๒. ปธานสุตฺตวณฺณนา
๔๒๘. ตํ มํ ปธานปหิตตฺตนฺติ ปธานสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ‘‘ปธานาย คมิสฺสามิ, เอตฺถ เม รญฺชตี มโน’’ติ อายสฺมา อานนฺโท ปพฺพชฺชาสุตฺตํ นิฏฺฐาเปสิ. ภควา คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโน จินฺเตสิ – ‘‘มยา ฉพฺพสฺสานิ ปธานํ ปตฺถยมาเนน ทุกฺกรการิกา กตา, ตํ อชฺช ภิกฺขูนํ กเถสฺสามี’’ติ. อถ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา พุทฺธาสเน นิสินฺโน ‘‘ตํ มํ ปธานปหิตตฺต’’นฺติ อารภิตฺวา อิมํ สุตฺตมภาสิ.
ตตฺถ ตํ มนฺติ ทฺวีหิปิ วจเนหิ อตฺตานเมว นิทฺทิสติ. ปธานปหิตตฺตนฺติ นิพฺพานตฺถาย เปสิตจิตฺตํ ปริจฺจตฺตอตฺตภาวํ วา. นทึ เนรญฺชรํ ปตีติ ลกฺขณํ นิทฺทิสติ. ลกฺขณญฺหิ ปธานปหิตตฺตาย เนรญฺชรา นที. เตเนว เจตฺถ อุปโยควจนํ. อยํ ปนตฺโถ ‘‘นทิยา เนรญฺชรายา’’ติ, เนรญฺชราย ตีเรติ วุตฺตํ โหติ. วิปรกฺกมฺมาติ อตีว ปรกฺกมิตฺวา. ฌายนฺตนฺติ อปฺปาณกชฺฌานมนุยุญฺชนฺตํ. โยคกฺเขมสฺส ปตฺติยาติ จตูหิ โยเคหิ เขมสฺส นิพฺพานสฺส อธิคมตฺถํ.
๔๒๙. นมุจีติ มาโร. โส หิ อตฺตโน วิสยา นิกฺขมิตุกาเม เทวมนุสฺเส น มุญฺจติ, อนฺตรายํ เนสํ กโรติ, ตสฺมา ‘‘นมุจี’’ติ วุจฺจติ. กรุณํ วาจนฺติ อนุทฺทยายุตฺตํ วาจํ. ภาสมาโน อุปาคมีติ อิทํ อุตฺตานเมว. กสฺมา ปน อุปาคโต? มหาปุริโส กิร เอกทิวสํ จินฺเตสิ – ‘‘สพฺพทา อาหารํ ปริเยสมาโน ชีวิเต สาเปกฺโข โหติ, น จ สกฺกา ชีวิเต สาเปกฺเขน อมตํ อธิคนฺตุ’’นฺติ. ตโต อาหารุปจฺเฉทาย ปฏิปชฺชิ, เตน กิโส ทุพฺพณฺโณ จ อโหสิ. อถ มาโร ‘‘อยํ สมฺโพธาย มคฺโค โหติ, น โหตีติ อชานนฺโต อติโฆรํ ตปํ กโรติ, กทาจิ มม วิสยํ อติกฺกเมยฺยา’’ติ ภีโต ‘‘อิทญฺจิทญฺจ วตฺวา วาเรสฺสามี’’ติ อาคโต. เตเนวาห – ‘‘กิโส ตฺวมสิ ทุพฺพณฺโณ, สนฺติเก มรณํ ตวา’’ติ.
๔๓๐. เอวญฺจ ปน วตฺวา อถสฺส มรณสนฺติกภาวํ สาเวนฺโต อาห – ‘‘สหสฺสภาโค มรณสฺส, เอกํโส ตว ชีวิต’’นฺติ. ตสฺสตฺโถ – สหสฺสํ ภาคานํ อสฺสาติ สหสฺสภาโค. โก โส? มรณสฺส ปจฺจโยติ ปาฐเสโส. เอโก อํโสติ เอกํโส. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อยํ อปฺปาณกชฺฌานาทิสหสฺสภาโค ตว มรณสฺส ปจฺจโย, ตโต ปน เต เอโก เอว ภาโค ชีวิตํ, เอวํ สนฺติเก มรณํ ตวาติ. เอวํ มรณสฺส สนฺติกภาวํ สาเวตฺวา อถ นํ ชีวิเต สมุสฺสาเหนฺโต อาห ‘‘ชีว โภ ชีวิตํ เสยฺโย’’ติ. กถํ เสยฺโยติ เจ. ชีวํ ปุญฺญานิ กาหสีติ.
