๖. จตุพฺยูหหารวิภงฺควณฺณนา
๒๕. ตตฺถ กตโม จตุพฺยูโห หาโรติ จตุพฺยูหหารวิภงฺโค. ตตฺถ พฺยญฺชเนน สุตฺตสฺส เนรุตฺตญฺจ อธิปฺปาโย จ นิทานญฺจ ปุพฺพาปรสนฺธิ จ คเวสิตพฺโพติ สงฺเขเปน ตาว จตุพฺยูหํ ทสฺเสติ. ‘‘พฺยญฺชเนนา’’ติ อิมินา หารานํ สุตฺตสฺส พฺยญฺชนวิจยภาวโต พฺยญฺชนมุเขเนว เอเต จตุพฺยูหหารปทตฺถา นิทฺธาเรตพฺพาติ ทสฺเสติ. เนรุตฺตนฺติ นิรุตฺตํ นิพฺพจนนฺติ อตฺโถ. นิรุตฺตเมว เนรุตฺตํ. เตเนวาห – ‘‘ยา นิรุตฺติปทสํหิตา’’ติ. ตสฺสตฺโถ – ยา นิรุตฺติ, อิทํ เนรุตฺตํ. กา ปน สา นิรุตฺติ? ปทสํหิตาติ ปเทสุ สํหิตา ยุตฺตา, ลิงฺควจนกาลสาธนปุริสาทิวิเสสโยเคน โย โย อตฺโถ ยถา ยถา วตฺตพฺโพ, ตถา ตถา ปวตฺตสภาวนิรุตฺตีติ อตฺโถ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ยํ ธมฺมานํ นามโส ญาณ’’นฺติ.
ตตฺถ ยนฺติ เหตุอตฺเถ นิปาโต, ยาย การณภูตายาติ อตฺโถ. ธมฺมานนฺติ เญยฺยธมฺมานํ. นามโสติ ปถวี ผสฺโส ขนฺธา ธาตุ ติสฺโส ผุสฺโสติ เอวมาทินามวิเสเสน ญาณํ ปวตฺตติ, อยํ สภาวนิรุตฺติ นาม. ปถวีติ หิ เอวมาทิกํ สทฺทํ คเหตฺวา ตโต ปรํ สงฺเกตทฺวาเรน ตทตฺถปฏิปตฺติ ตํตํอนิยตนามปญฺญตฺติคฺคหณวเสเนว โหตีติ. อถ วา ปทสํหิตาติ ปเทน สํหิตา. ปทโต หิ ปทตฺถาวโพโธ. โส ปนสฺส อตฺเถ ปวตฺตินิมิตฺตภูตาย ปญฺญตฺติยา คหิตาย เอว โหตีติ สา ปน ปญฺญตฺติ นิรุตฺติสงฺขาตปเทน สํหิตา ปทตฺถํ โพเธตีติ ปทสํหิตาติ วุตฺตา. ‘‘ยทา หิ ภิกฺขู’’ติอาทินา ‘‘ธมฺมานํ นามโส ญาณ’’นฺติ ปทสฺส อตฺถํ วิวรติ.
ตตฺถ อตฺถสฺสาติ สทฺทาภิเธยฺยสฺส อตฺถสฺส. นามํ ชานาตีติ นามปญฺญตฺติวเสน อยํ นามาติ นามํ ชานาติ. ธมฺมสฺสาติ สภาวธมฺมสฺส. ตถา ตถา นํ อภินิโรเปตีติ โย โย อตฺโถ ธมฺโม จ ยถา ยถา จ โวหริตพฺโพ, ตถา ตถา นํ นามํ โวหารํ อภินิโรเปติ เทเสตีติ อตฺโถ. เอตฺตาวตา จ อยํ ภิกฺขุ อตฺถกุสโล ยาว อเนกาธิวจนกุสโลติ วุจฺจตีติ สมฺพนฺธิตพฺพํ.
ตตฺถ อตฺถกุสโลติ ปาฬิอตฺเถ กุสโล. ธมฺมกุสโลติ ปาฬิยํ กุสโล. พฺยญฺชนกุสโลติ อกฺขเรสุ จ วาเกฺยสุ จ กุสโล. นิรุตฺติกุสโลติ นิพฺพจเน กุสโล. ปุพฺพาปรกุสโลติ เทสนาย ปุพฺพาปรกุสโล. เทสนากุสโลติ ธมฺมสฺส เทสนาย กุสโล. อตีตาธิวจนกุสโลติ อตีตปญฺญตฺติกุสโล. เอส นโย เสเสสุปิ. เอวํ สพฺพานิ กาตพฺพานิ, ชนปทนิรุตฺตานีติ ยตฺตกานิ สตฺตโวหารปทานิ, ตานิ สพฺพานิ ยถาสมฺภวํ สุตฺเต นิพฺพจนวเสน กาตพฺพานิ วตฺตพฺพานีติ อตฺโถ. สพฺพา จ ชนปทนิรุตฺติโยติ สพฺพา จ โลกสมญฺญาโย ยถารหํ กาตพฺพา. ‘‘สมญฺญํ นาติธาเวยฺยา’’ติ หิ วุตฺตํ. ตถา หิ สมฺมุติสจฺจมุเขเนว ปรมตฺถสจฺจาธิคโม โหตีติ.
๒๖. อธิปฺปายกณฺเฑ อนุตฺตานํ นาม นตฺถิ.
๒๗. นิทานกณฺเฑ อิมินา วตฺถุนาติ อิมินา ปุตฺตควาทิกิตฺตนสงฺขาเตน การเณน. การณเญฺหตฺถ วตฺถุ นิทานนฺติ จ วุตฺตํ. อิมินา นเยน สพฺพตฺถ นิทานนิทฺธารณํ เวทิตพฺพํ.
กามนฺธาติ กิเลสกาเมน อนฺธา. ชาลสญฺฉนฺนาติ ตณฺหาชาลปลิคุณฺฐิตา. ตณฺหาฉทนฉาทิตาติ ตณฺหาสงฺขาเตน อนฺธกาเรน ปิหิตา. พนฺธนาพทฺธาติ กามคุณสงฺขาเตน พนฺธเนน พทฺธา. ‘‘ปมตฺตพนฺธนา’’ติปิ ปาโฐ, ปมาเทนาติ อตฺโถ. ปุพฺพาปเรนาติ ปุพฺเพน วา อปเรน วา เทสนนฺตเรนาติ อธิปฺปาโย. ยุชฺชตีติ โยคํ อุเปติ, สเมตีติ อตฺโถ. อิเมหิ ปเทหิ ปริยุฏฺฐาเนหีติ อิเมหิ ยถาวุตฺเตหิ คาถาปเทหิ ตณฺหาปริยุฏฺฐานทีปเกหิ. สาเยว ตณฺหาติ ยา ปุริมคาถาย วุตฺตา, สาเยว ตณฺหา. ‘‘ยญฺจาหา’’ติอาทินา ทฺวินฺนมฺปิ คาถานํ อตฺถสํสนฺทเนน ปุพฺพาปรํ วิภาเวติ. ปโยเคนาติ สมุทาจาเรน. ตสฺมาติ ยตฺถ สยํ อุปฺปนฺนา, ตํ สนฺตานํ นิสฺสริตุํ อเทนฺตี นานารมฺมเณหิ ปโลภยมานา กิเลเสหิ จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐติ. ตสฺมา กิเลสวเสน จ ปริยุฏฺฐานวเสน จ ตณฺหาพนฺธนํ วุตฺตา.
