๒. วิจยหารวิภงฺควณฺณนา
๑๑. ตตฺถ กตโม วิจโย หาโรติอาทิ วิจยหารวิภงฺโค. ตตฺถายํ อปุพฺพปทวณฺณนา – กึ วิจินตีติ เอตฺถ ‘‘วิจินตี’’ติ เอเตน วิจยสทฺทสฺส กตฺตุนิทฺเทสตํ ทสฺเสติ. กินฺติ ปนตฺถสฺส หารสฺส วิสโย ปุจฺฉิโตติ ตํ ตสฺส วิสยํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปทํ วิจินตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปทํ วิจินตีติ อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว นิคมนา สุตฺตสฺส สพฺพํ ปทํ วิจินติ. อยญฺจ วิจโย ทุวิโธ สทฺทโต อตฺถโต จ. เตสุ ‘‘อิทํ นามปทํ, อิทํ อาขฺยาตปทํ, อิทํ อุปสคฺคปทํ, อิทํ นิปาตปทํ, อิทํ อิตฺถิลิงฺคํ, อิทํ ปุริสลิงฺคํ, อิทํ นปุํสกลิงฺคํ, อิทํ อตีตกาลํ, อิทํ อนาคตกาลํ, อิทํ วตฺตมานกาลํ, อิทํ กตฺตุสาธนํ, อิทํ กรณสาธนํ, อิทํ กมฺมสาธนํ, อิทํ อธิกรณสาธนํ, อิทํ ปจฺจตฺตวจนํ, อิทํ อุปโยควจนํ, ยาว อิทํ ภุมฺมวจนํ, อิทํ เอกวจนํ, อิทํ อเนกวจน’’นฺติ เอวมาทิวิภาควจนํ, อยํ สทฺทโต ปทวิจโย. โส ปนายํ ปทวิจโย อวิปรีตสภาวนิรุตฺติสลฺลกฺขเณเนว สมฺปชฺชตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อตฺถโต ปน วิจโย เตน เตน ปเทน วตฺตพฺพอตฺถสํวณฺณนา. สเจ ปน ปทํ ปุจฺฉาทิวเสน ปวตฺตํ, ตสฺส ตทตฺถสฺส จ ปุจฺฉาทิภาโว วิเจตพฺโพติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปญฺหํ วิจินตี’’ติอาทิมาห.
ยสฺมา จ สพฺโพ เทสนาหาโร วิจยหารสฺส วิสโย สุตฺตสฺส วิจโยติ กตฺวา, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘อสฺสาทํ วิจินตี’’ติอาทิ. ยสฺมา ปน อนุคีตีติ เอตฺถ อนุรูปา คีติ อนุคีตีติ อยมฺปิ อตฺโถ อิจฺฉิโต, ตสฺมา วิจิยมานสฺส สุตฺตปทสฺส อนุรูปโต สุตฺตนฺตรปทานิปิ อตฺถุทฺธารวเสน วา ปทุทฺธารวเสน วา อาเนตฺวา วิเจตพฺพานีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺเพ นว สุตฺตนฺเต วิจินตี’’ติ อาห. นว สุตฺตนฺเตติ สุตฺตเคยฺยาทิเก นว สุตฺเต, ยถาสมฺภวโตติ อธิปฺปาโย. อยํ วิจยหารสฺส ปทตฺถนิทฺเทโส.
เอวํ นิทฺเทสวาเร วิจยหาโร สงฺเขปโต นิทฺทิฏฺโฐติ ตํ วิภาเคน นิทฺทิสิตฺวา ปฏินิทฺเทสวเสน วิภชนฺโต ยสฺมา ปทวิจโย สุตฺตสฺส อนุปทํ ปวตฺเตตพฺพตาย อติภาริโก น สุกโร จาติ ตํ อนามสิตฺวา ปญฺหวิสฺสชฺชนวิจเย ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา กึ ภเว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยถา กึ ภเวติ เยน ปกาเรน โส วิจโย ปวตฺเตตพฺโพ, ตํ ปการชาตํ กึ ภเว, กีทิสํ ภเวยฺยาติ อตฺโถ. ‘‘ยถา กึ ภเวยฺยา’’ติปิ ปาโฐ. ปุน ยถาติ นิปาตมตฺตํ. อายสฺมาติ ปิยวจนํ อชิโตติ พาวรีพฺราหฺมณสฺส ปริจารกภูตานํ โสฬสนฺนํ อญฺญตโร. ปารายเนติ ปารํ วุจฺจติ นิพฺพานํ, ตสฺส อธิคมูปายเทสนตฺตา กิญฺจาปิ สพฺพํ ภควโต วจนํ ‘‘ปารายน’’นฺติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, สงฺคีติกาเรหิ ปน วตฺถุคาถานุคีติคาถาทีหิ สทฺธึ อชิตสุตฺตาทีนํ (สุ. นิ. ๑๐๓๘ อาทโย; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๕๗ อาทโย, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑ อาทโย) โสฬสนฺนํ สุตฺตานํ อิทํ นามํ กตนฺติ เตสญฺเญว ปารายนสมญฺญาติ อาห ‘‘ปารายเน’’ติ. เกจิ ‘‘ปารายนิโก’’ติ ปฐนฺติ. เต กิร ตาปสปพฺพชฺชูปคมนโต ปุพฺเพ ปารายนํ อธียนฺตา วิจรึสุ. ตสฺมา อยมฺปิ ปารายนํ วตฺเตตีติ ปารายนิโกติ วุตฺโต. ปุจฺฉตีติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ปุจฺฉานิพฺพตฺตตฺตา อตีตาติ? สจฺจเมตํ, ปุจฺฉนาการํ ปน พุทฺธิยํ วิปริวตฺตมานํ กตฺวา เอวมาห.
ปุจฺฉา จ นาเมสา อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา ทิฏฺฐสํสนฺทนา วิมติจฺเฉทนา อนุมติปุจฺฉา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา เอกํสพฺยากรณียา วิภชฺชพฺยากรณียา ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณียา ฐปนียา ธมฺมาธิฏฺฐานา สตฺตาธิฏฺฐานาติ อเนกวิธา. ตสฺมา ‘‘กิมยํ ปุจฺฉา อทิฏฺฐโชตนา’’ติอาทินา ยถาสมฺภวํ ปุจฺฉา วิเจตพฺพา. ยถา เจตฺถ ปุจฺฉาวิภาโค, เอวํ วิสฺสชฺชนวิภาโคปิ วิสฺสชฺชนวิจเย ยถาสมฺภวํ วตฺตพฺโพ. ปุจฺฉาสภาเคน หิ วิสฺสชฺชนนฺติ. อิธ ปน วิมติจฺเฉทนํ สตฺตาธิฏฺฐานํ ปุจฺฉํ อุทาหริตฺวา ตตฺถ วิจยนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘เกนสฺสุ นิวุโต โลโก’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ เกนาติ กตฺตริ กรณวจนํ. สูติ นิปาตมตฺตํ, สูติ วา สํสเย นิปาโต, เตนสฺส ปญฺหสฺส วิมติจฺเฉทนปุจฺฉาภาวํ ทสฺเสติ. นิวุโตติ ปฏิจฺฉาทิโต. โลโกติ สตฺตโลโก. อิจฺจายสฺมา อชิโตติ สงฺคีติการกวจนํ. นปฺปกาสตีติ น ปญฺญายติ. กิสฺสาภิเลปนํ พฺรูสีติ กึ อสฺส โลกสฺส อภิเลปนํ วทสิ. ‘‘กึ สฺวาภิเลปน’’นฺติปิ ปาโฐ, ตสฺส กึ สุ อภิเลปนนฺติ ปทวิภาโค.
ปทานีติ ปชฺชติ เอเตหิ อตฺโถติ ปทานิ, วากฺยานิ. ปุจฺฉิตานีติ ปุจฺฉาภาเวน วุตฺตานีติ อตฺโถ. เอโก ปโญฺหติ ยทิปิ จตฺตาริ ปทานิ ปุจฺฉนวเสน วุตฺตานิ, ญาตุํ อิจฺฉิโต ปน อตฺโถ เอโก เอวาติ ‘‘เอโก ปโญฺห’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ การณมาห ‘‘เอกวตฺถุปริคฺคหา’’ติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กิญฺจาปิ นิวารณอปฺปกาสนอภิเลปนมหาภยสงฺขาตา ปุจฺฉาย คหิตา จตฺตาโร เอเต อตฺถา, เต ปเนกํ โลกํ ปติคุณภูตา, โลโก ปธานภาเวน คหิโตติ ตพฺพเสน เอโกวายํ ปโญฺหติ. เตเนวาห ‘‘โลกาธิฏฺฐาน’’นฺติอาทิ. โก ปน โส โลโกติ? อาห ‘‘โลโก ติวิโธ’’ติอาทิ.
ตตฺถ ราคาทิกิเลสพหุลตาย กามาวจรสตฺตา กิเลสโลโก. ฌานาภิญฺญาปริพุทฺธิยา รูปาวจรสตฺตา ภวโลโก. อาเนญฺชสมาธิพหุลตาย วิสทินฺทฺริยตฺตา อรูปาวจรสตฺตา อินฺทฺริยโลโก. อถ วา กิลิสฺสนํ กิเลโส, วิปากทุกฺขนฺติ อตฺโถ. ตสฺมา ทุกฺขพหุลตาย อปาเยสุ สตฺตา กิเลสโลโก. ตทญฺเญ สตฺตา สมฺปตฺติภวภาวโต ภวโลโก. ตตฺถ เย วิมุตฺติปริปาจเกหิ อินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคตา สตฺตา, โส อินฺทฺริยโลโกติ เวทิตพฺพํ. ปริยาปนฺนธมฺมวเสน โลกสมญฺญาติ อริยปุคฺคลา อิธ น สงฺคยฺหนฺติ.