๔๓๑. อถ อตฺตนา สมฺมตานิ ปุญฺญานิ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘จรโต จ เต พฺรหฺมจริย’’นฺติ. ตตฺถ พฺรหฺมจริยนฺติ กาเลน กาลํ เมถุนวิรตึ สนฺธายาห, ยํ ตาปสา กโรนฺติ. ชูหโตติ ชุหนฺตสฺส. เสสเมตฺถ ปากฏเมว.
๔๓๒. ทุคฺโค มคฺโคติ อิมํ ปน อฑฺฒคาถํ ปธานวิจฺฉนฺทํ ชเนนฺโต อาห. ตตฺถ อปฺปาณกชฺฌานาทิคหนตฺตา ทุกฺเขน คนฺตพฺโพติ ทุคฺโค, ทุกฺขิตกายจิตฺเตน กตฺตพฺพตฺตา ทุกฺกโร, สนฺติกมรเณน ตาทิเสนาปิ ปาปุณิตุํ อสกฺกุเณยฺยโต ทุรภิสมฺภโวติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิโต ปรํ อิมา คาถา ภณํ มาโร, อฏฺฐา พุทฺธสฺส สนฺติเกติ อยมุปฑฺฒคาถา สงฺคีติกาเรหิ วุตฺตา. สกลคาถาปีติ เอเก. ภควตา เอว ปน ปรํ วิย อตฺตานํ นิทฺทิสนฺเตน สพฺพเมตฺถ เอวํชาติกํ วุตฺตนฺติ อยมมฺหากํ ขนฺติ. ตตฺถ อฏฺฐาติ อฏฺฐาสิ. เสสํ อุตฺตานเมว.
๔๓๓. ฉฏฺฐคาถาย เยนตฺเถนาติ เอตฺถ ปเรสํ อนฺตรายกรเณน อตฺตโน อตฺเถน ตฺวํ, ปาปิม, อาคโตสีติ อยมธิปฺปาโย. เสสํ อุตฺตานเมว.
๔๓๔. ‘‘ชีวํ ปุญฺญานิ กาหสี’’ติ อิทํ ปน วจนํ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘อณุมตฺโตปี’’ติ อิมํ คาถมาห. ตตฺถ ปุญฺเญนาติ วฏฺฏคามึ มาเรน วุตฺตํ ปุญฺญํ สนฺธาย ภณติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
๔๓๕. อิทานิ ‘‘เอกํโส ตว ชีวิต’’นฺติ อิทํ วจนํ อารพฺภ มารํ สนฺตชฺเชนฺโต ‘‘อตฺถิ สทฺธา’’ติ อิมํ คาถมาห. ตตฺรายมธิปฺปาโย – อเร, มาร, โย อนุตฺตเร สนฺติวรปเท อสฺสทฺโธ ภเวยฺย, สทฺโธปิ วา กุสีโต, สทฺโธ อารทฺธวีริโย สมาโนปิ วา ทุปฺปญฺโญ, ตํ ตฺวํ ชีวิตมนุปุจฺฉมาโน โสเภยฺยาสิ, มยฺหํ ปน อนุตฺตเร สนฺติวรปเท โอกปฺปนสทฺธา อตฺถิ, ตถา กายิกเจตสิกมสิถิลปรกฺกมตาสงฺขาตํ วีริยํ, วชิรูปมา ปญฺญา จ มม วิชฺชติ, โส ตฺวํ เอวํ มํ ปหิตตฺตํ อุตฺตมชฺฌาสยํ กึ ชีวมนุปุจฺฉสิ, กสฺมา ชีวิตํ ปุจฺฉสิ. ปญฺญา จ มมาติ เอตฺถ จ สทฺเทน สติ สมาธิ จ. เอวํ สนฺเต เยหิ ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคตา นิพฺพานํ ปาปุณนฺติ, เตสุ เอเกนาปิ อวิรหิตํ เอวํ มํ ปหิตตฺตํ กึ ชีวมนุปุจฺฉสิ? นนุ – เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย, วีริยมารภโต ทฬฺหํ (ธ. ป. ๑๑๒). ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน, ปสฺสโต อุทยพฺพยนฺติ (ธ. ป. ๑๑๑, ๑๑๓).
