๔. ปฏินิทฺเทสวารวณฺณนา
๑. เทสนาหารวิภงฺควณฺณนา
๕. เอวํ หาราทโย สุขคฺคหณตฺถํ คาถาพนฺธวเสน สรูปโต นิทฺทิสิตฺวา อิทานิ เตสุ หาเร ตาว ปฏินิทฺเทสวเสน วิภชิตุํ ‘‘ตตฺถ กตโม เทสนาหาโร’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กตโมติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. เทสนาหาโรติ ปุจฺฉิตพฺพธมฺมนิทสฺสนํ. กิญฺจาปิ เทสนาหาโร นิทฺเทสวาเร สรูปโต ทสฺสิโต, ปฏินิทฺเทสสฺส ปน วิสยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อสฺสาทาทีนวตา’’ติ คาถํ เอกเทเสน ปจฺจามสติ. อยํ เทสนาหาโร ปุพฺพาปราเปกฺโข. ตตฺถ ปุพฺพาเปกฺขตฺเต ‘‘กตโม เทสนาหาโร’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อสฺสาทาทีนวตา’’ติ สรูปโต ทสฺสิตสฺส นิคมนํ โหติ. ปราเปกฺขตฺเต ปน ‘‘อยํ เทสนาหาโร กึ เทสยตี’’ติ เทสนากิริยาย กตฺตุนิทฺเทโส โหติ. เตน เทสนาหารสฺส อนฺวตฺถสญฺญตํ ทสฺเสติ. เทสยตีติ สํวณฺเณติ, วิตฺถาเรตีติ อตฺโถ.
อิทานิ อเนน เทเสตพฺพธมฺเม สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘อสฺสาท’’นฺติอาทิมาห, ตํ ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานเมว. ตสฺมา อิโต ปรมฺปิ อวุตฺตเมว วณฺณยิสฺสาม. ‘‘กตฺถ ปน อาคเต อสฺสาทาทิเก อยํ หาโร สํวณฺเณตี’’ติ อนุโยคํ มนสิกตฺวา เทสนาหาเรน สํวณฺเณตพฺพธมฺมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺมํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทิกํ สพฺพปริยตฺติธมฺมสงฺคาหกํ ภควโต ฉฉกฺกเทสนํ เอกเทเสน ทสฺเสติ.
ตตฺถ ธมฺมนฺติ อยํ ธมฺม-สทฺโท ปริยตฺติสจฺจสมาธิปญฺญาปกติปุญฺญาปตฺติเญยฺยาทีสุ พหูสุ อตฺเถสุ ทิฏฺฐปฺปโยโค. ตถา หิ ‘‘อิธ, ภิกฺขุ, ธมฺมํ ปริยาปุณาตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๗๓) ปริยตฺติธมฺเม ทิสฺสติ. ‘‘ทิฏฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๙๙; มหาว. ๑๘) สจฺเจ. ‘‘เอวํธมฺมา เต ภควนฺโต อเหสุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๓, ๑๔๕) สมาธิมฺหิ. ‘‘สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค’’ติ เอวมาทีสุ (ชา. ๑.๑.๕๗; ๑.๒.๑๔๗-๑๔๘) ปญฺญายํ. ‘‘ชาติธมฺมานํ, ภิกฺขเว, สตฺตาน’’นฺติ เอวมาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๙๘; ม. นิ. ๑.๑๓๑) ปกติยํ. ‘‘ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจาริ’’นฺติอาทีสุ (ชา. ๑.๑๐.๑๐๒; ๑.๑๕.๓๘๕) ปุญฺเญ. ‘‘จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมา’’ติ เอวมาทีสุ (ปารา. ๒๓๓) อาปตฺติยํ. ‘‘กุสลา ธมฺมา อกุสลาธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ติกมาติกา ๑) เญยฺเย. อิธ ปน ปริยตฺติยํ ทฏฺฐพฺโพติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.มูลปริยายสุตฺตวณฺณนา; ธ. ส. อฏฺฐ. จิตฺตุปฺปาทกณฺฑ ๑; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๑.๑).
โวติ ปน อยํ โว-สทฺโท ‘‘หนฺท ทานิ, ภิกฺขเว, ปวาเรมิ โว’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๑๕) เอตฺถ อุปโยคตฺเถ อาคโต. ‘‘สนฺนิปติตานํ โว, ภิกฺขเว, ทฺวยํ กรณีย’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๗๓) กรณตฺเถ. ‘‘เย หิ โว อริยา ปริสุทฺธกายกมฺมนฺตา’’ติอาทีสุ ปทปูรเณ. ‘‘อาโรจยามิ โว, ภิกฺขเว’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๗.๗๒) สมฺปทานตฺเถ. อิธาปิ สมฺปทานตฺเถ เอวาติ ทฏฺฐพฺโพ.
ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยเคน ภิกฺขู, ภินฺนกิเลสตาทิคุณโยเคน วา. อถ วา สํสาเร ภยํ อิกฺขนฺตีติ ภิกฺขู. ภิกฺขเวติ เตสํ อาลปนํ. เตน เต ธมฺมสฺสวเน นิโยเชนฺโต อตฺตโน มุขาภิมุขํ กโรติ. เทเสสฺสามีติ กเถสฺสามิ. เตน นาหํ ธมฺมิสฺสรตาย ตุเมฺห อญฺญํ กิญฺจิ กาเรยฺยามิ, อนาวรณญาเณน สพฺพํ เญยฺยธมฺมํ ปจฺจกฺขการิตาย ปน ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ อิทานิ ปวตฺติยมานํ ธมฺมเทสนํ ปฏิชานาติ. อาทิกลฺยาณนฺติอาทีสุ อาทิมฺหิ กลฺยาณํ อาทิกลฺยาณํ, อาทิกลฺยาณเมตสฺสาติ วา อาทิกลฺยาณํ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ตตฺถ สีเลน อาทิกลฺยาณํ. สมาธินา มชฺเฌกลฺยาณํ. ปญฺญาย ปริโยสานกลฺยาณํ. พุทฺธสุพุทฺธตาย วา อาทิกลฺยาณํ. ธมฺมสุธมฺมตาย มชฺเฌกลฺยาณํ. สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติยา ปริโยสานกลฺยาณํ. อถ วา อุคฺฆฏิตญฺญุวินยเนน อาทิกลฺยาณํ. วิปญฺจิตญฺญุวินยเนน มชฺเฌกลฺยาณํ เนยฺยปุคฺคลวินยเนน ปริโยสานกลฺยาณํ. อยเมวตฺโถ อิธาธิปฺเปโต.
อตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถํ. พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนํ. สงฺกาสนาทิฉอตฺถปทสมาโยคโต วา สาตฺถํ. อกฺขราทิฉพฺยญฺชนปทสมาโยคโต สพฺยญฺชนํ. อยเมวตฺโถ อิธาธิปฺเปโต. อุปเนตพฺพาภาวโต เอกนฺเตน ปริปุณฺณนฺติ เกวลปริปุณฺณํ. อปเนตพฺพาภาวโต ปริสุทฺธํ. สีลาทิปญฺจธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา วา ปริปุณฺณํ. จตุโรฆนิตฺถรณาย ปวตฺติยา โลกามิสนิรเปกฺขตาย จ ปริสุทฺธํ. พฺรหฺมํ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ พฺรหฺมูนํ วา เสฏฺฐานํ อริยานํ จริยํ สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สาสนํ พฺรหฺมจริยํ ปกาสยิสฺสามิ ปริทีปยิสฺสามีติ อตฺโถ.
เอวํ ภควตา เทสิโต ปกาสิโต จ สาสนธมฺโม เยสํ อสฺสาทาทีนํ ทสฺสนวเสน ปวตฺโต, เต อสฺสาทาทโย เทสนาหารสฺส วิสยภูตา ยตฺถ ยตฺถ ปาเฐ สวิเสสํ วุตฺตา, ตโต ตโต นิทฺธาเรตฺวา อุทาหรณวเสน อิธาเนตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ กตโม อสฺสาโท’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กามนฺติ มนาปิยรูปาทึ เตภูมกธมฺมสงฺขาตํ วตฺถุกามํ. กามยมานสฺสาติ อิจฺฉนฺตสฺส. ตสฺส เจตํ สมิชฺฌตีติ ตสฺส กามยมานสฺส สตฺตสฺส ตํ กามสงฺขาตํ วตฺถุ สมิชฺฌติ เจ, สเจ โส ตํ ลภตีติ วุตฺตํ โหติ. อทฺธาปีติมโน โหตีติ เอกํเสน ตุฏฺฐจิตฺโต โหติ. ลทฺธาติ ลภิตฺวา. มจฺโจติ สตฺโต. ยทิจฺฉตีติ ยํ อิจฺฉติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน นิทฺเทเส (มหานิ. ๑) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. อยํ อสฺสาโทติ ยายํ อธิปฺปายสมิชฺฌนา อิจฺฉิตลาเภ ปีติมนตา โสมนสฺสํ, อยํ อสฺสาเทตพฺพโต อสฺสาโท.
ตสฺส เจ กามยานสฺสาติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส กาเม อิจฺฉมานสฺส, กาเมน วา ยายมานสฺส. ฉนฺทชาตสฺสาติ ชาตตณฺหสฺส. ชนฺตุโนติ สตฺตสฺส. เต กามา ปริหายนฺตีติ เต วตฺถุกามา เกนจิ อนฺตราเยน วินสฺสนฺติ เจ. สลฺลวิทฺโธว รุปฺปตีติ อถ อโยมยาทินา สลฺเลน วิทฺโธ วิย ปีฬิยตีติ อตฺโถ. อยํ อาทีนโวติ ยายํ กามานํ วิปริณามญฺญถาภาวา กามยานสฺส สตฺตสฺส รุปฺปนา โทมนสฺสุปฺปตฺติ, อยํ อาทีนโว.
โย กาเม ปริวชฺเชตีติ โย ภิกฺขุ ยถาวุตฺเต กาเม ตตฺถ ฉนฺทราคสฺส วิกฺขมฺภเนน วา สมุจฺฉินฺทเนน วา สพฺพภาเคน วชฺเชติ. ยถา กึ? สปฺปสฺเสว ปทา สิโรติ, ยถา โกจิ ปุริโส ชีวิตุกาโม กณฺหสปฺปํ ปฏิปเถ ปสฺสิตฺวา อตฺตโน ปาเทน ตสฺส สิรํ ปริวชฺเชติ, โสมํ…เป… สมติวตฺตตีติ โส ภิกฺขุ สพฺพํ โลกํ วิสริตฺวา ฐิตตฺตา โลเก วิสตฺติกาสงฺขาตํ อิมํ ตณฺหํ สติมา หุตฺวา สมติกฺกมตีติ. อิทํ นิสฺสรณนฺติ ยทิทํ วิสตฺติกาสงฺขาตาย ตณฺหาย นิพฺพานารมฺมเณน อริยมคฺเคน สมติวตฺตนํ, อิทํ นิสฺสรณํ.
เขตฺตนฺติ เกทาราทิเขตฺตํ. วตฺถุนฺติ ฆรวตฺถุอาทิวตฺถุํ. หิรญฺญํ วาติ กหาปณสงฺขาตํ สุวณฺณสงฺขาตญฺจ หิรญฺญํ. วา-สทฺโท วิกปฺปนตฺโถ, โส สพฺพปเทสุ โยเชตพฺโพ. ควาสฺสนฺติ คาโว จ อสฺเส จาติ ควาสฺสํ. ทาสโปริสนฺติ ทาเส จ โปริเส จาติ ทาสโปริสํ. ถิโยติ อิตฺถิโย. พนฺธูติ ญาติพนฺธโว. ปุถู กาเมติ อญฺเญปิ วา มนาปิยรูปาทิเก พหู กามคุเณ. โย นโร อนุคิชฺฌตีติ โย สตฺโต อนุ อนุ อภิกงฺขติ ปตฺเถตีติ อตฺโถ. อยํ อสฺสาโทติ ยทิทํ เขตฺตาทีนํ อนุคิชฺฌนํ, อยํ อสฺสาเทติ วตฺถุกาเม เอเตนาติ อสฺสาโท.
อพลา นํ พลียนฺตีติ เขตฺตาทิเภเท กาเม อนุคิชฺฌนฺตํ ตํ ปุคฺคลํ กุสเลหิ ปหาตพฺพตฺตา อพลสงฺขาตา กิเลสา พลียนฺติ อภิภวนฺติ, สทฺธาพลาทิวิรเหน วา อพลํ ตํ ปุคฺคลํ อพลา กิเลสา พลียนฺติ, อพลตฺตา อภิภวนฺตีติ อตฺโถ. มทฺทนฺเตนํ ปริสฺสยาติ เอนํ กามคิทฺธํ กาเม ปริเยสนฺตํ รกฺขนฺตญฺจ สีหาทโย จ ปากฏปริสฺสยา กายทุจฺจริตาทโย จ อปากฏปริสฺสยา มทฺทนฺติ. ตโต นํ…เป… ทกนฺติ ตโต เตหิ ปากฏาปากฏปริสฺสเยหิ อภิภูตํ ตํ ปุคฺคลํ ชาติอาทิทุกฺขํ สมุทฺเท ภินฺนนาวํ อุทกํ วิย อเนฺวติ อนุคจฺฉตีติ อตฺโถ. อยํ อาทีนโวติ ยฺวายํ ตณฺหาทุจฺจริตสํกิเลสเหตุโก ชาติอาทิทุกฺขานุพนฺโธ, อยํ อาทีนโว.
ตสฺมาติ ยสฺมา กามคิทฺธสฺส วุตฺตนเยน ทุกฺขานุพนฺโธ วิชฺชติ, ตสฺมา. ชนฺตูติ สตฺโต. สทา สโตติ ปุพฺพรตฺตาปรรตฺตํ ชาคริยานุโยเคน สโต หุตฺวา. กามานิ ปริวชฺชเยติ วิกฺขมฺภนวเสน สมุจฺเฉทวเสน จ รูปาทีสุ วตฺถุกาเมสุ สพฺพปฺปการํ กิเลสกามํ อนุปฺปาเทนฺโต กามานิ ปริวชฺชเย ปชเหยฺย. เต ปหาย ตเร โอฆนฺติ เอวํ เต กาเม ปหาย ตปฺปหานกรอริยมคฺเคเนว จตุพฺพิธมฺปิ โอฆํ ตเรยฺย, ตริตุํ สกฺกุเณยฺยาติ อตฺโถ. นาวํ สิตฺวาว ปารคูติ ยถา ปุริโส อุทกคฺคหเณน ครุภารํ นาวํ อุทกํ พหิ สิญฺจิตฺวา ลหุกาย นาวาย อปฺปกสิเรเนว ปารคู ภเวยฺย, ปารํ คจฺเฉยฺย, เอวเมว อตฺตภาวนาวํ กิเลสูทกครุกํ สิญฺจิตฺวา ลหุเกน อตฺตภาเวน ปารคู ภเวยฺย, ปารํ นิพฺพานํ อรหตฺตปฺปตฺติยา คจฺเฉยฺย อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพาเนนาติ อตฺโถ. อิทํ นิสฺสรณนฺติ ยํ กามปฺปหานมุเขน จตุโรฆํ ตริตฺวา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา นิพฺพานํ, อิทํ สพฺพสงฺขตนิสฺสรณโต นิสฺสรณนฺติ.
ธมฺโมติ ทานาทิปุญฺญธมฺโม. หเวติ นิปาตมตฺตํ. รกฺขติ ธมฺมจารินฺติ โย ตํ ธมฺมํ อปฺปมตฺโต จรติ, ตํ ธมฺมจารึ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกเภเทน ทุวิธโตปิ อนตฺถโต รกฺขติ ปาเลติ. ฉตฺตํ มหนฺตํ ยถ วสฺสกาเลติ วสฺสกาเล เทเว วสฺสนฺเต ยถา มหนฺตํ ฉตฺตํ กุสเลน ปุริเสน ธาริตํ ตํ วสฺสเตมนโต รกฺขติ. ตตฺถ ยถา ตํ ฉตฺตํ อปฺปมตฺโต หุตฺวา อตฺตานํ รกฺขนฺตํ ฉาเทนฺตญฺจ วสฺสาทิโต รกฺขติ, เอวํ ธมฺโมปิ อตฺตสมฺมาปณิธาเนน อปฺปมตฺโต หุตฺวา ธมฺมจริยาย อตฺตานํ รกฺขนฺตํเยว รกฺขตีติ อธิปฺปาโย. เอสา…เป… จารีติ เอเตน วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กโรติ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. อิทํ ผลนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิเกหิ สมฺปรายิเกหิ จ อนตฺเถหิ ยทิทํ ธมฺมสฺส รกฺขณํ วุตฺตํ รกฺขาวสานสฺส จ อพฺภุทยสฺส นิปฺผาทนํ, อิทํ นิสฺสรณํ อนามสิตฺวา เทสนาย นิพฺพตฺเตตพฺพตาย ผลนฺติ.
สพฺเพ ธมฺมาติ สพฺเพ สงฺขตา ธมฺมา. อนตฺตาติ นตฺถิ เอเตสํ อตฺตา การกเวทกสภาโว, สยํ วา น อตฺตาติ อนตฺตาติ. อิตีติ เอวํ. ยทา ปญฺญาย ปสฺสตีติ ยสฺมึ กาเล วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปนฺโต อนตฺตานุปสฺสนาสงฺขาตาย ปญฺญาย ปสฺสติ. อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเขติ อถ อนตฺตานุปสฺสนาย ปุพฺเพ เอว อนิจฺจตาทุกฺขตานํ สุปริทิฏฺฐตฺตา นิพฺพิทานุปสฺสนาวเสน วิปสฺสนาโคจรภูเต ปญฺจกฺขนฺธทุกฺเข นิพฺพินฺทติ นิพฺเพทํ อาปชฺชติ. เอส มคฺโค วิสุทฺธิยาติ ยา วุตฺตลกฺขณา นิพฺพิทานุปสฺสนา สพฺพกิเลสวิสุชฺฌนโต วิสุทฺธิสงฺขาตสฺส อริยมคฺคสฺส อจฺจนฺตวิสุทฺธิยา วา อมตธาตุยา มคฺโค อุปาโย. อยํ อุปาโยติ ยทิทํ อนตฺตานุปสฺสนามุเขน สพฺพสฺมึ วฏฺฏสฺมึ นิพฺพินฺทนํ วุตฺตํ, ตํ วิสุทฺธิยา อธิคมเหตุภาวโต อุปาโย.
‘‘จกฺขุมา…เป… ปริวชฺชเย’’ติ อิมิสฺสา คาถาย อยํ สงฺเขปตฺโถ – ยถา จกฺขุมา ปุริโส สรีเร วหนฺเต วิสมานิ ภูมิปฺปเทสานิ จณฺฑตาย วา วิสเม หตฺถิอาทโย ปริวชฺเชติ, เอวํ โลเก สปฺปญฺโญ ปุริโส สปฺปญฺญตาย หิตาหิตํ ชานนฺโต ปาปานิ ลามกานิ ทุจฺจริตานิ ปริวชฺเชยฺยาติ. อยํ อาณตฺตีติ ยา อยํ ‘‘ปาปานิ ปริวชฺเชตพฺพานี’’ติ ธมฺมราชสฺส ภควโต อาณา, อยํ อาณตฺตีติ.