อวิชฺชาย นิวุโต โลโกติ จตุรงฺคสมนฺนาคเตน อนฺธกาเรน วิย รถฆฏาทิธมฺมสภาวปฺปฏิจฺฉาทนลกฺขณาย อวิชฺชาย นิวุโต ปฏิจฺฉาทิโต โลโก. วิวิจฺฉาติ วิจิกิจฺฉาเหตุ. ‘‘วิวิจฺฉา มจฺฉริย’’นฺติ สงฺคเห วุตฺตํ. ปมาทาติ ปมาทเหตุ. ชปฺปาภิเลปนนฺติ ชปฺปา ตณฺหา อสฺส โลกสฺส มกฺกฏาเลโป วิย มกฺกฏสฺส อภิเลปนํ สิเลโสติ พฺรูมิ. ทุกฺขนฺติ ชาติอาทิกํ วฏฺฏทุกฺขนฺติ อยํ ปทตฺโถ. เสสํ ปาฬิยา เอว วิญฺญายติ. อิมานิ จตฺตาริ ปทานิ ปุจฺฉาคาถายํ วุตฺตานิ ‘‘อิเมหี’’ติ วิสฺสชฺชนคาถายํ วุตฺเตหิ อิเมหิ จตูหิ ปเทหิ วิสฺสชฺชิตานิ. กถนฺติ อาห ‘‘ปฐม’’นฺติอาทึ. เตน ยถากฺกมํ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานิ เวทิตพฺพานีติ ทสฺเสติ.
อิทานิ ตํ ยถากฺกมํ ปุจฺฉํ วิสฺสชฺชนญฺจ สรูปโต ทสฺเสตุํ คาถาย จ อตฺถํ วิวริตุํ ‘‘เกนสฺสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘นีวรเณหี’’ติ ปเทน วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อวิชฺชานีวรณา หิ สพฺเพ สตฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ‘‘ยถาหา’’ติอาทินา สุตฺตนฺตรทสฺสเนน อิมสฺมึ ปญฺหวิสฺสชฺชนวิจเย อนุคีติวิจยํ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ ปริยายโตติ การณโต. นีวรณสงฺขาตานํ กามจฺฉนฺทาทีนมฺปิ การณภาวโต ปฏิจฺฉาทนภาวโต จ เอกํเยว นีวรณํ วทามิ, น ปน อญฺเญสํ นีวรณสภาวานํ อภาวาติ อตฺโถ. ยถา จ อวิชฺชาย สติ นีวรณานํ ภาโว, เอวํ อวิชฺชาย อสติ น สนฺติ นีวรณานีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพโส’’ติอาทิ วุตฺตํ.
เตนาติ ‘‘อวิชฺชาย นิวุโต โลโก’’ติ ปเทน. ปฐมสฺส ปทสฺสาติ ‘‘เกนสฺสุ นิวุโต โลโก’’ติ ปทสฺส. ยุตฺตาติ โยชิตา, อนุรูปาติ วา อตฺโถ. เอเตน ปุจฺฉานุรูปตา วิสฺสชฺชนสฺส ทสฺสิตาติ ปุพฺพาปรวิจโย วุตฺโตติ เวทิตพฺพํ. ‘‘โย ปุคฺคโล นีวรเณหิ นิวุโต’’ติอาทินา วิวิจฺฉาปมาทานํ อวิชฺชาย ปจฺจยภาวํ ทสฺเสติ. นิวุโต เอว หิ นปฺปกาสติ. วิวิจฺฉาติ วิจิกิจฺฉา. เตเนวาห – ‘‘วิวิจฺฉา นาม วุจฺจติ วิจิกิจฺฉา’’ติ. ตตฺรายํ ปทสิทฺธิ – ยถา มิจฺฉาทิฏฺฐิสมฺมาทิฏฺฐิโย ‘‘นิจฺจํ อนิจฺจ’’นฺติอาทินา เอกํสคฺคาหภาเวน ปวตฺตนฺติ, น เอวมยํ. อยํ ปน อเนกํสคฺคาหภาวโต ‘‘นิจฺจํ นุ โข อนิจฺจํ นุ โข’’ติอาทินา วิวิธํ วิรุทฺธํ วา อิจฺฉติ เอสตีติ วิวิจฺฉาติ. ‘‘โส วิจิกิจฺฉนฺโต’’ติอาทินา อปฺปกาสนสฺส วิวิจฺฉาปมาทานํ การณภาวํ วิวรติ. สุกฺเก ธมฺเม น อุปฺปาทิยตีติ น สมาทาย วตฺตติ. นปฺปกาสนฺตีติ เต อตฺตโน สนฺตาเน อนุปฺปาทิยมานา กุสลา ธมฺมา ตํ ปุคฺคลํ ปกาสํ โลเก อภิญฺญาตํ น กโรนฺตีติ อตฺโถ. อภิลิมฺปตีติ มกฺกฏาเลโป วิย มกฺกฏํ ทารุสิลาทีสุ ปุริสํ รูปาทิวิสเย อลฺลียาเปตีติ อตฺโถ. อาสตฺติพหุลสฺสาติ อาสงฺคพหุลสฺส. เอวํ อภิชปฺปาติ กริตฺวาติ เอวํ ปริยุฏฺฐานฏฺฐายินีติ อิมินา การเณน. ตตฺถาติ ตาย ตณฺหาย. โลโก อภิลิตฺโต สิเลเสน มกฺขิโต วิย โหตีติ อตฺโถ.
ภายติ เอตสฺมาติ ภยํ. มหนฺตํ ภยํ มหพฺภยํ. เตเนวาห – ‘‘ทุกฺขมสฺส มหพฺภย’’นฺติ. ทุกฺขํ โทมนสฺสนฺติ ทุกฺขเมว วิภตฺตนฺติ สพฺพํ ทุกฺขํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ติสฺโส ทุกฺขตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โอธโสติ กทาจิ อตฺตูปกฺกมมูลาย กทาจิ ปรูปกฺกมมูลายาติอาทินา วิภาเคน ทุกฺขทุกฺขตาย มุจฺจนกา วิเสเสน รูปาวจรา. ตถาติ โอธโส กทาจิ กรหจีติ เอวํ อากฑฺฒติ. วิปริณามทุกฺขตาย มุจฺจนกา อุเปกฺขาสมาปตฺติพหุลา วิเสเสน อรูปาวจรสตฺตา. อปฺปาพาธาติ ปทํ ทุกฺขทุกฺขตาย มุจฺจนสฺส การณวจนํ. ทีฆายุกาติ วิปริณามทุกฺขตาย. อรูปเทวา หิ โลเก วิเสสโต ทีฆายุกาติ. อิทญฺจ มุจฺจนมจฺจนฺติกํ. ยสฺมา จ ทุกฺขา เวทนาปิ สงฺขตตฺตา อนิจฺจตาทิสงฺขารทุกฺขสภาวา เอว, ตสฺมา ยโต มุจฺจนมจฺจนฺติกํ, ตํ อนวเสสปริยาทานวเสน สงฺคณฺหิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺขารทุกฺขตาย ปนา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ อุปาทิยตีติ อุปาทิ, วิปากกฺขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ. อุปาทิสฺส เสสํ อุปาทิเสสํ, ตํ นตฺถิ เอติสฺสาติ อนุปาทิเสสา, นิพฺพานธาตุ, ตาย อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา, อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ จายํ กรณนิทฺเทโส. นิพฺพานธาตูติ จ นิพฺพายนมตฺตํ. ตสฺมาติ ยสฺมา สกลโลกพฺยาปินี สพฺพสงฺคาหินี จ สงฺขารทุกฺขตา, ตสฺมา. โลกสฺสาติ สมฺพนฺเธ สามิวจนํ. เตน ‘‘ทุกฺขมสฺสา’’ติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. เอวเมตฺถ โลกสฺส นีวรณาทีนิ อชานนฺเตน, สมยนฺตรปริจเยน วา ตตฺถ สํสยปกฺขนฺเทน เอกํเสเนว พฺยากาตพฺพตฺตา สตฺตาธิฏฺฐานา ปุจฺฉา กตา, สา จ อชานนสฺส, สํสยสฺส วา นีวรณาทิวิสยตาย จตุพฺพิธา. ปาฬิยํ ปน นีวรณาทีนํ โลโก อาธารภาเวน คาถายํ วุตฺโตติ เอโก ปโญฺหติ ทสฺสิตนฺติ. อยเมตฺถ ปุจฺฉาวิจโย. วิสฺสชฺชนวิจโยปิ อทิฏฺฐโชตินี วิสฺสชฺชนา วิมติจฺเฉทินี จาติอาทินา ปุจฺฉาวิจเย วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺโพ.
เอวํ เอกาธารํ ปุจฺฉํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อเนกาธารํ ทสฺเสตุํ ‘‘สวนฺติ สพฺพธี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สวนฺตีติ สนฺทนฺติ. สพฺพธีติ สพฺเพสุ รูปาทีสุ อายตเนสุ. โสตาติ ตณฺหาทิโสตา. กึ นิวารณนฺติ เตสํ กึ อาวรณํ กา รกฺขา. สํวรํ พฺรูหีติ ตํ เนสํ นีวรณสงฺขาตํ สํวรํ กเถหิ. เกน โสตา ปิธียเรติ เกน ธมฺเมน ตณฺหาทิโสตา ปิธิยฺยนฺติ ปจฺฉิชฺชนฺตีติ อยเมตฺถ ปทตฺโถ. เสสํ ปาฬิวเสเนว อาวิ ภวิสฺสติ.