๔๓๖-๘. เอวํ มารํ สนฺตชฺเชตฺวา อตฺตโน เทหจิตฺตปฺปวตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘นทีนมปี’’ปิ คาถาตฺตยมาห. ตมตฺถโต ปากฏเมว. อยํ ปน อธิปฺปายวณฺณนา – ยฺวายํ มม สรีเร อปฺปาณกชฺฌานวีริยเวคสมุฏฺฐิโต วาโต วตฺตติ, โลเก คงฺคายมุนาทีนํ นทีนมฺปิ โสตานิ อยํ วิโสสเย, กิญฺจ เม เอวํ ปหิตตฺตสฺส จตุนาฬิมตฺตํ โลหิตํ น อุปโสเสยฺย. น เกวลญฺจ เม โลหิตเมว สุสฺสติ, อปิจ โข ปน ตมฺหิ โลหิเต สุสฺสมานมฺหิ พทฺธาพทฺธเภทํ สรีรานุคตํ ปิตฺตํ, อสิตปีตาทิปฏิจฺฉาทกํ จตุนาฬิมตฺตเมว เสมฺหญฺจ, กิญฺจาปรํ ตตฺตกเมว มุตฺตญฺจ โอชญฺจ สุสฺสติ, เตสุ จ สุสฺสมาเนสุ มํสานิปิ ขียนฺติ, ตสฺส เม เอวํ อนุปุพฺเพน มํเสสุ ขียมาเนสุ ภิยฺโย จิตฺตํ ปสีทติ, น เตฺวว ตปฺปจฺจยา สํสีทติ. โส ตฺวํ อีทิสํ จิตฺตมชานนฺโต สรีรมตฺตเมว ทิสฺวา ภณสิ ‘‘กิโส ตฺวมสิ ทุพฺพณฺโณ, สนฺติเก มรณํ ตวา’’ติ. น เกวลญฺจ เม จิตฺตเมว ปสีทติ, อปิจ โข ปน ภิยฺโย สติ จ ปญฺญา จ สมาธิ มม ติฏฺฐติ, อณุมตฺโตปิ ปมาโท วา สมฺโมโห วา จิตฺตวิกฺเขโป วา นตฺถิ, ตสฺส มยฺหํ เอวํ วิหรโต เย เกจิ สมณพฺราหฺมณา อตีตํ วา อทฺธานํ อนาคตํ วา เอตรหิ วา โอปกฺกมิกา เวทนา เวทยนฺติ, ตาสํ นิทสฺสนภูตํ ปตฺตสฺส อุตฺตมเวทนํ. ยถา อญฺเญสํ ทุกฺเขน ผุฏฺฐานํ สุขํ, สีเตน อุณฺหํ, อุเณฺหน สีตํ, ขุทาย โภชนํ, ปิปาสาย ผุฏฺฐานํ อุทกํ อเปกฺขเต จิตฺตํ, เอวํ ปญฺจสุ กามคุเณสุ เอกกามมฺปิ นาเปกฺขเก จิตฺตํ. ‘‘อโห วตาหํ สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา สุขเสยฺยํ สเยยฺย’’นฺติ อีทิเสนากาเรน มม จิตฺตํ น อุปฺปนฺนํ, ปสฺส, ตฺวํ มาร, สตฺตสฺส สุทฺธตนฺติ.
๔๓๙-๔๑. เอวํ อตฺตโน สุทฺธตํ ทสฺเสตฺวา ‘‘นิวาเรสฺสามิ ต’’นฺติ อาคตสฺส มารสฺส มโนรถภญฺชนตฺถํ มารเสนํ กิตฺเตตฺวา ตาย อปราชิตภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กามา เต ปฐมา เสนา’’ติอาทิกา ฉ คาถาโย อาห.
