๔. ปทฏฺฐานหารวิภงฺควณฺณนา
๒๒. ตตฺถ กตโม ปทฏฺฐาโน หาโรติอาทิ ปทฏฺฐานหารวิภงฺโค. ตตฺถ ยสฺมา ‘‘อิทํ อิมสฺส ปทฏฺฐานํ, อิทํ อิมสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ ปทฏฺฐานภูตธมฺมวิภาวนลกฺขโณ ปทฏฺฐาโน หาโร, ตสฺมา ปวตฺติยา มูลภูตํ อวิชฺชํ อาทึ กตฺวา สภาวธมฺมานํ ปทฏฺฐานํ อาสนฺนการณํ นิทฺธาเรนฺโต อวิชฺชาย สภาวํ นิทฺทิสติ ‘‘สพฺพธมฺมยาถาวอสมฺปฏิเวธลกฺขณา อวิชฺชา’’ติ. ตสฺสตฺโถ – สพฺเพสํ ธมฺมานํ อวิปรีตสภาโว น สมฺปฏิวิชฺฌียติ เอเตนาติ สพฺพธมฺมยาถาวอสมฺปฏิเวโธ. โส ลกฺขณํ เอติสฺสาติ สา ตถา วุตฺตา. เอเตน ธมฺมสภาวปฺปฏิจฺฉาทนลกฺขณา อวิชฺชาติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา สมฺมา ปฏิเวโธ สมฺปฏิเวโธ. ตสฺส ปฏิปกฺโข อสมฺปฏิเวโธ. กตฺถ ปน โส สมฺปฏิเวธสฺส ปฏิปกฺโขติ อาห – ‘‘สพฺพ…เป… ลกฺขณา’’ติ. ยสฺมา ปน อสุเภ สุภนฺติอาทิวิปลฺลาเส สติ ตตฺถ สมฺโมโห อุปรูปริ ชายติเยว น หายติ, ตสฺมา ‘‘ตสฺสา วิปลฺลาสา ปทฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ.
ปิยรูปํ สาตรูปนฺติ ปิยายิตพฺพชาติยํ อิฏฺฐชาติยญฺจ ปทฏฺฐานํ. ‘‘ยํ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ เอตฺเถสา ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชตี’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๐๐; ม. นิ. ๑.๑๓๓; วิภ. ๒๐๓) หิ วุตฺตํ. อทินฺนาทานนฺติ อทินฺนาทานเจตนา. สา หิ เอกวารํ อุปฺปนฺนาปิ อนาทีนวทสฺสิตาย โลภสฺส อุปฺปตฺติการณํ โหตีติ ตสฺส ปทฏฺฐานํ วุตฺตํ. โทสสฺส ปาณาติปาโต ปทฏฺฐานํ, โมหสฺส มิจฺฉาปฏิปทา ปทฏฺฐานนฺติ เอตฺถาปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. วณฺณสณฺฐานพฺยญฺชนคฺคหณลกฺขณาติ นิมิตฺตานุพฺยญฺชนคฺคหณลกฺขณา. สุขสญฺญาย ผสฺสสฺส อุปคมนลกฺขณตา ผสฺสปจฺจยตาว วุตฺตา. ‘‘ผุฏฺโฐ สญฺชานาตี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๙๓) หิ วุตฺตํ. อสฺสาโทติ ตณฺหา. สงฺขตลกฺขณานิ อุปฺปาทวยญฺญถตฺตานิ. เยภุยฺเยน นิจฺจคฺคหณํ วิญฺญาณาธีนนฺติ นิจฺจสญฺญาย วิญฺญาณปทฏฺฐานตา วุตฺตา. ตถา หิ โส ภิกฺขุ ตํเยว วิญฺญาณํ สนฺธาวติ สํสรตีติ วิญฺญาณวิสยเมว อตฺตโน นิจฺจคฺคาหํ ปเวเทสิ. ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ ยทิ อนิจฺจตา ทุกฺขตา จ สุทิฏฺฐา, อตฺตสญฺญา สุขสญฺญา อนวกาสาติ อาห – ‘‘อนิจฺจสญฺญาทุกฺขสญฺญาอสมนุปสฺสนลกฺขณา อตฺตสญฺญา’’ติ. ‘‘ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕) หิ วุตฺตํ.
