๓. สุภาสิตสุตฺตวณฺณนา
เอวํ เม สุตนฺติ สุภาสิตสุตฺตํ. อตฺตชฺฌาสยโต จสฺส อุปฺปตฺติ. ภควา หิ สุภาสิตปฺปิโย, โส อตฺตโน สุภาสิตสมุทาจารปฺปกาสเนน สตฺตานํ ทุพฺภาสิตสมุทาจารํ ปฏิเสเธนฺโต อิมํ สุตฺตมภาสิ. ตตฺถ เอวํ เม สุตนฺติอาทิ สงฺคีติการวจนํ. ตตฺถ ตตฺร โข ภควา…เป… ภทนฺเตติ เต ภิกฺขูติ เอตํ อปุพฺพํ, เสสํ วุตฺตนยเมว. ตสฺมา อปุพฺพปทวณฺณนตฺถมิทํ วุจฺจติ – ตตฺราติ เทสกาลปริทีปนํ. ตญฺหิ ยํ สมยํ วิหรติ, ตตฺร สมเย, ยสฺมิญฺจ อาราเม วิหรติ, ตตฺร อาราเมติ ทีเปติ. ภาสิตพฺพยุตฺเต วา เทสกาเล ทีเปติ. น หิ ภควา อยุตฺเต เทเส กาเล วา ธมฺมํ ภาสติ. ‘‘อกาโล โข, ตาว, พาหิยา’’ติอาทิ (อุทา. ๑๐) เจตฺถ สาธกํ. โขติ ปทปูรณมตฺเต อวธารณาทิกาลตฺเถ วา นิปาโต. ภควาติ โลกครุปริทีปนํ. ภิกฺขูติ กถาสวนยุตฺตปุคฺคลปริทีปนํ. อามนฺเตสีติ อาลปิ อภาสิ สมฺโพเธสิ.
ภิกฺขโวติ อามนฺตนาการปริทีปนํ. ตญฺจ ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยคสิทฺธตฺตา วุตฺตํ. เตน เนสํ หีนาธิกชนเสวิตํ วุตฺตึ ปกาเสนฺโต อุทฺธตทีนภาวนิคฺคหํ กโรติ. ‘‘ภิกฺขโว’’ติ อิมินา จ กรุณาวิปฺผารโสมฺมหทยนยนนิปาตปุพฺพงฺคเมน วจเนน เต อตฺตโน มุขาภิมุเข กริตฺวา เตเนว กเถตุกมฺยตาทีปเกน วจเนน เตสํ โสตุกมฺยตํ ชเนติ, เตเนว จ สมฺโพธนตฺเถน วจเนน สาธุกสวนมนสิกาเรปิ เต นิโยเชติ. สาธุกสวนมนสิการายตฺตา หิ สาสนสมฺปตฺติ. อปเรสุปิ เทวมนุสฺเสสุ วิชฺชมาเนสุ กสฺมา ภิกฺขู เอว อามนฺเตสีติ เจ? เชฏฺฐเสฏฺฐาสนฺนสทาสนฺนิหิตภาวโต. สพฺพปริสสาธารณา หิ อยํ ธมฺมเทสนา, น ปาฏิปุคฺคลิกา. ปริสาย จ เชฏฺฐา ภิกฺขู ปฐมุปฺปนฺนตฺตา, เสฏฺฐา อนคาริยภาวํ อาทึ กตฺวา สตฺถุ จริยานุวิธายกตฺตา สกลสาสนปฏิคฺคาหกตฺตา จ. อาสนฺนา ตตฺถ นิสินฺเนสุ สตฺถุ สนฺติกตฺตา, สทา สนฺนิหิตา สตฺถุ สนฺติกาวจรตฺตา. เตน ภควา สพฺพปริสสาธารณํ ธมฺมํ เทเสนฺโต ภิกฺขู เอว อามนฺเตสิ. อปิจ ภาชนํ เต อิมาย กถาย ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปตฺติสพฺภาวโตติปิ เต เอว อามนฺเตสิ. ภทนฺเตติ คารวาธิวจนเมตํ. เต ภิกฺขูติ เย ภควา อามนฺเตสิ, เต เอวํ ภควนฺตํ อาลปนฺตา ภควโต ปจฺจสฺโสสุนฺติ.
