๑. เทสนาหารสมฺปาตวณฺณนา

เอวํ สุปริกมฺมกตาย ภูมิยา นานาวณฺณานิ มุตฺตปุปฺผานิ ปกิรนฺโต วิย สุสิกฺขิตสิปฺปาจริยวิจาริเตสุ สุรตฺตสุวณฺณาลงฺกาเรสุ นานาวิธรํสิชาลสมุชฺชลานิ วิวิธานิ มณิรตนานิ พนฺธนฺโต วิย มหาปถวึ ปริวตฺเตตฺวา ปปฺปฏโกชํ ขาทาเปนฺโต วิย โยชนิกมธุคณฺฑํ ปีเฬตฺวา สุมธุรสํ ปาเยนฺโต วิย จ อายสฺมา มหากจฺจาโน นานาสุตฺตปเทเส อุทาหรนฺโต โสฬส หาเร วิภชิตฺวา อิทานิ เต เอกสฺมึเยว สุตฺเต โยเชตฺวา ทสฺเสนฺโต หารสมฺปาตวารํ อารภิ. อารภนฺโต จ ยายํ นิทฺเทสวาเร –

๕๒. ‘‘โสฬส หารา ปฐมํ, ทิสโลจนโต ทิสา วิโลเกตฺวา;

สงฺขิปิย องฺกุเสน หิ, นเยหิ ตีหิ นิทฺทิเส สุตฺต’’นฺติ. –

คาถา วุตฺตา. ยสฺมา ตํ หารวิภงฺควาโร นปฺปโยเชติ, วิปฺปกิณฺณวิสยตฺตา, นยวิจารสฺส จ อนฺตริตตฺตา. อเนเกหิ สุตฺตปเทเสหิ หารานํ วิภาคทสฺสนเมว หิ หารวิภงฺควาโร. หารสมฺปาตวาโร ปน ตํ ปโยเชติ, เอกสฺมึเยว สุตฺตปเทเส โสฬส หาเร โยเชตฺวาว ตทนนฺตรํ นยสมุฏฺฐานสฺส กถิตตฺตา. ตสฺมา ‘‘โสฬส หารา ปฐม’’นฺติ คาถํ ปจฺจามสิตฺวา ‘‘ตสฺสา นิทฺเทโส กุหึ ทฏฺฐพฺโพ, หารสมฺปาเต’’ติ อาห. ตสฺสตฺโถ – ‘‘ตสฺสา คาถาย นิทฺเทโส กตฺถ ทฏฺฐพฺโพ’’ติ. เอเตน สุตฺเตสุ หารานํ โยชนานยทสฺสนํ หารสมฺปาตวาโรติ ทสฺเสติ. หารสมฺปาตปทสฺส อตฺโถ วุตฺโต เอว.

อรกฺขิเตน จิตฺเตนาติ จกฺขุทฺวาราทีสุ สติอารกฺขาภาเวน อคุตฺเตน จิตฺเตน. มิจฺฉาทิฏฺฐิหเตนาติ สสฺสตาทิมิจฺฉาภินิเวสทูสิเตน. ถินมิทฺธาภิภูเตนาติ จิตฺตสฺส กายสฺส จ อกลฺยตาลกฺขเณหิ ถินมิทฺเธหิ อชฺโฌตฺถเฏน. วสํ มารสฺส คจฺฉตีติ กิเลสมาราทีนํ ยถากามํ กรณีโย โหตีติ อยํ ตาว คาถาย ปทตฺโถ.

