๑๔. อธิฏฺฐานหารสมฺปาตวณฺณนา
๗๖. อธิฏฺฐานหารสมฺปาเต สมฺมาทิฏฺฐิ นาม ยํ ทุกฺเข ญาณนฺติอาทินา จตุสจฺจเหตุเหตุสมุปฺปนฺนปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนสงฺขาตสฺส วิสยสฺส วเสน เวมตฺตตํ ทสฺเสตฺวา ปุน ยํ ตตฺถ ตตฺถ ยถาภูตํ ญาณทสฺสนนฺติ ปาฬิปาฬิอตฺถานํ อวสิฏฺฐวิสยวเสเนว เวมตฺตตํ ทีเปติ. ตตฺถ ยํ สจฺจาคมนนฺติ ยํ สจฺจโต อวิปรีตโต วิสยสฺส อาคมนํ, อธิคโมติ อตฺโถ. ‘‘ยํ ปจฺจาคมน’’นฺติปิ ปาโฐ, ตสฺส ยํ ปฏิปาฏิวิสยสฺส อาคมนํ, ตํตํวิสยาธิคโมติ อตฺโถ. เสสเมตฺถ ปริกฺขารสมาโรปนหารสมฺปาเตสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานเมว.
อธิฏฺฐานหารสมฺปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
มิสฺสกหารสมฺปาตวณฺณนา
อปิ เจตฺถ หารสมฺปาตนิทฺเทโส อิมินาปิ นเยน เวทิตพฺโพ –
‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยา;
มนสา เจ ปสนฺเนน, ภาสติ วา กโรติ วา;
ตโต นํ สุขมเนฺวติ, ฉายาว อนปายินี’’ติ. (ธ. ป. ๒);
ตตฺถ กตโม เทสนาหารสมฺปาโต? มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมาติ มโนติ ขนฺธววตฺถาเนน วิญฺญาณกฺขนฺธํ เทเสติ. อายตนววตฺถาเนน มนายตนํ, ธาตุววตฺถาเนน วิญฺญาณธาตุํ, อินฺทฺริยววตฺถาเนน มนินฺทฺริยํ. กตเม ธมฺมา ปุพฺพงฺคมา? ฉ ธมฺมา ปุพฺพงฺคมา, กุสลานํ กุสลมูลานิ, อกุสลานํ อกุสลมูลานิ, สาธิปติกานํ อธิปติ, สพฺพจิตฺตุปฺปาทานํ อินฺทฺริยานิ. อปิ จ อิมสฺมึ สุตฺเต มโน อธิปฺเปโต. ยถา พลคฺคสฺส ราชา ปุพฺพงฺคโม, เอวเมวํ ธมฺมานํ มโน ปุพฺพงฺคโม. ตตฺถ ติวิเธน มโน ปุพฺพงฺคโม เนกฺขมฺมฉนฺเทน อพฺยาปาทฉนฺเทน อวิหึสาฉนฺเทน. ตตฺถ อโลภสฺส เนกฺขมฺมฉนฺเทน มโนปุพฺพงฺคมํ, อโทสสฺส อพฺยาปาทฉนฺเทน มโนปุพฺพงฺคมํ, อโมหสฺส อวิหึสาฉนฺเทน มโนปุพฺพงฺคมํ.
มโนเสฏฺฐาติ มโน เตสํ ธมฺมานํ เสฏฺฐํ วิสิฏฺฐํ อุตฺตมํ ปวรํ มูลํ ปมุขํ ปาโมกฺขํ, เตน วุจฺจติ ‘‘มโนเสฏฺฐา’’ติ. มโนมยาติ มเนน กตา, มเนน นิมฺมิตา, มเนน นิพฺพตฺตา, มโน เตสํ ปจฺจโย, เตน วุจฺจติ ‘‘มโนมยา’’ติ. เต ปน ธมฺมา ฉนฺทสมุทานิตา อนาวิลสงฺกปฺปสมุฏฺฐานา ผสฺสสโมธานา เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ. มนสา เจ ปสนฺเนนาติ ยา สทฺธา สทฺทหนา โอกปฺปนา อภิปฺปสาโท. อิติ อิมินา ปสาเทน อุเปโต สมุเปโต อุปคโต สมุปคโต สมฺปนฺโน สมนฺนาคโต, เตน วุจฺจติ ‘‘ปสนฺเนนา’’ติ อิทํ มโนกมฺมํ. ภาสติ วาติ วจีกมฺมํ. กโรติ วาติ กายกมฺมํ. อิติ ทสกุสลกมฺมปถา ทสฺสิตา.
ตโตติ ทสวิธสฺส กุสลกมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา. นนฺติ โย โส กตปุญฺโญ กตกุสโล กตภีรุตฺตาโณ, ตํ ปุคฺคลํ. สุขนฺติ ทุวิธํ สุขํ กายิกํ เจตสิกญฺจ. อเนฺวตีติ อนุคจฺฉติ.
