๒. วิจยหารสมฺปาตวณฺณนา
๕๓. เอวํ เทสนาหารสมฺปาตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิจยหารสมฺปาตํ ทสฺเสนฺโต ยสฺมา เทสนาหารปทตฺถวิจโย วิจยหาโร, ตสฺมา เทสนาหาเร วิปลฺลาสเหตุภาเวน นิทฺธาริตาย ตณฺหาย กุสลาทิวิภาคปวิจยมุเขน วิจยหารสมฺปาตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ตณฺหา ทุวิธา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กุสลาติ กุสลธมฺมารมฺมณา. กุสล-สทฺโท เจตฺถ พาหิติกสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๕๘ อาทโย) วิย อนวชฺชตฺเถ ทฏฺฐพฺโพ. กสฺมา ปเนตฺถ ตณฺหา กุสลปริยาเยน อุทฺธฏา? เหฏฺฐา เทสนาหาเร วิปลฺลาสเหตุภาเวน ตณฺหํ อุทฺธริตฺวา ตสฺสา วเสน สํกิเลสปกฺโข ทสฺสิโต. วิจิตฺตปฏิภานตาย ปน อิธาปิ ตณฺหามุเขเนว โวทานปกฺขํ ทสฺเสตุํ กุสลปริยาเยน ตณฺหา อุทฺธฏา. ตตฺถ สํสารํ คเมตีติ สํสารคามินี, สํสารนายิกาติ อตฺโถ. อปจยํ นิพฺพานํ คเมตีติ อปจยคามินี. กถํ ปน ตณฺหา อปจยคามินีติ? อาห ‘‘ปหานตณฺหา’’ติ. ตทงฺคาทิปฺปหานสฺส เหตุภูตา ตณฺหา. กถํ ปน เอกนฺตสาวชฺชาย ตณฺหาย กุสลภาโวติ? เสวิตพฺพภาวโต. ยถา ตณฺหา, เอวํ มาโนปิ ทุวิโธ กุสโลปิ อกุสโลปิ, น ตณฺหา เอวาติ ตณฺหาย นิทสฺสนภาเวน มาโน วุตฺโต.
ตตฺถ มานสฺส ยถาธิปฺเปตํ กุสลาทิภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ มานํ นิสฺสายา’’ติอาทิมาห. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา – ‘‘มานมหํ, เทวานมินฺท, ทุวิเธน วทามิ เสวิตพฺพมฺปิ อเสวิตพฺพมฺปี’’ติอาทิ. ยํ เนกฺขมฺมสฺสิตํ โทมนสฺสนฺติอาทิ ‘‘กุสลา’’ติ วุตฺตตณฺหาย สรูปทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถ เนกฺขมฺมสฺสิตํ โทมนสฺสํ นาม –
‘‘ตตฺถ กตมานิ ฉ เนกฺขมฺมสฺสิตานิ โทมนสฺสานิ? รูปานํเตฺวว อนิจฺจตํ วิทิตฺวา วิปริณามวิราคนิโรธํ ‘ปุพฺเพ เจว รูปา เอตรหิ จ, สพฺเพเต รูปา อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา’ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา อนุตฺตเรสุ วิโมกฺเขสุ ปิหํ อุปฏฺฐาเปติ ‘กุทาสฺสุ นามาหํ ตทายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามิ, ยทริยา เอตรหิ อายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตี’ติ. อิติ อนุตฺตเรสุ วิโมกฺเขสุ ปิหํ อุปฏฺฐาปยโต อุปฺปชฺชติ ปิหา, ปิหาปจฺจยา โทมนสฺสํ. ยํ เอวรูปํ โทมนสฺสํ, อิทํ วุจฺจติ เนกฺขมฺมสฺสิตํ โทมนสฺส’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๓๐๗) –
เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต อนุตฺตรวิโมกฺขสงฺขาตอริยผลธมฺเมสุ ปิหํ อุปฏฺฐาเปตฺวา ตทธิคมาย อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนํ อุปฏฺฐาเปตฺวา อุสฺสุกฺกาเปตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ‘‘อิมมฺปิ ปกฺขํ อิมมฺปิ มาสํ, อิมมฺปิ สํวจฺฉรํ, วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อริยภูมึ สมฺปาปุณิตุํ นาสกฺขิ’’นฺติ อนุโสจโต อุปฺปนฺนํ โทมนสฺสํ เนกฺขมฺมวเสน วิปสฺสนาวเสน อนุสฺสติวเสน ปฐมชฺฌานาทิวเสน ปฏิปตฺติยา เหตุภาเวน อุปฺปชฺชนโต เนกฺขมฺมสฺสิตํ โทมนสฺสํ นาม. อยํ ตณฺหา กุสลาติ อยํ ‘‘ปิหา’’ติ วุตฺตา ตณฺหา กุสลา. กถํ? ราควิราคา เจโตวิมุตฺติ, ตทารมฺมณา กุสลาติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ราควิราคา เจโตวิมุตฺติ, น สภาเวน กุสลา, อนวชฺชฏฺเฐน กุสลา. ตํ อุทฺทิสฺส ปวตฺติยา ตทารมฺมณา ปน ตณฺหา กุสลารมฺมณตาย กุสลาติ. อวิชฺชาวิราคา ปญฺญาวิมุตฺติ อนวชฺชฏฺเฐน กุสลา. ตสฺสาติ ปญฺญาวิมุตฺติยา. ยาย วเสน ‘‘ตสฺมา รกฺขิตจิตฺตสฺสา’’ติ คาถายํ ‘‘สพฺพา ทุคฺคติโย ชเห’’ติ วุตฺตํ.
อิติ จิรตรํ วิปสฺสนาปริวาสํ ปริวสิตฺวา ทุกฺขาปฏิปทาทนฺธาภิญฺญาย อธิคตาย ปญฺญาวิมุตฺติยา วเสน วิจยหารสมฺปาตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺสา โก ปวิจโย’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ยสฺมา ปญฺญาวิมุตฺติ อริยมคฺคมูลิกา, ตสฺมา จตุตฺถชฺฌานปาทเก อริยมคฺคธมฺเม อุทฺทิสิตฺวา เตสํ อาคมนปฏิปทํ ทสฺเสตุํ ‘‘กตฺถ ทฏฺฐพฺโพ, จตุตฺเถ ฌาเน’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปารมิตายาติ อุกฺกํสคตาย จตุตฺถชฺฌานภาวนาย. เยหิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตํ จตุตฺถชฺฌานจิตฺตํ วุตฺตํ, ตานิ องฺคานิ ทสฺเสตุํ ‘‘ปริสุทฺธ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธิภาเวน ปริสุทฺธํ. ปริสุทฺธตฺตา เอว ปริโยทาตํ, ปภสฺสรนฺติ วุตฺตํ โหติ. สุขาทีนํ ปจฺจยฆาเตน วีตราคาทิองฺคณตฺตา อนงฺคณํ. อนงฺคณตฺตา เอว วิคตูปกฺกิเลสํ, องฺคเณน หิ จิตฺตํ อุปกฺกิลิสฺสติ, สุภาวิตตฺตา มุทุภูตํ วสิภาวปฺปตฺตนฺติ อตฺโถ. วเส วตฺตมานญฺหิ จิตฺตํ ‘‘มุทู’’ติ วุจฺจติ. มุทุตฺตา เอว จ กมฺมนิยํ, กมฺมกฺขมํ กมฺมโยคฺคนฺติ อตฺโถ. มุทุญฺหิ จิตฺตํ กมฺมนิยํ โหติ, เอวํ ภาวิตํ มุทุญฺจ โหติ กมฺมนิยญฺจ, ยถยิทํ, ภิกฺขเว, จิตฺต’’นฺติ (อ. นิ. ๑.๒๒). เอเตสุ ปริสุทฺธภาวาทีสุ ฐิตตฺตา ฐิตํ. ฐิตตฺตาเยว อาเนญฺชปฺปตฺตํ, อจลํ นิริญฺชนนฺติ อตฺโถ. มุทุกมฺมญฺญภาเวน วา อตฺตโน วเส ฐิตตฺตา ฐิตํ. สทฺธาทีหิ ปริคฺคหิตตฺตา อาเนญฺชปฺปตฺตํ. สทฺธาปริคฺคหิตญฺหิ จิตฺตํ อสฺสทฺธิเยน น อิญฺชติ, วีริยปริคฺคหิตํ โกสชฺเชน น อิญฺชติ, สติปริคฺคหิตํ ปมาเทน น อิญฺชติ, สมาธิปริคฺคหิตํ อุทฺธจฺเจน น อิญฺชติ, ปญฺญาปริคฺคหิตํ อวิชฺชาย น อิญฺชติ, โอภาสคตํ กิเลสนฺธกาเรน น อิญฺชติ. อิเมหิ ฉหิ ธมฺเมหิ ปริคฺคหิตํ อาเนญฺชปฺปตฺตํ โหติ. เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ จิตฺตํ อภินีหารกฺขมํ โหติ. อภิญฺญาสจฺฉิกรณียานํ ธมฺมานํ อภิญฺญาสจฺฉิกิริยาย.
อปโร นโย – จตุตฺถชฺฌานสมาธินา สมาหิตํ จิตฺตํ นีวรณทูรีภาเวน ปริสุทฺธํ. วิตกฺกาทิสมติกฺกเมน ปริโยทาตํ. ฌานปฏิลาภปจฺจนีกานํ ปาปกานํ อิจฺฉาวจรานํ อภาเวน อนงฺคณํ. อิจฺฉาวจรานนฺติ อิจฺฉาย อวจรานํ อิจฺฉาวเสน โอติณฺณานํ ปวตฺตานํ นานปฺปการานํ โกปอปจฺจยานนฺติ อตฺโถ. อภิชฺฌาทีนํ จิตฺตุปกฺกิเลสานํ วิคเมน วิคตูปกฺกิเลสํ. อุภยมฺปิ เจตํ อนงฺคณสุตฺตวตฺถสุตฺตานํ (ม. นิ. ๑.๕๗ อาทโย; ๗๐ อาทโย) วเสน เวทิตพฺพํ. วสิปฺปตฺติยา มุทุภูตํ. อิทฺธิปาทภาวูปคเมน กมฺมนิยํ. ภาวนาปาริปูริยา ปณีตภาวูปคเมน ฐิตํ อาเนญฺชปฺปตฺตํ. ยถา อาเนญฺชภาวปฺปตฺตํ อาเนญฺชปฺปตฺตํ โหติ, เอวํ ฐิตนฺติ อตฺโถ. เอวมฺปิ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ จิตฺตํ อภินีหารกฺขมํ โหติ. อภิญฺญาสจฺฉิกรณียานํ ธมฺมานํ อภิญฺญาสจฺฉิกิริยาย ปาทกํ ปทฏฺฐานภูตํ. เตเนวาห – ‘‘โส ตตฺถ อฏฺฐวิธํ อธิคจฺฉติ ฉ อภิญฺญา เทฺว จ วิเสเส’’ติ.
ตตฺถ โสติ อธิคตจตุตฺถชฺฌาโน โยคี. ตตฺถาติ ตสฺมึ จตุตฺถชฺฌาเน อธิฏฺฐานภูเต. อฏฺฐวิธํ อธิคจฺฉตีติ อฏฺฐวิธํ คุณํ อธิคจฺฉติ. โก ปน โส อฏฺฐวิโธ คุโณติ? อาห ‘‘ฉ อภิญฺญา เทฺว จ วิเสเส’’ติ. มโนมยิทฺธิ วิปสฺสนาญาณญฺจ. ตํ จิตฺตนฺติ จตุตฺถชฺฌานจิตฺตํ. ‘‘ยโต ปริสุทฺธํ, ตโต ปริโยทาต’’นฺติอาทินา ปุริมํ ปุริมํ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส การณวจนนฺติ ทสฺเสติ. ตทุภยนฺติ เยสํ ราคาทิองฺคณานํ อภิชฺฌาทิอุปกฺกิเลสานญฺจ อภาเวน ‘‘อนงฺคณํ วิคตูปกฺกิเลส’’นฺติ จ วุตฺตํ. ตานิ องฺคณานิ อุปกฺกิเลสา จาติ ตํ อุภยํ. ตทุภยํ ตณฺหาสภาวตฺตา ตณฺหาย อนุโลมนโต จ ตณฺหาปกฺโข. ยา จ อิญฺชนาติ ยา จ จิตฺตสฺส อสมาทาเนน ผนฺทนา. อฏฺฐิตีติ อนวฏฺฐานํ. อยํ ทิฏฺฐิปกฺโขติ ยา อิญฺชนา อฏฺฐิติ จ, อยํ มิจฺฉาภินิเวสเหตุตาย ทิฏฺฐิปกฺโข.
