๑๐. โกกาลิกสุตฺตวณฺณนา

เอวํ เม สุตนฺติ โกกาลิกสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? อิมสฺส สุตฺตสฺส อุปฺปตฺติ อตฺถวณฺณนายเมว อาวิ ภวิสฺสติ. อตฺถวณฺณนาย จสฺส เอวํ เม สุตนฺติอาทิ วุตฺตนยเมว. อถ โข โกกาลิโกติ เอตฺถ ปน โก อยํ โกกาลิโก, กสฺมา จ อุปสงฺกมีติ? วุจฺจเต – อยํ กิร โกกาลิกรฏฺเฐ โกกาลิกนคเร โกกาลิกเสฏฺฐิสฺส ปุตฺโต ปพฺพชิตฺวา ปิตรา การาปิเต วิหาเรเยว ปฏิวสติ ‘‘จูฬโกกาลิโก’’ติ นาเมน, น เทวทตฺตสฺส สิสฺโส. โส หิ พฺราหฺมณปุตฺโต ‘‘มหาโกกาลิโก’’ติ ปญฺญายิ.

ภควติ กิร สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต เทฺว อคฺคสาวกา ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ ชนปทจาริกํ จรมานา อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย วิเวกวาสํ วสิตุกามา เต ภิกฺขู อุยฺโยเชตฺวา อตฺตโน ปตฺตจีวรมาทาย ตสฺมึ ชนปเท ตํ นครํ ปตฺวา ตํ วิหารํ อคมํสุ. ตตฺถ เต โกกาลิเกน สทฺธึ สมฺโมทิตฺวา ตํ อาหํสุ – ‘‘อาวุโส, มยํ อิธ เตมาสํ วสิสฺสาม, มา กสฺสจิ อาโรเจยฺยาสี’’ติ. โส ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา เตมาเส อตีเต อิตรทิวสํ ปเคว นครํ ปวิสิตฺวา อาโรเจสิ – ‘‘ตุเมฺห อคฺคสาวเก อิธาคนฺตฺวา วสมาเน น ชานิตฺถ, น เต โกจิ ปจฺจเยนาปิ นิมนฺเตตี’’ติ. นครวาสิโน ‘‘กสฺมา โน, ภนฺเต, นาโรจยิตฺถา’’ติ. กึ อาโรจิเตน, กึ นาทฺทสถ เทฺว ภิกฺขู วสนฺเต, นนุ เอเต อคฺคสาวกาติ. เต ขิปฺปํ สนฺนิปติตฺวา สปฺปิคุฬวตฺถาทีนิ อาเนตฺวา โกกาลิกสฺส ปุรโต นิกฺขิปึสุ. โส จินฺเตสิ – ‘‘ปรมปฺปิจฺฉา อคฺคสาวกา ‘ปยุตฺตวาจาย อุปฺปนฺโน ลาโภ’ติ ญตฺวา น สาทิยิสฺสนฺติ, อสาทิยนฺตา อทฺธา ‘อาวาสิกสฺส เทถา’ติ ภณิสฺสนฺติ, หนฺทาหํ อิมํ ลาภํ คาหาเปตฺวา คจฺฉามี’’ติ. โส ตถา อกาสิ, เถรา ทิสฺวาว ปยุตฺตวาจาย อุปฺปนฺนภาวํ ญตฺวา ‘‘อิเม ปจฺจยา เนว อมฺหากํ น โกกาลิกสฺส วฏฺฏนฺตี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อาวาสิกสฺส เทถา’’ติ อวตฺวา ปฏิกฺขิปิตฺวา ปกฺกมึสุ. เตน โกกาลิโก ‘‘กถญฺหิ นาม อตฺตนา อคฺคณฺหนฺตา มยฺหมฺปิ น ทาเปสุ’’นฺติ โทมนสฺสํ อุปฺปาเทสิ.