ตตฺถ ยสฺมา อาทิโตว อคาริยภูเต สตฺเต วตฺถุกาเมสุ กิเลสกามา โมหยนฺติ, เต อภิภุยฺย อนคาริยภาวํ อุปคตานํ ปนฺเตสุ วา เสนาสเนสุ อญฺญตรญฺญตเรสุ วา อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ อรติ อุปฺปชฺชติ. วุตฺตญฺเจตํ ‘‘ปพฺพชิเตน โข, อาวุโส, อภิรติ ทุกฺกรา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๓๑). ตโต เต ปรปฏิพทฺธชีวิกตฺตา ขุปฺปิปาสา พาเธติ, ตาย พาธิตานํ ปริเยสนตณฺหา จิตฺตํ กิลมยติ, อถ เนสํ กิลนฺตจิตฺตานํ ถินมิทฺธํ โอกฺกมติ. ตโต วิเสสมนธิคจฺฉนฺตานํ ทุรภิสมฺภเวสุ อรญฺญวนปตฺเถสุ เสนาสเนสุ วิหรตํ อุตฺราสสญฺญิตา ภีรุ ชายติ, เตสํ อุสฺสงฺกิตปริสงฺกิตานํ ทีฆรตฺตํ วิเวกรสมนสฺสาทยมานานํ วิหรตํ ‘‘น สิยา นุ โข เอส มคฺโค’’ติ ปฏิปตฺติยํ วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ, ตํ วิโนเทตฺวา วิหรตํ อปฺปมตฺตเกน วิเสสาธิคเมน มานมกฺขถมฺภา ชายนฺติ, เตปิ วิโนเทตฺวา วิหรตํ ตโต อธิกตรํ วิเสสาธิคมํ นิสฺสาย ลาภสกฺการสิโลกา อุปฺปชฺชนฺติ, ลาภาทิมุจฺฉิตา ธมฺมปติรูปกานิ ปกาเสนฺตา มิจฺฉายสํ อธิคนฺตฺวา ตตฺถ ฐิตา ชาติอาทีหิ อตฺตานํ อุกฺกํเสนฺติ, ปรํ วมฺเภนฺติ, ตสฺมา กามาทีนํ ปฐมเสนาทิภาโว เวทิตพฺโพ.
๔๔๒-๓. เอวเมตํ ทสวิธํ เสนํ อุทฺทิสิตฺวา ยสฺมา สา กณฺหธมฺมสมนฺนาคตตฺตา กณฺหสฺส นมุจิโน อุปการาย สํวตฺตติ, ตสฺมา นํ ตว เสนาติ นิทฺทิสนฺโต อาห – ‘‘เอสา นมุจิ เต เสนา, กณฺหสฺสาภิปฺปหารินี’’ติ. ตตฺถ อภิปฺปหารินีติ สมณพฺราหฺมณานํ ฆาตนี นิปฺโปถนี, อนฺตรายกรีติ อตฺโถ. น นํ อสูโร ชินาติ, เชตฺวา จ ลภเต สุขนฺติ เอวํ ตว เสนํ อสูโร กาเย จ ชีวิเต จ สาเปกฺโข ปุริโส น ชินาติ, สูโร ปน ชินาติ, เชตฺวา จ มคฺคสุขํ ผลสุขญฺจ อธิคจฺฉติ. ยสฺมา จ ลภเต สุขํ, ตสฺมา สุขํ ปตฺถยมาโน อหมฺปิ เอส มุญฺชํ ปริหเรติ. สงฺคามาวจรา อนิวตฺติโน ปุริสา อตฺตโน อนิวตฺตนกภาววิญฺญาปนตฺถํ สีเส วา ธเช วา อาวุเธ วา มุญฺชติณํ พนฺธนฺติ, ตํ อยมฺปิ ปริหรติจฺเจว มํ ธาเรหิ. ตว เสนาย ปราชิตสฺส ธิรตฺถุ มม ชีวิตํ, ตสฺมา เอวํ ธาเรหิ – สงฺคาเม เม มตํ เสยฺโย, ยญฺเจ ชีเว ปราชิโต, เยน ชีวิเตน ปราชิโต ชีเว, ตสฺมา ชีวิตา ตยา สมฺมาปฏิปนฺนานํ อนฺตรายกเรน สทฺธึ สงฺคาเม มตํ มม เสยฺโยติ อตฺโถ.
