๔. ปูรฬาสสุตฺต-(สุนฺทริกภารทฺวาชสุตฺต)-วณฺณนา

เอวํ เม สุตนฺติ ปูรฬาสสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควา ปจฺฉาภตฺตกิจฺจาวสาเน พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต สุนฺทริกภารทฺวาชพฺราหฺมณํ อรหตฺตสฺส อุปนิสฺสยสมฺปนฺนํ ทิสฺวา ‘‘ตตฺถ มยิ คเต กถา ปวตฺติสฺสติ, ตโต กถาวสาเน ธมฺมเทสนํ สุตฺวา เอส พฺราหฺมโณ ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ จ ญตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา กถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา อิมํ สุตฺตมภาสิ.

ตตฺถ เอวํ เม สุตนฺติอาทิ สงฺคีติการกานํ วจนํ. กึชจฺโจ ภวนฺติอาทิ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส, น พฺราหฺมโณ โนมฺหีติอาทิ ภควโต. ตํ สพฺพมฺปิ สโมธาเนตฺวา ‘‘ปูรฬาสสุตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. ตตฺถ วุตฺตสทิสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ, อวุตฺตํ วณฺณยิสฺสาม, ตญฺจ โข อุตฺตานตฺถานิ ปทานิ อนามสนฺตา. โกสเลสูติ โกสลา นาม ชานปทิโน ราชกุมารา. เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหิสทฺเทน ‘‘โกสลา’’ติ วุจฺจติ. ตสฺมึ โกสเลสุ ชนปเท. เกจิ ปน ‘‘ยสฺมา ปุพฺเพ มหาปนาทํ ราชกุมารํ นานานาฏกาทีนิ ทิสฺวา สิตมตฺตมฺปิ อกโรนฺตํ สุตฺวา ราชา อาณาเปสิ ‘โย มม ปุตฺตํ หสาเปติ, สพฺพาภรเณหิ นํ อลงฺกโรมี’ติ. ตโต นงฺคลานิ ฉฑฺเฑตฺวา มหาชนกาโย สนฺนิปติ. เต จ มนุสฺสา อติเรกสตฺตวสฺสานิ นานากีฬิกาทโย ทสฺเสนฺตาปิ ตํ นาสกฺขึสุ หสาเปตุํ. ตโต สกฺโก เทวนฏํ เปเสสิ, โส ทิพฺพนาฏกํ ทสฺเสตฺวา หสาเปสิ. อถ เต มนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน วสโนกาสาภิมุขา ปกฺกมึสุ. เต ปฏิปเถ มิตฺตสุหชฺชาทโย ทิสฺวา ปฏิสนฺถารมกํสุ ‘กจฺจิ โภ กุสลํ, กจฺจิ โภ กุสล’นฺติ. ตสฺมา ตํ ‘กุสล’นฺติ สทฺทํ อุปาทาย โส ปเทโส ‘โกสโล’ติ วุจฺจตี’’ติ วณฺณยนฺติ. สุนฺทริกาย นทิยา ตีเรติ สุนฺทริกาติ เอวํนามิกาย นทิยา ตีเร.

เตน โข ปนาติ เยน สมเยน ภควา ตํ พฺราหฺมณํ วิเนตุกาโม คนฺตฺวา ตสฺสา นทิยา ตีเร สสีสํ ปารุปิตฺวา รุกฺขมูเล นิสชฺชาสงฺขาเตน อิริยาปถวิหาเรน วิหรติ. สุนฺทริกภารทฺวาโชติ โส พฺราหฺมโณ ตสฺสา นทิยา ตีเร วสติ อคฺคิญฺจ ชุหติ, ภารทฺวาโชติ จสฺส โคตฺตํ, ตสฺมา เอวํ วุจฺจติ. อคฺคึ ชุหตีติ อาหุติปกฺขิปเนน ชาเลติ. อคฺคิหุตฺตํ ปริจรตีติ อคฺยายตนํ สมฺมชฺชนูปเลปนพลิกมฺมาทินา ปยิรุปาสติ. โก นุ โข อิมํ หพฺยเสสํ ภุญฺเชยฺยาติ โส กิร พฺราหฺมโณ อคฺคิมฺหิ ชุหิตฺวา อวเสสํ ปายาสํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อคฺคิมฺหิ ตาว ปกฺขิตฺตปายาโส มหาพฺรหฺมุนา ภุตฺโต, อยํ ปน อวเสโส อตฺถิ. ตํ ยทิ พฺรหฺมุโน มุขโต ชาตสฺส พฺราหฺมณสฺเสว ทเทยฺยํ, เอวํ เม ปิตรา สห ปุตฺโตปิ สนฺตปฺปิโต ภเวยฺย, สุวิโสธิโต จ พฺรหฺมโลกคามิมคฺโค อสฺส, หนฺทาหํ พฺราหฺมณํ คเวสามี’’ติ. ตโต พฺราหฺมณทสฺสนตฺถํ อุฏฺฐายาสนา จตุทฺทิสา อนุวิโลเกสิ – ‘‘โก นุ โข อิมํ หพฺยเสสํ ภุญฺเชยฺยา’’ติ.

อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเลติ ตสฺมึ วนสณฺเฑ เสฏฺฐรุกฺขมูเล. สสีสํ ปารุตนฺติ สห สีเสน ปารุตกายํ. กสฺมา ปน ภควา เอวมกาสิ, กึ นารายนสงฺขาตพโลปิ หุตฺวา นาสกฺขิ หิมปาตํ สีตวาตญฺจ ปฏิพาหิตุนฺติ? อตฺเถตํ การณํ. น หิ พุทฺธา สพฺพโส กายปฏิชคฺคนํ กโรนฺติ เอว, อปิจ ภควา ‘‘อาคเต พฺราหฺมเณ สีสํ วิวริสฺสามิ, มํ ทิสฺวา พฺราหฺมโณ กถํ ปวตฺเตสฺสติ, อถสฺส กถานุสาเรน ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ กถาปวตฺตนตฺถํ เอวมกาสิ. ทิสฺวาน วาเมน…เป… เตนุปสงฺกมีติ โส กิร ภควนฺตํ ทิสฺวา พฺราหฺมโณ ‘‘อยํ สสีสํ ปารุปิตฺวา สพฺพรตฺตึ ปธานมนุยุตฺโต, อิมสฺส ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา อิมํ หพฺยเสสํ ทสฺสามี’’ติ พฺราหฺมณสญฺญี หุตฺวา เอว อุปสงฺกมิ. มุณฺโฑ อยํ ภวํ, มุณฺฑโก อยํ ภวนฺติ สีเส วิวริตมตฺเตว เกสนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มุณฺโฑ’’ติ อาห. ตโต สุฏฺฐุตรํ โอโลเกนฺโต ปริตฺตมฺปิ สิขํ อทิสฺวา หีเฬนฺโต ‘‘มุณฺฑโก’’ติ อาห. เอวรูปา หิ เนสํ พฺราหฺมณานํ ทิฏฺฐิ. ตโต วาติ ยตฺถ ฐิโต อทฺทส, ตมฺหา ปเทสา มุณฺฑาปีติ เกนจิ การเณน มุณฺฑิตสีสาปิ โหนฺติ.

๔๕๘. น พฺราหฺมโณ โนมฺหีติ เอตฺถ นกาโร ปฏิเสเธ, โนกาโร อวธารเณ ‘‘น โน สม’’นฺติอาทีสุ (ขุ. ปา. ๖.๓; สุ. นิ. ๒๒๖) วิย. เตน เนวมฺหิ พฺราหฺมโณติ ทสฺเสติ. น ราชปุตฺโตติ ขตฺติโย นมฺหิ. น เวสฺสายโนติ เวสฺโสปิ นมฺหิ. อุทโกจิ โนมฺหีติ อญฺโญปิ สุทฺโท วา จณฺฑาโล วา โกจิ น โหมีติ เอวํ เอกํเสเนว ชาติวาทสมุทาจารํ ปฏิกฺขิปติ. กสฺมา? มหาสมุทฺทํ ปตฺตา วิย หิ นทิโย ปพฺพชฺชูปคตา กุลปุตฺตา ชหนฺติ ปุริมานิ นามโคตฺตานิ. ปหาราทสุตฺตญฺเจตฺถ (อ. นิ. ๘.๑๙) สาธกํ. เอวํ ชาติวาทํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ยถาภูตมตฺตานํ อาวิกโรนฺโต อาห – ‘‘โคตฺตํ ปริญฺญาย ปุถุชฺชนานํ, อกิญฺจโน มนฺต จรามิ โลเก’’ติ. กถํ โคตฺตํ ปริญฺญาสีติ เจ? ภควา หิ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปญฺจกฺขนฺเธ ปริญฺญาสิ, เตสุ จ ปริญฺญาเตสุ โคตฺตํ ปริญฺญาตเมว โหติ. ราคาทิกิญฺจนานํ ปน อภาเวน โส อกิญฺจโน มนฺตา ชานิตฺวา ญาณานุปริวตฺตีหิ กายกมฺมาทีหิ จรติ. เตนาห – ‘‘โคตฺตํ…เป… โลเก’’ติ. มนฺตา วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย เจส จรติ. เตเนวาห – ‘‘มนฺตํ จรามิ โลเก’’ติ ฉนฺทวเสน รสฺสํ กตฺวา.

๔๕๙-๖๐. เอวํ อตฺตานํ อาวิกตฺวา อิทานิ ‘‘เอวํ โอฬาริกํ ลิงฺคมฺปิ ทิสฺวา ปุจฺฉิตพฺพาปุจฺฉิตพฺพํ น ชานาสี’’ติ พฺราหฺมณสฺส อุปารมฺภํ อาโรเปนฺโต อาห – ‘‘สงฺฆาฏิวาสี…เป… โคตฺตปญฺห’’นฺติ. เอตฺถ จ ฉินฺนสงฺฆฏิตฏฺเฐน ตีณิปิ จีวรานิ ‘‘สงฺฆาฏี’’ติ อธิปฺเปตานิ, ตานิ นิวาเสติ ปริทหตีติ สงฺฆาฏิวาสี. อคโหติ อเคโห, นิตฺตโณฺหติ อธิปฺปาโย. นิวาสาคารํ ปน ภควโต เชตวเน มหาคนฺธกุฏิกเรริมณฺฑลมาฬโกสมฺพกุฏิจนฺทนมาลาทิอเนกปฺปการํ, ตํ สนฺธาย น ยุชฺชติ. นิวุตฺตเกโสติ อปนีตเกโส, โอหาริตเกสมสฺสูติ วุตฺตํ โหติ. อภินิพฺพุตตฺโตติ อตีว วูปสนฺตปริฬาหจิตฺโต, คุตฺตจิตฺโต วา. อลิปฺปมาโน อิธ มาณเวหีติ อุปกรณสิเนหสฺส ปหีนตฺตา มนุสฺเสหิ อลิตฺโต อสํสฏฺโฐ เอกนฺตวิวิตฺโต. อกลฺลํ มํ พฺราหฺมณาติ ยฺวาหํ เอวํ สงฺฆาฏิวาสี…เป… อลิปฺปมาโน อิธ มาณเวหิ, ตํ มํ ตฺวํ, พฺราหฺมณ, ปากติกานิ นามโคตฺตานิ อตีตํ ปพฺพชิตํ สมานํ อปฺปติรูปํ โคตฺตปญฺหํ ปุจฺฉสีติ.