เยภุยฺเยน อตฺตาภินิเวโส อรูปธมฺเมสูติ อาห – ‘‘ตสฺสา นามกาโย ปทฏฺฐาน’’นฺติ. สพฺพํ เนยฺยนฺติ จตฺตาริ สจฺจานิ จตุสจฺจวินิมุตฺตสฺส เญยฺยสฺส อภาวโต. จิตฺตวิกฺเขปปฏิสํหรณํ อุทฺธจฺจวิกฺขมฺภนํ. อสุภาติ อสุภานุปสฺสนา, ปฏิภาคนิมิตฺตภูตา อสุภา เอว วา, ตณฺหาปฏิปกฺขตฺตา สมถสฺส อสุภา ปทฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ. อภิชฺฌาย ตนุกรณโต อทินฺนาทานาเวรมณี อโลภสฺส ปทฏฺฐานนฺติ วุตฺตา. ตถา พฺยาปาทสฺส ตนุกรณโต ปาณาติปาตาเวรมณี อโทสสฺส ปทฏฺฐานนฺติ วุตฺตา. วตฺถุอวิปฺปฏิปตฺติ วิสยสภาวปฏิเวโธ, สมฺมาปฏิปตฺติ สีลสมาธิสมฺปทานํ นิพฺพิทาญาเณน อนภิรติญาณเมว วา ตถา ปวตฺตํ. สพฺพาปิ เวทนา ทุกฺขทุกฺขตาทิภาวโต ทุกฺขนฺติ กตฺวา วุตฺตํ – ‘‘ทุกฺขสญฺญาย เวทนา ปทฏฺฐาน’’นฺติ. ธมฺมสญฺญาติ ธมฺมมตฺตนฺติ สญฺญา.
สตฺตานํ กาเย อวีตราคตา ปญฺจนฺนํ อชฺฌตฺติกายตนานํ วเสน โหตีติ อาห – ‘‘ปญฺจินฺทฺริยานิ รูปีนิ รูปราคสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติ. กาโย หิ อิธ รูปนฺติ อธิปฺเปโต. วิเสสโต ฌานนิสฺสยภูเต มนายตเน จ นิกนฺติ โหตีติ อาห – ‘‘ฉฏฺฐายตนํ ภวราคสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติ. เอทิสํ มา รูปํ นิพฺพตฺตตุ, มา เอทิสี เวทนาติ เอวํ ปวตฺตา รูปาทิอภินนฺทนา นิพฺพตฺตภวานุปสฺสิตา. ญาณทสฺสนสฺสาติ กมฺมสฺสกตญฺญาณทสฺสนสฺส. โยนิโสมนสิการวโต หิ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติ กมฺมสฺสกตญฺญาณสฺส การณํ โหติ, น อโยนิโส อุมฺมุชฺชนฺตสฺส. อิมสฺส จ อตฺถสฺส วิภาวนตฺถํ มหานารทกสฺสปชาตกํ (ชา. ๒.๒๒.๑๑๕๓ อาทโย), พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๓๘ อาทโย) เอกจฺจสสฺสตวาโท จ อุทาหริตพฺโพ. ‘‘โอกปฺปนลกฺขณา’’ติอาทินา สทฺธาปสาทานํ วิเสสํ ทสฺเสติ. โส ปน สทฺธายเยว อวตฺถาวิเสโส ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ โอกปฺปนํ สทฺทหนวเสน อารมฺมณสฺส โอคาหณํ นิจฺฉโย. อนาวิลตา อสฺสทฺธิยาปคเมน จิตฺตสฺส อกาลุสฺสิยตา. อภิปตฺถิยนา สทฺทหนเมว. อเวจฺจปสาโท ปญฺญาสหิโต อายตนคโต อภิปฺปสาโท. อปิลาปนํ อสมฺโมโส นิมุชฺชิตฺวา วิย อารมฺมณสฺส โอคาหณํ วา, เอตฺถ จ สทฺธาทีนํ ปสาทสทฺธาสมฺมปฺปธานสติปฏฺฐานฌานงฺคานิ ยถากฺกมํ ปทฏฺฐานนฺติ วทนฺเตน อวตฺถาวิเสสวเสน ปทฏฺฐานภาโว วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. สติสมาธีนํ วา กายาทโย สติปฏฺฐานาติ. วิตกฺกาทโย จ ฌานานีติ ปทฏฺฐานภาเวน วุตฺตา.