อิธสฺสุ ปุริโส อปฺปหีนานุสโย สํโยชนิเยสุ ธมฺเมสุ อสฺสาทํ อนุปสฺสติ, โส สํโยชนิเยสุ ธมฺเมสุ อสฺสาทํ อนุปสฺสนฺโต ยถาทิฏฺฐํ ยถาสุตํ สมฺปตฺติภวํ ปตฺเถติ. อิจฺจสฺส อวิชฺชา จ ภวตณฺหา จ อนุพทฺธา โหนฺติ, โส ยถาทิฏฺฐํ ยถาสุตํ สมฺปตฺติภวํ ปตฺเถนฺโต ปสาทนียวตฺถุสฺมึ จิตฺตํ ปสาเทติ สทฺทหติ โอกปฺเปติ. โส ปสนฺนจิตฺโต ติวิธํ ปุญฺญกิริยวตฺถุํ อนุติฏฺฐติ ทานมยํ สีลมยํ ภาวนามยํ กาเยน วาจาย มนสา. โส ตสฺส วิปากํ ปจฺจนุโภติ ทิฏฺเฐว ธมฺเม อุปปชฺเช วา อปราปเร วา ปริยาเย. อิติ โข ปนสฺส อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ, นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ, สฬายตนปจฺจยา สุขเวทนีโย ผสฺโส, ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ เอวํ สนฺตํ ตํ สุขมเนฺวติ. ตสฺเสวํ เวทนาย อปราปรํ ปริวตฺตมานาย อุปฺปชฺชติ ตณฺหา. ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ…เป… สมุทโย โหตีติ.
ตตฺถ ยํ มโน, เย จ มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, ยญฺจ สุขํ, อิเม วุจฺจนฺติ ปญฺจกฺขนฺธา, เต ทุกฺขสจฺจํ. เตสํ ปุริมการณภูตา อวิชฺชา ภวตณฺหา จ สมุทยสจฺจํ. เตสํ ปริญฺญาย ปหานาย ภควา ธมฺมํ เทเสติ, ทุกฺขสฺส ปริญฺญาย สมุทยสฺส ปหานาย. เยน ปริชานาติ, เยน ปชหติ, อยํ มคฺโค. ยตฺถ จ มคฺโค ปวตฺตติ, อยํ นิโรโธ. อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานิ เอวํ อายตนธาตุอินฺทฺริยมุเขนาปิ นิทฺธาเรตพฺพานิ. ตตฺถ สมุทเยน อสฺสาโท, ทุกฺเขน อาทีนโว, มคฺคนิโรเธหิ นิสฺสรณํ, สุขสฺส อนฺวโย ผลํ, มนสา ปสนฺเนน กายวจีสมีหา อุปาโย, มโนปุพฺพงฺคมตฺตา ธมฺมานํ อตฺตโน สุขกาเมน ปสนฺเนน มนสา วจีกมฺมํ กายกมฺมญฺจ ปวตฺเตตพฺพนฺติ อยํ ภควโต อาณตฺติ. อยํ เทสนาหารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม วิจยหารสมฺปาโต? มนนโต อารมฺมณวิชานนโต มโน. มนนลกฺขเณ สมฺปยุตฺเตสุ อาธิปจฺจกรณโต ปุพฺพงฺคโม อีหาภาวโต นิสฺสตฺตนิชฺชีวฏฺเฐน ธมฺมา. คาเมสุ คามณิ วิย ปธานฏฺเฐน มโน เสฏฺโฐ เอเตสนฺติ มโนเสฏฺฐา. สหชาตาทิปจฺจยภูเตน มนสา นิพฺพตฺตาติ มโนมยา. อกาลุสฺสิยโต, อารมฺมณสฺส โอกปฺปนโต จ ปสนฺเนน วจีวิญฺญตฺติวิปฺผารโต ตถา สาทิยนโต จ ภาสติ. โจปนกายวิปฺผารโต ตถา สาทิยนโต จ กโรติ. ตถา ปสุตตฺตา อนญฺญตฺตา จ ‘‘ตโต’’ติ วุตฺตํ. สุขนโต สาตภาวโต อิฏฺฐภาวโต จ ‘‘สุข’’นฺติ วุตฺตํ. กตูปจิตตฺตา อวิปกฺกวิปากตฺตา จ ‘‘อเนฺวตี’’ติ วุตฺตํ. การณายตฺตวุตฺติโต อสงฺกนฺติโต จ ‘‘ฉายาว อนปายินี’’ติ วุตฺตํ. อยํ อนุปทวิจยโต วิจยหารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม ยุตฺติหารสมฺปาโต? มนสฺส ธมฺมานํ อาธิปจฺจโยคโต ปุพฺพงฺคมตา ยุชฺชติ. ตโต เอว เตสํ มนสฺส อนุวตฺตนโต ธมฺมานํ มโนเสฏฺฐตา ยุชฺชติ. สหชาตาทิปจฺจยวเสน มนสา นิพฺพตฺตตฺตา ธมฺมานํ มโนมยตา ยุชฺชติ. มนสา ปสนฺเนน สมุฏฺฐานานํ กายวจีกมฺมานํ กุสลภาโว ยุชฺชติ. เยน กุสลกมฺมํ อุปจิตํ, ตํ ฉายา วิย สุขํ อเนฺวตีติ ยุชฺชติ. อยํ ยุตฺติหารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม ปทฏฺฐาโน หารสมฺปาโต? มโน มโนปวิจารานํ ปทฏฺฐานํ. มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา สพฺพสฺส กุสลปกฺขสฺส ปทฏฺฐานํ. ‘‘ภาสตี’’ติ สมฺมาวาจา, ‘‘กโรตี’’ติ สมฺมากมฺมนฺโต, เต สมฺมาอาชีวสฺส ปทฏฺฐานํ. สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายามสฺส ปทฏฺฐานํ. สมฺมาวายาโม สมฺมาสติยา ปทฏฺฐานํ. สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิสฺส ปทฏฺฐานํ. ‘‘มนสา ปสนฺเนนา’’ติ เอตฺถ ปสาโท สทฺธินฺทฺริยํ, ตํ สีลสฺส ปทฏฺฐานํ. สีลํ สมาธิสฺส ปทฏฺฐานํ. สมาธิ ปญฺญายาติ ยาว วิมุตฺติญาณทสฺสนา โยเชตพฺพํ. อยํ ปทฏฺฐานหารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม ลกฺขโณ หารสมฺปาโต? ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ มโนปุพฺพงฺคมตาวจเนน ธมฺมานํ ฉนฺทปุพฺพงฺคมตาปิ วีริยปุพฺพงฺคมตาปิ วีมํสาปุพฺพงฺคมตาปิ วุตฺตา โหติ อาธิปเตยฺยลกฺขเณน ฉนฺทาทีนํ มนสา เอกลกฺขณตฺตา. ตถา เนสํ สทฺธาทิปุพฺพงฺคมตาปิ วุตฺตา โหติ อินฺทฺริยลกฺขเณน สทฺธาทีนํ มนสา เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘มนสา เจ ปสนฺเนนา’’ติ ยถา มนสฺส ปสาทสมนฺนาคโม ตํสมุฏฺฐานานํ กายวจีกมฺมานํ อนวชฺชภาวลกฺขณํ. เอวํ จิตฺตสฺส สติอาทิสมนฺนาคโมปิ เนสํ อนวชฺชภาวลกฺขณํ โยนิโสมนสิการสมุฏฺฐานภาเวน เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘สุขมเนฺวตี’’ติ สุขานุคมนวจเนน สุขสฺส ปจฺจยภูตานํ มนาปิยรูปาทีนํ อนุคโม วุตฺโต โหติ เตสมฺปิ กมฺมปจฺจยตาย เอกลกฺขณตฺตาติ. อยํ ลกฺขณหารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม จตุพฺยูโห หารสมฺปาโต? ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา’’ติอาทีสุ ‘‘มโน’’ติอาทีนํ ปทานํ นิพฺพจนํ นิรุตฺตํ, ตํ ปทตฺถนิทฺเทสวเสน เวทิตพฺพํ. ปทตฺโถ จ วุตฺตนเยน สุวิญฺเญยฺโยว. เย สุเขน อตฺถิกา, เตหิ ปสนฺเนน มนสา กายวจีมโนกมฺมานิ ปวตฺเตตพฺพานีติ อยเมตฺถ ภควโต อธิปฺปาโย. ปุญฺญกิริยาย อญฺเญสมฺปิ ปุพฺพงฺคมา หุตฺวา ตตฺถ เตสํ สมฺมา อุปเนตาโร อิมิสฺสา เทสนาย นิทานํ. ‘‘ฉทฺวาราธิปตี ราชา (ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๑๘๑ เอรกปตฺตนาคราชวตฺถุ), จิตฺตานุปริวตฺติโน ธมฺมา (ธ. ส. ทุกมาติกา ๖๒; ๑๒๐๕-๑๒๐๖), จิตฺตสฺส เอกธมฺมสฺส, สพฺเพว วสมนฺวคู’’ติ (สํ. นิ. ๑.๖๒) เอวมาทิสมานยเนน อิมิสฺสา เทสนาย สํสนฺทนา เทสนานุสนฺธิ. ปทานุสนฺธิโย ปน สุวิญฺเญยฺยาวาติ. อยํ จตุพฺยูโห หารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม อาวฏฺโฏ หารสมฺปาโต? ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา’’ติ ตตฺถ ยานิ ตีณิ กุสลมูลานิ, ตานิ อฏฺฐนฺนํ สมฺมตฺตานํ เหตุ. เย สมฺมตฺตา, อยํ อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค. ยํ มโนสหชนามรูปํ, อิทํ ทุกฺขํ. อสมุจฺฉินฺนา ปุริมนิปฺผนฺนา อวิชฺชา ภวตณฺหา, อยํ สมุทโย. ยตฺถ เตสํ ปหานํ, อยํ นิโรโธติ อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานิ. อยํ อาวฏฺโฏ หารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม วิภตฺติหารสมฺปาโต? ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มนสา เจ ปสนฺเนน, ตโต นํ สุขมเนฺวตี’’ติ นยิทํ ยถารุตวเสน คเหตพฺพํ. โย หิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปาณาติปาติมฺหิ มิจฺฉาทิฏฺฐิเก มิจฺฉาปฏิปนฺเน สกํ จิตฺตํ ปสาเทติ, ปสนฺเนน จ จิตฺเตน อภูตคุณาภิตฺถวนวเสน ภาสติ วา นิปจฺจการํ วาสฺส ยํ กโรติ, น ตโต นํ สุขมเนฺวติ. ทุกฺขเมว ปน ตํ ตโต จกฺกํว วหโต ปทมเนฺวติ. อิติ หิ อิทํ วิภชฺชพฺยากรณียํ. ยํ มนสา เจ ปสนฺเนน ภาสติ วา กโรติ วา, ตญฺเจ วจีกมฺมํ กายกมฺมญฺจ สุขเวทนียนฺติ. ตํ กิสฺส เหตุ? สมฺมตฺตคเตหิ สุขเวทนียํ มิจฺฉาคเตหิ ทุกฺขเวทนียนฺติ. กถํ ปนายํ ปสาโท ทฏฺฐพฺโพ? นายํ ปสาโท, ปสาทปติรูปโก ปน มิจฺฉาธิโมกฺโขติ วทามิ. อยํ วิภตฺติหารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม ปริวตฺตโน หารสมฺปาโต? มโนปุพฺพงฺคมาติอาทิ. ยํ มนสา ปทุฏฺเฐน ภาสติ วา กโรติ วา ทุกฺขสฺสานุคามี. อิทญฺหิ สุตฺตํ เอตสฺส อุชุปฏิปกฺโข. อยํ ปริวตฺตโน หารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม เววจโน หารสมฺปาโต? ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา’’ติ มโน จิตฺตํ มนายตนํ มนินฺทฺริยํ มโนวิญฺญาณํ มโนวิญฺญาณธาตูติ ปริยายวจนํ. ปุพฺพงฺคมา ปุเรจาริโน ปุเรคามิโนติ ปริยายวจนํ. ธมฺมา อตฺตา สภาวาติ ปริยายวจนํ. เสฏฺฐํ ปธานํ ปวรนฺติ ปริยายวจนํ. มโนมยา มโนนิพฺพตฺตา มโนสมฺภูตาติ ปริยายวจนํ. ปสนฺเนน สทฺทหนฺเตน โอกปฺเปนฺเตนาติ ปริยายวจนํ. สุขํ สาตํ เวทยิตนฺติ ปริยายวจนํ. อเนฺวติ อนุคจฺฉติ อนุพนฺธตีติ ปริยายวจนํ. อยํ เววจโน หารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม ปญฺญตฺติหารสมฺปาโต? มโนปุพฺพงฺคมาติ อยํ มนโส กิจฺจปญฺญตฺติ. ธมฺมาติ สภาวปญฺญตฺติ, กุสลกมฺมปถปญฺญตฺติ. มโนเสฏฺฐาติ ปธานปญฺญตฺติ. มโนมยาติ สหชาตปญฺญตฺติ. ปสนฺเนนาติ สทฺธินฺทฺริเยน สมนฺนาคตปญฺญตฺติ, อสฺสทฺธิยสฺส ปฏิกฺเขปปญฺญตฺติ. ภาสติ วา กโรติ วาติ สมฺมาวาจาสมฺมากมฺมนฺตานํ นิกฺเขปปญฺญตฺติ. ตโต นํ สุขมเนฺวตีติ กมฺมสฺส ผลานุพนฺธปญฺญตฺติ, กมฺมสฺส อวินาสปญฺญตฺตีติ. อยํ ปญฺญตฺติหารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม โอตรโณ หารสมฺปาโต? มโนติ วิญฺญาณกฺขนฺโธ. ธมฺมาติ เวทนาสญฺญาสงฺขารกฺขนฺธา. ภาสติ วา กโรติ วาติ กายวจีวิญฺญตฺติโย. ตาสํ นิสฺสยา จตฺตาโร มหาภูตาติ รูปกฺขนฺโธติ อยํ ขนฺเธหิ โอตรโณ. มโนติ อภิสงฺขารวิญฺญาณนฺติ มโนคฺคหเณน อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา คหิตาติ. สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ…เป… สมุทโย โหตีติ อยํ ปฏิจฺจสมุปฺปาเทน โอตรโณติ. อยํ โอตรโณ หารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม โสธโน หารสมฺปาโต? มโนติ อารมฺโภ เนว ปทสุทฺธิ, น อารมฺภสุทฺธิ. มโนปุพฺพงฺคมาติ ปทสุทฺธิ, น อารมฺภสุทฺธิ. ตถา ธมฺมาติ ยาว สุขนฺติ ปทสุทฺธิ, น อารมฺภสุทฺธิ. สุขมเนฺวตีติ ปน ปทสุทฺธิ เจว อารมฺภสุทฺธิ จาติ. อยํ โสธโน หารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม อธิฏฺฐาโน หารสมฺปาโต? มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยาติ เอกตฺตตา. มนสา เจ ปสนฺเนนาติ เวมตฺตตา, ตถา มนสา เจ ปสนฺเนนาติ เอกตฺตตา. ภาสติ วา กโรติ วาติ เวมตฺตตา, ตถา มนสา เจ ปสนฺเนนาติ เอกตฺตตา. โส ปสาโท ทุวิโธ อชฺฌตฺตญฺจ พฺยาปาทวิกฺขมฺภนโต, พหิทฺธา จ โอกปฺปนโต. ตถา สมฺปตฺติภวเหตุภูโตปิ วฑฺฒิเหตุภูโตวาติ อยํ เวมตฺตตา. ตยิทํ สุตฺตํ ทฺวีหิ อากาเรหิ อธิฏฺฐาตพฺพํ เหตุนา จ โย ปสนฺนมานโส, วิปาเกน จ โย สุขเวทนีโยติ. อยํ อธิฏฺฐาโน หารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม ปริกฺขาโร หารสมฺปาโต? มโนปุพฺพงฺคมาติ เอตฺถ มโนติ กุสลวิญฺญาณํ. ตสฺส จ ญาณสมฺปยุตฺตสฺส อโลโภ อโทโส อโมโหติ ตโย สมฺปยุตฺตา เหตู, ญาณวิปฺปยุตฺตสฺส อโลโภ อโทโสติ เทฺว สมฺปยุตฺตา เหตู. สพฺเพสํ อวิเสเสน โยนิโสมนสิกาโร เหตุ, จตฺตาริ สมฺปตฺติจกฺกานิ ปจฺจโย. ตถา สทฺธมฺมสฺสวนํ, ตสฺส จ ทานาทิวเสน ปวตฺตมานสฺส เทยฺยธมฺมาทโย ปจฺจโย. ธมฺมาติ เจตฺถ เวทนาทีนํ อิฏฺฐารมฺมณาทโย. ตถา ตโย วิญฺญาณสฺส, เวทนาทโย ปสาทสฺส, สทฺเธยฺยวตฺถุกุสลาภิสงฺขาโร วิปากสุขสฺส ปจฺจโยติ. อยํ ปริกฺขาโร หารสมฺปาโต.