เอวํ วุตฺเต อุปารมฺภํ โมเจนฺโต พฺราหฺมโณ อาห – ปุจฺฉนฺติ เว, โภ พฺราหฺมณา, พฺราหฺมเณภิ สห ‘‘พฺราหฺมโณ โน ภว’’นฺติ. ตตฺถ พฺราหฺมโณ โนติ พฺราหฺมโณ นูติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – นาหํ โภ อกลฺลํ ปุจฺฉามิ. อมฺหากญฺหิ พฺราหฺมณสมเย พฺราหฺมณา พฺราหฺมเณหิ สห สมาคนฺตฺวา ‘‘พฺราหฺมโณ นุ ภวํ, ภารทฺวาโช นุ ภว’’นฺติ เอวํ ชาติมฺปิ โคตฺตมฺปิ ปุจฺฉนฺติ เอวาติ.

๔๖๑-๒. เอวํ วุตฺเต ภควา พฺราหฺมณสฺส จิตฺตมุทุภาวกรณตฺถํ มนฺเตสุ อตฺตโน ปกตญฺญุตํ ปกาเสนฺโต อาห – ‘‘พฺราหฺมโณ หิ เจ ตฺวํ พฺรูสิ…เป… จตุวีสตกฺขร’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – สเจ ตฺวํ ‘‘พฺราหฺมโณ อหํ’’ติ พฺรูสิ, มญฺจ อพฺราหฺมณํ พฺรูสิ, ตสฺมา ภวนฺตํ สาวิตฺตึ ปุจฺฉามิ ติปทํ จตุวีสตกฺขรํ, ตํ เม พฺรูหีติ. เอตฺถ จ ภควา ปรมตฺถเวทานํ ติณฺณํ ปิฏกานํ อาทิภูตํ ปรมตฺถพฺราหฺมเณหิ สพฺพพุทฺเธหิ ปกาสิตํ อตฺถสมฺปนฺนํ พฺยญฺชนสมฺปนฺนญฺจ ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ, สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ อิมํ อริยสาวิตฺตึ สนฺธาย ปุจฺฉติ. ยทิปิ หิ พฺราหฺมโณ อญฺญํ วเทยฺย, อทฺธา นํ ภควา ‘‘นายํ, พฺราหฺมณ, อริยสฺส วินเย สาวิตฺตีติ วุจฺจตี’’ติ ตสฺส อสารกตฺตํ ทสฺเสตฺวา อิเธว ปติฏฺฐาเปยฺย. พฺราหฺมโณ ปน ‘‘สาวิตฺตึ ปุจฺฉามิ ติปทํ จตุวีสตกฺขร’’นฺติ อิทํ อตฺตโน สมยสิทฺธํ สาวิตฺติลกฺขณพฺยญฺชนกํ พฺรหฺมสฺสเรน นิจฺฉาริตวจนํ สุตฺวาว ‘‘อทฺธายํ สมโณ พฺราหฺมณสมเย นิฏฺฐํ คโต, อหํ ปน อญฺญาเณน ‘อพฺราหฺมโณ อย’นฺติ ปริภวึ, สาธุรูโป มนฺตปารคู พฺราหฺมโณว เอโส’’ติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ‘‘หนฺท นํ ยญฺญวิธึ ทกฺขิเณยฺยวิธิญฺจ ปุจฺฉามี’’ติ ตมตฺถํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘กึนิสฺสิตา…เป… โลเก’’ติ อิมํ วิสมคาถาปทตฺตยมาห. ตสฺสตฺโถ – กึนิสฺสิตา กิมธิปฺปายา กึ ปตฺเถนฺตา อิสโย จ ขตฺติยา จ พฺราหฺมณา จ อญฺเญ จ มนุชา เทวตานํ อตฺถาย ยญฺญํ อกปฺปยึสุ. ยญฺญมกปฺปยึสูติ มกาโร ปทสนฺธิกโร. อกปฺปยึสูติ สํวิทหึสุ อกํสุ. ปุถูติ พหู อนฺนปานทานาทินา เภเทน อเนกปฺปกาเร ปุถู วา อิสโย มนุชา ขตฺติยา พฺราหฺมณา จ กึนิสฺสิตา ยญฺญมกปฺปยึสุ. กถํ เนสํ ตํ กมฺมํ สมิชฺฌตีติ อิมินาธิปฺปาเยน ปุจฺฉติ.

๔๖๓. อถสฺส ภควา ตมตฺถํ พฺยากโรนฺโต ‘‘ยทนฺตคู เวทคู ยญฺญกาเล. ยสฺสาหุตึ ลเภ ตสฺสิชฺเฌติ พฺรูมี’’ติ อิทํ เสสปททฺวยมาห. ตตฺถ ยทนฺตคูติ โย อนฺตคู, โอการสฺส อกาโร, ทกาโร จ ปทสนฺธิกโร ‘‘อสาธารณมญฺเญส’’นฺติอาทีสุ (ขุ. ปา. ๘.๙) มกาโร วิย. อยํ ปน อตฺโถ – โย วฏฺฏทุกฺขสฺส ตีหิ ปริญฺญาหิ อนฺตคตตฺตา อนฺตคู, จตูหิ จ มคฺคญาณเวเทหิ กิเลเส วิชฺฌิตฺวา คตตฺตา เวทคู, โส ยสฺส อิสิมนุชขตฺติยพฺราหฺมณานํ อญฺญตรสฺส ยญฺญกาเล ยสฺมึ กิสฺมิญฺจิ อาหาเร ปจฺจุปฏฺฐิเต อนฺตมโส วนปณฺณมูลผลาทิมฺหิปิ อาหุตึ ลเภ, ตโต กิญฺจิ เทยฺยธมฺมํ ลเภยฺย, ตสฺส ตํ ยญฺญกมฺมํ อิชฺเฌ สมิชฺเฌยฺย, มหปฺผลํ ภเวยฺยาติ พฺรูมีติ.