เต ภควโต สนฺติกํ อคมํสุ. ภควา จ ปวาเรตฺวา สเจ อตฺตนา ชนปทจาริกํ น คจฺฉติ, อคฺคสาวเก เปเสติ – ‘‘จรถ, ภิกฺขเว, จาริกํ พหุชนหิตายา’’ติอาทีนิ (มหาว. ๓๒) วตฺวา. อิทมาจิณฺณํ ตถาคตานํ. เตน โข ปน สมเยน อตฺตนา อคนฺตุกาโม โหติ. อถ โข อิเม ปุนเทว อุยฺโยเชสิ – ‘‘คจฺฉถ, ภิกฺขเว, จรถ จาริก’’นฺติ. เต ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ จาริกํ จรมานา อนุปุพฺเพน ตสฺมึ รฏฺเฐ ตเมว นครํ อคมํสุ. นาครา เถเร สญฺชานิตฺวา สห ปริกฺขาเรหิ ทานํ สชฺเชตฺวา นครมชฺเฌ มณฺฑปํ กตฺวา ทานํ อทํสุ, เถรานญฺจ ปริกฺขาเร อุปนาเมสุํ. เถรา คเหตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส อทํสุ. ตํ ทิสฺวา โกกาลิโก จินฺเตสิ – ‘‘อิเม ปุพฺเพ อปฺปิจฺฉา อเหสุํ, อิทานิ โลภาภิภูตา ปาปิจฺฉา ชาตา, ปุพฺเพปิ อปฺปิจฺฉสนฺตุฏฺฐปวิวิตฺตสทิสา มญฺเญ, อิเม ปาปิจฺฉา อสนฺตคุณปริทีปกา ปาปภิกฺขู’’ติ. โส เถเร อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อาวุโส, ตุเมฺห ปุพฺเพ อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ปวิวิตฺตา วิย อหุวตฺถ, อิทานิ ปนตฺถ ปาปภิกฺขู ชาตา’’ติ วตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ตาวเทว ตรมานรูโป นิกฺขมิตฺวา คนฺตฺวา ‘‘ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสฺสามี’’ติ สาวตฺถาภิมุโข คนฺตฺวา อนุปุพฺเพน ภควนฺตํ อุปสงฺกมิ. อยเมตฺถ โกกาลิโก, อิมินา การเณน อุปสงฺกมิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อถ โข โกกาลิโก ภิกฺขุ เยน ภควา เตนุปสงฺกมี’’ติอาทิ.

ภควา ตํ ตุริตตุริตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาว อาวชฺเชตฺวา อญฺญาสิ – ‘‘อคฺคสาวเก อกฺโกสิตุกาโม อาคโต’’ติ. ‘‘สกฺกา นุ โข ปฏิเสเธตุ’’นฺติ จ อาวชฺเชนฺโต ‘‘น สกฺกา, เถเรสุ อปรชฺฌิตฺวา อาคโต, เอกํเสน ปทุมนิรเย อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ อทฺทส. เอวํ ทิสฺวาปิ ปน ‘‘สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเนปิ นาม ครหนฺตํ สุตฺวา น นิเสเธตี’’ติ ปรูปวาทโมจนตฺถํ อริยูปวาทสฺส มหาสาวชฺชภาวทสฺสนตฺถญฺจ ‘‘มา เหว’’นฺติอาทินา นเยน ติกฺขตฺตุํ ปฏิเสเธสิ. ตตฺถ มา เหวนฺติ มา เอวมาห, มา เอวํ อภณีติ อตฺโถ. เปสลาติ ปิยสีลา. สทฺธายิโกติ สทฺธาคมกโร, ปสาทาวโหติ วุตฺตํ โหติ. ปจฺจยิโกติ ปจฺจยกโร, ‘‘เอวเมต’’นฺติ สนฺนิฏฺฐาวโหติ วุตฺตํ โหติ.