ปปญฺเจนฺติ สํสาเร จิรํ ฐเปนฺตีติ ปปญฺจา. ติฏฺฐนฺติ เอตาหีติ ฐิตี. พนฺธนฏฺเฐน สนฺทานํ วิยาติ สนฺทานํ. นิพฺพานนครปฺปเวสสฺส ปฏิเสธนโต ปลิฆํ วิยาติ ปลิฆํ. อนวเสสตณฺหาปหาเนน นิตฺตโณฺห. อตฺตหิตปรหิตานํ อิธโลกปรโลกานญฺจ มุนนโต มุนีติ เอวํ คาถาย ปทตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปปญฺจาทิอตฺถา ปน ปาฬิยํ วิภตฺตา เอวาติ. ตตฺถ ยสฺเสเต ปปญฺจาทโย อพฺภตฺถํ คตา, ตสฺส ตณฺหาย เลโสปิ น ภวติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘โย เอตํ สพฺพํ สมติกฺกนฺโต, อยํ วุจฺจติ นิตฺตโณฺห’’ติ.
๒๘. ปริยุฏฺฐานนฺติ ‘‘ตณฺหาย ปริยุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตานิ ตณฺหาวิจริตานิ. สงฺขาราติ ‘‘ตทภิสงฺขตา สงฺขารา’’ติ วุตฺตา ตณฺหาทิฏฺฐิมานเหตุกา สงฺขารา. เต ปน ยสฺมา สตฺตสุ ชวนเจตนาสุ ปฐมเจตนา สติ ปจฺจยสมวาเย อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว ผลํ เทติ. ปจฺฉิมเจตนา อนนฺตเร อตฺตภาเว. อุภินฺนํ เวมชฺฌเจตนา ยตฺถ กตฺถจิ ผลํ เทติ, ตสฺมา วิปจฺจโนกาสวเสน วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ทิฏฺฐธมฺมเวทนียา วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ตํตํเจตนาสมฺปยุตฺตา ตณฺหาปิ เจตนา วิย ทิฏฺฐธมฺมเวทนียาทิวเสน ติธา โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘เอวํ ตณฺหา ติวิธํ ผลํ เทตี’’ติ. ปุพฺพาปเรน ยุชฺชตีติ ยํ ปุพฺพํ ปุริมํ สงฺขารานํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียตาทิวจนํ วุตฺตํ, ตํ อิมินา อปเรน กมฺมสฺส ทิฏฺฐธมฺมเวทนียตาทิวจเนน ยุชฺชติ คงฺโคทกํ วิย ยมุโนทเกน สํสนฺทติ สเมตีติ อตฺโถ.
สงฺขารา ทสฺสนพเลนาติ จตูสุ ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺเตสุ วิจิกิจฺฉาสมฺปยุตฺเต จาติ ปญฺจสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ สงฺขารา ปฐมมคฺคปญฺญาพเลน. ฉตฺตึส ตณฺหาวิจริตานิ ภาวนาพเลนาติ ปฐมมคฺเคน ปหีนาวเสสวเสน วุตฺตํ, น สพฺเพสํ วเสน.
อนุพนฺโธติ ตณฺหาทีนํ อนุปฺปพนฺเธน ปวตฺติ. โย จาปิ ปปญฺโจติอาทินา ‘‘ปปญฺเจตี’’ติอาทินา วุตฺตํ ราธสุตฺตญฺจสํสนฺทติ. เตเนวาห – ‘‘อิทํ เอกตฺถ’’นฺติ. ยทิปิ อตฺถโต เอกํ, เทสนาย ปน วิเสโส วิชฺชตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวนฺติ อิมินา วุตฺตปฺปกาเรน. สุตฺเตนาติ สํวณฺณิยมาเนน สุตฺเตน. สุตฺตนฺติ สุตฺตนฺตรํ. สํสนฺทยิตฺวาติ วิมิสฺสิตฺวา อตฺถโต อภินฺนํ กตฺวา. ปุพฺพาปเรน สทฺธึ โยชยิตฺวาติ ปุพฺเพน วา อปเรน วา สุตฺเตน สทฺธึ อตฺถโต สมฺพนฺธํ โยเชตฺวา. วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏํ กโรติ เตน สุตฺตสฺส อตฺโถ นิทฺทิฏฺโฐ โหติ วิตฺถาริโต สุตฺตนฺตรทสฺสเนน.
น เกวลํ สุตฺตนฺตรสํสนฺทนเมว ปุพฺพาปรสนฺธิ, อถ โข อญฺโญปิ อตฺถีติ ทสฺเสตุํ ‘‘โส จาย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อตฺถสนฺธีติ กิริยาการกาทิวเสน อตฺถสฺส สมฺพนฺโธ. โส ปน ยสฺมา สงฺกาสนาทีนํ ฉนฺนํ อตฺถปทานํเยว โหติ, สพฺพสฺสาปิ ปทตฺถสฺส ตทวโรธโต.
สมฺพนฺโธ จ นาม น โกจิ อตฺโถ. ตสฺมา ‘‘อตฺถสนฺธิ ฉปฺปทานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. พฺยญฺชนสนฺธีติ ปทสฺส ปทนฺตเรน สมฺพนฺโธ. ยสฺมา ปน สพฺพมฺปิ นามาทิปทํ ฉหิ พฺยญฺชนปเทหิ อสงฺคหิตํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘พฺยญฺชนสนฺธิ ฉปฺปทานี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
เทสนาสนฺธีติ ยถาวุตฺตเทสนนฺตเรน เทสนาย สํสนฺทนํ. น จ ปถวึ นิสฺสายาติ ปถวึ วิสยสงฺขาตํ นิสฺสยํ กตฺวา, ปถวึ อาลมฺพิตฺวาติ อตฺโถ. ฌายีติ ผลสมาปตฺติฌาเนน ฌายี. โส หิ สพฺพสงฺขารนิสฺสฏํ นิพฺพานํ อาลมฺพิตฺวา สมาปชฺชนวเสน ฌายติ, น ปถวึ นิสฺสาย ฌายตีติ วุตฺโต. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ จตูหิ มหาภูเตหิ รูปปฺปฏิพทฺธวุตฺติตาย สพฺโพ กามภโว รูปภโว จ คหิตา. อรูปภโว ปน สรูเปเนว คหิโตติ สพฺพํ โลกํ ปริยาทิยิตฺวา ปุน อญฺเญนปิ ปริยาเยน ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘น จ อิมํ โลก’’นฺติอาทิมาห. สพฺโพ หิ โลโก อิธโลโก ปรโลโก จาติ เทฺวว โกฏฺฐาสา โหนฺติ. ยสฺมา ปน ‘‘อิธโลโก’’ติ วิเสสโต ทิฏฺฐธมฺมภูโต สตฺตสนฺตาโน วุจฺจติ. ‘‘ปรโลโก’’ติ ภวนฺตรสงฺเขปคโต สตฺตสนฺตาโน ตทุภยวินิมุตฺโต อนินฺทฺริยพทฺโธ รูปสนฺตาโน. ตสฺมา ตํ สนฺธาย ‘‘ยมิทํ อุภยมนฺตเรนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