ปมาทนฺติ ‘‘อรกฺขิเตน จิตฺเตนา’’ติ อิทํ ปทํ ฉสุ ทฺวาเรสุ สติโวสคฺคลกฺขณํ ปมาทํ กเถติ. ตํ มจฺจุโน ปทนฺติ ตํ ปมชฺชนํ คุณมารณโต มจฺจุสงฺขาตสฺส มารสฺส วสวตฺตนฏฺฐานํ, เตน ‘‘อรกฺขิเตน จิตฺเตน, วสํ มารสฺส คจฺฉตี’’ติ ปฐมปาทํ จตุตฺถปาเทน สมฺพนฺธิตฺวา ทสฺเสติ. โส วิปลฺลาโสติ ยํ อนิจฺจสฺส ขนฺธปญฺจกสฺส ‘‘นิจฺจ’’นฺติ ทสฺสนํ, โส วิปลฺลาโส วิปริเยสคฺคาโห. เตเนวาห – ‘‘วิปรีตคฺคาหลกฺขโณ วิปลฺลาโส’’ติ. สพฺพํ วิปลฺลาสสามญฺเญน คเหตฺวา ตสฺส อธิฏฺฐานํ ปุจฺฉติ ‘‘กึ วิปลฺลาสยตี’’ติ. สามญฺญสฺส จ วิเสโส อธิฏฺฐานภาเวน โวหรียตีติ อาห – ‘‘สญฺญํ จิตฺตํ ทิฏฺฐิมิตี’’ติ. ตํ ‘‘วิปลฺลาสยตี’’ติ ปเทน สมฺพนฺธิตพฺพํ. เตสุ สญฺญาวิปลฺลาโส สพฺพมุทุโก, อนิจฺจาทิกสฺส วิสยสฺส มิจฺฉาวเสน อุปฏฺฐิตาการคฺคหณมตฺตํ มิคโปตกานํ ติณปุริสเกสุ ปุริโสติ อุปฺปนฺนสญฺญา วิย. จิตฺตวิปลฺลาโส ตโต พลวตโร, อมณิอาทิเก วิสเย มณิอาทิอากาเรน อุปฏฺฐหนฺเต ตถา สนฺนิฏฺฐานํ วิย นิจฺจาทิโต สนฺนิฏฺฐานมตฺตํ. ทิฏฺฐิวิปลฺลาโส ปน สพฺพพลวตโร ยํ ยํ อารมฺมณํ ยถา ยถา อุปฏฺฐาติ, ตถา ตถา นํ สสฺสตาทิวเสน ‘‘อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ อภินิวิสนฺโต ปวตฺตติ. ตตฺถ สญฺญาวิปลฺลาโส จิตฺตวิปลฺลาสสฺส การณํ, จิตฺตวิปลฺลาโส ทิฏฺฐิวิปลฺลาสสฺส การณํ โหติ.

อิทานิ วิปลฺลาสานํ ปวตฺติฏฺฐานํ วิสยํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส กุหึ วิปลฺลาสยติ, จตูสุ อตฺตภาววตฺถูสู’’ติ อาห. ตตฺถ อตฺตภาววตฺถูสูติ ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ. เต หิ อาหิโต อหํ มาโน เอตฺถาติ อตฺตา, ‘‘อตฺตา’’ติ ภวติ เอตฺถ พุทฺธิ โวหาโร จาติ อตฺตภาโว, โส เอว สุภาทีนํ วิปลฺลาสสฺส จ อธิฏฺฐานภาวโต วตฺถุ จาติ ‘‘อตฺตภาววตฺถู’’ติ วุจฺจติ. ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทินา เตสํ สพฺพวิปลฺลาสมูลภูตาย สกฺกายทิฏฺฐิยา ปวตฺติฏฺฐานภาเวน อตฺตภาววตฺถุตํ ทสฺเสตฺวา ปุน วิปลฺลาสานํ ปวตฺติอากาเรน สทฺธึ วิสยํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘รูปํ ปฐมํ วิปลฺลาสวตฺถุ อสุเภ สุภ’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ สพฺพํ สุวิญฺเญยฺยํ. ปุน มูลการณวเสน วิปลฺลาเส วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เทฺว ธมฺมา จิตฺตสฺส สํกิเลสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กิญฺจาปิ อวิชฺชารหิตา ตณฺหา นตฺถิ, อวิชฺชา จ สุภสุขสญฺญานมฺปิ ปจฺจโย เอว, ตถาปิ ตณฺหา เอตาสํ สาติสยํ ปจฺจโยติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตณฺหานิวุตํ…เป… ทุกฺเข สุข’’นฺติ วุตฺตํ. ทิฏฺฐินิวุตนฺติ ทิฏฺฐิสีเสน อวิชฺชา วุตฺตาติ อวิชฺชานิวุตนฺติ อตฺโถ. กามญฺเจตฺถ ตณฺหารหิตา ทิฏฺฐิ นตฺถิ, ตณฺหาปิ ทิฏฺฐิยา ปจฺจโย เอว. ตณฺหาปิ ‘‘นิจฺจํ อตฺตา’’ติ อโยนิโส อุมฺมุชฺชนฺตานํ ตถาปวตฺตมิจฺฉาภินิเวสสฺส โมโห วิเสสปจฺจโยติ ทสฺเสตุํ ‘‘ทิฏฺฐินิวุตํ…เป… อตฺตา’’ติ วุตฺตํ.

