๑. เทสนาหารวิภงฺควณฺณนา
๕. เอวํ หาราทโย สุขคฺคหณตฺถํ คาถาพนฺธวเสน สรูปโต นิทฺทิสิตฺวา อิทานิ เตสุ หาเร ตาว ปฏินิทฺเทสวเสน วิภชิตุํ ‘‘ตตฺถ กตโม เทสนาหาโร’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กตโมติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. เทสนาหาโรติ ปุจฺฉิตพฺพธมฺมนิทสฺสนํ. กิญฺจาปิ เทสนาหาโร นิทฺเทสวาเร สรูปโต ทสฺสิโต, ปฏินิทฺเทสสฺส ปน วิสยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อสฺสาทาทีนวตา’’ติ คาถํ เอกเทเสน ปจฺจามสติ. อยํ เทสนาหาโร ปุพฺพาปราเปกฺโข. ตตฺถ ปุพฺพาเปกฺขตฺเต ‘‘กตโม เทสนาหาโร’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อสฺสาทาทีนวตา’’ติ สรูปโต ทสฺสิตสฺส นิคมนํ โหติ. ปราเปกฺขตฺเต ปน ‘‘อยํ เทสนาหาโร กึ เทสยตี’’ติ เทสนากิริยาย กตฺตุนิทฺเทโส โหติ. เตน เทสนาหารสฺส อนฺวตฺถสญฺญตํ ทสฺเสติ. เทสยตีติ สํวณฺเณติ, วิตฺถาเรตีติ อตฺโถ.
อิทานิ อเนน เทเสตพฺพธมฺเม สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘อสฺสาท’’นฺติอาทิมาห, ตํ ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานเมว. ตสฺมา อิโต ปรมฺปิ อวุตฺตเมว วณฺณยิสฺสาม. ‘‘กตฺถ ปน อาคเต อสฺสาทาทิเก อยํ หาโร สํวณฺเณตี’’ติ อนุโยคํ มนสิกตฺวา เทสนาหาเรน สํวณฺเณตพฺพธมฺมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺมํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทิกํ สพฺพปริยตฺติธมฺมสงฺคาหกํ ภควโต ฉฉกฺกเทสนํ เอกเทเสน ทสฺเสติ.
ตตฺถ ธมฺมนฺติ อยํ ธมฺม-สทฺโท ปริยตฺติสจฺจสมาธิปญฺญาปกติปุญฺญาปตฺติเญยฺยาทีสุ พหูสุ อตฺเถสุ ทิฏฺฐปฺปโยโค. ตถา หิ ‘‘อิธ, ภิกฺขุ, ธมฺมํ ปริยาปุณาตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๗๓) ปริยตฺติธมฺเม ทิสฺสติ. ‘‘ทิฏฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๙๙; มหาว. ๑๘) สจฺเจ. ‘‘เอวํธมฺมา เต ภควนฺโต อเหสุ’’นฺติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๑๓, ๑๔๕) สมาธิมฺหิ. ‘‘สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค’’ติ เอวมาทีสุ (ชา. ๑.๑.๕๗; ๑.๒.๑๔๗-๑๔๘) ปญฺญายํ. ‘‘ชาติธมฺมานํ, ภิกฺขเว, สตฺตาน’’นฺติ เอวมาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๙๘; ม. นิ. ๑.๑๓๑) ปกติยํ. ‘‘ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจาริ’’นฺติอาทีสุ (ชา. ๑.๑๐.๑๐๒; ๑.๑๕.๓๘๕) ปุญฺเญ. ‘‘จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมา’’ติ เอวมาทีสุ (ปารา. ๒๓๓) อาปตฺติยํ. ‘‘กุสลา ธมฺมา อกุสลาธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ติกมาติกา ๑) เญยฺเย. อิธ ปน ปริยตฺติยํ ทฏฺฐพฺโพติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.มูลปริยายสุตฺตวณฺณนา; ธ. ส. อฏฺฐ. จิตฺตุปฺปาทกณฺฑ ๑; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๑.๑).
โวติ ปน อยํ โว-สทฺโท ‘‘หนฺท ทานิ, ภิกฺขเว, ปวาเรมิ โว’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๑๕) เอตฺถ อุปโยคตฺเถ อาคโต. ‘‘สนฺนิปติตานํ โว, ภิกฺขเว, ทฺวยํ กรณีย’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๗๓) กรณตฺเถ. ‘‘เย หิ โว อริยา ปริสุทฺธกายกมฺมนฺตา’’ติอาทีสุ ปทปูรเณ. ‘‘อาโรจยามิ โว, ภิกฺขเว’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๗.๗๒) สมฺปทานตฺเถ. อิธาปิ สมฺปทานตฺเถ เอวาติ ทฏฺฐพฺโพ.
ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยเคน ภิกฺขู, ภินฺนกิเลสตาทิคุณโยเคน วา. อถ วา สํสาเร ภยํ อิกฺขนฺตีติ ภิกฺขู. ภิกฺขเวติ เตสํ อาลปนํ. เตน เต ธมฺมสฺสวเน นิโยเชนฺโต อตฺตโน มุขาภิมุขํ กโรติ. เทเสสฺสามีติ กเถสฺสามิ. เตน นาหํ ธมฺมิสฺสรตาย ตุเมฺห อญฺญํ กิญฺจิ กาเรยฺยามิ, อนาวรณญาเณน สพฺพํ เญยฺยธมฺมํ ปจฺจกฺขการิตาย ปน ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ อิทานิ ปวตฺติยมานํ ธมฺมเทสนํ ปฏิชานาติ. อาทิกลฺยาณนฺติอาทีสุ อาทิมฺหิ กลฺยาณํ อาทิกลฺยาณํ, อาทิกลฺยาณเมตสฺสาติ วา อาทิกลฺยาณํ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ตตฺถ สีเลน อาทิกลฺยาณํ. สมาธินา มชฺเฌกลฺยาณํ. ปญฺญาย ปริโยสานกลฺยาณํ. พุทฺธสุพุทฺธตาย วา อาทิกลฺยาณํ. ธมฺมสุธมฺมตาย มชฺเฌกลฺยาณํ. สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติยา ปริโยสานกลฺยาณํ. อถ วา อุคฺฆฏิตญฺญุวินยเนน อาทิกลฺยาณํ. วิปญฺจิตญฺญุวินยเนน มชฺเฌกลฺยาณํ เนยฺยปุคฺคลวินยเนน ปริโยสานกลฺยาณํ. อยเมวตฺโถ อิธาธิปฺเปโต.
อตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถํ. พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนํ. สงฺกาสนาทิฉอตฺถปทสมาโยคโต วา สาตฺถํ. อกฺขราทิฉพฺยญฺชนปทสมาโยคโต สพฺยญฺชนํ. อยเมวตฺโถ อิธาธิปฺเปโต. อุปเนตพฺพาภาวโต เอกนฺเตน ปริปุณฺณนฺติ เกวลปริปุณฺณํ. อปเนตพฺพาภาวโต ปริสุทฺธํ. สีลาทิปญฺจธมฺมกฺขนฺธปาริปูริยา วา ปริปุณฺณํ. จตุโรฆนิตฺถรณาย ปวตฺติยา โลกามิสนิรเปกฺขตาย จ ปริสุทฺธํ. พฺรหฺมํ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ พฺรหฺมูนํ วา เสฏฺฐานํ อริยานํ จริยํ สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สาสนํ พฺรหฺมจริยํ ปกาสยิสฺสามิ ปริทีปยิสฺสามีติ อตฺโถ.
เอวํ ภควตา เทสิโต ปกาสิโต จ สาสนธมฺโม เยสํ อสฺสาทาทีนํ ทสฺสนวเสน ปวตฺโต, เต อสฺสาทาทโย เทสนาหารสฺส วิสยภูตา ยตฺถ ยตฺถ ปาเฐ สวิเสสํ วุตฺตา, ตโต ตโต นิทฺธาเรตฺวา อุทาหรณวเสน อิธาเนตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ กตโม อสฺสาโท’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ กามนฺติ มนาปิยรูปาทึ เตภูมกธมฺมสงฺขาตํ วตฺถุกามํ. กามยมานสฺสาติ อิจฺฉนฺตสฺส. ตสฺส เจตํ สมิชฺฌตีติ ตสฺส กามยมานสฺส สตฺตสฺส ตํ กามสงฺขาตํ วตฺถุ สมิชฺฌติ เจ, สเจ โส ตํ ลภตีติ วุตฺตํ โหติ. อทฺธาปีติมโน โหตีติ เอกํเสน ตุฏฺฐจิตฺโต โหติ. ลทฺธาติ ลภิตฺวา. มจฺโจติ สตฺโต. ยทิจฺฉตีติ ยํ อิจฺฉติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน นิทฺเทเส (มหานิ. ๑) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. อยํ อสฺสาโทติ ยายํ อธิปฺปายสมิชฺฌนา อิจฺฉิตลาเภ ปีติมนตา โสมนสฺสํ, อยํ อสฺสาเทตพฺพโต อสฺสาโท.
ตสฺส เจ กามยานสฺสาติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส กาเม อิจฺฉมานสฺส, กาเมน วา ยายมานสฺส. ฉนฺทชาตสฺสาติ ชาตตณฺหสฺส. ชนฺตุโนติ สตฺตสฺส. เต กามา ปริหายนฺตีติ เต วตฺถุกามา เกนจิ อนฺตราเยน วินสฺสนฺติ เจ. สลฺลวิทฺโธว รุปฺปตีติ อถ อโยมยาทินา สลฺเลน วิทฺโธ วิย ปีฬิยตีติ อตฺโถ. อยํ อาทีนโวติ ยายํ กามานํ วิปริณามญฺญถาภาวา กามยานสฺส สตฺตสฺส รุปฺปนา โทมนสฺสุปฺปตฺติ, อยํ อาทีนโว.