๔๔๔. กสฺมา มตํ เสยฺโยติ เจ? ยสฺมา ปคาเฬฺหตฺถ…เป… สุพฺพตา, เอตฺถ กามาทิกาย อตฺตุกฺกํสนปรวมฺภนปริโยสานาย ตว เสนาย ปคาฬฺหา นิมุคฺคา อนุปวิฏฺฐา เอเก สมณพฺราหฺมณา น ทิสฺสนฺติ, สีลาทีหิ คุเณหิ นปฺปกาสนฺติ, อนฺธการํ ปวิฏฺฐา วิย โหนฺติ. เอเต เอวํ ปคาฬฺหา สมานา สเจปิ กทาจิ อุมฺมุชฺชิตฺวา นิมุชฺชนปุริโส วิย ‘‘สาหุ สทฺธา’’ติอาทินา นเยน อุมฺมุชฺชนฺติ, ตถาปิ ตาย เสนาย อชฺโฌตฺถฏตฺตา ตญฺจ มคฺคํ น ชานนฺติ เขมํ นิพฺพานคามีนํ, สพฺเพปิ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธาทโย เยน คจฺฉนฺติ สุพฺพตาติ. อิมํ ปน คาถํ สุตฺวา มาโร ปุน กิญฺจิ อวตฺวา เอว ปกฺกามิ.
๔๔๕-๖. ปกฺกนฺเต ปน ตสฺมึ มหาสตฺโต ตาย ทุกฺกรการิกาย กิญฺจิปิ วิเสสํ อนธิคจฺฉนฺโต อนุกฺกเมน ‘‘สิยา นุ โข อญฺโญ มคฺโค โพธายา’’ติอาทีนิ จินฺเตตฺวา โอฬาริกาหารํ อาหาเรตฺวา, พลํ คเหตฺวา, วิสาขปุณฺณมทิวเส ปเคว สุชาตาย ปายาสํ ปริภุญฺชิตฺวา, ภทฺรวนสณฺเฑ ทิวาวิหารํ นิสีทิตฺวา, ตตฺถ อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตนฺโต ทิวสํ วีตินาเมตฺวา สายนฺหสมเย มหาโพธิมณฺฑาภิมุโข คนฺตฺวา โสตฺถิเยน ทินฺนา อฏฺฐ ติณมุฏฺฐิโย โพธิมูเล วิกิริตฺวา ทสสหสฺสโลกธาตุเทวตาหิ กตสกฺการพหุมาโน –
‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ, อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตุ;
อุปสุสฺสตุ นิสฺเสสํ, สรีเร มํสโลหิต’’นฺติ. –
จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐหิตฺวา ‘‘น ทานิ พุทฺธตฺตํ อปาปุณิตฺวา ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามี’’ติ ปฏิญฺญํ กตฺวา อปราชิตปลฺลงฺเก นิสีทิ. ตํ ญตฺวา มาโร ปาปิมา ‘‘อชฺช สิทฺธตฺโถ ปฏิญฺญํ กตฺวา นิสินฺโน, อชฺเชว ทานิสฺส สา ปฏิญฺญา ปฏิพาหิตพฺพา’’ติ โพธิมณฺฑโต ยาว จกฺกวาฬมายตํ ทฺวาทสโยชนวิตฺถารํ อุทฺธํ นวโยชนมุคฺคตํ มารเสนํ สมุฏฺฐาเปตฺวา ทิยฑฺฒโยชนสตปฺปมาณํ คิริเมขลํ หตฺถิราชานํ อารุยฺห พาหุสหสฺสํ มาเปตฺวา นานาวุธานิ คเหตฺวา ‘‘คณฺหถ, หนถ, ปหรถา’’ติ ภณนฺโต อาฬวกสุตฺเต วุตฺตปฺปการา วุฏฺฐิโย มาเปสิ, ตา มหาปุริสํ ปตฺวา ตตฺถ วุตฺตปฺปการา เอว สมฺปชฺชึสุ. ตโต วชิรงฺกุเสน หตฺถึ กุมฺเภ ปหริตฺวา มหาปุริสสฺส สมีปํ เนตฺวา ‘‘อุฏฺเฐหิ, โภ สิทฺธตฺถ, ปลฺลงฺกา’’ติ อาห. มหาปุริโส ‘‘น อุฏฺฐหามิ มารา’’ติ วตฺวา ตํ ธชินึ สมนฺตา วิโลเกนฺโต อิมา คาถาโย อภาสิ ‘‘สมนฺตา ธชินิ’’นฺติ.