อสฺสาทมนสิกาโร สํโยชนีเยสุ ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสิตา. ปุนพฺภววิโรหณาติ ปุนพฺภวาย วิโรหณา, ปุนพฺภวนิพฺพตฺตนารหตา วิปากธมฺมตาติ อตฺโถ. โอปปจฺจยิกนิพฺพตฺติลกฺขณนฺติ อุปปตฺติภวภาเวน นิพฺพตฺตนสภาวํ. นามกายรูปกายสงฺฆาตลกฺขณนฺติ อรูปรูปกายานํ สมูหิยภาวํ. อินฺทฺริยววตฺถานนฺติ จกฺขาทีนํ ฉนฺนํ อินฺทฺริยานํ ววตฺถิตภาโว. โอปปจฺจยิกนฺติ อุปปตฺติกฺขนฺธนิพฺพตฺตกํ. อุปธีติ อตฺตภาโว. อตฺตโน ปิยสฺส มรณํ จินฺเตนฺตสฺส พาลสฺส เยภุยฺเยน โสโก อุปฺปชฺชตีติ มรณํ โสกสฺส ปทฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ. อุสฺสุกฺกํ เจตโส สนฺตาโป. โอทหนนฺติ อวทหนํ. อตฺตโน นิสฺสยสฺส สนฺตปนเมว ภวสฺสาติ วุตฺตํ ภวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ภวสฺส องฺคานิ ภวสงฺขาตานิ จ องฺคานิ ภวงฺคานิ. เตสุ กิเลสา ภวสฺส องฺคานิ. กมฺมวิปากวฏฺฏํ ภวสงฺขาตานิ องฺคานิ. สมคฺคานีติ สพฺพานิ. ขนฺธายตนาทีนํ อปราปรุปฺปตฺติสํสรณํ สํสาโร. ตสฺส ปุริมปุริมชาตินิปฺผนฺนํ กิเลสาทิวฏฺฏํ การณนฺติ อาห – ‘‘ภโว สํสารสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติ. สมฺปาปกเหตุภาวํ สนฺธาย ‘‘มคฺโค นิโรธสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ.
กมฺมฏฺฐาโนคาหกสฺส โอตรณฏฺฐานตาย พหุสฺสุโต ติตฺถํ นาม, ตสฺส สมฺมาปยิรุปาสนา ติตฺถญฺญุตา. ธมฺมูปสญฺหิตํ ปาโมชฺชํ ปีตํ นาม, สปฺปายธมฺมสฺสวเนน ตํ อุปฺปาเทตฺวา กมฺมฏฺฐานสฺส พฺรูหนา ปีตญฺญุตา, ภาวนาย โถกมฺปิ ลยาปตฺติยา อุทฺธํปตฺติยา จ ชานนา ปตฺตญฺญุตา. อตฺตโน ปญฺจหิ ปธานิยงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ชานนา อตฺตญฺญุตา, เตสุ ปุริมานํ ปุริมานํ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส ปทฏฺฐานภาโว สุวิญฺเญยฺโย เอว. กตปุญฺญสฺเสว ปติรูปเทสวาโส สมฺภวติ, น อิตรสฺสาติ ‘‘ปุพฺเพกตปุญฺญตา ปติรูปเทสวาสสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. ยถาภูตญาณทสฺสนํ สห อธิฏฺฐาเนน ตรุณวิปสฺสนา. นิพฺพิทาติ พลววิปสฺสนา. วิราโคติ มคฺโค. วิมุตฺตีติ ผลํ. เอวนฺติ ยทิทํ ‘‘ตสฺสา วิปลฺลาสา ปทฏฺฐาน’’นฺติอาทินา อวิชฺชาทีนํ ปทฏฺฐานํ ทสฺสิตํ, อิมินา นเยน อถาปิ โย โกจิ อุปนิสฺสโย พลวปจฺจโยติ โย โกจิ อวเสสปจฺจโย, สพฺโพ โส ปทฏฺฐานํ การณนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘เอวํ ยา กาจิ อุปนิสา โยคโต จ ปจฺจยโต จา’’ติปิ ปฐนฺติ. ตตฺถ อุปนิสาติ การณํ, โยคโตติ ยุตฺติโต, ปจฺจยโตติ ปจฺจยภาวมตฺตโตติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต น วิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ปทฏฺฐานหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ลกฺขณหารวิภงฺควณฺณนา
๒๓. ตตฺถ กตโม ลกฺขโณ หาโรติอาทิ ลกฺขณหารวิภงฺโค. ตตฺถ กึ ลกฺขยตีติ ลกฺขณหารสฺส วิสยํ ปุจฺฉติ. ‘‘เย ธมฺมา’’ติอาทินา ลกฺขณหารํ สงฺเขปโต ทสฺเสตฺวา ตํ อุทาหรเณหิ วิภชิตุํ ‘‘จกฺขุ’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ‘‘วธกฏฺเฐน เอกลกฺขณานี’’ติ อิมินา อนวฏฺฐิตภาวาทินาปิ เอกลกฺขณตา วุตฺตา เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ.