อจิรปกฺกนฺตสฺสาติ ปกฺกนฺตสฺส สโต น จิเรเนว สพฺโพ กาโย ผุโฏ อโหสีติ เกสคฺคมตฺตมฺปิ โอกาสํ อวชฺเชตฺวา สกลสรีรํ อฏฺฐีนิ ภินฺทิตฺวา อุคฺคตาหิ ปีฬกาหิ อชฺโฌตฺถฏํ อโหสิ. ตตฺถ ยสฺมา พุทฺธานุภาเวน ตถารูปํ กมฺมํ พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว วิปากํ น เทติ, ทสฺสนูปจาเร ปน วิชหิตมตฺเต เทติ, ตสฺมา ตสฺส อจิรปกฺกนฺตสฺส ปีฬกา อุฏฺฐหึสุ. เตเนว วุตฺตํ ‘‘อจิรปกฺกนฺตสฺส จ โกกาลิกสฺสา’’ติ. อถ กสฺมา ตตฺเถว น อฏฺฐาสีติ เจ? กมฺมานุภาเวน. โอกาสกตญฺหิ กมฺมํ อวสฺสํ วิปจฺจติ, ตํ ตสฺส ตตฺถ ฐาตุํ น เทติ. โส กมฺมานุภาเวน โจทิยมาโน อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ. กฬายมตฺติโยติ จณกมตฺติโย. เพลุวสลาฏุกมตฺติโยติ ตรุณเพลุวมตฺติโย. ปภิชฺชึสูติ ภิชฺชึสุ. ตาสุ ภินฺนาสุ สกลสรีรํ ปนสปกฺกํ วิย อโหสิ. โส ปกฺเกน คตฺเตน อนยพฺยสนํ ปตฺวา ทุกฺขาภิภูโต เชตวนทฺวารโกฏฺฐเก สยิ. อถ ธมฺมสฺสวนตฺถํ อาคตาคตา มนุสฺสา ตํ ทิสฺวา ‘‘ธิ โกกาลิก, ธิ โกกาลิก, อยุตฺตมกาสิ, อตฺตโนเยว มุขํ นิสฺสาย อนยพฺยสนํ ปตฺโตสี’’ติ อาหํสุ. เตสํ สุตฺวา อารกฺขเทวตา ธิกฺการํ อกํสุ, อารกฺขเทวตานํ อากาสฏฺฐเทวตาติ อิมินา อุปาเยน ยาว อกนิฏฺฐภวนา เอกธิกฺกาโร อุทปาทิ.

ตทา จ ตุรู นาม ภิกฺขุ โกกาลิกสฺส อุปชฺฌาโย อนาคามิผลํ ปตฺวา สุทฺธาวาเสสุ นิพฺพตฺโต โหติ. โสปิ สมาปตฺติยา วุฏฺฐิโต ตํ ธิกฺการํ สุตฺวา อาคมฺม โกกาลิกํ โอวทิ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสุ จิตฺตปฺปสาทชนนตฺถํ. โส ตสฺสาปิ วจนํ อคฺคเหตฺวา อญฺญทตฺถุ ตเมว อปราเธตฺวา กาลํ กตฺวา ปทุมนิรเย อุปฺปชฺชิ. เตนาห – ‘‘อถ โข โกกาลิโก ภิกฺขุ เตเนวาพาเธน…เป… อาฆาเตตฺวา’’ติ.

อถ โข พฺรหฺมา สหมฺปตีติ โก อยํ พฺรหฺมา, กสฺมา จ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจาติ? อยํ กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน สหโก นาม ภิกฺขุ อนาคามี หุตฺวา สุทฺธาวาเสสุ อุปฺปนฺโน, ตตฺถ นํ ‘‘สหมฺปติ พฺรหฺมา’’ติ สญฺชานนฺติ. โส ปน ‘‘อหํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปทุมนิรยํ กิตฺเตสฺสามิ, ตโต ภควา ภิกฺขูนํ อาโรเจสฺสติ. กถานุสนฺธิกุสลา ภิกฺขู ตตฺถายุปฺปมาณํ ปุจฺฉิสฺสนฺติ, ภควา อาจิกฺขนฺโต อริยูปวาเท อาทีนวํ ปกาเสสฺสตี’’ติ อิมินา การเณน ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ. ภควา ตเถว อกาสิ, อญฺญตโรปิ ภิกฺขุ ปุจฺฉิ. เตน จ ปุฏฺโฐ ‘‘เสยฺยถาปิ ภิกฺขู’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ วีสติขาริโกติ มาคธเกน ปตฺเถน จตฺตาโร ปตฺถา โกสลรฏฺเฐ เอโก ปตฺโถ โหติ, เตน ปตฺเถน จตฺตาโร ปตฺถา อาฬฺหกํ, จตฺตาริ อาฬฺหกานิ โทณํ, จตุโทณา มานิกา, จตุมานิกา ขารี, ตาย ขาริยา วีสติขาริโก. ติลวาโหติ ติลสกฏํ. อพฺพุโท นิรโยติ อพฺพุโท นาม โกจิ ปจฺเจกนิรโย นตฺถิ, อวีจิมฺหิเยว อพฺพุทคณนาย ปจฺจโนกาโส ปน ‘‘อพฺพุโท นิรโย’’ติ วุตฺโต. เอส นโย นิรพฺพุทาทีสุ.