๔๖๔. อถ พฺราหฺมโณ ตํ ภควโต ปรมตฺถโยคคมฺภีรํ อติมธุรคิรนิพฺพิการสรสมฺปนฺนํ เทสนํ สุตฺวา สรีรสมฺปตฺติสูจิตญฺจสฺส สพฺพคุณสมฺปตฺตึ สมฺภาวยมาโน ปีติโสมนสฺสชาโต ‘‘อทฺธา หิ ตสฺสา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ อิติ พฺราหฺมโณติ สงฺคีติการานํ วจนํ, เสสํ พฺราหฺมณสฺส. ตสฺสตฺโถ – อทฺธา หิ ตสฺส มยฺหํ หุตมิชฺเฌ, อยํ อชฺช เทยฺยธมฺโม อิชฺฌิสฺสติ สมิชฺฌิสฺสติ มหปฺผโล ภวิสฺสติ ยํ ตาทิสํ เวทคุมทฺทสาม, ยสฺมา ตาทิสํ ภวนฺตรูปํ เวทคุํ อทฺทสาม. ตฺวญฺเญว หิ โส เวทคู, น อญฺโญ. อิโต ปุพฺเพ ปน ตุมฺหาทิสานํ เวทคูนํ อนฺตคูนญฺจ อทสฺสเนน อมฺหาทิสานํ ยญฺเญ ปฏิยตฺตํ อญฺโญ ชโน ภุญฺชติ ปูรฬาสํ จรุกญฺจ ปูวญฺจาติ.

๔๖๕. ตโต ภควา อตฺตนิ ปสนฺนํ วจนปฏิคฺคหณสชฺชํ พฺราหฺมณํ วิทิตฺวา ยถาสฺส สุฏฺฐุ ปากฏา โหนฺติ, เอวํ นานปฺปกาเรหิ ทกฺขิเณยฺเย ปกาเสตุกาโม ‘‘ตสฺมาติห ตฺว’’นฺติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ยสฺมา มยิ ปสนฺโนสิ, ตสฺมา ปน อิห ตฺวํ, พฺราหฺมณ, อุปสงฺกมฺม ปุจฺฉาติ อตฺตานํ ทสฺเสนฺโต อาห. อิทานิ อิโต ปุพฺพํ อตฺเถนอตฺถิกปทํ ปรปเทน สมฺพนฺธิตพฺพํ – อตฺเถน อตฺถิโก ตสฺส อตฺถตฺถิกภาวสฺส อนุรูปํ กิเลสคฺคิวูปสเมน สนฺตํ, โกธธูมวิคเมน วิธูมํ, ทุกฺขาภาเวน อนีฆํ, อเนกวิธอาสาภาเวน นิราสํ อปฺเปวิธ เอกํเสน อิธ ฐิโตว อิธ วา สาสเน อภิวินฺเท ลจฺฉสิ อธิคจฺฉิสฺสสิ สุเมธํ วรปญฺญํ ขีณาสวทกฺขิเณยฺยนฺติ. อถ วา ยสฺมา มยิ ปสนฺโนสิ, ตสฺมาติห, ตฺวํ พฺราหฺมณ, อตฺเถน อตฺถิโก สมาโน อุปสงฺกมฺม ปุจฺฉ สนฺตํ วิธูมํ อนีฆํ นิราสนฺติ อตฺตานํ ทสฺเสนฺโต อาห. เอวํ ปุจฺฉนฺโต อปฺเปวิธ อภิวินฺเท สุเมธํ ขีณาสวทกฺขิเณยฺยนฺติ เอวมฺเปตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.

๔๖๖. อถ พฺราหฺมโณ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาโน ภควนฺตํ อาห – ‘‘ยญฺเญ รโตหํ…เป… พฺรูหิ เมต’’นฺติ. ตตฺถ ยญฺโญ ยาโค ทานนฺติ อตฺถโต เอกํ. ตสฺมา ทานรโต อหํ, ตาย เอว ทานารามตาย ทานํ ทาตุกาโม, น ปน ชานามิ, เอวํ อชานนฺตํ อนุสาสตุ มํ ภวํ. อนุสาสนฺโต จ อุตฺตาเนเนว นเยน ยตฺถ หุตํ อิชฺฌเต พฺรูหิ เมตนฺติ เอวเมตฺถ อตฺถโยชนา เวทิตพฺพา. ‘‘ยถาหุต’’นฺติปิ ปาโฐ.

๔๖๗. อถสฺส ภควา วตฺตุกาโม อาห – ‘‘เตน หิ…เป… เทเสสฺสามี’’ติ. โอหิตโสตสฺส จสฺส อนุสาสนตฺถํ ตาว ‘‘มา ชาตึ ปุจฺฉี’’ติ คาถมาห. ตตฺถ มา ชาตึ ปุจฺฉีติ ยทิ หุตสมิทฺธึ ทานมหปฺผลตํ ปจฺจาสีสสิ, ชาตึ มา ปุจฺฉ. อการณญฺหิ ทกฺขิเณยฺยวิจารณาย ชาติ. จรณญฺจ ปุจฺฉาติ อปิจ โข สีลาทิคุณเภทํ จรณํ ปุจฺฉ. เอตญฺหิ ทกฺขิเณยฺยวิจารณาย การณํ.

อิทานิสฺส ตมตฺถํ วิภาเวนฺโต นิทสฺสนมาห – ‘‘กฏฺฐา หเว ชายติ ชาตเวโท’’ติอาทิ. ตตฺรายมธิปฺปาโย – อิธ กฏฺฐา อคฺคิ ชายติ, น จ โส สาลาทิกฏฺฐา ชาโต เอว อคฺคิกิจฺจํ กโรติ, สาปานโทณิอาทิกฏฺฐา ชาโต น กโรติ, อปิจ โข อตฺตโน อจฺจิอาทิคุณสมฺปนฺนตฺตา เอว กโรติ. เอวํ น พฺราหฺมณกุลาทีสุ ชาโต เอว ทกฺขิเณยฺโย โหติ, จณฺฑาลกุลาทีสุ ชาโต น โหติ, อปิจ โข นีจากุลีโนปิ อุจฺจากุลีโนปิ ขีณาสวมุนิ ธิติมา หิรีนิเสโธ อาชานิโย โหติ, อิมาย ธิติหิริปมุขาย คุณสมฺปตฺติยา ชาติมา อุตฺตมทกฺขิเณยฺโย โหติ. โส หิ ธิติยา คุเณ ธารยติ, หิริยา โทเส นิเสเธติ. วุตฺตญฺเจตํ ‘‘หิริยา หิ สนฺโต น กโรนฺติ ปาป’’นฺติ. เตน เต พฺรูมิ –