โย กาเม ปริวชฺเชตีติ โย ภิกฺขุ ยถาวุตฺเต กาเม ตตฺถ ฉนฺทราคสฺส วิกฺขมฺภเนน วา สมุจฺฉินฺทเนน วา สพฺพภาเคน วชฺเชติ. ยถา กึ? สปฺปสฺเสว ปทา สิโรติ, ยถา โกจิ ปุริโส ชีวิตุกาโม กณฺหสปฺปํ ปฏิปเถ ปสฺสิตฺวา อตฺตโน ปาเทน ตสฺส สิรํ ปริวชฺเชติ, โสมํ…เป… สมติวตฺตตีติ โส ภิกฺขุ สพฺพํ โลกํ วิสริตฺวา ฐิตตฺตา โลเก วิสตฺติกาสงฺขาตํ อิมํ ตณฺหํ สติมา หุตฺวา สมติกฺกมตีติ. อิทํ นิสฺสรณนฺติ ยทิทํ วิสตฺติกาสงฺขาตาย ตณฺหาย นิพฺพานารมฺมเณน อริยมคฺเคน สมติวตฺตนํ, อิทํ นิสฺสรณํ.
เขตฺตนฺติ เกทาราทิเขตฺตํ. วตฺถุนฺติ ฆรวตฺถุอาทิวตฺถุํ. หิรญฺญํ วาติ กหาปณสงฺขาตํ สุวณฺณสงฺขาตญฺจ หิรญฺญํ. วา-สทฺโท วิกปฺปนตฺโถ, โส สพฺพปเทสุ โยเชตพฺโพ. ควาสฺสนฺติ คาโว จ อสฺเส จาติ ควาสฺสํ. ทาสโปริสนฺติ ทาเส จ โปริเส จาติ ทาสโปริสํ. ถิโยติ อิตฺถิโย. พนฺธูติ ญาติพนฺธโว. ปุถู กาเมติ อญฺเญปิ วา มนาปิยรูปาทิเก พหู กามคุเณ. โย นโร อนุคิชฺฌตีติ โย สตฺโต อนุ อนุ อภิกงฺขติ ปตฺเถตีติ อตฺโถ. อยํ อสฺสาโทติ ยทิทํ เขตฺตาทีนํ อนุคิชฺฌนํ, อยํ อสฺสาเทติ วตฺถุกาเม เอเตนาติ อสฺสาโท.
อพลา นํ พลียนฺตีติ เขตฺตาทิเภเท กาเม อนุคิชฺฌนฺตํ ตํ ปุคฺคลํ กุสเลหิ ปหาตพฺพตฺตา อพลสงฺขาตา กิเลสา พลียนฺติ อภิภวนฺติ, สทฺธาพลาทิวิรเหน วา อพลํ ตํ ปุคฺคลํ อพลา กิเลสา พลียนฺติ, อพลตฺตา อภิภวนฺตีติ อตฺโถ. มทฺทนฺเตนํ ปริสฺสยาติ เอนํ กามคิทฺธํ กาเม ปริเยสนฺตํ รกฺขนฺตญฺจ สีหาทโย จ ปากฏปริสฺสยา กายทุจฺจริตาทโย จ อปากฏปริสฺสยา มทฺทนฺติ. ตโต นํ…เป… ทกนฺติ ตโต เตหิ ปากฏาปากฏปริสฺสเยหิ อภิภูตํ ตํ ปุคฺคลํ ชาติอาทิทุกฺขํ สมุทฺเท ภินฺนนาวํ อุทกํ วิย อเนฺวติ อนุคจฺฉตีติ อตฺโถ. อยํ อาทีนโวติ ยฺวายํ ตณฺหาทุจฺจริตสํกิเลสเหตุโก ชาติอาทิทุกฺขานุพนฺโธ, อยํ อาทีนโว.
ตสฺมาติ ยสฺมา กามคิทฺธสฺส วุตฺตนเยน ทุกฺขานุพนฺโธ วิชฺชติ, ตสฺมา. ชนฺตูติ สตฺโต. สทา สโตติ ปุพฺพรตฺตาปรรตฺตํ ชาคริยานุโยเคน สโต หุตฺวา. กามานิ ปริวชฺชเยติ วิกฺขมฺภนวเสน สมุจฺเฉทวเสน จ รูปาทีสุ วตฺถุกาเมสุ สพฺพปฺปการํ กิเลสกามํ อนุปฺปาเทนฺโต กามานิ ปริวชฺชเย ปชเหยฺย. เต ปหาย ตเร โอฆนฺติ เอวํ เต กาเม ปหาย ตปฺปหานกรอริยมคฺเคเนว จตุพฺพิธมฺปิ โอฆํ ตเรยฺย, ตริตุํ สกฺกุเณยฺยาติ อตฺโถ. นาวํ สิตฺวาว ปารคูติ ยถา ปุริโส อุทกคฺคหเณน ครุภารํ นาวํ อุทกํ พหิ สิญฺจิตฺวา ลหุกาย นาวาย อปฺปกสิเรเนว ปารคู ภเวยฺย, ปารํ คจฺเฉยฺย, เอวเมว อตฺตภาวนาวํ กิเลสูทกครุกํ สิญฺจิตฺวา ลหุเกน อตฺตภาเวน ปารคู ภเวยฺย, ปารํ นิพฺพานํ อรหตฺตปฺปตฺติยา คจฺเฉยฺย อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพาเนนาติ อตฺโถ. อิทํ นิสฺสรณนฺติ ยํ กามปฺปหานมุเขน จตุโรฆํ ตริตฺวา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา นิพฺพานํ, อิทํ สพฺพสงฺขตนิสฺสรณโต นิสฺสรณนฺติ.
ธมฺโมติ ทานาทิปุญฺญธมฺโม. หเวติ นิปาตมตฺตํ. รกฺขติ ธมฺมจารินฺติ โย ตํ ธมฺมํ อปฺปมตฺโต จรติ, ตํ ธมฺมจารึ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกเภเทน ทุวิธโตปิ อนตฺถโต รกฺขติ ปาเลติ. ฉตฺตํ มหนฺตํ ยถ วสฺสกาเลติ วสฺสกาเล เทเว วสฺสนฺเต ยถา มหนฺตํ ฉตฺตํ กุสเลน ปุริเสน ธาริตํ ตํ วสฺสเตมนโต รกฺขติ. ตตฺถ ยถา ตํ ฉตฺตํ อปฺปมตฺโต หุตฺวา อตฺตานํ รกฺขนฺตํ ฉาเทนฺตญฺจ วสฺสาทิโต รกฺขติ, เอวํ ธมฺโมปิ อตฺตสมฺมาปณิธาเนน อปฺปมตฺโต หุตฺวา ธมฺมจริยาย อตฺตานํ รกฺขนฺตํเยว รกฺขตีติ อธิปฺปาโย. เอสา…เป… จารีติ เอเตน วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏตรํ กโรติ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. อิทํ ผลนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิเกหิ สมฺปรายิเกหิ จ อนตฺเถหิ ยทิทํ ธมฺมสฺส รกฺขณํ วุตฺตํ รกฺขาวสานสฺส จ อพฺภุทยสฺส นิปฺผาทนํ, อิทํ นิสฺสรณํ อนามสิตฺวา เทสนาย นิพฺพตฺเตตพฺพตาย ผลนฺติ.
สพฺเพ ธมฺมาติ สพฺเพ สงฺขตา ธมฺมา. อนตฺตาติ นตฺถิ เอเตสํ อตฺตา การกเวทกสภาโว, สยํ วา น อตฺตาติ อนตฺตาติ. อิตีติ เอวํ. ยทา ปญฺญาย ปสฺสตีติ ยสฺมึ กาเล วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปนฺโต อนตฺตานุปสฺสนาสงฺขาตาย ปญฺญาย ปสฺสติ. อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเขติ อถ อนตฺตานุปสฺสนาย ปุพฺเพ เอว อนิจฺจตาทุกฺขตานํ สุปริทิฏฺฐตฺตา นิพฺพิทานุปสฺสนาวเสน วิปสฺสนาโคจรภูเต ปญฺจกฺขนฺธทุกฺเข นิพฺพินฺทติ นิพฺเพทํ อาปชฺชติ. เอส มคฺโค วิสุทฺธิยาติ ยา วุตฺตลกฺขณา นิพฺพิทานุปสฺสนา สพฺพกิเลสวิสุชฺฌนโต วิสุทฺธิสงฺขาตสฺส อริยมคฺคสฺส อจฺจนฺตวิสุทฺธิยา วา อมตธาตุยา มคฺโค อุปาโย. อยํ อุปาโยติ ยทิทํ อนตฺตานุปสฺสนามุเขน สพฺพสฺมึ วฏฺฏสฺมึ นิพฺพินฺทนํ วุตฺตํ, ตํ วิสุทฺธิยา อธิคมเหตุภาวโต อุปาโย.
‘‘จกฺขุมา…เป… ปริวชฺชเย’’ติ อิมิสฺสา คาถาย อยํ สงฺเขปตฺโถ – ยถา จกฺขุมา ปุริโส สรีเร วหนฺเต วิสมานิ ภูมิปฺปเทสานิ จณฺฑตาย วา วิสเม หตฺถิอาทโย ปริวชฺเชติ, เอวํ โลเก สปฺปญฺโญ ปุริโส สปฺปญฺญตาย หิตาหิตํ ชานนฺโต ปาปานิ ลามกานิ ทุจฺจริตานิ ปริวชฺเชยฺยาติ. อยํ อาณตฺตีติ ยา อยํ ‘‘ปาปานิ ปริวชฺเชตพฺพานี’’ติ ธมฺมราชสฺส ภควโต อาณา, อยํ อาณตฺตีติ.
เอวํ วิสุํ วิสุํ สุตฺเตสุ อาคตา ผลูปายาณตฺติโย อุทาหรณภาเวน ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตา เอกโต อาคตา ทสฺเสตุํ ‘‘สุญฺญโต’’ติ คาถมาห.