เย ปน ‘‘อุภยมนฺตเรนา’’ติ วจนํ คเหตฺวา อนฺตราภวํ อิจฺฉนฺติ, เตสํ ตํ มิจฺฉา. อนฺตราภโว หิ อภิธมฺเม ปฏิกฺขิตฺโตติ. ทิฏฺฐนฺติ รูปายตนํ. สุตนฺติ สทฺทายตนํ. มุตนฺติ ปตฺวา คเหตพฺพโต คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ. วิญฺญาตนฺติ อวสิฏฺฐํ ธมฺมารมฺมณปริยาปนฺนรูปํ. ปตฺตนฺติ ปริเยสิตฺวา วา อปริเยสิตฺวา วา ปตฺตํ. ปริเยสิตนฺติ ปตฺตํ วา อปฺปตฺตํ วา ปริเยสิตํ. วิตกฺกิตํ วิจาริตนฺติ วิตกฺกนวเสน อนุมชฺชนวเสน จ อาลมฺพิตํ. มนสานุจินฺติตนฺติ จิตฺเตน อนุ อนุ จินฺติตํ. อยํ สเทวเก…เป… อนิสฺสิเตน จิตฺเตน น ญายติ ฌายนฺโตติ อยํ ขีณาสโว ผลสมาปตฺติฌาเนน ฌายนฺโต ปุพฺเพว ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสยานํ สุฏฺฐุ ปหีนตฺตา สเทวเก โลเก…เป… มนุสฺสาย ยตฺถ กตฺถจิปิ อนิสฺสิเตน จิตฺเตน ฌายติ นาม. ตโต เอว โลเก เกนจิปิ น ญายติ ‘‘อยํ อิทํ นาม นิสฺสาย ฌายตี’’ติ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘นโม เต ปุริสาชญฺญ, นโม เต ปุริสุตฺตม;
ยสฺส เต นาภิชานาม, กึ ตฺวํ นิสฺสาย ฌายสี’’ติ. (เนตฺติ. ๑๐๔);
อิทานิ ขีณาสวจิตฺตสฺส กตฺถจิปิ อนิสฺสิตภาวํ โคธิกสุตฺเตน (สํ. นิ. ๑.๑๕๙) วกฺกลิสุตฺเตน (สํ. นิ. ๓.๘๗) จ วิภาเวตุํ ‘‘ยถา มาโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิญฺญาณํ สมเนฺวสนฺโตติ ปรินิพฺพานโต อุทฺธํ วิญฺญาณํ ปริเยสนฺโต. ‘‘ปปญฺจาตีโต’’ติอาทินา อทสฺสนสฺส การณมาห. อนิสฺสิตจิตฺตา น ญายนฺติ ฌายมานาติ น เกวลํ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ขีณาสวสฺส จิตฺตคตึ มาราทโย น ชานนฺติ, อปิ จ โข สอุปาทิเสสายปิ นิพฺพานธาตุยา ตสฺส ตํ น ชานนฺตีติ อตฺโถ. อยํ เทสนาสนฺธีติ โคธิกสุตฺตวกฺกลิสุตฺตานํ วิย สุตฺตนฺตานํ อญฺญมญฺญอตฺถสํสนฺทนา เทสนาสนฺธิ นาม.
นิทฺเทสสนฺธีติ นิทฺเทสสฺส สนฺธิ นิทฺเทสสนฺธิ, นิทฺเทเสน วา สนฺธิ นิทฺเทสสนฺธิ. ปุริเมน สุตฺตสฺส นิทฺเทเสน ตสฺเสว ปจฺฉิมสฺส นิทฺเทสสฺส, ปจฺฉิเมน วา ปุริมสฺส สมฺพนฺธนนฺติ อตฺโถ. ตํ ทสฺเสตุํ ยสฺมา ภควา เยภุยฺเยน ปฐมํ วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา ปจฺฉา วิวฏฺฏํ ทสฺเสติ, ตสฺมา ‘‘นิสฺสิตจิตฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ นิสฺสิตํ จิตฺตํ เอเตสนฺติ นิสฺสิตจิตฺตา, ปุคฺคลา, นิทฺทิสิตพฺพา ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย เทสนายาติ อธิปฺปาโย. ธมฺมาธิฏฺฐานาย ปน นิสฺสิตํ จิตฺตํ เอตฺถาติ นิสฺสิตจิตฺตา, นิสฺสิตจิตฺตวนฺโต ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสยวเสน ปวตฺตา สุตฺตปเทสา. เสสเมตฺถ สพฺพํ ปากฏเมว.
จตุพฺยูหหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. อาวฏฺฏหารวิภงฺควณฺณนา
๒๙. ตตฺถ กตโม อาวฏฺโฏ หาโรติ อาวฏฺฏหารวิภงฺโค. ตตฺถ อารมฺภถาติ อารมฺภธาตุสงฺขาตํ วีริยํ กโรถ. นิกฺกมถาติ โกสชฺชปกฺขโต นิกฺขนฺตตฺตา นิกฺกมธาตุสงฺขาตํ ตทุตฺตริวีริยํ กโรถ. ยุญฺชถ พุทฺธสาสเนติ ยสฺมา สีลสํวโร อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา โภชเน มตฺตญฺญุตา สติสมฺปชญฺญนฺติ อิเมสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐิตานํ ชาคริยานุโยควเสน อารมฺภนิกฺกมธาตุโย สมฺปชฺชนฺติ, ตสฺมา ตถาภูตสมถวิปสฺสนาสงฺขาเต ภควโต สาสเน ยุตฺตปฺปยุตฺตา โหถ. ธุนาถ มจฺจุโน เสนํ, นฬาคารํว กุญฺชโรติ เอวํ ปฏิปชฺชนฺตา จ เตธาตุอิสฺสรสฺส มจฺจุราชสฺส วสํ สตฺเต เนตีติ ตสฺส เสนาสงฺขาตํ อพลํ ทุพฺพลํ ยถา นาม พลูปปนฺโน กุญฺชโร นเฬหิ กตํ อคารํ ขเณเนว วิทฺธํเสติ, เอวเมว กิเลสคณํ ธุนาถ วิธมถ วิทฺธํเสถาติ อตฺโถ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๘๕).
อิทานิ ยทตฺถํ อยํ คาถา นิกฺขิตฺตา, ตํ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถาติ วีริยสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อารมฺภถ นิกฺกมถาติ อิทํ วจนํ วีริยสฺส ปทฏฺฐานํ วีริยปโยคสฺส การณํ วีริยารมฺเภ นิโยชนโต, ‘‘โยคา เว ชายตี ภูรี’’ติ (ธ. ป. ๒๘๒) วจนโต โยโค ภาวนา. ตตฺถ วิปสฺสนาภาวนาย วกฺขมานตฺตา สมาธิภาวนา อิธาธิปฺเปตาติ วุตฺตํ – ‘‘ยุญฺชถ พุทฺธสาสเนติ สมาธิสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติ. ‘‘มจฺจุโน เสน’’นฺติ วุตฺตาย กิเลสเสนาย สมฺมา ธุนนํ ญาเณเนว โหตีติ อาห – ‘‘ธุนาถ…เป… ปทฏฺฐาน’’นฺติ. ปุน ยถาวุตฺตวีริยสมาธิปญฺญาสมฺปยุตฺเตสุ อาธิปจฺจกิจฺจตาย ปปญฺจปฺปหานสมตฺถา วฏฺฏมูลํ ฉินฺทิตฺวา วิวฏฺฏํ ปาเปนฺติ จาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถาติ วีริยินฺทฺริยสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อิมานิ ปทฏฺฐานานิ เทสนาติ ‘‘ยานิมานิ วีริยสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติอาทินา วีริยาทีนํ ปทฏฺฐานานิ วุตฺตานิ, สา อารมฺภถ นิกฺกมถาติ อาทิเทสนา, น วีริยารมฺภวตฺถุอาทีนีติ อตฺโถ. ตถา เจว สํวณฺณิตํ.
เอวํ ยถานิกฺขิตฺตาย เทสนาย ปทฏฺฐานวเสน อตฺถํ นิทฺธาเรตฺวา อิทานิ ตํ สภาควิสภาคธมฺมวเสน อาวฏฺเฏตุกาโม ตสฺส ภูมึ ทสฺเสตุํ ‘‘อยุญฺชนฺตานํ วา สตฺตานํ โยเค ยุญฺชนฺตานํ วา อารมฺโภ’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – โยเค ภาวนายํ ตํ อยุญฺชนฺตานํ วา สตฺตานํ อปริปกฺกญาณานํ วาสนาภาเคน อายตึ วิชานนตฺถํ อยํ เทสนารมฺโภ ยุญฺชนฺตานํ วา ปริปกฺกญาณานนฺติ.
