๙. คนฺธชาตสุตฺตวณฺณนา
๘๐. นวเม เอตทโวจาติ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ทสพลสฺส วตฺตํ ทสฺเสตฺวา อตฺตโน ทิวาวิหารฏฺฐานํ คนฺตฺวา ‘‘อิมสฺมึ โลเก มูลคนฺโธ นาม อตฺถิ, สารคนฺโธ นาม อตฺถิ, ปุปฺผคนฺโธ นาม อตฺถิ. อิเม ปน ตโยปิ คนฺธา อนุวาตํเยว คจฺฉนฺติ, น ปฏิวาตํ. อตฺถิ นุ โข กิญฺจิ, ยสฺส ปฏิวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉตี’’ติ จินฺเตตฺวา อฏฺฐนฺนํ วรานํ คหณกาเลเยว กงฺขุปฺปตฺติสมเย อุปสงฺกมนวรสฺส คหิตตฺตา ตกฺขณํเยว ทิวาฏฺฐานโต วุฏฺฐาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน อุปฺปนฺนาย กงฺขาย วิโนทนตฺถํ เอตํ ‘‘ตีณิมานิ, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ คนฺธชาตานีติ คนฺธชาติโย. มูลคนฺโธติ มูลวตฺถุโก คนฺโธ, คนฺธสมฺปนฺนํ วา มูลเมว มูลคนฺโธ. ตสฺส หิ คนฺโธ อนุวาตํ คจฺฉติ. คนฺธสฺส ปน คนฺโธ นาม นตฺถิ. สารคนฺธปุปฺผคนฺเธสุปิ เอเสว นโย. อตฺถานนฺท, กิญฺจิ คนฺธชาตนฺติ เอตฺถ สรณคมนาทโย คุณวณฺณภาสนวเสน ทิสาคามิตาย คนฺธสทิสตฺตา คนฺธา, เตสํ วตฺถุภูโต ปุคฺคโล คนฺธชาตํ นาม. คนฺโธ คจฺฉตีติ วณฺณภาสนวเสน คจฺฉติ. สีลวาติ ปญฺจสีเลน วา ทสสีเลน วา สีลวา. กลฺยาณธมฺโมติ เตเนว สีลธมฺเมน กลฺยาณธมฺโม สุนฺทรธมฺโม. วิคตมลมจฺเฉเรนาติอาทีนํ อตฺโถ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๖๐) วิตฺถาริโตว. ทิสาสูติ จตูสุ ทิสาสุ จตูสุ อนุทิสาสุ. สมณพฺราหฺมณาติ สมิตปาปพาหิตปาปา สมณพฺราหฺมณา.
น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมตีติ วสฺสิกปุปฺผาทีนํ คนฺโธ ปฏิวาตํ น คจฺฉติ. น จนฺทนํ ตครมลฺลิกา วาติ จนฺทนตครมลฺลิกานมฺปิ คนฺโธ ปฏิวาตํ น คจฺฉตีติ อตฺโถ. เทวโลเกปิ ผุฏสุมนา นาม โหติ, ตสฺสา ปุปฺผิตทิวเส คนฺโธ โยชนสตํ อชฺโฌตฺถรติ. โสปิ ปฏิวาตํ วิทตฺถิมตฺตมฺปิ รตนมตฺตมฺปิ คนฺตุํ น สกฺโกตีติ วทนฺติ. สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมตีติ สตญฺจ ปณฺฑิตานํ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธปุตฺตานํ สีลาทิคุณคนฺโธ ปฏิวาตํ คจฺฉติ. สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายตีติ สปฺปุริโส ปณฺฑิโต สีลาทิคุณคนฺเธน สพฺพา ทิสา ปวายติ, สพฺพา ทิสา คนฺเธน อวตฺถรตีติ อตฺโถ.