ตตฺถ สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ, โมฆราชาติ อาณตฺตีติ ‘‘โมฆราช, สพฺพมฺปิ สงฺขารโลกํ อวสวตฺติตาสลฺลกฺขณวเสน วา ตุจฺฉภาวสมนุปสฺสนวเสน วา สุญฺโญติ ปสฺสา’’ติ อิทํ ธมฺมราชสฺส วจนํ วิธานภาวโต อาณตฺติ. สพฺพทา สติกิริยาย ตํสุญฺญตาทสฺสนํ สมฺปชฺชตีติ ‘‘สทา สโตติ อุปาโย’’ติ วุตฺตํ. อตฺตานุทิฏฺฐึ อูหจฺจาติ วีสติวตฺถุกํ สกฺกายทสฺสนํ อุทฺธริตฺวา สมุจฺฉินฺทิตฺวา. เอวํ มจฺจุตโร สิยาติ. อิทํ ผลนฺติ ยํ เอวํ วุตฺเตน วิธินา มจฺจุตรณํ มจฺจุโน วิสยาติกฺกมนํ ตสฺส ยํ ปุพฺพภาคปฏิปทาปฏิปชฺชนํ, อิทํ เทสนาย ผลนฺติ อตฺโถ. ยถา ปน อสฺสาทาทโย สุตฺเต กตฺถจิ สรูปโต กตฺถจิ นิทฺธาเรตพฺพตาย กตฺถจิ วิสุํ วิสุํ กตฺถจิ เอกโต ทสฺสิตา, น เอวํ ผลาทโย. ผลาทโย ปน สพฺพตฺถ สุตฺเต คาถาสุ วา เอกโต ทสฺเสตพฺพาติ อิมสฺส นยสฺส ทสฺสนตฺถํ วิสุํ วิสุํ อุทาหริตฺวาปิ ปุน ‘‘สุญฺญโต โลก’’นฺติอาทินา เอกโต อุทาหรณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
๖. เอวํ อสฺสาทาทโย อุทาหรณวเสน สรูปโต ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตตฺถ ปุคฺคลวิภาเคน เทสนาวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ภควา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ อุคฺฆฏิตํ ฆฏิตมตฺตํ อุทฺทิฏฺฐมตฺตํ ยสฺส นิทฺเทสปฏินิทฺเทสา น กตา, ตํ ชานาตีติ อุคฺฆฏิตญฺญู. อุทฺเทสมตฺเตน สปฺปเภทํ สวิตฺถารมตฺถํ ปฏิวิชฺฌตีติ อตฺโถ, อุคฺฆฏิตํ วา อุจฺจลิตํ อุฏฺฐปิตนฺติ อตฺโถ, ตํ ชานาตีติ อุคฺฆฏิตญฺญู. ธมฺโม หิ เทสิยมาโน เทสกโต เทสนาภาชนํ สงฺกมนฺโต วิย โหติ, ตเมส อุจฺจลิตเมว ชานาตีติ อตฺโถ, จลิตเมว วา อุคฺฆฏิตํ. สสฺสตาทิอาการสฺส หิ เวเนยฺยานํ อาสยสฺส พุทฺธาเวณิกา ธมฺมเทสนา ตงฺขณปติตา เอว จลนาย โหติ, ตโต ปรมฺปรานุวตฺติยา, ตตฺถายํ อุคฺฆฏิเต จลิตมตฺเตเยว อาสเย ธมฺมํ ชานาติ อวพุชฺฌตีติ อุคฺฆฏิตญฺญู, ตสฺส อุคฺฆฏิตญฺญุสฺส นิสฺสรณํ เทสยติ, ตตฺตเกเนว ตสฺส อตฺถสิทฺธิโต. วิปญฺจิตํ วิตฺถาริตํ นิทฺทิฏฺฐํ ชานาตีติ วิปญฺจิตญฺญู, วิปญฺจิตํ วา มนฺทํ สณิกํ ธมฺมํ ชานาตีติ วิปญฺจิตญฺญู, ตสฺส วิปญฺจิตญฺญุสฺส อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ เทสยติ, นาติสงฺเขปวิตฺถาราย เทสนาย ตสฺส อตฺถสิทฺธิโต. เนตพฺโพ ธมฺมสฺส ปฏินิทฺทิเสน อตฺถํ ปาเปตพฺโพติ เนยฺโย, มุทินฺทฺริยตาย วา ปฏิโลมคฺคหณโต เนตพฺโพ อนุเนตพฺโพติ เนยฺโย, ตสฺส เนยฺยสฺส อสฺสาทํ อาทีนวํ นิสฺสรณญฺจ เทสยติ, อนวเสเสตฺวาว เทสเนน ตสฺส อตฺถสิทฺธิโต. ตตฺถายํ ปาฬิ –
‘‘กตโม จ ปุคฺคโล อุคฺฆฏิตญฺญู? ยสฺส ปุคฺคลสฺส สห อุทาหฏเวลาย ธมฺมาภิสมโย โหติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล อุคฺฆฏิตญฺญู.
‘‘กตโม จ ปุคฺคโล วิปญฺจิตญฺญู? ยสฺส ปุคฺคลสฺส สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺเถ วิภชิยมาเน ธมฺมาภิสมโย โหติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล วิปญฺจิตญฺญู.
‘‘กตโม จ ปุคฺคโล เนยฺโย? ยสฺส ปุคฺคลสฺส อุทฺเทสโต ปริปุจฺฉโต โยนิโสมนสิกโรโต กลฺยาณมิตฺเต เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต เอวํ อนุปุพฺเพน ธมฺมาภิสมโย โหติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล เนยฺโย’’ติ (ปุ. ป. ๑๔๘-๑๕๐).
ปทปรโม ปเนตฺถ เนตฺติยํ ปฏิเวธสฺส อภาชนนฺติ น คหิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ จ อสฺสาโท, อาทีนโว, นิสฺสรณํ, อสฺสาโท จ อาทีนโว จ, อสฺสาโท จ นิสฺสรณญฺจ, อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจ, อสฺสาโท จ อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจาติ เอเต สตฺต ปฏฺฐานนยา.
เตสุ ตติยฉฏฺฐสตฺตมา เวเนยฺยตฺตยวินยเน สมตฺถตาย คหิตา, อิตเร จตฺตาโร น คหิตา. น หิ เกวเลน อสฺสาเทน อาทีนเวน ตทุภเยน วา กถิเตน เวเนยฺยวินยนํ สมฺภวติ, กิเลสานํ ปหานาวจนโต. ปญฺจโมปิ อาทีนวาวจนโต นิสฺสรณสฺส อนุปาโย เอว. น หิ วิมุตฺติรสา ภควโต เทสนา วิมุตฺตึ ตทุปายญฺจ อนามสนฺตี ปวตฺตติ. ตสฺมา เอเต จตฺตาโร นยา อนุทฺธฏา. สเจ ปน ปทปรมสฺส ปุคฺคลสฺส วเสน ปวตฺตํ สํกิเลสภาคิยํ วาสนาภาคิยํ ตทุภยภาเค ฐิตํ เทสนํ สุตฺเตกเทสํ คาถํ วา ตาทิสํ เอเตสํ นยานํ อุทาหรณภาเวน อุทฺธรติ, เอวํ สติ สตฺตนฺนมฺปิ นยานํ คหณํ ภเวยฺย. เวเนยฺยวินยนํ ปน เตสํ สนฺตาเน อริยมคฺคสฺส อุปฺปาทนํ. ตํ ยถาวุตฺเตหิ เอว นเยติ, นาวเสเสหีติ อิตเร อิธ น วุตฺตา. ยสฺมา ปน เปฏเก (เปฏโก. ๒๓) –
‘‘ตตฺถ กตโม อสฺสาโท จ อาทีนโว จ?
ยานิ กโรติ ปุริโส, ตานิ อตฺตนิ ปสฺสติ;
กลฺยาณการี กลฺยาณํ, ปาปการี จ ปาปก’’นฺติ.
ตตฺถ ยํ กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปจฺจนุโภติ, อยํ อสฺสาโท. ยํ ปาปการี ปาปํ ปจฺจนุโภติ, อยํ อาทีนโว.
อฏฺฐิเม, ภิกฺขเว, โลกธมฺมา. กตเม อฏฺฐ? ลาโภติอาทิ (อ. นิ. ๘.๖). ตตฺถ ลาโภ ยโส สุขํ ปสํสา, อยํ อสฺสาโท. อลาโภ อยโส ทุกฺขํ นินฺทา, อยํ อาทีนโว.
ตตฺถ กตโม อสฺสาโท จ นิสฺสรณญฺจ?
‘‘สุโข วิปาโก ปุญฺญานํ, อธิปฺปาโย จ อิชฺฌติ;
ขิปฺปญฺจ ปรมํ สนฺตึ, นิพฺพานมธิคจฺฉตี’’ติ. (เปฏโก. ๒๓);
อยํ อสฺสาโท จ นิสฺสรณญฺจ.
ทฺวตฺตึสิมานิ, ภิกฺขเว, มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณานิ, เยหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส เทฺวว คติโย ภวนฺติ อนญฺญา…เป… วิวฏจฺฉโทติ สพฺพํ ลกฺขณสุตฺตํ, (ที. นิ. ๓.๑๙๙) อยํ อสฺสาโท จ นิสฺสรณญฺจ.
ตตฺถ กตโม อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจ?
‘‘ภารา หเว ปญฺจกฺขนฺธา, ภารหาโร จ ปุคฺคโล;
ภาราทานํ ทุขํ โลเก, ภารนิกฺเขปนํ สุขํ.
‘‘นิกฺขิปิตฺวา ครุํ ภารํ, อญฺญํ ภารํ อนาทิย;
สมูลํ ตณฺหมพฺพุยฺห, นิจฺฉาโต ปรินิพฺพุโต’’ติ. (สํ. นิ. ๓.๒๒);
อยํ อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจ.