โย ทิฏฺฐิวิปลฺลาโสติ ‘‘อนิจฺเจ นิจฺจํ, อนตฺตนิ อตฺตา’’ติ ปวตฺตมฺปิ วิปลฺลาสทฺวยํ สนฺธายาห – ‘‘โส อตีตํ รูปํ…เป… อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ. เอเตน อฏฺฐารสวิโธปิ ปุพฺพนฺตานุกปฺปิกวาโท ปจฺฉิมานํ ทฺวินฺนํ วิปลฺลาสานํ วเสน โหตีติ ทสฺเสติ. ตณฺหาวิปลฺลาโสติ ตณฺหามูลโก วิปลฺลาโส. ‘‘อสุเภ สุภํ, ทุกฺเข สุข’’นฺติ เอตํ วิปลฺลาสทฺวยํ สนฺธาย วทติ. อนาคตํ รูปํ อภินนฺทตีติ อนาคตํ รูปํ ทิฏฺฐาภินนฺทนวเสน อภินนฺทติ. อนาคตํ เวทนํ, สญฺญํ, สงฺขาเร, วิญฺญาณํ อภินนฺทตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เอเตน จตุจตฺตาลีสวิโธปิ อปรนฺตานุกปฺปิกวาโท เยภุยฺเยน ปุริมานํ ทฺวินฺนํ วิปลฺลาสานํ วเสน โหตีติ ทสฺเสติ. เทฺว ธมฺมา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสาติ เอวํ ปรมสาวชฺชสฺส วิปลฺลาสสฺส มูลการณนฺติ วิเสสโต เทฺว ธมฺมา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสา ตณฺหา จ อวิชฺชา จาติ เต สรูปโต ทสฺเสติ. ตาหิ วิสุชฺฌนฺตํ จิตฺตํ วิสุชฺฌตีติ ปฏิปกฺขวเสนปิ ตาสํ อุปกฺกิเลสภาวํเยว วิภาเวติ, น หิ ตณฺหาอวิชฺชาสุ ปหีนาสุ โกจิ สํกิเลสธมฺโม น ปหียตีติ. ยถา จ วิปลฺลาสานํ มูลการณํ ตณฺหาวิชฺชา, เอวํ สกลสฺสาปิ วฏฺฏสฺส มูลการณนฺติ ยถานุสนฺธินาว คาถํ นิฏฺฐเปตุํ ‘‘เตส’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เตสนฺติ เยสํ อรกฺขิตํ จิตฺตํ มิจฺฉาทิฏฺฐิหตญฺจ, เตสํ. ‘‘อวิชฺชานีวรณาน’’นฺติอาทินา มารสฺส วสคมเนน อนาทิมติสํสาเร สํสรณนฺติ ทสฺเสติ.