‘‘จตฺตาริ อินฺทฺริยานี’’ติอาทินา เวทนาโตปิ จตุตฺถชฺฌานํ วิภาเวติ. เอวํ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ จตุตฺถชฺฌานจิตฺตํ อุปริ อภิญฺญาธิคมาย อภินีหารกฺขมํ โหติ. สา จ อภินีหารกฺขมตา จุทฺทสหิ อากาเรหิ จิณฺณวสิภาวสฺเสว โหติ. โส จ วสิภาโว อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน, น รูปาวจรชฺฌานมตฺตลาภิโนติ อารุปฺปสมาปตฺติยา มนสิการวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘โส อุปริมํ สมาปตฺตึ สนฺตโต มนสิกโรตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อุปริมํ สมาปตฺตินฺติ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺตึ. สนฺตโต มนสิกโรตีติ องฺคสนฺตตายปิ อารมฺมณสนฺตตายปิ ‘‘สนฺตา’’ติ มนสิกโรติ. ยโต ยโต หิ อารุปฺปสมาปตฺตึ สนฺตโต มนสิกโรติ, ตโต ตโต รูปาวจรชฺฌานํ อวูปสนฺตํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. เตเนวาห – ‘‘ตสฺส อุปริมํ…เป… สณฺฐหตี’’ติ. อุกฺกณฺฐา จ ปฏิฆสญฺญาติ ปฏิฆสญฺญาสงฺขาตาสุ ปญฺจวิญฺญาณสญฺญาสุ อนภิรติ สณฺฐหติ. ‘‘โส สพฺพโส’’ติอาทินา เอกเทเสน อารุปฺปสมาปตฺตึ ทสฺเสติ. อภิญฺญาภินีหาโร รูปสญฺญาติ รูปาวจรสญฺญา นาเมตา ยาวเทว อภิญฺญตฺถาภินีหารมตฺตํ, น ปน อรูปาวจรสมาปตฺติโย วิย สนฺตาติ อธิปฺปาโย. โวกาโร นานตฺตสญฺญาติ นานตฺตสญฺญา นาเมตา นานารมฺมเณสุ โวกาโร, ตตฺถ จิตฺตสฺส อากุลปฺปวตฺตีติ อตฺโถ. สมติกฺกมตีติ เอวํ ตตฺถ อาทีนวทสฺสี หุตฺวา ตา สมติกฺกมติ. ปฏิฆสญฺญา จสฺส อพฺภตฺถํ คจฺฉตีติ อสฺส อากาสานญฺจายตนสมาปตฺตึ อธิคจฺฉนฺตสฺส โยคิโน ทสปิ ปฏิฆสญฺญา วิคจฺฉนฺติ. อิมินา ปฐมารุปฺปสมาปตฺติมาห.
เอวํ สมาหิตสฺสาติ เอวํ อิมินา วุตฺตนเยน รูปาวจรชฺฌาเน จิตฺเตกคฺคตายปิ สมติกฺกเมน สมาหิตสฺส. สมาหิตสฺสาติ อารุปฺปสมาธินา สนฺตวุตฺตินา สมาหิตสฺส. โอภาโสติ โย ปุเร รูปาวจรชฺฌาโนภาโส. อนฺตรธายตีติ โส รูปาวจรชฺฌาโนภาโส อรูปาวจรชฺฌานสมาปชฺชนกาเล วิคจฺฉติ. ทสฺสนญฺจาติ รูปาวจรชฺฌานจกฺขุนา ทสฺสนญฺจ อนฺตรธายติ. โส สมาธีติ โส ยถาวุตฺโต รูปารูปสมาธิ. ฉฬงฺคสมนฺนาคโตติ อุปการกปริกฺขารสภาวภูเตหิ ฉหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต. ปจฺจเวกฺขิตพฺโพติ ปติ อเวกฺขิตพฺโพ, ปุนปฺปุนํ จินฺเตตพฺโพติ อตฺโถ. ปจฺจเวกฺขณาการํ สห วิสเยน ทสฺเสตุํ ‘‘อนภิชฺฌาสหคต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สพฺพโลเกติ สพฺพสฺมึ ปิยรูเป สาตรูเป สตฺตโลเก สงฺขารโลเก จ. เตน กามจฺฉนฺทสฺส ปหานมาห. ตถา ‘‘อพฺยาปนฺน’’นฺติอาทินา พฺยาปาทโกสชฺชสารมฺภสาเฐยฺยวิกฺเขปสมฺโมสานํ ปหานํ. ปุน ตานิ ฉ องฺคานิ สมถวิปสฺสนาวเสน วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ยญฺจ อนภิชฺฌาสหคต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตํ สพฺพํ สุวิญฺเญยฺยํ.
๕๔. เอตฺตาวตา ‘‘ปญฺญาวิมุตฺตี’’ติ วุตฺตสฺส อรหตฺตผลสฺส สมาธิมุเขน ปุพฺพภาคปฏิปทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อรหตฺตผลสมาธึ ทสฺเสตุํ ‘‘โส สมาธี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โส สมาธีติ โย โส สมฺมาสมาธิ. ปุพฺเพ วุตฺตสฺส อริยมคฺคสมาธิสฺส ผลภูโต สมาธิ ปญฺจวิเธน เวทิตพฺโพ อิทานิ วุจฺจมาเนหิ ปญฺจหิ ปจฺจเวกฺขณญาเณหิ อตฺตโน ปจฺจเวกฺขิตพฺพาการสงฺขาเตน ปญฺจวิเธน เวทิตพฺโพ. ‘‘อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข’’ติอาทีสุ อรหตฺตผลสมาธิ อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ สุขตฺตา ปจฺจุปฺปนฺนสุโข. ปุริโม ปุริโม ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส สมาธิสุขสฺส ปจฺจยตฺตา อายตึ สุขวิปาโก. กิเลเสหิ อารกตฺตา อริโย. กามามิสวฏฺฏามิสโลกามิสานํ อภาวา นิรามิโส. พุทฺธาทีหิ มหาปุริเสหิ เสวิตตฺตา อกาปุริสเสวิโต. องฺคสนฺตตาย สพฺพกิเลสทรถสนฺตตาย จ สนฺโต. อติตฺติกรฏฺเฐน ปณีโต. กิเลสปฏิปฺปสฺสทฺธิยา ลทฺธตฺตา, กิเลสปฏิปฺปสฺสทฺธิภาเวน วา ลทฺธตฺตา ปฏิปฺปสฺสทฺธิลทฺโธ. ปสฺสทฺธํ ปสฺสทฺธีติ หิ อิทํ อตฺถโต เอกํ. ปฏิปฺปสฺสทฺธิกิเลเสน วา อรหตา ลทฺธตฺตาปิ ปฏิปฺปสฺสทฺธิลทฺโธ. เอโกทิภาเวน อธิคตตฺตา, เอโกทิภาวเมว วา อธิคตตฺตา เอโกทิภาวาธิคโต. อปฺปคุณสาสวสมาธิ วิย สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน ปจฺจนีกธมฺเม นิคฺคยฺห กิเลเส วาเรตฺวา อนธิคตตฺตา นสสงฺขารนิคฺคยฺหวาริตคโตติ.
ยโต ยโต ภาคโต ตญฺจ สมาธึ สมาปชฺชนฺโต, ตโต วา วุฏฺฐหนฺโต สติเวปุลฺลปฺปตฺโต สโตว สมาปชฺชติ สโตว วุฏฺฐหติ, ยถาปริจฺฉินฺนกาลวเสน วา สโต สมาปชฺชติ สโต วุฏฺฐหติ. ตสฺมา ยเทตฺถ ‘‘อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข เจว อายติญฺจ สุขวิปาโก’’ติ เอวํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ปจฺจตฺตเมว อปรปฺปจฺจยญาณํ อุปฺปชฺชติ, อยเมโก อากาโร. เอส นโย เสเสสุปิ. เอวเมเตสํ ปญฺจนฺนํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพาการานํ วเสน สมาธิ ปญฺจวิเธน เวทิตพฺโพ.
ปุน ‘‘โย จ สมาธี’’ติอาทินา อรหตฺตผเล สมถวิปสฺสนาวิภาคํ ทสฺเสติ. ตตฺถ สมาธิสุขสฺส ‘‘สุข’’นฺติ อธิปฺเปตตฺตา ‘‘โย จ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข, โย จ สมาธิ อายตึ สุขวิปาโก, อยํ สมโถ’’ติ วุตฺตํ. อริยนิรามิสาทิภาโว ปน ปญฺญานุภาเวน นิปฺผชฺชตีติ อาห – ‘‘โย จ สมาธิ อริโย…เป… อยํ วิปสฺสนา’’ติ.
เอวํ อรหตฺตผลสมาธึ วิภาเคน ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทํ สมาธิวิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘โส สมาธี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ โส สมาธีติ โย โส อรหตฺตผลสมาธิสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทายํ วุตฺโต รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานสมาธิ, โส สมาธิ. ปญฺจวิเธนาติ วกฺขมาเนน ปญฺจปฺปกาเรน เวทิตพฺโพ. ‘‘ปีติผรณตา’’ติอาทีสุ ปีตึ ผรมานา อุปฺปชฺชตีติ ทฺวีสุ ฌาเนสุ ปญฺญา ปีติผรณตา นาม. สุขํ ผรมานา อุปฺปชฺชตีติ ตีสุ ฌาเนสุ ปญฺญา สุขผรณตา นาม. ปเรสํ เจโต ผรมานา อุปฺปชฺชตีติ เจโตปริยปญฺญา เจโตผรณตา นาม. อาโลกผรเณ อุปฺปชฺชตีติ ทิพฺพจกฺขุปญฺญา อาโลกผรณตา นาม. ปจฺจเวกฺขณญาณํ ปจฺจเวกฺขณานิมิตฺตํ นาม. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ทฺวีสุ ฌาเนสุ ปญฺญา ปีติผรณตา, ตีสุ ฌาเนสุ ปญฺญา สุขผรณตา, ปรจิตฺเต ญาณํ เจโตผรณตา, ทิพฺพจกฺขุ อาโลกผรณตา, ตมฺหา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐิตสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณํ ปจฺจเวกฺขณนิมิตฺต’’นฺติ (วิภ. ๘๐๔).
อิธ สมถวิปสฺสนาวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘โย จ ปีติผรโณ’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ปญฺญาสีเสน เทสนา กตาติ ปญฺญาวเสน สํวณฺณนา กตา. ปญฺญา ปีติผรณตาติอาทีสุ สมาธิสหคตา เอวาติ ตตฺถ สมาธิวเสน สมโถ อุทฺธโฏ. ตสฺมา ปีติสุขเจโตผรณตา วิเสสโต สมาธิวิปฺผารวเสน อิชฺฌนฺตีติ ตา ‘‘สมโถ’’ติ วุตฺตา. อิตรานิ ญาณวิปฺผารวเสนาติ ตานิ ‘‘วิปสฺสนา’’ติ วุตฺตานิ.
๕๕. อิทานิ ตํ สมาธึ อารมฺมณวเสน วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ทส กสิณายตนานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กสิณชฺฌานสงฺขาตานิ กสิณานิ จ ตานิ โยคิโน สุขวิเสสานํ อธิฏฺฐานภาวโต, มนายตนธมฺมายตนภาวโต จ อายตนานิ จาติ กสิณายตนานิ. ปถวีกสิณนฺติ กตปริกมฺมํ ปถวีมณฺฑลมฺปิ, ตตฺถ ปวตฺตํ อุคฺคหปฏิภาคนิมิตฺตมฺปิ, ตสฺมึ นิมิตฺเต อุปฺปนฺนชฺฌานมฺปิ วุจฺจติ. เตสุ ฌานํ อิธาธิปฺเปตํ. อากาสกสิณนฺติ กสิณุคฺฆาฏิมากาเส ปวตฺตปฐมารุปฺปชฺฌานํ. วิญฺญาณกสิณนฺติ ปฐมารุปฺปวิญฺญาณารมฺมณํ ทุติยารุปฺปชฺฌานํ. ปถวีกสิณาทิเก สุทฺธสมถภาวนาวเสน ปวตฺติเต สนฺธาย ‘‘อิมานิ อฏฺฐ กสิณานิ สมโถ’’ติ วุตฺตํ. เสสกสิณทฺวยํ วิปสฺสนาธิฏฺฐานภาเวน ปวตฺตํ ‘‘วิปสฺสนา’’ติ วุตฺตํ.
เอวนฺติ อิมินา นเยน. สพฺโพ อริยมคฺโคติ สมฺมาทิฏฺฐิอาทิภาเวน อภินฺโนปิ อริยมคฺโค สติปฏฺฐานาทิปุพฺพภาคปฏิปทาเภเทน อเนกเภทภินฺโน นิรวเสโส อริยมคฺโค. เยน เยน อากาเรนาติ อนภิชฺฌาทีสุ, ปจฺจุปฺปนฺนสุขตาทีสุ จ อากาเรสุ เยน เยน อากาเรน วุตฺโต. เตน เตนาติ เตสุ เตสุ อากาเรสุ เย เย สมถวเสน, เย จ เย จ วิปสฺสนาวเสน โยเชตุํ สมฺภวนฺติ, เตน เตน อากาเรน สมถวิปสฺสนาหิ อริยมคฺโค วิจินิตฺวา โยเชตพฺโพ. เตติ สมถาธิฏฺฐานวิปสฺสนาธมฺมา. ตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตาติ ตีหิ อนุปสฺสนาธมฺเมหิ สงฺคหิตา, คณนํ คตาติ อตฺโถ. กตเมหิ ตีหีติ? อาห ‘‘อนิจฺจตาย ทุกฺขตาย อนตฺตตายา’’ติ. อนิจฺจตาย สหจรณโต วิปสฺสนา ‘‘อนิจฺจตา’’ติ วุตฺตา. เอส นโย เสเสสุปิ.
โส สมถวิปสฺสนํ ภาวยมาโน ตีณิ วิโมกฺขมุขานิ ภาวยตีติ โส อริยมคฺคาธิคมาย ยุตฺตปฺปยุตฺโต โยคี กาเลน สมถํ สมาปชฺชนวเสน กาเลน วิปสฺสนํ สมฺมสนวเสน วฑฺฒยมาโน อนิมิตฺตวิโมกฺขมุขาทิสงฺขาตา ติสฺโส อนุปสฺสนา พฺรูเหติ. ตโย ขนฺเธ ภาวยตีติ ติสฺโส อนุปสฺสนา อุปรูปริวิเสสํ ปาเปนฺโต สีลกฺขนฺโธ สมาธิกฺขนฺโธ ปญฺญากฺขนฺโธติ เอเต ตโย ขนฺเธ วฑฺเฒติ. ยสฺมา ปน ตีหิ ขนฺเธหิ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค สงฺคหิโต, ตสฺมา ‘‘ตโย ขนฺเธ ภาวยนฺโต อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาวยตี’’ติ วุตฺตํ.