เอวํ อายตนวเสน เอกลกฺขณตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ขนฺธาทิวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘อตีเต, ราธ, รูเป อนเปกฺโข โหตี’’ติอาทิ สุตฺตํ อาภตํ. ยมโกวาทสุตฺเต (สํ. นิ. ๓.๘๕) วธกฏฺเฐน เอกลกฺขณา วุตฺตาติ ตสฺมึ สุตฺเต ‘‘วธกํ รูปํ วธกํ รูปนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาตี’’ติอาทินา อาคตตฺตา วุตฺตํ. อิตีติ เอวํ, อิมิสฺสํ คาถายํ กายคตาย สติยา วุตฺตาย สติ เวทนาคตา สติ จิตฺตคตา สติ ธมฺมคตา จ สติ วุตฺตา ภวติ สติปฏฺฐานภาเวน เอกลกฺขณตฺตาติ อธิปฺปาโย. ทิฏฺฐนฺติอาทีนํ อตฺถํ ปรโต วณฺณยิสฺสาม.
กาเย กายานุปสฺสี วิหราหีติ เอตฺถ กาเยติ รูปกาเย. รูปกาโย หิ อิธ องฺคปจฺจงฺคานํ เกสาทีนญฺจ สมูหฏฺเฐน กาโยติ อธิปฺเปโต. ยถา จ สมูหฏฺเฐน, เอวํ กุจฺฉิตานํ อายฏฺเฐน. กุจฺฉิตานญฺหิ ปรมเชคุจฺฉานํ โส อาโยติปิ กาโย, อาโยติ อุปฺปตฺติเทโส. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อายนฺติ ตโตติ อาโย. เก อายนฺติ? กุจฺฉิตา เกสาทโย, อิติ กุจฺฉิตานํ อาโยติ กาโย.
กายานุปสฺสีติ กายํ อนุปสฺสนสีโล, กายํ วา อนุปสฺสมาโน. ‘‘กาเย’’ติ จ วตฺวา ปุน ‘‘กายานุปสฺสี’’ติ ทุติยํ กายคฺคหณํ อสมฺมิสฺสโต ววตฺถานฆนวินิพฺโภคาทิทสฺสนตฺถํ. เตน น กาเย เวทนานุปสฺสี จิตฺตธมฺมานุปสฺสี วา, อถ โข กายานุปสฺสี เอวาติ กายสงฺขาเต วตฺถุสฺมึ กายานุปสฺสนาการสฺเสว ทสฺสเนน อสมฺมิสฺสโต ววตฺถานํ ทสฺสิตํ โหติ. ตถา น กาเย องฺคปจฺจงฺควินิมุตฺตเอกธมฺมานุปสฺสี, นาปิ เกสโลมาทิวินิมุตฺตอิตฺถิปุริสานุปสฺสี.