ตตฺถ ธชินินฺติ เสนํ. ยุตฺตนฺติ อุยฺยุตฺตํ. สวาหนนฺติ คิริเมขลนาคราชสหิตํ. ปจฺจุคฺคจฺฉามีติ อภิมุโข อุปริ คมิสฺสามิ, โส จ โข เตเชเนว, น กาเยน. กสฺมา? มา มํ ฐานา อจาวยิ, มํ เอตสฺมา ฐานา อปราชิตปลฺลงฺกา มาโร มา จาเลสีติ วุตฺตํ โหติ. นปฺปสหตีติ สหิตุํ น สกฺโกติ, นาภิภวติ วา. อามํ ปตฺตนฺติ กาจชาตํ มตฺติกาภาชนํ. อสฺมนาติ ปาสาเณน. เสสเมตฺถ ปากฏเมว.
๔๔๗-๘. อิทานิ ‘‘เอตํ เต มารเสนํ ภินฺทิตฺวา ตโต ปรํ วิชิตสงฺคาโม สมฺปตฺตธมฺมราชาภิเสโก อิทํ กริสฺสามี’’ติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘วสีกริตฺวา’’ติ. ตตฺถ วสีกริตฺวา สงฺกปฺปนฺติ มคฺคภาวนาย สพฺพํ มิจฺฉาสงฺกปฺปํ ปหาย สมฺมาสงฺกปฺปสฺเสว ปวตฺตเนน วสีกริตฺวา สงฺกปฺปํ. สติญฺจ สูปติฏฺฐิตนฺติ กายาทีสุ จตูสุ ฐาเนสุ อตฺตโน สติญฺจ สุฏฺฐุ อุปฏฺฐิตํ กริตฺวา เอวํ วสีกตสงฺกปฺโป สุปฺปติฏฺฐิตสฺสติ รฏฺฐา รฏฺฐํ วิจริสฺสามิ เทวมนุสฺสเภเท ปุถู สาวเก วินยนฺโต. อถ มยา วินียมานา เต อปฺปมตฺตา…เป… น โสจเร, ตํ นิพฺพานามตเมวาติ อธิปฺปาโย.
๔๔๙-๕๑. อถ มาโร อิมา คาถาโย สุตฺวา อาห – ‘‘เอวรูปํ ปกฺขํ ทิสฺวา น ภายสิ ภิกฺขู’’ติ? ‘‘อาม, มาร, น ภายามี’’ติ. ‘‘กสฺมา น ภายสี’’ติ? ‘‘ทานาทีนํ ปารมิปุญฺญานํ กตตฺตา’’ติ. ‘‘โก เอตํ ชานาติ ทานาทีนิ ตฺวมกาสี’’ติ? ‘‘กึ เอตฺถ ปาปิม สกฺขิกิจฺเจน, อปิจ เอกสฺมึเยว ภเว เวสฺสนฺตโร หุตฺวา ยํ ทานมทาสึ, ตสฺสานุภาเวน สตฺตกฺขตฺตุํ ฉหิ ปกาเรหิ สญฺชาตกมฺปา อยํ มหาปถวีเยว สกฺขี’’ติ. เอวํ วุตฺเต อุทกปริยนฺตํ กตฺวา มหาปถวี กมฺปิ เภรวสทฺทํ มุญฺจมานา, ยํ สุตฺวา มาโร อสนิหโต วิย ภีโต ธชํ ปณาเมตฺวา ปลายิ สทฺธึ ปริสาย. อถ มหาปุริโส ตีหิ ยาเมหิ ติสฺโส วิชฺชา สจฺฉิกตฺวา อรุณุคฺคมเน ‘‘อเนกชาติสํสารํ…เป… ตณฺหานํ ขยมชฺฌคา’’ติ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ. มาโร อุทานสทฺเทน อาคนฺตฺวา ‘‘อยํ‘พุทฺโธ อห’นฺติ ปฏิชานาติ, หนฺท นํ อนุพนฺธามิ อาภิสมาจาริกํ ปสฺสิตุํ. สจสฺส กิญฺจิ กาเยน วา วาจาย วา ขลิตํ ภวิสฺสติ, วิเหเฐสฺสามิ น’’นฺติ ปุพฺเพ โพธิสตฺตภูมิยํ ฉพฺพสฺสานิ อนุพนฺธิตฺวา พุทฺธตฺตํ ปตฺตํ เอกํ วสฺสํ อนุพนฺธิ. ตโต ภควโต กิญฺจิ ขลิตํ อปสฺสนฺโต ‘‘สตฺต วสฺสานี’’ติ อิมา นิพฺเพชนียคาถาโย อภาสิ.