ตตฺถ กตโม สมาโรปโน หารสมฺปาโต? มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมาติ มโนติ ปุญฺญจิตฺตํ, ตํ ติวิธํ – ทานมยํ, สีลมยํ, ภาวนามยนฺติ. ตตฺถ ทานมยสฺส อโลโภ ปทฏฺฐานํ, สีลมยสฺส อโทโส ปทฏฺฐานํ, ภาวนามยสฺส อโมโห ปทฏฺฐานํ. สพฺเพสํ อภิปฺปสาโท ปทฏฺฐานํ, ‘‘สทฺธาชาโต อุปสงฺกมติ, อุปสงฺกมนฺโต ปยิรุปาสตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๘๓) สุตฺตํ วิตฺถาเรตพฺพํ. กุสลจิตฺตํ สุขสฺส อิฏฺฐวิปากสฺส ปทฏฺฐานํ. โยนิโสมนสิกาโร กุสลจิตฺตสฺส ปทฏฺฐานํ. โยนิโส หิ มนสิ กโรนฺโต กุสลจิตฺตํ อธิฏฺฐาติ กุสลจิตฺตํ ภาเวติ, โส อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺปาทาย ฉนฺทํ ชเนติ, อุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ…เป… ปทหติ. ตสฺเสวํ จตูสุ สมฺมปฺปธาเนสุ ภาวิยมาเนสุ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา ยาว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉตีติ อยํ ภาวนาย สมาโรปนา. สติ จ ภาวนาย ปหานญฺจ สิทฺธเมวาติ. อยํ สมาโรปโน หารสมฺปาโต.
ตถา –
‘‘ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ, สํยมโต เวรํ น จียติ;
กุสโล จ ชหาติ ปาปกํ, ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโต’’ติ. (ที. นิ. ๒.๑๙๗; อุทา. ๗๕; เปฏโก. ๑๖);
ตตฺถ ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ ทานมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ วุตฺตํ. สํยมโต เวรํ น จียตีติ สีลมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ วุตฺตํ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ โลภสฺส จ โทสสฺส จ โมหสฺส จ ปหานมาห. เตน ภาวนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ วุตฺตํ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ อนุปาทาปรินิพฺพานมาห.
ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ อโลโภ กุสลมูลํ. สํยมโต เวรํ น จียตีติ อโทโส กุสลมูลํ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ อโมโห กุสลมูลํ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ เตสํ นิสฺสรณํ วุตฺตํ.
ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ สีลกฺขนฺธสฺส ปทฏฺฐานํ. สํยมโต เวรํ น จียตีติ สมาธิกฺขนฺธสฺส ปทฏฺฐานํ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ ปญฺญากฺขนฺธสฺส วิมุตฺติกฺขนฺธสฺส ปทฏฺฐานํ. ทาเนน โอฬาริกานํ กิเลสานํ ปหานํ, สีเลน มชฺฌิมานํ, ปญฺญาย สุขุมานํ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ กตาวีภูมึ ทสฺเสติ.
ททโต ปุญฺญํ…เป… ชหาติ ปาปกนฺติ เสกฺขภูมิ ทสฺสิตา. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ อคฺคผลํ วุตฺตํ.
ตถา ททโต ปุญฺญํ…เป… น จียตีติ โลกิยกุสลมูลํ วุตฺตํ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ โลกุตฺตรกุสลมูลํ วุตฺตํ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ โลกุตฺตรสฺส กุสลมูลสฺส ผลํ วุตฺตํ.
ททโต…เป… น จียตีติ ปุถุชฺชนภูมิ ทสฺสิตา. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ เสกฺขภูมิ ทสฺสิตา. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ อเสกฺขภูมิ ทสฺสิตา.
ททโต …เป… น จียตีติ สคฺคคามินี ปฏิปทา วุตฺตา. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ เสกฺขวิมุตฺติ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ อเสกฺขวิมุตฺติ วุตฺตา.
ททโต…เป… น จียตีติ ทานกถํ สีลกถํ สคฺคกถํ โลกิยานํ ธมฺมานํ เทสนมาห. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ โลเก อาทีนวานุปสฺสนาย สทฺธึ สามุกฺกํสิกํ ธมฺมเทสนมาห. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ ตสฺสา เทสนาย ผลมาห.
ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ ธมฺมทานํ อามิสทานญฺจ วทติ. สํยมโต เวรํ น จียตีติ ปาณาติปาตา เวรมณิยา สตฺตานํ อภยทานํ วทติ. เอวํ สพฺพานิปิ สิกฺขาปทานิ วิตฺถาเรตพฺพานิ. เตน จ สีลสํยเมน สีเล ปติฏฺฐิโต จิตฺตํ สํยเมติ, ตสฺส สมโถ ปาริปูรึ คจฺฉติ. เอวํ โส สมเถ ฐิโต วิปสฺสนาโกสลฺลโยคโต กุสโล จ ชหาติ ปาปกํ ราคํ ชหาติ, โทสํ ชหาติ, โมหํ ชหาติ, อริยมคฺเคน สพฺเพปิ ปาปเก อกุสเล ธมฺเม ชหาติ. เอวํ ปฏิปนฺโน จ ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ ราคาทีนํ ปริกฺขยา เทฺวปิ วิมุตฺติโย อธิคจฺฉตีติ อยํ สุตฺตนิทฺเทโส.
ตตฺถ กตโม เทสนาหารสมฺปาโต? อิมสฺมึ สุตฺเต กึ เทสิตํ? เทฺว สุคติโย เทวา จ มนุสฺสา จ, ทิพฺพา จ ปญฺจ กามคุณา, มานุสกา จ ปญฺจ กามคุณา, ทิพฺพา จ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, มานุสกา จ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา. อิทํ วุจฺจติ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ. ตสฺส การณภาเวน ปุริมปุริมนิปฺผนฺนา ตณฺหา สมุทโย อริยสจฺจํ. ตยิทํ วุจฺจติ อสฺสาโท จ อาทีนโว จ. สพฺพสฺส ปุริเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ นิทฺเทโส ‘‘ททโต…เป… น จียตี’’ติ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ มคฺโค วุตฺโต. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ เทฺว นิพฺพานธาตุโย สอุปาทิเสสา จ อนุปาทิเสสา จ. อิทํ นิสฺสรณํ. ผลาทีนิ ปน ยถารหํ เวทิตพฺพานีติ. อยํ เทสนาหารสมฺปาโต.
วิจโยติ ‘‘ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติ อิมินา ปฐเมน ปเทน ติวิธมฺปิ ทานมยํ สีลมยํ ภาวนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ วุตฺตํ. ทสวิธสฺสปิ เทยฺยธมฺมสฺส ปริจฺจาโค วุตฺโต. ตถา ฉพฺพิธสฺสปิ รูปาทิอารมฺมณสฺส. ‘‘สํยมโต เวรํ น จียตี’’ติ ทุติเยน ปเทน อเวรา อสปตฺตา อพฺยาปาทา จ ปฏิปทา วุตฺตา. ‘‘กุสโล จ ชหาติ ปาปก’’นฺติ ตติเยน ปเทน ญาณุปฺปาโท อญฺญาณนิโรโธ สพฺโพปิ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค สพฺเพปิ โพธิปกฺขิยา ธมฺมา วุตฺตา. ‘‘ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโต’’ติ ราคกฺขเยน ราควิราคา เจโตวิมุตฺติ, โมหกฺขเยน อวิชฺชาวิราคา ปญฺญาวิมุตฺติ วุตฺตาติ. อยํ วิจโย หารสมฺปาโต.
ยุตฺตีติ ทาเน ฐิโต อุภยํ ปริปูเรติ มจฺฉริยปฺปหานญฺจ ปุญฺญาภิสนฺทญฺจาติ อตฺเถสา ยุตฺติ. สีลสํยเม ฐิโต อุภยํ ปริปูเรติ อุปจารสมาธึ อปฺปนาสมาธิญฺจาติ อตฺเถสา ยุตฺติ. ปาปเก ธมฺเม ปชหนฺโต ทุกฺขํ ปริชานาติ, นิโรธํ สจฺฉิกโรติ, มคฺคํ ภาเวตีติ อตฺเถสา ยุตฺติ. ราคโทสโมเหสุ สพฺพโส ปริกฺขีเณสุ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายตีติ อตฺเถสา ยุตฺตีติ. อยํ ยุตฺติหารสมฺปาโต.
ปทฏฺฐานนฺติ ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ จาคาธิฏฺฐานสฺส ปทฏฺฐานํ. สํยมโต เวรํ น จียตีติ สจฺจาธิฏฺฐานสฺส ปทฏฺฐานํ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ ปญฺญาธิฏฺฐานสฺส ปทฏฺฐานํ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ อุปสมาธิฏฺฐานสฺส ปทฏฺฐานนฺติ. อยํ ปทฏฺฐาโน หารสมฺปาโต.
