๑๑. ปญฺญตฺติหารวิภงฺควณฺณนา
๓๙. ตตฺถ กตโม ปญฺญตฺติหาโรติ ปญฺญตฺติหารวิภงฺโค. ตตฺถ กา ปนายํ ปญฺญตฺตีติ? อาห ‘‘ยา ปกติกถาย เทสนา’’ติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยา เทสนาหาราทโย วิย อสฺสาทาทิปทตฺถวิเสสนิทฺธารณํ อกตฺวา ภควโต สาภาวิกธมฺมกถาย เทสนา. ยา ตสฺสา ปญฺญาปนา, อยํ ปญฺญตฺติหาโร. ยสฺมา ปน สา ภควโต ตถา ตถา เวเนยฺยสนฺตาเน ยถาธิปฺเปตมตฺถํ นิกฺขิปตีติ นิกฺเขโป. ตสฺส จายํ หาโร ทุกฺขาทิสงฺขาเต ภาเค ปกาเรหิ ญาเปติ, อสงฺกรโต วา ฐเปติ, ตสฺมา ‘‘นิกฺเขปปญฺญตฺตี’’ติ วุตฺโต. อิติ ปกติกถาย เทสนาติ สงฺเขเปน วุตฺตมตฺถํ วิตฺถาเรน วิภชิตุํ ‘‘กา จ ปกติกถาย เทสนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘จตฺตาริ สจฺจานี’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ อิทํ ทุกฺขนฺติ อยํ ปญฺญตฺตีติ กกฺขฬผุสนาทิสภาเว รูปารูปธมฺเม อตีตาทิวเสน อเนกเภทภินฺเน อภินฺทิตฺวา ปีฬนสงฺขตสนฺตาปวิปริณามฏฺฐตาสามญฺเญน ยา กุจฺฉิตภาวาทิมุเขน เอกชฺฌํ คหณสฺส การณภูตา ปญฺญตฺติ, กา ปน สาติ? นามปญฺญตฺตินิพนฺธนา ตชฺชาปญฺญตฺติ. ‘‘วิญฺญตฺติวิการสหิโต สทฺโท เอวา’’ติ อปเร. อิมินา นเยน ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญตฺติอตฺโถ เวทิตพฺโพ. ‘‘ปญฺจนฺนํ ขนฺธาน’’นฺติอาทินา ตสฺสา ปญฺญตฺติยา อุปาทานํ ทสฺเสติ. ทสนฺนํ อินฺทฺริยานนฺติ อฏฺฐ รูปินฺทฺริยานิ มนินฺทฺริยํ เวทนินฺทฺริยนฺติ เอวํ ทสนฺนํ. อนุภวนสามญฺเญน หิ เวทนา เอกมินฺทฺริยํ กตา, ตถา สทฺธาทโย จ มคฺคปกฺขิยาติ.
กพฬํ กรียตีติ กพฬีกาโรติ วตฺถุวเสน อยํ นิทฺเทโส. ยาย โอชาย สตฺตา ยาเปนฺติ, ตสฺสาเยตํ อธิวจนํ. สา หิ โอชฏฺฐมกสฺส รูปสฺส อาหรณโต อาหาโร. อตฺถีติ มคฺเคน อสมุจฺฉินฺนตาย วิชฺชติ. ราโคติ รญฺชนฏฺเฐน ราโค. นนฺทนฏฺเฐน นนฺที. ตณฺหายนฏฺเฐน ตณฺหา. สพฺพาเนตานิ โลภสฺเสว นามานิ. ปติฏฺฐิตํ ตตฺถ วิญฺญาณํ วิรุฬฺหนฺติ กมฺมํ ชวาเปตฺวา ปฏิสนฺธิอากฑฺฒนสมตฺถตาย ปติฏฺฐิตญฺเจว วิญฺญาณํ วิรุฬฺหญฺจ. ยตฺถาติ เตภูมกวฏฺเฏ ภุมฺมํ, สพฺพตฺถ วา ปุริมปุริมปเท เอตํ ภุมฺมํ. อตฺถิ ตตฺถ สงฺขารานํ วุทฺธีติ เย อิมสฺมึ วิปากวฏฺเฏ ฐิตสฺส อายตึ วฑฺฒนเหตุกา สงฺขารา, เต สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ยตฺถ อตฺถิ อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตี’’ติ ยสฺมึ ฐาเน อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ อตฺถิ. อตฺถิ ตตฺถ อายตึ ชาติชรามรณนฺติ ยตฺถ ปฏิสนฺธิคฺคหณํ, ตตฺถ ขนฺธานํ อภินิพฺพตฺติลกฺขณา ชาติ, ปริปากลกฺขณา ชรา, เภทนลกฺขณํ มรณญฺจ อตฺถิ. อยํ ปภาวปญฺญตฺติ ทุกฺขสฺส จ สมุทยสฺส จาติ อยํ ยถาวุตฺตา เทสนา ทุกฺขสจฺจสฺส สมุทยสจฺจสฺส จ สมุฏฺฐานปญฺญตฺติ, วิปากวฏฺฏสฺส สงฺขารานญฺจ ตณฺหาปจฺจยนิทฺเทสโตติ อธิปฺปาโย.