อิทานิ เยสํ ปุคฺคลานํ ยตฺถ สิกฺขนฺตานํ วิเสสโต นิยฺยานมุขานิ เยสญฺจ กิเลสานํ ปฏิปกฺขภูตานิ ตีณิ วิโมกฺขมุขานิ, เตหิ สทฺธึ ตานิ ทสฺเสตุํ ‘‘ราคจริโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อนิมิตฺเตน วิโมกฺขมุเขนาติ อนิจฺจานุปสฺสนาย. สา หิ นิจฺจนิมิตฺตาทิสมุคฺฆาฏเนน อนิมิตฺโต, ราคาทีนํ สมุจฺเฉทวิมุตฺติยา วิโมกฺโขติ ลทฺธนามสฺส อริยมคฺคสฺส มุขภาวโต ทฺวารภาวโต ‘‘อนิมิตฺตวิโมกฺขมุข’’นฺติ วุจฺจติ. อธิจิตฺตสิกฺขายาติ สมาธิสฺมึ. สุขเวทนียํ ผสฺสํ อนุปคจฺฉนฺโตติ สุขเวทนาย หิตํ สุขเวทนาการณโต ผสฺสํ ตณฺหาย อนุปคจฺฉนฺโต. สุขํ เวทนํ ปริชานนฺโตติ ‘‘อยํ สุขา เวทนา วิปริณามาทินา ทุกฺขา’’ติ ปริชานนฺโต, สวิสยํ ราคํ สมติกฺกนฺโต. ‘‘ราคมลํ ปวาเหนฺโต’’ติอาทินา เตหิ ปริยาเยหิ ราคสฺเสว ปหานมาห. ‘‘โทสจริโต ปุคฺคโล’’ติอาทีสุปิ วุตฺตนยานุสาเรน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ปญฺญาธิกสฺส สนฺตติสมูหกิจฺจารมฺมณาทิฆนวินิพฺโภเคน สงฺขาเรสุ อตฺตสุญฺญตา ปากฏา โหตีติ วิเสสโต อนตฺตานุปสฺสนา ปญฺญาปธานาติ อาห – ‘‘สุญฺญตวิโมกฺขมุขํ ปญฺญากฺขนฺโธ’’ติ. ตถา สงฺขารานํ สรสปภงฺคุตาย อิตฺตรขณตฺตา อุปฺปนฺนานํ ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชนํ สมฺมา สมาหิตสฺเสว ปากฏํ โหตีติ วิเสสโต อนิจฺจานุปสฺสนา สมาธิปฺปธานาติ อาห – ‘‘อนิมิตฺตวิโมกฺขมุขํ สมาธิกฺขนฺโธ’’ติ. ตถา สีเลสุ ปริปูรการิโน ขนฺติพหุลสฺส อุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ อรติญฺจ อภิภุยฺย วิหรโต สงฺขารานํ ทุกฺขตา วิภูตา โหตีติ ทุกฺขานุปสฺสนา สีลปฺปธานาติ อาห – ‘‘อปฺปณิหิตวิโมกฺขมุขํ สีลกฺขนฺโธ’’ติ. อิติ ตีหิ วิโมกฺขมุเขหิ ติณฺณํ ขนฺธานํ สงฺคหิตตฺตา วุตฺตํ – ‘‘โส ตีณิ วิโมกฺขมุขานิ ภาวยนฺโต ตโย ขนฺเธ ภาวยตี’’ติ. ยสฺมา จ ตีหิ จ ขนฺเธหิ อริยสฺส อฏฺฐงฺคิกสฺส มคฺคสฺส สงฺคหิตตฺตา ตโย ขนฺเธ ภาวยนฺโต ‘‘อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ภาวยตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา เตหิ ตสฺส สงฺคหํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยา จ สมฺมาวาจา’’ติอาทิมาห.
ปุน ติณฺณํ ขนฺธานํ สมถวิปสฺสนาภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สีลกฺขนฺโธ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สีลกฺขนฺธสฺส ขนฺติปธานตฺตา, สมาธิสฺส พหูปการตฺตา จ สมถปกฺขภชนํ ทฏฺฐพฺพํ. ภวงฺคานีติ อุปปตฺติภวสฺส องฺคานิ. เทฺว ปทานีติ เทฺว ปาทา. เยภุยฺเยน หิ ปญฺจทส จรณธมฺมา สีลสมาธิสงฺคหิตาติ. ภาวิตกาโยติ อาภิสมาจาริกสีลสฺส ปาริปูริยา ภาวิตกาโย. อาทิพฺรหฺมจริยกสีลสฺส ปาริปูริยา ภาวิตสีโล. อถ วา ภาวิตกาโยติ อินฺทฺริยสํวเรน ภาวิตปญฺจทฺวารกาโย. ภาวิตสีโลติ อวสิฏฺฐสีลวเสน ภาวิตสีโล. สมฺมา กายภาวนาย สติ อจฺจนฺตํ กายทุจฺจริตปฺปหานํ อนวชฺชญฺจ อุฏฺฐานํ สมฺปชฺชติ. ตถา อนุตฺตเร สีเล สิชฺฌมาเน อนวเสสโต มิจฺฉาวาจาย มิจฺฉาชีวสฺส จ ปหานํ สมฺปชฺชติ. จิตฺตปญฺญาสุ จ ภาวิตาสุ สมฺมาสติสมฺมาสมาธิสมฺมาทิฏฺฐิสมฺมาสงฺกปฺปา ภาวนาปาริปูรึ คตา เอว โหนฺติ ตํสภาวตฺตา ตทุภยการณตฺตา จาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘กาเย ภาวิยมาเน’’ติอาทินา.
ปญฺจวิธํ อธิคมํ คจฺฉตีติ อริยมคฺคาธิคมเมว อวตฺถาวิเสสวเสน ปญฺจธา วิภชิตฺวา ทสฺเสติ. อริยมคฺโค หิ ขิปฺปํ สกึ เอกจิตฺตกฺขเณเนว จตูสุ สจฺเจสุ อตฺตนา อธิคนฺตพฺพํ อธิคจฺฉตีติ น ตสฺส โลกิยสมาปตฺติยา วิย วสิภาวนากิจฺจํ อตฺถีติ ขิปฺปาธิคโม จ โหติ. ปชหิตพฺพานํ อจฺจนฺตวิมุตฺติวเสน ปชหนโต วิมุตฺตาธิคโม จ. โลกิเยหิ มหนฺตานํ สีลกฺขนฺธาทีนํ อธิคมนภาวโต มหาธิคโม จ. เตสํเยว วิปุลผลานํ อธิคมนโต วิปุลาธิคโม จ. อตฺตนา กตฺตพฺพสฺส กสฺสจิ อนวเสสโต อนวเสสาธิคโม จ โหตีติ. เก ปเนเต อธิคมา? เกจิ สมถานุภาเวน, เกจิ วิปสฺสนานุภาเวนาติ อิมํ วิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ สมเถนา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๕๖. อิติ มหาเถโร ‘‘ตสฺมา รกฺขิตจิตฺตสฺสา’’ติ คาถาย วเสน อรหตฺตผลวิมุตฺติมุเขน วิจยหารสมฺปาตํ นิทฺทิสนฺโต เทสนากุสลตาย อเนเกหิ สุตฺตปฺปเทเสหิ ตสฺสา ปุพฺพภาคปฏิปทาย ภาวนาวิเสสานํ ภาวนานิสํสานญฺจ วิภชนวเสน นานปฺปการโต วิจยหารํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ทสนฺนํ ตถาคตพลานมฺปิ วเสน ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ โย เทสยตี’’ติอาทิมาห. โอวาเทน สาวเก น วิสํวาทยตีติ อตฺตโน อนุสิฏฺฐิยา ธมฺมสฺส สวนโต ‘‘สาวกา’’ติ ลทฺธนาเม เวเนยฺเย น วิปฺปลมฺเภติ น วญฺเจติ, วิสํวาทนเหตูนํ ปาปธมฺมานํ อริยมคฺเคน โพธิมูเล เอว สุปฺปหีนตฺตา. ติวิธนฺติ ติปฺปการํ, ตีหิ อากาเรหีติ อตฺโถ. อิทํ กโรถาติ อิมํ สรณคมนํ สีลาทิญฺจ อุปสมฺปชฺช วิหรถ. อิมินา อุปาเยน กโรถาติ อเนนปิ วิธินา สรณานิ โสเธนฺตา สีลาทีนิ ปริปูเรนฺตา สมฺปาเทถ. อิทํ โว กุรุมานานนฺติ อิทํ สรณคมนํ สีลาทิญฺจ ตุมฺหากํ อนุติฏฺฐนฺตานํ ทิฏฺฐธมฺมสมฺปรายนิพฺพานานํ วเสน หิตาย สุขาย จ ภวิสฺสติ, ตานิ สมฺปาเทถาติ อตฺโถ.
เอวํ โอวทนาการํ ทสฺเสตฺวา ยํ วุตฺตํ – ‘‘โอวาเทน สาวเก น วิสํวาทยตี’’ติ, ตํ ตถาคตพเลหิ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘โส ตถา โอวทิโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตถาติ เตน ปกาเรน ‘‘อิทํ กโรถ, อิมินา อุปาเยน กโรถา’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน. โอวทิโตติ ธมฺมเทสนาย สาสิโต. อนุสิฏฺโฐติ ตสฺเสว เววจนํ. ตถา กโรนฺโตติ ยถานุสิฏฺฐํ ตถา กโรนฺโต. ตํ ภูมินฺติ ยสฺสา ภูมิยา อธิคมตฺถาย โอวทิโต, ตํ ทสฺสนภูมิญฺจ ภาวนาภูมิญฺจ. เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ เอตํ การณํ น วิชฺชติ. การณญฺหิ ติฏฺฐติ เอตฺถ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ ‘‘ฐาน’’นฺติ วุจฺจติ. ทุติยวาเร ภูมินฺติ สีลกฺขนฺเธน ปตฺตพฺพํ สมฺปตฺติภวสงฺขาตํ ภูมึ.
อิทานิ ยสฺมา ภควโต จตุเวสารชฺชานิปิ อวิปรีตสภาวตาย ปฐมผลญาณสฺส วิสยวิเสโส โหติ, ตสฺมา ตานิปิ ตสฺส วิสยภาเวน ทสฺเสตุํ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต สโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต สโตติ อหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, มยา สพฺเพ ธมฺมา อภิสมฺพุทฺธาติ ปฏิชานเนน สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต สโต. อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ ‘‘อิเม นาม ตยา ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’’ติ โกจิ สหธมฺเมน สเหตุนา สการเณน วจเนน, สุนกฺขตฺโต (ที. นิ. ๓.๑ อาทโย; ม. นิ. ๑.๑๔๖ อาทโย) วิย วิปฺปลปนฺตา ปน อปฺปมาณํ. ตสฺมา สหธมฺเมน ปฏิโจเทสฺสตีติ เอตํ การณํ น วิชฺชติ. เอส นโย เสสปเทสุปิ. ยสฺส เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโตติ ราคาทีสุ ยสฺส ยสฺส ปหานตฺถาย อสุภภาวนาทิธมฺโม กถิโต. ตกฺกรสฺสาติ ตถา ปฏิปนฺนสฺส. วิเสสาธิคมนฺติ อภิญฺญาปฏิสมฺภิทาทิวิเสสาธิคมํ.
อนฺตรายิกาติ อนฺตรายกรณํ อนฺตราโย, โส สีลํ เอเตสนฺติ อนฺตรายิกา. อนฺตราเย นิยุตฺตา, อนฺตรายํ วา ผลํ อรหนฺติ, อนฺตรายปฺปโยชนาติ วา อนฺตรายิกา. เต ปน กมฺมกิเลสาทิเภเทน ปญฺจวิธา. อนิยฺยานิกาติ อริยมคฺควชฺชา สพฺเพ ธมฺมา.
ทิฏฺฐิสมฺปนฺโนติ มคฺคทิฏฺฐิยา สมฺปนฺโน โสตาปนฺโน อริยสาวโก. สุหตนฺติ อติวธิตํ. อิทมฺปิ เอกเทสกถนเมว. มตกเปตาทิทานมฺปิ โส น กโรติ เอว. ปุถุชฺชโนติ ปุถูนํ กิเลสาภิสงฺขาราทีนํ ชนนาทีหิ การเณหิ ปุถุชฺชโน. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ปุถูนํ ชนนาทีหิ, การเณหิ ปุถุชฺชโน;
ปุถุชฺชนนฺโตคธตฺตา, ปุถุวายํ ชโน อิตี’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๕๑; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๐๗; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๓๐);
‘‘มาตร’’นฺติอาทีสุ ชนิกา มาตา. ชนโก จ ปิตา. มนุสฺสภูโต ขีณาสโว อรหาติ อธิปฺเปโต. กึ ปน อริยสาวโก อญฺเญ ชีวิตา โวโรเปยฺยาติ? เอตมฺปิ อฏฺฐานํ. สเจปิ ภวนฺตรคตํ อริยสาวกํ อตฺตโน อริยสาวกภาวํ อชานนฺตมฺปิ โกจิ เอวํ วเทยฺย ‘‘อิทํ กุนฺถกิปิลฺลิกํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา สกลจกฺกวาฬคพฺเภ จกฺกวตฺติรชฺชํ ปฏิปชฺชาหี’’ติ, เนว โส นํ ชีวิตา โวโรเปยฺย. อถาปิ เอวํ วเทยฺยุํ – ‘‘สเจ อิมํ น ฆาเตสฺสสิ, สีสํ เต ฉินฺทิสฺสามา’’ติ, สีสเมวสฺส ฉินฺเทยฺยุํ, เนว โส ตํ ฆาเตยฺย. ปุถุชฺชนภาวสฺส ปน มหาสาวชฺชภาวทสฺสนตฺถํ อริยภาวสฺส จ พลทีปนตฺถํ เอวํ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – สาวชฺโช วต ปุถุชฺชนภาโว. ยตฺร หิ นาม มาตุฆากาทีนิปิ อานนฺตริยานิ กริสฺสติ, มหาพโลว จ อริยภาโว, โย เอตานิ กมฺมานิ น กโรตีติ.
สงฺฆํ ภินฺเทยฺยาติ สมานสํวาสกํ สมานสีมายํ ฐิตํ ปญฺจหิ การเณหิ สงฺฆํ ภินฺเทยฺย. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปญฺจหุปาลิ, อากาเรหิ สงฺโฆ ภิชฺชติ กมฺเมน อุทฺเทเสน โวหรนฺโต อนุสฺสาวเนน สลากคฺคาเหนา’’ติ (ปริ. ๔๕๘).
