๑. ปพฺพชฺชาสุตฺตวณฺณนา

๔๐๘. ปพฺพชฺชํ กิตฺตยิสฺสามีติ ปพฺพชฺชาสุตฺตํ. กา อุปฺปตฺติ? ภควติ กิร สาวตฺถิยํ วิหรนฺเต อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘สาริปุตฺตาทีนํ มหาสาวกานํ ปพฺพชฺชา กิตฺติตา, ตํ ภิกฺขู จ อุปาสกา จ ชานนฺติ. ภควโต ปน อกิตฺติตา, ยํนูนาหํ กิตฺเตยฺย’’นฺติ. โส เชตวนวิหาเร อาสเน นิสีทิตฺวา จิตฺตพีชนึ คเหตฺวา ภิกฺขูนํ ภควโต ปพฺพชฺชํ กิตฺเตนฺโต อิมํ สุตฺตมภาสิ.

ตตฺถ ยสฺมา ปพฺพชฺชํ กิตฺเตนฺเตน ยถา ปพฺพชิ, ตํ กิตฺเตตพฺพํ. ยถา จ ปพฺพชิ, ตํ กิตฺเตนฺเตน ยถา วีมํสมาโน ปพฺพชฺชํ โรเจสิ, ตํ กิตฺเตตพฺพํ. ตสฺมา ‘‘ปพฺพชฺชํ กิตฺตยิสฺสามี’’ติ วตฺวา ‘‘ยถา ปพฺพชี’’ติอาทิมาห. จกฺขุมาติ ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา จกฺขุสมฺปนฺโนติ อตฺโถ. เสสมาทิคาถาย อุตฺตานเมว.

๔๐๙. อิทานิ ‘‘ยถา วีมํสมาโน’’ติ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต อาห ‘‘สมฺพาโธย’’นฺติ. ตตฺถ สมฺพาโธติ ปุตฺตทาราทิสมฺปีฬเนน กิเลสสมฺปีฬเนน จ กุสลกิริยาย โอกาสรหิโต. รชสฺสายตนนฺติ กมฺโพชาทโย วิย อสฺสาทีนํ, ราคาทิรชสฺส อุปฺปตฺติเทโส. อพฺโภกาโสติ วุตฺตสมฺพาธปฏิปกฺขภาเวน อากาโส วิย วิวฏา. อิติ ทิสฺวาน ปพฺพชีติ อิติ ฆราวาสปพฺพชฺชาสุ พฺยาธิชรามรเณหิ สุฏฺฐุตรํ โจทิยมานหทโย อาทีนวมานิสํสญฺจ วีมํสิตฺวา, มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา, อโนมานทีตีเร ขคฺเคน เกเส ฉินฺทิตฺวา, ตาวเทว จ ทฺวงฺคุลมตฺตสณฺฐิตสมณสารุปฺปเกสมสฺสุ หุตฺวา ฆฏิกาเรน พฺรหฺมุนา อุปนีเต อฏฺฐ ปริกฺขาเร คเหตฺวา ‘‘เอวํ นิวาเสตพฺพํ ปารุปิตพฺพ’’นฺติ เกนจิ อนนุสิฏฺโฐ อเนกชาติสหสฺสปวตฺติเตน อตฺตโน ปพฺพชฺชาจิณฺเณเนว สิกฺขาปิยมาโน ปพฺพชิ. เอกํ กาสาวํ นิวาเสตฺวา เอกํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา เอกํ จีวรํ ขนฺเธ กริตฺวา มตฺติกาปตฺตํ อํเส อาลคฺเคตฺวา ปพฺพชิตเวสํ อธิฏฺฐาสีติ วุตฺตํ โหติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

๔๑๐. เอวํ ภควโต ปพฺพชฺชํ กิตฺเตตฺวา ตโต ปรํ ปพฺพชิตปฏิปตฺตึ อโนมานทีตีรํ หิตฺวา ปธานาย คมนญฺจ ปกาเสตุํ ‘‘ปพฺพชิตฺวาน กาเยนา’’ติอาทึ สพฺพมภาสิ. ตตฺถ กาเยน ปาปกมฺมํ วิวชฺชยีติ ติวิธํ กายทุจฺจริตํ วชฺเชสิ. วจีทุจฺจริตนฺติ จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ. อาชีวํ ปริโสธยีติ มิจฺฉาชีวํ หิตฺวา สมฺมาชีวเมว ปวตฺตยิ.