‘‘มา ชาตึ ปุจฺฉี จรณญฺจ ปุจฺฉ,

กฏฺฐา หเว ชายติ ชาตเวโท;

นีจากุลีโนปิ มุนี ธิตีมา,

อาชานิโย โหติ หิรีนิเสโธ’’ติ. –

เอส สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน อสฺสลายนสุตฺตานุสาเรน (ม. นิ. ๒.๔๐๑ อาทโย) เวทิตพฺโพ.

๔๖๘. เอวเมตํ ภควา จาตุวณฺณิสุทฺธิยา อนุสาสิตฺวา อิทานิ ยตฺถ หุตํ อิชฺฌเต, ยถา จ หุตํ อิชฺฌเต, ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สจฺเจน ทนฺโต’’ติอาทิคาถมาห. ตตฺถ สจฺเจนาติ ปรมตฺถสจฺเจน. ตญฺหิ ปตฺโต ทนฺโต โหติ. เตนาห – ‘‘สจฺเจน ทนฺโต’’ติ. ทมสา อุเปโตติ อินฺทฺริยทเมน สมนฺนาคโต. เวทนฺตคูติ เวเทหิ วา กิเลสานํ อนฺตํ คโต, เวทานํ วา อนฺตํ จตุตฺถมคฺคญาณํ คโต. วูสิตพฺรหฺมจริโยติ ปุน วสิตพฺพาภาวโต วุตฺถมคฺคพฺรหฺมจริโย. กาเลน ตมฺหิ หพฺยํ ปเวจฺเฉติ อตฺตโน เทยฺยธมฺมฏฺฐิตกาลํ ตสฺส สมฺมุขีภาวกาลญฺจ อุปลกฺเขตฺวา เตน กาเลน ตาทิเส ทกฺขิเณยฺเย เทยฺยธมฺมํ ปเวจฺเฉยฺย, ปเวเสยฺย ปฏิปาเทยฺย.

๔๖๙-๗๑. กาเมติ วตฺถุกาเม จ กิเลสกาเม จ. สุสมาหิตินฺทฺริยาติ สุฏฺฐุ สมาหิตอินฺทฺริยา, อวิกฺขิตฺตอินฺทฺริยาติ วุตฺตํ โหติ. จนฺโทว ราหุคฺคหณา ปมุตฺตาติ ยถา จนฺโท ราหุคฺคหณา, เอวํ กิเลสคฺคหณา ปมุตฺตา เย อตีว ภาสนฺติ เจว ตปนฺติ จ. สตาติ สติสมฺปนฺนา. มมายิตานีติ ตณฺหาทิฏฺฐิมมายิตานิ.

๔๗๒. โย กาเม หิตฺวาติ อิโต ปภุติ อตฺตานํ สนฺธาย วทติ. ตตฺถ กาเม หิตฺวาติ กิเลสกาเม ปหาย. อภิภุยฺยจารีติ เตสํ ปหีนตฺตา วตฺถุกาเม อภิภุยฺยจารี. ชาติมรณสฺส อนฺตํ นาม นิพฺพานํ วุจฺจติ, ตญฺจ โย เวทิ อตฺตโน ปญฺญาพเลน อญฺญาสิ. อุทกรหโท วาติ เย อิเม อโนตตฺตทโห กณฺณมุณฺฑทโห รถการทโห ฉทฺทนฺตทโห กุณาลทโห มนฺทากินิทโห สีหปฺปปาตทโหติ หิมวติ สตฺต มหารหทา อคฺคิสูริยสนฺตาเปหิ อสมฺผุฏฺฐตฺตา นิจฺจํ สีตลา, เตสํ อญฺญตโร อุทกรหโทว สีโต ปรินิพฺพุตกิเลสปริฬาหตฺตา.