ตตฺถ กตโม อสฺสาโท จ อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจ?
‘‘กามา หิ จิตฺรา มธุรา มโนรมา, วิรูปรูเปน มเถนฺติ จิตฺตํ;
ตสฺมา อหํ ปพฺพชิโตมฺหิ ราช, อปณฺณกํ สามญฺญเมว เสยฺโยติ. (ม. นิ. ๒.๓๐๗; เถรคา. ๗๘๗-๗๘๘; เปฏโก. ๒๓);
อยํ อสฺสาโท จ อาทีนโว จ นิสฺสรณญฺจา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา เตปิ นยา อิธ นิทฺธาเรตฺวา เวทิตพฺพา. ผลาทีสุปิ อยํ นโย ลพฺภติ เอว. ยสฺมา เปฏเก (เปฏโก. ๒๒) ‘‘ตตฺถ กตมํ ผลญฺจ อุปาโย จ? สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ’’ติ คาถา (สํ. นิ. ๑.๒๓), อิทํ ผลญฺจ อุปาโย จ.
ตตฺถ กตมํ ผลญฺจ อาณตฺติ จ?
‘‘สเจ ภายถ ทุกฺขสฺส, สเจ โว ทุกฺขมปฺปิยํ;
มากตฺถ ปาปกํ กมฺมํ, อาวิ วา ยทิ วา รโหติ. (อุทา. ๔๔);
อิทํ ผลญฺจ อาณตฺติ จ.
ตตฺถ กตโม อุปาโย จ อาณตฺติ จ?
‘‘กุมฺภูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวา, นครูปมํ จิตฺตมิทํ ฐเปตฺวา;
โยเธถ มารํ ปญฺญาวุเธน, ชิตญฺจ รกฺเข อนิเวสโน สิยา’’ติ. (ธ. ป. ๔๐);
อยํ อุปาโย จ อาณตฺติ จ. เอวํ ผลาทีนํ ทุกวเสนปิ อุทาหรณํ เวทิตพฺพํ. เอตฺถ จ โย นิสฺสรณเทสนาย วิเนตพฺโพ, โส อุคฺฆฏิตญฺญูติอาทินา ยถา เทสนาวิภาเคน ปุคฺคลวิภาคสิทฺธิ โหติ, เอวํ อุคฺฆฏิตญฺญุสฺส ภควา นิสฺสรณํ เทเสตีติอาทินา ปุคฺคลวิภาเคน เทสนาวิภาโค สมฺภวตีติ โส ตถา ทสฺสิโต.
เอวํ เยสํ ปุคฺคลานํ วเสน เทสนาวิภาโค ทสฺสิโต, เต ปุคฺคเล ปฏิปทาวิภาเคน วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘จตสฺโส ปฏิปทา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปฏิปทาภิญฺญากโต วิภาโค ปฏิปทากโต โหตีติ อาห – ‘‘จตสฺโส ปฏิปทา’’ติ. ตา ปเนตา จ สมถวิปสฺสนาปฏิปตฺติวเสน ทุวิธา โหนฺติ. กถํ? สมถปกฺเข ตาว ปฐมสมนฺนาหารโต ปฏฺฐาย ยาว ตสฺส ตสฺส ฌานสฺส อุปจารํ อุปฺปชฺชติ, ตาว ปวตฺตา สมถภาวนา ‘‘ปฏิปทา’’ติ วุจฺจติ. อุปจารโต ปน ปฏฺฐาย ยาว อปฺปนา ตาว ปวตฺตา ปญฺญา ‘‘อภิญฺญา’’ติ วุจฺจติ.
สา ปนายํ ปฏิปทา เอกจฺจสฺส ทุกฺขา โหติ นีวรณาทิปจฺจนีกธมฺมสมุทาจารคหณตาย กิจฺฉา อสุขเสวนาติ อตฺโถ, เอกจฺจสฺส ตทภาเวน สุขา. อภิญฺญาปิ เอกจฺจสฺส ทนฺธา โหติ มนฺทา อสีฆปฺปวตฺติ, เอกจฺจสฺส ขิปฺปา อมนฺทา สีฆปฺปวตฺติ. ตสฺมา โย อาทิโต กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต ทุกฺเขน สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กิลมนฺโต วิกฺขมฺเภติ, ตสฺส ทุกฺขา ปฏิปทา โหติ. โย ปน วิกฺขมฺภิตกิเลโส อปฺปนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน องฺคปาตุภาวํ ปาปุณาติ, ตสฺส ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ. โย ขิปฺปํ องฺคปาตุภาวํ ปาปุณาติ, ตสฺส ขิปฺปาภิญฺญา นาม โหติ. โย กิเลเส วิกฺขมฺเภนฺโต สุเขน อกิลมนฺโต วิกฺขมฺเภติ, ตสฺส สุขา ปฏิปทา นาม โหติ.
วิปสฺสนาปกฺเข ปน โย รูปารูปมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิสนฺโต จตฺตาริ มหาภูตานิ ปริคฺคเหตฺวา อุปาทารูปํ ปริคฺคณฺหาติ อรูปํ ปริคฺคณฺหาติ, รูปารูปํ ปน ปริคฺคณฺหนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปริคฺคเหตุํ สกฺโกติ, ตสฺส ทุกฺขา ปฏิปทา นาม โหติ. ปริคฺคหิตรูปารูปสฺส ปน วิปสฺสนาปริวาเส มคฺคปาตุภาวทนฺธตาย ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ. โยปิ รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวา นามรูปํ ววตฺถเปนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ววตฺถเปติ, ววตฺถปิเต จ นามรูเป วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทตุํ สกฺโกติ. ตสฺสาปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ.
อปโร นามรูปมฺปิ ววตฺถเปตฺวา ปจฺจเย ปริคฺคณฺหนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปริคฺคณฺหาติ, ปจฺจเย จ ปริคฺคเหตฺวา วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทติ. เอวมฺปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ.
อปโร ปจฺจเยปิ ปริคฺคเหตฺวา ลกฺขณานิ ปฏิวิชฺฌนฺโต ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปฏิวิชฺฌติ, ปฏิวิทฺธลกฺขโณ จ วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทติ. เอวมฺปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ.
อปโร ลกฺขณานิปิ ปฏิวิชฺฌิตฺวา วิปสฺสนาญาเณ ติกฺเข สูเร สุปฺปสนฺเน วหนฺเต อุปฺปนฺนํ วิปสฺสนานิกนฺตึ ปริยาทิยมาโน ทุกฺเขน กสิเรน กิลมนฺโต ปริยาทิยติ, นิกนฺติญฺจ ปริยาทิยิตฺวา วิปสฺสนาปริวาสํ วสนฺโต จิเรน มคฺคํ อุปฺปาเทติ. เอวมฺปิ ทุกฺขา ปฏิปทา ทนฺธาภิญฺญา นาม โหติ. อิมินาวุปาเยน อิตราปิ ติสฺโส ปฏิปทา เวทิตพฺพา. วิปสฺสนาปกฺขิกา เอว ปเนตฺถ จตสฺโส ปฏิปทา ทฏฺฐพฺพา.
จตฺตาโร ปุคฺคลาติ ยถาวุตฺตปฏิปทาวิภาเคน จตฺตาโร ปฏิปนฺนกปุคฺคลา. ตํ ปน ปฏิปทาวิภาคํ สทฺธึ เหตุปายผเลหิ ทสฺเสตุํ ‘‘ตณฺหาจริโต’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ จริตนฺติ จริยา, วุตฺตีติ อตฺโถ. ตณฺหาย นิพฺพตฺติตํ จริตํ เอตสฺสาติ ตณฺหาจริโต, ตณฺหาย วา ปวตฺติโต จริโต ตณฺหาจริโต, โลภชฺฌาสโยติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิจริโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. มนฺโทติ มนฺทิยํ วุจฺจติ อวิชฺชา, ตาย สมนฺนาคโต มนฺโท, โมหาธิโกติ อตฺโถ.
สตินฺทฺริเยนาติ สติยา อาธิปจฺจํ กุรุมานาย. สตินฺทฺริยเมว หิสฺส วิสทํ โหติ. ยสฺมา ตณฺหาจริตตาย ปุพฺพภาเค โกสชฺชาภิภเวน น วีริยํ พลวํ โหติ, โมหาธิกตาย น ปญฺญา พลวตี. ตทุภเยนาปิ น สมาธิ พลวา โหติ, ตสฺมา ‘‘สตินฺทฺริยเมว หิสฺส วิสทํ โหตี’’ติ วุตฺตํ. เตเนวาห – ‘‘สติปฏฺฐาเนหิ นิสฺสเยหี’’ติ. ตณฺหาจริตตาย จสฺส กิเลสวิกฺขมฺภนํ น สุกรนฺติ ทุกฺขา ปฏิปทา, อวิสทญาณตาย ทนฺธาภิญฺญาติ ปุพฺเพ วุตฺตนยํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. นิยฺยาตีติ อริยมคฺเคน วฏฺฏทุกฺขโต นิคฺคจฺฉติ.