เอวํ วิสุํ วิสุํ สุตฺเตสุ อาคตา ผลูปายาณตฺติโย อุทาหรณภาเวน ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตา เอกโต อาคตา ทสฺเสตุํ ‘‘สุญฺญโต’’ติ คาถมาห.
ตตฺถ สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ, โมฆราชาติ อาณตฺตีติ ‘‘โมฆราช, สพฺพมฺปิ สงฺขารโลกํ อวสวตฺติตาสลฺลกฺขณวเสน วา ตุจฺฉภาวสมนุปสฺสนวเสน วา สุญฺโญติ ปสฺสา’’ติ อิทํ ธมฺมราชสฺส วจนํ วิธานภาวโต อาณตฺติ. สพฺพทา สติกิริยาย ตํสุญฺญตาทสฺสนํ สมฺปชฺชตีติ ‘‘สทา สโตติ อุปาโย’’ติ วุตฺตํ. อตฺตานุทิฏฺฐึ อูหจฺจาติ วีสติวตฺถุกํ สกฺกายทสฺสนํ อุทฺธริตฺวา สมุจฺฉินฺทิตฺวา. เอวํ มจฺจุตโร สิยาติ. อิทํ ผลนฺติ ยํ เอวํ วุตฺเตน วิธินา มจฺจุตรณํ มจฺจุโน วิสยาติกฺกมนํ ตสฺส ยํ ปุพฺพภาคปฏิปทาปฏิปชฺชนํ, อิทํ เทสนาย ผลนฺติ อตฺโถ. ยถา ปน อสฺสาทาทโย สุตฺเต กตฺถจิ สรูปโต กตฺถจิ นิทฺธาเรตพฺพตาย กตฺถจิ วิสุํ วิสุํ กตฺถจิ เอกโต ทสฺสิตา, น เอวํ ผลาทโย. ผลาทโย ปน สพฺพตฺถ สุตฺเต คาถาสุ วา เอกโต ทสฺเสตพฺพาติ อิมสฺส นยสฺส ทสฺสนตฺถํ วิสุํ วิสุํ อุทาหริตฺวาปิ ปุน ‘‘สุญฺญโต โลก’’นฺติอาทินา เอกโต อุทาหรณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
๖. เอวํ อสฺสาทาทโย อุทาหรณวเสน สรูปโต ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตตฺถ ปุคฺคลวิภาเคน เทสนาวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ภควา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ อุคฺฆฏิตํ ฆฏิตมตฺตํ อุทฺทิฏฺฐมตฺตํ ยสฺส นิทฺเทสปฏินิทฺเทสา น กตา, ตํ ชานาตีติ อุคฺฆฏิตญฺญู. อุทฺเทสมตฺเตน สปฺปเภทํ สวิตฺถารมตฺถํ ปฏิวิชฺฌตีติ อตฺโถ, อุคฺฆฏิตํ วา อุจฺจลิตํ อุฏฺฐปิตนฺติ อตฺโถ, ตํ ชานาตีติ อุคฺฆฏิตญฺญู. ธมฺโม หิ เทสิยมาโน เทสกโต เทสนาภาชนํ สงฺกมนฺโต วิย โหติ, ตเมส อุจฺจลิตเมว ชานาตีติ อตฺโถ, จลิตเมว วา อุคฺฆฏิตํ. สสฺสตาทิอาการสฺส หิ เวเนยฺยานํ อาสยสฺส พุทฺธาเวณิกา ธมฺมเทสนา ตงฺขณปติตา เอว จลนาย โหติ, ตโต ปรมฺปรานุวตฺติยา, ตตฺถายํ อุคฺฆฏิเต จลิตมตฺเตเยว อาสเย ธมฺมํ ชานาติ อวพุชฺฌตีติ อุคฺฆฏิตญฺญู, ตสฺส อุคฺฆฏิตญฺญุสฺส นิสฺสรณํ เทสยติ, ตตฺตเกเนว ตสฺส อตฺถสิทฺธิโต. วิปญฺจิตํ วิตฺถาริตํ นิทฺทิฏฺฐํ ชานาตีติ วิปญฺจิตญฺญู, วิปญฺจิตํ วา มนฺทํ สณิกํ ธมฺมํ ชานาตีติ วิปญฺจิตญฺญู, ตสฺส วิปญฺจิตญฺญุสฺส อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ เทสยติ, นาติสงฺเขปวิตฺถาราย เทสนาย ตสฺส อตฺถสิทฺธิโต. เนตพฺโพ ธมฺมสฺส ปฏินิทฺทิเสน อตฺถํ ปาเปตพฺโพติ เนยฺโย, มุทินฺทฺริยตาย วา ปฏิโลมคฺคหณโต เนตพฺโพ อนุเนตพฺโพติ เนยฺโย, ตสฺส เนยฺยสฺส อสฺสาทํ อาทีนวํ นิสฺสรณญฺจ เทสยติ, อนวเสเสตฺวาว เทสเนน ตสฺส อตฺถสิทฺธิโต. ตตฺถายํ ปาฬิ –
‘‘กตโม จ ปุคฺคโล อุคฺฆฏิตญฺญู? ยสฺส ปุคฺคลสฺส สห อุทาหฏเวลาย ธมฺมาภิสมโย โหติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล อุคฺฆฏิตญฺญู.
‘‘กตโม จ ปุคฺคโล วิปญฺจิตญฺญู? ยสฺส ปุคฺคลสฺส สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺเถ วิภชิยมาเน ธมฺมาภิสมโย โหติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล วิปญฺจิตญฺญู.
‘‘กตโม จ ปุคฺคโล เนยฺโย? ยสฺส ปุคฺคลสฺส อุทฺเทสโต ปริปุจฺฉโต โยนิโสมนสิกโรโต กลฺยาณมิตฺเต เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต เอวํ อนุปุพฺเพน ธมฺมาภิสมโย โหติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล เนยฺโย’’ติ (ปุ. ป. ๑๔๘-๑๕๐).
ปทปรโม ปเนตฺถ เนตฺติยํ ปฏิเวธสฺส อภาชนนฺติ น คหิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ จ อสฺสาโท, อาทีนโว, นิสฺสรณํ, อสฺสาโท จ อาทีนโว จ, อสฺสาโท จ นิสฺสรณญฺจ, อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจ, อสฺสาโท จ อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจาติ เอเต สตฺต ปฏฺฐานนยา.
เตสุ ตติยฉฏฺฐสตฺตมา เวเนยฺยตฺตยวินยเน สมตฺถตาย คหิตา, อิตเร จตฺตาโร น คหิตา. น หิ เกวเลน อสฺสาเทน อาทีนเวน ตทุภเยน วา กถิเตน เวเนยฺยวินยนํ สมฺภวติ, กิเลสานํ ปหานาวจนโต. ปญฺจโมปิ อาทีนวาวจนโต นิสฺสรณสฺส อนุปาโย เอว. น หิ วิมุตฺติรสา ภควโต เทสนา วิมุตฺตึ ตทุปายญฺจ อนามสนฺตี ปวตฺตติ. ตสฺมา เอเต จตฺตาโร นยา อนุทฺธฏา. สเจ ปน ปทปรมสฺส ปุคฺคลสฺส วเสน ปวตฺตํ สํกิเลสภาคิยํ วาสนาภาคิยํ ตทุภยภาเค ฐิตํ เทสนํ สุตฺเตกเทสํ คาถํ วา ตาทิสํ เอเตสํ นยานํ อุทาหรณภาเวน อุทฺธรติ, เอวํ สติ สตฺตนฺนมฺปิ นยานํ คหณํ ภเวยฺย. เวเนยฺยวินยนํ ปน เตสํ สนฺตาเน อริยมคฺคสฺส อุปฺปาทนํ. ตํ ยถาวุตฺเตหิ เอว นเยติ, นาวเสเสหีติ อิตเร อิธ น วุตฺตา. ยสฺมา ปน เปฏเก (เปฏโก. ๒๓) –
‘‘ตตฺถ กตโม อสฺสาโท จ อาทีนโว จ?
ยานิ กโรติ ปุริโส, ตานิ อตฺตนิ ปสฺสติ;
กลฺยาณการี กลฺยาณํ, ปาปการี จ ปาปก’’นฺติ.
ตตฺถ ยํ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปจฺจนุโภติ, อยํ อสฺสาโท. ยํ ปาปการี ปาปํ ปจฺจนุโภติ, อยํ อาทีนโว.
อฏฺฐิเม, ภิกฺขเว, โลกธมฺมา. กตเม อฏฺฐ? ลาโภติอาทิ (อ. นิ. ๘.๖). ตตฺถ ลาโภ ยโส สุขํ ปสํสา, อยํ อสฺสาโท. อลาโภ อยโส ทุกฺขํ นินฺทา, อยํ อาทีนโว.
ตตฺถ กตโม อสฺสาโท จ นิสฺสรณญฺจ?
‘‘สุโข วิปาโก ปุญฺญานํ, อธิปฺปาโย จ อิชฺฌติ;
ขิปฺปญฺจ ปรมํ สนฺตึ, นิพฺพานมธิคจฺฉตี’’ติ. (เปฏโก. ๒๓);
อยํ อสฺสาโท จ นิสฺสรณญฺจ.
ทฺวตฺตึสิมานิ, ภิกฺขเว, มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณานิ, เยหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส เทฺวว คติโย ภวนฺติ อนญฺญา…เป… วิวฏจฺฉโทติ สพฺพํ ลกฺขณสุตฺตํ, (ที. นิ. ๓.๑๙๙) อยํ อสฺสาโท จ นิสฺสรณญฺจ.
ตตฺถ กตโม อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจ?
‘‘ภารา หเว ปญฺจกฺขนฺธา, ภารหาโร จ ปุคฺคโล;
ภาราทานํ ทุขํ โลเก, ภารนิกฺเขปนํ สุขํ.
‘‘นิกฺขิปิตฺวา ครุํ ภารํ, อญฺญํ ภารํ อนาทิย;
สมูลํ ตณฺหมพฺพุยฺห, นิจฺฉาโต ปรินิพฺพุโต’’ติ. (สํ. นิ. ๓.๒๒);
อยํ อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจ.
ตตฺถ กตโม อสฺสาโท จ อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจ?
‘‘กามา หิ จิตฺรา มธุรา มโนรมา, วิรูปรูเปน มเถนฺติ จิตฺตํ;
ตสฺมา อหํ ปพฺพชิโตมฺหิ ราช, อปณฺณกํ สามญฺญเมว เสยฺโยติ. (ม. นิ. ๒.๓๐๗; เถรคา. ๗๘๗-๗๘๘; เปฏโก. ๒๓);
อยํ อสฺสาโท จ อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา เตปิ นยา อิธ นิทฺธาเรตฺวา เวทิตพฺพา. ผลาทีสุปิ อยํ นโย ลพฺภติ เอว. ยสฺมา เปฏเก (เปฏโก. ๒๒) ‘‘ตตฺถ กตมํ ผลญฺจ อุปาโย จ? สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ’’ติ คาถา (สํ. นิ. ๑.๒๓), อิทํ ผลญฺจ อุปาโย จ.
ตตฺถ กตมํ ผลญฺจ อาณตฺติ จ?
‘‘สเจ ภายถ ทุกฺขสฺส, สเจ โว ทุกฺขมปฺปิยํ;
มากตฺถ ปาปกํ กมฺมํ, อาวิ วา ยทิ วา รโหติ. (อุทา. ๔๔);
อิทํ ผลญฺจ อาณตฺติ จ.
ตตฺถ กตโม อุปาโย จ อาณตฺติ จ?
‘‘กุมฺภูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวา, นครูปมํ จิตฺตมิทํ ฐเปตฺวา;
โยเธถ มารํ ปญฺญาวุเธน, ชิตญฺจ รกฺเข อนิเวสโน สิยา’’ติ. (ธ. ป. ๔๐);
อยํ อุปาโย จ อาณตฺติ จ. เอวํ ผลาทีนํ ทุกวเสนปิ อุทาหรณํ เวทิตพฺพํ. เอตฺถ จ โย นิสฺสรณเทสนาย วิเนตพฺโพ, โส อุคฺฆฏิตญฺญูติอาทินา ยถา เทสนาวิภาเคน ปุคฺคลวิภาคสิทฺธิ โหติ, เอวํ อุคฺฆฏิตญฺญุสฺส ภควา นิสฺสรณํ เทเสตีติอาทินา ปุคฺคลวิภาเคน เทสนาวิภาโค สมฺภวตีติ โส ตถา ทสฺสิโต.
เอวํ เยสํ ปุคฺคลานํ วเสน เทสนาวิภาโค ทสฺสิโต, เต ปุคฺคเล ปฏิปทาวิภาเคน วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘จตสฺโส ปฏิปทา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปฏิปทาภิญฺญากโต วิภาโค ปฏิปทากโต โหตีติ อาห – ‘‘จตสฺโส ปฏิปทา’’ติ. ตา ปเนตา จ สมถวิปสฺสนาปฏิปตฺติวเสน ทุวิธา โหนฺติ. กถํ? สมถปกฺเข ตาว ปฐมสมนฺนาหารโต ปฏฺฐาย ยาว ตสฺส ตสฺส ฌานสฺส อุปจารํ อุปฺปชฺชติ, ตาว ปวตฺตา สมถภาวนา ‘‘ปฏิปทา’’ติ วุจฺจติ. อุปจารโต ปน ปฏฺฐาย ยาว อปฺปนา ตาว ปวตฺตา ปญฺญา ‘‘อภิญฺญา’’ติ วุจฺจติ.
สา ปนายํ ปฏิปทา เอกจฺจสฺส ทุกฺขา โหติ นีวรณาทิปจฺจนีกธมฺมสมุทาจารคหณตาย กิจฺฉา อสุขเสวนาติ อตฺโถ, เอกจฺจสฺส ตทภาเวน สุขา. อภิญฺญาปิ เอกจฺจสฺส ทนฺธา โหติ มนฺทา อสีฆปฺปวตฺติ, เอกจฺจสฺส ขิปฺปา อมนฺทา สีฆปฺปวตฺติ. ตสฺมา โย อาทิโต กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต ทุกฺเขน สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กิลมนฺโต วิกฺขมฺเภติ, ตสฺส ทุกฺขา ปฏิปทา โหติ. โย ปน วิกฺขมฺภิตกิเลโส อปฺปนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน องฺคปาตุภาวํ ปาปุณาติ, ตสฺส ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ. โย ขิปฺปํ องฺคปาตุภาวํ ปาปุณาติ, ตสฺส ขิปฺปาภิญฺญา นาม โหติ. โย กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต สุเขน อกิลมนฺโต วิกฺขมฺเภติ, ตสฺส สุขา ปฏิปทา นาม โหติ.
วิปสฺสนาปกฺเข ปน โย รูปารูปมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิสนฺโต จตฺตาริ มหาภูตานิ ปริคฺคเหตฺวา อุปาทารูปํ ปริคฺคณฺหาติ อรูปํ ปริคฺคณฺหาติ, รูปารูปํ ปน ปริคฺคณฺหนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปริคฺคเหตุํ สกฺโกติ, ตสฺส ทุกฺขา ปฏิปทา นาม โหติ. ปริคฺคหิตรูปารูปสฺส ปน วิปสฺสนาปริวาเส มคฺคปาตุภาวทนฺธตาย ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ. โยปิ รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวา นามรูปํ ววตฺถเปนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ววตฺถเปติ, ววตฺถปิเต จ นามรูเป วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทตุํ สกฺโกติ. ตสฺสาปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ.
อปโร นามรูปมฺปิ ววตฺถเปตฺวา ปจฺจเย ปริคฺคณฺหนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปริคฺคณฺหาติ, ปจฺจเย จ ปริคฺคเหตฺวา วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทติ. เอวมฺปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ.
อปโร ปจฺจเยปิ ปริคฺคเหตฺวา ลกฺขณานิ ปฏิวิชฺฌนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปฏิวิชฺฌติ, ปฏิวิทฺธลกฺขโณ จ วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทติ. เอวมฺปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ.
อปโร ลกฺขณานิปิ ปฏิวิชฺฌิตฺวา วิปสฺสนาญาเณ ติกฺเข สูเร สุปฺปสนฺเน วหนฺเต อุปฺปนฺนํ วิปสฺสนานิกนฺตึ ปริยาทิยมาโน ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปริยาทิยติ, นิกนฺติญฺจ ปริยาทิยิตฺวา วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทติ. เอวมฺปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ. อิมินาวุปาเยน อิตราปิ ติสฺโส ปฏิปทา เวทิตพฺพา. วิปสฺสนาปกฺขิกา เอว ปเนตฺถ จตสฺโส ปฏิปทา ทฏฺฐพฺพา.
จตฺตาโร ปุคฺคลาติ ยถาวุตฺตปฏิปทาวิภาเคน จตฺตาโร ปฏิปนฺนกปุคฺคลา. ตํ ปน ปฏิปทาวิภาคํ สทฺธึ เหตุปายผเลหิ ทสฺเสตุํ ‘‘ตณฺหาจริโต’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ จริตนฺติ จริยา, วุตฺตีติ อตฺโถ. ตณฺหาย นิพฺพตฺติตํ จริตํ เอตสฺสาติ ตณฺหาจริโต, ตณฺหาย วา ปวตฺติโต จริโต ตณฺหาจริโต, โลภชฺฌาสโยติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิจริโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. มนฺโทติ มนฺทิยํ วุจฺจติ อวิชฺชา, ตาย สมนฺนาคโต มนฺโท, โมหาธิโกติ อตฺโถ.
สตินฺทฺริเยนาติ สติยา อาธิปจฺจํ กุรุมานาย. สตินฺทฺริยเมว หิสฺส วิสทํ โหติ. ยสฺมา ตณฺหาจริตตาย ปุพฺพภาเค โกสชฺชาภิภเวน น วีริยํ พลวํ โหติ, โมหาธิกตาย น ปญฺญา พลวตี. ตทุภเยนาปิ น สมาธิ พลวา โหติ, ตสฺมา ‘‘สตินฺทฺริยเมว หิสฺส วิสทํ โหตี’’ติ วุตฺตํ. เตเนวาห – ‘‘สติปฏฺฐาเนหิ นิสฺสเยหี’’ติ. ตณฺหาจริตตาย จสฺส กิเลสวิกฺขมฺภนํ น สุกรนฺติ ทุกฺขา ปฏิปทา, อวิสทญาณตาย ทนฺธาภิญฺญาติ ปุพฺเพ วุตฺตนยํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. นิยฺยาตีติ อริยมคฺเคน วฏฺฏทุกฺขโต นิคฺคจฺฉติ.