๔๗๓. สโมติ ตุโลฺย. สเมหีติ วิปสฺสิอาทีหิ พุทฺเธหิ. เต หิ ปฏิเวธสมตฺตา ‘‘สมา’’ติ วุจฺจนฺติ. นตฺถิ เตสํ ปฏิเวเธนาธิคนฺตพฺเพสุ คุเณสุ, ปหาตพฺเพสุ วา โทเสสุ เวมตฺตตา, อทฺธานอายุกุลปฺปมาณาภินิกฺขมนปธานโพธิรสฺมีหิ ปน เนสํ เวมตฺตตา โหติ. ตถา หิ เต เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน จตูหิ อสงฺเขฺยยฺเยหิ กปฺปสตสหสฺเสน จ ปารมิโย ปูเรนฺติ, อุปริมปริจฺเฉเทน โสฬสหิ อสงฺเขฺยยฺเยหิ กปฺปสตสหสฺเสน จ. อยํ เนสํ อทฺธานเวมตฺตตา. เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน จ วสฺสสตายุกกาเล อุปฺปชฺชนฺติ, อุปริมปริจฺเฉเทน วสฺสสตสหสฺสายุกกาเล. อยํ เนสํ อายุเวมตฺตตา. ขตฺติยกุเล วา พฺราหฺมณกุเล วา อุปฺปชฺชนฺติ. อยํ กุลเวมตฺตตา. อุจฺจา วา โหนฺติ อฏฺฐาสีติหตฺถปฺปมาณา, นีจา วา ปนฺนรสอฏฺฐารสหตฺถปฺปมาณา. อยํ ปมาณเวมตฺตตา. หตฺถิอสฺสรถสิวิกาทีหิ นิกฺขมนฺติ เวหาเสน วา. ตถา หิ วิปสฺสิกกุสนฺธา อสฺสรเถน นิกฺขมึสุ, สิขีโกณาคมนา หตฺถิกฺขนฺเธน, เวสฺสภู สิวิกาย, กสฺสโป เวหาเสน, สกฺยมุนิ อสฺสปิฏฺฐิยา. อยํ เนกฺขมฺมเวมตฺตตา. สตฺตาหํ วา ปธานมนุยุญฺชนฺติ, อฑฺฒมาสํ, มาสํ, เทฺวมาสํ, เตมาสํ, จตุมาสํ, ปญฺจมาสํ, ฉมาสํ, เอกวสฺสํ ทฺวิติจตุปญฺจฉวสฺสานิ วา. อยํ ปธานเวมตฺตตา. อสฺสตฺโถ วา โพธิรุกฺโข โหติ นิโคฺรธาทีนํ วา อญฺญตโร. อยํ โพธิเวมตฺตตา. พฺยามาสีติอนนฺตปภายุตฺตา โหนฺติ. ตตฺถ พฺยามปฺปภา วา อสีติปฺปภา วา สพฺเพสํ สมานา, อนนฺตปฺปภา ปน ทูรมฺปิ คจฺฉติ อาสนฺนมฺปิ, เอกคาวุตํ ทฺวิคาวุตํ โยชนํ อเนกโยชนํ จกฺกวาฬปริยนฺตมฺปิ, มงฺคลสฺส พุทฺธสฺส สรีรปฺปภา ทสสหสฺสจกฺกวาฬํ อคมาสิ. เอวํ สนฺเตปิ มนสา จินฺตายตฺตาว สพฺพพุทฺธานํ, โย ยตฺตกมิจฺฉติ, ตสฺส ตตฺตกํ คจฺฉติ. อยํ รสฺมิเวมตฺตตา. อิมา อฏฺฐ เวมตฺตตา ฐเปตฺวา อวเสเสสุ ปฏิเวเธนาธิคนฺตพฺเพสุ คุเณสุ, ปหาตพฺเพสุ วา โทเสสุ นตฺถิ เนสํ วิเสโส, ตสฺมา ‘‘สมา’’ติ วุจฺจนฺติ. เอวเมเตหิ สโม สเมหิ.

วิสเมหิ ทูเรติ น สมา วิสมา, ปจฺเจกพุทฺธาทโย อวเสสสพฺพสตฺตา. เตหิ วิสเมหิ อสทิสตาย ทูเร. สกลชมฺพุทีปํ ปูเรตฺวา ปลฺลงฺเกน ปลฺลงฺกํ สงฺฆฏฺเฏตฺวา นิสินฺนา ปจฺเจกพุทฺธาปิ หิ คุเณหิ เอกสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ, โก ปน วาโท สาวกาทีสุ. เตนาห – ‘‘วิสเมหิ ทูเร’’ติ. ตถาคโต โหตีติ อุภยปเทหิ ทูเรติ โยเชตพฺพํ. อนนฺตปญฺโญติ อปริมิตปญฺโญ. โลกิยมนุสฺสานญฺหิ ปญฺญํ อุปนิธาย อฏฺฐมกสฺส ปญฺญา อธิกา, ตสฺส ปญฺญํ อุปนิธาย โสตาปนฺนสฺส. เอวํ ยาว อรหโต ปญฺญํ อุปนิธาย ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปญฺญา อธิกา, ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปญฺญํ ปน อุปนิธาย ตถาคตสฺส ปญฺญา อธิกาติ น วตฺตพฺพา, อนนฺตา อิจฺเจว ปน วตฺตพฺพา. เตนาห – ‘‘อนนฺตปญฺโญ’’ติ. อนูปลิตฺโตติ ตณฺหาทิฏฺฐิเลเปหิ อลิตฺโต. อิธ วา หุรํ วาติ อิธโลเก วา ปรโลเก วา. โยชนา ปเนตฺถ – สโม สเมหิ วิสเมหิ ทูเร ตถาคโต โหติ. กสฺมา? ยสฺมา อนนฺตปญฺโญ อนุปลิตฺโต อิธ วา หุรํ วา, เตน ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสนฺติ.

๔๗๔. ยมฺหิ น มายาติ อยํ ปน คาถา อญฺญา จ อีทิสา มายาทิโทสยุตฺเตสุ พฺราหฺมเณสุ ทกฺขิเณยฺยสญฺญาปหานตฺถํ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. ตตฺถ อมโมติ สตฺตสงฺขาเรสุ ‘‘อิทํ มมา’’ติ ปหีนมมายิตภาโว.

๔๗๕. นิเวสนนฺติ ตณฺหาทิฏฺฐินิเวสนํ. เตน หิ มโน ตีสุ ภเวสุ นิวิสติ, เตน ตํ ‘‘นิเวสนํ มนโส’’ติ วุจฺจติ. ตตฺเถว วา นิวิสติ ตํ หิตฺวา คนฺตุํ อสมตฺถตาย. เตนปิ ‘‘นิเวสน’’นฺติ วุจฺจติ. ปริคฺคหาติ ตณฺหาทิฏฺฐิโย เอว, ตาหิ ปริคฺคหิตธมฺมา วา. เกจีติ อปฺปมตฺตกาปิ. อนุปาทิยาโนติ เตสํ นิเวสนปริคฺคหานํ อภาวา กญฺจิ ธมฺมํ อนุปาทิยมาโน.

๔๗๖. สมาหิโต มคฺคสมาธินา. อุทตารีติ อุตฺติณฺโณ. ธมฺมํ จญฺญาสีติ สพฺพญฺจ เญยฺยธมฺมํ อญฺญาสิ. ปรมาย ทิฏฺฐิยาติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน.