โส ปมาโท ทุวิโธติ เยน ปมาเทน ภาวนํ นานุยุญฺชนฺติ, โส ปมาโท อตฺตโน การณเภเทน ทุวิโธ. อญฺญาเณนาติ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ สลกฺขณสามญฺญลกฺขณปฏิจฺฉาทเกน สมฺโมเหน. นิวุโตติ ฉาทิโต. เญยฺยฏฺฐานนฺติ เญยฺยญฺจ ตํ ‘‘อิติ รูปํ, อิติ รูปสฺส สมุทโย’’ติอาทินา ญาณสฺส ปวตฺตนฏฺฐานญฺจาติ เญยฺยฏฺฐานํ. อเนกเภทตฺตา ปาปธมฺมานํ ตพฺพเสน อเนกเภโทปิ ปมาโท มูลภูตาย อวิชฺชาย วเสน เอโก เอวาติ อาห – ‘‘เอกวิโธ อวิชฺชายา’’ติ. ลาภวินิจฺฉยปริคฺคหมจฺฉริยานิ ปริเยสนาอารกฺขาปริโภเคสุ อนฺโตคธานิ. ฉนฺทราคชฺโฌสานา ตณฺหา เอวาติ ตณฺหามูลเกปิ ธมฺเม เอตฺเถว ปกฺขิปิตฺวา ‘‘ติวิโธ ตณฺหายา’’ติ วุตฺตํ.
รูปีสุ ภเวสูติ รูปธมฺเมสุ. อชฺโฌสานนฺติ ตณฺหาภินิเวโส. เอเตน ‘‘ตณฺหาย รูปกาโย ปทฏฺฐาน’’นฺติ ปทสฺส อตฺถํ วิวรติ. อนาทิมติ หิ สํสาเร อิตฺถิปุริสา อญฺญมญฺญรูปาภิรามา, อยญฺจตฺโถ จิตฺตปริยาทานสุตฺเตน (อ. นิ. ๑.๑-๑๐) ทีเปตพฺโพ. อรูปีสุ สมฺโมโหติ ผสฺสาทีนํ อติสุขุมสภาวตฺตา สนฺตติสมูหกิจฺจารมฺมณฆนวินิพฺโภคสฺส ทุกฺกรตฺตา จ อรูปธมฺเมสุ สมฺโมโห, สตฺตานํ ปติฏฺฐิโตติ วจนเสโส. เอวํ นิทฺธาริเต รูปกายนามกายสงฺขาเต อุปาทานกฺขนฺธปญฺจเก อารมฺมณกรณวเสน ปวตฺตํ ตณฺหญฺจ อวิชฺชญฺจ อวิเสเสน วุตฺตํ จตุปาทานานํ วเสน วิภชิตฺวา เตสํ ขนฺธานํ อุปาทานานญฺจ ทุกฺขสมุทยภาเวน สหปริญฺเญยฺยปหาตพฺพภาวํ ทสฺเสติ ‘‘ตตฺถ รูปกาโย’’ติอาทินา.
๓๐. เอวํ ปมาทมุเขน ปุริมสจฺจทฺวยํ นิทฺธาเรตฺวา ปมาทมุเขเนว อปรมฺปิ สจฺจทฺวยํ นิทฺธาเรตุํ ‘‘ตตฺถ โย’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตสฺสาติ ตสฺส ปมาทสฺส. สมฺปฏิเวเธนาติ สมฺมา ปริชานเนน อสฺสาทาทีนํ ชานเนน. รกฺขณา ปฏิสํหรณาติ อตฺตโน จิตฺตสฺส รกฺขณสงฺขาตา ปมาทสฺส ปฏิสํหรณา, ตปฺปฏิปกฺเขน สงฺโกจนา อปฺปมาทานุโยเคน ยา เขปนา. อยํ สมโถติ กิจฺเจน สมาธึ ทสฺเสติ. อยํ โวทานปกฺขวิสภาคธมฺมวเสน อาวฏฺฏนา. ‘‘ยทา ชานาติ กามานํ…เป… อานิสํส’’นฺติ อิมินา สมถาธิคมสฺส อุปายํ ทสฺเสติ.
ตตฺถ กามานนฺติ วตฺถุกามานญฺจ กิเลสกามานญฺจ. อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโตติ กาเม ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชมานํ สุขโสมนสฺสสงฺขาตํ อสฺสาทํ อสฺสาทตาย อสฺสาทมตฺตโต. อาทีนวนฺติ ‘‘อปฺปสฺสาทา กามา พหุทุกฺขา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓๖) วุตฺตํ อาทีนวํ โทสํ. นิสฺสรณนฺติ ปฐมชฺฌานํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘กามานเมตํ นิสฺสรณํ ยทิทํ เนกฺขมฺม’’นฺติ (อิติวุ. ๗๒). โอการนฺติ ลามกภาวํ. สํกิเลสนฺติ สํกิลิสฺสนํ. กามเหตุ หิ สตฺตา สํกิลิสฺสนฺติ. โวทานนฺติ วิสุชฺฌนํ. เนกฺขมฺเม จ อานิสํสนฺติ นีวรณปฺปหานาทิคุณวิเสสโยคํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ยถาวุตฺเต สมเถ สติ. ยา วีมํสาติ ยา ปญฺญา. ‘‘สมาหิโต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๗๑) หิ วุตฺตํ. ยถา ตณฺหาสหิตาว อวิชฺชา สงฺขารานํ ปจฺจโย, เอวํ อวิชฺชาสหิตาว ตณฺหา อุปาทานานํ ปจฺจโย. ตาสุ นิรุทฺธาสุ อุปาทานาทีนํ อภาโว เอวาติ ตณฺหาอวิชฺชาปหาเนน สกลวฏฺฏทุกฺขนิโรธํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิเมสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ ปหีเนสู’’ติอาทิมาห. อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานิ วิสภาคสภาคธมฺมาวฏฺฏนวเสน นิทฺธาริตานีติ อธิปฺปาโย.