ตตฺถ โอตารนฺติ รนฺธํ วิวรํ. นาธิคจฺฉิสฺสนฺติ นาธิคมึ. เมทวณฺณนฺติ เมทปิณฺฑสทิสํ. อนุปริยคาติ ปริโต ปริโต อคมาสิ. มุทุนฺติ มุทุกํ. วินฺเทมาติ อธิคจฺเฉยฺยาม. อสฺสาทนาติ สาทุภาโว. วายเสตฺโตติ วายโส เอตฺโต. เสสเมตฺถ ปากฏเมว.
อยํ ปน โยชนา – สตฺต วสฺสานิ ภควนฺตํ โอตาราเปกฺโข อนุพนฺธึ กตฺถจิ อวิชหนฺโต ปทาปทํ, เอวํ อนุพนฺธิตฺวาปิ จ โอตารํ นาธิคมึ. โสหํ ยถา นาม เมทวณฺณํ ปาสาณํ เมทสญฺญี วายโส เอกสฺมึ ปสฺเส มุขตุณฺฑเกน วิชฺฌิตฺวา อสฺสาทํ อวินฺทมาโน ‘‘อปฺเปว นาม เอตฺถ มุทุ วินฺเทม, อปิ อิโต อสฺสาทนา สิยา’’ติ สมนฺตา ตเถว วิชฺฌนฺโต อนุปริยายิตฺวา กตฺถจิ อสฺสาทํ อลทฺธา ‘‘ปาสาโณวาย’’นฺติ นิพฺพิชฺช ปกฺกเมยฺย, เอวเมวาหํ ภควนฺตํ กายกมฺมาทีสุ อตฺตโน ปริตฺตปญฺญามุขตุณฺฑเกน วิชฺฌนฺโต สมนฺตา อนุปริยคา ‘‘อปฺเปว นาม กตฺถจิ อปริสุทฺธกายสมาจาราทิมุทุภาวํ วินฺเทม, กุโตจิ อสฺสาทนา สิยา’’ติ, เต ทานิ มยํ อสฺสาทํ อลภมานา กาโกว เสลมาสชฺช นิพฺพิชฺชาเปม โคตมํ อาสชฺช ตโต โคตมา นิพฺพิชฺช อเปมาติ. เอวํ วทโต กิร มารสฺส สตฺต วสฺสานิ นิปฺผลปริสฺสมํ นิสฺสาย พลวโสโก อุทปาทิ. เตนสฺส วิสีทมานงฺคปจฺจงฺคสฺส เพลุวปณฺฑุ นาม วีณา กจฺฉโต ปติตา. ยา สกึ กุสเลหิ วาทิตา จตฺตาโร มาเส มธุรสฺสรํ มุญฺจติ, ยํ คเหตฺวา สกฺโก ปญฺจสิขสฺส อทาสิ. ตํ โส ปตมานมฺปิ น พุชฺฌิ. เตนาห ภควา –
๔๕๒. ‘‘ตสฺส โสกปเรตสฺส, วีณา กจฺฉา อภสฺสถ;
ตโต โส ทุมฺมโน ยกฺโข, ตตฺเถวนฺตรธายถา’’ติ.
สงฺคีติการกา อาหํสูติ เอเก, อมฺหากํ ปเนตํ นกฺขมตีติ.
ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย
สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ปธานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.