๔๗๗. ภวาสวาติ ภวตณฺหาฌานนิกนฺติสสฺสตทิฏฺฐิสหคตา ราคา. วจีติ วาจา. ขราติ กกฺขฬา ผรุสา. วิธูปิตาติ ทฑฺฒา. อตฺถคตาติ อตฺถงฺคตา. น สนฺตีติ วิธูปิตตฺตา อตฺถงฺคตตฺตา จ. อุภเยหิ ปน อุภยํ โยเชตพฺพํ สพฺพธีติ สพฺเพสุ ขนฺธายตนาทีสุ.

๔๗๘. มานสตฺเตสูติ มาเนน ลคฺเคสุ. ทุกฺขํ ปริญฺญายาติ วฏฺฏทุกฺขํ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวา. สเขตฺตวตฺถุนฺติ สเหตุปจฺจยํ, สทฺธึ กมฺมกิเลเสหีติ วุตฺตํ โหติ.

๔๗๙. อาสํ อนิสฺสายาติ ตณฺหํ อนลฺลียิตฺวา. วิเวกทสฺสีติ นิพฺพานทสฺสี. ปรเวทิยนฺติ ปเรหิ ญาเปตพฺพํ. ทิฏฺฐิมุปาติวตฺโตติ ทฺวาสฏฺฐิเภทมฺปิ มิจฺฉาทิฏฺฐึ อติกฺกนฺโต. อารมฺมณาติ ปจฺจยา, ปุนพฺภวการณานีติ วุตฺตํ โหติ.

๔๘๐. ปโรปราติ วราวรา สุนฺทราสุนฺทรา. ปรา วา พาหิรา, อปรา อชฺฌตฺติกา. สเมจฺจาติ ญาเณน ปฏิวิชฺฌิตฺวา. ธมฺมาติ ขนฺธายตนาทโย ธมฺมา. อุปาทานขเย วิมุตฺโตติ นิพฺพาเน นิพฺพานารมฺมณโต วิมุตฺโต, นิพฺพานารมฺมณวิมุตฺติลาภีติ อตฺโถ.

๔๘๑. สํโยชนํชาติขยนฺตทสฺสีติ สํโยชนกฺขยนฺตทสฺสี ชาติกฺขยนฺตทสฺสี จ. สํโยชนกฺขยนฺเตน เจตฺถ สอุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ, ชาติกฺขยนฺเตน อนุปาทิเสสา วุตฺตา. ขยนฺโตติ หิ อจฺจนฺตขยสฺส สมุจฺเฉทปฺปหานสฺเสตํ อธิวจนํ. อนุนาสิกโลโป เจตฺถ ‘‘วิเวกชํ ปีติสุข’’นฺติอาทีสุ วิย น กโต. โยปานุทีติ โย อปนุทิ. ราคปถนฺติ ราคารมฺมณํ, ราคเมว วา. ราโคปิ หิ ทุคฺคตีนํ ปถตฺตา ‘‘ราคปโถ’’ติ วุจฺจติ กมฺมปโถ วิย. สุทฺโธ นิโทโส วิมโล อกาโจติ ปริสุทฺธกายสมาจาราทิตาย สุทฺโธ. เยหิ ‘‘ราคโทสา อยํ ปชา, โทสโทสา, โมหโทสา’’ติ วุจฺจติ. เตสํ อภาวา นิโทโส. อฏฺฐปุริสมลวิคมา วิมโล, อุปกฺกิเลสาภาวโต อกาโจ. อุปกฺกิลิฏฺโฐ หิ อุปกฺกิเลเสน ‘‘สกาโจ’’ติ วุจฺจติ. สุทฺโธ วา ยสฺมา นิทฺโทโส, นิทฺโทสตาย วิมโล, พาหิรมลาภาเวน วิมลตฺตา อกาโจ. สมโล หิ ‘‘สกาโจ’’ติ วุจฺจติ. วิมลตฺตา วา อาคุํ น กโรติ, เตน อกาโจ. อาคุกิริยา หิ อุปฆาตกรณโต ‘‘กาโจ’’ติ วุจฺจติ.

๔๘๒. อตฺตโน อตฺตานํ นานุปสฺสตีติ ญาณสมฺปยุตฺเตน จิตฺเตน วิปสฺสนฺโต อตฺตโน ขนฺเธสุ อญฺญํ อตฺตานํ นาม น ปสฺสติ, ขนฺธมตฺตเมว ปสฺสติ. ยา จายํ ‘‘อตฺตนาว อตฺตานํ สญฺชานามี’’ติ ตสฺส สจฺจโต เถตโต ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ตสฺสา อภาวา อตฺตโน อตฺตานํ นานุปสฺสติ, อญฺญทตฺถุ ปญฺญาย ขนฺเธ ปสฺสติ. มคฺคสมาธินา สมาหิโต, กายวงฺกาทีนํ อภาวา อุชฺชุคโต, โลกธมฺเมหิ อกมฺปนียโต ฐิตตฺโต, ตณฺหาสงฺขาตาย เอชาย ปญฺจนฺนํ เจโตขิลานญฺจ อฏฺฐฏฺฐานาย กงฺขาย จ อภาวา อเนโช อขิโล อกงฺโข.

๔๘๓. โมหนฺตราติ โมหการณา โมหปจฺจยา, สพฺพกิเลสานเมตํ อธิวจนํ. สพฺเพสุ ธมฺเมสุ จ ญาณทสฺสีติ สจฺฉิกตสพฺพญฺญุตญฺญาโณ. ตญฺหิ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ ญาณํ, ตญฺจ ภควา ปสฺสิ, ‘‘อธิคตํ เม’’ติ สจฺฉิกตฺวา วิหาสิ. เตน วุจฺจติ ‘‘สพฺเพสุ ธมฺเมสุ จ ญาณทสฺสี’’ติ. สมฺโพธินฺติ อรหตฺตํ. อนุตฺตรนฺติ ปจฺเจกพุทฺธสาวเกหิ อสาธารณํ. สิวนฺติ เขมํ นิรุปทฺทวํ สสฺสิริกํ วา. ยกฺขสฺสาติ ปุริสสฺส. สุทฺธีติ โวทานตา. เอตฺถ หิ โมหนฺตราภาเวน สพฺพโทสาภาโว, เตน สํสารการณสมุจฺเฉโท อนฺติมสรีรธาริตา, ญาณทสฺสิตาย สพฺพคุณสมฺภโว. เตน อนุตฺตรา สมฺโพธิปตฺติ, อิโต ปรญฺจ ปหาตพฺพมธิคนฺตพฺพํ วา นตฺถิ. เตนาห – ‘‘เอตฺตาวตา ยกฺขสฺส สุทฺธี’’ติ.