นตฺถิ ราโคติ อคฺคมคฺคภาวนาย สมุจฺฉินฺนตฺตา นตฺถิ เจ ราโค. อปฺปติฏฺฐิตํ ตตฺถ วิญฺญาณํ อวิรุฬฺหนฺติ กมฺมํ ชวาเปตฺวา ปฏิสนฺธิอากฑฺฒนสมตฺถตายาภาเวน อปฺปติฏฺฐิตญฺเจว อวิรุฬฺหญฺจาติ วุตฺตปฏิปกฺขนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
‘‘อยํ ปริญฺญาปญฺญตฺตี’’ติอาทินา เอกาภิสมยวเสเนว มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ จตูสุ อริยสจฺเจสุ ปวตฺตตีติ ทสฺเสติ. อยํ ภาวนาปญฺญตฺตีติ อยํ ทฺวารารมฺมเณหิ ฉทฺวารปฺปวตฺตนธมฺมานํ อนิจฺจานุปสฺสนา มคฺคสฺส ภาวนาปญฺญตฺติ. นิโรธปญฺญตฺติ นิโรธสฺสาติ โรธสงฺขาตาย ตณฺหาย มคฺเคน อนวเสสนิโรธปญฺญตฺติ. อุปฺปาทปญฺญตฺตีติ อุปฺปนฺนสฺส ปญฺญาปนา. โอกาสปญฺญตฺตีติ ฐานสฺส ปญฺญาปนา. อาหฏนาปญฺญตฺตีติ นีหรณปญฺญตฺติ. อาสาฏิกานนฺติ คุนฺนํ วเณสุ นีลมกฺขิกาหิ ฐปิตอณฺฑกา อาสาฏิกา นาม. เอตฺถ ยสฺส อุปฺปนฺนา, ตสฺส สตฺตสฺส อนยพฺยสนเหตุตาย อาสาฏิกา วิยาติ อาสาฏิกา, กิเลสา, เตสํ อาสาฏิกานํ. อภินิฆาตปญฺญตฺตีติ สมุคฺฆาตปญฺญตฺติ.
๔๑. เอวํ วฏฺฏวิวฏฺฏมุเขน สมฺมสนอุปาทานกฺขนฺธมุเขเนว สจฺเจสุ ปญฺญตฺติวิภาคํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตปริวฏฺฏวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘อิทํ ‘ทุกฺข’นฺติ เม, ภิกฺขเว’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ทสฺสนฏฺเฐน จกฺขุ. ยถาสภาวโต ชานนฏฺเฐน ญาณํ. ปฏิวิชฺฌนฏฺเฐน ปญฺญา. วิทิตกรณฏฺเฐน วิชฺชา. โอภาสนฏฺเฐน อาโลโก. สพฺพํ ปญฺญาเววจนเมว. อยํ เววจนปญฺญตฺติ. สจฺฉิกิริยาปญฺญตฺตีติ ปจฺจกฺขกรณปญฺญตฺติ.