เต เทฺว ปญฺหาติ ยทิปิ อิมิสฺสา คาถาย ปุจฺฉาวเสน ปวตฺตาย จตฺตาริ ปทานิ จตฺตาริ วากฺยานิ. ญาตุํ อิจฺฉิตสฺส ปน อตฺถสฺส ทุวิธตฺตา เต เทฺว ปญฺหา. กสฺมาติ เจ? ‘‘อิเมหิ พหฺวาธิวจเนน ปุจฺฉิตา’’ติ อาห. ตตฺถายํ สงฺเขปตฺโถ – อิเม เอตาย คาถาย คหิตา อตฺถา ยสฺมา พหูนิ อธิกิจฺจ ปวตฺตวจเนน ปุจฺฉิตา, ตสฺมา เต เทฺว ปญฺหาติ. เอกโต อุปริ พหูติ หิ สาสนโวหาโร, ตเมว ปุจฺฉาย ทุวิธตฺถวิสยตํ วิวริตุํ ‘‘เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – ยาหิ ญาติพฺยสนาทิสงฺขาตาหิ ปาณวธาทีหิ เอว วา ทุคฺคติเหตุภูตาหิ อาปทาหิ สมํ สห, สพฺพถา วา อยํ โลโก อาปนฺโน อชฺโฌตฺถโฏ. ตํนิมิตฺเตหิ ทสหิ กิเลสวตฺถูหิ สํกิลิฏฺโฐ จ, ตสฺส ตํ อาปนฺนาการํ สํกิลิฏฺฐาการญฺจ พุทฺธิยํ กตฺวา อาห – ‘‘เอวํ สมาปนฺนสฺส เอวํ สํกิลิฏฺฐสฺสา’’ติ. โวทายติ สุชฺฌติ เอเตนาติ โวทานํ, สมถวิปสฺสนา. วุฏฺฐาติ เอเตน นิมิตฺตโต ปวตฺตโต จาติ วุฏฺฐานํ, อริยมคฺโค.
อสมาหิตสฺสาติ นานารมฺมเณสุ วิกฺขิตฺตจิตฺตสฺส. สวนฺตีติ ปวตฺตนฺติ. อภิชฺฌาติอาทิ อสมาธานเหตุทสฺสนํ. เตเนวาห – ‘‘เอวํ อสมาหิตสฺสา’’ติ. ‘‘ยถาห ภควา’’ติอาทินา อิธาปิ อนุคีติวิจยํ ทสฺเสติ. โสตานํ สวนํ เยภุยฺเยน อนุโรธวเสเนวาติ อาห – ‘‘สวติ มนาปิเกสุ รูเปสู’’ติ. เอตฺถ จ จกฺขาทโย โสตานํ ทฺวารภาเวน ปวตฺตมานา อุปจารวเสน สยํ สวนฺตา วิย วุตฺตา. อิตีติ เอวํ. สพฺพาติ สพฺพสฺมา. สพฺพถาติ สพฺพปฺปกาเรน. อิทํ โวทานนฺติ อิทํ ‘‘ปริยุฏฺฐานวิฆาต’’นฺติ วุตฺตํ ปริยุฏฺฐานปฺปหานํ โวทานํ.
วิสฺสชฺชนคาถาย สติ เตสํ นิวารณนฺติ วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตา สติ กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสมานา เตสํ โสตานํ นิวารณนฺติ. โสตานํ สํวรํ พฺรูมีติ ตเมว สตึ โสตานํ สํวรํ พฺรูมิ. ปญฺญาเยเต ปิธียเรติ รูปาทีสุ อนิจฺจตาทิปฏิเวธสาธิกาย มคฺคปญฺญาย เอเต โสตา สพฺพโส ปิธิยฺยนฺติ, อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทานวเสน สมุจฺฉิชฺชนฺตีติ อตฺโถ.
นาวิญฺฉตีติ อภิชฺฌาทิปฺปวตฺติทฺวารภาเวน จิตฺตสนฺตานํ, ปุคฺคลํ วา นากฑฺฒติ. อนุสยปฺปหานํ อิธ ปิธานํ อธิปฺเปตนฺติ อาห – ‘‘ปญฺญาย อนุสยา ปหียนฺตี’’ติ. ยสฺมา อนุสยนิมิตฺตํ ปริยุฏฺฐานํ อนุสยาภาเว น โหตีติ อาห ‘‘อนุสเยสู’’ติอาทิ. อิทานิ ตเมวตฺถํ อุปมาย วิภาเวนฺโต ‘‘ตํ ยถา ขนฺธวนฺตสฺสา’’ติอาทิมาห. เอตฺถาปิ โสตานํ นิวารณสงฺขาตํ สํวรํ ปิธานญฺจ อชานนฺเตน ตตฺถ วา สํสยิเตน เอกํสิกตฺตา ธมฺมาธิฏฺฐานา ปุจฺฉา กตาติ อิธ ปุจฺฉาวิจโย วุตฺตนเยเนว วิสฺสชฺชนวิจโย จ เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ เยน อธิปฺปาเยน ‘‘เกนสฺสุ นิวุโต โลโก’’ติ คาถาย (สุ. นิ. ๑๐๓๘; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๕๗, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑; เนตฺติ. ๔๕) สติปิ นิวารณาทีนํ จตุนฺนํ ปุจฺฉิตพฺพภาเว เอโก ปโญฺหติ วุตฺตํ. เตน ตาว โสตานํเยว สํวโร ปิธานญฺจ ปุจฺฉิตนฺติ โสเต เอกตฺถวเสน คเหตฺวา ปุจฺฉาย เอกาธิฏฺฐานภาวโต เอโก ปโญฺหติ วตฺตพฺพํ สิยา. โสตานํ วา พหุภาวโต พหูติ ยตฺตกา โสตา, ตตฺตกา ปญฺหาติ. เยน ปน อธิปฺปาเยน ‘‘สวนฺติ สพฺพธิ โสตา’’ติ คาถายํ (สุ. นิ. ๑๐๔๐; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๕๙, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๓; เนตฺติ. ๔๕) โสเต อนามสิตฺวา สํวรปิธานานํ วเสน ‘‘เทฺว ปญฺหา’’ติ วุตฺตํ. เตน ปฐมคาถายํ สติปิ นิวารณาทีนํ โลกาธารภาเว โลกํ อนามสิตฺวา นิวารณาทีนํ วิภาเคน จตฺตาโร ปญฺหาติปิ วตฺตพฺพนฺติ อยํ นโย ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
อิทานิ ยสฺมา ปุจฺฉนฺโต น เกวลํ ปุพฺเพ อตฺตนา รจิตนิยาเมเนว ปุจฺฉติ, อถ โข เทสนากาเล วุตฺตธมฺมสฺส อนุสนฺธึ คเหตฺวาปิ ปุจฺฉติ, ตสฺมา ตสฺส อนุสนฺธึ ปุจฺฉาย วิเจตพฺพาการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยานิ โสตานี’’ติ คาถาย อนนฺตรํ ‘‘ปญฺญา เจว สติ จา’’ติ คาถมาห. ตสฺสายํ สงฺเขปตฺโถ – ยายํ ภควตา วุตฺตา ปญฺญา, ยา จ สติ ยญฺจ ตทวเสสํ นามรูปํ, เอตํ สพฺพมฺปิ กตฺถ นิรุชฺฌติ, เอตํ เม ปุฏฺโฐ ปพฺรูหีติ.
วิสฺสชฺชนคาถายํ ปนสฺส ยสฺมา ปญฺญาสติโย นาเมเนว สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา ตา วิสุํ น วุตฺตา. อยญฺเจตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ยํ มํ ตฺวํ, อชิต, เอตํ ปญฺหํ อปุจฺฉิ – ‘‘กตฺเถตํ อุปรุชฺฌตี’’ติ อนนฺตรคาถายํ (สุ. นิ. ๑๐๔๒; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๖๑, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๕; เนตฺติ. ๑๑, ๔๕), ยตฺถ ตํ อเสสํ อุปรุชฺฌติ, ตํ เต วทามิ. ตสฺส ตสฺส หิ วิญฺญาณสฺส นิโรเธน สเหว อปุพฺพํ อจริมํ เอตฺเถตํ อุปรุชฺฌติ, เอตฺเถว วิญฺญาณสฺส นิโรเธน นิรุชฺฌติ, เอตํ วิญฺญาณนิโรธํ ตสฺส นิโรโธ นาติวตฺตตีติ วุตฺตํ โหตีติ. อยํ ปเญฺห อนุสนฺธึ ปุจฺฉตีติ อนนฺตรคาถายํ โสตานํ ปริยุฏฺฐานานุสยปฺปหานกิจฺเจน สทฺธึ สติ ปญฺญา จ วุตฺตา, ตํ สุตฺวา ตปฺปหาเน ปญฺญาสตีสุ ติฏฺฐนฺตีสุ ตาสํ สนฺนิสฺสเยน นามรูเปน ภวิตพฺพํ, ตถา จ สติ วฏฺฏติ เอว. กตฺถ นุ โข อิมาสํ สนิสฺสยานํ ปญฺญาสตีนํ อเสสนิโรโธติ อิมินา อธิปฺปาเยน อยํ ปุจฺฉา กตาติ อาห – ‘‘อยํ ปเญฺห…เป… ธาตุ’’นฺติ. ตตฺถ อนุสนฺธียติ เทสนา เอตายาติ อนุสนฺธิ.