ตตฺถ วสฺสคณนาปิ เอวํ เวทิตพฺพา – ยเถว หิ สตํ สตสหสฺสานิ โกฏิ โหติ, เอวํ สตํ สตสหสฺสโกฏิโย ปโกฏิ นาม โหติ, สตํ สตสหสฺสปโกฏิโย โกฏิปฺปโกฏิ นาม, สตํ สตสหสฺสโกฏิปฺปโกฏิโย นหุตํ, สตํ สตสหสฺสนหุตานิ นินฺนหุตํ, สตํ สตสหสฺสนินฺนหุตานิ เอกํ อพฺพุทํ, ตโต วีสติคุณํ นิรพฺพุทํ. เอส นโย สพฺพตฺถ. เกจิ ปน ‘‘ตตฺถ ตตฺถ ปริเทวนานตฺเตนปิ กมฺมกรณนานตฺเตนปิ อิมานิ นามานิ ลทฺธานี’’ติ วทนฺติ, อปเร ‘‘สีตนรกา เอว เอเต’’ติ.

อถาปรนฺติ ตทตฺถวิเสสตฺถทีปกํ คาถาพนฺธํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปาฐวเสน วุตฺตวีสติคาถาสุ หิ เอตฺถ ‘‘สตํ สหสฺสาน’’นฺติ อยเมกา เอว คาถา วุตฺตตฺถทีปิกา, เสสา วิเสสตฺถทีปิกา เอว, อวสาเน คาถาทฺวยเมว ปน มหาอฏฺฐกถายํ วินิจฺฉิตปาเฐ นตฺถิ. เตนาโวจุมฺห ‘‘วีสติคาถาสู’’ติ.

๖๖๓. ตตฺถ กุฐารีติ อตฺตจฺเฉทกฏฺเฐน กุฐาริสทิสา ผรุสวาจา. ฉินฺทตีติ กุสลมูลสงฺขาตํ อตฺตโน มูลํเยว นิกนฺตติ.

๖๖๔. นินฺทิยนฺติ นินฺทิตพฺพํ. ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโยติ โย อุตฺตมฏฺเฐน ปสํสารโห ปุคฺคโล, ตํ วา โส ปาปิจฺฉตาทีนิ อาโรเปตฺวา ครหติ. วิจินาตีติ อุปจินาติ. กลินฺติ อปราธํ.

๖๖๕. อยํ กลีติ อยํ อปราโธ. อกฺเขสูติ ชูตกีฬนอกฺเขสุ. สพฺพสฺสาปิ สหาปิ อตฺตนาติ สพฺเพน อตฺตโน ธเนนปิ อตฺตนาปิ สทฺธึ. สุคเตสูปิ สุฏฺฐุ คตตฺตา, สุนฺทรญฺจ ฐานํ คตตฺตา สุคตนามเกสุ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวเกสุ. มนํ ปโทสเยติ โย มนํ ปทูเสยฺย. ตสฺสายํ มโนปโทโส เอว มหตฺตโร กลีติ วุตฺตํ โหติ.

๖๖๖. กสฺมา? ยสฺมา สตํ สหสฺสานํ…เป… ปาปกํ, ยสฺมา วสฺสคณนาย เอตฺตโก โส กาโล, ยํ กาลํ อริยครหี วาจํ มนญฺจ ปณิธาย ปาปกํ นิรยํ อุเปติ, ตตฺถ ปจฺจตีติ วุตฺตํ โหติ. อิทญฺหิ สงฺเขเปน ปทุมนิรเย อายุปฺปมาณํ.