ตุลมตุลญฺจาติ คาถาย ปจุรชนานํ ปจฺจกฺขภาวโต ตุลิตํ ปริจฺฉินฺนนฺติ ตุลํ, กามาวจรํ. น ตุลนฺติ อตุลํ, ตุลํ วา สทิสมสฺส อญฺญํ โลกิยกมฺมํ นตฺถีติ อตุลํ, มหคฺคตกมฺมํ. กามาวจรรูปาวจรกมฺมํ วา ตุลํ, อรูปาวจรํ อตุลํ, อปฺปวิปากํ วา ตุลํ. พหุวิปากํ อตุลํ. สมฺภวติ เอเตนาติ สมฺภวํ, สมฺภวเหตุภูตํ. ภวสงฺขารํ ปุนพฺภวสงฺขรณกํ. อวสฺสชีติ วิสฺสชฺเชสิ. มุนีติ พุทฺธมุนิ. อชฺฌตฺตรโตติ นิยกชฺฌตฺตรโต. สมาหิโตติ อุปจารปฺปนาสมาธิวเสน สมาหิโต. อภินฺทิ กวจมิวาติ กวจํ วิย ภินฺทิ. อตฺตสมฺภวนฺติ อตฺตนิ สญฺชาตํ กิเลสํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สวิปากฏฺเฐน สมฺภวํ ภวาภิสงฺขรณฏฺเฐน ภวสงฺขารนฺติ จ ลทฺธนามํ ตุลาตุลสงฺขาตํ โลกิยกมฺมญฺจ โอสฺสชิ, สงฺคามสีเส มหาโยโธ กวจํ วิย อตฺตสมฺภวํ กิเลสญฺจ อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต หุตฺวา อภินฺทีติ.
อถ วา ตุลนฺติ ตุลยนฺโต ตีเรนฺโต. อตุลญฺจ สมฺภวนฺติ นิพฺพานญฺเจว สมฺภวญฺจ. ภวสงฺขารนฺติ ภวคามิกมฺมํ. อวสฺสชิ มุนีติ ‘‘ปญฺจกฺขนฺธา อนิจฺจา, เตสํ นิโรโธ นิพฺพานํ นิจฺจ’’นฺติอาทินา (ปฏิ. ม. ๓.๓๘ อตฺถโต สมานํ) นเยน ตุลยนฺโต พุทฺธมุนิ ภเว อาทีนวํ นิพฺพาเน อานิสํสญฺจ ทิสฺวา ตํ ขนฺธานํ มูลภูตํ ภวสงฺขารํ กมฺมกฺขยกเรน อริยมคฺเคน อวสฺสชิ. กถํ? อชฺฌตฺตรโต. โส หิ วิปสฺสนาวเสน อชฺฌตฺตรโต สมถวเสน สมาหิโต กวจมิว อตฺตภาวํ ปริโยนนฺธิตฺวา ฐิตํ อตฺตนิ สมฺภวตฺตา ‘‘อตฺตสมฺภว’’นฺติ ลทฺธนามํ สพฺพํ กิเลสชาตํ อภินฺทิ, กิเลสาภาเว กมฺมํ อปฺปฏิสนฺธิกตฺตา อวสฺสฏฺฐํ นาม โหติ, กิเลสาภาเวน กมฺมํ ชหีติ อตฺโถ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๖๙; อุทา. อฏฺฐ. ๕๑).
สงฺขตาสงฺขตธาตุวินิมุตฺตสฺส อภิญฺเญยฺยสฺส อภาวโต วุตฺตํ ‘‘ตุล…เป… ธมฺมาน’’นฺติ. เตน ธมฺมปฏิสมฺภิทา วุตฺตา โหตีติ อาห – ‘‘นิกฺเขปปญฺญตฺติ ธมฺมปฏิสมฺภิทายา’’ติ. ภวสงฺขาเร สมุทยปกฺขิยํ สนฺธายาห ‘‘ปริจฺจาคปญฺญตฺตี’’ติ. ทุกฺขสจฺจปกฺขิยวเสน ‘‘ปริญฺญาปญฺญตฺตี’’ติ. สมาธานวิสิฏฺฐสฺส อชฺฌตฺตรตภาวสฺส วเสน ‘‘ภาวนาปญฺญตฺติ กายคตาย สติยา’’ติ วุตฺตํ. อชฺฌตฺตรตตาวิสิฏฺฐสฺส ปน สมาธานสฺส วเสน ‘‘ฐิติปญฺญตฺติ จิตฺเตกคฺคตายา’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อภินิพฺพิทาปญฺญตฺติ จิตฺตสฺสาติ อายุสงฺขาโรสฺสชฺชนวเสน จิตฺตสฺส อภินีหรณปญฺญตฺติ. อุปาทานปญฺญตฺตีติ คหณปญฺญตฺติ. สพฺพญฺญุตายาติ สมฺมาสมฺพุทฺธภาวสฺส. เอเตน อสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อายุสงฺขาโรสฺสชฺชนํ นตฺถีติ ทสฺเสติ. กิเลสาภาเวน ภควา กมฺมํ ชหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปทาลนาปญฺญตฺติ อวิชฺชณฺฑโกสาน’’นฺติ อาห.