ยาย ปฏิปทาย อนุปาทิเสสํ นิพฺพานธาตุํ อธิคจฺฉนฺติ, ตํ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาวนาสงฺขาตํ ปฏิปทํ สห วิสเยน ทสฺเสตุํ ‘‘ตีณิ จ สจฺจานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สงฺขตานีติ สเมจฺจ สมฺภูย ปจฺจเยหิ กตานีติ สงฺขตานิ. นิโรธธมฺมานีติ นิรุชฺฌนสภาวานิ. ทุกฺขํ สมุทโย มคฺโคติ เตสํ สรูปทสฺสนํ. นิโรโธ ปน กถนฺติ อาห ‘‘นิโรโธ อสงฺขโต’’ติ. โส หิ เกนจิ ปจฺจเยน น สงฺขโตติ อสงฺขโต. สห วิสเยน ปหาตพฺพปหายกสภาเวสุ อริยสจฺเจสุ ปหายกวิภาคมุเขน ปหาตพฺพวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ สมุทโย’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ อวิชฺชาวเสสาติ ทสฺสนมคฺเคน ปหีนาวเสสา อวิชฺชาติ อตฺโถ. อยญฺจ เสส-สทฺโท กามจฺฉนฺโท พฺยาปาโท มาโน อุทฺธจฺจนฺติ เอตฺถาปิ โยเชตพฺโพ. ยถา หิ อวิชฺชา, เอวํ เอเตปิ ธมฺมา อปายคมนียสภาวา ปฐมมคฺเคน ปหียนฺติ เอวาติ. ‘‘อวิชฺชานิรวเสสา’’ติปิ ปาโฐ, เอตฺถาปิ ยถาวุตฺเตสุ กามจฺฉนฺทาทิปเทสุปิ นิรวเสส-สทฺโท โยเชตพฺโพ. สาวเสสญฺหิ ปุริมมคฺคทฺวเยน กามจฺฉนฺทาทโย ปหียนฺติ, อิตเรหิ ปน นิรวเสสนฺติ. เตธาตุเก อิมานิ ทส สํโยชนานีติ เอตฺถ เตธาตุเกติ สํโยชนานํ วิสยทสฺสนํ. ตตฺถ หิ ตานิ สํโยชนวเสน ปวตฺตนฺติ.
๑๒. อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ อธิฏฺฐายาติ ตํ ปหายกํ ปตฺวา. ยํ ปนาติ เอตฺถ ยนฺติ เหตุอตฺเถ นิปาโต. อิทํ ขเย ญาณนฺติ เยน ญาเณน เหตุภูเตน ‘‘ขีณา เม ชาตี’’ติ อตฺตโน ชาติยา ขีณภาวํ ชานาติ, อิทํ เอวํ ปจฺจเวกฺขณสฺส นิมิตฺตภูตํ อรหตฺตผลญาณํ ขเย ญาณํ นาม. นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตีติ เอตฺถาปิ ยนฺติ อาเนตพฺพํ ‘‘ยํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตี’’ติ. อิทํ อนุปฺปาเท ญาณนฺติ อิธาปิ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว อรหตฺตผลญาณวเสน อตฺโถ โยเชตพฺโพ. อฏฺฐสาลินิยํ (ธ. ส. อฏฺฐ. จิตฺตุปฺปาทกฺกณฺฑ ๑๓๕-๑๔๒) ปน ‘‘ขเย ญาณํ กิเลสกฺขยกเร อริยมคฺเค ญาณนฺติ วุตฺตํ. อนุปฺปาเท ญาณํ ปฏิสนฺธิวเสน อนุปฺปาทภูเต ตํตํมคฺควชฺฌกิเลสานํ อนุปฺปาทปริโยสาเน อุปฺปนฺเน อริยผเล ญาณ’’นฺติ วุตฺตํ. อิธ ปน อุภยมฺปิ อรหตฺตผลญาณวเสเนว วิภตฺตํ. เตเนวาห – ‘‘อิมานิ เทฺว ญาณานิ อญฺญาตาวินฺทฺริย’’นฺติ, ‘‘อารมฺมณสงฺเกเตน เทฺว นามานิ ลพฺภนฺตี’’ติ จ.
อญฺญินฺทฺริยํ เหฏฺฐิเมสุ ตีสุ ผเลสุ, อุปริเมสุ จ ตีสุ มคฺเคสุ อุปฺปตฺติยา ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชมานมฺปิ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ วิย ปฐมผลุปฺปตฺติยา อคฺคผลุปฺปตฺติยา อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุชฺฌตีติ อาห – ‘‘ยญฺจ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริย’’นฺติอาทิ. เอเตน ปหาตพฺพธมฺมา วิย ทสฺสนภาวนาหิ อคฺคผลุปฺปตฺติยา ตทวเสสผลธมฺมาปิ อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุชฺฌนฺติ. โก ปน วาโท เตภูมกธมฺมานนฺติ ทสฺเสติ, เอกา ปญฺญา อญฺญาตาวินฺทฺริยตฺตา. ยทิ เอกา, กถํ ทฺวิธา วุตฺตาติ อาห ‘‘อปิ จา’’ติอาทิ. อารมฺมณสงฺเกเตนาติ ขเย อนุปฺปาเทติ อิมาย อารมฺมณสมญฺญาย. สา ปชานนฏฺเฐน ปญฺญาติ ยา ปุพฺเพ โสตานํ ปิธานกิจฺจา วุตฺตา ปญฺญา, สา ปชานนสภาเวน ปญฺญา. อิตรา ปน ยถาทิฏฺฐํ ยถาคหิตํ อารมฺมณํ อปิลาปนฏฺเฐน โอคาหนฏฺเฐน สตีติ.
๑๓. เอวํ ‘‘ปญฺญา เจว สติ จา’’ติ ปทสฺส อตฺถํ วิวริตฺวา อิทานิ ‘‘นามรูป’’นฺติ ปทสฺส อตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘ตตฺถ เย ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, อิทํ นามรูป’’นฺติ อาห. นามรูปญฺจ วิภาเคน ทสฺเสนฺโต สุขคฺคหณตฺถํ ปากฏนามรูปเมว วิภาเวตุํ ‘‘ตตฺถ เย’’ติอาทิมาห. ตคฺคหเณเนว หิ สหจรณาทินา ตทญฺเญ จิตฺตเจตสิกา รูปธมฺมา จ คหิตา โหนฺตีติ. นามคฺคหเณน เจตฺถ ขนฺธตฺตยเมว คหิตนฺติ ‘‘นามรูปํ วิญฺญาณสมฺปยุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ ปน รูปํ สมฺปยุตฺตนฺติ? นยิทํ สมฺปยุตฺตปจฺจยวเสน วุตฺตํ. ปจุรชนสฺส ปน อวิภาเคน คหณียสภาวํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
คาถาย อนุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ ปุจฺฉิตาติ ตํ จตุริทฺธิปาทมุเขน อริยมคฺคาธิคเมน ปตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต อิทฺธิปาทภาวนามูลภูตานิ อินฺทฺริยานิ สติปญฺญาหิ นิทฺธาเรตุํ ‘‘ตตฺถ สติ จ ปญฺญา จ จตฺตาริ อินฺทฺริยานี’’ติ อาห. กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวสมานา สติ สิชฺฌนฺตี เอกนฺเตน สมาธึ นิปฺผาเทติ. สติคฺคหเณน เจตฺถ ปริยุฏฺฐานปฺปหานํ อิธาธิปฺเปตนฺติ อาห – ‘‘สติ เทฺว อินฺทฺริยานิ, สตินฺทฺริยญฺจ สมาธินฺทฺริยญฺจา’’ติ. ตถา อนุสยสมุคฺฆาตวิธายินี ปญฺญา สิชฺฌมานา น วินา จตุพฺพิธสมฺมปฺปธานวีริยํ สิชฺฌตีติ วุตฺตํ – ‘‘ปญฺญา เทฺว อินฺทฺริยานิ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ วีริยินฺทฺริยญฺจา’’ติ.
ยา อิเมสุ จตูสุ อินฺทฺริเยสูติ อิเมสุ สติอาทีสุ จตูสุ อินฺทฺริเยสุ นิสฺสยปจฺจยตาย อธิฏฺฐานภูเตสุ ตํสหชาตา เอว ยา สทฺทหนา. ‘‘อิเมหิ จตูหิ อินฺทฺริเยหี’’ติปิ ปาฬิ, ตสฺสา อิเมหิ จตูหิ อินฺทฺริเยหิ สมฺปยุตฺตาติ วจนเสโส, อารมฺมเณ อภิปฺปสาทลกฺขณา สทฺธา กตฺตุกามตาสภาวสฺส ฉนฺทสฺส วิเสสปจฺจโย โหตีติ อาห – ‘‘ยา สทฺธาธิปเตยฺยา จิตฺเตกคฺคตา, อยํ ฉนฺทสมาธี’’ติ. สมาหิเต จิตฺเตติ วิปสฺสนาสมาธินา สมาหิเต จิตฺเต. อิทํ ปหานนฺติ วิกฺขมฺภนปฺปหานสาธโก สมาธิ ปหานนฺติ วุตฺโต ปชหติ เอเตนาติ กตฺวา. ‘‘ปธาน’’นฺติปิ ปาโฐ, อคฺโคติ อตฺโถ. ตถา หิ ‘‘สมาธิ เอโกที’’ติ วุจฺจติ.