เอวํ โวทานปกฺขํ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺส วิสภาคธมฺมวเสน สภาคธมฺมวเสน จ อาวฏฺฏนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สํกิเลสปกฺขํ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺส วิสภาคธมฺมวเสน สภาคธมฺมวเสน จ อาวฏฺฏนํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถาปิ มูเล’’ติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ยถา นาม ปติฏฺฐาเหตุภาเวน มูลนฺติ ลทฺธโวหาเร ภูมิคเต รุกฺขสฺส อวยเว ผรสุเฉทาทิอนฺตรายาภาเวน อนุปทฺทเว ตโต เอว ทเฬฺห ถิเร สติ ขนฺเธ ฉินฺเนปิ อสฺสตฺถาทิรุกฺโข รุหติ, เอวเมว ตณฺหานุสยสงฺขาเต อตฺตภาวรุกฺขสฺส มูเล มคฺคญาณผรสุนา อนุปจฺฉินฺเน ตยิทํ ทุกฺขํ ปุนปฺปุนํ อปราปรภาเวน นิพฺพตฺตติ น นิรุชฺฌตีติ. กามตณฺหาทินิวตฺตนตฺถํ ‘‘ภวตณฺหายา’’ติ วุตฺตํ. เอตสฺส ธมฺมสฺส ปจฺจโยติ เอตสฺส ภวตณฺหาสงฺขาตสฺส ธมฺมสฺส ภเวสุ อาทีนวปฺปฏิจฺฉาทนาทิวเสน อสฺสาทคฺคหณสฺส ปจฺจโย. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สํโยชนีเยสุ, ภิกฺขเว, ธมฺเมสุ อสฺสาทานุปสฺสิโน ตณฺหา ปวฑฺฒตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๕๗). เตเนวาห – ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา หิ ภวตณฺหา’’ติ. อิธ สมโถ วิปสฺสนา จ มคฺคสมาธิ มคฺคปญฺญา จ อธิปฺเปตาติ อาห – ‘‘เยน ตณฺหานุสยํ สมูหนตี’’ติอาทิ. อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานีติ วิสภาคสภาคธมฺมาวฏฺฏนวเสน นิทฺธาริตานีติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อิทานิ น เกวลํ นิทฺธาริเตเหว วิสภาคสภาคธมฺเมหิ อาวฏฺฏนํ, อถ โข ปาฬิอาคเตหิปิ เตหิ อาวฏฺฏนํ อาวฏฺฏหาโรติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณ’’นฺติ คาถมาห. ตตฺถ สพฺพปาปสฺสาติ สพฺพากุสลสฺส. อกรณนฺติ อนุปฺปาทนํ. กุสลสฺสาติ จตุภูมกกุสลสฺส. อุปสมฺปทาติ ปฏิลาโภ. สจิตฺตปริโยทาปนนฺติ อตฺตโน จิตฺตโวทานํ, ตํ ปน อรหตฺเตน โหติ. อิติ สีลสํวเรน สพฺพปาปํ ปหาย สมถวิปสฺสนาหิ กุสลํ สมฺปาเทตฺวา อรหตฺตผเลน จิตฺตํ ปริโยทเปตพฺพนฺติ เอตํ พุทฺธาน สาสนํ โอวาโท อนุสิฏฺฐีติ อยํ สงฺเขปตฺโถ, วิตฺถารโต ปน อตฺโถ ปาฬิโต เอว วิญฺญายติ.
ตตฺถ ‘‘สพฺพปาปํ นามา’’ติอาทีสุ โทสสมุฏฺฐานนฺติ โทโส สมุฏฺฐานเมว เอตสฺสาติ โทสสมุฏฺฐานํ, น โทโส เอว สมุฏฺฐานนฺติ. โลภสมุฏฺฐานายปิ ปิสุณวาจาย สมฺภวโต. กายทุจฺจริตนฺติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา ‘‘โทสสมุฏฺฐาน’’นฺติ นปุํสกนิทฺเทโส. โลภสมุฏฺฐานํ โมหสมุฏฺฐานนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สมฺผปฺปลาโป อุทฺธจฺจจิตฺเตน ปวตฺตยตีติ อธิปฺปาเยน ตสฺส โมหสมุฏฺฐานตา วุตฺตา.
เอวํ ทุจฺจริตอกุสลกมฺมปถกมฺมวิภาเคน ‘‘สพฺพปาป’’นฺติ เอตฺถ วุตฺตปาปํ วิภชิตฺวา อิทานิสฺส อกุสลมูลวเสน อคติคมนวิภาคมฺปิ ทสฺเสตุํ ‘‘อกุสลมูล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อกุสลมูลํ ปโยคํ คจฺฉนฺตนฺติ โลภาทิอกุสลานิ กายวจีปโยคํ คจฺฉนฺตานิ, กายวจีปโยคํ สมุฏฺฐาเปนฺตานีติ อตฺโถ. ฉนฺทาติ ฉนฺทเหตุ. ยํ ฉนฺทา อคตึ คจฺฉติ, อิทํ โลภสมุฏฺฐานนฺติ ฉนฺทา อคตึ คจฺฉตีติ ยเทตํ อคติคมนํ, อิทํ โลภสมุฏฺฐานนฺติ. เอวํ เสเสสุปิ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺตาวตา ‘‘สพฺพปาปสฺส อกรณ’’นฺติ เอตฺถ ปาปํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺส อกรณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โลโภ…เป… ปญฺญายา’’ติ ตีหิ กุสลมูเลหิ ติณฺณํ อกุสลมูลานํ ปหานวเสน สพฺพปาปสฺส อกรณํ อนุปฺปาทนมาห. ตถา โลโภ อุเปกฺขายาติอาทินา พฺรหฺมวิหาเรหิ. ตตฺถ อรตึ วูปสเมนฺตี มุทิตา ตสฺสา มูลภูตํ โมหํ ปชหตีติ กตฺวา วุตฺตํ – ‘‘โมโห มุทิตาย ปหานํ อพฺภตฺถํ คจฺฉตี’’ติ.
๓๑. อิทานิ อญฺเญนปิ ปริยาเยน ปาปํ ตสฺส อกรณญฺจ ทสฺเสตฺวา เสสปทานญฺจ อตฺถวิภาวนมุเขน สภาควิสภาคธมฺมาวฏฺฏนํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพปาปํ นาม อฏฺฐ มิจฺฉตฺตานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อกิริยา อกรณํ อนชฺฌาจาโรติ ตีหิปิ ปเทหิ มิจฺฉตฺตานํ อนุปฺปาทนเมว วทติ. ตถา กิริยา กรณํ อชฺฌาจาโรติ ตีหิปิ ปเทหิ อุปฺปาทนเมว วทติ. อชฺฌาจาโรติ อธิฏฺฐหิตฺวา อาจรณํ. อตีตสฺสาติ จิรกาลปฺปวตฺติวเสน ปุราณสฺส. มคฺคสฺสาติ อริยมคฺคสฺส. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปุราณมคฺคํ ปุราณํ อญฺชสนฺติ โข อริยสฺเสตํ อฏฺฐงฺคิกสฺส มคฺคสฺส อธิวจน’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๖๕ อตฺถโต สมานํ). อตีเตน วา วิปสฺสินา ภควตา ยถาธิคตํ เทสิตภาวํ สนฺธาย ‘‘อตีตสฺส มคฺคสฺสา’’ติ วุตฺตํ. วิปสฺสิโน หิ อยํ ภควโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาติโมกฺขุทฺเทสคาถาติ.
ยํ ปฏิเวเธนาติ ยสฺส ปริญฺญาภิสมเยน. ยํ ปริโยทาปิตํ, อยํ นิโรโธติ ยทิปิ อสงฺขตา ธาตุ เกนจิ สํกิเลเสน น สํกิลิสฺสติ, อธิคจฺฉนฺตสฺส ปน ปุคฺคลสฺส วเสน เอวํ วุตฺตํ. ตสฺส หิ ยาว สํกิเลสา น วิคจฺฉนฺติ, ตาว อสงฺขตา ธาตุ อปริโยทปิตาติ วุจฺจติ. ยถา นิพฺพานาธิคเมน เย ขนฺธา วูปสเมตพฺพา, เตสํ เสสภาเวน อเสสภาเวน จ ‘‘สอุปาทิเสสา’’ติ จ, ‘‘อนุปาทิเสสา’’ติ จ วุจฺจติ, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.
อิมานิ ปาฬิอาคตธมฺมานํ สภาควิสภาคธมฺมาวฏฺฏนวเสน นิทฺธาริตานิ จตฺตาริ สจฺจานิ ปุนปิ ปาฬิอาคตธมฺมานํ สภาควิสภาคธมฺมาวฏฺฏเนน อาวฏฺฏหารํ ทสฺเสตุํ ‘‘ธมฺโม หเว รกฺขตี’’ติ คาถมาห. ตสฺสา ปทตฺโถ ปุพฺเพ วุตฺโต เอว. ธมฺโมติ ปุญฺญธมฺโม อิธาธิปฺเปโต. ตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺโม นาม ทุวิโธ อินฺทฺริยสํวโร มคฺโค จา’’ติ อาห. อินฺทฺริยสํวรสีเสน เจตฺถ สพฺพมฺปิ สีลํ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สพฺพา อุปปตฺติโย ทุคฺคติ ทุกฺขทุกฺขตาทิโยเคน ทุกฺขา คติโยติ กตฺวา. ยถาวุตฺเต ทุวิเธ ธมฺเม ปฐโม ธมฺโม ยถา สุจิณฺโณ โหติ, ยโต จ โส รกฺขติ, ยตฺถ จ ปติฏฺฐาเปติ, ตํ สพฺพํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ยา สํวรสีเล อขณฺฑการิตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิทานิ ตสฺส ธมฺมสฺส อปายโต รกฺขเณ เอกนฺติกภาวํ วิภาเวตุํ คามณิสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๔.๓๕๘) อสิพนฺธกปุตฺตสุตฺตํ อาภตํ.