๔๘๔. เอวํ วุตฺเต พฺราหฺมโณ ภิยฺโยโสมตฺตาย ภควติ ปสนฺโน ปสนฺนาการํ กโรนฺโต อาห ‘‘หุตญฺจ มยฺห’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – ยมหํ อิโต ปุพฺเพ พฺรหฺมานํ อารพฺภ อคฺคิมฺหิ อชุหํ, ตํ เม หุตํ สจฺจํ วา โหติ, อลิกํ วาติ น ชานามิ. อชฺช ปน อิทํ หุตญฺจ มยฺหํ หุตมตฺถุ สจฺจํ, สจฺจหุตเมว อตฺถูติ ยาจนฺโต ภณติ. ยํ ตาทิสํ เวทคุนํ อลตฺถํ, ยสฺมา อิเธว ฐิโต ภวนฺตรูปํ เวทคุํ อลตฺถํ. พฺรหฺมา หิ สกฺขิ, ปจฺจกฺขเมว หิ ตฺวํ พฺรหฺมา, ยโต ปฏิคฺคณฺหาตุ เม ภควา, ปฏิคฺคเหตฺวา จ ภุญฺชตุ เม ภควา ปูรฬาสนฺติ ตํ หพฺยเสสํ อุปนาเมนฺโต อาห.

๔๘๗. อถ ภควา กสิภารทฺวาชสุตฺเต วุตฺตนเยน คาถาทฺวยมภาสิ. ตโต พฺราหฺมโณ ‘‘อยํ อตฺตนา น อิจฺฉติ, กมฺปิ จญฺญํ สนฺธาย ‘เกวลินํ มเหสึ ขีณาสวํ กุกฺกุจฺจวูปสนฺตํ อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐหสฺสู’ติ ภณตี’’ติ เอวํ คาถาย อตฺถํ อสลฺลกฺเขตฺวา ตํ ญาตุกาโม อาห ‘‘สาธาหํ ภควา’’ติ. ตตฺถ สาธูติ อายาจนตฺเถ นิปาโต. ตถาติ เยน ตฺวมาห, เตน ปกาเรน. วิชญฺญนฺติ ชาเนยฺยํ. ยนฺติ ยํ ทกฺขิเณยฺยํ ยญฺญกาเล ปริเยสมาโน อุปฏฺฐเหยฺยนฺติ ปาฐเสโส. ปปฺปุยฺยาติ ปตฺวา. ตว สาสนนฺติ ตว โอวาทํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ. สาธาหํ ภควา ตว โอวาทํ อาคมฺม ตถา วิชญฺญํ อาโรเจหิ เม ตํ เกวลินนฺติ อธิปฺปาโย. โย ทกฺขิณํ ภุญฺเชยฺย มาทิสสฺส, ยํ จาหํ ยญฺญกาเล ปริเยสมาโน อุปฏฺฐเหยฺยํ, ตถารูปํ เม ทกฺขิเณยฺยํ ทสฺเสหิ, สเจ ตฺวํ น ภุญฺชสีติ.

๔๘๘-๙๐. อถสฺส ภควา ปากเฏน นเยน ตถารูปํ ทกฺขิเณยฺยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สารมฺภา ยสฺสา’’ติ คาถาตฺตยมาห. ตตฺถ สีมนฺตานํ วิเนตารนฺติ สีมาติ มริยาทา สาธุชนวุตฺติ, ตสฺสา อนฺตา ปริโยสานา อปรภาคาติ กตฺวา สีมนฺตา วุจฺจนฺติ กิเลสา, เตสํ วิเนตารนฺติ อตฺโถ. สีมนฺตาติ พุทฺธเวเนยฺยา เสกฺขา จ ปุถุชฺชนา จ, เตสํ วิเนตารนฺติปิ เอเก. ชาติมรณโกวิทนฺติ ‘‘เอวํ ชาติ เอวํ มรณ’’นฺติ เอตฺถ กุสลํ. โมเนยฺยสมฺปนฺนนฺติ ปญฺญาสมฺปนฺนํ, กายโมเนยฺยาทิสมฺปนฺนํ วา. ภกุฏึ วินยิตฺวานาติ ยํ เอกจฺเจ ทุพฺพุทฺธิโน ยาจกํ ทิสฺวา ภกุฏึ กโรนฺติ, ตํ วินยิตฺวา, ปสนฺนมุขา หุตฺวาติ อตฺโถ. ปญฺชลิกาติ ปคฺคหิตอญฺชลิโน หุตฺวา.

๔๙๑. อถ พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ โถมยมาโน ‘‘พุทฺโธ ภว’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ อายาโคติ อายชิตพฺโพ, ตโต ตโต อาคมฺม วา ยชิตพฺพเมตฺถาติปิ อายาโค, เทยฺยธมฺมานํ อธิฏฺฐานภูโตติ วุตฺตํ โหติ. เสสเมตฺถ อิโต ปุริมคาถาสุ จ ยํ น วณฺณิตํ, ตํ สกฺกา อวณฺณิตมฺปิ ชานิตุนฺติ อุตฺตานตฺถตฺตาเยว น วณฺณิตํ. อิโต ปรํ ปน กสิภารทฺวาชสุตฺเต วุตฺตนยเมวาติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ปูรฬาสสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.