‘‘อสฺสาสปสฺสาสา’’ติอาทินา กายวจีจิตฺตสงฺขารสีเสน ตํสมุฏฺฐาปกา วีริยสงฺขาราว คหิตา. เต หิ ยาว ภาวนานิปฺผตฺติ ตาว เอกรเสน สรณโต สงฺกปฺเปตพฺพโต จ สรสงฺกปฺปา’’ติ วุตฺตา ‘‘เอวํ เม ภาวนา โหตู’’ติ ยถา อิจฺฉิตา, ตถา ปวตฺติยา เหตุภาวโต. ตทุภยนฺติ ฉนฺทสมาธิสงฺขาตญฺจ ปธานสงฺขารสงฺขาตญฺจ วีริยนฺติ ตํ อุภยํ. อุภยเมว หิ อุปจารวเสน อญฺญํ วิย กตฺวา ‘‘ฉนฺทสมาธิปฺปธานสงฺขารสมนฺนาคตํ อิทฺธิปาท’’นฺติ วุตฺตํ. อภินฺนมฺปิ หิ อุปจารวเสน ภินฺนํ วิย กตฺวา โวหรนฺติ, ยถา ‘‘สิลาปุตฺตกสฺส สรีร’’นฺติ.
ตตฺถ อิชฺฌตีติ อิทฺธิ, สมิชฺฌติ นิปฺผชฺชตีติ อตฺโถ. อิชฺฌนฺติ วา ตาย สตฺตา อิทฺธา วุทฺธา อุกฺกํสคตา โหนฺตีติ อิทฺธิ, ปชฺชติ เอเตนาติ ปาโท, ปฐเมน อตฺเถน อิทฺธิ เอว ปาโท อิทฺธิปาโท, อิทฺธิโกฏฺฐาโสติ อตฺโถ. ทุติเยน อตฺเถน อิทฺธิยา ปาโท ปติฏฺฐา อธิคมูปาโยติ อิทฺธิปาโท. เตน หิ อุปรูปริวิเสสสงฺขาตํ อิทฺธึ ปชฺชนฺติ ปาปุณนฺติ. วิเวกนิสฺสิตนฺติ ตทงฺควิเวกนิสฺสิตํ สมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสิตํ นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตญฺจ อิทฺธิปาทํ ภาเวตีติ อตฺโถ. ตถา หิ อยํ อิทฺธิปาทภาวนานุยุตฺโต โยคี วิปสฺสนากฺขเณ กิจฺจโต ตทงฺควิเวกนิสฺสิตํ อชฺฌาสยโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตํ. มคฺคกฺขเณ ปน กิจฺจโต สมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสิตํ อารมฺมณโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตํ อิทฺธิปาทํ ภาเวตีติ. เอส นโย วิราคนิสฺสิตนฺติอาทีสุ.
วิเวกตฺตา เอว หิ วิราคาทโย, เกวลญฺเจตฺถ โวสฺสคฺโค ทุวิโธ ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค จ ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค จาติ. ตตฺถ ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค วิปสฺสนากฺขเณ ตทงฺควเสน, มคฺคกฺขเณ สมุจฺเฉทวเสน กิเลสปฺปหานํ. ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค วิปสฺสนากฺขเณ ตนฺนินฺนภาเวน, มคฺคกฺขเณ อารมฺมณกรณวเสน นิพฺพานปกฺขนฺทนํ. ตทุภยมฺปิ อิมสฺมึ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสเก อตฺถสํวณฺณนานเย ยุชฺชติ. ตถา หิ อยํ ปฐมิทฺธิปาโท ยถาวุตฺเตน ปกาเรน กิเลเส ปริจฺจชติ นิพฺพานญฺจ ปกฺขนฺทติ. โวสฺสคฺคปริณามินฺติ อิมินา ปน วจเนน โวสฺสคฺคตฺถํ ปริณมนฺตํ ปริณตญฺจ ปริปจฺจนฺตํ ปริปกฺกญฺจาติ อตฺโถ. อยญฺหิ อิทฺธิปาทภาวนานุยุตฺโต โยคี ยถา ปฐโม อิทฺธิปาโท กิเลสปริจฺจาคโวสฺสคฺคตฺถํ นิพฺพานปกฺขนฺทนโวสฺสคฺคตฺถญฺจ ปริปจฺจติ, ยถา จ ปริปกฺโก โหติ, ตถา นํ ภาเวตีติ. เสสิทฺธิปาเทสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – ยถา ฉนฺทํ เชฏฺฐกํ กตฺวา ปวตฺติโต สมาธิ ฉนฺทสมาธิ. เอวํ วีริยํ จิตฺตํ วีมํสํ เชฏฺฐกํ กตฺวา ปวตฺติโต สมาธิ วีมํสาสมาธีติ.
๑๔. น เกวลํ จตุตฺถอิทฺธิปาโท เอว สมาธิญาณมูลโก, อถ โข สพฺโพปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺโพ สมาธิ ญาณมูลโก ญาณปุพฺพงฺคโม ญาณานุปริวตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ กสฺมา โส เอว วีมํสาสมาธีติ วุตฺโตติ? วีมํสํ เชฏฺฐกํ กตฺวา ปวตฺติตตฺตาติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ตตฺถ ปุพฺพภาคปญฺญาย ญาณมูลโก. อธิคมปญฺญาย ญาณปุพฺพงฺคโม. ปจฺจเวกฺขณปญฺญาย ญาณานุปริวตฺติ. อถ วา ปุพฺพภาคปญฺญาย ญาณมูลโก. อุปจารปญฺญาย ญาณปุพฺพงฺคโม. อปฺปนาปญฺญาย ญาณานุปริวตฺติ. อุปจารปญฺญาย วา ญาณมูลโก. อปฺปนาปญฺญาย ญาณปุพฺพงฺคโม. อภิญฺญาปญฺญาย ญาณานุปริวตฺตีติ เวทิตพฺพํ.
ยถา ปุเรติ ยถา สมาธิสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณานุปริวตฺติภาเวน ปุเร ปุพฺเพ อตีตาสุ ชาตีสุ อสงฺเขฺยยฺเยสุปิ สํวฏฺฏวิวฏฺเฏสุ อตฺตโน ปเรสญฺจ ขนฺธํ ขนฺธูปนิพทฺธญฺจ ทุปฺปฏิวิชฺฌํ นาม นตฺถิ, ตถา ปจฺฉา สมาธิสฺส อนาคตํสญาณานุปริวตฺติภาเวน อนาคตาสุ ชาตีสุ อสงฺเขฺยยฺเยสุปิ สํวฏฺฏวิวฏฺเฏสุ อตฺตโน ปเรสญฺจ ขนฺธํ ขนฺธูปนิพทฺธญฺจ ทุปฺปฏิวิชฺฌํ นาม นตฺถีติ อตฺโถ.
ยถา ปจฺฉาติ ยถา สมาธิสฺส เจโตปริยญาณานุปริวตฺติภาเวน อนาคเตสุ สตฺตสุ ทิวเสสุ ปรสตฺตานํ จิตฺตํ ทุปฺปฏิวิชฺฌํ นาม นตฺถิ, ตถา ปุเร อตีเตสุ สตฺตสุ ทิวเสสุ ปรสตฺตานํ จิตฺตํ ทุปฺปฏิวิชฺฌํ นาม นตฺถีติ อตฺโถ. ยถา ทิวาติ ยถา ทิวสภาเค สูริยาโลเกน อนฺธการสฺส วิธมิตตฺตา จกฺขุมนฺตานํ สตฺตานํ อาปาถคตํ จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปํ สุวิญฺเญยฺยํ. ตถา รตฺตินฺติ ตถา รตฺติภาเค จตุรงฺคสมนฺนาคเตปิ อนฺธกาเร วตฺตมาเน สมาธิสฺส ทิพฺพจกฺขุญาณานุปริวตฺติตาย ทุปฺปฏิวิชฺฌํ รูปายตนํ นตฺถิ.
ยถา รตฺตึ ตถา ทิวาติ ยถา จ รตฺติยํ ตถา ทิวาปิ อติสุขุมํ เกนจิ ติโรหิตํ ยญฺจ อติทูเร, ตํ สพฺพรูปํ ทุปฺปฏิวิชฺฌํ นาม นตฺถิ. ยถา จ รูปายตเน วุตฺตํ, ตถา สมาธิสฺส ทิพฺพโสตญาณานุปริวตฺติตาย สทฺทายตเน จ เนตพฺพํ. เตเนวาห ‘‘อิติ วิวเฏน เจตสา’’ติอาทิ. ตตฺถ อปริโยนทฺเธนาติ อภิญฺญาญาณสฺส ปาริพนฺธกกิเลเสหิ อนชฺโฌตฺถเฏน, อปริโยนทฺธตฺตา เอว สปฺปภาสํ จิตฺตํ. เอเตเนว สมาธิสฺส อิทฺธิวิธญาณานุปริวตฺติตาปิ วุตฺตา เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปญฺจินฺทฺริยานีติ อิทฺธิปาทสมฺปยุตฺตานิ เสกฺขสฺส ปญฺจินฺทฺริยานิ อธิปฺเปตานีติ อาห ‘‘กุสลานี’’ติ. จิตฺตสหภูนีติอาทิ เตสํ วิญฺญาณนิโรเธน นิโรธทสฺสนตฺถํ อารทฺธํ. ตถา ‘‘นามรูปญฺจา’’ติอาทิ. เตเนตํ ทสฺเสติ ‘‘น เกวลํ ปญฺจินฺทฺริยานิ เอว, อถ โข นามรูปญฺจ วิญฺญาณเหตุกํ วิญฺญาณสฺส นิโรธา นิรุชฺฌตี’’ติ.