๖๖๗. อิทานิ อปเรนปิ นเยน ‘‘อยเมว มหตฺตโร กลิ, โย สุคเตสุ มนํ ปทูสเย’’ติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต ‘‘อภูตวาที’’ติ อาทิมาห. ตตฺถ อภูตวาทีติ อริยูปวาทวเสน อลิกวาที. นิรยนฺติ ปทุมาทึ. เปจฺจ สมา ภวนฺตีติ อิโต ปฏิคนฺตฺวา นิรยูปปตฺติยา สมา ภวนฺติ. ปรตฺถาติ ปรโลเก.

๖๖๘. กิญฺจ ภิยฺโย – โย อปฺปทุฏฺฐสฺสาติ. ตตฺถ มโนปโทสาภาเวน อปฺปทุฏฺโฐ, อวิชฺชามลาภาเวน สุทฺโธ, ปาปิจฺฉาภาเวน อนงฺคโณติ เวทิตพฺโพ. อปฺปทุฏฺฐตฺตา วา สุทฺธสฺส, สุทฺธตฺตา อนงฺคณสฺสาติ เอวมฺเปตฺถ โยเชตพฺพํ.

๖๖๙. เอวํ สุคเตสุ มโนปโทสสฺส มหตฺตรกลิภาวํ สาเธตฺวา อิทานิ วาริตวตฺถุคาถา นาม จุทฺทส คาถา อาห. อิมา กิร โกกาลิกํ มียมานเมว โอวทนฺเตนายสฺมตา มหาโมคฺคลฺลาเนน วุตฺตา, ‘‘มหาพฺรหฺมุนา’’ติ เอเก. ตาสํ อิมินา สุตฺเตน สทฺธึ เอกสงฺคหตฺถํ อยมุทฺเทโส ‘‘โย โลภคุเณ อนุยุตฺโต’’ติอาทิ. ตตฺถ ปฐมคาถาย ตาว ‘‘คุโณ’’ติ นิทฺทิฏฺฐตฺตา อเนกกฺขตฺตุํ ปวตฺตตฺตา วา โลโภเยว โลภคุโณ, ตณฺหาเยตํ อธิวจนํ. อวทญฺญูติ อวจนญฺญู พุทฺธานมฺปิ โอวาทํ อคฺคหเณน. มจฺฉรีติ ปญฺจวิธมจฺฉริเยน. เปสุณิยํ อนุยุตฺโตติ อคฺคสาวกานํ เภทกามตาย. เสสํ ปากฏเมว. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย, อาวุโส โกกาลิก, ตุมฺหาทิโส อนุยุตฺตโลภตณฺหาย โลภคุเณ อนุยุตฺโต อสฺสทฺโธ กทริโย อวทญฺญู มจฺฉรี เปสุณิยํ อนุยุตฺโต, โส วจสา ปริภาสติ อญฺญํ อภาสเนยฺยมฺปิ ปุคฺคลํ. เตน ตํ วทามิ ‘‘มุขทุคฺคา’’ติ คาถาตฺตยํ.

๖๗๐. ตสฺสายํ อนุตฺตานปทตฺโถ – มุขทุคฺค มุขวิสม, วิภูต วิคตภูต, อลิกวาทิ, อนริย อสปฺปุริส, ภูนหุ ภูติหนก, วุฑฺฒินาสก, ปุริสนฺต อนฺติมปุริส, กลิ อลกฺขิปุริส, อวชาต พุทฺธสฺส อวชาตปุตฺต.

๖๗๑. รชมากิรสีติ กิเลสรชํ อตฺตนิ ปกฺขิปสิ. ปปตนฺติ โสพฺภํ. ‘‘ปปาต’’นฺติปิ ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. ‘‘ปปท’’นฺติปิ ปาโฐ, มหานิรยนฺติ อตฺโถ.

๖๗๒. เอติ หตนฺติ เอตฺถ ห-อิติ นิปาโต, ตนฺติ ตํ กุสลากุสลกมฺมํ. อถ วา หตนฺติ คตํ ปฏิปนฺนํ, อุปจิตนฺติ อตฺโถ. สุวามีติ สามิ ตสฺส กมฺมสฺส กตตฺตา. โส หิ ตํ กมฺมํ ลภเตว, นาสฺส ตํ นสฺสตีติ วุตฺตํ โหติ. ยสฺมา จ ลภติ, ตสฺมา ทุกฺขํ มนฺโท…เป… กิพฺพิสการี.