ลกฺขโณติ ‘‘ททโต’’ติ เอเตน เปยฺยวชฺชํ อตฺถจริยํ สมานตฺตตา จ ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา สงฺคหวตฺถุภาเวน เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘สํยมโต’’ติ เอเตน ขนฺติเมตฺตาอวิหึสาอนุทฺทยาทโย ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา เวรานุปฺปาทนลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘เวรํ น จียตี’’ติ เอเตน หิรีโอตฺตปฺปอปฺปิจฺฉตาสนฺตุฏฺฐิตาทโย ทสฺสิตา เวราวฑฺฒเนน เอกลกฺขณตฺตา. ตถา อหิรีกาโนตฺตปฺปาทโย อเจตพฺพภาเวน เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘กุสโล’’ติ เอเตน โกสลฺลทีปเนน สมฺมาสงฺกปฺปาทโย ทสฺสิตา มคฺคงฺคาทิภาเวน เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘ชหาติ ปาปก’’นฺติ เอเตน ปริญฺญาภิสมยาทโยปิ ทสฺสิตา อภิสมยลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘ราคโทสโมหกฺขยา’’ติ เอเตน อวสิฏฺฐกิเลสาทีนมฺปิ ขยา ทสฺสิตา เขเปตพฺพภาเวน เอกลกฺขณตฺตาติ อยํ ลกฺขโณ.
จตุพฺยูโหติ ททโตติ คาถายํ ภควโต โก อธิปฺปาโย? เย มหาโภคตํ ปตฺถยิสฺสนฺติ, เต ทานํ ทสฺสนฺติ ทาลิทฺทิยปฺปหานาย. เย อเวรตํ อิจฺฉนฺติ, เต ปญฺจ เวรานิ ปชหิสฺสนฺติ. เย กุสลธมฺเมหิ ฉนฺทกามา, เต อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาเวสฺสนฺติ. เย นิพฺพายิตุกามา, เต ราคโทสโมหํ ปชหิสฺสนฺตีติ อยเมตฺถ ภควโต อธิปฺปาโย. เอวํ นิพฺพจนนิทานสนฺธโย วตฺตพฺพาติ. อยํ จตุพฺยูโห.
อาวฏฺโฏติ ยญฺจ อททโต มจฺฉริยํ, ยญฺจ อสํยมโต เวรํ, ยญฺจ อกุสลสฺส ปาปสฺส อปฺปหานํ, อยํ ปฏิปกฺขนิทฺเทเสน สมุทโย. ตสฺส อโลเภน จ อโทเสน จ อโมเหน จ ทานาทีหิ ปหานํ, อิมานิ ตีณิ กุสลมูลานิ. เตสํ ปจฺจโย อฏฺฐ สมฺมตฺตานิ, อยํ มคฺโค. โย ราคโทสโมหานํ ขโย, อยํ นิโรโธติ. อยํ อาวฏฺโฏ.
วิภตฺตีติ ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ เอกํเสน โย ภยเหตุ เทติ, ราคเหตุ เทติ, อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ เทติ, น ตสฺส ปุญฺญํ วฑฺฒติ. ยญฺจ ทณฺฑทานํ สตฺถทานํ ปรวิเหฐนตฺถํ อปุญฺญํ อสฺส ปวฑฺฒติ. ยํ ปน กุสเลน จิตฺเตน อนุกมฺปนฺโต วา อปจายมาโน วา อนฺนํ เทติ, ปานํ วตฺถํ ยานํ มาลาคนฺธวิเลปนํ เสยฺยาวสถํ ปทีเปยฺยํ เทติ, สพฺพสตฺตานํ วา อภยทานํ เทติ, เมตฺตจิตฺโต หิตชฺฌาสโย นิสฺสรณสญฺญี ธมฺมํ เทเสติ. สํยมโต เวรํ น จียตีติ เอกํเสน อภยูปรตสฺส จียติ, กึการณํ? ยํ อสมตฺโถ, ภยูปรโต ทิฏฺฐธมฺมิกสฺส ภายติ ‘‘มา มํ ราชาโน คเหตฺวา หตฺถํ วา ฉินฺเทยฺยุํ…เป… ชีวนฺตมฺปิ สูเล อุตฺตาเสยฺยุ’’นฺติ, เตน สํยเมน อเวรํ จียติ. โย ปน เอวํ สมาโน เวรํ น จียติ. โย ปน เอวํ สมาทิยติ, ปาณาติปาตสฺส ปาปโก วิปาโก ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปราเย จ, เอวํ สพฺพสฺส อกุสลสฺส, โส ตโต อารมติ, อิมินา สํยเมน เวรํ น จียติ. สํยโม นาม สีลํ. ตํ จตุพฺพิธํ เจตนา สีลํ, เจตสิกํ สีลํ, สํวโร สีลํ, อวีติกฺกโม สีลนฺติ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ ปาปปหายกา สตฺตตฺตึส โพธิปกฺขิยา ธมฺมา วตฺตพฺพาติ. อยํ วิภตฺติ.
ปริวตฺตโนติ ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ, อททโตปิ ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ, น ทานมยิกํ. สํยมโต เวรํ น จียติ อสํยมโตปิ เวรํ น จียติ, ยํ ทาเนน ปฏิสงฺขานพเลน ภาวนาพเลน. กุสโล จ ชหาติ ปาปกํ, อกุสโล ปน น ชหาติ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโต, เตสํ อปริกฺขยา นตฺถิ นิพฺพุตีติ. อยํ ปริวตฺตโน.
เววจโนติ ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ. ปริจฺจาคโต กุสลํ อุปจียติ. อนุโมทโตปิ ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ จิตฺตปฺปสาทโตปิ เวยฺยาวจฺจกิริยายปิ. สํยมโตติ สีลสํวรโต โสรจฺจโต. เวรํ น จียตีติ ปาปํ น วฑฺฒติ, อกุสลํ น วฑฺฒติ. กุสโลติ ปณฺฑิโต นิปุโณ เมธาวี ปริกฺขโก. ชหาตีติ สมุจฺฉินฺทติ สมุคฺฆาเฏติ. อยํ เววจโน.
