฺห. เตติ เต ฉ สตฺถาโร. น สมฺปายนฺตีติ น สมฺปาเทนฺติ. โกปนฺติ จิตฺตเจตสิกานํ อาวิลภาวํ. โทสนฺติ ปทุฏฺฐจิตฺตตํ, ตทุภยมฺเปตํ มนฺทติกฺขเภทสฺส โกธสฺเสวาธิวจนํ. อปฺปจฺจยนฺติ อปฺปตีตตา, โทมนสฺสนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปาตุกโรนฺตีติ กายวจีวิกาเรน ปกาเสนฺติ, ปากฏํ กโรนฺติ.
หีนายาติ คหฏฺฐภาวาย. คหฏฺฐภาโว หิ ปพฺพชฺชํ อุปนิธาย สีลาทิคุณหีนโต หีนกามสุขปฏิเสวนโต วา ‘‘หีโน’’ติ วุจฺจติ. อุจฺจา ปพฺพชฺชา. อาวตฺติตฺวาติ โอสกฺกิตฺวา. กาเม ปริภุญฺเชยฺยนฺติ กาเม ปฏิเสเวยฺยํ. อิติ กิรสฺส สพฺพญฺญุปฏิญฺญานมฺปิ ปพฺพชิตานํ ตุจฺฉกตฺตํ ทิสฺวา อโหสิ. อุปฺปนฺนปริวิตกฺกวเสเนว จ อาคนฺตฺวา ปุนปฺปุนํ วีมํสมานสฺส อถ โข สภิยสฺส ปริพฺพาชกสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อยมฺปิ โข สมโณ’’ติ จ ‘‘เยปิ โข เต โภนฺโต’’ติ จ ‘‘สมโณ โข ทหโรติ น อุญฺญาตพฺโพ’’ติ จาติ เอวมาทิ. ตตฺถ ชิณฺณาติอาทีนิ ปทานิ วุตฺตนยาเนว. เถราติ อตฺตโน สมณธมฺเม ถิรภาวปฺปตฺตา. รตฺตญฺญูติ รตนญฺญู, ‘‘นิพฺพานรตนํ ชานาม มย’’นฺติ เอวํ สกาย ปฏิญฺญาย โลเกนาปิ สมฺมตา, พหุรตฺติวิทู วา. จิรํ ปพฺพชิตานํ เอเตสนฺติ จิรปพฺพชิตา. น อุญฺญาตพฺโพติ น อวชานิตพฺโพ, น นีจํ กตฺวา ชานิตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. น ปริโภตพฺโพติ น ปริภวิตพฺโพ, ‘‘กิเมส ญสฺสตี’’ติ เอวํ น คเหตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ.
๕๑๖. กงฺขี เวจิกิจฺฉีติ สภิโย ภควตา สทฺธึ สมฺโมทมาโน เอวํ ภควโต รูปสมฺปตฺติทมูปสมสูจิตํ สพฺพญฺญุตํ สมฺภาวยมาโน วิคตุทฺธจฺโจ หุตฺวา อาห – ‘‘กงฺขี เวจิกิจฺฉี’’ติ. ตตฺถ ‘‘ลเภยฺยํ นุ โข อิเมสํ พฺยากรณ’’นฺติ เอวํ ปญฺหานํ พฺยากรณกงฺขาย กงฺขี. ‘‘โก นุ โข อิมสฺสิมสฺส จ ปญฺหสฺส อตฺโถ’’ติ เอวํ วิจิกิจฺฉาย เวจิกิจฺฉี. ทุพฺพลวิจิกิจฺฉาย วา เตสํ ปญฺหานํ อตฺเถ กงฺขนโต กงฺขี, พลวติยา วิจินนฺโต กิจฺฉติเยว, น สกฺโกติ สนฺนิฏฺฐาตุนฺติ เวจิกิจฺฉี. อภิกงฺขมาโนติ อติวิย ปตฺถยมาโน. เตสนฺตกโรติ เตสํ ปญฺหานํ อนฺตกโร. ภวนฺโตว เอวํ ภวาหีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปเญฺห เม ปุฏฺโฐ…เป… พฺยากโรหิ เม’’ติ. ตตฺถ ปเญฺห เมติ ปเญฺห มยา. ปุฏฺโฐติ ปุจฺฉิโต. อนุปุพฺพนฺติ ปญฺหปฏิปาฏิยา อนุธมฺมนฺติ อตฺถานุรูปํ ปาฬึ อาโรเปนฺโต. พฺยากโรหิ เมติ มยฺหํ พฺยากโรหิ.
๕๑๗. ทูรโตติ โส กิร อิโต จิโต จาหิณฺฑนฺโต สตฺตโยชนสตมคฺคโต อาคโต. เตนาห – ภควา ‘‘ทูรโต อาคโตสี’’ติ, กสฺสปสฺส ภควโต วา สาสนโต อาคตตฺตา ‘‘ทูรโต อาคโตสี’’ติ นํ อาห.
๕๑๘. ปุจฺฉ มนฺติ อิมาย ปนสฺส คาถาย สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรติ. ตตฺถ มนสิจฺฉสีติ มนสา อิจฺฉสิ.
ยํ วตาหนฺติ ยํ วต อหํ. อตฺตมโนติ ปีติปาโมชฺชโสมนสฺเสหิ ผุฏจิตฺโต. อุทคฺโคติ กาเยน จิตฺเตน จ อพฺภุนฺนโต. อิทํ ปน ปทํ น สพฺพปาเฐสุ อตฺถิ. อิทานิ เยหิ ธมฺเมหิ อตฺตมโน, เต ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ปมุทิโต ปีติโสมนสฺสชาโต’’ติ.