๔๑๑. เอวํ อาชีวฏฺฐมกสีลํ โสเธตฺวา อโนมานทีตีรโต ตึสโยชนปฺปมาณํ สตฺตาเหน อคมา ราชคหํ พุทฺโธ. ตตฺถ กิญฺจาปิ ยทา ราชคหํ อคมาสิ, ตทา พุทฺโธ น โหติ, ตถาปิ พุทฺธสฺส ปุพฺพจริยาติ กตฺวา เอวํ วตฺตุํ ลพฺภติ – ‘‘อิธ ราชา ชาโต, อิธ รชฺชํ อคฺคเหสี’’ติอาทิ โลกิยโวหารวจนํ วิย. มคธานนฺติ มคธานํ ชนปทสฺส นครนฺติ วุตฺตํ โหติ. คิริพฺพชนฺติ อิทมฺปิ ตสฺส นามํ. ตญฺหิ ปณฺฑวคิชฺฌกูฏเวภารอิสิคิลิเวปุลฺลนามกานํ ปญฺจนฺนํ คิรีนํ มชฺเฌ วโช วิย ฐิตํ, ตสฺมา ‘‘คิริพฺพช’’นฺติ วุจฺจติ. ปิณฺฑาย อภิหาเรสีติ ภิกฺขตฺถาย ตสฺมึ นคเร จริ. โส กิร นครทฺวาเร ฐตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ รญฺโญ พิมฺพิสารสฺส อตฺตโน อาคมนํ นิเวเทยฺยํ, ‘สุทฺโธทนสฺส ปุตฺโต สิทฺธตฺโถ นาม กุมาโร อาคโต’ติ พหุมฺปิ เม ปจฺจยํ อภิหเรยฺย. น โข ปน เม ตํ ปติรูปํ ปพฺพชิตสฺส อาโรเจตฺวา ปจฺจยคหณํ, หนฺทาหํ ปิณฺฑาย จรามี’’ติ เทวทตฺติยํ ปํสุกูลจีวรํ ปารุปิตฺวา มตฺติกาปตฺตํ คเหตฺวา ปาจีนทฺวาเรน นครํ ปวิสิตฺวา อนุฆรํ ปิณฺฑาย อจริ. เตนาห อายสฺมา อานนฺโท – ‘‘ปิณฺฑาย อภิหาเรสี’’ติ. อากิณฺณวรลกฺขโณติ สรีเร อากิริตฺวา วิย ฐปิตวรลกฺขโณ วิปุลวรลกฺขโณ วา. วิปุลมฺปิ หิ ‘‘อากิณฺณ’’นฺติ วุจฺจติ. ยถาห – ‘‘อากิณฺณลุทฺโท ปุริโส, ธาติเจลํว มกฺขิโต’’ติ (ชา. ๑.๖.๑๑๘; ๑.๙.๑๐๖). วิปุลลุทฺโทติ อตฺโถ.

๔๑๒. ตมทฺทสาติ ตโต กิร ปุริมานิ สตฺต ทิวสานิ นคเร นกฺขตฺตํ โฆสิตํ อโหสิ. ตํ ทิวสํ ปน ‘‘นกฺขตฺตํ วีติวตฺตํ, กมฺมนฺตา ปโยเชตพฺพา’’ติ เภริ จริ. อถ มหาชโน ราชงฺคเณ สนฺนิปติ. ราชาปิ ‘‘กมฺมนฺตํ สํวิทหิสฺสามี’’ติ สีหปญฺชรํ วิวริตฺวา พลกายํ ปสฺสนฺโต ตํ ปิณฺฑาย อภิหาเรนฺตํ มหาสตฺตํ อทฺทส. เตนาห อายสฺมา อานนฺโท – ‘‘ตมทฺทสา พิมฺพิสาโร, ปาสาทสฺมึ ปติฏฺฐิโต’’ติ. อิมมตฺถํ อภาสถาติ อิมํ อตฺถํ อมจฺจานํ อภาสิ.

๔๑๓. อิทานิ ตํ เตสํ อมจฺจานํ ภาสิตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘อิมํ โภนฺโต’’ติ. ตตฺถ อิมนฺติ โส ราชา โพธิสตฺตํ ทสฺเสติ, โภนฺโตติ อมจฺเจ อาลปติ. นิสาเมถาติ ปสฺสถ. อภิรูโปติ ทสฺสนียงฺคปจฺจงฺโค. พฺรหฺมาติ อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน. สุจีติ ปริสุทฺธฉวิวณฺโณ. จรเณนาติ คมเนน.