โย ทุกฺขมทฺทกฺขิ ยโตนิทานนฺติ โย อารทฺธวิปสฺสโก สพฺพํ เตภูมกํ ทุกฺขํ อทกฺขิ ปสฺสิ, ตญฺจ ยโตนิทานํ ยํ เหตุกํ, ตมฺปิสฺส การณภาเวน ตณฺหํ ปสฺสิ. กาเมสุ โส ชนฺตุ กถํ นเมยฺยาติ โส เอวํ ปฏิปนฺโน ปุริโส สวตฺถุกาเมสุ กิเลสกาเมสุ เยน ปกาเรน นเมยฺย อภินเมยฺย, โส ปกาโร นตฺถิ. กสฺมา? กามา หิ โลเก สงฺโคติ ญตฺวา. ยสฺมา อิมสฺมึ โลเก กามสทิสํ พนฺธนํ นตฺถิ. วุตฺตญฺเจตํ ภควตา ‘‘น ตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา’’ติอาทิ (ธ. ป. ๓๔๕; สํ. นิ. ๑.๑๒๑; เนตฺติ. ๑๐๖; เปฏโก ๑๕), ตสฺมา สงฺขาเร อาสชฺชนฏฺเฐน สงฺโคติ วิทิตฺวา. เตสํ สตีมา วินยาย สิกฺเขติ กายคตาสติโยเคน สติมา เตสํ กามานํ วูปสมาย ตีสุปิ สิกฺขาสุ อปฺปมตฺโต สิกฺเขยฺยาติ อตฺโถ.
เววจนปญฺญตฺตีติ ขนฺธาทีนํ เววจนปญฺญตฺติ. อทกฺขีติ ปน ปเทน สมฺพนฺธตฺตา วุตฺตํ – ‘‘ทุกฺขสฺส ปริญฺญาปญฺญตฺติ จา’’ติ. ปจฺจตฺถิกโต ทสฺสนปญฺญตฺตีติ อนตฺถชนนโต ปจฺจตฺถิกโต ทสฺสนปญฺญตฺติ. ปาวกกปฺปาติ ชลิตอคฺคิกฺขนฺธสทิสา. ปปาตอุรโคปมาติ ปปาตูปมาอุรโคปมา จ.
โมหสมฺพนฺธโน โลโกติ อยํ โลโก อวิชฺชาเหตุเกหิ สํโยชเนหิ พนฺโธ. ภพฺพรูโปว ทิสฺสตีติ วิปนฺนชฺฌาสโยปิ มายาย สาเฐยฺเยน จ ปฏิจฺฉาทิตสภาโว ภพฺพชาติกํ วิย อตฺตานํ ทสฺเสติ. อุปธิพนฺธโน พาโล, ตมสา ปริวาริโตติ ตสฺส ปน พาลสฺส ตถา ทสฺสเน สมฺโมหตมสา ปริวาริตตฺตา กามคุเณสุ อนาทีนวทสฺสิตาย กิเลสาภิสงฺขาเรหิ พนฺธตฺตา. ตถา ภูโต จายํ พาโล ปณฺฑิตานํ อสฺสิรี วิย ขายติ อลกฺขิโก เอว หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. ตยิทํ สพฺพํ พาลสฺส สโต ราคาทิกิญฺจนโต. ปณฺฑิตสฺส ปน ปญฺญาจกฺขุนา ปสฺสโต นตฺถิ กิญฺจนนฺติ อยํ สงฺเขปตฺโถ. โมหสีเสน วิปลฺลาสา คหิตาติ อาห – ‘‘เทสนาปญฺญตฺติ วิปลฺลาสาน’’นฺติ. วิปรีตปญฺญตฺตีติ วิปรีตากาเรน อุปฏฺฐหมานสฺส ปญฺญาปนา.