ตตฺถ กมฺเมนาติ อปโลกนาทีสุ จตูสุ กมฺเมสุ อญฺญตรกมฺเมน. อุทฺเทเสนาติ ปญฺจสุ ปาติโมกฺขุทฺเทเสสุ อญฺญตเรน อุทฺเทเสน. โวหรนฺโตติ กถยนฺโต, ตาหิ ตาหิ อุปปตฺตีหิ ‘‘อธมฺมํ ธมฺโม’’ติอาทีนิ อฏฺฐารสเภทกรวตฺถูนิ ทีปยนฺโต. อนุสฺสาวเนนาติ ‘‘นนุ ตุเมฺห ชานาถ มยฺหํ อุจฺจกุลา ปพฺพชิตภาวํ พหุสฺสุตภาวญฺจ, มาทิโส นาม อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ สตฺถุสาสนํ คาเหยฺยาติ กึ ตุมฺหากํ จิตฺตมฺปิ อุปฺปาเทตุํ ยุตฺตํ, กิมหํ อปายโต น ภายามี’’ติอาทินา นเยน กณฺณมูเล วจีเภทํ กตฺวา อนุสฺสาวเนน. สลากคฺคาเหนาติ เอวํ อนุสฺสาเวตฺวา เตสํ จิตฺตํ อุปตฺถมฺเภตฺวา อนิวตฺติธมฺมํ กตฺวา ‘‘คณฺหถ อิมํ สลาก’’นฺติ สลากคฺคาเหน.
เอตฺถ จ กมฺมเมว อุทฺเทโส วา ปมาณํ, โวหารานุสฺสาวนสลากคฺคาหาปนํ ปน ปุพฺพภาโค. อฏฺฐารสวตฺถุทีปนวเสน หิ โวหรนฺเตน ตตฺถ รุจิชนนตฺถํ อนุสฺสาเวตฺวา สลากาย คาหิตายปิ อภินฺโน เอว โหติ สงฺโฆ. ยทา ปน เอวํ จตฺตาโร วา อติเรกา วา สลากํ คาเหตฺวา อาเวณิกํ กมฺมํ วา อุทฺเทสํ วา กโรนฺติ, ตทา สงฺโฆ ภินฺโน นาม โหติ. เอวํ ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน ปุคฺคโล สงฺฆํ ภินฺเทยฺย สงฺฆราชึ วา ชเนยฺยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ.
ทุฏฺฐจิตฺโตติ วธกจิตฺเตน ปทุฏฺฐจิตฺโต. โลหิตํ อุปฺปาเทยฺยาติ ชีวมานกสรีเร ขุทฺทกมกฺขิกาย ปิวนมตฺตมฺปิ โลหิตํ อุปฺปาเทยฺย. เอตฺตาวตา หิ มาตุฆาตาทีนิ ปญฺจานนฺตริยกมฺมานิ ทสฺสิตานิ โหนฺติ. ยานิ ปุถุชฺชโน กโรติ, น อริยสาวโก. ทุฏฺฐจิตฺโตติ วินาสจิตฺเตน ปทุฏฺฐจิตฺโต. ถูปนฺติ เจติยํ. ภินฺเทยฺยาติ นาเสยฺย.
อญฺญํ สตฺถารนฺติ ‘‘อยํ เม สตฺถา สตฺถุ กิจฺจํ กาตุํ สมตฺโถ’’ติ ภวนฺตเรปิ อญฺญํ ติตฺถกรํ. อปทิเสยฺยาติ ‘‘อยํ เม สตฺถา’’ติ เอวํ คเณฺหยฺยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. อิโต พหิทฺธา อญฺญํ ทกฺขิเณยฺยํ ปริเยเสยฺยาติ สาสนโต พหิทฺธา อญฺญํ พาหิรกํ สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา ‘‘อยํ ทกฺขิณารโห, อิมสฺมึ กตา การา มหปฺผลา ภวิสฺสนฺตี’’ติ อธิปฺปาเยน ตสฺมึ ปฏิปชฺเชยฺยาติ อตฺโถ. กุตูหลมงฺคเลน สุทฺธึ ปจฺเจยฺยาติ ‘‘อิมินา อิทํ ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ ปวตฺตตฺตา กุตูหลสงฺขาเตน ทิฏฺฐสุตมุตมงฺคเลน อตฺตโน สุทฺธึ โวทานํ สทฺทเหยฺย.
๕๗. อิตฺถี ราชา จกฺกวตฺตี สิยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตีติ ยสฺมา อิตฺถิยา โกโสหิตวตฺถคุยฺหาทีนํ อภาเวน ลกฺขณานิ น ปริปูรนฺติ, อิตฺถิรตนาภาเวน จ สตฺตรตนสมงฺคิตา น สมฺปชฺชติ. สพฺพมนุสฺสานมฺปิ จ น อธิโก อตฺตภาโว โหติ, ตสฺมา ‘‘อิตฺถี…เป… วิชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา สกฺกตฺตาทีนิ ตีณิ ฐานานิ อุตฺตมานิ, อิตฺถิลิงฺคญฺจ หีนํ, ตสฺมา ตสฺสา สกฺกตฺตาทีนิปิ ปฏิสิทฺธานีติ. นนุ จ ยถา อิตฺถิลิงฺคํ, เอวํ ปุริสลิงฺคมฺปิ พฺรหฺมโลเก นตฺถิ, ตสฺมา ปุริโส มหาพฺรหฺมา สิยาติ น วตฺตพฺพนฺติ? โน น วตฺตพฺพํ. กสฺมา? อิธ ปุริสสฺส ตตฺถ นิพฺพตฺตนโต. อิตฺถิโย หิ อิธ ฌานํ ภาเวตฺวา กาลํ กตฺวา พฺรหฺมปาริสชฺชานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชนฺติ, น มหาพฺรหฺมานํ. ปุริโส ปน กตฺถจิ น อุปฺปชฺชตีติ น วตฺตพฺโพ. สมาเนปิ ตตฺถ อุภยลิงฺคาภาเว ปุริสสณฺฐานาว ตตฺถ พฺรหฺมาโน, น อิตฺถิสณฺฐานา, ตสฺมา สุวุตฺตเมตํ. อิตฺถี ตถาคโตติ เอตฺถ ติฏฺฐตุ ตาว สพฺพญฺญุคุเณ นิพฺพตฺเตตฺวา โลกานํ ตารณสมตฺโถ พุทฺธภาโว, ปณิธานมตฺตมฺปิ อิตฺถิยา น สมฺปชฺชติ.
‘‘มนุสฺสตฺตํ ลิงฺคสมฺปตฺติ, เหตุ สตฺถารทสฺสนํ;
ปพฺพชฺชา คุณสมฺปตฺติ, อธิกาโร จ ฉนฺทตา;
อฏฺฐธมฺมสโมธานา, อภินีหาโร สมิชฺฌตี’’ติ. (พุ. วํ. ๒.๕๙) –
อิมานิ หิ ปณิธานสมฺปตฺติการณานิ. อิติ ปณิธานมตฺตมฺปิ สมฺปาเทตุํ อสมตฺถาย อิตฺถิยา กุโต พุทฺธภาโวติ ‘‘อิตฺถี ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ สิยาติ เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. สพฺพาการปริปูโร ปุญฺญุสฺสโย สพฺพาการปริปูรเมว อตฺตภาวํ นิพฺพตฺเตตีติ ปุริโสว อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ.
เอกิสฺสา โลกธาตุยาติ ทสสหสฺสิโลกธาตุยา, ยา ชาติเขตฺตนฺติ วุจฺจติ. สา หิ ตถาคตสฺส คพฺโภกฺกนฺติกาลาทีสุ กมฺปติ. อาณาเขตฺตํ ปน โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาฬํ. ยา เอกโต สํวฏฺฏติ จ วิวฏฺฏติ จ, ยตฺถ จ อาฏานาฏิยปริตฺตาทีนํ (ที. นิ. ๓.๒๗๗ อาทโย) อาณา ปวตฺตติ. วิสยเขตฺตสฺส ปริมาณํ นตฺถิ. พุทฺธานญฺหิ ‘‘ยาวตกํ ญาณํ ตาวตกํ เนยฺยํ, ยาวตกํ เนยฺยํ ตาวตกํ ญาณํ, เนยฺยปริยนฺติกํ ญาณํ, ญาณปริยนฺติกํ เนยฺย’’นฺติ (มหานิ. ๖๙; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕) วจนโต อวิสโย นาม นตฺถิ. อิติ อิเมสุ ตีสุ เขตฺเตสุ ติสฺโส สงฺคีติโย อารุเฬฺห เตปิฏเก พุทฺธวจเน ‘‘ฐเปตฺวา อิมํ จกฺกวาฬํ อญฺญสฺมึ จกฺกวาเฬ พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ สุตฺตํ นตฺถิ, น อุปฺปชฺชนฺตีติ ปน อตฺถิ.
อปุพฺพํ อจริมนฺติ อปุเร อปจฺฉา เอกโต น อุปฺปชฺชนฺติ, ปุเร วา ปจฺฉา วา อุปฺปชฺชนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ คพฺโภกฺกนฺติโต ปุพฺเพ ปุเรติ เวทิตพฺพํ. ตโต ปฏฺฐาย หิ ทสสหสฺสิจกฺกวาฬกมฺปเนน เขตฺตปริคฺคโห กโต นาม โหติ, อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ นตฺถิ. ธาตุปรินิพฺพานโต ปรํ ปน ปจฺฉา, ตโต เหฏฺฐาปิ อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อุปฺปตฺติ นตฺถิ, อุทฺธํ น วาริตา.
กสฺมา ปน อปุพฺพํ อจริมํ น อุปฺปชฺชนฺตีติ? อนจฺฉริยตฺตา. อจฺฉริยมนุสฺสา หิ พุทฺธา ภควนฺโต. ยถาห – ‘‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ อจฺฉริยมนุสฺโส’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑.๑๗๑). ยทิ จ อเนเก พุทฺธา เอกโต อุปฺปชฺเชยฺยุํ, อนจฺฉริยา ภเวยฺยุํ. เทสนาย จ วิเสสาภาวโต. ยญฺหิ สติปฏฺฐานาทิเภทํ ธมฺมํ เอโก เทเสติ, อญฺเญนปิ โส เอว เทเสตพฺโพ สิยา, วิวาทภาวโต จ. พหูสุ หิ พุทฺเธสุ เอกโต อุปฺปนฺเนสุ พหูนํ อาจริยานํ อนฺเตวาสิกา วิย ‘‘อมฺหากํ พุทฺโธ ปาสาทิโก’’ติอาทินา เตสํ สาวกา วิวเทยฺยุํ. กึ วา เอเตน การณคเวสเนน, ธมฺมตาเวสา ยํ เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว ตถาคตา เอกโต น อุปฺปชฺชนฺตีติ (มิ. ป. ๕.๑.๑).
ยถา นิมฺพพีชโกสาตกิพีชาทีนิ มธุรํ ผลํ น นิพฺพตฺเตนฺติ, อสาตํ อมธุรเมว ผลํ นิพฺพตฺเตนฺติ, เอวํ กายทุจฺจริตาทีนิ มธุรวิปากํ น นิพฺพตฺเตนฺติ อมธุรเมว นิพฺพตฺเตนฺติ. ยถา จ อุจฺฉุพีชสาลิพีชาทีนิ มธุรํ สาทุรสเมว ผลํ นิพฺพตฺเตนฺติ น อสาตํ กฏุกํ. เอวํ กายสุจริตาทีนิ มธุรเมว วิปากํ นิพฺพตฺเตนฺติ น อมธุรํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ยาทิสํ วปเต พีชํ, ตาทิสํ หรเต ผลํ;
กลฺยาณการี กลฺยาณํ, ปาปการี จ ปาปก’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๕๖; เนตฺติ. ๑๒๒);
ตสฺมา ‘‘ติณฺณํ ทุจฺจริตาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
อญฺญตโร สมโณ วา พฺราหฺมโณ วาติ โย โกจิ ปพฺพชฺชามตฺเตน สมโณ วา ชาติมตฺเตน พฺราหฺมโณ วา. ปาปิจฺโฉ สมฺภาวนาธิปฺปาเยน วิมฺหาปนโต กุหโก. ปจฺจยสนฺนิสฺสิตาย ปยุตฺตวาจาย วเสน ลปโก. ปจฺจยนิพฺพตฺตกนิมิตฺตาวจรโต เนมิตฺตโก. กุหนลปนเนมิตฺตกตฺตํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวาติ กุหนาทิภาวเมว ปุรกฺขตฺวา สนฺตินฺทฺริโย สนฺตมานโส วิย จรนฺโต. ปญฺจ นีวรเณติ กามจฺฉนฺทาทิเก ปญฺจ นีวรเณ. อปฺปหาย อสมุจฺฉินฺทิตฺวา, เจตโส อุปกฺกิเลเสติ นีวรเณ. นีวรณา หิ จิตฺตํ อุปกฺกิเลเสนฺติ กิลิฏฺฐํ กโรนฺติ วิพาเธนฺติ อุปตาเปนฺติ จ. ตสฺมา ‘‘เจตโส อุปกฺกิเลสา’’ติ วุจฺจนฺติ. ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณติ นีวรเณ. นีวรณา หิ อุปฺปชฺชมานา อนุปฺปนฺนาย ปญฺญาย อุปฺปชฺชิตุํ น เทนฺติ. ตสฺมา ‘‘ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา’’ติ วุจฺจนฺติ. อนุปฏฺฐิตสฺสตีติ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ น อุปฏฺฐิตสฺสติ. อภาวยิตฺวาติ อวฑฺฒยิตฺวา. อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธินฺติ อรหตฺตปทฏฺฐานํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ.