ตสฺสาติ วิญฺญาณสฺส. เหตูติ ตณฺหาอวิชฺชาทิโก. อนาหารนฺติ ปทสฺส อตฺถวิวรณํ. อนภินนฺทิตนฺติ อภินนฺทนภูตาย ตณฺหาย ปหีนตฺตา เอว อปตฺถิตํ. ตโต เอว อปฺปฏิสนฺธิกํ วิญฺญาณํ ตํ นิรุชฺฌติ. ยถา จ วิญฺญาณํ, เอวํ นามรูปมฺปิ วิญฺญาณสงฺขาตสฺส เหตุโน ปจฺจยสฺส จ อภาวา ตปฺปจฺจยานํ สงฺขาราทีนํ อภาวา อเหตุ อปฺปจฺจยํ. เสสํ ปากฏเมว. ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวิจโยปิ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺโพ.
เอวํ อนุสนฺธิปุจฺฉมฺปิ ทสฺเสตฺวา เหฏฺฐา สตฺตาธิฏฺฐานา ธมฺมาธิฏฺฐานา จ ปุจฺฉา วิสุํ วิสุํ ทสฺสิตาติ อิทานิ ตา สห ทสฺเสตุํ ‘‘เย จ สงฺขาตธมฺมาเส’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถายํ ปทตฺโถ – สงฺขาตธมฺมาติ อนิจฺจาทิวเสน ปริวีมํสิตธมฺมา, อรหตํ เอตํ อธิวจนํ. เสกฺขาติ สีลาทีนิ สิกฺขมานา อวเสสา อริยปุคฺคลา. ปุถูติ พหู สตฺตชนา. เตสํ เม นิปโก อิริยํ, ปุฏฺโฐ ปพฺรูหีติ เตสํ เสขาเสขานํ นิปโก ปณฺฑิโต ตฺวํ ภควา ปฏิปตฺตึ ปุฏฺโฐ เม พฺรูหีติ. เสสํ ปาฬิวเสเนว วิญฺญายติ.
๑๕. กิสฺสาติ กิสฺส เหตุ, เกน การเณนาติ อตฺโถ. เสขาเสขวิปสฺสนา ปุพฺพงฺคมปฺปหานโยเคนาติ เสเข อเสเข วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมปฺปหาเน จ ปุจฺฉนโยเคน, ปุจฺฉาวิธินาติ อตฺโถ.
วิสฺสชฺชนคาถายํ กาเมสุ นาภิคิชฺเฌยฺยาติ วตฺถุกาเมสุ กิเลสกาเมน น อภิคิชฺเฌยฺย. มนสานาวิโล สิยาติ พฺยาปาทวิตกฺกาทโย กายทุจฺจริตาทโย จ มนโส อาวิลภาวกเร ธมฺเม ปชหนฺโต จิตฺเตน อนาวิโล ภเวยฺย. ยสฺมา ปน อเสกฺโข อนิจฺจตาทิวเสน สพฺพธมฺมานํ ปริตุลิตตฺตา กุสโล สพฺพธมฺเมสุ กายานุปสฺสนาสติอาทีหิ จ สโต สพฺพกิเลสานํ ภินฺนตฺตา อุตฺตมภิกฺขุภาวํ ปตฺโต จ หุตฺวา สพฺพอิริยาปเถสุ ปวตฺตติ, ตสฺมา ‘‘กุสโล…เป… ปริพฺพเช’’ติ อาหาติ อยํ สงฺเขปตฺโถ.
ตตฺถ ยํ ปุจฺฉาคาถายํ ‘‘นิปโก’’ติ ปทํ วุตฺตํ, ตํ ภควนฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ, ภควโต จ เนปกฺกํ อุกฺกํสปารมิปฺปตฺตํ อนาวรณญาณทสฺสเนน ทีเปตพฺพนฺติ อนาวรณญาณํ ตาว กมฺมทฺวารเภเทหิ วิภชิตฺวา เสขาเสขปฏิปทํ ทสฺเสตุํ ‘‘ภควโต สพฺพํ กายกมฺม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เตน สพฺพตฺถ อปฺปฏิหตญาณทสฺสเนน ตถาคตสฺส เสขาเสขปฏิปตฺติเทสนาโกสลฺลเมว วิภาเวติ. ตตฺถ โก จาติ กฺว จ, กสฺมึ วิสเยติ อตฺโถ. ตํ วิสยํ ทสฺเสติ ‘‘ยํ อนิจฺเจ ทุกฺเข อนตฺตนิ จา’’ติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ญาณทสฺสนํ นาม อุปฺปชฺชมานํ ‘‘สพฺพํ สงฺขตํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา’’ติ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปน ตสฺมึ วิสเย เยน อปฺปวตฺติ, โส ปฏิฆาโตติ, เอเตน ลกฺขณตฺตยปฺปฏิเวธสฺส ทุรภิสมฺภวตํ อนญฺญสาธารณตญฺจ ทสฺเสติ. ลกฺขณตฺตยวิภาวเนน หิ ภควโต จตุสจฺจปฺปฏิเวธํ สมฺมาสมฺโพธิญฺจ ปณฺฑิตา ปฏิชานนฺติ.
อญฺญาณํ อทสฺสนนฺติ ตํ ปฏิฆาตํ สรูปโต ทสฺเสติ. ฉฬารมฺมณสภาวปฺปฏิจฺฉาทโก หิ สมฺโมโห ญาณทสฺสนสฺส ปฏิฆาโตติ. ยสฺมึ วิสเย ญาณทสฺสนํ อุปฺปตฺติรหํ, ตตฺเถว ตสฺส ปฏิฆาเตน ภวิตพฺพนฺติ อาห – ‘‘ยํ อนิจฺเจ ทุกฺเข อนตฺตนิ จา’’ติ. ยถา อิธ ปุริโสติอาทิ อุปมาทสฺสนํ. ตตฺริทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ปุริโส วิย สพฺโพ โลโก, ตารกรูปานิ วิย ฉ อารมฺมณานิ, ตสฺส ปุริสสฺส ตารกรูปานํ ทสฺสนํ วิย โลกสฺส จกฺขุวิญฺญาณาทีหิ ยถารหํ ฉฬารมฺมณชานนํ, ตสฺส ปุริสสฺส ตารกรูปานิ ปสฺสนฺตสฺสาปิ ‘‘เอตฺตกานิ สตานิ, เอตฺตกานิ สหสฺสานี’’ติอาทินา คณนสงฺเกเตน อชานนํ วิย โลกสฺส รูปาทิอารมฺมณํ กถญฺจิ ชานนฺตสฺสาปิ อนิจฺจาทิลกฺขณตฺตยานวโพโธติ. เสสํ ปากฏเมว.
อิทานิ เยหิ ปเทหิ ภควตา อายสฺมโต อชิตสฺส เสขาเสขปฏิปทา วุตฺตา, เตสํ ปทานํ อตฺถํ วิภชิตุํ ‘‘ตตฺถ เสเขนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ นิปาตมตฺตํ, ตสฺมึ วา วิสฺสชฺชเน. เสเขนาติ สิกฺขา เอตสฺส สีลนฺติ เสโข, เตน เสเขน. ทฺวีสุ ธมฺเมสูติ ทุวิเธสุ ธมฺเมสูติ อธิปฺปาโย. ปริยุฏฺฐานีเยสูติ โทเสน ปริยุฏฺฐิเตน ยตฺถ ปริวตฺติตพฺพํ, เตสุ อาฆาตวตฺถูสูติ อตฺโถ. ‘‘ปฏิฆฏฺฐานีเยสู’’ติปิ ปาโฐ, โสเยวตฺโถ.
เอตฺถ จ เคธปฏิเสธโจทนายํ เคธนิมิตฺโต โทโส เคเธ สติ โหตีติ ตโตปิ จิตฺตสฺส รกฺขิตพฺพตา นิทฺธาเรตฺวา วุตฺตา. ยสฺมา ปน ภควตา ‘‘กาเมสุ นาภิคิชฺเฌยฺยา’’ติ (สุ. นิ. ๑๐๔๕; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๖๔, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘; เนตฺติ. ๑๕-๑๗) วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘ตตฺถ ยา อิจฺฉา’’ติอาทินา เคธวเสน นิทฺเทโส กโต. อถ วา โทสโต จิตฺตสฺส รกฺขิตพฺพตา คาถาย ทุติยปาเทน วุตฺตาเยวาติ ทฏฺฐพฺพา. ทุติยปาเทน หิ เสสกิเลสโวทานธมฺมา ทสฺสิตา. ตถา หิ อุปฺปนฺนานุปฺปนฺนเภทโต สมฺมาวายามสฺส วิสยภาเวน สพฺเพ สํกิเลสโวทานธมฺเม จตุธา วิภชิตฺวา สมฺมปฺปธานมุเขน เสขปฏิปทํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เสโข อภิคิชฺฌนฺโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อนาวิลสงฺกปฺโปติ อาวิลานํ กามสงฺกปฺปาทีนํ อภาเวน อนาวิลสงฺกปฺโป. ตโต เอว จ อนภิคิชฺฌนฺโต วายมติ, วีริยํ ปวตฺเตติ. กถํ วายมตีติ อาห – ‘‘โส อนุปฺปนฺนาน’’นฺติอาทิ.