ตตฺถ เอวนฺติ ปกาเรน. จ-สทฺโท สมฺปิณฺฑเน, อิมินาปิ ปกาเรน อยมตฺโถ เวทิตพฺโพติ อธิปฺปาโย. อสิพนฺธกปุตฺโตติ อสิพนฺธกสฺส นาม ปุตฺโต. คาเม เชฏฺฐกตาย คามณี. ปจฺฉาภูมกาติ ปจฺฉาภูมิวาสิโน. กามณฺฑลุกาติ สกมณฺฑลุโน. เสวาลมาลิกาติ ปาโตว อุทกโต เสวาลญฺเจว อุปฺปลาทีนิ จ คเหตฺวา อุทกสุทฺธิภาวชานนตฺถํ มาลํ กตฺวา ปิฬนฺธนกา. อุทโกโรหกาติ สายํ ปาตํ อุทกํ โอโรหณกา. อุยฺยาเปนฺตีติ อุปริยาเปนฺติ. สญฺญาเปนฺตีติ สมฺมา ยาเปนฺติ. สคฺคํ นาม โอกฺกาเมนฺตีติ ปริวาเรตฺวา ฐิตาว ‘‘คจฺฉ, โภ, พฺรหฺมโลกํ, คจฺฉ, โภ, พฺรหฺมโลก’’นฺติ วทนฺตา สคฺคํ ปเวเสนฺติ.
อนุปริสกฺเกยฺยาติ อนุปริคจฺเฉยฺย. อุมฺมุชฺชาติ อุฏฺฐห. อุปฺลวาติ ชลสฺส อุปริปฺลว. ถลมุปฺลวาติ ถลํ อภิรุห. ตตฺร ยาสฺสาติ ตตฺร ยํ อสฺส, ยํ ภเวยฺย. สกฺขรกฐลนฺติ สกฺขรา วา กฐลา วา. สา อโธคามี อสฺสาติ สา อโธ คจฺเฉยฺย, เหฏฺฐาคามี ภเวยฺย. อโธ คจฺเฉยฺยาติ เหฏฺฐา คจฺเฉยฺย. มคฺคสฺสาติ อริยมคฺคสฺส. ติกฺขตาติ ติขิณตา. สา จ โข น สตฺถกสฺส วิย นิสิตกรณตา, อถ โข อินฺทฺริยานํ ปฏุภาโวติ ทสฺเสตุํ ‘‘อธิมตฺตตา’’ติ อาห. นนุ จ อริยมคฺโค อตฺตนา ปหาตพฺพกิเลเส อนวเสสํ สมุจฺฉินฺทตีติ อติขิโณ นาม นตฺถีติ? สจฺจเมตํ, ตถาปิ โน จ โข ‘‘ยถา ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺสา’’ติ วจนโต สทฺธาวิมุตฺตทิฏฺฐิปฺปตฺตานํ กิเลสปฺปหานํ ปติ อตฺถิ กาจิ วิเสสมตฺตาติ สกฺกา วตฺตุํ. อยํ ปน วิเสโส น อิธาธิปฺเปโต, สพฺพุปปตฺติสมติกฺกมนสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ยสฺมา ปน อริยมคฺเคน โอธิโส กิเลสา ปหียนฺติ, ตญฺจ เนสํ ตถาปหานํ มคฺคธมฺเมสุ อินฺทฺริยานํ อปาฏวปาฏวตรปาฏวตมภาเวน โหตีติ โย วชิรูปมธมฺเมสุ มตฺถกปฺปตฺตานํ อคฺคมคฺคธมฺมานํ ปฏุตมภาโว. อยํ อิธ มคฺคสฺส ติกฺขตาติ อธิปฺเปตา. เตเนวาห – ‘‘อยํ ธมฺโม สุจิณฺโณ สพฺพาหิ อุปปตฺตีหิ รกฺขตี’’ติ. ‘‘ตสฺมา รกฺขิตจิตฺตสฺสา’’ติอาทินา สุตฺตนฺตเรน (อุทา. ๓๒) สุคติสญฺญิตานมฺปิ อุปปตฺตีนํ ทุคฺคติภาวํ สาเธติ.
๓๒. อิทานิ ยถาวุตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิสภาคธมฺมานํ ตณฺหาวิชฺชาทีนํ สภาคธมฺมานญฺจ สมถวิปสฺสนาทีนํ นิทฺธารณวเสน อาวฏฺฏหารํ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ทุคฺคตีนํ เหตุ ตณฺหา จ อวิชฺชา จา’’ติอาทิมาห. ตํ ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว. อิทํ วุจฺจติ พฺรหฺมจริยนฺติ อิทํ อริยํ สมถวิปสฺสนาสงฺขาตํ มคฺคพฺรหฺมจริยนฺติ วุจฺจติ. ยํ รกฺขตีติ สพฺพาหิ ทุคฺคตีหิ รกฺขนฺตสฺส อริยมคฺคสฺส อารมฺมณภูโต นิโรโธ รกฺขนฺโต วิย วุตฺโต, นิมิตฺตสฺส กตฺตุภาเวน อุปจริตตฺตา. อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานิ วิสภาคสภาคธมฺมาวฏฺฏนวเสน นิทฺธาริตานีติ อธิปฺปาโย.
อาวฏฺฏหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. วิภตฺติหารวิภงฺควณฺณนา
๓๓. ตตฺถ กตโม วิภตฺติหาโรติ วิภตฺติหารวิภงฺโค. ตตฺถ ธมฺมวิภตฺติภูมิวิภตฺติปทฏฺฐานวิภตฺตีติ ติวิธา วิภตฺติ. ตาสุ ยสฺมา ธมฺเมสุ วิภาคโต นิทฺทิฏฺเฐสุ ตตฺถ ลพฺภมาโน ภูมิวิภาโค ปทฏฺฐานวิภาโค จ นิทฺทิสิยมาโน สุวิญฺเญยฺโย โหติ, ตสฺมา ธมฺมวิภตฺตึ ตาว นิทฺทิสนฺโต โสฬสวิเธ ปฏฺฐาเน เยสํ สุตฺตานํ วเสน วิเสสโต วิภชิตพฺพา, ตานิ สุตฺตานิ ทสฺเสตุํ ‘‘เทฺว สุตฺตานิ วาสนาภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ วาสนา ปุญฺญภาวนา, ตสฺสา ภาโค โกฏฺฐาโส วาสนาภาโค, ตสฺส หิตนฺติ วาสนาภาคิยํ, สุตฺตํ. นิพฺพิชฺฌนํ โลภกฺขนฺธาทีนํ ปทาลนํ นิพฺเพโธ, ตสฺส ภาโคติ เสสํ ปุริมสทิสเมว. ยสฺมึ สุตฺเต ตีณิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ เทสิตานิ, ตํ สุตฺตํ วาสนาภาคิยํ. ยสฺมึ ปน เสกฺขาเสกฺขา เทสิตา, ตํ นิพฺเพธภาคิยํ. อยญฺจ อตฺโถ ปาฬิยํเยว อาคมิสฺสติ.