ปจฺฉิมวาเร อญฺญตโร สมโณ วา พฺราหฺมโณ วาติ สพฺพญฺญุโพธิสตฺตํ สนฺธาย วทติ. ตตฺถ สพฺพโทสาปคโตติ สพฺเพหิ ปารมิตาปฏิปกฺขภูเตหิ โทเสหิ อปคโต. เอเตน ปริปูริตปารมิภาวํ ทสฺเสติ. สติปฏฺฐานานิ วิปสฺสนา, โพชฺฌงฺโค มคฺโค, อนุตฺตรา สมฺมาสมฺโพธิ อรหตฺตํ. สติปฏฺฐานานิ วา วิปสฺสนา, โพชฺฌงฺคา มิสฺสกา, สมฺมาสมฺโพธิ อรหตฺตเมว. เสสํ อนนฺตรวาเร วุตฺตปฏิปกฺขโต เวทิตพฺพํ. ยํ เอตฺถ ญาณนฺติ ยํ เอตสฺมึ ยถาวุตฺเต ฐาเน จ ฐานํ, อฏฺฐาเน จ อฏฺฐานนฺติ ปวตฺตํ ญาณํ. เหตุโสติ ตสฺส ฐานสฺส อฏฺฐานสฺส จ เหตุโต. ฐานโสติ ตงฺขเณ เอว อาวชฺชนสมนนฺตรํ. อโนธิโสติ โอธิอภาเวน, กิญฺจิ อนวเสเสตฺวาติ อตฺโถ.
อิติ ฐานาฏฺฐานคตาติอาทีสุ เอวํ ฐานาฏฺฐานภาวํ คตา. สพฺเพติ ขยวยวิรชฺชนนิรุชฺฌนสภาวา สงฺขตธมฺมา, เต เอว จ สตฺตปญฺญตฺติยา อุปาทานภูตา เกจิ สคฺคูปคา เย ธมฺมจาริโน, เกจิ อปายูปคา เย อธมฺมจาริโน, เกจิ นิพฺพานูปคา เย กมฺมกฺขยกรํ อริยมคฺคํ ปฏิปนฺนา.
๕๘. อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘สพฺเพ สตฺตา มริสฺสนฺตี’’ติ คาถาทฺวยมาห. ตสฺส อตฺถํ ‘‘สพฺเพ สตฺตาติ อริยา จ อนริยา จา’’ติอาทินา สยเมว นิทฺทิสติ. ตตฺถ ชีวิตปริยนฺโต มรณปริยนฺโตติ ชีวิตสฺส ปริยนฺโต นาม มรณสงฺขาโต อนฺโต. ยถากมฺมํ คมิสฺสนฺตีติ เอตฺถ ยเทตํ สตฺตานํ ยถากมฺมํ คมนํ, อยํ กมฺมสฺสกตาติ อตฺโถ. กมฺมานํ ผลทสฺสาวิตา จ อวิปฺปวาโส จาติ ‘‘ปุญฺญปาปผลูปคา’’ติ อิมินา วจเนน กมฺมานํ ผลสฺส ปจฺจกฺขการิตา, กตูปจิตานํ กมฺมานํ อตฺตโน ผลสฺส อปฺปทานาภาโว จ ทสฺสิโตติ อตฺโถ.
กมฺมเมว กมฺมนฺตํ, ปาปํ กมฺมนฺตํ เอเตสนฺติ ปาปกมฺมนฺตา, ตสฺส อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปุญฺญสงฺขารา’’ติ วุตฺตํ. อปุญฺโญ สงฺขาโร เอเตสนฺติ อปุญฺญสงฺขารา. ปาปกมฺมนฺตาติ วา นิสฺสกฺกวจนํ, ปาปกมฺมนฺตเหตูติ อตฺโถ. ตถา ปุญฺญสงฺขาราติอาทีสุปิ. ปุน ‘‘นิรยํ ปาปกมฺมนฺตา’’ติอาทินา อนฺตทฺวเยน สทฺธึ มชฺฌิมปฏิปทํ ทสฺเสติ. ตถา ‘‘อยํ สํกิเลโส’’ติอาทินา วฏฺฏวิวฏฺฏวเสน อาทีนวสฺสาทนิสฺสรณวเสน เหตุผลวเสน จ คาถายํ ตโย อตฺถวิกปฺปา ทสฺสิตา. ปุน ‘‘นิรยํ ปาปกมฺมนฺตาติ อยํ สํกิเลโส’’ติอาทินา โวทานวเสน คาถาย อตฺถํ ทสฺเสติ.
๕๙. เตน เตนาติ เตน เตน อชฺโฌสิตวตฺถุนา รูปภวอรูปภวาทินา. ฉตฺตึสาติ กามตณฺหา ตาว รูปาทิวิสยเภเทน ฉ, ตถา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา จาติ อฏฺฐารส. ตา เอว อชฺฌตฺติเกสุ รูปาทีสุ อฏฺฐารส, พาหิเรสุ รูปาทีสุ อฏฺฐารสาติ เอวํ ฉตฺตึส. เยน เยนาติ ‘‘สุภํ สุข’’นฺติอาทินา.
โวทานํ ติวิธํ ขนฺธตฺตยวเสนาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตณฺหาสํกิเลโส’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปุน ‘‘สพฺเพ สตฺตา มริสฺสนฺตี’’ติอาทิ ปฏิปทาวิภาเคน คาถานมตฺถํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถ คามินีติ ตตฺถ ตตฺเถว นิพฺพาเน คามินี, นิพฺพานสฺส คมนสีลาติ อตฺโถ.
ปุน ตตฺถตตฺถคามินีสพฺพตฺถคามินีนํ ปฏิปทานํ วิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตโย ราสี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยนฺติ ยํ นิรยาทิ. ตํ ตํ ฐานํ ยถารหํ คเมตีติ สพฺพตฺถคามินี. ปฏิปทาสงฺขาเต อปุญฺญกมฺเม ปุญฺญกมฺเม จ กมฺมกฺขยกรณกมฺเม จ วิภาคโส ภควโต ปวตฺตนญาณํ. อิทํ สพฺพตฺถคามินี ปฏิปทาญาณํ นาม ตถาคตพลํ. อิมินา หิ ญาเณน ภควา สพฺพมฺปิ ปฏิปทํ ยถาภูตํ ปชานาติ.
กถํ? สกลคามวาสิเกสุปิ เอกํ สูกรํ วา มิคํ วา มาเรนฺเตสุ สพฺเพสํ เจตนา ปรสฺส ชีวิตินฺทฺริยารมฺมณาว โหติ, ตํ ปน กมฺมํ เตสํ อายูหนกฺขเณเยว นานา โหติ. เตสุ หิ เอโก อาทเรน กโรติ, เอโก ‘‘ตฺวมฺปิ กโรหี’’ติ ปเรหิ นิปฺปีฬิโต กโรติ, เอโก สมานจฺฉนฺโท วิย หุตฺวา อปฺปฏิพาหมาโน วิจรติ. เตสุ เอโก เตเนว กมฺเมน นิรเย นิพฺพตฺตติ, เอโก ติรจฺฉานโยนิยํ, เอโก เปตฺติวิสเย, ตํ ตถาคโต อายูหนกฺขเณ เอว ‘‘อิมินา นีหาเรน อายูหิตตฺตา เอส นิรเย นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส ติรจฺฉานโยนิยํ, เอส เปตฺติวิสเย’’ติ ชานาติ. นิรเย นิพฺพตฺตนกมฺปิ ‘‘เอส อฏฺฐสุ มหานิรเยสุ นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส โสฬสสุ อุสฺสเทสู’’ติ ชานาติ. ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺตนกมฺปิ ‘‘เอส อปาทโก ภวิสฺสติ, เอส ทฺวิปาทโก, เอส จตุปฺปาทโก, เอส พหุปฺปาทโก’’ติ ชานาติ. เปตฺติวิสเย นิพฺพตฺตนกมฺปิ ‘‘เอส นิชฺฌามตณฺหิโก ภวิสฺสติ, เอส ขุปฺปิปาสิโก, เอส ปรทตฺตูปชีวี’’ติ ชานาติ.
‘‘เตสุ จ กมฺเมสุ อิทํ กมฺมํ ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิสฺสติ, อิทํ นากฑฺฒิสฺสติ ทุพฺพลํ ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา อุปธิเวปกฺกมตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติ ชานาติ. ตถา สกลคามวาสิเกสุ เอกโต ทานํ ททมาเนสุ สพฺเพสมฺปิ เจตนา เทยฺยธมฺมารมฺมณาว โหติ, ตํ ปน กมฺมํ เตสํ อายูหนกฺขเณ เอว นานํ โหติ. เตสุ หิ เกจิ เทวโลเก นิพฺพตฺตนฺติ, เกจิ มนุสฺสโลเก, ตํ ตถาคโต อายูหนกฺขเณ เอว ‘‘อิมินา นีหาเรน อายูหิตตฺตา เอส มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส เทวโลเก’’ติ ชานาติ. ตตฺถปิ ‘‘เอส ปรนิมฺมิตวสวตฺตีสุ นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส ภุมฺมเทเวสุ นิพฺพตฺติสฺสติ, เอส เชฏฺฐกเทวราชา หุตฺวา, เอส ตสฺส ทุติยํ ตติยํ วา ฐานนฺตรํ กโรนฺโต ปริจารโก หุตฺวา นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ ชานาติ.
‘‘เตสุ จ กมฺเมสุ อิทํ ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตุํ สกฺขิสฺสติ, อิทํ น สกฺขิสฺสติ ทุพฺพลํ ทินฺนาย ปฏิสนฺธิยา อุปธิเวปกฺกมตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติ ชานาติ. ตถา ‘‘วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปนฺเตสุ จ เอส อิมินา นีหาเรน วิปสฺสนาย อารทฺธตฺตา อรหา ภวิสฺสติ, เอส อนาคามี, เอส สกทาคามี, เอส โสตาปนฺโน, เอกพีชี โกลํโกโล สตฺตกฺขตฺตุปรโม, เอส มคฺคํ ปตฺตุํ น สกฺขิสฺสติ ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนายเมว ฐสฺสติ, เอส ปจฺจยปริคฺคเห, เอส นามรูปปริคฺคเห, อรูปปริคฺคเห จ ฐสฺสติ, เอส มหาภูตมตฺตเมว ววตฺถเปสฺสติ, เอส กิญฺจิ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺขิสฺสตี’’ติ ชานาติ. ‘‘กสิณปริกมฺมํ กโรนฺเตสุปิ เอส ปริกมฺมมตฺเต เอว ฐสฺสติ, เอส นิมิตฺตํ อุปฺปาเทตุํ สกฺขิสฺสติ, น อปฺปนํ. เอส อปฺปนมฺปิ อุปฺปาเทสฺสติ, เอส ฌานํ อธิคมิสฺสติ, น อุปริวิเสสํ. เอส อุปริวิเสสมฺปิ อธิคมิสฺสตี’’ติ ชานาติ.
อเนกธาตูติ อเนกา จกฺขาทโย ปถวาทโย จ ธาตุโย เอตสฺสาติ อเนกธาตุ, พหุธาตูติ อตฺโถ. โลโกติ ขนฺธายตนาทิโลโก. จกฺขุธาตูติอาทิ ยาหิ ธาตูหิ ‘‘อเนกธาตู’’ติ โลโก วุตฺโต, ตาสํ สรูปโต ทสฺสนํ. ตตฺถ สภาวฏฺเฐน นิสฺสตฺตฏฺเฐน จ ธาตุ. จกฺขุ เอว ธาตุ จกฺขุธาตุ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. กามธาตูติ เอตฺถ เทฺว กามา กิเลสกาโม จ วตฺถุกาโม จ. กิเลสกามปกฺเข กามปฏิสํยุตฺโต ธาตุ กามธาตุ, กามวิตกฺกสฺเสตํ นามํ. วตฺถุกามปกฺเข ปน กามาวจรธมฺมา กาโม อุตฺตรปทโลเปน, กาโม จ โส ธาตุ จาติ กามธาตุ. พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต ธาตุ พฺยาปาทธาตุ, พฺยาปาทวิตกฺกสฺเสตํ นามํ. พฺยาปาโทว ธาตุ พฺยาปาทธาตุ, ทสอาฆาตวตฺถุวิสยสฺส ปฏิฆสฺเสตํ นามํ. วิหึสาปฏิสํยุตฺโต ธาตุ วิหึสาธาตุ, วิหึสาวิตกฺโก. วิหึสา เอว วา ธาตุ วิหึสาธาตุ, ปรสตฺตวิเหสนสฺเสตํ นามํ. เนกฺขมฺมอพฺยาปาทอวิหึสาธาตุโย เนกฺขมฺมวิตกฺกาทโย สพฺพกุสลธมฺมา เมตฺตากรุณา จาติ เวทิตพฺพํ. รูปธาตูติ รูปภโว, สพฺเพ วา รูปธมฺมา. อรูปธาตูติ อรูปภโว, อรูปธมฺมา วา. นิโรธธาตูติ นิโรธตณฺหา. สงฺขารธาตูติ สพฺเพ สงฺขตธมฺมา. เสสํ สุวิญฺเญยฺยํ.