จตูหิ องฺเคหีติ จตูหิ การเณหิ อวยเวหิ วา. มุสาวาทาเวรมณิอาทีนิ หิ จตฺตาริ สุภาสิตวาจาย การณานิ. สจฺจวจนาทโย จตฺตาโร อวยวา, การณตฺเถ จ องฺคสทฺโท. จตูหีติ นิสฺสกฺกวจนํ โหติ, อวยวตฺเถ กรณวจนํ. สมนฺนาคตาติ สมนุอาคตา ปวตฺตา ยุตฺตา จ. วาจาติ สมุลฺลปนวาจา. ยา สา ‘‘วาจา คิรา พฺยปฺปโถ’’ติ (ธ. ส. ๖๓๖) จ, ‘‘เนลา กณฺณสุขา’’ติ (ที. นิ. ๑.๙; ม. นิ. ๓.๑๔) จ เอวมาทีสุ อาคจฺฉติ. ยา ปน ‘‘วาจาย เจ กตํ กมฺม’’นฺติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ กายกมฺมทฺวาร) เอวํ วิญฺญตฺติ จ, ‘‘ยา จตูหิ วจีทุจฺจริเตหิ อารติ วิรติ…เป… อยํ วุจฺจติ สมฺมาวาจา’’ติ (ธ. ส. ๒๙๙; วิภ. ๒๐๖) เอวํ วิรติ จ, ‘‘ผรุสวาจา, ภิกฺขเว, อาเสวิตา ภาวิตา พหุลีกตา นิรยสํวตฺตนิกา โหตี’’ติ (อ. นิ. ๘.๔๐) เอวํ เจตนา จ วาจาติ อาคจฺฉติ, สา อิธ น อธิปฺเปตา. กสฺมา? อภาสิตพฺพโต. สุภาสิตา โหตีติ สุฏฺฐุ ภาสิตา โหติ. เตนสฺสา อตฺถาวหนตํ ทีเปติ. น ทุพฺภาสิตาติ น ทุฏฺฐุ ภาสิตา. เตนสฺสา อนตฺถานาวหนตํ ทีเปติ. อนวชฺชาติ วชฺชสงฺขาตราคาทิโทสวิรหิตา. เตนสฺสา การณสุทฺธึ วุตฺตโทสาภาวญฺจ ทีเปติ. อนนุวชฺชา จาติ อนุวาทวิมุตฺตา. เตนสฺสา สพฺพาการสมฺปตฺตึ ทีเปติ. วิญฺญูนนฺติ ปณฺฑิตานํ. เตน นินฺทาปสํสาสุ พาลา อปฺปมาณาติ ทีเปติ.
กตเมหิ จตูหีติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. ภิกฺขเวติ เยสํ กเถตุกาโม, ตทาลปนํ. ภิกฺขูติ วุตฺตปฺปการวาจาภาสนกปุคฺคลนิทสฺสนํ. สุภาสิตํเยว ภาสตีติ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนาย จตูสุ วาจงฺเคสุ อญฺญตรงฺคนิทฺเทสวจนํ. โน ทุพฺภาสิตนฺติ ตสฺเสว วาจงฺคสฺส ปฏิปกฺขภาสนนิวารณํ. เตน ‘‘มุสาวาทาทโยปิ กทาจิ วตฺตพฺพา’’ติ ทิฏฺฐึ นิเสเธติ. ‘‘โน ทุพฺภาสิต’’นฺติ อิมินา วา มิจฺฉาวาจปฺปหานํ ทีเปติ, ‘‘สุภาสิต’’นฺติ อิมินา ปหีนมิจฺฉาวาเจน สตา ภาสิตพฺพวจนลกฺขณํ. ตถา ปาปสฺส อกรณํ, กุสลสฺส อุปสมฺปทํ. องฺคปริทีปนตฺถํ ปน อภาสิตพฺพํ ปุพฺเพ อวตฺวา ภาสิตพฺพเมวาห. เอส นโย ธมฺมํเยวาติอาทีสุปิ.