อตฺถิ นิพฺพานนฺติ สมณพฺราหฺมณานํ วาจาวตฺถุมตฺตเมว. นตฺถิ นิพฺพานนฺติ ปรมตฺถโต อลพฺภมานสภาวตฺตาติ วิปฺปฏิปนฺนานํ มิจฺฉาวาทํ ภญฺชิตุํ ภควตา วุตฺตํ – ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงฺขต’’นฺติ. ตตฺถ เหตุํ ทสฺเสตุํ ‘‘โน เจตํ, ภิกฺขเว’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – ภิกฺขเว, ยทิ อสงฺขตา ธาตุ น อภวิสฺส, น อิธ สพฺพสฺส สงฺขตสฺส นิสฺสรณํ สิยา. นิพฺพานญฺหิ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตมานา สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย มคฺคธมฺมา อนวเสสกิเลเส สมุจฺฉินฺทนฺติ, ตโต ติวิธสฺสปิ วฏฺฏสฺส อปฺปวตฺตีติ.
ตตฺถายมธิปฺปาโย – ยถา ปริญฺเญยฺยตาย สอุตฺตรานํ กามานํ รูปานญฺจ ปฏิปกฺขภูตํ ตพฺพิธุรสภาวํ นิสฺสรณํ ปญฺญายติ, เอวํ ตํสภาวานํ สงฺขภธมฺมานํ ปฏิปกฺขภูเตน ตพฺพิธุรตาสภาเวน นิสฺสรเณน ภวิตพฺพํ, ยญฺจ ตํ นิสฺสรณํ. สา อสงฺขตา ธาตุ. กิญฺจ ภิยฺโย? สงฺขตธมฺมารมฺมณํ วิปสฺสนาญาณํ. อปิ จ อนุโลมญาณํ กิเลเส น สมุจฺเฉทวเสน ปชหิตุํ สกฺโกติ. สมฺมุติสจฺจารมฺมณมฺปิ ปฐมชฺฌานาทีสุ ญาณํ วิกฺขมฺภนมตฺตเมว กโรติ, กิเลสานํ น สมุจฺเฉทํ, สมุจฺเฉทปฺปหานกรญฺจ อริยมคฺคญาณํ, ตสฺส สงฺขตธมฺมสมฺมุติสจฺจวิปรีเตน อารมฺมเณน ภวิตพฺพํ, สา อสงฺขตา ธาตุ. ตถา นิพฺพาน-สทฺโท กตฺถจิ วิสเย อวิปรีตตฺโถ เวทิตพฺโพ, อุปจารวุตฺติสพฺภาวโต, ยถา ตํ ‘‘สีหสทฺโท’’ติ.
อถ วา ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงฺขต’’นฺติ (อุทา. ๗๓) วจนํ อวิปรีตตฺถํ, ภควตา ภาสิตตฺตา. ยญฺหิ ภควตา ภาสิตํ, ตํ อวิปรีตตฺถํ. ยถา ตํ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา, สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา, สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๕๓, ๓๕๖; กถา. ๗๕๓; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๔; ปฏิ. ม. ๑.๓๑; เนตฺติ. ๕; ธ. ป. ๒๗๗-๒๗๙), เอวมฺปิ ยุตฺติวเสน อสงฺขตาย ธาตุยา ปรมตฺถโต สพฺภาโว เวทิตพฺโพ. กึ วา เอตาย ยุตฺติจินฺตาย? ยสฺมา ภควตา ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงฺขตนฺติ (อุทา. ๗๓), อปฺปจฺจยา ธมฺมา อสงฺขตา ธมฺมาติ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๗-๘) จ, อสงฺขตญฺจ โว, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสสฺสามิ อสงฺขตคามินิญฺจ ปฏิปท’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๔.๓๖๖-๓๖๗, ๓๗๗) จ อเนเกหิ สุตฺตปเทหิ นิพฺพานธาตุยา ปรมตฺถโต สพฺภาโว เทสิโตติ. ตตฺถ อุปนยนปญฺญตฺตีติ ปฏิปกฺขโต เหตุอุปนยนสฺส ปญฺญาปนา. โชตนาปญฺญตฺตีติ ปฏิญฺญาตสฺส อตฺถสฺส สิทฺธิยา ปกาสนาปญฺญตฺติ. เสสํ สพฺพํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ปญฺญตฺติหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.