อญฺญมญฺญวิลกฺขณตฺตา นานปฺปการา ธาตุโย เอตสฺมินฺติ นานาธาตุ, โลโก. เตเนวาห – ‘‘อญฺญา จกฺขุธาตุ ยาว อญฺญา นิพฺพานธาตู’’ติ, ยถา จ อิทํ ญาณํ จกฺขุธาตุอาทิเภเทน อุปาทินฺนกสงฺขารโลกสฺส วเสน อเนกธาตุนานาธาตุโลกํ ปชานาติ, เอวํ อนุปาทินฺนกสงฺขารโลกสฺสปิ วเสน ตํ ปชานาติ. ปจฺเจกพุทฺธา หิ เทฺว จ อคฺคสาวกา อุปาทินฺนกสงฺขารโลกสฺเสว นานตฺตํ ชานนฺติ, ตมฺปิ เอกเทเสเนว, น นิปฺปเทสโต. อนุปาทินฺนกสงฺขารโลกสฺส ปน นานตฺตํ น ชานนฺติ. ภควา ปน ‘‘อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนาย อิมสฺส รุกฺขสฺส ขนฺโธ เสโต โหติ, อิมสฺส กาโฬ, อิมสฺส มฏฺโฐ, อิมสฺส ผรุโส, อิมสฺส พหโล, อิมสฺส ตนุตฺตโจ. อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนาย อิมสฺส รุกฺขสฺส ปตฺตํ วณฺณสณฺฐานาทิวเสน เอวรูปํ นาม โหติ, อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนตฺตา อิมสฺส รุกฺขสฺส ปุปฺผํ นีลํ โหติ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ สุคนฺธํ ทุคฺคนฺธํ, อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนาย ผลํ ขุทฺทกํ มหนฺตํ ทีฆํ วฏฺฏํ สุสณฺฐานํ ทุสฺสณฺฐานํ มฏฺฐํ ผรุสํ สุคนฺธํ ทุคฺคนฺธํ ติตฺตํ มธุรํ กฏุกํ อมฺพิลํ กสาวํ โหติ, อิมาย นาม ธาตุยา อุสฺสนฺนาย อิมสฺส รุกฺขสฺส กณฺฏโก ติขิโณ โหติ, อติขิโณ อุชุโก กุฏิโล กโณฺห นีโล โอทาโต โหตี’’ติ เอวํ อนุปาทินฺนสงฺขารโลกสฺสาปิ วเสน อเนกธาตุนานาธาตุภาวํ ชานาติ. สพฺพญฺญุพุทฺธานํ เอว หิ เอตํ พลํ, น อญฺเญสํ.
๖๐. ยํ ยเทว ธาตุนฺติ ยํ กิญฺจิ หีนาทิสภาวํ. ยสฺมา อธิมุตฺติ นาม อชฺฌาสยธาตุ, ตสฺมา อธิมุจฺจนํ อชฺฌาสยสฺส หีนาทิสภาเวน ปวตฺตนํ. ตํ ปน ตสฺส ตํ ตํ อธิฏฺฐหนํ อภินิวิสนญฺจ โหตีติ อาห – ‘‘อธิมุจฺจนฺติ, ตํ ตเทว อธิฏฺฐหนฺติ อภินิวิสนฺตี’’ติ. อธิมุจฺจนสฺส วิสยํ วิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘เกจิ รูปาธิมุตฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. นานาธิมุตฺติกตาญาณนฺติ หีนาทิวเสน นานาธิมุตฺติกตาย ญาณํ.
เต ยถาธิมุตฺตา จ ภวนฺตีติ เต หีนาธิมุตฺติกา ปณีตาธิมุตฺติกา สตฺตา ยถา ยถา อธิมุตฺตา โหนฺติ. ตํ ตํ กมฺมสมาทานํ สมาทิยนฺตีติ อธิมุตฺติอนุรูปํ ตํ ตํ อตฺตนา สมาทิยิตพฺพํ กตฺตพฺพํ กมฺมํ กโรนฺติ, ตานิ กมฺมสมาทานานิ สมุฏฺฐานวเสน วิภชนฺโต ‘‘เต ฉพฺพิธํ กมฺม’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ เกจิ โลภวเสน กมฺมํ สมาทิยนฺตีติ สมฺพนฺธิตพฺพํ. เอส นโย เสเสสุปิ. ตํ วิภชฺชมานนฺติ ตํ สมุฏฺฐานวเสน ฉพฺพิธํ ปุน ปวตฺตินิวตฺติวเสน วิภชฺชมานํ ทุวิธํ.
ยํ โลภวเสน โทสวเสน โมหวเสน จ กมฺมํ กโรตีติ ทสอกุสลกมฺมปถกมฺมํ สนฺธาย วทติ. ตญฺหิ สํกิลิฏฺฐตาย กาฬกนฺติ กณฺหํ. อปาเยสุ นิพฺพตฺตาปนโต กาฬกวิปากนฺติ กณฺหวิปากํ. ยํ สทฺธาวเสน กมฺมํ กโรตีติ ทสกุสลกมฺมปถกมฺมํ. ตญฺหิ อสํกิลิฏฺฐตฺตา ปณฺฑรนฺติ สุกฺกํ. สคฺเค นิพฺพตฺตาปนโต ปณฺฑรวิปากตฺตา สุกฺกวิปากํ. ยํ โลภวเสน โทสวเสน โมหวเสน สทฺธาวเสน จ กมฺมํ กโรติ, อิทํ กณฺหสุกฺกนฺติ โวมิสฺสกกมฺมํ. กณฺหสุกฺกวิปากนฺติ สุขทุกฺขวิปากํ. มิสฺสกกมฺมญฺหิ กตฺวา อกุสลวเลน ติรจฺฉานโยนิยํ มงฺคลหตฺถิภาวํ อุปปนฺโน กุสเลน ปวตฺเต สุขํ อนุภวติ, กุสเลน ราชกุเล นิพฺพตฺโตปิ อกุสเลน ทุกฺขํ เวทยติ. ยํ วีริยวเสน ปญฺญาวเสน จ กมฺมํ กโรติ, อิทํ กมฺมํ อกณฺหํ อสุกฺกํ อกณฺหอสุกฺกวิปากนฺติ กมฺมกฺขยกรา จตุมคฺคเจตนา. ตญฺหิ ยทิ กณฺหํ ภเวยฺย, กณฺหวิปากํ ทเทยฺย. ยทิ สุกฺกํ ภเวยฺย, สุกฺกอุปปตฺติปริยาปนฺนํ วิปากํ ทเทยฺย. อุภยวิปากสฺส ปน อปฺปทานโต อกณฺหอสุกฺกวิปากนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ.
กมฺมสมาทาเน ปฐมํ อเจลกปฏิปทา กาเมสุ ปาตพฺยตา, ทุติยํ ติพฺพกิเลสสฺส อสฺสุมุขสฺสาปิ รุทโต ปริสุทฺธพฺรหฺมจริยจรณํ, ตติยํ กาเมสุ อปาตพฺยตา อเจลกปฏิปทา, จตุตฺถํ ปจฺจเย อลภมานสฺสาปิ ฌานวิปสฺสนาสุขสมงฺคิโน สาสนพฺรหฺมจริยจรณํ. ยํ เอวํ ชาติยํ กมฺมสมาทานนฺติ ยํ อญฺญมฺปิ เอวํปการํ กมฺมํ. อิมินา ปุคฺคเลนาติอาทิ ตสฺมึ กมฺมวิปาเก ภควโต ญาณสฺส ปวตฺตนาการทสฺสนํ. ตตฺถ อุปจิตนฺติ ยถา กตํ กมฺมํ ผลทานสมตฺถํ โหติ, ตถา กตํ อุปจิตํ. อวิปกฺกนฺติ น วิปกฺกวิปากํ. วิปากาย ปจฺจุปฏฺฐิตนฺติ วิปากทานาย กโตกาสํ. น จ ภพฺโพ อภินิพฺพิธา คนฺตุนฺติ กิเลสาภิสงฺขารานํ อภินิพฺพิชฺฌนโต อภินิพฺพิธาสงฺขาตํ อริยมคฺคํ อธิคนฺตุํ น จ ภพฺโพ. ตํ ภควา น โอวทตีติ ตํ วิปากาวรเณน นิวุตํ ปุคฺคลํ ภควา สจฺจปฏิเวธํ ปุรกฺขตฺวา น โอวทติ, วาสนตฺถํ ปน ตาทิสานมฺปิ ธมฺมํ เทเสติ เอว, อชาตสตฺตุอาทีนํ วิย.
อุปจิตนฺติ กาตุํ อารทฺธํ. เตเนวาห – ‘‘น จ ตาว ปาริปูรึ คต’’นฺติ. เตน มิจฺฉตฺตนิยามสฺส อสมตฺถตํ ทสฺเสติ. ปุรา ปาริปูรึ คจฺฉตีติ ปาริปูรึ ผลนิปฺผาทนสมตฺถตํ คจฺฉติ ปุรา อธิคจฺเฉยฺย. มิจฺฉตฺตนิยตตาย สชฺชุกํ ผลธมฺมสฺส อภาชนภาวํ นิพฺพตฺตยติ ปุรา. เตเนวาห – ‘‘ปุรา เวเนยฺยตฺตํ สมติกฺกมตี’’ติ. ‘‘ปุรา อนิยตํ สมติกฺกมตี’’ติปิ ปาโฐ, โส เอวตฺโถ. อสมตฺเตติ กมฺเม อสมฺปุณฺเณ, เต อสมฺปุณฺเณ วา.
๖๑. เอวํ กิเลสนฺตรายมิสฺสกํ กมฺมนฺตรายํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อมิสฺสกํ กมฺมนฺตรายํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺส จ ปุคฺคลสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ วุตฺตนยเมว.
สพฺเพสนฺติ อิมสฺมึ พลนิทฺเทเส วุตฺตานํ สพฺเพสํ กมฺมานํ. มุทุมชฺฌาธิมตฺตตาติ มุทุมชฺฌติพฺพภาโว. กมฺมานญฺหิ มุทุอาทิภาเวน ตํวิปากานํ มุทุมชฺฌติกฺขภาโว วิญฺญายตีติ อธิปฺปาโย. ทิฏฺฐธมฺมเวทนียนฺติอาทีสุ ทิฏฺฐธมฺเม อิมสฺมึ อตฺตภาเว เวทิตพฺพํ ผลํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ. อุปปชฺเช อนนฺตเร อตฺตภาเว เวทิตพฺพํ ผลํ อุปปชฺชเวทนียํ. อปรสฺมึ อตฺตภาเว อิโต อญฺญสฺมึ ยสฺมึ กสฺมิญฺจิ อตฺตภาเว เวทิตพฺพํ ผลํ อปราปริยเวทนียํ. เอกชวนวารสฺมิญฺหิ สตฺตสุ เจตนาสุ ปฐมเจตนา ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ นาม. ปริโยสานเจตนา อุปปชฺชเวทนียํ นาม. มชฺเฌ ปญฺจ เจตนา อปราปริยเวทนียํ นาม. วิปากเวมตฺตตาญาณนฺติ วิปากเวมตฺตตาย วิปากวิเสเส ญาณํ. อิมสฺส ปน กมฺมวิปากสฺส คติสมฺปตฺติ คติวิปตฺติ, อุปธิสมฺปตฺติ อุปธิวิปตฺติ, กาลสมฺปตฺติ กาลวิปตฺติ, ปโยคสมฺปตฺติ ปโยควิปตฺติโย การณํ. โส จ เนสํ การณภาโว ‘‘อตฺเถกจฺจานิ ปาปกานิ กมฺมสมาทานานิ คติสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตี’’ติอาทิปาฬิวเสน (วิภ. ๘๑๐) เวทิตพฺโพ.
๖๒. อนนฺตรพลนิทฺเทเส วุตฺตกมฺมสมาทานปเทเนว ฌานาทีนิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตถา สมาทินฺนานํ กมฺมาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เสกฺขปุถุชฺชนสนฺตาเนสุ ปวตฺตานิ ฌานาทีนิ กมฺมํ โหนฺติ. ตตฺถ ตถา สมาทินฺนานนฺติ ‘‘สุกฺกํ สุกฺกวิปากํ ปจฺจุปฺปนฺนสุขํ, อายตึ สุขวิปาก’’นฺติ เอวมาทิปฺปกาเรหิ สมาทินฺเนสุ กมฺเมสุ. สํกิเลโสติ ปฏิปกฺขธมฺมวเสน กิลิฏฺฐภาโว. โวทานํ ปฏิปกฺขธมฺเมหิ วิสุชฺฌนํ. วุฏฺฐานํ ปคุณโวทานํ ภวงฺควุฏฺฐานญฺจ. เอวํ สํกิลิสฺสตีติอาทีสุ อยเมวตฺโถ – อิมินา อากาเรน ฌานาทิ สํกิลิสฺสติ โวทายติ วุฏฺฐหตีติ ชานนญาณํ ภควโต อนาวรณญาณํ, น ตสฺส อาวรณํ อตฺถีติ.
กติ ฌานานีติอาทิ ฌานาทโย วิภาเคน ทสฺเสตุํ อารทฺธํ. จตฺตาริ ฌานานีติ จตุกฺกนยวเสน รูปาวจรชฺฌานานิ สนฺธายาห. เอกาทสาติ ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๑๒๙, ๑๗๔; ๓.๓๓๙, ๓๕๘; ม. นิ. ๒.๒๔๘; ๓.๓๑๒) อฏฺฐนฺนํ ติณฺณญฺจ สุญฺญตวิโมกฺขาทีนํ วเสน วุตฺตํ. อฏฺฐาติ เตสุ ฐเปตฺวา โลกุตฺตเร วิโมกฺเข อฏฺฐ. สตฺตาติ เตสุ เอว นิโรธสมาปตฺตึ ฐเปตฺวา สตฺต. ตโยติ สุตฺตนฺตปริยาเยน สุญฺญตวิโมกฺขาทโย ตโย. เทฺวติ อภิธมฺมปริยาเยน อนิมิตฺตวิโมกฺขสฺสาสมฺภวโต อวเสสา เทฺว. เอตฺถ จ ปฏิปาฏิยา สตฺต อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ วิกฺขมฺภนวเสน ปจฺจนีกธมฺเมหิ วิมุจฺจนโต, อารมฺมเณ อธิมุจฺจนโต จ วิโมกฺขา. นิโรธสมาปตฺติ ปน สพฺพโส สญฺญาเวทยิเตหิ วิมุตฺตตฺตา อปคมวิโมกฺโข นาม. โลกุตฺตรา จ ตํตํมคฺควชฺฌกิเลเสหิ สมุจฺเฉทวเสน วิมุตฺตตฺตา วิโมกฺโขติ อยํ วิเสโส เวทิตพฺโพ.