อุทตฺโถติ อุทอตฺโถ, อุฬารปญฺโญติ อตฺโถ. ปญฺญาสหายปฏิลาเภน จสฺส สมาธิ ติกฺโข โหติ สมฺปยุตฺเตสุ อาธิปจฺจํ ปวตฺเตติ. เตเนวาห – ‘‘สมาธินฺทฺริเยนา’’ติ. วิสทญาณตฺตา ‘‘ขิปฺปาภิญฺญายา’’ติ วุตฺตํ. สมาธิปธานตฺตา ฌานานํ ฌาเนหิ นิสฺสเยหีติ อยํ วิเสโส. เสสํ ปุริมสทิสเมว. ทิฏฺฐิจริโต อนิยฺยานิกมคฺคมฺปิ นิยฺยานิกนฺติ มญฺญมาโน ตตฺถ อุสฺสาหพหุลตฺตา วีริยาธิโก โหติ. วีริยาธิกตาเยว จสฺส กิเลสวิกฺขมฺภนํ สุกรนฺติ สุขา ปฏิปทา, อวิสทญาณตาย ปน ทนฺธาภิญฺญาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘ทิฏฺฐิจริโต มนฺโท’’ติอาทินา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
สจฺเจหีติ อริยสจฺเจหิ. อริยสจฺจานิ หิ โลกิยานิ ปุพฺพภาคญาณสฺส สมฺมสนฏฺฐานตาย โลกุตฺตรานิ อธิมุจฺจนตาย มคฺคญาณสฺส อภิสมยฏฺฐานตาย จ นิสฺสยานิ โหนฺตีติ. เสสํ วุตฺตนยเมว. เอตฺถ จ ทิฏฺฐิจริโต อุทตฺโถ อุคฺฆฏิตญฺญู. ตณฺหาจริโต มนฺโท เนยฺโย. อิตเร เทฺวปิ วิปญฺจิตญฺญูติ เอวํ เยน เวเนยฺยตฺตเยน ปุพฺเพ เทสนาวิภาโค ทสฺสิโต, ตเทว เวเนยฺยตฺตยํ อิมินา ปฏิปทาวิภาเคน ทสฺสิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
อิทานิ ตํ เวเนยฺยุปุคฺคลวิภาคํ อตฺถนยโยชนาย วิสยํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อุโภ ตณฺหาจริตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตณฺหาย สมาธิปฏิปกฺขตฺตา ตณฺหาจริโต วิสุชฺฌมาโน สมาธิมุเขน วิสุชฺฌตีติ อาห – ‘‘สมถปุพฺพงฺคมายา’’ติ. ‘‘สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ ภาเวตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๗๐; ปฏิ. ม. ๒.๑, ๓) วจนโต ปน สมฺมาทิฏฺฐิสหิเตเนว สมฺมาสมาธินา นิยฺยานํ, น สมฺมาสมาธินา เอวาติ อาห – ‘‘สมถปุพฺพงฺคมาย วิปสฺสนายา’’ติ. ‘‘ราควิราคา เจโตวิมุตฺตีติ อรหตฺตผลสมาธี’’ติ สงฺคเหสุ วุตฺตํ. อิธ ปน อนาคามิผลสมาธีติ วกฺขติ. โส หิ สมาธิสฺมึ ปริปูรการีติ. ตตฺถ รญฺชนฏฺเฐน ราโค. โส วิรชฺชติ เอตายาติ ราควิราคา, ตาย ราควิราคาย, ราคปฺปหายิกายาติ อตฺโถ.
เจโตวิมุตฺติยาติ เจโตติ จิตฺตํ, ตทปเทเสน เจตฺถ สมาธิ วุจฺจติ ‘‘ยถา จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวย’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๓). ปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน ปฏิปกฺขโต วิมุจฺจตีติ วิมุตฺติ, เตน วา วิมุตฺโต, ตโต วิมุจฺจนนฺติ วา วิมุตฺติ, สมาธิเยว. ยถา หิ โลกิยกถายํ สญฺญา จิตฺตญฺจ เทสนาสีสํ. ยถาห – ‘‘นานตฺตกายา นานตฺตสญฺญิโน’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๓๒, ๓๔๑, ๓๕๗; อ. นิ. ๗.๔๔; ๙.๒๔) ‘‘กึ จิตฺโต ตฺวํ, ภิกฺขู’’ติ (ปารา. ๑๓๕) จ, เอวํ โลกุตฺตรกถายํ ปญฺญา สมาธิ จ. ยถาห – ‘‘ปญฺจญาณิโก สมฺมาสมาธี’’ติ (วิภ. ๘๐๔) จ ‘‘สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ ภาเวตี’’ติ จ. เตสุ อิธ ราคสฺส อุชุวิปจฺจนีกโต สมถปุพฺพงฺคมตาวจนโต จ เจโตคฺคหเณน สมาธิ วุตฺโต. ตถา วิมุตฺติวจเนน. เตน วุตฺตํ ‘‘สมาธิเยวา’’ติ. เจโต จ ตํ วิมุตฺติ จาติ เจโตวิมุตฺติ. อถ วา วุตฺตปฺปการสฺเสว เจตโส ปฏิปกฺขโต วิมุตฺติ วิโมกฺโขติ เจโตวิมุตฺติ, เจตสิ วา ผลวิญฺญาเณ วุตฺตปฺปการาว วิมุตฺตีติ เจโตวิมุตฺติ, เจตโส วา ผลวิญฺญาณสฺส ปฏิปกฺขโต วิมุตฺติ วิโมกฺโข เอตสฺมินฺติ เจโตวิมุตฺติ, สมาธิเยว. ปญฺญาวิมุตฺติยาติ เอตฺถาปิ อยํ นโย ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพ.
ทิฏฺฐิยา สวิสเย ปญฺญาสทิสี ปวตฺตีติ ทิฏฺฐิจริโต วิสุชฺฌมาโน ปญฺญามุเขน วิสุชฺฌตีติ อาห – ‘‘อุโภ ทิฏฺฐิจริตา วิปสฺสนา’’ติอาทิ. อวิชฺชาวิราคา ปญฺญาวิมุตฺตีติ อรหตฺตผลปญฺญา. สมถคฺคหเณน ตปฺปฏิปกฺขโต ตณฺหํ วิปสฺสนาคฺคหเณน อวิชฺชญฺจ นิทฺธาเรตฺวา ปฐมนยสฺส ภูมึ สกฺกา สุเขน ทสฺเสตุนฺติ อาห – ‘‘เย สมถ…เป… หาตพฺพา’’ติ.
ตตฺถ สมถปุพฺพงฺคมา ปฏิปทาติ ปุริมา เทฺว ปฏิปทา, อิตรา วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมาติ ทฏฺฐพฺพา. หาตพฺพาติ คเมตพฺพา, เนตพฺพาติ อตฺโถ. วิปสฺสนาย อนิจฺจทุกฺขอนตฺตสญฺญาภาวโต ทุกฺขสญฺญาปริวารตฺตา จ อสุภสญฺญาย อิมา จตสฺโส สญฺญา ทสฺสิตา โหนฺติ. ตปฺปฏิปกฺเขน จ จตฺตาโร วิปลฺลาสาติ สกลสฺส สีหวิกฺกีฬิตนยสฺส ภูมึ สุเขน สกฺกา ทสฺเสตุนฺติ อาห – ‘‘เย วิปสฺสนา…เป… หาตพฺพา’’ติ.
๗. เอวํ ปฏิปทาวิภาเคน เวเนยฺยปุคฺคลวิภาคํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตํ ญาณวิภาเคน ทสฺเสนฺโต ยสฺมา ภควโต เทสนา ยาวเทว เวเนยฺยวินยนตฺถา, วินยนญฺจ เนสํ สุตมยาทีนํ ติสฺสนฺนํ ปญฺญานํ อนุกฺกเมน นิพฺพตฺตนํ, ยถา ภควโต เทสนาย ปวตฺติภาววิภาวนญฺจ หารนยพฺยาปาโร, ตสฺมา อิมสฺส หารสฺส สมุฏฺฐิตปฺปการํ ตาว ปุจฺฉิตฺวา เยน ปุคฺคลวิภาคทสฺสเนน เทสนาภาชนํ วิภชิตฺวา ตตฺถ เทสนายํ เทสนาหารํ นิโยเชตุกาโม ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สฺวายํ หาโร กตฺถ สมฺภวตี’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ยสฺสาติ โย โส อฏฺฐหิ อกฺขเณหิ วิมุตฺโต โสตาวธานปริโยสานาหิ จ สมฺปตฺตีติ สมนฺนาคโต ยสฺส. สตฺถาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺเถหิ ยถารหํ อนุสาสนโต สตฺถา. ธมฺมนฺติ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน อปาเยสุ อปตมาเน ธาเรตีติ ธมฺโม, ตํ ธมฺมํ. เทสยตีติ สงฺเขปวิตฺถารนเยหิ ภาสติ กเถติ. อญฺญตโรติ ภควโต สาวเกสุ อญฺญตโร. ครุฏฺฐานีโยติ สีลสุตาทิคุณวิเสสโยเคน ครุกรณีโย. สพฺรหฺมจารีติ พฺรหฺมํ วุจฺจติ เสฏฺฐฏฺเฐน สกลํ สตฺถุสาสนํ. สมํ สห วา พฺรหฺมํ จรติ ปฏิปชฺชตีติ สพฺรหฺมจารี. สทฺธํ ปฏิลภตีติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ วต โส ภควา โย เอวรูปสฺส ธมฺมสฺส เทเสตา’’ติ ตถาคเต, ‘‘สฺวากฺขาโต วตายํ ธมฺโม โย เอวํ เอกนฺตปริปุณฺโณ เอกนฺตปริสุทฺโธ’’ติอาทินา ธมฺเม จ สทฺธํ ลภติ อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ.