อุทตฺโถติ อุทอตฺโถ, อุฬารปญฺโญติ อตฺโถ. ปญฺญาสหายปฏิลาเภน จสฺส สมาธิ ติกฺโข โหติ สมฺปยุตฺเตสุ อาธิปจฺจํ ปวตฺเตติ. เตเนวาห – ‘‘สมาธินฺทฺริเยนา’’ติ. วิสทญาณตฺตา ‘‘ขิปฺปาภิญฺญายา’’ติ วุตฺตํ. สมาธิปธานตฺตา ฌานานํ ฌาเนหิ นิสฺสเยหีติ อยํ วิเสโส. เสสํ ปุริมสทิสเมว. ทิฏฺฐิจริโต อนิยฺยานิกมคฺคมฺปิ นิยฺยานิกนฺติ มญฺญมาโน ตตฺถ อุสฺสาหพหุลตฺตา วีริยาธิโก โหติ. วีริยาธิกตาเยว จสฺส กิเลสวิกฺขมฺภนํ สุกรนฺติ สุขา ปฏิปทา, อวิสทญาณตาย ปน ทนฺธาภิญฺญาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘ทิฏฺฐิจริโต มนฺโท’’ติอาทินา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
สจฺเจหีติ อริยสจฺเจหิ. อริยสจฺจานิ หิ โลกิยานิ ปุพฺพภาคญาณสฺส สมฺมสนฏฺฐานตาย โลกุตฺตรานิ อธิมุจฺจนตาย มคฺคญาณสฺส อภิสมยฏฺฐานตาย จ นิสฺสยานิ โหนฺตีติ. เสสํ วุตฺตนยเมว. เอตฺถ จ ทิฏฺฐิจริโต อุทตฺโถ อุคฺฆฏิตญฺญู. ตณฺหาจริโต มนฺโท เนยฺโย. อิตเร เทฺวปิ วิปญฺจิตญฺญูติ เอวํ เยน เวเนยฺยตฺตเยน ปุพฺเพ เทสนาวิภาโค ทสฺสิโต, ตเทว เวเนยฺยตฺตยํ อิมินา ปฏิปทาวิภาเคน ทสฺสิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
อิทานิ ตํ เวเนยฺยุปุคฺคลวิภาคํ อตฺถนยโยชนาย วิสยํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อุโภ ตณฺหาจริตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตณฺหาย สมาธิปฏิปกฺขตฺตา ตณฺหาจริโต วิสุชฺฌมาโน สมาธิมุเขน วิสุชฺฌตีติ อาห – ‘‘สมถปุพฺพงฺคมายา’’ติ. ‘‘สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ ภาเวตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๗๐; ปฏิ. ม. ๒.๑, ๓) วจนโต ปน สมฺมาทิฏฺฐิสหิเตเนว สมฺมาสมาธินา นิยฺยานํ, น สมฺมาสมาธินา เอวาติ อาห – ‘‘สมถปุพฺพงฺคมาย วิปสฺสนายา’’ติ. ‘‘ราควิราคา เจโตวิมุตฺตีติ อรหตฺตผลสมาธี’’ติ สงฺคเหสุ วุตฺตํ. อิธ ปน อนาคามิผลสมาธีติ วกฺขติ. โส หิ สมาธิสฺมึ ปริปูรการีติ. ตตฺถ รญฺชนฏฺเฐน ราโค. โส วิรชฺชติ เอตายาติ ราควิราคา, ตาย ราควิราคาย, ราคปฺปหายิกายาติ อตฺโถ.
เจโตวิมุตฺติยาติ เจโตติ จิตฺตํ, ตทปเทเสน เจตฺถ สมาธิ วุจฺจติ ‘‘ยถา จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวย’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๓). ปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน ปฏิปกฺขโต วิมุจฺจตีติ วิมุตฺติ, เตน วา วิมุตฺโต, ตโต วิมุจฺจนนฺติ วา วิมุตฺติ, สมาธิเยว. ยถา หิ โลกิยกถายํ สญฺญา จิตฺตญฺจ เทสนาสีสํ. ยถาห – ‘‘นานตฺตกายา นานตฺตสญฺญิโน’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๓๒, ๓๔๑, ๓๕๗; อ. นิ. ๗.๔๔; ๙.๒๔) ‘‘กึ จิตฺโต ตฺวํ, ภิกฺขู’’ติ (ปารา. ๑๓๕) จ, เอวํ โลกุตฺตรกถายํ ปญฺญา สมาธิ จ. ยถาห – ‘‘ปญฺจญาณิโก สมฺมาสมาธี’’ติ (วิภ. ๘๐๔) จ ‘‘สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ ภาเวตี’’ติ จ. เตสุ อิธ ราคสฺส อุชุวิปจฺจนีกโต สมถปุพฺพงฺคมตาวจนโต จ เจโตคฺคหเณน สมาธิ วุตฺโต. ตถา วิมุตฺติวจเนน. เตน วุตฺตํ ‘‘สมาธิเยวา’’ติ. เจโต จ ตํ วิมุตฺติ จาติ เจโตวิมุตฺติ. อถ วา วุตฺตปฺปการสฺเสว เจตโส ปฏิปกฺขโต วิมุตฺติ วิโมกฺโขติ เจโตวิมุตฺติ, เจตสิ วา ผลวิญฺญาเณ วุตฺตปฺปการาว วิมุตฺตีติ เจโตวิมุตฺติ, เจตโส วา ผลวิญฺญาณสฺส ปฏิปกฺขโต วิมุตฺติ วิโมกฺโข เอตสฺมินฺติ เจโตวิมุตฺติ, สมาธิเยว. ปญฺญาวิมุตฺติยาติ เอตฺถาปิ อยํ นโย ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพ.
ทิฏฺฐิยา สวิสเย ปญฺญาสทิสี ปวตฺตีติ ทิฏฺฐิจริโต วิสุชฺฌมาโน ปญฺญามุเขน วิสุชฺฌตีติ อาห – ‘‘อุโภ ทิฏฺฐิจริตา วิปสฺสนา’’ติอาทิ. อวิชฺชาวิราคา ปญฺญาวิมุตฺตีติ อรหตฺตผลปญฺญา. สมถคฺคหเณน ตปฺปฏิปกฺขโต ตณฺหํ วิปสฺสนาคฺคหเณน อวิชฺชญฺจ นิทฺธาเรตฺวา ปฐมนยสฺส ภูมึ สกฺกา สุเขน ทสฺเสตุนฺติ อาห – ‘‘เย สมถ…เป… หาตพฺพา’’ติ.
ตตฺถ สมถปุพฺพงฺคมา ปฏิปทาติ ปุริมา เทฺว ปฏิปทา, อิตรา วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมาติ ทฏฺฐพฺพา. หาตพฺพาติ คเมตพฺพา, เนตพฺพาติ อตฺโถ. วิปสฺสนาย อนิจฺจทุกฺขอนตฺตสญฺญาภาวโต ทุกฺขสญฺญาปริวารตฺตา จ อสุภสญฺญาย อิมา จตสฺโส สญฺญา ทสฺสิตา โหนฺติ. ตปฺปฏิปกฺเขน จ จตฺตาโร วิปลฺลาสาติ สกลสฺส สีหวิกฺกีฬิตนยสฺส ภูมึ สุเขน สกฺกา ทสฺเสตุนฺติ อาห – ‘‘เย วิปสฺสนา…เป… หาตพฺพา’’ติ.
๗. เอวํ ปฏิปทาวิภาเคน เวเนยฺยปุคฺคลวิภาคํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตํ ญาณวิภาเคน ทสฺเสนฺโต ยสฺมา ภควโต เทสนา ยาวเทว เวเนยฺยวินยนตฺถา, วินยนญฺจ เนสํ สุตมยาทีนํ ติสฺสนฺนํ ปญฺญานํ อนุกฺกเมน นิพฺพตฺตนํ, ยถา ภควโต เทสนาย ปวตฺติภาววิภาวนญฺจ หารนยพฺยาปาโร, ตสฺมา อิมสฺส หารสฺส สมุฏฺฐิตปฺปการํ ตาว ปุจฺฉิตฺวา เยน ปุคฺคลวิภาคทสฺสเนน เทสนาภาชนํ วิภชิตฺวา ตตฺถ เทสนายํ เทสนาหารํ นิโยเชตุกาโม ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สฺวายํ หาโร กตฺถ สมฺภวตี’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ยสฺสาติ โย โส อฏฺฐหิ อกฺขเณหิ วิมุตฺโต โสตาวธานปริโยสานาหิ จ สมฺปตฺตีติ สมนฺนาคโต ยสฺส. สตฺถาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ อนุสาสนโต สตฺถา. ธมฺมนฺติ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน อปาเยสุ อปตมาเน ธาเรตีติ ธมฺโม, ตํ ธมฺมํ. เทสยตีติ สงฺเขปวิตฺถารนเยหิ ภาสติ กเถติ. อญฺญตโรติ ภควโต สาวเกสุ อญฺญตโร. ครุฏฺฐานีโยติ สีลสุตาทิคุณวิเสสโยเคน ครุกรณีโย. สพฺรหฺมจารีติ พฺรหฺมํ วุจฺจติ เสฏฺฐฏฺเฐน สกลํ สตฺถุสาสนํ. สมํ สห วา พฺรหฺมํ จรติ ปฏิปชฺชตีติ สพฺรหฺมจารี. สทฺธํ ปฏิลภตีติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต โส ภควา โย เอวรูปสฺส ธมฺมสฺส เทเสตา’’ติ ตถาคเต, ‘‘สฺวากฺขาโต วตายํ ธมฺโม โย เอวํ เอกนฺตปริปุณฺโณ เอกนฺตปริสุทฺโธ’’ติอาทินา ธมฺเม จ สทฺธํ ลภติ อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ.
ตตฺถาติ ตสฺมึ ยถาสุเต ยถาปริยตฺเต ธมฺเม. วีมํสาติ ปาฬิยา ปาฬิอตฺถสฺส จ วีมํสนปญฺญา. เสสํ ตสฺสา เอว เววจนํ. สา หิ ยถาวุตฺตวีมํสเน สงฺโกจํ อนาปชฺชิตฺวา อุสฺสหนวเสน อุสฺสาหนา, ตุลนวเสน ตุลนา, อุปปริกฺขณวเสน อุปปริกฺขาติ จ วุตฺตา. อถ วา วีมํสตีติ วีมํสา, สา ปทปทตฺถวิจารณา ปญฺญา. อุสฺสาหนาติ วีริเยน อุปตฺถมฺภิตา ธมฺมสฺส ธารณปริจยสาธิกา ปญฺญา. ตุลนาติ ปเทน ปทนฺตรํ, เทสนาย วา เทสนนฺตรํ ตุลยิตฺวา สํสนฺทิตฺวา คหณปญฺญา. อุปปริกฺขาติ มหาปเทเส โอตาเรตฺวา ปาฬิยา ปาฬิอตฺถสฺส จ อุปปริกฺขณปญฺญา. อตฺตหิตํ ปรหิตญฺจ อากงฺขนฺเตหิ สุยฺยตีติ สุตํ, กาลวจนิจฺฉาย อภาวโต, ยถา ทุทฺธนฺติ. กึ ปน ตนฺติ? อธิการโต สามตฺถิยโต วา ปริยตฺติธมฺโมติ วิญฺญายติ. อถ วา สวนํ สุตํ, โสตทฺวารานุสาเรน ปริยตฺติธมฺมสฺส อุปธารณนฺติ อตฺโถ. สุเตน เหตุนา นิพฺพตฺตา สุตมยี. ปกาเรน ชานาตีติ ปญฺญา. ยา วีมํสา, อยํ สุตมยี ปญฺญาติ ปจฺเจกมฺปิ โยเชตพฺพํ. ตถาติ ยถา สุตมยี ปญฺญา วีมํสาทิปริยายวตี วีมํสาทิวิภาควตี จ, ตถา จินฺตามยี จาติ อตฺโถ. ยถา วา สุตมยี โอรมตฺติกา อนวฏฺฐิตา จ, เอวํ จินฺตามยี จาติ ทสฺเสติ.
สุเตน นิสฺสเยนาติ สุเตน ปริยตฺติธมฺเมน ปริยตฺติธมฺมสฺสวเนน วา อุปนิสฺสเยน อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ กรณวจนํ, ยถาวุตฺตํ สุตํ อุปนิสฺสายาติ อตฺโถ. วีมํสาติอาทีสุ ‘‘อิทํ สีลํ, อยํ สมาธิ, อิเม รูปารูปธมฺมา, อิเม ปญฺจกฺขนฺธา’’ติ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สภาววีมํสนภูตา ปญฺญา วีมํสา. เตสํเยว ธมฺมานํ วจนตฺถํ มุญฺจิตฺวา สภาวสรสลกฺขณสฺส ตุลยิตฺวา วิย คหณปญฺญา ตุลนา. เตสํเยว ธมฺมานํ สลกฺขณํ อวิชหิตฺวา อนิจฺจตาทิรุปฺปนสปฺปจฺจยาทิอากาเร จ ตกฺเกตฺวา วิตกฺเกตฺวา จ อุปปริกฺขณปญฺญา อุปปริกฺขา, ตถา อุปปริกฺขิเต ธมฺเม สวิคฺคเห วิย อุปฏฺฐหนฺเต เอวเมเตหิ นิชฺฌานกฺขเม กตฺวา จิตฺเตน อนุ อนุ เปกฺขณา มนสานุเปกฺขณา. เอตฺถ จ ยถา สุตมยี ปญฺญา ยถาสุตสฺส ธมฺมสฺส ธารณปริจยวเสน ปวตฺตนโต อุสฺสาหชาตา ‘‘อุสฺสาหนา’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, น เอวํ จินฺตามยีติ อิธ ‘‘อุสฺสาหนา’’ติ ปทํ น วุตฺตํ. จินฺตนํ จินฺตา, นิชฺฌานนฺติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อิมาหิ ทฺวีหิ ปญฺญาหีติ ยถาวุตฺตาหิ ทฺวีหิ ปญฺญาหิ การณภูตาหิ. สุตจินฺตามยญาเณสุ หิ ปติฏฺฐิโต วิปสฺสนํ อารภตีติ. ‘‘อิมาสุ ทฺวีสุ ปญฺญาสู’’ติปิ ปฐนฺติ. ‘‘เตหิ ชาตาสุ อุปฺปนฺนาสู’’ติ วา วจนเสโส โยเชตพฺโพ. มนสิการสมฺปยุตฺตสฺสาติ รูปารูปปริคฺคหาทิมนสิกาเร ยุตฺตปฺปยุตฺตสฺส. ยํ ญาณํ อุปฺปชฺชตีติ วุตฺตนเยน มนสิการปฺปโยเคน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิกงฺขาวิตรณวิสุทฺธิมคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีนํ สมฺป อาทเนน วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกนฺตสฺส ยํ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิสงฺขาตํ อริยมคฺคญาณํ อุปฺปชฺชติ, อยํ ภาวนามยี ปญฺญาติ สมฺพนฺโธ. ตํ ปน ทสฺสนํ ภาวนาติ ทุวิธนฺติ อาห – ‘‘ทสฺสนภูมิยํ วา ภาวนาภูมิยํ วา’’ติ. ยทิ ทสฺสนนฺติ วุจฺจติ, กถํ ตตฺถ ปญฺญา ภาวนามยีติ? ภาวนามยเมว หิ ตํ ญาณํ, ปฐมํ นิพฺพานทสฺสนโต ปน ‘‘ทสฺสน’’นฺติ วุตฺตนฺติ สผโล ปฐมมคฺโค ทสฺสนภูมิ. เสสา เสกฺขาเสกฺขธมฺมา ภาวนาภูมิ.
๘. อิทานิ อิมา ติสฺโส ปญฺญา ปริยายนฺตเรน ทสฺเสตุํ ‘‘ปรโตโฆสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปรโตติ น อตฺตโต, อญฺญโต สตฺถุโต สาวกโต วาติ อตฺโถ. โฆสาติ เตสํ เทสนาโฆสโต, เทสนาปจฺจยาติ อตฺโถ. อถ วา ปรโต โฆโส เอติสฺสาติ ปรโตโฆสา, ยา ปญฺญา, สา สุตมยีติ โยเชตพฺพํ. ปจฺจตฺตสมุฏฺฐิตาติ ปจฺจตฺตํ ตสฺส ตสฺส อตฺตนิ สมฺภูตา. โยนิโสมนสิการาติ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สภาวปริคฺคณฺหนาทินา ยถาวุตฺเตน อุปาเยน ปวตฺตมนสิการา. ปรโต จ โฆเสนาติ ปรโตโฆเสน เหตุภูเตน. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อิทานิ ยทตฺถํ อิมา ปญฺญา อุทฺธฏา, ตเมว เวเนยฺยปุคฺคลวิภาคํ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิมา เทฺวติ คณนวเสน วตฺวา ปุน ตา สุตมยี จินฺตามยี จาติ สรูปโต ทสฺเสติ. อยํ อุคฺฆฏิตญฺญูติ อยํ สุตมยจินฺตามยญาเณหิ อาสยปโยคปโพธสฺส นิปฺผาทิตตฺตา อุทฺเทสมตฺเตเนว ชานนโต ‘‘อุคฺฆฏิตญฺญู’’ติ วุจฺจติ. อยํ วิปญฺจิตญฺญูติ จินฺตามยญาเณน อาสยสฺส อปริกฺขตตฺตา อุทฺเทสนิทฺเทเสหิ ชานนโต วิปญฺจิตญฺญู. อยํ เนยฺโยติ สุตมยญาณสฺสาปิ อภาวโต นิรวเสสํ วิตฺถารเทสนาย เนตพฺพโต เนยฺโย.
๙. เอวํ เทสนาปฏิปทาญาณวิภาเคหิ เทสนาภาชนํ เวเนยฺยตฺตยํ วิภชิตฺวา อิทานิ ตตฺถ ปวตฺติตาย ภควโต ธมฺมเทสนาย เทสนาหารํ นิทฺธาเรตฺวา โยเชตุํ ‘‘สายํ ธมฺมเทสนา’’ติอาทิ อารทฺธํ.
ตตฺถ สายนฺติ สา อยํ. ยา ปุพฺเพ ‘‘ธมฺมํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทินา (เนตฺติ. ๕) ปฏินิทฺเทสวารสฺส อาทิโต เทสนาหารสฺส วิสยภาเวน นิกฺขิตฺตา ปาฬิ, ตเมเวตฺถ เทสนาหารํ นิโยเชตุํ ‘‘สายํ ธมฺมเทสนา’’ติ ปจฺจามสติ. กึ เทสยตีติ กเถตุกมฺยตาวเสน เทสนาย ปิณฺฑตฺถํ ปุจฺฉิตฺวา ตํ คณนาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา สามญฺญโต ทสฺเสติ ‘‘จตฺตาริ สจฺจานี’’ติ. สจฺจวินิมุตฺตา หิ ภควโต เทสนา นตฺถีติ. ตสฺสา จ จตฺตาริ สจฺจานิ ปิณฺฑตฺโถ. ปวตฺติปวตฺตกนิวตฺติตทุปายวิมุตฺตสฺส เนยฺยสฺส อภาวโต จตฺตาริ อวิปรีตภาเวน สจฺจานีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตานิ ‘‘ทุกฺขํ สมุทยํ นิโรธํ มคฺค’’นฺติ สรูปโต ทสฺเสติ.