๖๗๓. อิทานิ ยํ ทุกฺขํ มนฺโท ปสฺสติ, ตํ ปกาเสนฺโต ‘‘อโยสงฺกุสมาหตฏฺฐาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปุริมอุปฑฺฒคาถาย ตาว อตฺโถ – ยํ ตํ อโยสงฺกุสมาหตฏฺฐานํ สนฺธาย ภควตา ‘‘ตเมนํ, ภิกฺขเว, นิรยปาลา ปญฺจวิธพนฺธนํ นาม การณํ กโรนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๕๐; อ. นิ. ๓.๓๖) วุตฺตํ, ตํ อุเปติ, เอวํ อุเปนฺโต จ ตตฺเถว อาทิตฺตาย โลหปถวิยา นิปชฺชาเปตฺวา นิรยปาเลหิ ปญฺจสุ ฐาเนสุ อาโกฏิยมานํ ตตฺตํ ขิลสงฺขาตํ ติณฺหธารมยสูลมุเปติ, ยํ สนฺธาย ภควตา วุตฺตํ ‘‘ตตฺตํ อโยขิลํ หตฺเถ คเมนฺตี’’ติอาทิ. ตโต ปรา อุปฑฺฒคาถา อเนกานิ วสฺสสหสฺสานิ ตตฺถ ปจฺจิตฺวา ปกฺกาวเสสานุภวนตฺถํ อนุปุพฺเพน ขาโรทกนทีตีรํ คตสฺส ยํ ตํ ‘‘ตตฺตํ อโยคุฬํ มุเข ปกฺขิปนฺติ, ตตฺตํ ตมฺพโลหํ มุเข อาสิญฺจนฺตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺถ อโยติ โลหํ. คุฬสนฺนิภนฺติ เพลุวสณฺฐานํ. อโยคหเณน เจตฺถ ตมฺพโลหํ, อิตเรน อโยคุฬํ เวทิตพฺพํ. ปติรูปนฺติ กตกมฺมานุรูปํ.

๖๗๔. ตโต ปราสุ คาถาสุ น หิ วคฺคูติ ‘‘คณฺหถ, ปหรถา’’ติอาทีนิ วทนฺตา นิรยปาลา มธุรวาจํ น วทนฺติ. นาภิชวนฺตีติ น สุมุขภาเวน อภิมุขา ชวนฺติ, น สุมุขา อุปสงฺกมนฺติ, อนยพฺยสนมาวหนฺตา เอว อุปสงฺกมนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. น ตาณมุเปนฺตีติ ตาณํ เลณํ ปฏิสรณํ หุตฺวา น อุปคจฺฉนฺติ, คณฺหนฺตา หนนฺตา เอว อุเปนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. องฺคาเร สนฺถเต สยนฺตีติ องฺคารปพฺพตํ อาโรปิตา สมานา อเนกานิ วสฺสสหสฺสานิ สนฺถเต องฺคาเร เสนฺติ. คินิสมฺปชฺชลิตนฺติ สมนฺตโต ชลิตํ สพฺพทิสาสุ จ สมฺปชฺชลิตํ อคฺคึ. ปวิสนฺตีติ มหานิรเย ปกฺขิตฺตา สมานา โอคาหนฺติ. มหานิรโย นาม โย โส ‘‘จตุกฺกณฺโณ’’ติ (อ. นิ. ๓.๓๖) วุตฺโต, นํ โยชนสเต ฐตฺวา ปสฺสตํ อกฺขีนิ ภิชฺชนฺติ.

๖๗๕. ชาเลน จ โอนหิยานาติ อโยชาเลน ปลิเวเฐตฺวา มิคลุทฺทกา มิคํ วิย หนนฺติ. อิทํ เทวทูเต อวุตฺตกมฺมการณํ. อนฺธํว ติมิสมายนฺตีติ อนฺธกรเณน อนฺธเมว พหลนฺธการตฺตา ‘‘ติมิส’’นฺติ สญฺญิตํ ธูมโรรุวํ นาม นรกํ คจฺฉนฺติ. ตตฺร กิร เนสํ ขรธูมํ ฆายิตฺวา อกฺขีนิ ภิชฺชนฺติ, เตน ‘‘อนฺธํวา’’ติ วุตฺตํ. ตํ วิตตญฺหิ ยถา มหิกาโยติ ตญฺจ อนฺธติมิสํ มหิกาโย วิย วิตตํ โหตีติ อตฺโถ. ‘‘วิตฺถต’’นฺติปิ ปาโฐ. อิทมฺปิ เทวทูเต อวุตฺตกมฺมการณเมว.