ตตฺถาติ ตสฺมึ ยถาสุเต ยถาปริยตฺเต ธมฺเม. วีมํสาติ ปาฬิยา ปาฬิอตฺถสฺส จ วีมํสนปญฺญา. เสสํ ตสฺสา เอว เววจนํ. สา หิ ยถาวุตฺตวีมํสเน สงฺโกจํ อนาปชฺชิตฺวา อุสฺสหนวเสน อุสฺสาหนา, ตุลนวเสน ตุลนา, อุปปริกฺขณวเสน อุปปริกฺขาติ จ วุตฺตา. อถ วา วีมํสตีติ วีมํสา, สา ปทปทตฺถวิจารณา ปญฺญา. อุสฺสาหนาติ วีริเยน อุปตฺถมฺภิตา ธมฺมสฺส ธารณปริจยสาธิกา ปญฺญา. ตุลนาติ ปเทน ปทนฺตรํ, เทสนาย วา เทสนนฺตรํ ตุลยิตฺวา สํสนฺทิตฺวา คหณปญฺญา. อุปปริกฺขาติ มหาปเทเส โอตาเรตฺวา ปาฬิยา ปาฬิอตฺถสฺส จ อุปปริกฺขณปญฺญา. อตฺตหิตํ ปรหิตญฺจ อากงฺขนฺเตหิ สุยฺยตีติ สุตํ, กาลวจนิจฺฉาย อภาวโต, ยถา ทุทฺธนฺติ. กึ ปน ตนฺติ? อธิการโต สามตฺถิยโต วา ปริยตฺติธมฺโมติ วิญฺญายติ. อถ วา สวนํ สุตํ, โสตทฺวารานุสาเรน ปริยตฺติธมฺมสฺส อุปธารณนฺติ อตฺโถ. สุเตน เหตุนา นิพฺพตฺตา สุตมยี. ปกาเรน ชานาตีติ ปญฺญา. ยา วีมํสา, อยํ สุตมยี ปญฺญาติ ปจฺเจกมฺปิ โยเชตพฺพํ. ตถาติ ยถา สุตมยี ปญฺญา วีมํสาทิปริยายวตี วีมํสาทิวิภาควตี จ, ตถา จินฺตามยี จาติ อตฺโถ. ยถา วา สุตมยี โอรมตฺติกา อนวฏฺฐิตา จ, เอวํ จินฺตามยี จาติ ทสฺเสติ.
สุเตน นิสฺสเยนาติ สุเตน ปริยตฺติธมฺเมน ปริยตฺติธมฺมสฺสวเนน วา อุปนิสฺสเยน อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ กรณวจนํ, ยถาวุตฺตํ สุตํ อุปนิสฺสายาติ อตฺโถ. วีมํสาติอาทีสุ ‘‘อิทํ สีลํ, อยํ สมาธิ, อิเม รูปารูปธมฺมา, อิเม ปญฺจกฺขนฺธา’’ติ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สภาววีมํสนภูตา ปญฺญา วีมํสา. เตสํเยว ธมฺมานํ วจนตฺถํ มุญฺจิตฺวา สภาวสรสลกฺขณสฺส ตุลยิตฺวา วิย คหณปญฺญา ตุลนา. เตสํเยว ธมฺมานํ สลกฺขณํ อวิชหิตฺวา อนิจฺจตาทิรุปฺปนสปฺปจฺจยาทิอากาเร จ ตกฺเกตฺวา วิตกฺเกตฺวา จ อุปปริกฺขณปญฺญา อุปปริกฺขา, ตถา อุปปริกฺขิเต ธมฺเม สวิคฺคเห วิย อุปฏฺฐหนฺเต เอวเมเตหิ นิชฺฌานกฺขเม กตฺวา จิตฺเตน อนุ อนุ เปกฺขณา มนสานุเปกฺขณา. เอตฺถ จ ยถา สุตมยี ปญฺญา ยถาสุตสฺส ธมฺมสฺส ธารณปริจยวเสน ปวตฺตนโต อุสฺสาหชาตา ‘‘อุสฺสาหนา’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, น เอวํ จินฺตามยีติ อิธ ‘‘อุสฺสาหนา’’ติ ปทํ น วุตฺตํ. จินฺตนํ จินฺตา, นิชฺฌานนฺติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อิมาหิ ทฺวีหิ ปญฺญาหีติ ยถาวุตฺตาหิ ทฺวีหิ ปญฺญาหิ การณภูตาหิ. สุตจินฺตามยญาเณสุ หิ ปติฏฺฐิโต วิปสฺสนํ อารภตีติ. ‘‘อิมาสุ ทฺวีสุ ปญฺญาสู’’ติปิ ปฐนฺติ. ‘‘เตหิ ชาตาสุ อุปฺปนฺนาสู’’ติ วา วจนเสโส โยเชตพฺโพ. มนสิการสมฺปยุตฺตสฺสาติ รูปารูปปริคฺคหาทิมนสิกาเร ยุตฺตปฺปยุตฺตสฺส. ยํ ญาณํ อุปฺปชฺชตีติ วุตฺตนเยน มนสิการปฺปโยเคน ทิฏฺฐิวิสุทฺธิกงฺขาวิตรณวิสุทฺธิมคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีนํ สมฺป อาทเนน วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกนฺตสฺส ยํ ญาณทสฺสนวิสุทฺธิสงฺขาตํ อริยมคฺคญาณํ อุปฺปชฺชติ, อยํ ภาวนามยี ปญฺญาติ สมฺพนฺโธ. ตํ ปน ทสฺสนํ ภาวนาติ ทุวิธนฺติ อาห – ‘‘ทสฺสนภูมิยํ วา ภาวนาภูมิยํ วา’’ติ. ยทิ ทสฺสนนฺติ วุจฺจติ, กถํ ตตฺถ ปญฺญา ภาวนามยีติ? ภาวนามยเมว หิ ตํ ญาณํ, ปฐมํ นิพฺพานทสฺสนโต ปน ‘‘ทสฺสน’’นฺติ วุตฺตนฺติ สผโล ปฐมมคฺโค ทสฺสนภูมิ. เสสา เสกฺขาเสกฺขธมฺมา ภาวนาภูมิ.
๘. อิทานิ อิมา ติสฺโส ปญฺญา ปริยายนฺตเรน ทสฺเสตุํ ‘‘ปรโตโฆสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ปรโตติ น อตฺตโต, อญฺญโต สตฺถุโต สาวกโต วาติ อตฺโถ. โฆสาติ เตสํ เทสนาโฆสโต, เทสนาปจฺจยาติ อตฺโถ. อถ วา ปรโต โฆโส เอติสฺสาติ ปรโตโฆสา, ยา ปญฺญา, สา สุตมยีติ โยเชตพฺพํ. ปจฺจตฺตสมุฏฺฐิตาติ ปจฺจตฺตํ ตสฺส ตสฺส อตฺตนิ สมฺภูตา. โยนิโสมนสิการาติ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สภาวปริคฺคณฺหนาทินา ยถาวุตฺเตน อุปาเยน ปวตฺตมนสิการา. ปรโต จ โฆเสนาติ ปรโตโฆเสน เหตุภูเตน. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อิทานิ ยทตฺถํ อิมา ปญฺญา อุทฺธฏา, ตเมว เวเนยฺยปุคฺคลวิภาคํ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิมา เทฺวติ คณนวเสน วตฺวา ปุน ตา สุตมยี จินฺตามยี จาติ สรูปโต ทสฺเสติ. อยํ อุคฺฆฏิตญฺญูติ อยํ สุตมยจินฺตามยญาเณหิ อาสยปโยคปโพธสฺส นิปฺผาทิตตฺตา อุทฺเทสมตฺเตเนว ชานนโต ‘‘อุคฺฆฏิตญฺญู’’ติ วุจฺจติ. อยํ วิปญฺจิตญฺญูติ จินฺตามยญาเณน อาสยสฺส อปริกฺขตตฺตา อุทฺเทสนิทฺเทเสหิ ชานนโต วิปญฺจิตญฺญู. อยํ เนยฺโยติ สุตมยญาณสฺสาปิ อภาวโต นิรวเสสํ วิตฺถารเทสนาย เนตพฺพโต เนยฺโย.
๙. เอวํ เทสนาปฏิปทาญาณวิภาเคหิ เทสนาภาชนํ เวเนยฺยตฺตยํ วิภชิตฺวา อิทานิ ตตฺถ ปวตฺติตาย ภควโต ธมฺมเทสนาย เทสนาหารํ นิทฺธาเรตฺวา โยเชตุํ ‘‘สายํ ธมฺมเทสนา’’ติอาทิ อารทฺธํ.
ตตฺถ สายนฺติ สา อยํ. ยา ปุพฺเพ ‘‘ธมฺมํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทินา (เนตฺติ. ๕) ปฏินิทฺเทสวารสฺส อาทิโต เทสนาหารสฺส วิสยภาเวน นิกฺขิตฺตา ปาฬิ, ตเมเวตฺถ เทสนาหารํ นิโยเชตุํ ‘‘สายํ ธมฺมเทสนา’’ติ ปจฺจามสติ. กึ เทสยตีติ กเถตุกมฺยตาวเสน เทสนาย ปิณฺฑตฺถํ ปุจฺฉิตฺวา ตํ คณนาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา สามญฺญโต ทสฺเสติ ‘‘จตฺตาริ สจฺจานี’’ติ. สจฺจวินิมุตฺตา หิ ภควโต เทสนา นตฺถีติ. ตสฺสา จ จตฺตาริ สจฺจานิ ปิณฺฑตฺโถ. ปวตฺติปวตฺตกนิวตฺติตทุปายวิมุตฺตสฺส เนยฺยสฺส อภาวโต จตฺตาริ อวิปรีตภาเวน สจฺจานีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตานิ ‘‘ทุกฺขํ สมุทยํ นิโรธํ มคฺค’’นฺติ สรูปโต ทสฺเสติ.