ตตฺถ อเนกุปทฺทวาธิฏฺฐานภาเวน กุจฺฉิตตฺตา พาลชนปริกปฺปิตธุวสุภสุขตฺตภาววิรเหน ตุจฺฉตฺตา จ ทุกฺขํ. อวเสสปจฺจยสมวาเย ทุกฺขสฺส อุปฺปตฺติการณตฺตา สมุทโย. สพฺพคติสุญฺญตฺตา นตฺถิ เอตฺถ สํสารจารกสงฺขาโต ทุกฺขโรโธ, เอตสฺมึ วา อธิคเต สํสารจารกสงฺขาตสฺส ทุกฺขโรธสฺส อภาโวติปิ นิโรโธ, อนุปฺปาทนิโรธปจฺจยตฺตา วา. มาเรนฺโต คจฺฉติ, นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคิยตีติ วา มคฺโค. ตตฺถ สมุทเยน อสฺสาโท, ทุกฺเขน อาทีนโว, มคฺคนิโรเธหิ นิสฺสรณํ. เอวํ ยสฺมึ สุตฺเต จตฺตาริ สจฺจานิ สรูปโต อาคตานิ, ตตฺถ ยถารุตวเสน. ยตฺถ ปน สุตฺเต จตฺตาริ สจฺจานิ สรูปโต น อาคตานิ, ตตฺถ อตฺถโต จตฺตาริ สจฺจานิ อุทฺธริตฺวา เตสํ วเสน อสฺสาทาทโย นิทฺธาเรตพฺพา. ยตฺถ จ อสฺสาทาทโย สรูปโต อาคตา, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ยตฺถ ปน น อาคตา, ตตฺถ อตฺถโต อุทฺธริตฺวา เตสํ วเสน จตฺตาริ สจฺจานิ นิทฺธาเรตพฺพานิ. อิธ ปน อสฺสาทาทโย อุทาหรณวเสน สรูปโต ทสฺสิตาติ เตหิ สจฺจานิ นิทฺธาเรตุํ ‘‘อาทีนโว จา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ ‘‘สํขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๘๗; ม. นิ. ๑.๑๒๐; ๓.๓๗๓; วิภ. ๒๐๒) วจนโต ตณฺหาวชฺชา เตภูมกธมฺมา ทุกฺขสจฺจํ, เต จ อนิจฺจาทิสภาวตฺตา อาทีนโว, ผลญฺจ เทสนาย สาเธตพฺพํ. ตตฺถ ยํ โลกิยํ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ผลญฺจ ทุกฺข’’นฺติ. อสฺสาโทติ ตณฺหาวิปลฺลาสานมฺปิ อิจฺฉิตตฺตา เต สนฺธาย ‘‘อสฺสาโท สมุทโย’’ติ วุตฺตํ. สห วิปสฺสนาย อริยมคฺโค เทสนา จ เทสนาผลาธิคมสฺส อุปาโยติ กตฺวา ‘‘อุปาโย อาณตฺติ จ มคฺโค’’ติ วุตฺตํ. นิสฺสรณปเท จาปิ อริยมคฺโค นิทฺธาเรตพฺโพ, น จายํ สจฺจวิภาโค อากุโลติ ทฏฺฐพฺโพ. ยถา หิ สจฺจวิภงฺเค (วิภ. ๒๐๘) ‘‘ตณฺหา อวสิฏฺฐา กิเลสา อวสิฏฺฐา อกุสลา ธมฺมา สาสวานิ กุสลมูลานิ สาสวา จ กุสลา ธมฺมา สมุทยสจฺจภาเวน วิภตฺตา’’ติ ตสฺมึ ตสฺมึ นเย ตํตํอวสิฏฺฐา เตภูมกธมฺมา ทุกฺขสจฺจภาเวน วิภตฺตา, เอวมิธาปิ ทฏฺฐพฺพนฺติ. อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานีติ นิคมนํ. อิทํ ธมฺมจกฺกนฺติ ยายํ ภควโต จตุสจฺจวเสน สามุกฺกํสิกา ธมฺมเทสนา, อิทํ ธมฺมจกฺกํ.
อิทานิ ตสฺสา ธมฺมเทสนาย ธมฺมจกฺกภาวํ สจฺจวิภงฺคสุตฺตวเสน (ม. นิ. ๓.๓๗๑ อาทโย) ทสฺเสตุํ ‘‘ยถาห ภควา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิทํ ทุกฺขนฺติ อิทํ ชาติอาทิวิภาคํ สงฺเขปโต ปญฺจุปาทานกฺขนฺธสงฺคหํ ตณฺหาวชฺชํ เตภูมกธมฺมชาตํ ทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาเวน ทุกฺขทุกฺขาทิภาเวน จ ทุกฺขํ อริยสจฺจนฺติ อตฺโถ. เมติ ภควา อตฺตานํ นิทฺทิสติ. พาราณสิยนฺติ พาราณสีนามกสฺส นครสฺส อวิทูเร. ปจฺเจกพุทฺธอิสีนํ อากาสโต โอตรณฏฺฐานตาย อิสิปตนํ. มิคานํ ตตฺถ อภยสฺส ทินฺนตฺตา มิคทายนฺติ จ ลทฺธนาเม อสฺสเม. อุตฺตรติ อติกฺกมติ, อภิภวตีติ วา อุตฺตรํ, นตฺถิ เอตสฺส อุตฺตรนฺติ อนุตฺตรํ. อนติสยํ อปฺปฏิภาคํ วา. กิญฺจาปิ ภควโต ธมฺมเทสนา อเนกาสุ เทวมนุสฺสปริสาสุ อเนกสตกฺขตฺตุํ เตสํ อริยสจฺจปฺปฏิเวธสมฺปาทนวเสน ปวตฺติตา, ตถาปิ สพฺพปฐมํ อญฺญาสิโกณฺฑญฺญปฺปมุขาย อฏฺฐารสปริมาณาย พฺรหฺมโกฏิยา จตุสจฺจปฺปฏิเวธวิภาวนียา ธมฺมเทสนา, ตสฺสา สาติสยา ธมฺมจกฺกสมญฺญาติ ‘‘ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติต’’นฺติ วุตฺตํ.
ตตฺถ สติปฏฺฐานาทิธมฺโม เอว ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกํ, จกฺกนฺติ วา อาณา. ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺมญฺจ ตํ จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ. ธมฺเมน ญาเยน จกฺกนฺติปิ ธมฺมจกฺกํ. ยถาห – ‘‘ธมฺมญฺจ ปวตฺเตติ จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, จกฺกญฺจ ปวตฺเตติ ธมฺมญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺเมน ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺก’’นฺติอาทิ (ปฏิ. ม. ๒.๔๑-๔๒). อปฺปฏิวตฺติยนฺติ ธมฺมิสฺสรสฺส ภควโต สมฺมาสมฺพุทฺธภาวโต ธมฺมจกฺกสฺส จ อนุตฺตรภาวโต อปฺปฏิเสธนียํ. เกน ปน อปฺปฏิวตฺติยนฺติ อาห ‘‘สมเณน วา’’ติอาทิ. ตตฺถ สมเณนาติ ปพฺพชฺชํ อุปคเตน. พฺราหฺมเณนาติ ชาติพฺราหฺมเณน. ปรมตฺถสมณพฺราหฺมณานญฺหิ ปฏิโลมนจิตฺตํเยว นตฺถิ. เทเวนาติ กามาวจรเทเวน. เกนจีติ เยน เกนจิ อวสิฏฺฐปาริสชฺเชน. เอตฺตาวตา อฏฺฐนฺนมฺปิ ปริสานํ อนวเสสปริยาทานํ ทฏฺฐพฺพํ. โลกสฺมินฺติ สตฺตโลเก.
ตตฺถาติ ติสฺสํ จตุสจฺจธมฺมเทสนายํ. อปริมาณา ปทา, อปริมาณา อกฺขราติ อุปฺปฏิปาฏิวจนํ เยภุยฺเยน ปทสงฺคหิตานิ อกฺขรานีติ ทสฺสนตฺถํ. ปทา อกฺขรา พฺยญฺชนาติ ลิงฺควิปลฺลาโส กโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อตฺถสฺสาติ จตุสจฺจสงฺขาตสฺส อตฺถสฺส. สงฺกาสนาติ สงฺกาสิตพฺพากาโร. เอส นโย เสเสสุปิ. อตฺถสฺสาติ จ สมฺพนฺเธ สามิวจนํ. อิติปิทนฺติ อิตีติ ปการตฺโถ, ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, อิมินาปิ อิมินาปิ ปกาเรน อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ เวทิตพฺพนฺติ อตฺโถ. เตน ชาติอาทิเภเทน ยถาวุตฺตสฺส ทุกฺขสจฺจสฺส อเนกเภทตํ ตํทีปกานํ อกฺขรปทาทีนํ วุตฺตปฺปการํ อปริมาณตญฺจ สมตฺเถติ.
อยํ ทุกฺขสมุทโยติ อยํ กามตณฺหาทิเภทา ตณฺหาวฏฺฏสฺส มูลภูตา ยถาวุตฺตสฺส ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺติเหตุภาวโต ทุกฺขสมุทโย. อยํ ทุกฺขนิโรโธติ อยํ สพฺพสงฺขตนิสฺสฏา อสงฺขตธาตุ ยถาวุตฺตสฺส ทุกฺขสฺส อนุปฺปาทนิโรธปจฺจยตฺตา ทุกฺขนิโรโธ. อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ อยํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทิอฏฺฐงฺคสมูโห ทุกฺขนิโรธสงฺขาตํ นิพฺพานํ คจฺฉติ อารมฺมณวเสน ตทภิมุขีภูตตฺตา ปฏิปทา จ โหติ ทุกฺขนิโรธปฺปตฺติยาติ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา. อิติปิทนฺติ ปทสฺส ปน สมุทยสจฺเจ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริเตหิ, นิโรธสจฺเจ มทนิมฺมทนาทิปริยาเยหิ, มคฺคสจฺเจ สตฺตตฺตึสโพธิปกฺขิยธมฺเมหิ อตฺโถ วิภชิตฺวา เวทิตพฺโพ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
เอวํ ‘‘ทฺวาทส ปทานิ สุตฺต’’นฺติ คาถาย สกลสฺส สาสนสฺส ฉนฺนํ อตฺถปทานํ ฉนฺนญฺจ พฺยญฺชนปทานํ วเสน ยา ทฺวาทสปทตา วุตฺตา, ตเมว ‘‘ธมฺมํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทินา เทสนาหารสฺส วิสยทสฺสนวเสน ฉฉกฺกปริยายํ (ม. นิ. ๓.๔๒๐ อาทโย) เอกเทเสน อุทฺทิสิตฺวา ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺเตน (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) ตทตฺถสฺส สงฺคหิตภาวทสฺสนมุเขน สพฺพสฺสาปิ ภควโต วจนสฺส จตุสจฺจเทสนาภาวํ ตทตฺถสฺส จ จตุสจฺจภาวํ วิภาเวนฺโต ‘‘อิทํ ทุกฺขนฺติ เม, ภิกฺขเว, พาราณสิย’’นฺติอาทินา สจฺจวิภงฺคสุตฺตํ (ม. นิ. ๓.๓๗๑ อาทโย) อุทฺเทสโต ทสฺเสตฺวา ‘‘ตตฺถ อปริมาณา ปทา’’ติอาทินา พฺยญฺชนตฺถปทานิ วิภชนฺโต ทฺวาทสปทภาวํ ทีเปตฺวา อิทานิ เตสํ อญฺญมญฺญวิสยิวิสยภาเวน สมฺพนฺธภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ภควา อกฺขเรหิ สงฺกาเสตี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ ปทาวยวคฺคหณมุเขน ปทคฺคหณํ, คหิเต จ ปเท ปทตฺถาวโพโธ คหิตปุพฺพสงฺเกตสฺส โหติ. ตตฺถ จ ปทาวยวคฺคหเณน วิย ปทคฺคหณสฺส, ปทตฺถาวยวคฺคหเณนาปิ ปทตฺถคฺคหณสฺส วิเสสาธานํ ชายตีติ อาห – ‘‘อกฺขเรหิ สงฺกาเสตี’’ติ. ยสฺมา ปน อกฺขเรหิ สํขิตฺเตน ทีปิยมาโน อตฺโถ ปทปริโยสาเน วากฺยสฺส อปริโยสิตตฺตา ปเทเนว ปกาสิโต ทีปิโต โหติ, ตสฺมา ‘‘ปเทหิ ปกาเสตี’’ติ วุตฺตํ. วากฺยปริโยสาเน ปน โส อตฺโถ วิวริโต วิวโฏ กโต โหตีติ วุตฺตํ ‘‘พฺยญฺชเนหิ วิวรตี’’ติ. ยสฺมา จ ปกาเรหิ วากฺยเภเท กเต ตทตฺโถ วิภตฺโต นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘อากาเรหิ วิภชตี’’ติ วุตฺตํ. ตถา วากฺยาวยวานํ ปจฺเจกํ นิพฺพจนวิภาเค กเต โส อตฺโถ ปากโฏ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘นิรุตฺตีหิ อุตฺตานีกโรตี’’ติ. กตนิพฺพจเนหิ วากฺยาวยเวหิ วิตฺถารวเสน นิรวเสสโต เทสิเตหิ เวเนยฺยานํ จิตฺตปริโตสนํ พุทฺธินิสานญฺจ กตํ โหตีติ อาห – ‘‘นิทฺเทเสหิ ปญฺญเปตี’’ติ. เอตฺถ จ อกฺขเรหิ เอว สงฺกาเสตีติ อวธารณํ อกตฺวา อกฺขเรหิ สงฺกาเสติเยวาติ เอวํ อวธารณํ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺหิ สติ อตฺถปทานํ นานาวากฺยวิสยตาปิ สิทฺธา โหติ. เตน เอกานุสนฺธิเก สุตฺเต ฉเฬว อตฺถปทานิ, นานานุสนฺธิเก ปน อนุสนฺธิมฺหิ อนุสนฺธิมฺหิ ฉ ฉ อตฺถปทานิ นิทฺธาเรตพฺพานิ.
‘‘อกฺขเรหิ จ ปเทหิ จ อุคฺฆเฏตี’’ติอาทินา พฺยญฺชนปทานํ กิจฺจสาธนํ ทสฺเสติ. เวเนยฺยตฺตยวินยเมว หิ เตสํ พฺยาปาโร. อฏฺฐานภาวโต ปน สจฺจปฺปฏิเวธสฺส ปทปรโม น อิธ วุตฺโต. เนยฺยคฺคหเณเนว วา ตสฺสาปิ อิธ คหณํ เสกฺขคฺคหเณน วิย กลฺยาณปุถุชฺชนสฺสาติ ทฏฺฐพฺพํ. อกฺขเรหีติอาทีสุ กรณสาธเน กรณวจนํ, น เหตุมฺหิ. อกฺขราทีนิ หิ อุคฺฆฏนาทิอตฺถานิ, น อุคฺฆฏนาทิอกฺขราทิอตฺถํ. ยทตฺถา จ กิริยา โส เหตุ, ยถา ‘‘อนฺเนนวสตี’’ติ. อุคฺฆเฏตีติ โสตาวธานํ กตฺวา สมาหิตจิตฺตานํ เวเนยฺยานํ สงฺกาสนวเสน อกฺขเรหิ วิเสสํ อาทหนฺโต ยถา ปทปริโยสาเน อาสยปฺปฏิโพโธ โหติ, ตถา ยถาธิปฺเปตํ อตฺถํ สงฺเขเปน กเถติ อุทฺทิสตีติ อตฺโถ. วิปญฺจยตีติ ยถาอุทฺทิฏฺฐํ อตฺถํ นิทฺทิสติ. วิตฺถาเรตีติ วิตฺถารํ กโรติ, วิตฺถารํ กตฺวา อาจิกฺขติ วา, ปฏินิทฺทิสตีติ อตฺโถ. ยสฺมา เจตฺถ อุคฺฆเฏตีติ อุทฺทิสนํ อธิปฺเปตํ. อุทฺเทโส จ เทสนาย อาทิ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘อุคฺฆฏนา อาที’’ติ. ตถา วิปญฺจนํ นิทฺทิสนํ, วิตฺถรณํ ปฏินิทฺทิสนํ, นิทฺเทสปฏินิทฺเทสา จ เทสนาย มชฺฌปริโยสานาติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘วิปญฺจนา มชฺเฌ, วิตฺถารณา ปริโยสาน’’นฺติ.
เอวํ ‘‘อกฺขเรหิ สงฺกาเสตี’’ติอาทินา ฉนฺนํ พฺยญฺชนปทานํ พฺยาปารํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺถปทานํ พฺยาปารํ ทสฺเสตุํ ‘‘โสยํ ธมฺมวินโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สีลาทิธมฺโม เอว ปริยตฺติอตฺถภูโต เวเนยฺยวินยนโต ธมฺมวินโย. อุคฺฆฏียนฺโตติ อุทฺทิสิยมาโน. เตนาติ อุคฺฆฏิตญฺญูวินยเนน. วิปญฺจียนฺโตติ นิทฺทิสิยมาโน. วิตฺถารียนฺโตติ ปฏินิทฺทิสิยมาโน.
๑๐. เอตฺตาวตา ‘‘ธมฺมํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติ อุทฺทิฏฺฐาย ปาฬิยา ติวิธกลฺยาณตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺถพฺยญฺชนสมฺปตฺตึ ทสฺเสตุํ ‘‘ฉ ปทานิ อตฺโถ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยํ. ‘‘เตนาห ภควา’’ติอาทินา เทสนาหารสฺส วิสยภาเวน อุทฺทิฏฺฐํ ปาฬึ นิคมนวเสน ทสฺเสติ. โลกุตฺตรนฺติอาทิ ‘‘เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธ’’นฺติ ปทานํ อตฺถวิวรณํ. ตตฺถ อุปฏฺฐิตํ สพฺพวิเสสานนฺติ สพฺเพสํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสงฺขาตานํ วิเสสานํ อธิสีลสิกฺขาทิวิเสสานํ วา อุปติฏฺฐนฏฺฐานํ. ‘‘อิทํ เนสํ ปทกฺกนฺต’’นฺติอาทีนํ วิย เอตสฺส สทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. ‘‘อิทํ วุจฺจติ ตถาคตปทํ อิติปี’’ติอาทีสุ อิทํ สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สาสนพฺรหฺมจริยํ ตถาคตคนฺธหตฺถิโน ปฏิปตฺติเทสนาคมเนหิ กิเลสคหนํ โอตฺถริตฺวา คตมคฺโคติปิ. เตน โคจรภาวนาเสวนาหิ นิเสวิตํ ภชิตนฺติปิ. ตสฺส มหาวชิรญาณสพฺพญฺญุตญฺญาณทนฺเตหิ อารญฺชิตํ เตภูมกธมฺมานํ อารญฺชนฏฺฐานนฺติปิ วุจฺจตีติ อตฺโถ. อโต เจตนฺติ ยโต ตถาคตปทาทิภาเวน วุจฺจติ, อโต อเนเนว การเณน พฺรหฺมุโน สพฺพสตฺตุตฺตมสฺส ภควโต, พฺรหฺมํ วา สพฺพเสฏฺฐํ จริยนฺติ ปญฺญายติ ยาวเทว มนุสฺเสหิ สุปฺปกาสิตตฺตา ยถาวุตฺตปฺปกาเรหิ ญายติ. เตนาห ภควาติ ยถาวุตฺตตฺถํ ปาฬึ นิคมนวเสน ทสฺเสติ.
อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถตาย ภควโต เทสนาย ยาวเทว อริยมคฺคสมฺปาปนตฺโถ เทสนาหาโรติ ทสฺเสตุํ ‘‘เกสํ อยํ ธมฺมเทสนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘โยคีน’’นฺติ อาห. จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาวนาย ยุตฺตปฺปยุตฺตาติ โยคิโน. เต หิ อิมํ เทสนาหารํ ปโยเชนฺตีติ. อิทํ วจนํ เทสนาหารวิภงฺคสฺส ยถานุสนฺธินา สมฺมา ฐปิตภาวํ ทสฺเสตุํ ปกรณํ สงฺคายนฺเตหิ ฐปิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘เตนาห อายสฺมา มหากจฺจายโน’’ติ. นิยุตฺโตติ ปาฬิโต อสฺสาทาทิปทตฺเถ นิทฺธาเรตฺวา โยชิโตติ อตฺโถ.
เทสนาหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. วิจยหารวิภงฺควณฺณนา
๑๑. ตตฺถ กตโม วิจโย หาโรติอาทิ วิจยหารวิภงฺโค. ตตฺถายํ อปุพฺพปทวณฺณนา – กึ วิจินตีติ เอตฺถ ‘‘วิจินตี’’ติ เอเตน วิจยสทฺทสฺส กตฺตุนิทฺเทสตํ ทสฺเสติ. กินฺติ ปนตฺถสฺส หารสฺส วิสโย ปุจฺฉิโตติ ตํ ตสฺส วิสยํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปทํ วิจินตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปทํ วิจินตีติ อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว นิคมนา สุตฺตสฺส สพฺพํ ปทํ วิจินติ. อยญฺจ วิจโย ทุวิโธ สทฺทโต อตฺถโต จ. เตสุ ‘‘อิทํ นามปทํ, อิทํ อาขฺยาตปทํ, อิทํ อุปสคฺคปทํ, อิทํ นิปาตปทํ, อิทํ อิตฺถิลิงฺคํ, อิทํ ปุริสลิงฺคํ, อิทํ นปุํสกลิงฺคํ, อิทํ อตีตกาลํ, อิทํ อนาคตกาลํ, อิทํ วตฺตมานกาลํ, อิทํ กตฺตุสาธนํ, อิทํ กรณสาธนํ, อิทํ กมฺมสาธนํ, อิทํ อธิกรณสาธนํ, อิทํ ปจฺจตฺตวจนํ, อิทํ อุปโยควจนํ, ยาว อิทํ ภุมฺมวจนํ, อิทํ เอกวจนํ, อิทํ อเนกวจน’’นฺติ เอวมาทิวิภาควจนํ, อยํ สทฺทโต ปทวิจโย. โส ปนายํ ปทวิจโย อวิปรีตสภาวนิรุตฺติสลฺลกฺขเณเนว สมฺปชฺชตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อตฺถโต ปน วิจโย เตน เตน ปเทน วตฺตพฺพอตฺถสํวณฺณนา. สเจ ปน ปทํ ปุจฺฉาทิวเสน ปวตฺตํ, ตสฺส ตทตฺถสฺส จ ปุจฺฉาทิภาโว วิเจตพฺโพติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปญฺหํ วิจินตี’’ติอาทิมาห.
ยสฺมา จ สพฺโพ เทสนาหาโร วิจยหารสฺส วิสโย สุตฺตสฺส วิจโยติ กตฺวา, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘อสฺสาทํ วิจินตี’’ติอาทิ. ยสฺมา ปน อนุคีตีติ เอตฺถ อนุรูปา คีติ อนุคีตีติ อยมฺปิ อตฺโถ อิจฺฉิโต, ตสฺมา วิจิยมานสฺส สุตฺตปทสฺส อนุรูปโต สุตฺตนฺตรปทานิปิ อตฺถุทฺธารวเสน วา ปทุทฺธารวเสน วา อาเนตฺวา วิเจตพฺพานีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺเพ นว สุตฺตนฺเต วิจินตี’’ติ อาห. นว สุตฺตนฺเตติ สุตฺตเคยฺยาทิเก นว สุตฺเต, ยถาสมฺภวโตติ อธิปฺปาโย. อยํ วิจยหารสฺส ปทตฺถนิทฺเทโส.
เอวํ นิทฺเทสวาเร วิจยหาโร สงฺเขปโต นิทฺทิฏฺโฐติ ตํ วิภาเคน นิทฺทิสิตฺวา ปฏินิทฺเทสวเสน วิภชนฺโต ยสฺมา ปทวิจโย สุตฺตสฺส อนุปทํ ปวตฺเตตพฺพตาย อติภาริโก น สุกโร จาติ ตํ อนามสิตฺวา ปญฺหวิสฺสชฺชนวิจเย ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา กึ ภเว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยถา กึ ภเวติ เยน ปกาเรน โส วิจโย ปวตฺเตตพฺโพ, ตํ ปการชาตํ กึ ภเว, กีทิสํ ภเวยฺยาติ อตฺโถ. ‘‘ยถา กึ ภเวยฺยา’’ติปิ ปาโฐ. ปุน ยถาติ นิปาตมตฺตํ. อายสฺมาติ ปิยวจนํ อชิโตติ พาวรีพฺราหฺมณสฺส ปริจารกภูตานํ โสฬสนฺนํ อญฺญตโร. ปารายเนติ ปารํ วุจฺจติ นิพฺพานํ, ตสฺส อธิคมูปายเทสนตฺตา กิญฺจาปิ สพฺพํ ภควโต วจนํ ‘‘ปารายน’’นฺติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, สงฺคีติกาเรหิ ปน วตฺถุคาถานุคีติคาถาทีหิ สทฺธึ อชิตสุตฺตาทีนํ (สุ. นิ. ๑๐๓๘ อาทโย; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๕๗ อาทโย, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑ อาทโย) โสฬสนฺนํ สุตฺตานํ อิทํ นามํ กตนฺติ เตสญฺเญว ปารายนสมญฺญาติ อาห ‘‘ปารายเน’’ติ. เกจิ ‘‘ปารายนิโก’’ติ ปฐนฺติ. เต กิร ตาปสปพฺพชฺชูปคมนโต ปุพฺเพ ปารายนํ อธียนฺตา วิจรึสุ. ตสฺมา อยมฺปิ ปารายนํ วตฺเตตีติ ปารายนิโกติ วุตฺโต. ปุจฺฉตีติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ปุจฺฉานิพฺพตฺตตฺตา อตีตาติ? สจฺจเมตํ, ปุจฺฉนาการํ ปน พุทฺธิยํ วิปริวตฺตมานํ กตฺวา เอวมาห.
ปุจฺฉา จ นาเมสา อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา ทิฏฺฐสํสนฺทนา วิมติจฺเฉทนา อนุมติปุจฺฉา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา เอกํสพฺยากรณียา วิภชฺชพฺยากรณียา ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณียา ฐปนียา ธมฺมาธิฏฺฐานา สตฺตาธิฏฺฐานาติ อเนกวิธา. ตสฺมา ‘‘กิมยํ ปุจฺฉา อทิฏฺฐโชตนา’’ติอาทินา ยถาสมฺภวํ ปุจฺฉา วิเจตพฺพา. ยถา เจตฺถ ปุจฺฉาวิภาโค, เอวํ วิสฺสชฺชนวิภาโคปิ วิสฺสชฺชนวิจเย ยถาสมฺภวํ วตฺตพฺโพ. ปุจฺฉาสภาเคน หิ วิสฺสชฺชนนฺติ. อิธ ปน วิมติจฺเฉทนํ สตฺตาธิฏฺฐานํ ปุจฺฉํ อุทาหริตฺวา ตตฺถ วิจยนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘เกนสฺสุ นิวุโต โลโก’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ เกนาติ กตฺตริ กรณวจนํ. สูติ นิปาตมตฺตํ, สูติ วา สํสเย นิปาโต, เตนสฺส ปญฺหสฺส วิมติจฺเฉทนปุจฺฉาภาวํ ทสฺเสติ. นิวุโตติ ปฏิจฺฉาทิโต. โลโกติ สตฺตโลโก. อิจฺจายสฺมา อชิโตติ สงฺคีติการกวจนํ. นปฺปกาสตีติ น ปญฺญายติ. กิสฺสาภิเลปนํ พฺรูสีติ กึ อสฺส โลกสฺส อภิเลปนํ วทสิ. ‘‘กึ สฺวาภิเลปน’’นฺติปิ ปาโฐ, ตสฺส กึ สุ อภิเลปนนฺติ ปทวิภาโค.
ปทานีติ ปชฺชติ เอเตหิ อตฺโถติ ปทานิ, วากฺยานิ. ปุจฺฉิตานีติ ปุจฺฉาภาเวน วุตฺตานีติ อตฺโถ. เอโก ปโญฺหติ ยทิปิ จตฺตาริ ปทานิ ปุจฺฉนวเสน วุตฺตานิ, ญาตุํ อิจฺฉิโต ปน อตฺโถ เอโก เอวาติ ‘‘เอโก ปโญฺห’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ การณมาห ‘‘เอกวตฺถุปริคฺคหา’’ติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กิญฺจาปิ นิวารณอปฺปกาสนอภิเลปนมหาภยสงฺขาตา ปุจฺฉาย คหิตา จตฺตาโร เอเต อตฺถา, เต ปเนกํ โลกํ ปติคุณภูตา, โลโก ปธานภาเวน คหิโตติ ตพฺพเสน เอโกวายํ ปโญฺหติ. เตเนวาห ‘‘โลกาธิฏฺฐาน’’นฺติอาทิ. โก ปน โส โลโกติ? อาห ‘‘โลโก ติวิโธ’’ติอาทิ.
ตตฺถ ราคาทิกิเลสพหุลตาย กามาวจรสตฺตา กิเลสโลโก. ฌานาภิญฺญาปริพุทฺธิยา รูปาวจรสตฺตา ภวโลโก. อาเนญฺชสมาธิพหุลตาย วิสทินฺทฺริยตฺตา อรูปาวจรสตฺตา อินฺทฺริยโลโก. อถ วา กิลิสฺสนํ กิเลโส, วิปากทุกฺขนฺติ อตฺโถ. ตสฺมา ทุกฺขพหุลตาย อปาเยสุ สตฺตา กิเลสโลโก. ตทญฺเญ สตฺตา สมฺปตฺติภวภาวโต ภวโลโก. ตตฺถ เย วิมุตฺติปริปาจเกหิ อินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคตา สตฺตา, โส อินฺทฺริยโลโกติ เวทิตพฺพํ. ปริยาปนฺนธมฺมวเสน โลกสมญฺญาติ อริยปุคฺคลา อิธ น สงฺคยฺหนฺติ.
อวิชฺชาย นิวุโต โลโกติ จตุรงฺคสมนฺนาคเตน อนฺธกาเรน วิย รถฆฏาทิธมฺมสภาวปฺปฏิจฺฉาทนลกฺขณาย อวิชฺชาย นิวุโต ปฏิจฺฉาทิโต โลโก. วิวิจฺฉาติ วิจิกิจฺฉาเหตุ. ‘‘วิวิจฺฉา มจฺฉริย’’นฺติ สงฺคเห วุตฺตํ. ปมาทาติ ปมาทเหตุ. ชปฺปาภิเลปนนฺติ ชปฺปา ตณฺหา อสฺส โลกสฺส มกฺกฏาเลโป วิย มกฺกฏสฺส อภิเลปนํ สิเลโสติ พฺรูมิ. ทุกฺขนฺติ ชาติอาทิกํ วฏฺฏทุกฺขนฺติ อยํ ปทตฺโถ. เสสํ ปาฬิยา เอว วิญฺญายติ. อิมานิ จตฺตาริ ปทานิ ปุจฺฉาคาถายํ วุตฺตานิ ‘‘อิเมหี’’ติ วิสฺสชฺชนคาถายํ วุตฺเตหิ อิเมหิ จตูหิ ปเทหิ วิสฺสชฺชิตานิ. กถนฺติ อาห ‘‘ปฐม’’นฺติอาทึ. เตน ยถากฺกมํ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานิ เวทิตพฺพานีติ ทสฺเสติ.
อิทานิ ตํ ยถากฺกมํ ปุจฺฉํ วิสฺสชฺชนญฺจ สรูปโต ทสฺเสตุํ คาถาย จ อตฺถํ วิวริตุํ ‘‘เกนสฺสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘นีวรเณหี’’ติ ปเทน วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อวิชฺชานีวรณา หิ สพฺเพ สตฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ‘‘ยถาหา’’ติอาทินา สุตฺตนฺตรทสฺสเนน อิมสฺมึ ปญฺหวิสฺสชฺชนวิจเย อนุคีติวิจยํ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ ปริยายโตติ การณโต. นีวรณสงฺขาตานํ กามจฺฉนฺทาทีนมฺปิ การณภาวโต ปฏิจฺฉาทนภาวโต จ เอกํเยว นีวรณํ วทามิ, น ปน อญฺเญสํ นีวรณสภาวานํ อภาวาติ อตฺโถ. ยถา จ อวิชฺชาย สติ นีวรณานํ ภาโว, เอวํ อวิชฺชาย อสติ น สนฺติ นีวรณานีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพโส’’ติอาทิ วุตฺตํ.
เตนาติ ‘‘อวิชฺชาย นิวุโต โลโก’’ติ ปเทน. ปฐมสฺส ปทสฺสาติ ‘‘เกนสฺสุ นิวุโต โลโก’’ติ ปทสฺส. ยุตฺตาติ โยชิตา, อนุรูปาติ วา อตฺโถ. เอเตน ปุจฺฉานุรูปตา วิสฺสชฺชนสฺส ทสฺสิตาติ ปุพฺพาปรวิจโย วุตฺโตติ เวทิตพฺพํ. ‘‘โย ปุคฺคโล นีวรเณหิ นิวุโต’’ติอาทินา วิวิจฺฉาปมาทานํ อวิชฺชาย ปจฺจยภาวํ ทสฺเสติ. นิวุโต เอว หิ นปฺปกาสติ. วิวิจฺฉาติ วิจิกิจฺฉา. เตเนวาห – ‘‘วิวิจฺฉา นาม วุจฺจติ วิจิกิจฺฉา’’ติ. ตตฺรายํ ปทสิทฺธิ – ยถา มิจฺฉาทิฏฺฐิสมฺมาทิฏฺฐิโย ‘‘นิจฺจํ อนิจฺจ’’นฺติอาทินา เอกํสคฺคาหภาเวน ปวตฺตนฺติ, น เอวมยํ. อยํ ปน อเนกํสคฺคาหภาวโต ‘‘นิจฺจํ นุ โข อนิจฺจํ นุ โข’’ติอาทินา วิวิธํ วิรุทฺธํ วา อิจฺฉติ เอสตีติ วิวิจฺฉาติ. ‘‘โส วิจิกิจฺฉนฺโต’’ติอาทินา อปฺปกาสนสฺส วิวิจฺฉาปมาทานํ การณภาวํ วิวรติ. สุกฺเก ธมฺเม น อุปฺปาทิยตีติ น สมาทาย วตฺตติ. นปฺปกาสนฺตีติ เต อตฺตโน สนฺตาเน อนุปฺปาทิยมานา กุสลา ธมฺมา ตํ ปุคฺคลํ ปกาสํ โลเก อภิญฺญาตํ น กโรนฺตีติ อตฺโถ. อภิลิมฺปตีติ มกฺกฏาเลโป วิย มกฺกฏํ ทารุสิลาทีสุ ปุริสํ รูปาทิวิสเย อลฺลียาเปตีติ อตฺโถ. อาสตฺติพหุลสฺสาติ อาสงฺคพหุลสฺส. เอวํ อภิชปฺปาติ กริตฺวาติ เอวํ ปริยุฏฺฐานฏฺฐายินีติ อิมินา การเณน. ตตฺถาติ ตาย ตณฺหาย. โลโก อภิลิตฺโต สิเลเสน มกฺขิโต วิย โหตีติ อตฺโถ.
ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ. มหนฺตํ ภยํ มหพฺภยํ. เตเนวาห – ‘‘ทุกฺขมสฺส มหพฺภย’’นฺติ. ทุกฺขํ โทมนสฺสนฺติ ทุกฺขเมว วิภตฺตนฺติ สพฺพํ ทุกฺขํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ติสฺโส ทุกฺขตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โอธโสติ กทาจิ อตฺตูปกฺกมมูลาย กทาจิ ปรูปกฺกมมูลายาติอาทินา วิภาเคน ทุกฺขทุกฺขตาย มุจฺจนกา วิเสเสน รูปาวจรา. ตถาติ โอธโส กทาจิ กรหจีติ เอวํ อากฑฺฒติ. วิปริณามทุกฺขตาย มุจฺจนกา อุเปกฺขาสมาปตฺติพหุลา วิเสเสน อรูปาวจรสตฺตา. อปฺปาพาธาติ ปทํ ทุกฺขทุกฺขตาย มุจฺจนสฺส การณวจนํ. ทีฆายุกาติ วิปริณามทุกฺขตาย. อรูปเทวา หิ โลเก วิเสสโต ทีฆายุกาติ. อิทญฺจ มุจฺจนมจฺจนฺติกํ. ยสฺมา จ ทุกฺขา เวทนาปิ สงฺขตตฺตา อนิจฺจตาทิสงฺขารทุกฺขสภาวา เอว, ตสฺมา ยโต มุจฺจนมจฺจนฺติกํ, ตํ อนวเสสปริยาทานวเสน สงฺคณฺหิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺขารทุกฺขตาย ปนา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ อุปาทิยตีติ อุปาทิ, วิปากกฺขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ. อุปาทิสฺส เสสํ อุปาทิเสสํ, ตํ นตฺถิ เอติสฺสาติ อนุปาทิเสสา, นิพฺพานธาตุ, ตาย อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา, อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ จายํ กรณนิทฺเทโส. นิพฺพานธาตูติ จ นิพฺพายนมตฺตํ. ตสฺมาติ ยสฺมา สกลโลกพฺยาปินี สพฺพสงฺคาหินี จ สงฺขารทุกฺขตา, ตสฺมา. โลกสฺสาติ สมฺพนฺเธ สามิวจนํ. เตน ‘‘ทุกฺขมสฺสา’’ติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. เอวเมตฺถ โลกสฺส นีวรณาทีนิ อชานนฺเตน, สมยนฺตรปริจเยน วา ตตฺถ สํสยปกฺขนฺเทน เอกํเสเนว พฺยากาตพฺพตฺตา สตฺตาธิฏฺฐานา ปุจฺฉา กตา, สา จ อชานนสฺส, สํสยสฺส วา นีวรณาทิวิสยตาย จตุพฺพิธา. ปาฬิยํ ปน นีวรณาทีนํ โลโก อาธารภาเวน คาถายํ วุตฺโตติ เอโก ปโญฺหติ ทสฺสิตนฺติ. อยเมตฺถ ปุจฺฉาวิจโย. วิสฺสชฺชนวิจโยปิ อทิฏฺฐโชตินี วิสฺสชฺชนา วิมติจฺเฉทินี จาติอาทินา ปุจฺฉาวิจเย วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺโพ.