สมาธีสุ จตุกฺกนยปญฺจกนเยสุ ปฐมชฺฌานสมาธิ สวิตกฺโก สวิจาโร สมาธิ นาม. ปญฺจกนเย ทุติยชฺฌานสมาธิ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ นาม. จตุกฺกนเย ปญฺจกนเยปิ เสสฌาเนสุ สมาธิ อวิตกฺโก อวิจาโร สมาธิ นาม.
สมาปตฺตีสุ ปฏิปาฏิยา อฏฺฐนฺนํ สมาปตฺตีนํ ‘‘สมาธี’’ติปิ นามํ ‘‘สมาปตฺตี’’ติปิ. กสฺมา? จิตฺเตกคฺคตาสพฺภาวโต. นิโรธสมาปตฺติยา ตทภาวโต น ‘‘สมาธี’’ติ นามํ. สญฺญาสมาปตฺติอาทิ เหฏฺฐา วุตฺตเมว.
หานภาคิโย สมาธีติ อปฺปคุเณหิ ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐิตสฺส สญฺญามนสิการานํ กามาทิอนุปกฺขนฺทนํ ปฐมชฺฌานาทิสมาธิสฺส หานภาคิยตา. ‘‘ปฐมชฺฌานสฺส กามราคพฺยาปาทา สํกิเลโส’’ติ วุตฺตตฺตา ทุติยชฺฌานาทิวเสน โยเชตพฺพํ. กุกฺกุฏํ วุจฺจติ อชญฺญาชิคุจฺฉนมุเขน ตปฺปรมตา. กุกฺกุฏฌายีติ ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน ฌานานิ วุตฺตานิ, เทฺว ปฐมทุติยชฺฌานานีติ วุตฺตํ โหติ. โย ปฐมํ ทุติยํ วา ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ‘‘อลเมตฺตาวตา’’ติ สงฺโกจํ อาปชฺชติ, อุตฺตริ น วายมติ, ตสฺส ตานิ ฌานานิ จตฺตาริปิ ‘‘กุกฺกุฏฌานานี’’ติ วุจฺจนฺติ, ตํสมงฺคิโน จ กุกฺกุฏฌายี. เตสุ ปุริมานิ เทฺว อาสนฺนพลวปจฺจตฺถิกตฺตา วิเสสภาคิยตาภาวโต จ สํกิเลสภาเวน วุตฺตานิ. อิตรานิ ปน วิเสสภาคิยตาภาเวปิ มนฺทปจฺจตฺถิกตฺตา โวทานภาเวน วุตฺตานีติ ทฏฺฐพฺพํ.
วิเสสภาคิโย สมาธีติ ปคุเณหิ ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐิตสฺส สญฺญามนสิการานํ ทุติยชฺฌานาทิปกฺขนฺทนํ, ปคุณโวทานํ ภวงฺควุฏฺฐานญฺจ ‘‘วุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. เหฏฺฐิมํ เหฏฺฐิมญฺหิ ปคุณชฺฌานํ อุปริมสฺส อุปริมสฺส ปทฏฺฐานํ โหติ. ตสฺมา โวทานมฺปิ ‘‘วุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. ภวงฺควเสน สพฺพฌาเนหิ วุฏฺฐานํ โหตีติ ภวงฺคญฺจ โวทานํ วุฏฺฐานํ. ยสฺมา ปน วุฏฺฐานวสิภาเวน ยถาปริจฺฉินฺนกาลํ สมาปตฺติโต วุฏฺฐานํ โหติ, ตสฺมา สมาปตฺติวุฏฺฐานโกสลฺลํ อิธ ‘‘วุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ.
๖๓. ตสฺเสว สมาธิสฺสาติ ตสฺส อนนฺตรพลนิทฺเทเส ฌานาทิปริยาเยหิ วุตฺตสมาธิสฺส. ปริวาราติ ปริกฺขารา. อินฺทฺริยานีติ สทฺธาสติปญฺญินฺทฺริยานิ. พลานีติ หิโรตฺตปฺเปหิ สทฺธึ ตานิเยว. วีริยสฺส วิสุํ คหณํ พลานํ พหูปการทสฺสนตฺถํ. วีริยุปตฺถมฺเภน หิ สทฺธาทโย ปฏิปกฺเขน อกมฺปนียา โหนฺติ. เตเนวาห – ‘‘วีริยวเสน พลานิ ภวนฺตี’’ติ. เตสนฺติ อินฺทฺริยานํ. มุทุมชฺฌาธิมตฺตตาติ อวิสทํ มุทุ. นาติวิสทํ มชฺฌํ. อติวิสทํ อธิมตฺตํ พลวํ ‘‘ติกฺข’’นฺติ วุจฺจติ.
เวเนยฺยานํ อินฺทฺริยานุรูปํ ภควโต เทสนาปวตฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ภควา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สํขิตฺตวิตฺถาเรนาติ สํขิตฺตสฺส วิตฺถาเรน. อถ วา สํขิตฺเตนาติ อุทฺทิฏฺฐมตฺเตน. สํขิตฺตวิตฺถาเรนาติ อุทฺเทเสน นิทฺเทเสน จ. วิตฺถาเรนาติ อุทฺเทสนิทฺเทสปฏินิทฺเทเสหิ. มุทุกนฺติ ลหุกํ อปายภยวฏฺฏภยาทีหิ สนฺตชฺชนวเสน ภาริยํ อกตฺวา. มุทุติกฺขนฺติ นาติติกฺขํ. สํเวควตฺถูหิ สํเวคชนนาทิวเสน ภาริยํ กตฺวา. สมถํ อุปทิสตีติ สมถํ อธิกํ กตฺวา อุปทิสติ, น ตถา วิปสฺสนนฺติ อธิปฺปาโย. น หิ เกวเลน สมเถน สจฺจปฺปฏิเวโธ สมฺภวติ. สมถวิปสฺสนนฺติ สมธุรํ สมถวิปสฺสนํ. วิปสฺสนนฺติ สาติสยํ วิปสฺสนํ อุปทิสติ. ยสฺมา เจตฺถ ติกฺขินฺทฺริยาทโย อุคฺฆฏิตญฺญุอาทโยว, ตสฺมา ‘‘ติกฺขินฺทฺริยสฺส นิสฺสรณํ อุปทิสตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อธิปญฺญาสิกฺขายาติ อธิปญฺญาสิกฺขํ.
ยํ เอตฺถ ญาณนฺติ เอตฺถ อินฺทฺริยานํ มุทุมชฺฌาธิมตฺตตาย ยํ ญาณํ, อิทํ วุจฺจติ ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตเวมตฺตตาญาณนฺติ สมฺพนฺธิตพฺพํ. ตสฺส ญาณสฺส ปวตฺตนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘อยํ อิมํ ภูมิ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อยํ อิมํ ภูมึ ภาวนญฺจ คโตติ อยํ ปุคฺคโล เอวมิมํ สํกิเลสวาสนํ โวทานํ ภวงฺคญฺจ คโต คจฺฉติ คมิสฺสติ จ, กาลวจนิจฺฉาย อภาวโต, ยถา ทุทฺธนฺติ. อิมาย เวลาย อิมสฺมึ สมเย อิมาย มุทุมชฺฌติกฺขเภทาย อนุสาสนิยา. เอวํธาตุโกติ หีนาทิวเสน เอวํอชฺฌาสโย เอวํอธิมุตฺติโก. อยญฺจสฺส อาสโยติ อิมสฺส ปุคฺคลสฺส อยํ สสฺสตุจฺเฉทปฺปกาโร, ยถาภูตญาณานุโลมขนฺติปฺปกาโร วา อาสโย. อิทญฺหิ จตุพฺพิธํ อาสยนฺติ เอตฺถ สตฺตา วสนฺตีติ อาสโยติ วุจฺจติ. อิมํ ปน ภควา สตฺตานํ อาสยํ ชานนฺโต เตสํ ทิฏฺฐิคตานํ วิปสฺสนาญาณกมฺมสฺสกตญฺญาณานญฺจ อปฺปวตฺติกฺขเณปิ ชานาติ เอว. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘กามํ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ ‘อยํ ปุคฺคโล กามครุโก กามาสโย กามาธิมุตฺโต’ติ. กามํ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ ‘อยํ ปุคฺคโล เนกฺขมฺมครุโก เนกฺขมฺมาสโย เนกฺขมฺมาธิมุตฺโต’ติ. เนกฺขมฺมํ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ… พฺยาปาทํ… อพฺยาปาทํ… ถินมิทฺธํ… อาโลกสญฺญํ เสวนฺตญฺเญว ชานาติ ‘อยํ ปุคฺคโล ถินมิทฺธครุโก ถินมิทฺธาสโย ถินมิทฺธาธิมุตฺโต’’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๑๓).
อยํ อนุสโยติ อยํ อิมสฺส ปุคฺคลสฺส กามราคาทิโก อปฺปหีโนเยว อนุสยิตกิเลโส. อปฺปหีโนเยว หิ ถามคโต กิเลโส อนุสโย. ปรสตฺตานนฺติ ปธานสตฺตานํ. ปรปุคฺคลานนฺติ ตโต ปเรสํ สตฺตานํ, หีนสตฺตานนฺติ อตฺโถ. เอกตฺถเมว วา เอตํ ปททฺวยํ เวเนยฺยวเสน ทฺวิธา วุตฺตํ. อินฺทฺริยปโรปริยตฺตเวมตฺตตาญาณนฺติ ปรภาโว จ อปรภาโว จ ปโรปริยตฺตํ อ-การสฺส โอการํ กตฺวา, ตสฺส เวมตฺตตา ปโรปริยตฺตเวมตฺตตา. สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ ปโรปริยตฺตเวมตฺตตาย ญาณํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตเวมตฺตตาญาณนฺติ ปทวิภาโค เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ ยนฺติ ยํ อเนกวิหิตสฺส ปุพฺเพนิวาสสฺส อนุสฺสรณวเสน ภควโต ญาณํ, อิทํ อฏฺฐมํ ตถาคตพลนฺติ สมฺพนฺโธ. อเนกวิหิตนฺติ อเนกวิธํ, อเนเกหิ วา ปกาเรหิ ปวตฺติตํ. ปุพฺเพนิวาสนฺติ อนุสฺสริตุํ อิจฺฉิตํ อตฺตโน ปเรสญฺจ สมนนฺตราตีตํ ภวํ อาทึ กตฺวา ตตฺถ ตตฺถ นิวุตฺถสนฺตานํ. อนุสฺสรตีติ ‘‘เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย’’ติ เอวํ ชาติปฏิปาฏิยา อนุคนฺตฺวา สรติ, อนุเทว วา สรติ, จิตฺเต อภินินฺนามิตมตฺเต เอว สรตีติ อตฺโถ. ภควโต หิ ปริกมฺมกิจฺจํ นตฺถิ, อาวชฺชนมตฺเตเนว สรติ. เสยฺยถิทนฺติ อารทฺธปฺปการนิทสฺสนตฺเถ นิปาโต. เอกมฺปิ ชาตินฺติ เอกมฺปิ ปฏิสนฺธิมูลํ จุติปริโยสานํ เอกภวปริยาปนฺนํ ขนฺธสนฺตานํ. เอส นโย เทฺวปิ ชาติโยติอาทีสุปิ.
อเนเกปิ สํวฏฺฏกปฺเปติอาทีสุ ปน ปริหายมาโน กปฺโป สํวฏฺฏกปฺโป, วฑฺฒมาโน วิวฏฺฏกปฺโปติ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ สํวฏฺเฏน สํวฏฺฏฏฺฐายี คหิโต ตํมูลตฺตา, วิวฏฺเฏน จ วิวฏฺฏฏฺฐายี. เอวญฺหิ สติ ยานิ ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, กปฺปสฺส อสงฺเขฺยยฺยานิ. กตมานิ จตฺตาริ? สํวฏฺโฏ สํวฏฺฏฏฺฐายี วิวฏฺโฏ วิวฏฺฏฏฺฐายี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๕๖) วุตฺตานิ, ตานิ สพฺพานิ ปริคฺคหิตานิ โหนฺติ. อมุตฺราสินฺติอาทิ สรณาการทสฺสนํ. ตตฺถ อมุตฺราสินฺติ อมุมฺหิ สํวฏฺฏกปฺเป, อมุมฺหิ ภเว วา โยนิยํ วา คติยํ วา วิญฺญาณฏฺฐิติยํ วา สตฺตาวาเส วา สตฺตนิกาเย วา. เอวํนาโมติ ติสฺโส วา ผุสฺโส วา. เอวํโคตฺโตติ ภคฺคโว วา โคตโม วา. เอวํวณฺโณติ โอทาโต วา สาโม วา. เอวมาหาโรติ สาลิมํโสทนาหาโร วา ปวตฺตผลโภชโน วา. เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวทีติ อเนกปฺปกาเรน กายิกเจตสิกานํ สามิสนิรามิสปฺปเภทานํ วา สุขทุกฺขานํ ปฏิสํเวที. เอวมายุปริยนฺโตติ เอวํ วสฺสสตปรมายุปริยนฺโต วา จตุราสีติกปฺปสหสฺสปรมายุปริยนฺโต วา. โส ตโต จุโต อมุตฺร อุทปาทินฺติ โส ตโต ภวโต, สตฺตนิกายโต วา จุโต ปุน อมุกสฺมึ นาม สตฺตนิกาเย อุทปาทึ. อถ วา ตตฺราปิ ภเว วา สตฺตนิกาเย วา อโหสึ. เอวํนาโมติอาทิ วุตฺตตฺถเมว.