ตตฺถ อเนกุปทฺทวาธิฏฺฐานภาเวน กุจฺฉิตตฺตา พาลชนปริกปฺปิตธุวสุภสุขตฺตภาววิรเหน ตุจฺฉตฺตา จ ทุกฺขํ. อวเสสปจฺจยสมวาเย ทุกฺขสฺส อุปฺปตฺติการณตฺตา สมุทโย. สพฺพคติสุญฺญตฺตา นตฺถิ เอตฺถ สํสารจารกสงฺขาโต ทุกฺขโรโธ, เอตสฺมึ วา อธิคเต สํสารจารกสงฺขาตสฺส ทุกฺขโรธสฺส อภาโวติปิ นิโรโธ, อนุปฺปาทนิโรธปจฺจยตฺตา วา. มาเรนฺโต คจฺฉติ, นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคิยตีติ วา มคฺโค. ตตฺถ สมุทเยน อสฺสาโท, ทุกฺเขน อาทีนโว, มคฺคนิโรเธหิ นิสฺสรณํ. เอวํ ยสฺมึ สุตฺเต จตฺตาริ สจฺจานิ สรูปโต อาคตานิ, ตตฺถ ยถารุตวเสน. ยตฺถ ปน สุตฺเต จตฺตาริ สจฺจานิ สรูปโต น อาคตานิ, ตตฺถ อตฺถโต จตฺตาริ สจฺจานิ อุทฺธริตฺวา เตสํ วเสน อสฺสาทาทโย นิทฺธาเรตพฺพา. ยตฺถ จ อสฺสาทาทโย สรูปโต อาคตา, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ยตฺถ ปน น อาคตา, ตตฺถ อตฺถโต อุทฺธริตฺวา เตสํ วเสน จตฺตาริ สจฺจานิ นิทฺธาเรตพฺพานิ. อิธ ปน อสฺสาทาทโย อุทาหรณวเสน สรูปโต ทสฺสิตาติ เตหิ สจฺจานิ นิทฺธาเรตุํ ‘‘อาทีนโว จา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ ‘‘สํขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๘๗; ม. นิ. ๑.๑๒๐; ๓.๓๗๓; วิภ. ๒๐๒) วจนโต ตณฺหาวชฺชา เตภูมกธมฺมา ทุกฺขสจฺจํ, เต จ อนิจฺจาทิสภาวตฺตา อาทีนโว, ผลญฺจ เทสนาย สาเธตพฺพํ. ตตฺถ ยํ โลกิยํ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ผลญฺจ ทุกฺข’’นฺติ. อสฺสาโทติ ตณฺหาวิปลฺลาสานมฺปิ อิจฺฉิตตฺตา เต สนฺธาย ‘‘อสฺสาโท สมุทโย’’ติ วุตฺตํ. สห วิปสฺสนาย อริยมคฺโค เทสนา จ เทสนาผลาธิคมสฺส อุปาโยติ กตฺวา ‘‘อุปาโย อาณตฺติ จ มคฺโค’’ติ วุตฺตํ. นิสฺสรณปเท จาปิ อริยมคฺโค นิทฺธาเรตพฺโพ, น จายํ สจฺจวิภาโค อากุโลติ ทฏฺฐพฺโพ. ยถา หิ สจฺจวิภงฺเค (วิภ. ๒๐๘) ‘‘ตณฺหา อวสิฏฺฐา กิเลสา อวสิฏฺฐา อกุสลา ธมฺมา สาสวานิ กุสลมูลานิ สาสวา จ กุสลา ธมฺมา สมุทยสจฺจภาเวน วิภตฺตา’’ติ ตสฺมึ ตสฺมึ นเย ตํตํอวสิฏฺฐา เตภูมกธมฺมา ทุกฺขสจฺจภาเวน วิภตฺตา, เอวมิธาปิ ทฏฺฐพฺพนฺติ. อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานีติ นิคมนํ. อิทํ ธมฺมจกฺกนฺติ ยายํ ภควโต จตุสจฺจวเสน สามุกฺกํสิกา ธมฺมเทสนา, อิทํ ธมฺมจกฺกํ.
อิทานิ ตสฺสา ธมฺมเทสนาย ธมฺมจกฺกภาวํ สจฺจวิภงฺคสุตฺตวเสน (ม. นิ. ๓.๓๗๑ อาทโย) ทสฺเสตุํ ‘‘ยถาห ภควา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิทํ ทุกฺขนฺติ อิทํ ชาติอาทิวิภาคํ สงฺเขปโต ปญฺจุปาทานกฺขนฺธสงฺคหํ ตณฺหาวชฺชํ เตภูมกธมฺมชาตํ ทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาเวน ทุกฺขทุกฺขาทิภาเวน จ ทุกฺขํ อริยสจฺจนฺติ อตฺโถ. เมติ ภควา อตฺตานํ นิทฺทิสติ. พาราณสิยนฺติ พาราณสีนามกสฺส นครสฺส อวิทูเร. ปจฺเจกพุทฺธอิสีนํ อากาสโต โอตรณฏฺฐานตาย อิสิปตนํ. มิคานํ ตตฺถ อภยสฺส ทินฺนตฺตา มิคทายนฺติ จ ลทฺธนาเม อสฺสเม. อุตฺตรติ อติกฺกมติ, อภิภวตีติ วา อุตฺตรํ, นตฺถิ เอตสฺส อุตฺตรนฺติ อนุตฺตรํ. อนติสยํ อปฺปฏิภาคํ วา. กิญฺจาปิ ภควโต ธมฺมเทสนา อเนกาสุ เทวมนุสฺสปริสาสุ อเนกสตกฺขตฺตุํ เตสํ อริยสจฺจปฺปฏิเวธสมฺปาทนวเสน ปวตฺติตา, ตถาปิ สพฺพปฐมํ อญฺญาสิโกณฺฑญฺญปฺปมุขาย อฏฺฐารสปริมาณาย พฺรหฺมโกฏิยา จตุสจฺจปฺปฏิเวธวิภาวนียา ธมฺมเทสนา, ตสฺสา สาติสยา ธมฺมจกฺกสมญฺญาติ ‘‘ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติต’’นฺติ วุตฺตํ.
ตตฺถ สติปฏฺฐานาทิธมฺโม เอว ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกํ, จกฺกนฺติ วา อาณา. ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺมญฺจ ตํ จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ. ธมฺเมน ญาเยน จกฺกนฺติปิ ธมฺมจกฺกํ. ยถาห – ‘‘ธมฺมญฺจ ปวตฺเตติ จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, จกฺกญฺจ ปวตฺเตติ ธมฺมญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺเมน ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺก’’นฺติอาทิ (ปฏิ. ม. ๒.๔๑-๔๒). อปฺปฏิวตฺติยนฺติ ธมฺมิสฺสรสฺส ภควโต สมฺมาสมฺพุทฺธภาวโต ธมฺมจกฺกสฺส จ อนุตฺตรภาวโต อปฺปฏิเสธนียํ. เกน ปน อปฺปฏิวตฺติยนฺติ อาห ‘‘สมเณน วา’’ติอาทิ. ตตฺถ สมเณนาติ ปพฺพชฺชํ อุปคเตน. พฺราหฺมเณนาติ ชาติพฺราหฺมเณน. ปรมตฺถสมณพฺราหฺมณานญฺหิ ปฏิโลมนจิตฺตํเยว นตฺถิ. เทเวนาติ กามาวจรเทเวน. เกนจีติ เยน เกนจิ อวสิฏฺฐปาริสชฺเชน. เอตฺตาวตา อฏฺฐนฺนมฺปิ ปริสานํ อนวเสสปริยาทานํ ทฏฺฐพฺพํ. โลกสฺมินฺติ สตฺตโลเก.
ตตฺถาติ ติสฺสํ จตุสจฺจธมฺมเทสนายํ. อปริมาณา ปทา, อปริมาณา อกฺขราติ อุปฺปฏิปาฏิวจนํ เยภุยฺเยน ปทสงฺคหิตานิ อกฺขรานีติ ทสฺสนตฺถํ. ปทา อกฺขรา พฺยญฺชนาติ ลิงฺควิปลฺลาโส กโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อตฺถสฺสาติ จตุสจฺจสงฺขาตสฺส อตฺถสฺส. สงฺกาสนาติ สงฺกาสิตพฺพากาโร. เอส นโย เสเสสุปิ. อตฺถสฺสาติ จ สมฺพนฺเธ สามิวจนํ. อิติปิทนฺติ อิตีติ ปการตฺโถ, ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, อิมินาปิ อิมินาปิ ปกาเรน อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ เวทิตพฺพนฺติ อตฺโถ. เตน ชาติอาทิเภเทน ยถาวุตฺตสฺส ทุกฺขสจฺจสฺส อเนกเภทตํ ตํทีปกานํ อกฺขรปทาทีนํ วุตฺตปฺปการํ อปริมาณตญฺจ สมตฺเถติ.