ตตฺถ โสติ อุตฺตริวิเสสตฺถาย ปฏิปชฺชมาโน เสกฺโข. อนุปฺปนฺนานนฺติ อนิพฺพตฺตานํ. ปาปกานนฺติ ลามกานํ. อกุสลานํ ธมฺมานนฺติ อโกสลฺลสมฺภูตานํ ธมฺมานํ. อนุปฺปาทายาติ น อุปฺปาทนตฺถาย. ฉนฺทํ ชเนตีติ กตฺตุกมฺยตาสงฺขาตํ กุสลจฺฉนฺทํ อุปฺปาเทติ. วายมตีติ ปโยคปรกฺกมํ กโรติ. วีริยํ อารภตีติ กายิกเจตสิกวีริยํ กโรติ. จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ เตเนว สหชาตวีริเยน จิตฺตํ อุกฺขิปติ. ปทหตีติ ปธานวีริยํ กโรติ. วายมตีติอาทีนิ ปน จตฺตาริ ปทานิ อาเสวนาภาวนาพหุลีกมฺมสาตจฺจกิริยาหิ โยเชตพฺพานิ. อุปฺปนฺนานํ ปาปกานนฺติ อนุปฺปนฺนาติ อวตฺตพฺพตํ อาปนฺนานํ ปาปธมฺมานํ. ปหานายาติ ปชหนตฺถาย. อนุปฺปนฺนานํ กุสลานนฺติ อนิพฺพตฺตานํ โกสลฺลสมฺภูตานํ ธมฺมานํ. อุปฺปาทายาติ อุปฺปาทนตฺถาย. อุปฺปนฺนานนฺติ นิพฺพตฺตานํ. ฐิติยาติ ฐิตตฺถํ. อสมฺโมสายาติ อนสฺสนตฺถํ. ภิยฺโยภาวายาติ ปุนปฺปุนํ ภาวาย. เวปุลฺลายาติ วิปุลภาวาย. ภาวนายาติ วฑฺฒิยา. ปาริปูริยาติ ปริปูรณตฺถายาติ อยํ ตาว ปทตฺโถ.
๑๖. ‘‘กตเม อนุปฺปนฺนา’’ติอาทิ อกุสลธมฺมา กุสลธมฺมา จ ยาทิสา อนุปฺปนฺนา ยาทิสา จ อุปฺปนฺนา, เต ทสฺเสตุํ อารทฺธํ. ตตฺถ อิเม อนุปฺปนฺนาติ อิเม กามวิตกฺกาทโย อสมุทาจารวเสน วา อนนุภูตารมฺมณวเสน วา อนุปฺปนฺนา นาม. อญฺญถา หิ อนมตคฺเค สํสาเร อนุปฺปนฺนา นาม อกุสลา ธมฺมา นตฺถิ. วิตกฺกตฺตยคฺคหณญฺเจตฺถ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. อกุสลมูลานีติ อนุสยา เอว สพฺเพสํ อกุสลานํ มูลภาวโต เอวํ วุตฺตา, น โลภาทโย เอว. อิเม อุปฺปนฺนา อนุสยา ภูมิลทฺธุปฺปนฺนา อสมุคฺฆาฏิตุปฺปนฺนาติอาทิอุปฺปนฺนปริยายสพฺภาวโต นามวเสน อุปฺปนฺนา นาม, น วตฺตมานภาเวนาติ อตฺโถ. อิเม อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมาติ อิเม โสตาปนฺนสฺส สทฺธาทโย โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา นาม, โก ปน วาโท ปุถุชฺชนานนฺติ ทสฺเสติ. กุสลสทฺโท เจตฺถ พาหิติกสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๕๘ อาทโย) วิย อนวชฺชปริยาโย ทฏฺฐพฺโพ. อิเม อุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมาติ อิเม ปฐมมคฺเค สทฺธาทโย โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส อุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมา นาม.
สติปฏฺฐานภาวนาย สุนิคฺคหิโต กามวิตกฺโกติ อาห – ‘‘เยน กามวิตกฺกํ วาเรติ, อิทํ สตินฺทฺริย’’นฺติ. อนวชฺชสุขปทฏฺฐาเนน อวิกฺเขเปน เจโตทุกฺขสนฺนิสฺสโย วิกฺเขปปจฺจโย พฺยาปาทวิตกฺโก สุนิคฺคหิโตติ วุตฺตํ – ‘‘เยน พฺยาปาทวิตกฺกํ วาเรติ, อิทํ สมาธินฺทฺริย’’นฺติ. กุสเลสุ ธมฺเมสุ อารทฺธวีริโย ปราปราธํ สุเขน สหตีติ วีริเยน วิหึสาวิตกฺโก สุนิคฺคหิโตติ อาห – ‘‘เยน วิหึสาวิตกฺกํ วาเรติ, อิทํ วีริยินฺทฺริย’’นฺติ. สมาธิอาทีนมฺปิ ยถาสกํปฏิปกฺขปฺปหานํ ปญฺญวนฺตสฺเสว อิชฺฌตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘เยน อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน’’ติอาทิ.
เอเตสํ ยถานิทฺธาริตานํ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ สวิสเย เชฏฺฐกภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สทฺธินฺทฺริยํ กตฺถ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. อิเมสญฺจ สทฺธาทีนํ เสขานํ อินฺทฺริยานํ นิพฺพตฺติยา สพฺเพปิ เสขา ธมฺมา มตฺถกปฺปตฺตา โหนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ เสโข’’ติอาทินา เสขปฏิปทํ นิคเมติ.
๑๗. เอวํ เสขปฏิปทํ วิภชิตฺวา อิทานิ อเสขปฏิปทํ วิภชิตุํ ‘‘กุสโล สพฺพธมฺมาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺพธมฺมานนฺติ อิมินา ปเทน วุตฺตธมฺเม ตาว วิภชิตฺวา ตตฺถ อเสกฺขสฺส โกสลฺลํ ทสฺเสตุํ ‘‘โลโก นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ วุตฺตตฺถเมว. กิเลสโลเกน ภวโลโก สมุทาคจฺฉตีติ กามาวจรธมฺมํ นิสฺสาย รูปารูปาวจรธมฺเม สมุทาคเมตีติ อตฺโถ. โสติ โส มหคฺคตธมฺเมสุ, ปริตฺตมหคฺคตธมฺเมสุ วา ฐิโต. อินฺทฺริยานิ นิพฺพตฺเตตีติ สีลสมาธโย นิพฺเพธภาคิเย กตฺวา วิมุตฺติปริปาจนียานิ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ อุปฺปาเทติ. อินฺทฺริเยสุ ภาวิยมาเนสูติ ยถาวุตฺตอินฺทฺริเยสุ วฑฺฒิยมาเนสุ รูปารูปปริคฺคหาทิวเสน เนยฺยสฺส ปริญฺญา ภวติ.
ทสฺสนปริญฺญาติ ญาตปริญฺญา. ภาวนาปริญฺญาติ ตีรณปริญฺญา ปหานปริญฺญา จ. ‘‘สา ทุวิเธนา’’ติอาทินา สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ ‘‘ยทา หิ เสโข’’ติอาทินา วิวรติ. ตตฺถ ‘‘นิพฺพิทาสหคเตหิ สญฺญามนสิกาเรหี’’ติ อิมินา พลววิปสฺสนํ ทสฺเสติ. ยทา หิ เสโขติ เจตฺถ สิกฺขนสีลตาย กลฺยาณปุถุชฺชโนปิ เสขปเทน สงฺคหิโตติ กตฺวา ‘‘เทฺว ธมฺมา โกสลฺลํ คจฺฉนฺติ ทสฺสนโกสลฺลญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – ยทา กลฺยาณปุถุชฺชโน ปุพฺพภาคสิกฺขํ สิกฺขนฺโต นิพฺพิทาสหคเตหิ สญฺญามนสิกาเรหิ เญยฺยํ ปริชานาติ, ตทา ตสฺส เต วิปสฺสนาธมฺมา ทสฺสนโกสลฺลํ ปฐมมคฺคญาณํ คจฺฉนฺติ สมฺปาปุณนฺติ เตน สทฺธึ ฆเฏนฺติ. ยทา ปน โสตาปนฺนาทิเสโข วุตฺตนเยน เนยฺยํ ปริชานาติ, ตทา ตสฺส เต วิปสฺสนาธมฺมา ภาวนาโกสลฺลํ คจฺฉนฺตีติ.
ตํ ญาณนฺติ ยา ปุพฺเพ เนยฺยสฺส ปริญฺญา วุตฺตา, ตํ เนยฺยปริชานนญาณํ. ปญฺจวิเธน เวทิตพฺพนฺติ วิสยเภเทน ตสฺส เภทํ ทสฺเสติ. ธมฺมานํ สลกฺขเณ ญาณนฺติ รูปารูปธมฺมานํ กกฺขฬผุสนาทิสลกฺขเณ ญาณํ. ตํ ปน ยสฺมา สพฺพํ เนยฺยํ เหตุเหตุผลเภทโต ทุวิธเมว โหติ, ตสฺมา ‘‘ธมฺมปฏิสมฺภิทา จ อตฺถปฏิสมฺภิทา จา’’ติ นิทฺทิฏฺฐํ.