เอวํ เอกาธารํ ปุจฺฉํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อเนกาธารํ ทสฺเสตุํ ‘‘สวนฺติ สพฺพธี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สวนฺตีติ สนฺทนฺติ. สพฺพธีติ สพฺเพสุ รูปาทีสุ อายตเนสุ. โสตาติ ตณฺหาทิโสตา. กึ นิวารณนฺติ เตสํ กึ อาวรณํ กา รกฺขา. สํวรํ พฺรูหีติ ตํ เนสํ นีวรณสงฺขาตํ สํวรํ กเถหิ. เกน โสตา ปิธียเรติ เกน ธมฺเมน ตณฺหาทิโสตา ปิธิยฺยนฺติ ปจฺฉิชฺชนฺตีติ อยเมตฺถ ปทตฺโถ. เสสํ ปาฬิวเสเนว อาวิ ภวิสฺสติ.
เต เทฺว ปญฺหาติ ยทิปิ อิมิสฺสา คาถาย ปุจฺฉาวเสน ปวตฺตาย จตฺตาริ ปทานิ จตฺตาริ วากฺยานิ. ญาตุํ อิจฺฉิตสฺส ปน อตฺถสฺส ทุวิธตฺตา เต เทฺว ปญฺหา. กสฺมาติ เจ? ‘‘อิเมหิ พหฺวาธิวจเนน ปุจฺฉิตา’’ติ อาห. ตตฺถายํ สงฺเขปตฺโถ – อิเม เอตาย คาถาย คหิตา อตฺถา ยสฺมา พหูนิ อธิกิจฺจ ปวตฺตวจเนน ปุจฺฉิตา, ตสฺมา เต เทฺว ปญฺหาติ. เอกโต อุปริ พหูติ หิ สาสนโวหาโร, ตเมว ปุจฺฉาย ทุวิธตฺถวิสยตํ วิวริตุํ ‘‘เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – ยาหิ ญาติพฺยสนาทิสงฺขาตาหิ ปาณวธาทีหิ เอว วา ทุคฺคติเหตุภูตาหิ อาปทาหิ สมํ สห, สพฺพถา วา อยํ โลโก อาปนฺโน อชฺโฌตฺถโฏ. ตํนิมิตฺเตหิ ทสหิ กิเลสวตฺถูหิ สํกิลิฏฺโฐ จ, ตสฺส ตํ อาปนฺนาการํ สํกิลิฏฺฐาการญฺจ พุทฺธิยํ กตฺวา อาห – ‘‘เอวํ สมาปนฺนสฺส เอวํ สํกิลิฏฺฐสฺสา’’ติ. โวทายติ สุชฺฌติ เอเตนาติ โวทานํ, สมถวิปสฺสนา. วุฏฺฐาติ เอเตน นิมิตฺตโต ปวตฺตโต จาติ วุฏฺฐานํ, อริยมคฺโค.
อสมาหิตสฺสาติ นานารมฺมเณสุ วิกฺขิตฺตจิตฺตสฺส. สวนฺตีติ ปวตฺตนฺติ. อภิชฺฌาติอาทิ อสมาธานเหตุทสฺสนํ. เตเนวาห – ‘‘เอวํ อสมาหิตสฺสา’’ติ. ‘‘ยถาห ภควา’’ติอาทินา อิธาปิ อนุคีติวิจยํ ทสฺเสติ. โสตานํ สวนํ เยภุยฺเยน อนุโรธวเสเนวาติ อาห – ‘‘สวติ มนาปิเกสุ รูเปสู’’ติ. เอตฺถ จ จกฺขาทโย โสตานํ ทฺวารภาเวน ปวตฺตมานา อุปจารวเสน สยํ สวนฺตา วิย วุตฺตา. อิตีติ เอวํ. สพฺพาติ สพฺพสฺมา. สพฺพถาติ สพฺพปฺปกาเรน. อิทํ โวทานนฺติ อิทํ ‘‘ปริยุฏฺฐานวิฆาต’’นฺติ วุตฺตํ ปริยุฏฺฐานปฺปหานํ โวทานํ.
วิสฺสชฺชนคาถาย สติ เตสํ นิวารณนฺติ วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา สติ กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสมานา เตสํ โสตานํ นิวารณนฺติ. โสตานํ สํวรํ พฺรูมีติ ตเมว สตึ โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ. ปญฺญาเยเต ปิธียเรติ รูปาทีสุ อนิจฺจตาทิปฏิเวธสาธิกาย มคฺคปญฺญาย เอเต โสตา สพฺพโส ปิธิยฺยนฺติ, อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทานวเสน สมุจฺฉิชฺชนฺตีติ อตฺโถ.
นาวิญฺฉตีติ อภิชฺฌาทิปฺปวตฺติทฺวารภาเวน จิตฺตสนฺตานํ, ปุคฺคลํ วา นากฑฺฒติ. อนุสยปฺปหานํ อิธ ปิธานํ อธิปฺเปตนฺติ อาห – ‘‘ปญฺญาย อนุสยา ปหียนฺตี’’ติ. ยสฺมา อนุสยนิมิตฺตํ ปริยุฏฺฐานํ อนุสยาภาเว น โหตีติ อาห ‘‘อนุสเยสู’’ติอาทิ. อิทานิ ตเมวตฺถํ อุปมาย วิภาเวนฺโต ‘‘ตํ ยถา ขนฺธวนฺตสฺสา’’ติอาทิมาห. เอตฺถาปิ โสตานํ นิวารณสงฺขาตํ สํวรํ ปิธานญฺจ อชานนฺเตน ตตฺถ วา สํสยิเตน เอกํสิกตฺตา ธมฺมาธิฏฺฐานา ปุจฺฉา กตาติ อิธ ปุจฺฉาวิจโย วุตฺตนเยเนว วิสฺสชฺชนวิจโย จ เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ เยน อธิปฺปาเยน ‘‘เกนสฺสุ นิวุโต โลโก’’ติ คาถาย (สุ. นิ. ๑๐๓๘; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๕๗, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑; เนตฺติ. ๔๕) สติปิ นิวารณาทีนํ จตุนฺนํ ปุจฺฉิตพฺพภาเว เอโก ปโญฺหติ วุตฺตํ. เตน ตาว โสตานํเยว สํวโร ปิธานญฺจ ปุจฺฉิตนฺติ โสเต เอกตฺถวเสน คเหตฺวา ปุจฺฉาย เอกาธิฏฺฐานภาวโต เอโก ปโญฺหติ วตฺตพฺพํ สิยา. โสตานํ วา พหุภาวโต พหูติ ยตฺตกา โสตา, ตตฺตกา ปญฺหาติ. เยน ปน อธิปฺปาเยน ‘‘สวนฺติ สพฺพธิ โสตา’’ติ คาถายํ (สุ. นิ. ๑๐๔๐; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๕๙, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๓; เนตฺติ. ๔๕) โสเต อนามสิตฺวา สํวรปิธานานํ วเสน ‘‘เทฺว ปญฺหา’’ติ วุตฺตํ. เตน ปฐมคาถายํ สติปิ นิวารณาทีนํ โลกาธารภาเว โลกํ อนามสิตฺวา นิวารณาทีนํ วิภาเคน จตฺตาโร ปญฺหาติปิ วตฺตพฺพนฺติ อยํ นโย ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
อิทานิ ยสฺมา ปุจฺฉนฺโต น เกวลํ ปุพฺเพ อตฺตนา รจิตนิยาเมเนว ปุจฺฉติ, อถ โข เทสนากาเล วุตฺตธมฺมสฺส อนุสนฺธึ คเหตฺวาปิ ปุจฺฉติ, ตสฺมา ตสฺส อนุสนฺธึ ปุจฺฉาย วิเจตพฺพาการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยานิ โสตานี’’ติ คาถาย อนนฺตรํ ‘‘ปญฺญา เจว สติ จา’’ติ คาถมาห. ตสฺสายํ สงฺเขปตฺโถ – ยายํ ภควตา วุตฺตา ปญฺญา, ยา จ สติ ยญฺจ ตทวเสสํ นามรูปํ, เอตํ สพฺพมฺปิ กตฺถ นิรุชฺฌติ, เอตํ เม ปุฏฺโฐ ปพฺรูหีติ.
วิสฺสชฺชนคาถายํ ปนสฺส ยสฺมา ปญฺญาสติโย นาเมเนว สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา ตา วิสุํ น วุตฺตา. อยญฺเจตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ยํ มํ ตฺวํ, อชิต, เอตํ ปญฺหํ อปุจฺฉิ – ‘‘กตฺเถตํ อุปรุชฺฌตี’’ติ อนนฺตรคาถายํ (สุ. นิ. ๑๐๔๒; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๖๑, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๕; เนตฺติ. ๑๑, ๔๕), ยตฺถ ตํ อเสสํ อุปรุชฺฌติ, ตํ เต วทามิ. ตสฺส ตสฺส หิ วิญฺญาณสฺส นิโรเธน สเหว อปุพฺพํ อจริมํ เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌติ, เอตฺเถว วิญฺญาณสฺส นิโรเธน นิรุชฺฌติ, เอตํ วิญฺญาณนิโรธํ ตสฺส นิโรโธ นาติวตฺตตีติ วุตฺตํ โหตีติ. อยํ ปเญฺห อนุสนฺธึ ปุจฺฉตีติ อนนฺตรคาถายํ โสตานํ ปริยุฏฺฐานานุสยปฺปหานกิจฺเจน สทฺธึ สติ ปญฺญา จ วุตฺตา, ตํ สุตฺวา ตปฺปหาเน ปญฺญาสตีสุ ติฏฺฐนฺตีสุ ตาสํ สนฺนิสฺสเยน นามรูเปน ภวิตพฺพํ, ตถา จ สติ วฏฺฏติ เอว. กตฺถ นุ โข อิมาสํ สนิสฺสยานํ ปญฺญาสตีนํ อเสสนิโรโธติ อิมินา อธิปฺปาเยน อยํ ปุจฺฉา กตาติ อาห – ‘‘อยํ ปเญฺห…เป… ธาตุ’’นฺติ. ตตฺถ อนุสนฺธียติ เทสนา เอตายาติ อนุสนฺธิ.
ยาย ปฏิปทาย อนุปาทิเสสํ นิพฺพานธาตุํ อธิคจฺฉนฺติ, ตํ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาวนาสงฺขาตํ ปฏิปทํ สห วิสเยน ทสฺเสตุํ ‘‘ตีณิ จ สจฺจานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สงฺขตานีติ สเมจฺจ สมฺภูย ปจฺจเยหิ กตานีติ สงฺขตานิ. นิโรธธมฺมานีติ นิรุชฺฌนสภาวานิ. ทุกฺขํ สมุทโย มคฺโคติ เตสํ สรูปทสฺสนํ. นิโรโธ ปน กถนฺติ อาห ‘‘นิโรโธ อสงฺขโต’’ติ. โส หิ เกนจิ ปจฺจเยน น สงฺขโตติ อสงฺขโต. สห วิสเยน ปหาตพฺพปหายกสภาเวสุ อริยสจฺเจสุ ปหายกวิภาคมุเขน ปหาตพฺพวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ สมุทโย’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ อวิชฺชาวเสสาติ ทสฺสนมคฺเคน ปหีนาวเสสา อวิชฺชาติ อตฺโถ. อยญฺจ เสส-สทฺโท กามจฺฉนฺโท พฺยาปาโท มาโน อุทฺธจฺจนฺติ เอตฺถาปิ โยเชตพฺโพ. ยถา หิ อวิชฺชา, เอวํ เอเตปิ ธมฺมา อปายคมนียสภาวา ปฐมมคฺเคน ปหียนฺติ เอวาติ. ‘‘อวิชฺชานิรวเสสา’’ติปิ ปาโฐ, เอตฺถาปิ ยถาวุตฺเตสุ กามจฺฉนฺทาทิปเทสุปิ นิรวเสส-สทฺโท โยเชตพฺโพ. สาวเสสญฺหิ ปุริมมคฺคทฺวเยน กามจฺฉนฺทาทโย ปหียนฺติ, อิตเรหิ ปน นิรวเสสนฺติ. เตธาตุเก อิมานิ ทส สํโยชนานีติ เอตฺถ เตธาตุเกติ สํโยชนานํ วิสยทสฺสนํ. ตตฺถ หิ ตานิ สํโยชนวเสน ปวตฺตนฺติ.
๑๒. อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ อธิฏฺฐายาติ ตํ ปหายกํ ปตฺวา. ยํ ปนาติ เอตฺถ ยนฺติ เหตุอตฺเถ นิปาโต. อิทํ ขเย ญาณนฺติ เยน ญาเณน เหตุภูเตน ‘‘ขีณา เม ชาตี’’ติ อตฺตโน ชาติยา ขีณภาวํ ชานาติ, อิทํ เอวํ ปจฺจเวกฺขณสฺส นิมิตฺตภูตํ อรหตฺตผลญาณํ ขเย ญาณํ นาม. นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตีติ เอตฺถาปิ ยนฺติ อาเนตพฺพํ ‘‘ยํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตี’’ติ. อิทํ อนุปฺปาเท ญาณนฺติ อิธาปิ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว อรหตฺตผลญาณวเสน อตฺโถ โยเชตพฺโพ. อฏฺฐสาลินิยํ (ธ. ส. อฏฺฐ. จิตฺตุปฺปาทกฺกณฺฑ ๑๓๕-๑๔๒) ปน ‘‘ขเย ญาณํ กิเลสกฺขยกเร อริยมคฺเค ญาณนฺติ วุตฺตํ. อนุปฺปาเท ญาณํ ปฏิสนฺธิวเสน อนุปฺปาทภูเต ตํตํมคฺควชฺฌกิเลสานํ อนุปฺปาทปริโยสาเน อุปฺปนฺเน อริยผเล ญาณ’’นฺติ วุตฺตํ. อิธ ปน อุภยมฺปิ อรหตฺตผลญาณวเสเนว วิภตฺตํ. เตเนวาห – ‘‘อิมานิ เทฺว ญาณานิ อญฺญาตาวินฺทฺริย’’นฺติ, ‘‘อารมฺมณสงฺเกเตน เทฺว นามานิ ลพฺภนฺตี’’ติ จ.
อญฺญินฺทฺริยํ เหฏฺฐิเมสุ ตีสุ ผเลสุ, อุปริเมสุ จ ตีสุ มคฺเคสุ อุปฺปตฺติยา ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชมานมฺปิ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ วิย ปฐมผลุปฺปตฺติยา อคฺคผลุปฺปตฺติยา อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุชฺฌตีติ อาห – ‘‘ยญฺจ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริย’’นฺติอาทิ. เอเตน ปหาตพฺพธมฺมา วิย ทสฺสนภาวนาหิ อคฺคผลุปฺปตฺติยา ตทวเสสผลธมฺมาปิ อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุชฺฌนฺติ. โก ปน วาโท เตภูมกธมฺมานนฺติ ทสฺเสติ, เอกา ปญฺญา อญฺญาตาวินฺทฺริยตฺตา. ยทิ เอกา, กถํ ทฺวิธา วุตฺตาติ อาห ‘‘อปิ จา’’ติอาทิ. อารมฺมณสงฺเกเตนาติ ขเย อนุปฺปาเทติ อิมาย อารมฺมณสมญฺญาย. สา ปชานนฏฺเฐน ปญฺญาติ ยา ปุพฺเพ โสตานํ ปิธานกิจฺจา วุตฺตา ปญฺญา, สา ปชานนสภาเวน ปญฺญา. อิตรา ปน ยถาทิฏฺฐํ ยถาคหิตํ อารมฺมณํ อปิลาปนฏฺเฐน โอคาหนฏฺเฐน สตีติ.
๑๓. เอวํ ‘‘ปญฺญา เจว สติ จา’’ติ ปทสฺส อตฺถํ วิวริตฺวา อิทานิ ‘‘นามรูป’’นฺติ ปทสฺส อตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘ตตฺถ เย ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, อิทํ นามรูป’’นฺติ อาห. นามรูปญฺจ วิภาเคน ทสฺเสนฺโต สุขคฺคหณตฺถํ ปากฏนามรูปเมว วิภาเวตุํ ‘‘ตตฺถ เย’’ติอาทิมาห. ตคฺคหเณเนว หิ สหจรณาทินา ตทญฺเญ จิตฺตเจตสิกา รูปธมฺมา จ คหิตา โหนฺตีติ. นามคฺคหเณน เจตฺถ ขนฺธตฺตยเมว คหิตนฺติ ‘‘นามรูปํ วิญฺญาณสมฺปยุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ ปน รูปํ สมฺปยุตฺตนฺติ? นยิทํ สมฺปยุตฺตปจฺจยวเสน วุตฺตํ. ปจุรชนสฺส ปน อวิภาเคน คหณียสภาวํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
คาถาย อนุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ ปุจฺฉิตาติ ตํ จตุริทฺธิปาทมุเขน อริยมคฺคาธิคเมน ปตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต อิทฺธิปาทภาวนามูลภูตานิ อินฺทฺริยานิ สติปญฺญาหิ นิทฺธาเรตุํ ‘‘ตตฺถ สติ จ ปญฺญา จ จตฺตาริ อินฺทฺริยานี’’ติ อาห. กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสมานา สติ สิชฺฌนฺตี เอกนฺเตน สมาธึ นิปฺผาเทติ. สติคฺคหเณน เจตฺถ ปริยุฏฺฐานปฺปหานํ อิธาธิปฺเปตนฺติ อาห – ‘‘สติ เทฺว อินฺทฺริยานิ, สตินฺทฺริยญฺจ สมาธินฺทฺริยญฺจา’’ติ. ตถา อนุสยสมุคฺฆาตวิธายินี ปญฺญา สิชฺฌมานา น วินา จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานวีริยํ สิชฺฌตีติ วุตฺตํ – ‘‘ปญฺญา เทฺว อินฺทฺริยานิ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ วีริยินฺทฺริยญฺจา’’ติ.
ยา อิเมสุ จตูสุ อินฺทฺริเยสูติ อิเมสุ สติอาทีสุ จตูสุ อินฺทฺริเยสุ นิสฺสยปจฺจยตาย อธิฏฺฐานภูเตสุ ตํสหชาตา เอว ยา สทฺทหนา. ‘‘อิเมหิ จตูหิ อินฺทฺริเยหี’’ติปิ ปาฬิ, ตสฺสา อิเมหิ จตูหิ อินฺทฺริเยหิ สมฺปยุตฺตาติ วจนเสโส, อารมฺมเณ อภิปฺปสาทลกฺขณา สทฺธา กตฺตุกามตาสภาวสฺส ฉนฺทสฺส วิเสสปจฺจโย โหตีติ อาห – ‘‘ยา สทฺธาธิปเตยฺยา จิตฺเตกคฺคตา, อยํ ฉนฺทสมาธี’’ติ. สมาหิเต จิตฺเตติ วิปสฺสนาสมาธินา สมาหิเต จิตฺเต. อิทํ ปหานนฺติ วิกฺขมฺภนปฺปหานสาธโก สมาธิ ปหานนฺติ วุตฺโต ปชหติ เอเตนาติ กตฺวา. ‘‘ปธาน’’นฺติปิ ปาโฐ, อคฺโคติ อตฺโถ. ตถา หิ ‘‘สมาธิ เอโกที’’ติ วุจฺจติ.