ถินมิทฺธาภิภูเตนาติ เอตฺถ ‘‘ถินํ นามา’’ติอาทินา ถินมิทฺธานํ สรูปํ ทสฺเสติ. เตหิ จิตฺตสฺส อภิภูตตา สุวิญฺเญยฺยาวาติ ตํ อนามสิตฺวา กิเลสมารคฺคหเณเนว ตํนิมิตฺตา อภิสงฺขารมารขนฺธมารมจฺจุมารา คหิตา เอวาติ ‘‘กิเลสมารสฺส จ สตฺตมารสฺส จา’’ติ จ-สทฺเทน วา เตสมฺปิ คหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. โส หิ นิวุโต สํสาราภิมุโขติ โส มารวสํ คโต, ตโต เอว นิวุโต กิเลเสหิ ยาว น มารพนฺธนํ ฉิชฺชติ, ตาว สํสาราภิมุโขว โหติ, น วิสงฺขาราภิมุโขติ อธิปฺปาโย. อิมานิ ภควตา เทฺว สจฺจานิ เทสิตานิ. กถํ เทสิตานิ?

ตตฺถ ทุวิธา กถา อภิธมฺมนิสฺสิตา จ สุตฺตนฺตนิสฺสิตา จ. ตาสุ อภิธมฺมนิสฺสิตา นาม อรกฺขิเตน จิตฺเตนาติ รตฺตมฺปิ จิตฺตํ อรกฺขิตํ, ทุฏฺฐมฺปิ จิตฺตํ อรกฺขิตํ, มูฬฺหมฺปิ จิตฺตํ อรกฺขิตํ. ตตฺถ รตฺตํ จิตฺตํ อฏฺฐนฺนํ โลภสหคตจิตฺตุปฺปาทานํ วเสน เวทิตพฺพํ, ทุฏฺฐํ จิตฺตํ ทฺวินฺนํ ปฏิฆจิตฺตุปฺปาทานํ วเสน เวทิตพฺพํ, มูฬฺหํ จิตฺตํ ทฺวินฺนํ โมมูหจิตฺตุปฺปาทานํ วเสน เวทิตพฺพํ. ยาว อิเมสํ จิตฺตุปฺปาทานํ วเสน อินฺทฺริยานํ อคุตฺติ อโคปายนา อปาลนา อนารกฺขา สติโวสคฺโค ปมาโท จิตฺตสฺส อสํวโร, เอวํ อรกฺขิตํ จิตฺตํ โหติ. มิจฺฉาทิฏฺฐิหตํ นาม จิตฺตํ จตุนฺนํ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตจิตฺตุปฺปาทานํ วเสน เวทิตพฺพํ, ถินมิทฺธาภิภูตํ นาม จิตฺตํ ปญฺจนฺนํ สสงฺขาริกากุสลจิตฺตุปฺปาทานํ วเสน เวทิตพฺพํ. เอวํ สพฺเพปิ อคฺคหิตคฺคหเณน ทฺวาทส อกุสลจิตฺตุปฺปาทา โหนฺติ. เต ‘‘กตเม ธมฺมา อกุสลา? ยสฺมึ สมเย อกุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติอาทินา จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ (ธ. ส. ๓๖๕) อกุสลจิตฺตุปฺปาทเทสนาวเสน วิตฺถารโต วตฺตพฺพา. มารสฺสาติ เอตฺถ ปญฺจ มารา. เตสุ กิเลสมารสฺส จตุนฺนํ อาสวานํ จตุนฺนํ โอฆานํ จตุนฺนํ โยคานํ จตุนฺนํ คนฺถานํ จตุนฺนํ อุปาทานานํ อฏฺฐนฺนํ นีวรณานํ ทสนฺนํ กิเลสวตฺถูนํ วเสน อาสวโคจฺฉกาทีสุ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๑๔-๑๙, ๑๑๐๒) วุตฺตนเยน, ตถา ‘‘ชาติมโท โคตฺตมโท อาโรคฺยมโท’’ติอาทินา ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค (วิภ. ๘๓๒) อาคตานํ สตฺตนฺนํ กิเลสานญฺจ วเสน วิภาโค วตฺตพฺโพ. อยํ ตาเวตฺถ อภิธมฺมนิสฺสิตา กถา.