ปุญฺญภาคิยาติ ปุญฺญภาเค ภวา. ตถา ผลภาคิยา เวทิตพฺพา. ผลนฺติ ปน สามญฺญผลํ. สํวรสีลนฺติ ปาติโมกฺขสํวโร, สติสํวโร, ญาณสํวโร, ขนฺติสํวโร, วีริยสํวโรติ ปญฺจ สํวรา สํวรสีลํ. ปหานสีลนฺติ ตทงฺคปฺปหานํ, วิกฺขมฺภนปฺปหานํ, สมุจฺเฉทปฺปหานํ, ปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานํ, นิสฺสรณปฺปหานนฺติ ปญฺจปฺปหานานิ. เตสุ นิสฺสรณปฺปหานวชฺชานํ ปหานานํ วเสน ปหานสีลํ เวทิตพฺพํ. โสติ โย วาสนาภาคิยสุตฺตสมฺปฏิคฺคาหโก, โส. เตน พฺรหฺมจริเยนาติ เตน สํวรสีลสงฺขาเตน เสฏฺฐจริเยน การณภูเตน พฺรหฺมจารี ภวติ. เอตฺถ จ อฏฺฐสมาปตฺติพฺรหฺมจริยสฺส น ปฏิกฺเขโป, เกจิ ปน ‘‘เตเนว พฺรหฺมจริเยนา’’ติ ปฐนฺติ, เตสํ มเตน สิยา ตสฺส ปฏิกฺเขโป.
ปหานสีเล ฐิโตติ สมุจฺเฉทปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานานํ วเสน ปหานสีเล ฐิโต. เตน พฺรหฺมจริเยนาติ เตน ปหานสีเลน วิเสสภูเตน มคฺคพฺรหฺมจริเยน. เย ปน ‘‘เตเนว พฺรหฺมจริเยนา’’ติ ปฐนฺติ, เตสํ อยํ ปาโฐ ‘‘วาสนาภาคิยํ นาม สุตฺตํ ทานกถา, สีลกถา, สคฺคกถา, ปุญฺญวิปากกถา’’ติ. เย ปน ‘‘เตน พฺรหฺมจริเยนา’’ติ ปฐนฺติ, เตสํ อยํ ปาโฐ – ‘‘วาสนาภาคิยํ นาม สุตฺตํ ทานกถา, สีลกถา, สคฺคกถา กามานํ อาทีนโว เนกฺขมฺเม อานิสํโส’’ติ. ตตฺถ กตโม ปาโฐ ยุตฺตตโรติ? ปจฺฉิโม ปาโฐติ นิฏฺฐํ คนฺตพฺพํ. ยสฺมา ‘‘นิพฺเพธภาคิยํ นาม สุตฺตํ ยา จตุสจฺจปฺปกาสนา’’ติ วกฺขติ, น หิ มหาเถโร สาวเสสํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสีติ.
‘‘นตฺถิ ปชานนา’’ติอาทินา อุภินฺนํ สุตฺตานํ สาติสยํ อสงฺกรการณํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ปชานนาติ อริยมคฺคสฺส ปทฏฺฐานภูตา วุฏฺฐานคามินี วิปสฺสนาปญฺญา. อิมานิ จตฺตาริ สุตฺตานีติ อิเมสํ สุตฺตานํ วาสนาภาคิยนิพฺเพธภาคิยานํ วกฺขมานานญฺจ สํกิเลสภาคิยอเสกฺขภาคิยานํ วเสน จตฺตาริ สุตฺตานิ. เทสนายาติ เทสนานเยน. สพฺพโต วิจเยน หาเรน วิจินิตฺวาติ สพฺพโตภาเคน เอกาทสสุ ฐาเนสุ ปกฺขิปิตฺวา วิจเยน หาเรน วิจินิตฺวา. ‘‘ยุตฺติหาเรน โยเชตพฺพานี’’ติ เอเตน วิจยหารยุตฺติหารา วิภตฺติหารสฺส ปริกมฺมฏฺฐานนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘ยาวติกา ญาณสฺส ภูมี’’ติ อิมินา วิภตฺติหารสฺส มหาวิสยตํ ทสฺเสติ.
๓๔. เอวํ วาสนาภาคิยนิพฺเพธภาคิยภาเวหิ ธมฺเม เอกเทเสน วิภชิตฺวา อิทานิ เตสํ กิเลสภาคิยอเสกฺขภาคิยภาเวหิ สาธารณาสาธารณภาเวหิ วิภชิตุํ ‘‘ตตฺถ กตเม ธมฺมา สาธารณา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กตเม ธมฺมาติ กตเม สภาวธมฺมา. สาธารณาติ อวิสิฏฺฐา, สมานาติ อตฺโถ. เทฺว ธมฺมาติ ทุเว ปกติโย. ปกติอตฺโถ หิ อยํ ธมฺม-สทฺโท ‘‘ชาติธมฺมานํ สตฺตาน’’นฺติอาทีสุ (ปฏิ. ม. ๑.๓๓) วิย. นามสาธารณาติ นาเมน สาธารณา, กุสลากุสลาติ สมานนามาติ อตฺโถ. วตฺถุสาธารณาติ วตฺถุนา นิสฺสเยน สาธารณา, เอกสนฺตติปติตตาย สมานวตฺถุกาติ อตฺโถ. วิเสสโต สํกิเลสปกฺเข ปหาเนกฏฺฐา นามสาธารณา, สหเชกฏฺฐา วตฺถุสาธารณา. อญฺญมฺปิ เอวํ ชาติยนฺติ กิจฺจปจฺจยปฏิปกฺขาทีหิ สมานํ สงฺคณฺหาติ. มิจฺฉตฺตนิยตานํ อนิยตานนฺติ อิทํ ปุถุชฺชนานํ อุปลกฺขณํ. ตสฺมา สสฺสตวาทา อุจฺเฉทวาทาติ อาทิโก สพฺโพ ปุถุชฺชนเภโท อาหริตฺวา วตฺตพฺโพ. ทสนปฺปหาตพฺพา กิเลสา สาธารณา มิจฺฉตฺตนิยตานํ อนิยตานํ เอว จ สมฺภวโต สมฺมตฺตนิยตานํ อสมฺภวโต จ. อิมินา นเยน เสสปเทสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อริยสาวโกติ เสกฺขํ สนฺธาย วทติ. สพฺพา สา อวีตราเคหิ สาธารณาติ โลกิยสมาปตฺติ รูปาวจรา อรูปาวจรา ทิพฺพวิหาโร พฺรหฺมวิหาโร ปฐมชฺฌานสมาปตฺตีติ เอวมาทีหิ ปริยาเยหิ สาธารณา. กุสลสมาปตฺติ ปน อิมินา ปริยาเยน สิยา อสาธารณา, อิมํ ปน โทสํ ปสฺสนฺตา เกจิ ‘‘ยํ กิญฺจิ…เป… สพฺพา สา อวีตราเคหิ สาธารณา’’ติ ปฐนฺติ. กถํ เต โอธิโส คหิตา, อถ โอธิโส คเหตพฺพา, กถํ สาธารณาติ? อนุโยคํ มนสิกตฺวา ตํ วิโสเธนฺโต อาห – ‘‘สาธารณา หิ ธมฺมา เอวํ อญฺญมญฺญ’’นฺติอาทิ. ตสฺสตฺโถ – ยถา มิจฺฉตฺตนิยตานํ อนิยตานญฺจ สาธารณาติ วุตฺตํ, เอวํ สาธารณา ธมฺมา น สพฺพสตฺตานํ สาธารณตาย สาธารณา, กสฺมา? ยสฺมา อญฺญมญฺญํ ปรํ ปรํ สกํ สกํ วิสยํ นาติวตฺตนฺติ. ปฏินิยตญฺหิ เตสํ ปวตฺติฏฺฐานํ, อิตรถา ตถา โวหาโร เอว น สิยาติ อธิปฺปาโย. ยสฺมา จ เอเต เอว ธมฺมา เอวํ นิยตา วิสยา, ตสฺมา ‘‘โยปิ อิเมหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต น โส ตํ ธมฺมํ อุปาติวตฺตตี’’ติ อาห. น หิ มิจฺฉตฺตนิยตานํ อนิยตานญฺจ ทสฺสเนน ปหาตพฺพา กิเลสา น สนฺติ, อญฺเญสํ วา สนฺตีติ เอวํ เสเสปิ วตฺตพฺพํ.