ปญฺญตฺตีติ ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ โลภสฺส ปฏินิสฺสคฺคปญฺญตฺติ, อโลภสฺส นิกฺเขปปญฺญตฺติ. สํยมโต เวรํ น จียตีติ โทสสฺส วิกฺขมฺภนปญฺญตฺติ, อโทสสฺส นิกฺเขปปญฺญตฺติ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ โมหสฺส สมุคฺฆาตปญฺญตฺติ, อโมหสฺส ภาวนาปญฺญตฺติ. ราคโทสโมหสฺส ปหานปญฺญตฺติ, อโลภาโทสาโมหสฺส ภาวนาปญฺญตฺติ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ กิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปญฺญตฺติ, นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยปญฺญตฺตีติ. อยํ ปญฺญตฺติ.
โอตรโณติ ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ ทานํ นาม สทฺธาทีหิ อินฺทฺริเยหิ โหตีติ อยํ อินฺทฺริเยหิ โอตรโณ. สํยมโต เวรํ น จียตีติ สํยโม นาม สีลกฺขนฺโธติ อยํ ขนฺเธหิ โอตรโณ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ ปาปปฺปหานํ นาม ตีหิ วิโมกฺเขหิ โหติ. เตสํ อุปายภูตานิ ตีณิ วิโมกฺขมุขานีติ อยํ วิโมกฺขมุเขหิ โอตรโณ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ วิมุตฺติกฺขนฺโธ. โส จ ธมฺมธาตุ ธมฺมายตนญฺจาติ อยํ ธาตูหิ จ อายตเนหิ จ โอตรโณติ. อยํ โอตรโณ.
โสธโนติ ททโตติอาทิกา ปทสุทฺธิ, โน อารมฺภสุทฺธิ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ อยํ ปทสุทฺธิ จ อารมฺภสุทฺธิ จาติ. อยํ โสธโน.
อธิฏฺฐาโนติ ททโตติ อยํ เอกตฺตตา, จาโค ปริจฺจาโค ธมฺมทานํ อามิสทานํ อภยทานํ, อฏฺฐ ทานานิ วิตฺถาเรตพฺพานิ. อยํ เวมตฺตตา. สํยโมติ อยํ เอกตฺตตา. ปาติโมกฺขสํวโร สติสํวโรติ อยํ เวมตฺตตา. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ อยํ เอกตฺตตา. สกฺกายทิฏฺฐึ ปชหติ วิจิกิจฺฉํ ปชหตีติอาทิกา อยํ เวมตฺตตา. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ อยํ เอกตฺตตา. สอุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ อนุปาทิเสสา นิพฺพานธาตูติ อยํ เวมตฺตตาติ. อยํ อธิฏฺฐาโน.
ปริกฺขาโรติ ทานสฺส ปาโมชฺชํ ปจฺจโย. อโลโภ เหตุ, สํยมสฺส หิโรตฺตปฺปาทโย ปจฺจโย. โยนิโสมนสิกาโร อโทโส จ เหตุ, ปาปปฺปหานสฺส สมาธิ ยถาภูตญาณทสฺสนญฺจ ปจฺจโย. ติสฺโส อนุปสฺสนา เหตุ, นิพฺพุติยา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ เหตุ, สมฺมาสงฺกปฺปาทโย ปจฺจโยติ. อยํ ปริกฺขาโร.
สมาโรปโน หารสมฺปาโตติ ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ ทานมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ, ตํ สีลสฺส ปทฏฺฐานํ. สํยมโต เวรํ น จียตีติ สีลมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ, ตํ สมาธิสฺส ปทฏฺฐานํ. สีเลน หิ ฌาเนนปิ ราคาทิกิเลสา น จียนฺติ. เยปิสฺส ตปฺปจฺจยา อุปฺปชฺเชยฺยุํ อาสวา วิฆาตปริฬาหา, เตปิสฺส น โหนฺติ. กุสโล จ ชหาติ ปาปกนฺติ ปหานปริญฺญา, ตํ ภาวนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ. ราคโทสโมหกฺขยา ส นิพฺพุโตติ ราคสฺสปิ ขยา โทสสฺสปิ ขยา โมหสฺสปิ ขยา. ตตฺถ ราโคติ โย ราโค สาราโค เจตโส สารชฺชนา โลโภ ลุพฺภนา ลุพฺภิตตฺตํ อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ. โทโสติ โย โทโส ทุสฺสนา ทุสฺสิตตฺตํ พฺยาปาโท เจตโส พฺยาปชฺชนา โทโส อกุสลมูลํ. โมโหติ ยํ อญฺญาณํ อทสฺสนํ อนภิสมโย อสมฺโพโธ อปฺปฏิเวโธ ทุมฺเมชฺฌํ พาลฺยํ อสมฺปชญฺญํ โมโห อกุสลมูลํ. อิติ อิเมสํ ราคาทีนํ ขโย นิโรโธ ปฏินิสฺสคฺโค นิพฺพุติ นิพฺพายนา ปรินิพฺพานํ สอุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ อนุปาทิเสสา นิพฺพานธาตูติ. อยํ สมาโรปโน หารสมฺปาโต.
มิสฺสกหารสมฺปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.