สุตฺตนฺตนิสฺสิตา (ม. นิ. ๑.๓๔๗; อ. นิ. ๑๑.๑๗) ปน อรกฺขิเตน จิตฺเตนาติ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา นิมิตฺตคฺคาหี โหติ อนุพฺยญฺชนคฺคาหี, ยตฺวาธิกรณเมนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ, ตสฺส สํวราย น ปฏิปชฺชติ, น รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย น สํวรํ อาปชฺชติ. โสเตน …เป… ฆาเนน… ชิวฺหาย… กาเยน… มนสา…เป… มนินฺทฺริเยน สํวรํ อาปชฺชติ (ม. นิ. ๑.๓๔๗, ๔๑๑, ๔๒๑; ๒.๔๑๙; ๓.๑๕, ๗๕). เอวํ อรกฺขิตํ จิตฺตํ โหติ. มิจฺฉาทิฏฺฐิหเตน จาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิหตํ นาม จิตฺตํ ปุพฺพนฺตกปฺปนวเสน วา อปรนฺตกปฺปนวเสน วา ปุพฺพนฺตาปรนฺตกปฺปนวเสน วา มิจฺฉาภินิวิสนฺตสฺส อโยนิโส อุมฺมุชฺชนฺตสฺส ‘‘สสฺสโต โลโกติ วา…เป… เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’’ติ (วิภ. ๙๓๗; ปฏิ. ม. ๑.๑๔๐) วา ยา ทิฏฺฐิ, ตาย หตํ อุปหตํ. ยา จ โข ‘‘อิมา จตฺตาโร สสฺสตวาทา…เป… ปญฺจ ปรมทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทา’’ติ พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. ๑.๓๐ อาทโย) ปญฺจตฺตเย (ม. นิ. ๓.๒๑ อาทโย) จ อาคตา ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย, ตาสํ วเสน จิตฺตสฺส มิจฺฉาทิฏฺฐิหตภาโว กเถตพฺโพ.

ถินมิทฺธาภิภูเตนาติ ถินํ นาม จิตฺตสฺส อกมฺมญฺญตา. มิทฺธํ นาม เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยสฺส อกมฺมญฺญตา. ตถา ถินํ อนุสฺสาหสํหนนํ. มิทฺธํ อสตฺติวิฆาโต. อิติ ถิเนน มิทฺเธน จ จิตฺตํ อภิภูตํ อชฺโฌตฺถฏํ อุปทฺทุตํ สงฺโกจนปฺปตฺตํ ลยาปนฺนํ. วสํ มารสฺส คจฺฉตีติ วโส นาม อิจฺฉา โลโภ อธิปฺปาโย รุจิ อากงฺขา อาณา อาณตฺติ. มาโรติ ปญฺจ มารา – ขนฺธมาโร อภิสงฺขารมาโร มจฺจุมาโร เทวปุตฺตมาโร กิเลสมาโรติ. คจฺฉตีติ เตสํ วสํ อิจฺฉํ…เป… อาณตฺตึ คจฺฉติ อุปคจฺฉติ อุเปติ วตฺตติ อนุวตฺตติ นาติกฺกมตีติ. เตน วุจฺจติ – ‘‘วสํ มารสฺส คจฺฉตี’’ติ.

ตตฺถ ยถาวุตฺตา อกุสลา ธมฺมา, ตณฺหาวิชฺชา เอว วา สมุทยสจฺจํ. โย โส ‘‘วสํ มารสฺส คจฺฉตี’’ติ วุตฺโต, โส เย ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ อุปาทาย ปญฺญตฺโต, เต ปญฺจกฺขนฺธา ทุกฺขสจฺจํ. เอวํ ภควตา อิธ เทฺว สจฺจานิ เทสิตานิ. เตเนวาห – ‘‘ทุกฺขํ สมุทโย จา’’ติ. เตสํ ภควา ปริญฺญาย จ ปหานาย จ ธมฺมํ เทเสตีติ วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘ทุกฺขสฺส ปริญฺญาย สมุทยสฺส ปหานายา’’ติ วุตฺตํ. กถํ เทเสตีติ เจ –