๖๔. ทิพฺเพนาติอาทีสุ ทิพฺพสทิสตฺตา ทิพฺพํ. เทวตานญฺหิ สุจริตกมฺมนิพฺพตฺตมฺปิ ปิตฺตเสมฺหรุหิราทีหิ อปลิพุทฺธํ อุปกฺกิเลสวิมุตฺตตฺตา ทูเรปิ อารมฺมณคฺคหณสมตฺถํ ทิพฺพํ ปสาทจกฺขุ โหติ. อิทมฺปิ วีริยภาวนาพลนิพฺพตฺตํ ญาณจกฺขุ ตาทิสเมวาติ ทิพฺพสทิสตฺตา ทิพฺพํ, ทิพฺพวิหารวเสน วา ปฏิลทฺธตฺตา, อตฺตนา จ ทิพฺพวิหารสนฺนิสฺสิตตฺตาปิ ทิพฺพํ, อาโลกปริคฺคเหน มหาชุติกตฺตาปิ ทิพฺพํ, ติโรกุฏฺฏาทิคตรูปทสฺสเนน มหาคติกตฺตาปิ ทิพฺพํ. ตํ สพฺพํ สทฺทสตฺถานุสาเรน เวทิตพฺพํ. ทสฺสนฏฺเฐน จกฺขุ. จกฺขุกิจฺจกรเณน จกฺขุมิวาติปิ จกฺขุ. จุตูปปาตทสฺสเนน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิเหตุตฺตา วิสุทฺธํ. โย หิ จุติมตฺตเมว ปสฺสติ, น อุปปาตํ, โส อุจฺเฉททิฏฺฐึ คณฺหาติ. โย อุปปาตมตฺตเมว ปสฺสติ น จุตึ, โส นวสตฺตปาตุภาวทิฏฺฐึ คณฺหาติ. โย ปน ตทุภยํ ปสฺสติ, โส ยสฺมา ทุวิธมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิคตํ อติวตฺตติ. ตสฺมาสฺส ตํ ทสฺสนํ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิเหตุ โหติ. ตทุภยญฺจ ภควา ปสฺสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘จุตูปปาตทสฺสเนน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิเหตุตฺตา วิสุทฺธ’’นฺติ.
เอกาทสอุปกฺกิเลสวิรหโต วา วิสุทฺธํ. ยถาห –
‘‘โส โข อหํ อนุรุทฺธา ‘วิจิกิจฺฉา จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส’ติ อิติ วิทิตฺวา วิจิกิจฺฉํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสํ ปชหึ. ‘อมนสิกาโร จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส… ถินมิทฺธํ… ฉมฺภิตตฺตํ… อุปฺปิลํ… ทุฏฺฐุลฺลํ… อจฺจารทฺธวีริยํ… อติลีนวีริยํ… อภิชปฺปา… นานตฺตสญฺญา… อตินิชฺฌายิตตฺตํ รูปานํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส’ติ อิติ วิทิตฺวา อตินิชฺฌายิตตฺตํ รูปานํ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสํ ปชหิ’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๒๔๒) เอวมาทิ.
ตเทวํ เอกาทสอุปกฺกิเลสวิรหโต วา วิสุทฺธํ. มนุสฺสูปจารํ อติกฺกมิตฺวา รูปทสฺสเนน อติกฺกนฺตมานุสกํ, มํสจกฺขุํ อติกฺกนฺตตฺตา วา อติกฺกนฺตมานุสกํ. เตน ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน.
สตฺเต ปสฺสตีติ มนุสฺโส มนุสฺสํ มํสจกฺขุนา วิย สตฺเต ปสฺสติ โอโลเกติ. จวมาเน อุปปชฺชมาเนติ เอตฺถ จุติกฺขเณ อุปปตฺติกฺขเณ วา ทิพฺพจกฺขุนาปิ ทฏฺฐุํ น สกฺกา. เย ปน อาสนฺนจุติกา อิทานิ จวิสฺสนฺติ, เย จ คหิตปฏิสนฺธิกา สมฺปติ นิพฺพตฺตา, เต ‘‘จวมานา อุปปชฺชมานา’’ติ อธิปฺเปตา. เต เอวรูเป จวมาเน อุปปชฺชมาเน. หีเนติ โมหนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา หีนชาติกุลโภคาทิวเสน หีฬิเต ปริภูเต. ปณีเตติ อโมหนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา ตพฺพิปรีเต. สุวณฺเณติ อโทสนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา อิฏฺฐกนฺตมนาปวณฺณยุตฺเต. ทุพฺพณฺเณติ โทสนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา อนิฏฺฐากนฺตามนาปวณฺณยุตฺเต อภิรูเป วิรูเป วาติ อตฺโถ. สุคเตติ สุคติคเต, อโลภนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา วา อฑฺเฒ มหทฺธเน. ทุคฺคเตติ ทุคฺคติคเต, โลภนิสฺสนฺทยุตฺตตฺตา วา ทลิทฺเท อปฺปนฺนปานโภชเน. ยถากมฺมูปเคติ ยํ ยํ กมฺมํ อุปจิตํ, เตน เตน อุปคเต. ตตฺถ ปุริเมหิ ‘‘จวมาเน’’ติอาทีหิ ทิพฺพจกฺขุกิจฺจํ วุตฺตํ. อิมินา ปน ปเทน ยถากมฺมูปคญาณกิจฺจํ. ยถากมฺมูปคญาณอนาคตํสญาณานิ จ ทิพฺพจกฺขุปาทกาเนว ทิพฺพจกฺขุนา สเหว อิชฺฌนฺติ.
กายทุจฺจริเตนาติอาทีสุ ทุฏฺฐุ จริตํ, ทุฏฺฐํ วา จริตํ กิเลสปูติกตฺตา ทุจฺจริตํ. กาเยน ทุจฺจริตํ, กายโต วา ปวตฺตํ ทุจฺจริตํ กายทุจฺจริตํ. เอวํ วจีมโนทุจฺจริตานิปิ ทฏฺฐพฺพานิ. สมนฺนาคตาติ สมงฺคีภูตา. อริยานํ อุปวาทกาติ พุทฺธาทีนํ อริยานํ, อนฺตมโส คิหิโสตาปนฺนานมฺปิ อนฺติมวตฺถุนา วา คุณปริธํสเนน วา อุปวาทกา อกฺโกสกา ครหกา. มิจฺฉาทิฏฺฐิกาติ วิปรีตทสฺสนา. มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิเหตุภูตสมาทินฺนนานาวิธกมฺมา. เย จ มิจฺฉาทิฏฺฐิมูลเกสุ กายกมฺมาทีสุ อญฺเญปิ สมาทเปนฺติ. ตตฺถ วจีมโนทุจฺจริตคฺคหเณน อริยูปวาทมิจฺฉาทิฏฺฐีสุ คหิตาสุปิ เตสํ ปุน วจนํ มหาสาวชฺชภาวทสฺสนตฺถํ. มหาสาวชฺโช หิ อริยูปวาโท อานนฺตริยสทิโส. ยถาห –
‘‘เสยฺยถาปิ, สาริปุตฺต, ภิกฺขุ สีลสมฺปนฺโน สมาธิสมฺปนฺโน ปญฺญาสมฺปนฺโน ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญํ อาราเธยฺย, เอวํสมฺปทมิทํ, สาริปุตฺต, วทามิ ตํ วาจํ อปฺปหาย ตํ จิตฺตํ อปฺปหาย ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสชฺชิตฺวา ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๔๙).
มิจฺฉาทิฏฺฐิโต จ มหาสาวชฺชตรํ นาม อญฺญํ นตฺถิ. ยถาห –
‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ มหาสาวชฺชตรํ, ยถยิทํ, ภิกฺขเว, มิจฺฉาทิฏฺฐิ. มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ, ภิกฺขเว, วชฺชานี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๐).
กายสฺส เภทาติ อุปาทินฺนกฺขนฺธปริจฺจาคา. ปรํ มรณาติ ตทนนฺตรํ อภินิพฺพตฺตกฺขนฺธคฺคหเณ. อถ วา กายสฺส เภทาติ ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉทา. ปรํ มรณาติ จุติโต อุทฺธํ. อปายนฺติอาทิ สพฺพํ นิรยเววจนํ. นิรโย หิ สคฺคโมกฺขเหตุภูตา ปุญฺญสมฺมตา อยา อเปตตฺตา, สุขานํ วา อายสฺส อภาวา อปาโย. ทุกฺขสฺส คติ ปฏิสรณนฺติ ทุคฺคติ, โทสพหุลตาย วา ทุฏฺเฐน กมฺมุนา นิพฺพตฺตา คติ ทุคฺคติ. วิวสา นิปตนฺติ ตตฺถ ทุกฺกฏการิโนติ วินิปาโต. นตฺถิ เอตฺถ อสฺสาทสญฺญิโต อโยติ นิรโย.
อถ วา อปายคฺคหเณน ติรจฺฉานโยนึ ทีเปติ, ติรจฺฉานโยนิ หิ อปาโย, สุคติโต อเปตตฺตา. น ทุคฺคติ, มเหสกฺขานํ นาคราชาทีนํ สมฺภวโต. ทุคฺคติคฺคหเณน เปตฺติวิสยํ ทีเปติ, โส หิ อปาโย เจว ทุคฺคติ จ สุคติโต อเปตตฺตา, ทุกฺขสฺส จ คติภูตตฺตา. น ตุ วินิปาโต อสุรสทิสํ อวินิปติตตฺตา. เปตมหิทฺธิกานญฺหิ วิมานานิปิ นิพฺพตฺตนฺติ. วินิปาตคฺคหเณน อสุรกายํ ทีเปติ, โส หิ ยถาวุตฺเตนตฺเถน อปาโย เจว ทุคฺคติ จ สุขสมุสฺสเยหิ วินิปาตตฺตา วินิปาโตติ วุจฺจติ. นิรยคฺคหเณน อวีจิอาทิอเนกปฺปการํ นิรยเมว ทีเปติ. อุปปนฺนาติ อุปคตา, ตตฺถ อภินิพฺพตฺตาติ อธิปฺปาโย. วุตฺตวิปริยาเยน สุกฺกปกฺโข เวทิตพฺโพ.
อยํ ปน วิเสโส – เอตฺถ สุคติคฺคหเณน มนุสฺสคติมฺปิ สงฺคณฺหาติ. สคฺคคฺคหเณน เทวคตึ เอว. ตตฺถ สุนฺทรา คตีติ สุคติ. รูปาทีหิ วิสเยหิ สุฏฺฐุ อคฺโคติ สคฺโค. โส สพฺโพปิ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโกติ อยํ วจนตฺโถ. อมุกาย กปฺปโกฏิยํ อุปจิตํ เตนายํ เอตรหิ, อนาคเต วา สคฺคูปโค อปายูปโค จาติ อฏฺฐมนวมพลญาณกิจฺจํ เอกชฺฌํ กตฺวา ทสฺสิตํ. ตถา กปฺปสตสหสฺเสวาติอาทีสุปิ. เตเนวาห – ‘‘อิมานิ ภควโต เทฺว ญาณานี’’ติ.
นิหโต มาโร โพธิมูเลติ นิหโต สมุจฺฉินฺโน กิเลสมาโร โพธิรุกฺขมูเล. อิทํ ภควโต ทสมํ พลนฺติ อิทํ กิเลสมารสฺส หนนํ สมุจฺฉินฺทนํ ภควโต ทสมํ พลํ. เตเนวาห – ‘‘สพฺพาสวปริกฺขยํ ญาณ’’นฺติ. ยสฺมา ปน ยทา อรหตฺตมคฺเคน สวาสนา สพฺเพ อาสวา เขปิตา, ตทา ภควตา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อธิคตํ นาม, ตสฺมา ‘‘ยํ สพฺพญฺญุตา ปตฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
อยํ ตาเวตฺถ อาจริยานํ สมานตฺถกถา. ปรวาที ปนาห – ‘‘ทสพลญาณํ นาม ปาฏิเอกฺกํ นตฺถิ, ยสฺมา ‘สพฺพญฺญุตา ปตฺตา วิทิตา สพฺพธมฺมา’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺเสวายํ ปเภโท’’ติ, ตํ น ตถา ทฏฺฐพฺพํ. อญฺญเมว หิ ทสพลญาณํ, อญฺญํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. ทสพลญาณญฺหิ สกสกกิจฺจเมว ชานาติ, สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ตมฺปิ ตโต อวเสสมฺปิ ชานาติ. ทสพลญาเณสุ หิ ปฐมํ การณาการณเมว ชานาติ. ทุติยํ กมฺมปริจฺเฉทเมว, ตติยํ ธาตุนานตฺตการณเมว, จตุตฺถํ อชฺฌาสยาธิมุตฺติเมว, ปญฺจมํ กมฺมวิปากนฺตรเมว, ฉฏฺฐํ ฌานาทีหิ สทฺธึ เตสํ สํกิเลสาทิเมว, สตฺตมํ อินฺทฺริยานํ ติกฺขมุทุภาวเมว, อฏฺฐมํ ปุพฺเพนิวุตฺถกฺขนฺธสนฺตติเมว, นวมํ สตฺตานํ จุตูปปาตเมว, ทสมํ สจฺจปริจฺเฉทเมว. สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปน เอเตหิ ชานิตพฺพญฺจ ตโต อุตฺตริญฺจ ปชานาติ. เอเตสํ ปน กิจฺจํ สพฺพํ น กโรติ. ตญฺหิ ฌานํ หุตฺวา อปฺเปตุํ น สกฺโกติ, อิทฺธิ หุตฺวา วิกุพฺพิตุํ น สกฺโกติ, มคฺโค หุตฺวา กิเลเส เขเปตุํ น สกฺโกติ.
อปิจ ปรวาที เอวํ ปุจฺฉิตพฺโพ ‘‘ทสพลญาณํ นาเมตํ สวิตกฺกสวิจารํ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ อวิตกฺกอวิจารํ กามาวจรํ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ โลกิยํ โลกุตฺตร’’นฺติ. ชานนฺโต ‘‘ปฏิปาฏิยา สตฺต สวิตกฺกสวิจารานี’’ติ วกฺขติ, ตโต ปรานิ เทฺว อวิตกฺกอวิจารานีติ, อาสวกฺขยญาณํ สิยา สวิตกฺกสวิจารํ, สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ, สิยา อวิตกฺกอวิจารนฺติ. ตถา ปฏิปาฏิยา สตฺต กามาวจรานิ, ตโต เทฺว รูปาวจรานิ, อวสาเน เอกํ โลกุตฺตรนฺติ วกฺขติ. สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปน สวิตกฺกสวิจารเมว กามาวจรเมว โลกิยเมวาติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ.
วิจยหารสมฺปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.