โยปิ เจตฺถ เกสโลมาทิโก ภูตุปาทายสมูหสงฺขาโต กาโย, ตตฺถปิ น ภูตุปาทายวินิมุตฺตเอกธมฺมานุปสฺสี, อถ โข รถสมฺภารานุปสฺสโก วิย องฺคปจฺจงฺคสมูหานุปสฺสี, นคราวยวานุปสฺสโก วิย เกสโลมาทิสมูหานุปสฺสี, กทลิกฺขนฺธปตฺตวฏฺฏิวินิพฺภุชฺชโก วิย ริตฺตมุฏฺฐิวินิเวฐโก วิย จ ภูตุปาทายสมูหานุปสฺสี เอวาติ นานปฺปการโต สมูหวเสเนว กายสงฺขาตสฺส วตฺถุโน ทสฺสเนน ฆนวินิพฺโภโค ทสฺสิโต โหติ. น เหตฺถ ยถาวุตฺตสมูหวินิมุตฺโต กาโย วา อญฺโญ วา โกจิ ธมฺโม ทิสฺสติ, ยถาวุตฺตธมฺมสมูหมตฺเต เอว ปน ตถา ตถา สตฺตา มิจฺฉาภินิเวสํ กโรนฺติ. เตนาหุ โปราณา –
‘‘ยํ ปสฺสติ น ตํ ทิฏฺฐํ, ยํ ทิฏฺฐํ ตํ น ปสฺสติ;
อปสฺสํ พชฺฌเต มูโฬฺห, พชฺฌมาโน น มุจฺจตี’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๖; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๑.๑.๓๖; มหานิ. อฏฺฐ. ๓);
ฆนวินิพฺโภคาทิทสฺสนตฺถนฺติ อาทิสทฺเทน อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยญฺหิ เอตสฺมึ กาเย กายานุปสฺสีเยว, น อญฺญธมฺมานุปสฺสี.
อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อนุทกภูตายปิ มรีจิยา อุทกานุปสฺสิโน โหนฺติ, น เอวํ อนิจฺจทุกฺขานตฺตอสุภภูเต เอว อิมสฺมึ กาเย นิจฺจสุขอตฺตสุภภาวานุปสฺสี, อถ โข กายานุปสฺสี อนิจฺจทุกฺขอนตฺตอสุภาการสมูหานุปสฺสีติ อตฺโถ. อถ วา ยฺวายํ มหาสติปฏฺฐาเน (ที. นิ. ๒.๓๗๔ อาทโย) อสฺสาสปสฺสาสาทิจุณฺณิกชาตอฏฺฐิกปริโยสาโน กาโย วุตฺโต, โย จ ‘‘อิเธกจฺโจ ปถวีกายํ อนิจฺจโต อนุปสฺสติ, อาโปกายํ เตโชกายํ วาโยกายํ เกสกายํ…เป… อฏฺฐิมิญฺชกาย’’นฺติ ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๓.๓๔ อาทโย) กาโย วุตฺโต, ตสฺส สพฺพสฺส อิมสฺมึเยว กาเย อนุปสฺสนโต กาเย กายานุปสฺสีติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
อถ วา กาเย อหนฺติ วา มมนฺติ วา คเหตพฺพสฺส กสฺสจิ อนนุปสฺสนโต, ตสฺส ปน เกสโลมาทิกสฺส นานาธมฺมสมูหสฺส อนุปสฺสนโต กาเย เกสาทิธมฺมสมูหสงฺขาเต กายานุปสฺสีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อปิ จ ‘‘อิมสฺมึ กาเย อนิจฺจโต อนุปสฺสติ โน นิจฺจโต’’ติอาทินา อนุกฺกเมน ปฏิสมฺภิทายํ (ปฏิ. ม. ๓.๓๔ อาทโย) อาคตนยสฺส สพฺพสฺเสว อนิจฺจลกฺขณาทิกสฺส อาการสมูหสงฺขาตสฺส กายสฺส อนุปสฺสนโต กาเย กายานุปสฺสีติ อตฺโถ.