อยํ ทุกฺขสมุทโยติ อยํ กามตณฺหาทิเภทา ตณฺหาวฏฺฏสฺส มูลภูตา ยถาวุตฺตสฺส ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺติเหตุภาวโต ทุกฺขสมุทโย. อยํ ทุกฺขนิโรโธติ อยํ สพฺพสงฺขตนิสฺสฏา อสงฺขตธาตุ ยถาวุตฺตสฺส ทุกฺขสฺส อนุปฺปาทนิโรธปจฺจยตฺตา ทุกฺขนิโรโธ. อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ อยํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทิอฏฺฐงฺคสมูโห ทุกฺขนิโรธสงฺขาตํ นิพฺพานํ คจฺฉติ อารมฺมณวเสน ตทภิมุขีภูตตฺตา ปฏิปทา จ โหติ ทุกฺขนิโรธปฺปตฺติยาติ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา. อิติปิทนฺติ ปทสฺส ปน สมุทยสจฺเจ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริเตหิ, นิโรธสจฺเจ มทนิมฺมทนาทิปริยาเยหิ, มคฺคสจฺเจ สตฺตตฺตึสโพธิปกฺขิยธมฺเมหิ อตฺโถ วิภชิตฺวา เวทิตพฺโพ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
เอวํ ‘‘ทฺวาทส ปทานิ สุตฺต’’นฺติ คาถาย สกลสฺส สาสนสฺส ฉนฺนํ อตฺถปทานํ ฉนฺนญฺจ พฺยญฺชนปทานํ วเสน ยา ทฺวาทสปทตา วุตฺตา, ตเมว ‘‘ธมฺมํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทินา เทสนาหารสฺส วิสยทสฺสนวเสน ฉฉกฺกปริยายํ (ม. นิ. ๓.๔๒๐ อาทโย) เอกเทเสน อุทฺทิสิตฺวา ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺเตน (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓; ปฏิ. ม. ๒.๓๐) ตทตฺถสฺส สงฺคหิตภาวทสฺสนมุเขน สพฺพสฺสาปิ ภควโต วจนสฺส จตุสจฺจเทสนาภาวํ ตทตฺถสฺส จ จตุสจฺจภาวํ วิภาเวนฺโต ‘‘อิทํ ทุกฺขนฺติ เม, ภิกฺขเว, พาราณสิย’’นฺติอาทินา สจฺจวิภงฺคสุตฺตํ (ม. นิ. ๓.๓๗๑ อาทโย) อุทฺเทสโต ทสฺเสตฺวา ‘‘ตตฺถ อปริมาณา ปทา’’ติอาทินา พฺยญฺชนตฺถปทานิ วิภชนฺโต ทฺวาทสปทภาวํ ทีเปตฺวา อิทานิ เตสํ อญฺญมญฺญวิสยิวิสยภาเวน สมฺพนฺธภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ภควา อกฺขเรหิ สงฺกาเสตี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ ปทาวยวคฺคหณมุเขน ปทคฺคหณํ, คหิเต จ ปเท ปทตฺถาวโพโธ คหิตปุพฺพสงฺเกตสฺส โหติ. ตตฺถ จ ปทาวยวคฺคหเณน วิย ปทคฺคหณสฺส, ปทตฺถาวยวคฺคหเณนาปิ ปทตฺถคฺคหณสฺส วิเสสาธานํ ชายตีติ อาห – ‘‘อกฺขเรหิ สงฺกาเสตี’’ติ. ยสฺมา ปน อกฺขเรหิ สํขิตฺเตน ทีปิยมาโน อตฺโถ ปทปริโยสาเน วากฺยสฺส อปริโยสิตตฺตา ปเทเนว ปกาสิโต ทีปิโต โหติ, ตสฺมา ‘‘ปเทหิ ปกาเสตี’’ติ วุตฺตํ. วากฺยปริโยสาเน ปน โส อตฺโถ วิวริโต วิวโฏ กโต โหตีติ วุตฺตํ ‘‘พฺยญฺชเนหิ วิวรตี’’ติ. ยสฺมา จ ปกาเรหิ วากฺยเภเท กเต ตทตฺโถ วิภตฺโต นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘อากาเรหิ วิภชตี’’ติ วุตฺตํ. ตถา วากฺยาวยวานํ ปจฺเจกํ นิพฺพจนวิภาเค กเต โส อตฺโถ ปากโฏ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘นิรุตฺตีหิ อุตฺตานีกโรตี’’ติ. กตนิพฺพจเนหิ วากฺยาวยเวหิ วิตฺถารวเสน นิรวเสสโต เทสิเตหิ เวเนยฺยานํ จิตฺตปริโตสนํ พุทฺธินิสานญฺจ กตํ โหตีติ อาห – ‘‘นิทฺเทเสหิ ปญฺญเปตี’’ติ. เอตฺถ จ อกฺขเรหิ เอว สงฺกาเสตีติ อวธารณํ อกตฺวา อกฺขเรหิ สงฺกาเสติเยวาติ เอวํ อวธารณํ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺหิ สติ อตฺถปทานํ นานาวากฺยวิสยตาปิ สิทฺธา โหติ. เตน เอกานุสนฺธิเก สุตฺเต ฉเฬว อตฺถปทานิ, นานานุสนฺธิเก ปน อนุสนฺธิมฺหิ อนุสนฺธิมฺหิ ฉ ฉ อตฺถปทานิ นิทฺธาเรตพฺพานิ.
‘‘อกฺขเรหิ จ ปเทหิ จ อุคฺฆเฏตี’’ติอาทินา พฺยญฺชนปทานํ กิจฺจสาธนํ ทสฺเสติ. เวเนยฺยตฺตยวินยเมว หิ เตสํ พฺยาปาโร. อฏฺฐานภาวโต ปน สจฺจปฺปฏิเวธสฺส ปทปรโม น อิธ วุตฺโต. เนยฺยคฺคหเณเนว วา ตสฺสาปิ อิธ คหณํ เสกฺขคฺคหเณน วิย กลฺยาณปุถุชฺชนสฺสาติ ทฏฺฐพฺพํ. อกฺขเรหีติอาทีสุ กรณสาธเน กรณวจนํ, น เหตุมฺหิ. อกฺขราทีนิ หิ อุคฺฆฏนาทิอตฺถานิ, น อุคฺฆฏนาทิอกฺขราทิอตฺถํ. ยทตฺถา จ กิริยา โส เหตุ, ยถา ‘‘อนฺเนนวสตี’’ติ. อุคฺฆเฏตีติ โสตาวธานํ กตฺวา สมาหิตจิตฺตานํ เวเนยฺยานํ สงฺกาสนวเสน อกฺขเรหิ วิเสสํ อาทหนฺโต ยถา ปทปริโยสาเน อาสยปฺปฏิโพโธ โหติ, ตถา ยถาธิปฺเปตํ อตฺถํ สงฺเขเปน กเถติ อุทฺทิสตีติ อตฺโถ. วิปญฺจยตีติ ยถาอุทฺทิฏฺฐํ อตฺถํ นิทฺทิสติ. วิตฺถาเรตีติ วิตฺถารํ กโรติ, วิตฺถารํ กตฺวา อาจิกฺขติ วา, ปฏินิทฺทิสตีติ อตฺโถ. ยสฺมา เจตฺถ อุคฺฆเฏตีติ อุทฺทิสนํ อธิปฺเปตํ. อุทฺเทโส จ เทสนาย อาทิ, ตสฺมา วุตฺตํ – ‘‘อุคฺฆฏนา อาที’’ติ. ตถา วิปญฺจนํ นิทฺทิสนํ, วิตฺถรณํ ปฏินิทฺทิสนํ, นิทฺเทสปฏินิทฺเทสา จ เทสนาย มชฺฌปริโยสานาติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘วิปญฺจนา มชฺเฌ, วิตฺถารณา ปริโยสาน’’นฺติ.
เอวํ ‘‘อกฺขเรหิ สงฺกาเสตี’’ติอาทินา ฉนฺนํ พฺยญฺชนปทานํ พฺยาปารํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺถปทานํ พฺยาปารํ ทสฺเสตุํ ‘‘โสยํ ธมฺมวินโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สีลาทิธมฺโม เอว ปริยตฺติอตฺถภูโต เวเนยฺยวินยนโต ธมฺมวินโย. อุคฺฆฏียนฺโตติ อุทฺทิสิยมาโน. เตนาติ อุคฺฆฏิตญฺญูวินยเนน. วิปญฺจียนฺโตติ นิทฺทิสิยมาโน. วิตฺถารียนฺโตติ ปฏินิทฺทิสิยมาโน.
๑๐. เอตฺตาวตา ‘‘ธมฺมํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติ อุทฺทิฏฺฐาย ปาฬิยา ติวิธกลฺยาณตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺถพฺยญฺชนสมฺปตฺตึ ทสฺเสตุํ ‘‘ฉ ปทานิ อตฺโถ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยํ. ‘‘เตนาห ภควา’’ติอาทินา เทสนาหารสฺส วิสยภาเวน อุทฺทิฏฺฐํ ปาฬึ นิคมนวเสน ทสฺเสติ. โลกุตฺตรนฺติอาทิ ‘‘เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธ’’นฺติ ปทานํ อตฺถวิวรณํ. ตตฺถ อุปฏฺฐิตํ สพฺพวิเสสานนฺติ สพฺเพสํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสงฺขาตานํ วิเสสานํ อธิสีลสิกฺขาทิวิเสสานํ วา อุปติฏฺฐนฏฺฐานํ. ‘‘อิทํ เนสํ ปทกฺกนฺต’’นฺติอาทีนํ วิย เอตสฺส สทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. ‘‘อิทํ วุจฺจติ ตถาคตปทํ อิติปี’’ติอาทีสุ อิทํ สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สาสนพฺรหฺมจริยํ ตถาคตคนฺธหตฺถิโน ปฏิปตฺติเทสนาคมเนหิ กิเลสคหนํ โอตฺถริตฺวา คตมคฺโคติปิ. เตน โคจรภาวนาเสวนาหิ นิเสวิตํ ภชิตนฺติปิ. ตสฺส มหาวชิรญาณสพฺพญฺญุตญฺญาณทนฺเตหิ อารญฺชิตํ เตภูมกธมฺมานํ อารญฺชนฏฺฐานนฺติปิ วุจฺจตีติ อตฺโถ. อโต เจตนฺติ ยโต ตถาคตปทาทิภาเวน วุจฺจติ, อโต อเนเนว การเณน พฺรหฺมุโน สพฺพสตฺตุตฺตมสฺส ภควโต, พฺรหฺมํ วา สพฺพเสฏฺฐํ จริยนฺติ ปญฺญายติ ยาวเทว มนุสฺเสหิ สุปฺปกาสิตตฺตา ยถาวุตฺตปฺปกาเรหิ ญายติ. เตนาห ภควาติ ยถาวุตฺตตฺถํ ปาฬึ นิคมนวเสน ทสฺเสติ.
อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถตาย ภควโต เทสนาย ยาวเทว อริยมคฺคสมฺปาปนตฺโถ เทสนาหาโรติ ทสฺเสตุํ ‘‘เกสํ อยํ ธมฺมเทสนา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘โยคีน’’นฺติ อาห. จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานภาวนาย ยุตฺตปฺปยุตฺตาติ โยคิโน. เต หิ อิมํ เทสนาหารํ ปโยเชนฺตีติ. อิทํ วจนํ เทสนาหารวิภงฺคสฺส ยถานุสนฺธินา สมฺมา ฐปิตภาวํ ทสฺเสตุํ ปกรณํ สงฺคายนฺเตหิ ฐปิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘เตนาห อายสฺมา มหากจฺจายโน’’ติ. นิยุตฺโตติ ปาฬิโต อสฺสาทาทิปทตฺเถ นิทฺธาเรตฺวา โยชิโตติ อตฺโถ.
เทสนาหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.