๖๗๖. อถ โลหมยนฺติ อยํ ปน โลหกุมฺภี ปถวิปริยนฺติกา จตุนหุตาธิกานิ เทฺวโยชนสตสหสฺสานิ คมฺภีรา สมติตฺติกา ตตฺรโลหปูรา โหติ. ปจฺจนฺติ หิ ตาสุ จิรรตฺตนฺติ ตาสุ กุมฺภีสุ ทีฆรตฺตํ ปจฺจนฺติ. อคฺคินิสมาสูติ อคฺคิสมาสุ. สมุปฺปิลวาเตติ สมุปฺปิลวนฺตา, สกิมฺปิ อุทฺธํ สกิมฺปิ อโธ คจฺฉมานา เผณุทฺเทหกํ ปจฺจนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. เทวทูเต วุตฺตนเยเนว ตํ เวทิตพฺพํ.

๖๗๗. ปุพฺพโลหิตมิสฺเสติ ปุพฺพโลหิตมิสฺสาย โลหกุมฺภิยา. ตตฺถ กินฺติ ตตฺถ. ยํ ยํ ทิสกนฺติ ทิสํ วิทิสํ. อธิเสตีติ คจฺฉติ. ‘‘อภิเสตี’’ติปิ ปาโฐ, ตตฺถ ยํ ยํ ทิสํ อลฺลียติ อปสฺสยตีติ อตฺโถ. กิลิสฺสตีติ พาธียติ. ‘‘กิลิชฺชตี’’ติปิ ปาโฐ, ปูติ โหตีติ อตฺโถ. สมฺผุสมาโนติ เตน ปุพฺพโลหิเตน ผุฏฺโฐ สมาโน. อิทมฺปิ เทวทูเต อวุตฺตกมฺมการณํ.

๖๗๘. ปุฬวาวสเถติ ปุฬวานํ อาวาเส. อยมฺปิ โลหกุมฺภีเยว เทวทูเต ‘‘คูถนิรโย’’ติ วุตฺตา, ตตฺถ ปติตสฺส สูจิมุขปาณา ฉวิอาทีนิ ฉินฺทิตฺวา อฏฺฐิมิญฺชํ ขาทนฺติ. คนฺตุํ น หิ ตีรมปตฺถีติ อปคนฺตุํ น หิ ตีรํ อตฺถิ. ‘‘ตีรวมตฺถี’’ติปิ ปาโฐ, โสเยวตฺโถ. ตีรเมว เอตฺถ ‘‘ตีรว’’นฺติ วุตฺตํ. สพฺพสมา หิ สมนฺตกปลฺลาติ ยสฺมา ตสฺสา กุมฺภิยา อุปริภาเคปิ นิกุชฺชิตตฺตา สพฺพตฺถ สมา สมนฺตโต กฏาหา, ตสฺมา อปคนฺตุํ ตีรํ นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ.

๖๗๙. อสิปตฺตวนํ เทวทูเต วุตฺตนยเมว. ตญฺหิ ทูรโต รมณียํ อมฺพวนํ วิย ทิสฺสติ, อเถตฺถ โลเภน เนรยิกา ปวิสนฺติ, ตโต เนสํ วาเตริตานิ ปตฺตานิ ปติตฺวา องฺคปจฺจงฺคานิ ฉินฺทนฺติ. เตนาห – ‘‘ตํ ปวิสนฺติ สมุจฺฉิทคตฺตา’’ติ. ตํ ปวิสนฺติ ตโต สุฏฺฐุ ฉินฺนคตฺตา โหนฺตีติ. ชิวฺหํ พฬิเสน คเหตฺวา อารชยารชยา วิหนนฺตีติ ตตฺถ อสิปตฺตวเน เวเคน ธาวิตฺวา ปติตานํ มุสาวาทีนํ เนรยิกานํ นิรยปาลา ชิวฺหํ พฬิเสน นิกฺกฑฺฒิตฺวา ยถา มนุสฺสา อลฺลจมฺมํ ภูมิยํ ปตฺถริตฺวา ขิเลหิ อาโกเฏนฺติ, เอวํ อาโกเฏตฺวา ผรสูหิ ผาเลตฺวา ผาเลตฺวา เอกเมกํ โกฏึ ฉินฺเทตฺวา วิหนนฺติ, ฉินฺนฉินฺนา โกฏิ ปุนปฺปุนํ สมุฏฺฐาติ. ‘‘อารจยารจยา’’ติปิ ปาโฐ, อาวิญฺฉิตฺวา อาวิญฺฉิตฺวาติ อตฺโถ. เอตมฺปิ เทวทูเต อวุตฺตกมฺมการณํ.