‘‘อสฺสาสปสฺสาสา’’ติอาทินา กายวจีจิตฺตสงฺขารสีเสน ตํสมุฏฺฐาปกา วีริยสงฺขาราว คหิตา. เต หิ ยาว ภาวนานิปฺผตฺติ ตาว เอกรเสน สรณโต สงฺกปฺเปตพฺพโต จ สรสงฺกปฺปา’’ติ วุตฺตา ‘‘เอวํ เม ภาวนา โหตู’’ติ ยถา อิจฺฉิตา, ตถา ปวตฺติยา เหตุภาวโต. ตทุภยนฺติ ฉนฺทสมาธิสงฺขาตญฺจ ปธานสงฺขารสงฺขาตญฺจ วีริยนฺติ ตํ อุภยํ. อุภยเมว หิ อุปจารวเสน อญฺญํ วิย กตฺวา ‘‘ฉนฺทสมาธิปฺปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาท’’นฺติ วุตฺตํ. อภินฺนมฺปิ หิ อุปจารวเสน ภินฺนํ วิย กตฺวา โวหรนฺติ, ยถา ‘‘สิลาปุตฺตกสฺส สรีร’’นฺติ.
ตตฺถ อิชฺฌตีติ อิทฺธิ, สมิชฺฌติ นิปฺผชฺชตีติ อตฺโถ. อิชฺฌนฺติ วา ตาย สตฺตา อิทฺธา วุทฺธา อุกฺกํสคตา โหนฺตีติ อิทฺธิ, ปชฺชติ เอเตนาติ ปาโท, ปฐเมน อตฺเถน อิทฺธิ เอว ปาโท อิทฺธิปาโท, อิทฺธิโกฏฺฐาโสติ อตฺโถ. ทุติเยน อตฺเถน อิทฺธิยา ปาโท ปติฏฺฐา อธิคมูปาโยติ อิทฺธิปาโท. เตน หิ อุปรูปริวิเสสสงฺขาตํ อิทฺธึ ปชฺชนฺติ ปาปุณนฺติ. วิเวกนิสฺสิตนฺติ ตทงฺควิเวกนิสฺสิตํ สมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสิตํ นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตญฺจ อิทฺธิปาทํ ภาเวตีติ อตฺโถ. ตถา หิ อยํ อิทฺธิปาทภาวนานุยุตฺโต โยคี วิปสฺสนากฺขเณ กิจฺจโต ตทงฺควิเวกนิสฺสิตํ อชฺฌาสยโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตํ. มคฺคกฺขเณ ปน กิจฺจโต สมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสิตํ อารมฺมณโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวตีติ. เอส นโย วิราคนิสฺสิตนฺติอาทีสุ.
วิเวกตฺตา เอว หิ วิราคาทโย, เกวลญฺเจตฺถ โวสฺสคฺโค ทุวิโธ ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค จ ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค จาติ. ตตฺถ ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค วิปสฺสนากฺขเณ ตทงฺควเสน, มคฺคกฺขเณ สมุจฺเฉทวเสน กิเลสปฺปหานํ. ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค วิปสฺสนากฺขเณ ตนฺนินฺนภาเวน, มคฺคกฺขเณ อารมฺมณกรณวเสน นิพฺพานปกฺขนฺทนํ. ตทุภยมฺปิ อิมสฺมึ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสเก อตฺถสํวณฺณนานเย ยุชฺชติ. ตถา หิ อยํ ปฐมิทฺธิปาโท ยถาวุตฺเตน ปกาเรน กิเลเส ปริจฺจชติ นิพฺพานญฺจ ปกฺขนฺทติ. โวสฺสคฺคปริณามินฺติ อิมินา ปน วจเนน โวสฺสคฺคตฺถํ ปริณมนฺตํ ปริณตญฺจ ปริปจฺจนฺตํ ปริปกฺกญฺจาติ อตฺโถ. อยญฺหิ อิทฺธิปาทภาวนานุยุตฺโต โยคี ยถา ปฐโม อิทฺธิปาโท กิเลสปริจฺจาคโวสฺสคฺคตฺถํ นิพฺพานปกฺขนฺทนโวสฺสคฺคตฺถญฺจ ปริปจฺจติ, ยถา จ ปริปกฺโก โหติ, ตถา นํ ภาเวตีติ. เสสิทฺธิปาเทสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – ยถา ฉนฺทํ เชฏฺฐกํ กตฺวา ปวตฺติโต สมาธิ ฉนฺทสมาธิ. เอวํ วีริยํ จิตฺตํ วีมํสํ เชฏฺฐกํ กตฺวา ปวตฺติโต สมาธิ วีมํสาสมาธีติ.
๑๔. น เกวลํ จตุตฺถอิทฺธิปาโท เอว สมาธิญาณมูลโก, อถ โข สพฺโพปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺโพ สมาธิ ญาณมูลโก ญาณปุพฺพงฺคโม ญาณานุปริวตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ กสฺมา โส เอว วีมํสาสมาธีติ วุตฺโตติ? วีมํสํ เชฏฺฐกํ กตฺวา ปวตฺติตตฺตาติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ตตฺถ ปุพฺพภาคปญฺญาย ญาณมูลโก. อธิคมปญฺญาย ญาณปุพฺพงฺคโม. ปจฺจเวกฺขณปญฺญาย ญาณานุปริวตฺติ. อถ วา ปุพฺพภาคปญฺญาย ญาณมูลโก. อุปจารปญฺญาย ญาณปุพฺพงฺคโม. อปฺปนาปญฺญาย ญาณานุปริวตฺติ. อุปจารปญฺญาย วา ญาณมูลโก. อปฺปนาปญฺญาย ญาณปุพฺพงฺคโม. อภิญฺญาปญฺญาย ญาณานุปริวตฺตีติ เวทิตพฺพํ.
ยถา ปุเรติ ยถา สมาธิสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณานุปริวตฺติภาเวน ปุเร ปุพฺเพ อตีตาสุ ชาตีสุ อสงฺเขฺยยฺเยสุปิ สํวฏฺฏวิวฏฺเฏสุ อตฺตโน ปเรสญฺจ ขนฺธํ ขนฺธูปนิพทฺธญฺจ ทุปฺปฏิวิชฺฌํ นาม นตฺถิ, ตถา ปจฺฉา สมาธิสฺส อนาคตํสญาณานุปริวตฺติภาเวน อนาคตาสุ ชาตีสุ อสงฺเขฺยยฺเยสุปิ สํวฏฺฏวิวฏฺเฏสุ อตฺตโน ปเรสญฺจ ขนฺธํ ขนฺธูปนิพทฺธญฺจ ทุปฺปฏิวิชฺฌํ นาม นตฺถีติ อตฺโถ.
ยถา ปจฺฉาติ ยถา สมาธิสฺส เจโตปริยญาณานุปริวตฺติภาเวน อนาคเตสุ สตฺตสุ ทิวเสสุ ปรสตฺตานํ จิตฺตํ ทุปฺปฏิวิชฺฌํ นาม นตฺถิ, ตถา ปุเร อตีเตสุ สตฺตสุ ทิวเสสุ ปรสตฺตานํ จิตฺตํ ทุปฺปฏิวิชฺฌํ นาม นตฺถีติ อตฺโถ. ยถา ทิวาติ ยถา ทิวสภาเค สูริยาโลเกน อนฺธการสฺส วิธมิตตฺตา จกฺขุมนฺตานํ สตฺตานํ อาปาถคตํ จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปํ สุวิญฺเญยฺยํ. ตถา รตฺตินฺติ ตถา รตฺติภาเค จตุรงฺคสมนฺนาคเตปิ อนฺธกาเร วตฺตมาเน สมาธิสฺส ทิพฺพจกฺขุญาณานุปริวตฺติตาย ทุปฺปฏิวิชฺฌํ รูปายตนํ นตฺถิ.
ยถา รตฺตึ ตถา ทิวาติ ยถา จ รตฺติยํ ตถา ทิวาปิ อติสุขุมํ เกนจิ ติโรหิตํ ยญฺจ อติทูเร, ตํ สพฺพรูปํ ทุปฺปฏิวิชฺฌํ นาม นตฺถิ. ยถา จ รูปายตเน วุตฺตํ, ตถา สมาธิสฺส ทิพฺพโสตญาณานุปริวตฺติตาย สทฺทายตเน จ เนตพฺพํ. เตเนวาห ‘‘อิติ วิวเฏน เจตสา’’ติอาทิ. ตตฺถ อปริโยนทฺเธนาติ อภิญฺญาญาณสฺส ปาริพนฺธกกิเลเสหิ อนชฺโฌตฺถเฏน, อปริโยนทฺธตฺตา เอว สปฺปภาสํ จิตฺตํ. เอเตเนว สมาธิสฺส อิทฺธิวิธญาณานุปริวตฺติตาปิ วุตฺตา เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปญฺจินฺทฺริยานีติ อิทฺธิปาทสมฺปยุตฺตานิ เสกฺขสฺส ปญฺจินฺทฺริยานิ อธิปฺเปตานีติ อาห ‘‘กุสลานี’’ติ. จิตฺตสหภูนีติอาทิ เตสํ วิญฺญาณนิโรเธน นิโรธทสฺสนตฺถํ อารทฺธํ. ตถา ‘‘นามรูปญฺจา’’ติอาทิ. เตเนตํ ทสฺเสติ ‘‘น เกวลํ ปญฺจินฺทฺริยานิ เอว, อถ โข นามรูปญฺจ วิญฺญาณเหตุกํ วิญฺญาณสฺส นิโรธา นิรุชฺฌตี’’ติ.
ตสฺสาติ วิญฺญาณสฺส. เหตูติ ตณฺหาอวิชฺชาทิโก. อนาหารนฺติ ปทสฺส อตฺถวิวรณํ. อนภินนฺทิตนฺติ อภินนฺทนภูตาย ตณฺหาย ปหีนตฺตา เอว อปตฺถิตํ. ตโต เอว อปฺปฏิสนฺธิกํ วิญฺญาณํ ตํ นิรุชฺฌติ. ยถา จ วิญฺญาณํ, เอวํ นามรูปมฺปิ วิญฺญาณสงฺขาตสฺส เหตุโน ปจฺจยสฺส จ อภาวา ตปฺปจฺจยานํ สงฺขาราทีนํ อภาวา อเหตุ อปฺปจฺจยํ. เสสํ ปากฏเมว. ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวิจโยปิ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺโพ.
เอวํ อนุสนฺธิปุจฺฉมฺปิ ทสฺเสตฺวา เหฏฺฐา สตฺตาธิฏฺฐานา ธมฺมาธิฏฺฐานา จ ปุจฺฉา วิสุํ วิสุํ ทสฺสิตาติ อิทานิ ตา สห ทสฺเสตุํ ‘‘เย จ สงฺขาตธมฺมาเส’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถายํ ปทตฺโถ – สงฺขาตธมฺมาติ อนิจฺจาทิวเสน ปริวีมํสิตธมฺมา, อรหตํ เอตํ อธิวจนํ. เสกฺขาติ สีลาทีนิ สิกฺขมานา อวเสสา อริยปุคฺคลา. ปุถูติ พหู สตฺตชนา. เตสํ เม นิปโก อิริยํ, ปุฏฺโฐ ปพฺรูหีติ เตสํ เสขาเสขานํ นิปโก ปณฺฑิโต ตฺวํ ภควา ปฏิปตฺตึ ปุฏฺโฐ เม พฺรูหีติ. เสสํ ปาฬิวเสเนว วิญฺญายติ.
๑๕. กิสฺสาติ กิสฺส เหตุ, เกน การเณนาติ อตฺโถ. เสขาเสขวิปสฺสนา ปุพฺพงฺคมปฺปหานโยเคนาติ เสเข อเสเข วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมปฺปหาเน จ ปุจฺฉนโยเคน, ปุจฺฉาวิธินาติ อตฺโถ.
วิสฺสชฺชนคาถายํ กาเมสุ นาภิคิชฺเฌยฺยาติ วตฺถุกาเมสุ กิเลสกาเมน น อภิคิชฺเฌยฺย. มนสานาวิโล สิยาติ พฺยาปาทวิตกฺกาทโย กายทุจฺจริตาทโย จ มนโส อาวิลภาวกเร ธมฺเม ปชหนฺโต จิตฺเตน อนาวิโล ภเวยฺย. ยสฺมา ปน อเสกฺโข อนิจฺจตาทิวเสน สพฺพธมฺมานํ ปริตุลิตตฺตา กุสโล สพฺพธมฺเมสุ กายานุปสฺสนาสติอาทีหิ จ สโต สพฺพกิเลสานํ ภินฺนตฺตา อุตฺตมภิกฺขุภาวํ ปตฺโต จ หุตฺวา สพฺพอิริยาปเถสุ ปวตฺตติ, ตสฺมา ‘‘กุสโล…เป… ปริพฺพเช’’ติ อาหาติ อยํ สงฺเขปตฺโถ.
ตตฺถ ยํ ปุจฺฉาคาถายํ ‘‘นิปโก’’ติ ปทํ วุตฺตํ, ตํ ภควนฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, ภควโต จ เนปกฺกํ อุกฺกํสปารมิปฺปตฺตํ อนาวรณญาณทสฺสเนน ทีเปตพฺพนฺติ อนาวรณญาณํ ตาว กมฺมทฺวารเภเทหิ วิภชิตฺวา เสขาเสขปฏิปทํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภควโต สพฺพํ กายกมฺม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เตน สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตญาณทสฺสเนน ตถาคตสฺส เสขาเสขปฏิปตฺติเทสนาโกสลฺลเมว วิภาเวติ. ตตฺถ โก จาติ กฺว จ, กสฺมึ วิสเยติ อตฺโถ. ตํ วิสยํ ทสฺเสติ ‘‘ยํ อนิจฺเจ ทุกฺเข อนตฺตนิ จา’’ติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ญาณทสฺสนํ นาม อุปฺปชฺชมานํ ‘‘สพฺพํ สงฺขตํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปน ตสฺมึ วิสเย เยน อปฺปวตฺติ, โส ปฏิฆาโตติ, เอเตน ลกฺขณตฺตยปฺปฏิเวธสฺส ทุรภิสมฺภวตํ อนญฺญสาธารณตญฺจ ทสฺเสติ. ลกฺขณตฺตยวิภาวเนน หิ ภควโต จตุสจฺจปฺปฏิเวธํ สมฺมาสมฺโพธิญฺจ ปณฺฑิตา ปฏิชานนฺติ.
อญฺญาณํ อทสฺสนนฺติ ตํ ปฏิฆาตํ สรูปโต ทสฺเสติ. ฉฬารมฺมณสภาวปฺปฏิจฺฉาทโก หิ สมฺโมโห ญาณทสฺสนสฺส ปฏิฆาโตติ. ยสฺมึ วิสเย ญาณทสฺสนํ อุปฺปตฺติรหํ, ตตฺเถว ตสฺส ปฏิฆาเตน ภวิตพฺพนฺติ อาห – ‘‘ยํ อนิจฺเจ ทุกฺเข อนตฺตนิ จา’’ติ. ยถา อิธ ปุริโสติอาทิ อุปมาทสฺสนํ. ตตฺริทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ปุริโส วิย สพฺโพ โลโก, ตารกรูปานิ วิย ฉ อารมฺมณานิ, ตสฺส ปุริสสฺส ตารกรูปานํ ทสฺสนํ วิย โลกสฺส จกฺขุวิญฺญาณาทีหิ ยถารหํ ฉฬารมฺมณชานนํ, ตสฺส ปุริสสฺส ตารกรูปานิ ปสฺสนฺตสฺสาปิ ‘‘เอตฺตกานิ สตานิ, เอตฺตกานิ สหสฺสานี’’ติอาทินา คณนสงฺเกเตน อชานนํ วิย โลกสฺส รูปาทิอารมฺมณํ กถญฺจิ ชานนฺตสฺสาปิ อนิจฺจาทิลกฺขณตฺตยานวโพโธติ. เสสํ ปากฏเมว.
อิทานิ เยหิ ปเทหิ ภควตา อายสฺมโต อชิตสฺส เสขาเสขปฏิปทา วุตฺตา, เตสํ ปทานํ อตฺถํ วิภชิตุํ ‘‘ตตฺถ เสเขนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ นิปาตมตฺตํ, ตสฺมึ วา วิสฺสชฺชเน. เสเขนาติ สิกฺขา เอตสฺส สีลนฺติ เสโข, เตน เสเขน. ทฺวีสุ ธมฺเมสูติ ทุวิเธสุ ธมฺเมสูติ อธิปฺปาโย. ปริยุฏฺฐานีเยสูติ โทเสน ปริยุฏฺฐิเตน ยตฺถ ปริวตฺติตพฺพํ, เตสุ อาฆาตวตฺถูสูติ อตฺโถ. ‘‘ปฏิฆฏฺฐานีเยสู’’ติปิ ปาโฐ, โสเยวตฺโถ.
เอตฺถ จ เคธปฏิเสธโจทนายํ เคธนิมิตฺโต โทโส เคเธ สติ โหตีติ ตโตปิ จิตฺตสฺส รกฺขิตพฺพตา นิทฺธาเรตฺวา วุตฺตา. ยสฺมา ปน ภควตา ‘‘กาเมสุ นาภิคิชฺเฌยฺยา’’ติ (สุ. นิ. ๑๐๔๕; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๖๔, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘; เนตฺติ. ๑๕-๑๗) วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ตตฺถ ยา อิจฺฉา’’ติอาทินา เคธวเสน นิทฺเทโส กโต. อถ วา โทสโต จิตฺตสฺส รกฺขิตพฺพตา คาถาย ทุติยปาเทน วุตฺตาเยวาติ ทฏฺฐพฺพา. ทุติยปาเทน หิ เสสกิเลสโวทานธมฺมา ทสฺสิตา. ตถา หิ อุปฺปนฺนานุปฺปนฺนเภทโต สมฺมาวายามสฺส วิสยภาเวน สพฺเพ สํกิเลสโวทานธมฺเม จตุธา วิภชิตฺวา สมฺมปฺปธานมุเขน เสขปฏิปทํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เสโข อภิคิชฺฌนฺโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อนาวิลสงฺกปฺโปติ อาวิลานํ กามสงฺกปฺปาทีนํ อภาเวน อนาวิลสงฺกปฺโป. ตโต เอว จ อนภิคิชฺฌนฺโต วายมติ, วีริยํ ปวตฺเตติ. กถํ วายมตีติ อาห – ‘‘โส อนุปฺปนฺนาน’’นฺติอาทิ.