วิหราหีติ วตฺตาหิ. อาตาปีติ ตีสุ ภเวสุ กิเลเส อาตาเปตีติ อาตาโป, โส อสฺส อตฺถีติ อาตาปี. สมฺปชาโนติ สมฺปชญฺญสงฺขาเตน ญาเณน สมนฺนาคโต. สติมาติ กายปริคฺคาหิกาย สติยา สมนฺนาคโต. อยํ ปน ยสฺมา สติยา อารมฺมณํ ปริคฺคเหตฺวา ปญฺญาย อนุปสฺสติ, น หิ สติวิรหิตา อนุปสฺสนา อตฺถิ, เตเนวาห – ‘‘สติญฺจ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, สพฺพตฺถิกํ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔). อนาตาปิโน จ อนฺโต สงฺโกโจ อนฺตรายกโร โหติ, กมฺมฏฺฐานํ น สมฺปชฺชติ. ตสฺมา เยสํ ธมฺมานํ อานุภาเวน ตํ สมฺปชฺชติ, ตํ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อาตาปี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ วิเนยฺยาติ ตทงฺควินเยน วา วิกฺขมฺภนวินเยน วา วินยิตฺวา. โลเกติ ตสฺมึเยว กาเย. กาโย หิ อิธ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโกติ อธิปฺเปโต. อภิชฺฌาคฺคหเณน เจตฺถ กามจฺฉนฺโท, โทมนสฺสคฺคหเณน พฺยาปาโท คหิโตติ นีวรเณสุ พลวธมฺมทฺวยปฺปหานทสฺสเนน นีวรณปฺปหานํ วุตฺตนฺติ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานสฺส ปหานงฺคํ ทสฺสิตํ. ‘‘อาตาปี’’ติอาทินา ปน สมฺปโยคงฺคํ ทสฺสิตนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อาตาปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อภิชฺฌาโทมนสฺสานํ สมโถ อุชุปฏิปกฺโขติ อภิชฺฌาโทมนสฺสวินโย วุจฺจมาโน สมาธินฺทฺริยํ ทีเปตีติ อาห – ‘‘วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสนฺติ สมาธินฺทฺริย’’นฺติ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๓๖๗). เอกลกฺขณตฺตา จตุนฺนํ อินฺทฺริยานนฺติ ยถา วีริยปญฺญาสมาธินฺทฺริเยหิ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ อิชฺฌติ, เอวํ เวทนาจิตฺตธมฺมานุปสฺสนาสติปฏฺฐานานิปิ เตหิ อิชฺฌนฺตีติ จตุสติปฏฺฐานสาธเน อิเมสํ อินฺทฺริยานํ สภาวเภทาภาวโต สมานลกฺขณตฺตา อิตรานิ สติปฏฺฐานานิปิ วุตฺตานิ เอว โหนฺตีติ อตฺโถ.
๒๔. อิทานิ สติปฏฺฐาเนสุ คหิเตสุ สพฺเพสํ โพธิปกฺขิยธมฺมานํ คหิตภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘จตูสุ สติปฏฺฐาเนสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โพธงฺคมาติ โพธํ อริยมคฺคญาณํ คจฺฉนฺตีติ โพธงฺคมา. ยถาวุตฺตสฺส โพธสฺส ปกฺเข ภวาติ โพธิปกฺขิยา. เนยฺยานิกลกฺขเณนาติ เอตฺถ นิมิตฺตโต ปวตฺตโต จ วุฏฺฐานํ นิยฺยานํ, นิยฺยาเน นิยุตฺตาติ เนยฺยานิกา, ยถา โทวาริโกติ. นิยฺยานสงฺขาตํ วา ผลํ อรหนฺตีติ เนยฺยานิกา. นิยฺยานํ ปโยชนํ เอเตสนฺติ วา เนยฺยานิกา. ‘‘นิยฺยานิกา’’ติปิ ปาโฐ, ตตฺถ นิยฺยานํ เอเตสํ อตฺถีติ นิยฺยานิกาติ อตฺโถ. ‘‘นิยฺยานิยา’’ติปิ ปาโฐ, ตสฺส นิยฺยนฺตีติ นิยฺยานิยาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. นิยฺยานิกลกฺขเณนาติ นิยฺยานิกสภาเวน.
เอวํ อกุสลาปิ ธมฺมาติ ยถา กุสลา ธมฺมา เอกลกฺขณภาเวน นิทฺธาริตา, เอวํ อกุสลาปิ ธมฺมา เอกลกฺขณฏฺเฐน นิทฺธาเรตพฺพา. กถํ? ปหาเนกฏฺฐตาวเสนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปหานํ อพฺภตฺถํ คจฺฉนฺตี’’ติ อาห. อิทานิ ตํ ปหานํ ทสฺเสตุํ ‘‘จตูสุ สติปฏฺฐาเนสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กายานุปสฺสนาทีสุ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ ภาวิยมาเนสุ อสุเภ สุภนฺติอาทโย จตฺตาโร วิปลฺลาสา ปหียนฺติ, กพฬีการาหาราทโย จตฺตาโร อาหารา จสฺส ปริญฺญํ คจฺฉนฺติ, เตสํ ปริชานนสฺส ปริพนฺธิโน กามราคาทโย พฺยนฺตีกตา โหนฺตีติ อตฺโถ, กสฺมา? เตหิ ปหาตพฺพภาเวน เอกลกฺขณตฺตาติ. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ โยเชตพฺโพ. เตเนวาห – ‘‘เอวํ อกุสลาปิ ธมฺมา เอกลกฺขณตฺตา ปหานํ อพฺภตฺถํ คจฺฉนฺตี’’ติ.