๖๘๐. เวตรณินฺติ เทวทูเต ‘‘มหตี ขาโรทกา นที’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๖๙) วุตฺตนทึ. สา กิร คงฺคา วิย อุทกภริตา ทิสฺสติ. อเถตฺถ นฺหายิสฺสาม ปิวิสฺสามาติ เนรยิกา ปตนฺติ. ติณฺหธารขุรธารนฺติ ติณฺหธารํ ขุรธารํ, ติกฺขธารขุรธารวตินฺติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺสา กิร นทิยา อุทฺธมโธ อุภยตีเรสุ จ ติณฺหธารา ขุรา ปฏิปาฏิยา ฐปิตา วิย ติฏฺฐนฺติ, เตน สา ‘‘ติณฺหธารา ขุรธารา’’ติ วุจฺจติ. ตํ ติณฺหธารขุรธารํ อุทกาสาย อุเปนฺติ อลฺลียนฺตีติ อตฺโถ. เอวํ อุเปนฺตา จ ปาปกมฺเมน โจทิตา ตตฺถ มนฺทา ปปตนฺติ พาลาติ อตฺโถ.

๖๘๑. สามา สพลาติ เอตํ ปรโต ‘‘โสณา’’ติ อิมินา โยเชตพฺพํ. สามวณฺณา กมฺมาสวณฺณา จ โสณา ขาทนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. กาโกลคณาติ กณฺหกากคณา. ปฏิคิทฺธาติ สุฏฺฐุ สญฺชาตเคธา หุตฺวา, ‘‘มหาคิชฺฌา’’ติ เอเก. กุลลาติ กุลลปกฺขิโน, ‘‘เสนานเมตํ นาม’’นฺติ เอเก. วายสาติ อกณฺหกากา. อิทมฺปิ เทวทูเต อวุตฺตกมฺมการณํ. ตตฺถ วุตฺตานิปิ ปน กานิจิ อิธ น วุตฺตานิ, ตานิ เอเตสํ ปุริมปจฺฉิมภาคตฺตา วุตฺตาเนว โหนฺตีติ เวทิตพฺพานิ.

๖๘๒. อิทานิ สพฺพเมเวตํ นรกวุตฺตึ ทสฺเสตฺวา โอวทนฺโต ‘‘กิจฺฉา วตาย’’นฺติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – กิจฺฉา วต อยํ อิธ นรเก นานปฺปการกมฺมกรณเภทา วุตฺติ, ยํ ชโน ผุสติ กิพฺพิสการี. ตสฺมา อิธ ชีวิตเสเส ชีวิตสนฺตติยา วิชฺชมานาย อิธ โลเก ฐิโตเยว สมาโน สรณคมนาทิกุสลธมฺมานุฏฺฐาเนน กิจฺจกโร นโร สิยา ภเวยฺย. กิจฺจกโร ภวนฺโตปิ จ สาตจฺจการิตาวเสเนว ภเวยฺย, น ปมชฺเช มุหุตฺตมฺปิ น ปมาทมาปชฺเชยฺยาติ อยเมตฺถ สมุจฺจยวณฺณนา. ยสฺมา ปน วุตฺตาวเสสานิ ปทานิ ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานตฺถตฺตา จ สุวิญฺเญยฺยาเนว, ตสฺมา อนุปทวณฺณนา น กตาติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย โกกาลิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.