อสาธารโณ นาม ธมฺโม ตสฺส ตสฺส ปุคฺคลสฺส ปจฺจตฺตนิยโต อริเยสุ เสกฺขาเสกฺขธมฺมวเสน อนริเยสุ สพฺพาภพฺพปหาตพฺพวเสน คเวสิตพฺโพ, อิตรสฺส ตถา นิทฺทิสิตพฺพภาวาภาวโต. โส จ โข สาธารณาวิธุรตาย ตํ ตํ อุปาทาย ตถาวุตฺตเทสนานุสาเรนาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘กตเม ธมฺมา อสาธารณา ยาว เทสนํ อุปาทาย คเวสิตพฺพา เสกฺขาเสกฺขา ภพฺพาภพฺพา’’ติ อิมินา. อฏฺฐมกสฺสาติ โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส. ธมฺมตาติ ธมฺมสภาโว ปฐมสฺส มคฺคฏฺฐตา ทุติยสฺส ผลฏฺฐตา. ปฐมสฺส วา ปหียมานกิเลสตา. ทุติยสฺส ปหีนกิเลสตา. ปุน อฏฺฐมกสฺสาติ อนาคามิมคฺคฏฺฐสฺส. นามนฺติ เสกฺขาติ นามํ. ธมฺมตาติ ตํตํมคฺคฏฺฐตา เหฏฺฐิมผลฏฺฐตา จ. ปฏิปนฺนกานนฺติ มคฺคสมงฺคีนํ. นามนฺติ ปฏิปนฺนกาติ นามํ. เอวํ ‘‘อฏฺฐมกสฺสา’’ติอาทินา อริยปุคฺคเลสุ อสาธารณธมฺมํ ทสฺเสตฺวา อิตเรสุ นยทสฺสนตฺถํ ‘‘เอวํ วิเสสานุปสฺสินา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โลกิยธมฺเมสุ เอว หิ หีนาทิภาโว. ตตฺถ วิเสสานุปสฺสินาติ อสาธารณธมฺมานุปสฺสินา. มิจฺฉตฺตนิยตานํ อนิยตา ธมฺมา สาธารณา มิจฺฉตฺตนิยตา ธมฺมา อสาธารณา. มิจฺฉตฺตนิยเตสุปิ นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิกานํ อนิยตา ธมฺมา สาธารณา. นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิ อสาธารณาติ อิมินา นเยน วิเสสานุปสฺสินา เวทิตพฺพา.
เอวํ นานานเยหิ ธมฺมวิภตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ภูมิวิภตฺตึ ปทฏฺฐานวิภตฺติญฺจ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ทสฺสนภูมี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ทสฺสนภูมีติ ปฐมมคฺโค. ยสฺมา ปน ปฐมมคฺคกฺขเณ อริยสาวโก สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมนฺโต นาม โหติ, ตโต ปรํ โอกฺกนฺโต, ตสฺมา ‘‘ทสฺสนภูมิ นิยามาวกฺกนฺติยา ปทฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ เหฏฺฐิโม เหฏฺฐิโม มคฺโค อุปริอุปริมคฺคาธิคมสฺส การณํ โหติ, สกฺกายทิฏฺฐิอาทีนิ อปฺปหาย กามราคพฺยาปาทาทิปฺปหานสฺส อสกฺกุเณยฺยตฺตา. ตถาปิ อริยมคฺโค อตฺตโน ผลสฺส วิเสสการณํ อาสนฺนการณญฺจาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ภาวนาภูมิ อุตฺตริกานํ ผลานํ ปตฺติยา ปทฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. สุขา ปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา ญาณุตฺตรสฺส ตถาวิธปจฺจยสมาโยเค จ โหตีติ สา วิปสฺสนาย ปทฏฺฐานนฺติ วุตฺตา. อิตรา ปน ติสฺโสปิ ปฏิปทา สมถํ อาวหนฺติ เอว. ตาสุ สพฺพมุทุตาย ทสฺสิตาย เสสาปิ ทสฺสิตา เอวาติ อาห – ‘‘ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา สมถสฺส ปทฏฺฐาน’’นฺติ.
ทานมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถูติ ทานเมว ทานมยํ, ปุชฺชผลนิพฺพตฺตนฏฺเฐน ปุญฺญํ, ตเทว กตฺตพฺพโต กิริยา, ปโยคสมฺปตฺติยาทีนํ อธิฏฺฐานภาวโต วตฺถุ จาติ ทานมยปุญฺญกิริยวตฺถุ. ปรโตโฆสสฺสาติ ธมฺมสฺสวนสฺส. สาธารณนฺติ น พีชํ วิย องฺกุรสฺส, ทสฺสนภูมิอาทโย วิย วา นิยามาวกฺกนฺติอาทีนํ อาเวณิกํ, อถ โข สาธารณํ, ตทญฺญการเณหิปิ ปรโตโฆสสฺส ปวตฺตนโตติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ เกจิ ทายกสฺส ทานานุโมทนํ อาจิณฺณนฺติ ทานํ ปรโตโฆสสฺส การณนฺติ วทนฺติ. ทายโก ปน ทกฺขิณาวิสุทฺธึ อากงฺขนฺโต ทานสีลาทิคุณวิเสสานํ สวเน ยุตฺตปฺปยุตฺโต โหตีติ ทานํ ธมฺมสฺสวนสฺส การณํ วุตฺตํ.
สีลสมฺปนฺโน วิปฺปฏิสาราภาเวน สมาหิโต ธมฺมจินฺตาสมตฺโถ โหตีติ สีลํ จินฺตามยญาณสฺส การณนฺติ อาห ‘‘สีลมย’’นฺติอาทิ. ภาวนามยนฺติ สมถสงฺขาตํ ภาวนามยํ. ภาวนามยิยาติ อุปริฌานสงฺขาตาย วิปสฺสนาสงฺขาตาย จ ภาวนามยิยา. ปุริมํ ปุริมญฺหิ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส ปทฏฺฐานํ. อิทานิ ยสฺมา ทานํ สีลํ โลกิยภาวนา จ น เกวลํ ยถาวุตฺตปรโตโฆสาทีนํเยว, อถ โข ยถากฺกมํ ปริยตฺติพาหุสจฺจกมฺมฏฺฐานานุโยคมคฺคสมฺมาทิฏฺฐีนมฺปิ ปจฺจยา โหนฺติ, ตสฺมา ตมฺปิ นยํ ทสฺเสตุํ ปุน ‘‘ทานมย’’นฺติอาทินา เทสนํ วฑฺเฒสิ. ตถา ปติรูปเทสวาสาทโย กายวิเวกจิตฺตวิเวกาทีนํ การณํ โหตีติ อิมํ นยํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปติรูปเทสวาโส’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กุสลวีมํสายาติ ปฏิสงฺขานุปสฺสนาย. อกุสลปริจฺจาโคติ อิมินา ปหานปริญฺญา วุตฺตาติ. สมาธินฺทฺริยสฺสาติ มคฺคสมาธินฺทฺริยสฺส. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
วิภตฺติหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.