๔๑๔-๕. นีจกุลามิวาติ นีจกุลา อิว ปพฺพชิโต น โหตีติ อตฺโถ. มกาโร ปทสนฺธิกโร. กุหึ ภิกฺขุ คมิสฺสตีติ อยํ ภิกฺขุ กุหึ คมิสฺสติ, อชฺช กตฺถ วสิสฺสตีติ ชานิตุํ ราชทูตา สีฆํ คจฺฉนฺตุ. ทสฺสนกามา หิ มยํ อสฺสาติ อิมินา อธิปฺปาเยน อาห. คุตฺตทฺวาโร โอกฺขิตฺตจกฺขุตาย, สุสํวุโต สติยา. คุตฺตทฺวาโร วา สติยา, สุสํวุโต ปาสาทิเกน สงฺฆาฏิจีวรธารเณน.

๔๑๖. ขิปฺปํ ปตฺตํ อปูเรสีติ สมฺปชานตฺตา ปติสฺสตตฺตา จ อธิกํ อคณฺหนฺโต ‘‘อลํ เอตฺตาวตา’’ติ อชฺฌาสยปูรเณน ขิปฺปํ ปตฺตํ อปูเรสิ. มุนีติ โมนตฺถาย ปฏิปนฺนตฺตา อปฺปตฺตมุนิภาโวปิ มุนิอิจฺเจว วุตฺโต, โลกโวหาเรน วา. โลกิยา หิ อโมนสมฺปตฺตมฺปิ ปพฺพชิตํ ‘‘มุนี’’ติ ภณนฺติ. ปณฺฑวํ อภิหาเรสีติ ตํ ปพฺพตํ อภิรุหิ. โส กิร มนุสฺเส ปุจฺฉิ ‘‘อิมสฺมึ นคเร ปพฺพชิตา กตฺถ วสนฺตี’’ติ. อถสฺส เต ‘‘ปณฺฑวสฺส อุปริ ปุรตฺถาภิมุขปพฺภาเร’’ติ อาโรเจสุํ. ตสฺมา ตเมว ปณฺฑวํ อภิหาเรสิ ‘‘เอตฺถ วาโส ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ จินฺเตตฺวา.

๔๑๙-๒๓. พฺยคฺฆุสโภว สีโหว คิริคพฺภเรติ คิริคุหายํ พฺยคฺโฆ วิย อุสโภ วิย สีโห วิย จ นิสินฺโนติ อตฺโถ. เอเต หิ ตโย เสฏฺฐา วิคตภยเภรวา คิริคพฺภเร นิสีทนฺติ, ตสฺมา เอวํ อุปมํ อกาสิ. ภทฺทยาเนนาติ หตฺถิอสฺสรถสิวิกาทินา อุตฺตมยาเนน. สยานภูมึ ยายิตฺวาติ ยาวติกา ภูมิ หตฺถิอสฺสาทินา ยาเนน สกฺกา คนฺตุํ, ตํ คนฺตฺวา. อาสชฺชาติ ปตฺวา, สมีปมสฺส คนฺตฺวาติ อตฺโถ. อุปาวิสีติ นิสีทิ. ยุวาติ โยพฺพนสมฺปนฺโน. ทหโรติ ชาติยา ตรุโณ. ปฐมุปฺปตฺติโก สุสูติ ตทุภยวิเสสนเมว. ยุวา สุสูติ อติโยพฺพโน. ปฐมุปฺปตฺติโกติ ปฐเมเนว โยพฺพนเวเสน อุฏฺฐิโต. ทหโร จาสีติ สติ จ ทหรตฺเต สุสุ พาลโก วิย ขายสีติ.

๔๒๔-๕. อนีกคฺคนฺติ พลกายํ เสนามุขํ. ททามิ โภเค ภุญฺชสฺสูติ เอตฺถ ‘‘อหํ เต องฺคมคเธสุ ยาวิจฺฉสิ, ตาว ททามิ โภเค. ตํ ตฺวํ โสภยนฺโต อนีกคฺคํ นาคสงฺฆปุรกฺขโต ภุญฺชสฺสู’’ติ เอวํ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. อุชุํ ชนปโท ราชาติ ‘‘ททามิ โภเค ภุญฺชสฺสุ, ชาตึ อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’ติ เอวํ กิร วุตฺโต มหาปุริโส จินฺเตสิ – ‘‘สเจ อหํ รชฺเชน อตฺถิโก อสฺสํ, จาตุมหาราชิกาทโยปิ มํ อตฺตโน อตฺตโน รชฺเชน นิมนฺเตยฺยุํ, เคเห ฐิโต เอว วา จกฺกวตฺติรชฺชํ กาเรยฺยํ. อยํ ปน ราชา อชานนฺโต เอวมาห – ‘หนฺทาหํ, ตํ ชานาเปมี’’’ติ พาหํ อุจฺจาเรตฺวา อตฺตโน อาคตทิสาภาคํ นิทฺทิสนฺโต ‘‘อุชุํ ชนปโท ราชา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ หิมวนฺตสฺส ปสฺสโตติ ภณนฺโต สสฺสสมฺปตฺติเวกลฺลาภาวํ ทสฺเสติ. หิมวนฺตญฺหิ นิสฺสาย ปาสาณวิวรสมฺภวา มหาสาลาปิ ปญฺจหิ วุทฺธีหิ วฑฺฒนฺติ, กิมงฺคํ ปน เขตฺเต วุตฺตานิ สสฺสานิ. ธนวีริเยน สมฺปนฺโนติ ภณนฺโต สตฺตหิ รตเนหิ อเวกลฺลตฺตํ, ปรราชูหิ อตกฺกนียํ วีรปุริสาธิฏฺฐิตภาวญฺจสฺส ทสฺเสติ. โกสเลสุ นิเกติโนติ ภณนฺโต นวกราชภาวํ ปฏิกฺขิปติ. นวกราชา หิ นิเกตีติ น วุจฺจติ. ยสฺส ปน อาทิกาลโต ปภุติ อนฺวยวเสน โส เอว ชนปโท นิวาโส, โส นิเกตีติ วุจฺจติ. ตถารูโป จ ราชา สุทฺโธทโน, ยํ สนฺธายาห ‘‘โกสเลสุ นิเกติโน’’ติ. เตน อนฺวยาคตมฺปิ โภคสมฺปตฺตึ ทีเปติ.