เอตฺถ จ ‘‘สุภาสิตํเยว ภาสติ โน ทุพฺภาสิต’’นฺติ อิมินา ปิสุณโทสรหิตํ สมคฺคกรณวจนํ วุตฺตํ, ‘‘ธมฺมํเยว ภาสติ โน อธมฺม’’นฺติ อิมินา สมฺผโทสรหิตํ ธมฺมโต อนเปตํ มนฺตาวจนํ วุตฺตํ, อิตเรหิ ทฺวีหิ ผรุสาลิกรหิตานิ ปิยสจฺจวจนานิ วุตฺตานิ. อิเมหิ โขติอาทินา ปน ตานิ องฺคานิ ปจฺจกฺขโต ทสฺเสนฺโต ตํ วาจํ นิคเมติ. วิเสสโต เจตฺถ ‘‘อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตา วาจา สุภาสิตา โหตี’’ติ ภณนฺโต ยทญฺเญ ปฏิญฺญาทีหิ อวยเวหิ นามาทีหิ ปเทหิ ลิงฺควจนวิภตฺติกาลการกาทีหิ สมฺปตฺตีหิ จ สมนฺนาคตํ วาจํ ‘‘สุภาสิต’’นฺติ มญฺญนฺติ, ตํ ธมฺมโต ปฏิเสเธติ. อวยวาทิสมฺปนฺนาปิ หิ เปสุญฺญาทิสมนฺนาคตา วาจา ทุพฺภาสิตาว โหติ อตฺตโน ปเรสญฺจ อนตฺถาวหตฺตา. อิเมหิ ปน จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตา สเจปิ มิลกฺขุภาสาปริยาปนฺนา ฆฏเจฏิกาคีติกปริยาปนฺนา วา โหติ, ตถาปิ สุภาสิตา เอว โลกิยโลกุตฺตรหิตสุขาวหตฺตา. สีหฬทีเป มคฺคปสฺเส สสฺสํ รกฺขนฺติยา สีหฬเจฏิกาย สีหฬเกเนว ชาติชรามรณปฏิสํยุตฺตํ คีตํ คายนฺติยา สุตฺวา มคฺคํ คจฺฉนฺตา สฏฺฐิมตฺตา วิปสฺสกภิกฺขู เจตฺถ อรหตฺตํ ปตฺตา นิทสฺสนํ. ตถา ติสฺโส นาม อารทฺธวิปสฺสโก ภิกฺขุ ปทุมสรสมีเปน คจฺฉนฺโต ปทุมสเร ปทุมานิ ภญฺชิตฺวา ภญฺชิตฺวา –
‘‘ปาโต ผุลฺลํ โกกนทํ, สูริยาโลเกน ภชฺชิยเต;
เอวํ มนุสฺสตฺตคตา สตฺตา, ชราภิเวเคน มทฺทียนฺตี’’ติ. –
อิมํ คีตํ คายนฺติยา เจฏิกาย สุตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต, พุทฺธนฺตเร จ อญฺญตโร ปุริโส สตฺตหิ ปุตฺเตหิ สทฺธึ วนา อาคมฺม อญฺญตราย อิตฺถิยา มุสเลน ตณฺฑุเล โกฏฺเฏนฺติยา –
‘‘ชราย ปริมทฺทิตํ เอตํ, มิลาตฉวิจมฺมนิสฺสิตํ;
มรเณน ภิชฺชติ เอตํ, มจฺจุสฺส ฆสมามิสํ.
‘‘กิมีนํ อาลยํ เอตํ, นานากุณเปน ปูริตํ;
อสุจิสฺส ภาชนํ เอตํ, กทลิกฺขนฺธสมํ อิท’’นฺติ. –
อิมํ คีติกํ สุตฺวา สห ปุตฺเตหิ ปจฺเจกโพธึ ปตฺโต, อญฺเญ จ อีทิเสหิ อุปาเยหิ อริยภูมึ ปตฺตา นิทสฺสนํ. อนจฺฉริยํ ปเนตํ, ยํ ภควตา อาสยานุสยกุสเลน ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทินา นเยน วุตฺตา คาถาโย สุตฺวา ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปาปุณึสุ, อญฺเญ จ ขนฺธายตนาทิปฏิสํยุตฺตา กถา สุตฺวา อเนเก เทวมนุสฺสาติ. เอวํ อิเมหิ จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตา วาจา สเจปิ มิลกฺขุภาสาปริยาปนฺนา, ฆฏเจฏิกาคีติกปริยาปนฺนา วา โหติ, ตถาปิ ‘‘สุภาสิตา’’ติ เวทิตพฺพา. สุภาสิตตฺตา เอว จ อนวชฺชา จ อนนุวชฺชา จ วิญฺญูนํ อตฺถตฺถิกานํ กุลปุตฺตานํ อตฺถปฏิสรณานํ, โน พฺยญฺชนปฏิสรณานนฺติ.
อิทมโวจ ภควาติ อิทํ สุภาสิตลกฺขณํ ภควา อโวจ. อิทํ วตฺวาน สุคโต, อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถาติ อิทญฺจ ลกฺขณํ วตฺวา อถ อญฺญมฺปิ เอตํ อโวจ สตฺถา. อิทานิ วตฺตพฺพคาถํ ทสฺเสตฺวา สพฺพเมตํ สงฺคีติการกา อาหํสุ. ตตฺถ อปรนฺติ คาถาพนฺธวจนํ สนฺธาย วุจฺจติ. ตํ ทุวิธํ โหติ – ปจฺฉา อาคตปริสํ อสฺสวนสุสฺสวนอาธารณทฬฺหีกรณาทีนิ วา สนฺธาย ตทตฺถทีปกเมว จ. ปุพฺเพ เกนจิ การเณน ปริหาปิตสฺส อตฺถสฺส ทีปเนน อตฺถวิเสสทีปกญฺจ ‘‘ปุริสสฺส หิ ชาตสฺส, กุฐารี ชายเต มุเข’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๖๖๒) วิย. อิธ ปน ตทตฺถทีปกเมว.