‘‘ตสฺมา รกฺขิตจิตฺตสฺส, สมฺมาสงฺกปฺปโคจโร;

สมฺมาทิฏฺฐึ ปุรกฺขตฺวา, ญตฺวาน อุทยพฺพยํ;

ถินมิทฺธาภิภู ภิกฺขุ, สพฺพา ทุคฺคติโย ชเห’’ติ. (อุทา. ๓๒) –

คาถาย. ตสฺสตฺโถ – ยสฺมา อรกฺขิเตน จิตฺเตน วสํ มารสฺส คจฺฉติ, ตสฺมา สติสํวเรน มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ รกฺขเณน รกฺขิตจิตฺโต อสฺส. สมฺมาสงฺกปฺปโคจโรติ ยสฺมา กามสงฺกปฺปาทิมิจฺฉาสงฺกปฺปโคจโร ตถา ตถา อโยนิโส วิกปฺเปตฺวา นานาวิธานิ มิจฺฉาทสฺสนานิ คณฺหาติ. ตโต เอว จ มิจฺฉาทิฏฺฐิหเตน จิตฺเตน วสํ มารสฺส คจฺฉติ, ตสฺมา โยนิโสมนสิกาเรน กมฺมํ กโรนฺโต เนกฺขมฺมสงฺกปฺปาทิสมฺมาสงฺกปฺปโคจโร อสฺส. สมฺมาทิฏฺฐึ ปุรกฺขตฺวาติ สมฺมาสงฺกปฺปโคจรตาย วิธุตมิจฺฉาทสฺสโน กมฺมสฺสกตาลกฺขณํ ยถาภูตญาณลกฺขณญฺจ สมฺมาทิฏฺฐึ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา สีลสมาธีสุ ยุตฺตปฺปยุตฺโต. ตโต เอว จ ญตฺวาน อุทยพฺพยํ ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ สมปญฺญาสาย อากาเรหิ อุปฺปาทํ นิโรธญฺจ ญตฺวา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อนุกฺกเมน อริยมคฺเค คณฺหนฺโต อคฺคมคฺเคน ถินมิทฺธาภิภู ภิกฺขุ สพฺพา ทุคฺคติโย ชเหติ เอวํ สพฺพโส ภินฺนกิเลสตฺตา ภิกฺขุ ขีณาสโว ยถาสมฺภวํ ติวิธทุกฺขตาโยเคน ทุคฺคติสงฺขาตา สพฺพาปิ คติโย ชเหยฺย, ตาสํ ปรภาเค นิพฺพาเน ติฏฺเฐยฺยาติ อตฺโถ.

ยํ ตณฺหาย อวิชฺชาย จ ปหานํ, อยํ นิโรโธติ ปหานสฺส นิโรธสฺส ปจฺจยภาวโต อสงฺขตธาตุ ปหานํ นิโรโธติ จ วุตฺตา. อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานีติ ปุริมคาถาย ปุริมานิ เทฺว, ปจฺฉิมคาถาย ปจฺฉิมานิ เทฺวติ ทฺวีหิ คาถาหิ ภาสิตานิ อิมานิ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ. เตสุ สมุทเยน อสฺสาโท, ทุกฺเขน อาทีนโว, มคฺคนิโรเธหิ นิสฺสรณํ, สพฺพคติชหนํ ผลํ, รกฺขิตจิตฺตตาทิโก อุปาโย, อรกฺขิตจิตฺตตาทินิเสธนมุเขน รกฺขิตจิตฺตตาทีสุ นิโยชนํ ภควโต อาณตฺตีติ. เอวํ เทสนาหารปทตฺถา อสฺสาทาทโย นิทฺธาเรตพฺพา. เตเนวาห – ‘‘นิยุตฺโต เทสนาหารสมฺปาโต’’ติ.

เทสนาหารสมฺปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.