ตตฺถ โสติ อุตฺตริวิเสสตฺถาย ปฏิปชฺชมาโน เสกฺโข. อนุปฺปนฺนานนฺติ อนิพฺพตฺตานํ. ปาปกานนฺติ ลามกานํ. อกุสลานํ ธมฺมานนฺติ อโกสลฺลสมฺภูตานํ ธมฺมานํ. อนุปฺปาทายาติ น อุปฺปาทนตฺถาย. ฉนฺทํ ชเนตีติ กตฺตุกมฺยตาสงฺขาตํ กุสลจฺฉนฺทํ อุปฺปาเทติ. วายมตีติ ปโยคปรกฺกมํ กโรติ. วีริยํ อารภตีติ กายิกเจตสิกวีริยํ กโรติ. จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ เตเนว สหชาตวีริเยน จิตฺตํ อุกฺขิปติ. ปทหตีติ ปธานวีริยํ กโรติ. วายมตีติอาทีนิ ปน จตฺตาริ ปทานิ อาเสวนาภาวนาพหุลีกมฺมสาตจฺจกิริยาหิ โยเชตพฺพานิ. อุปฺปนฺนานํ ปาปกานนฺติ อนุปฺปนฺนาติ อวตฺตพฺพตํ อาปนฺนานํ ปาปธมฺมานํ. ปหานายาติ ปชหนตฺถาย. อนุปฺปนฺนานํ กุสลานนฺติ อนิพฺพตฺตานํ โกสลฺลสมฺภูตานํ ธมฺมานํ. อุปฺปาทายาติ อุปฺปาทนตฺถาย. อุปฺปนฺนานนฺติ นิพฺพตฺตานํ. ฐิติยาติ ฐิตตฺถํ. อสมฺโมสายาติ อนสฺสนตฺถํ. ภิยฺโยภาวายาติ ปุนปฺปุนํ ภาวาย. เวปุลฺลายาติ วิปุลภาวาย. ภาวนายาติ วฑฺฒิยา. ปาริปูริยาติ ปริปูรณตฺถายาติ อยํ ตาว ปทตฺโถ.
๑๖. ‘‘กตเม อนุปฺปนฺนา’’ติอาทิ อกุสลธมฺมา กุสลธมฺมา จ ยาทิสา อนุปฺปนฺนา ยาทิสา จ อุปฺปนฺนา, เต ทสฺเสตุํ อารทฺธํ. ตตฺถ อิเม อนุปฺปนฺนาติ อิเม กามวิตกฺกาทโย อสมุทาจารวเสน วา อนนุภูตารมฺมณวเสน วา อนุปฺปนฺนา นาม. อญฺญถา หิ อนมตคฺเค สํสาเร อนุปฺปนฺนา นาม อกุสลา ธมฺมา นตฺถิ. วิตกฺกตฺตยคฺคหณญฺเจตฺถ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. อกุสลมูลานีติ อนุสยา เอว สพฺเพสํ อกุสลานํ มูลภาวโต เอวํ วุตฺตา, น โลภาทโย เอว. อิเม อุปฺปนฺนา อนุสยา ภูมิลทฺธุปฺปนฺนา อสมุคฺฆาฏิตุปฺปนฺนาติอาทิอุปฺปนฺนปริยายสพฺภาวโต นามวเสน อุปฺปนฺนา นาม, น วตฺตมานภาเวนาติ อตฺโถ. อิเม อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมาติ อิเม โสตาปนฺนสฺส สทฺธาทโย โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา นาม, โก ปน วาโท ปุถุชฺชนานนฺติ ทสฺเสติ. กุสลสทฺโท เจตฺถ พาหิติกสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๕๘ อาทโย) วิย อนวชฺชปริยาโย ทฏฺฐพฺโพ. อิเม อุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมาติ อิเม ปฐมมคฺเค สทฺธาทโย โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส อุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา นาม.
สติปฏฺฐานภาวนาย สุนิคฺคหิโต กามวิตกฺโกติ อาห – ‘‘เยน กามวิตกฺกํ วาเรติ, อิทํ สตินฺทฺริย’’นฺติ. อนวชฺชสุขปทฏฺฐาเนน อวิกฺเขเปน เจโตทุกฺขสนฺนิสฺสโย วิกฺเขปปจฺจโย พฺยาปาทวิตกฺโก สุนิคฺคหิโตติ วุตฺตํ – ‘‘เยน พฺยาปาทวิตกฺกํ วาเรติ, อิทํ สมาธินฺทฺริย’’นฺติ. กุสเลสุ ธมฺเมสุ อารทฺธวีริโย ปราปราธํ สุเขน สหตีติ วีริเยน วิหึสาวิตกฺโก สุนิคฺคหิโตติ อาห – ‘‘เยน วิหึสาวิตกฺกํ วาเรติ, อิทํ วีริยินฺทฺริย’’นฺติ. สมาธิอาทีนมฺปิ ยถาสกํปฏิปกฺขปฺปหานํ ปญฺญวนฺตสฺเสว อิชฺฌตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘เยน อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน’’ติอาทิ.
เอเตสํ ยถานิทฺธาริตานํ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ สวิสเย เชฏฺฐกภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สทฺธินฺทฺริยํ กตฺถ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. อิเมสญฺจ สทฺธาทีนํ เสขานํ อินฺทฺริยานํ นิพฺพตฺติยา สพฺเพปิ เสขา ธมฺมา มตฺถกปฺปตฺตา โหนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ เสโข’’ติอาทินา เสขปฏิปทํ นิคเมติ.
๑๗. เอวํ เสขปฏิปทํ วิภชิตฺวา อิทานิ อเสขปฏิปทํ วิภชิตุํ ‘‘กุสโล สพฺพธมฺมาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺพธมฺมานนฺติ อิมินา ปเทน วุตฺตธมฺเม ตาว วิภชิตฺวา ตตฺถ อเสกฺขสฺส โกสลฺลํ ทสฺเสตุํ ‘‘โลโก นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ วุตฺตตฺถเมว. กิเลสโลเกน ภวโลโก สมุทาคจฺฉตีติ กามาวจรธมฺมํ นิสฺสาย รูปารูปาวจรธมฺเม สมุทาคเมตีติ อตฺโถ. โสติ โส มหคฺคตธมฺเมสุ, ปริตฺตมหคฺคตธมฺเมสุ วา ฐิโต. อินฺทฺริยานิ นิพฺพตฺเตตีติ สีลสมาธโย นิพฺเพธภาคิเย กตฺวา วิมุตฺติปริปาจนียานิ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ อุปฺปาเทติ. อินฺทฺริเยสุ ภาวิยมาเนสูติ ยถาวุตฺตอินฺทฺริเยสุ วฑฺฒิยมาเนสุ รูปารูปปริคฺคหาทิวเสน เนยฺยสฺส ปริญฺญา ภวติ.
ทสฺสนปริญฺญาติ ญาตปริญฺญา. ภาวนาปริญฺญาติ ตีรณปริญฺญา ปหานปริญฺญา จ. ‘‘สา ทุวิเธนา’’ติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ ‘‘ยทา หิ เสโข’’ติอาทินา วิวรติ. ตตฺถ ‘‘นิพฺพิทาสหคเตหิ สญฺญามนสิกาเรหี’’ติ อิมินา พลววิปสฺสนํ ทสฺเสติ. ยทา หิ เสโขติ เจตฺถ สิกฺขนสีลตาย กลฺยาณปุถุชฺชโนปิ เสขปเทน สงฺคหิโตติ กตฺวา ‘‘เทฺว ธมฺมา โกสลฺลํ คจฺฉนฺติ ทสฺสนโกสลฺลญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – ยทา กลฺยาณปุถุชฺชโน ปุพฺพภาคสิกฺขํ สิกฺขนฺโต นิพฺพิทาสหคเตหิ สญฺญามนสิกาเรหิ เญยฺยํ ปริชานาติ, ตทา ตสฺส เต วิปสฺสนาธมฺมา ทสฺสนโกสลฺลํ ปฐมมคฺคญาณํ คจฺฉนฺติ สมฺปาปุณนฺติ เตน สทฺธึ ฆเฏนฺติ. ยทา ปน โสตาปนฺนาทิเสโข วุตฺตนเยน เนยฺยํ ปริชานาติ, ตทา ตสฺส เต วิปสฺสนาธมฺมา ภาวนาโกสลฺลํ คจฺฉนฺตีติ.
ตํ ญาณนฺติ ยา ปุพฺเพ เนยฺยสฺส ปริญฺญา วุตฺตา, ตํ เนยฺยปริชานนญาณํ. ปญฺจวิเธน เวทิตพฺพนฺติ วิสยเภเทน ตสฺส เภทํ ทสฺเสติ. ธมฺมานํ สลกฺขเณ ญาณนฺติ รูปารูปธมฺมานํ กกฺขฬผุสนาทิสลกฺขเณ ญาณํ. ตํ ปน ยสฺมา สพฺพํ เนยฺยํ เหตุเหตุผลเภทโต ทุวิธเมว โหติ, ตสฺมา ‘‘ธมฺมปฏิสมฺภิทา จ อตฺถปฏิสมฺภิทา จา’’ติ นิทฺทิฏฺฐํ.
ปริญฺญาติ ตีรณปริญฺญา อธิปฺเปตา. ยสฺมา ปนสฺส รูปารูปธมฺเม สลกฺขณโต ปจฺจยโต จ อภิชานิตฺวา กุสลาทิวิภาเคหิ เต ปริคฺคเหตฺวา อนิจฺจาทิวเสน ชานนา โหติ, ตสฺมา ‘‘เอวํ อภิชานิตฺวา ยา ปริชานนา, อิทํ กุสล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอวํคหิตาติ เอวํ อนิจฺจาทิโต กลาปสมฺมสนาทิวเสน คหิตา สมฺมสิตา. อิทํ ผลํ นิพฺพตฺเตนฺตีติ อิทํ อุทยพฺพยญาณาทิกํ ผลํ ปฏิปาฏิยา อุปฺปาเทนฺติ, นิมิตฺตสฺส กตฺตุภาเวน อุปจรณโต ยถา อริยภาวกรานิ สจฺจานิ อริยสจฺจานีติ. เตสนฺติ อุทยพฺพยญาณาทีนํ. เอวํคหิตานนฺติ เอวํปวตฺติตานํ. อยํ อตฺโถติ อยํ สจฺจานํ อนุโพธปฏิเวโธ อตฺโถ. ยถา หิ ปริญฺญาปญฺญา สมฺมสิตพฺพธมฺเม สมฺมสนธมฺเม ตตฺถ สมฺมสนาการํ ปริชานาติ, เอวํ สมฺมสนผลมฺปิ ปริชานาตีติ กตฺวา อยํ นโย ทสฺสิโต.
เย อกุสลาติ สมุทยสจฺจมาห. สพฺเพ หิ อกุสลา สมุทยปกฺขิยาติ. เย กุสลาติ มคฺคธมฺมา สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย. ยทิปิ ผลธมฺมาปิ สจฺฉิกาตพฺพา, จตุสจฺจปฺปฏิเวธสฺส ปน อธิปฺเปตตฺตา ‘‘กตเม ธมฺมา สจฺฉิกาตพฺพา, ยํ อสงฺขต’’นฺติ วุตฺตํ. อตฺถกุสโลติ ปจฺจยุปฺปนฺเนสุ อตฺเถสุ กุสโล. ธมฺมกุสโลติ ปจฺจยธมฺเมสุ กุสโล. ปาฬิอตฺถปาฬิธมฺมา วา อตฺถธมฺมา. กลฺยาณตากุสโลติ ยุตฺตตากุสโล, จตุนยโกวิโทติ อตฺโถ, เทสนายุตฺติกุสโล วา. ผลตากุสโลติ ขีณาสวผลกุสโล. ‘‘อายกุสโล’’ติอาทีสุ อาโยติ วฑฺฒิ. สา อนตฺถหานิโต อฏฺฐุปฺปตฺติโต จ ทุวิธา. อปายาติ อวฑฺฒิ. สาปิ อตฺถหานิโต อนฏฺฐุปฺปตฺติโต จ ทุวิธา. อุปาโยติ สตฺตานํ อจฺจายิเก กิจฺเจ วา ภเย วา อุปฺปนฺเน ตสฺส ติกิจฺฉนสมตฺถํ ฐานุปฺปตฺติการณํ, ตตฺถ กุสโลติ อตฺโถ. ขีณาสโว หิ สพฺพโส อวิชฺชาย ปหีนตฺตา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺโต เอเตสุ อายาทีสุ กุสโลติ. เอวํ อเสขสฺส โกสลฺลํ เอกเทเสน วิภาเวตฺวา ปุน อนวเสสโต ทสฺเสนฺโต ‘‘มหตา โกสลฺเลน สมนฺนาคโต’’ติ อาห.
ปรินิฏฺฐิตสิกฺขสฺส อเสขสฺส สโตการิตาย อญฺญํ ปโยชนํ นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถ’’นฺติ. อิทานิ ยถานิทฺทิฏฺฐํ เสขาเสขปฏิปทํ นิคเมนฺโต ‘‘อิมา เทฺว จริยา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ โพชฺฌนฺติ พุชฺฌิตพฺพํ. ตํ จตุพฺพิธนฺติ ตํ โพชฺฌํ จตุพฺพิธํ, จตุสจฺจภาวโต. เอวํ ชานาตีติ เอวํ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน โย ชานาติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ อเสโข สติเวปุลฺลปฺปตฺโต นิปฺปริยาเยน ‘‘สโต อภิกฺกมตี’’ติอาทินา วุจฺจตีติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. อิธาปิ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวิจยา ปุพฺเพ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพา.
เอตฺตาวตา จ มหาเถโร วิจยหารํ วิภชนฺโต อชิตสุตฺตวเสน (สุ. นิ. ๑๐๓ อาทโย; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๕๗ อาทโย, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑ อาทโย) ปุจฺฉาวิจยํ วิสฺสชฺชนวิจยญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สุตฺตนฺตเรสุปิ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวิจยานํ นยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ ปุจฺฉิตพฺพํ, เอวํ วิสฺสชฺชิตพฺพ’’นฺติ อาห. ตตฺถ เอวนฺติ อิมินา นเยน. ปุจฺฉิตพฺพนฺติ ปุจฺฉา กาตพฺพา, อาจิกฺขิตพฺพา วา, วิเวเจตพฺพาติ อตฺโถ. เอวํ วิสฺสชฺชิตนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สุตฺตสฺส จาติอาทิ อนุคีติวิจยนิทสฺสนํ. อนุคีติ อตฺถโต จ พฺยญฺชนโต จ สมาเนตพฺพาติ สุตฺตนฺตรเทสนาสงฺขาตา อนุคีติ อตฺถโต พฺยญฺชนโต จ สํวณฺณิยมาเนน สุตฺเตน สมานา สทิสี กาตพฺพา, ตสฺมึ วา สุตฺเต สมฺมา อาเนตพฺพา. อตฺถาปคตนฺติ อตฺถโต อเปตํ, อสมฺพนฺธตฺถํ วา ทสทาฬิมาทิวจนํ วิย. เตเนวาห ‘‘สมฺผปฺปลาปํ ภวตี’’ติ. เอเตน อตฺถสฺส สมาเนตพฺพตาย การณมาห. ทุนฺนิกฺขิตฺตสฺสาติ อสมฺมาวุตฺตสฺส. ทุนฺนโยติ ทุกฺเขน เนตพฺโพ, เนตุํ วา อสกฺกุเณยฺโย. พฺยญฺชนุเปตนฺติ สภาวนิรุตฺติสมุเปตํ.
เอวํ อนุคีติวิจยํ ทสฺเสตฺวา นิทฺเทสวาเร ‘‘สุตฺตสฺส โย ปวิจโย’’ติ สํขิตฺเตน วุตฺตมตฺถํ วิภชิตุํ ‘‘สุตฺตญฺจ ปวิจินิตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ตสฺส วิจินนาการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กึ อิทํ สุตฺตํ อาหจฺจวจน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อาหจฺจวจนนฺติ ภควโต ฐานกรณานิ อาหจฺจ อภิหนฺตฺวา ปวตฺตวจนํ, สมฺมาสมฺพุทฺเธน สามํ เทสิตสุตฺตนฺติ อตฺโถ. อนุสนฺธิวจนนฺติ สาวกภาสิตํ. ตญฺหิ ภควโต วจนํ อนุสนฺเธตฺวา ปวตฺตนโต ‘‘อนุสนฺธิวจน’’นฺติ วุตฺตนฺติ. นีตตฺถนฺติ ยถารุตวเสน ญาตพฺพตฺถํ. เนยฺยตฺถนฺติ นิทฺธาเรตฺวา คเหตพฺพตฺถํ. สํกิเลสภาคิยนฺติอาทีนํ ปทานํ อตฺโถ ปฏฺฐานวารวณฺณนายํ อาวิ ภวิสฺสติ. ยสฺมา ปน ภควโต เทสนา โสฬสวิเธ สาสนปฏฺฐาเน เอกํ ภาคํ อภชนฺตี นาม นตฺถิ, ตสฺมา โสปิ นโย วิเจตพฺพภาเวน อิธ นิกฺขิตฺโต.
กุหึ อิมสฺส สุตฺตสฺสาติ อิมสฺส สุตฺตสฺส กสฺมึ ปเทเส อาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ. สพฺพานิ สจฺจานิ ปสฺสิตพฺพานีติ ทุกฺขสจฺจํ สุตฺตสฺส ‘‘กุหึ กสฺมึ ปเทเส กสฺมึ วา ปเท ปสฺสิตพฺพํ นิทฺธาเรตฺวา วิเจตุํ, สมุทยสจฺจํ นิโรธสจฺจํ มคฺคสจฺจํ กุหึ ปสฺสิตพฺพํ ทฏฺฐพฺพํ นิทฺธาเรตฺวา วิเจตุ’’นฺติ เอวํ สพฺพานิ สจฺจานิ อุทฺธริตฺวา วิเจตพฺพานีติ อธิปฺปาโย. อาทิมชฺฌปริโยสาเนติ เอวํ สุตฺตํ ปวิเจตพฺพนฺติ อาทิโต มชฺฌโต ปริโยสานโต จ เอวํ อิมินา ปุจฺฉาวิจยาทินเยน สุตฺตํ ปวิจิตพฺพนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนปุพฺพาปรานุคีติวิจยา ปาฬิยํ สรูเปเนว ทสฺสิตา. อสฺสาทาทิวิจโย ปน สจฺจนิทฺธารณมุเขน นยโต ทสฺสิโต, โส นิทฺเทสวาเร วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ตพฺพิจเยเนว จ ปทวิจโย สิทฺโธติ.
วิจยหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ยุตฺติหารวิภงฺควณฺณนา
๑๘. ตตฺถ กตโม ยุตฺติหาโรติอาทิ ยุตฺติหารวิภงฺโค. ตตฺถ กึ โยชยตีติ ยุตฺติหารสฺส วิสยํ ปุจฺฉติ. โก ปเนตสฺส วิสโย? อตถากาเรน คยฺหมานา สุตฺตตฺถา วิสโย, เต หิ เตน สาติสยํ ยาถาวโต ยุตฺตินิทฺธารเณน โยเชตพฺพา. อิตเรสุปิ อยํ หาโร อิจฺฉิโต เอว. ตํ ปน ภูตกถนมตฺตํ โหติ. ยสฺมา ปนายํ ยุตฺติคเวสนา นาม น มหาปเทเสน วินา, ตสฺมา ยุตฺติหารํ วิภชนฺโต ตสฺส ลกฺขณํ ตาว อุปทิสิตุํ ‘‘จตฺตาโร มหาปเทสา’’ติอาทิมาห.