๔๕๓. ตตฺถ สนฺโตติ พุทฺธาทโย. เต หิ สุภาสิตํ ‘‘อุตฺตมํ เสฏฺฐ’’นฺติ วณฺณยนฺติ. ทุติยํ ตติยํ จตุตฺถนฺติ อิทํ ปน ปุพฺเพ นิทฺทิฏฺฐกฺกมํ อุปาทาย วุตฺตํ. คาถาปริโยสาเน ปน วงฺคีสตฺเถโร ภควโต สุภาสิเต ปสีทิ.
โส ยํ ปสนฺนาการํ อกาสิ, ยญฺจ วจนํ ภควา อภาสิ, ตํ ทสฺเสนฺตา สงฺคีติการกา ‘‘อถ โข อายสฺมา’’ติอาทิมาหํสุ. ตตฺถ ปฏิภาติ มนฺติ มม ภาโค ปกาสติ. ปฏิภาตุ ตนฺติ ตว ภาโค ปกาสตุ. สารุปฺปาหีติ อนุจฺฉวิกาหิ. อภิตฺถวีติ ปสํสิ.
๔๕๔. น ตาปเยติ วิปฺปฏิสาเรน น ตาเปยฺย. น วิหึเสยฺยาติ อญฺญมญฺญํ ภินฺทนฺโต น พาเธยฺย. สา เว วาจาติ สา วาจา เอกํเสเนว สุภาสิตา. เอตฺตาวตา อปิสุณวาจาย ภควนฺตํ โถเมติ.
๔๕๕. ปฏินนฺทิตาติ หฏฺเฐน หทเยน ปฏิมุขํ คนฺตฺวา นนฺทิตา สมฺปิยายิตา. ยํ อนาทาย ปาปานิ, ปเรสํ ภาสเต ปิยนฺติ ยํ วาจํ ภาสนฺโต ปเรสํ ปาปานิ อปฺปิยานิ ปฏิกฺกูลานิ ผรุสวจนานิ อนาทาย อตฺถพฺยญฺชนมธุรํ ปิยเมว วจนํ ภาสติ, ตํ ปิยวาจเมว ภาเสยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. อิมาย คาถาย ปิยวจเนน ภควนฺตํ อภิตฺถวิ.
๔๕๖. อมตาติ อมตสทิสา สาทุภาเวน. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘สจฺจํ หเว สาทุตรํ รสาน’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๗๓; สุ. นิ. ๑๘๔). นิพฺพานามตปจฺจยตฺตา วา อมตา. เอส ธมฺโม สนนฺตโนติ ยายํ สจฺจวาจา นาม, เอส โปราโณ ธมฺโม จริยา ปเวณี, อิทเมว หิ โปราณานํ อาจิณฺณํ, น เต อลิกํ ภาสึสุ. เตเนวาห – ‘‘สจฺเจ อตฺเถ จ ธมฺเม จ, อหุ สนฺโต ปติฏฺฐิตา’’ติ. ตตฺถ สจฺเจ ปติฏฺฐิตตฺตา เอว อตฺตโน จ ปเรสญฺจ อตฺเถ ปติฏฺฐิตา. อตฺเถ ปติฏฺฐิตตฺตา เอว จ ธมฺเม ปติฏฺฐิตา โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. ปรํ วา ทฺวยํ สจฺจวิเสสนมิจฺเจว เวทิตพฺพํ. สจฺเจ ปติฏฺฐิตา. กีทิเส? อตฺเถ จ ธมฺเม จ, ยํ ปเรสํ อตฺถโต อนเปตตฺตา อตฺถํ อนุปโรธํ กโรตีติ วุตฺตํ โหติ. สติปิ จ อนุปโรธกรตฺเต ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺมํ, ยํ ธมฺมิกเมว อตฺถํ สาเธตีติ วุตฺตํ โหติ. อิมาย คาถาย สจฺจวจเนน ภควนฺตํ อภิตฺถวิ.
๔๕๗. เขมนฺติ อภยํ นิรุปทฺทวํ. เกน การเณนาติ เจ? นิพฺพานปฺปตฺติยา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยาย, ยสฺมา กิเลสนิพฺพานํ ปาเปติ, วฏฺฏทุกฺขสฺส จ อนฺตกิริยาย สํวตฺตตีติ อตฺโถ. อถ วา ยํ พุทฺโธ นิพฺพานปฺปตฺติยา ทุกฺขสฺสนฺตกิริยายาติ ทฺวินฺนํ นิพฺพานธาตูนมตฺถาย เขมมคฺคปฺปกาสนโต เขมํ วาจํ ภาสติ, สา เว วาจานมุตฺตมาติ สา วาจา สพฺพวาจานํ เสฏฺฐาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิมาย คาถาย มนฺตาวจเนน ภควนฺตํ อภิตฺถวนฺโต อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสีติ อยเมตฺถ อปุพฺพปทวณฺณนา. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย สุภาสิตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.