๔๒๖. เอตฺตาวตา อตฺตโน โภคสมฺปตฺตึ ทีเปตฺวา ‘‘อาทิจฺจา นาม โคตฺเตน, สากิยา นาม ชาติยา’’ติ อิมินา ชาติสมฺปตฺติญฺจ อาจิกฺขิตฺวา ยํ วุตฺตํ รญฺญา ‘‘ททามิ โภเค ภุญฺชสฺสู’’ติ, ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต อาห – ‘‘ตมฺหา กุลา ปพฺพชิโตมฺหิ, น กาเม อภิปตฺถย’’นฺติ. ยทิ หิ อหํ กาเม อภิปตฺถเยยฺยํ, น อีทิสํ ธนวีริยสมฺปนฺนํ ทฺวาสีติสหสฺสวีรปุริสสมากุลํ กุลํ ฉฑฺเฑตฺวา ปพฺพเชยฺยนฺติ อยํ กิเรตฺถ อธิปฺปาโย.

๔๒๗. เอวํ รญฺโญ วจนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตโต ปรํ อตฺตโน ปพฺพชฺชาเหตุํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘กาเมสฺวาทีนวํ ทิสฺวา, เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโต’’ติ. เอตํ ‘‘ปพฺพชิโตมฺหี’’ติ อิมินา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ตตฺถ ทฏฺฐูติ ทิสฺวา. เสสเมตฺถ อิโต ปุริมคาถาสุ จ ยํ ยํ น วิจาริตํ, ตํ ตํ สพฺพํ อุตฺตานตฺถตฺตา เอว น วิจาริตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวํ อตฺตโน ปพฺพชฺชาเหตุํ วตฺวา ปธานตฺถาย คนฺตุกาโม ราชานํ อามนฺเตนฺโต อาห – ‘‘ปธานาย คมิสฺสามิ, เอตฺถ เม รญฺชตี มโน’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ยสฺมาหํ, มหาราช, เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโต ปพฺพชิโต, ตสฺมา ตํ ปรมตฺถเนกฺขมฺมํ นิพฺพานามตํ สพฺพธมฺมานํ อคฺคฏฺเฐน ปธานํ ปตฺเถนฺโต ปธานตฺถาย คมิสฺสามิ, เอตฺถ เม ปธาเน รญฺชติ มโน, น กาเมสูติ. เอวํ วุตฺเต กิร ราชา โพธิสตฺตํ อาห – ‘‘ปุพฺเพว เมตํ, ภนฺเต, สุตํ ‘สุทฺโธทนรญฺโญ กิร ปุตฺโต สิทฺธตฺถกุมาโร จตฺตาริ ปุพฺพนิมิตฺตานิ ทิสฺวา ปพฺพชิตฺวา พุทฺโธ ภวิสฺสตี’ติ, โสหํ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ อธิมุตฺตึ ทิสฺวา เอวํปสนฺโน ‘อทฺธา พุทฺธตฺตํ ปาปุณิสฺสถา’ติ. สาธุ, ภนฺเต, พุทฺธตฺตํ ปตฺวา ปฐมํ มม วิชิตํ โอกฺกเมยฺยาถา’’ติ.

ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทก-อฏฺฐกถาย

สุตฺตนิปาต-อฏฺฐกถาย ปพฺพชฺชาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.