ปริญฺญาติ ตีรณปริญฺญา อธิปฺเปตา. ยสฺมา ปนสฺส รูปารูปธมฺเม สลกฺขณโต ปจฺจยโต จ อภิชานิตฺวา กุสลาทิวิภาเคหิ เต ปริคฺคเหตฺวา อนิจฺจาทิวเสน ชานนา โหติ, ตสฺมา ‘‘เอวํ อภิชานิตฺวา ยา ปริชานนา, อิทํ กุสล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอวํคหิตาติ เอวํ อนิจฺจาทิโต กลาปสมฺมสนาทิวเสน คหิตา สมฺมสิตา. อิทํ ผลํ นิพฺพตฺเตนฺตีติ อิทํ อุทยพฺพยญาณาทิกํ ผลํ ปฏิปาฏิยา อุปฺปาเทนฺติ, นิมิตฺตสฺส กตฺตุภาเวน อุปจรณโต ยถา อริยภาวกรานิ สจฺจานิ อริยสจฺจานีติ. เตสนฺติ อุทยพฺพยญาณาทีนํ. เอวํคหิตานนฺติ เอวํปวตฺติตานํ. อยํ อตฺโถติ อยํ สจฺจานํ อนุโพธปฏิเวโธ อตฺโถ. ยถา หิ ปริญฺญาปญฺญา สมฺมสิตพฺพธมฺเม สมฺมสนธมฺเม ตตฺถ สมฺมสนาการํ ปริชานาติ, เอวํ สมฺมสนผลมฺปิ ปริชานาตีติ กตฺวา อยํ นโย ทสฺสิโต.
เย อกุสลาติ สมุทยสจฺจมาห. สพฺเพ หิ อกุสลา สมุทยปกฺขิยาติ. เย กุสลาติ มคฺคธมฺมา สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย. ยทิปิ ผลธมฺมาปิ สจฺฉิกาตพฺพา, จตุสจฺจปฺปฏิเวธสฺส ปน อธิปฺเปตตฺตา ‘‘กตเม ธมฺมา สจฺฉิกาตพฺพา, ยํ อสงฺขต’’นฺติ วุตฺตํ. อตฺถกุสโลติ ปจฺจยุปฺปนฺเนสุ อตฺเถสุ กุสโล. ธมฺมกุสโลติ ปจฺจยธมฺเมสุ กุสโล. ปาฬิอตฺถปาฬิธมฺมา วา อตฺถธมฺมา. กลฺยาณตากุสโลติ ยุตฺตตากุสโล, จตุนยโกวิโทติ อตฺโถ, เทสนายุตฺติกุสโล วา. ผลตากุสโลติ ขีณาสวผลกุสโล. ‘‘อายกุสโล’’ติอาทีสุ อาโยติ วฑฺฒิ. สา อนตฺถหานิโต อฏฺฐุปฺปตฺติโต จ ทุวิธา. อปายาติ อวฑฺฒิ. สาปิ อตฺถหานิโต อนฏฺฐุปฺปตฺติโต จ ทุวิธา. อุปาโยติ สตฺตานํ อจฺจายิเก กิจฺเจ วา ภเย วา อุปฺปนฺเน ตสฺส ติกิจฺฉนสมตฺถํ ฐานุปฺปตฺติการณํ, ตตฺถ กุสโลติ อตฺโถ. ขีณาสโว หิ สพฺพโส อวิชฺชาย ปหีนตฺตา ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺโต เอเตสุ อายาทีสุ กุสโลติ. เอวํ อเสขสฺส โกสลฺลํ เอกเทเสน วิภาเวตฺวา ปุน อนวเสสโต ทสฺเสนฺโต ‘‘มหตา โกสลฺเลน สมนฺนาคโต’’ติ อาห.
ปรินิฏฺฐิตสิกฺขสฺส อเสขสฺส สโตการิตาย อญฺญํ ปโยชนํ นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารตฺถ’’นฺติ. อิทานิ ยถานิทฺทิฏฺฐํ เสขาเสขปฏิปทํ นิคเมนฺโต ‘‘อิมา เทฺว จริยา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ โพชฺฌนฺติ พุชฺฌิตพฺพํ. ตํ จตุพฺพิธนฺติ ตํ โพชฺฌํ จตุพฺพิธํ, จตุสจฺจภาวโต. เอวํ ชานาตีติ เอวํ ปริญฺญาภิสมยาทิวเสน โย ชานาติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ อเสโข สติเวปุลฺลปฺปตฺโต นิปฺปริยาเยน ‘‘สโต อภิกฺกมตี’’ติอาทินา วุจฺจตีติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. อิธาปิ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวิจยา ปุพฺเพ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพา.
เอตฺตาวตา จ มหาเถโร วิจยหารํ วิภชนฺโต อชิตสุตฺตวเสน (สุ. นิ. ๑๐๓ อาทโย; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉา ๕๗ อาทโย, อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑ อาทโย) ปุจฺฉาวิจยํ วิสฺสชฺชนวิจยญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สุตฺตนฺตเรสุปิ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนวิจยานํ นยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ ปุจฺฉิตพฺพํ, เอวํ วิสฺสชฺชิตพฺพ’’นฺติ อาห. ตตฺถ เอวนฺติ อิมินา นเยน. ปุจฺฉิตพฺพนฺติ ปุจฺฉา กาตพฺพา, อาจิกฺขิตพฺพา วา, วิเวเจตพฺพาติ อตฺโถ. เอวํ วิสฺสชฺชิตนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สุตฺตสฺส จาติอาทิ อนุคีติวิจยนิทสฺสนํ. อนุคีติ อตฺถโต จ พฺยญฺชนโต จ สมาเนตพฺพาติ สุตฺตนฺตรเทสนาสงฺขาตา อนุคีติ อตฺถโต พฺยญฺชนโต จ สํวณฺณิยมาเนน สุตฺเตน สมานา สทิสี กาตพฺพา, ตสฺมึ วา สุตฺเต สมฺมา อาเนตพฺพา. อตฺถาปคตนฺติ อตฺถโต อเปตํ, อสมฺพนฺธตฺถํ วา ทสทาฬิมาทิวจนํ วิย. เตเนวาห ‘‘สมฺผปฺปลาปํ ภวตี’’ติ. เอเตน อตฺถสฺส สมาเนตพฺพตาย การณมาห. ทุนฺนิกฺขิตฺตสฺสาติ อสมฺมาวุตฺตสฺส. ทุนฺนโยติ ทุกฺเขน เนตพฺโพ, เนตุํ วา อสกฺกุเณยฺโย. พฺยญฺชนุเปตนฺติ สภาวนิรุตฺติสมุเปตํ.
เอวํ อนุคีติวิจยํ ทสฺเสตฺวา นิทฺเทสวาเร ‘‘สุตฺตสฺส โย ปวิจโย’’ติ สํขิตฺเตน วุตฺตมตฺถํ วิภชิตุํ ‘‘สุตฺตญฺจ ปวิจินิตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ตสฺส วิจินนาการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘กึ อิทํ สุตฺตํ อาหจฺจวจน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อาหจฺจวจนนฺติ ภควโต ฐานกรณานิ อาหจฺจ อภิหนฺตฺวา ปวตฺตวจนํ, สมฺมาสมฺพุทฺเธน สามํ เทสิตสุตฺตนฺติ อตฺโถ. อนุสนฺธิวจนนฺติ สาวกภาสิตํ. ตญฺหิ ภควโต วจนํ อนุสนฺเธตฺวา ปวตฺตนโต ‘‘อนุสนฺธิวจน’’นฺติ วุตฺตนฺติ. นีตตฺถนฺติ ยถารุตวเสน ญาตพฺพตฺถํ. เนยฺยตฺถนฺติ นิทฺธาเรตฺวา คเหตพฺพตฺถํ. สํกิเลสภาคิยนฺติอาทีนํ ปทานํ อตฺโถ ปฏฺฐานวารวณฺณนายํ อาวิ ภวิสฺสติ. ยสฺมา ปน ภควโต เทสนา โสฬสวิเธ สาสนปฏฺฐาเน เอกํ ภาคํ อภชนฺตี นาม นตฺถิ, ตสฺมา โสปิ นโย วิเจตพฺพภาเวน อิธ นิกฺขิตฺโต.
กุหึ อิมสฺส สุตฺตสฺสาติ อิมสฺส สุตฺตสฺส กสฺมึ ปเทเส อาทิมชฺฌปริโยสาเนสุ. สพฺพานิ สจฺจานิ ปสฺสิตพฺพานีติ ทุกฺขสจฺจํ สุตฺตสฺส ‘‘กุหึ กสฺมึ ปเทเส กสฺมึ วา ปเท ปสฺสิตพฺพํ นิทฺธาเรตฺวา วิเจตุํ, สมุทยสจฺจํ นิโรธสจฺจํ มคฺคสจฺจํ กุหึ ปสฺสิตพฺพํ ทฏฺฐพฺพํ นิทฺธาเรตฺวา วิเจตุ’’นฺติ เอวํ สพฺพานิ สจฺจานิ อุทฺธริตฺวา วิเจตพฺพานีติ อธิปฺปาโย. อาทิมชฺฌปริโยสาเนติ เอวํ สุตฺตํ ปวิเจตพฺพนฺติ อาทิโต มชฺฌโต ปริโยสานโต จ เอวํ อิมินา ปุจฺฉาวิจยาทินเยน สุตฺตํ ปวิจิตพฺพนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนปุพฺพาปรานุคีติวิจยา ปาฬิยํ สรูเปเนว ทสฺสิตา. อสฺสาทาทิวิจโย ปน สจฺจนิทฺธารณมุเขน นยโต ทสฺสิโต, โส นิทฺเทสวาเร วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ตพฺพิจเยเนว จ ปทวิจโย สิทฺโธติ.
วิจยหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.