อิทานิ อญฺเญนปิ ปริยาเยน ลกฺขณหารสฺส อุทาหรณานิ ทสฺเสตุํ ‘‘ยตฺถ วา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยตฺถาติ ยสฺสํ เทสนายํ. วา-สทฺโท วิกปฺปตฺโถ. ปนาติ ปทปูรโณ. รูปินฺทฺริยนฺติ รุปฺปนสภาวํ อฏฺฐวิธํ อินฺทฺริยํ. ตตฺถาติ ตสฺสํ เทสนายํ. รูปธาตูติ รุปฺปนสภาวา ทส ธาตุโย. รูปายตนนฺติ รุปฺปนสภาวํ ทสายตนํ, รูปีนิ ทสายตนานีติ อตฺโถ. รุปฺปนลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา อิมานิ เทสิตานีติ อธิปฺปาโย. เทสิตํ ตตฺถ สุขินฺทฺริยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ สุขเวทนาภาเวน เอกลกฺขณตฺตาติ อธิปฺปาโย.
ทุกฺขสมุทโย จ อริยสจฺจนฺติ อิทํ อกุสลสฺส โสมนสฺสสฺส วเสน วุตฺตํ, สาสวกุสลสฺสาปิ วเสน ยุชฺชติ เอว. สพฺโพ จ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เทสิโตติ สมฺพนฺโธ. อวิชฺชานุสยิตตฺตา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อทุกฺขมสุขาย เวทนาย อวิชฺชานุสโย อนุเสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕). ตถา จ วุตฺตํ ‘‘อทุกฺขมสุขาย หิ เวทนาย อวิชฺชา อนุเสตี’’ติ. เอเตน อทุกฺขมสุขาเวทนาคฺคหเณน อวิชฺชา คหิตาติ ทสฺเสติ. สติ จ อวิชฺชาคฺคหเณ สพฺโพ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เทสิโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โส จาติ เอตฺถ จ-สทฺโท พฺยติเรกตฺโถ, เตน โส ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อนุโลมปฏิโลมวเสน ทุวิโธติ อิมํ วกฺขมานวิเสสํ โชเตติ. เตสุ อนุโลมโต ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ยถาทสฺสิโต สราคสโทสสโมหสํกิเลสปกฺเขน หาตพฺโพติ วุตฺโต, ปฏิโลมโต ปน ปฏิจฺจสมุปฺปาโท โย ‘‘อวิชฺชายเตฺวว อเสสวิราคนิโรธา’’ติอาทินา ปาฬิยํ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; มหาว. ๑) วุตฺโต, ตํ สนฺธาย ‘‘วีตราควีตโทสวีตโมหอริยธมฺเมหิ หาตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ.
อิทานิ เอกลกฺขณตาวิภาวเนน ลกฺขณหารโยชนาย นยํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ เย ธมฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กิจฺจโตติ ปถวีอาทีนํ ผสฺสาทีนญฺจ รูปารูปธมฺมานํ สนฺธารณสงฺฆฏฺฏนาทิกิจฺจโต, เตสํ เตสํ วา ปจฺจยธมฺมานํ ตํตํปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมสฺส ปจฺจยภาวสงฺขาตกิจฺจโต. ลกฺขณโตติ กกฺขฬผุสนาทิสภาวโต. สามญฺญโตติ รุปฺปนนมนาทิโต อนิจฺจตาทิโต ขนฺธายตนาทิโต จ. จุตูปปาตโตติ สงฺขตธมฺมานํ ภงฺคโต อุปฺปาทโต จ, สมานนิโรธโต สมานุปฺปาทโต จาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ สหจรณํ สมานเหตุตา สมานผลตา สมานภูมิตา สมานวิสยตา สมานารมฺมณตาติ เอวมาทโยปิ จ-สทฺเทน สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
ลกฺขณหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.