๒. ทุติยปณฺณาสกํ
(๖) ๑. พฺราหฺมณวคฺโค
๑. ปฐมเทฺวพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๕๒. พฺราหฺมณวคฺคสฺส ปฐเม ชิณฺณาติ ชราชิณฺณา. วุทฺธาติ วโยวุทฺธา. มหลฺลกาติ ชาติมหลฺลกา. อทฺธคตาติ ตโย อทฺเธ อติกฺกนฺตา. วโยอนุปฺปตฺตาติ ตติยํ วยํ อนุปฺปตฺตา. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ ปุตฺตทาเร อตฺตโน วจนํ อกโรนฺเต ทิสฺวา ‘‘สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา นิยฺยานิกมคฺคํ คเวสิสฺสามา’’ติ จินฺเตตฺวา อุปสงฺกมึสุ. มยมสฺสุ, โภ โคตม, พฺราหฺมณาติ; โภ โคตม, มยํ พฺราหฺมณา น ขตฺติยา นามจฺจา น คหปติกาติ พฺราหฺมณภาวํ ชานาเปตฺวา ชิณฺณาติอาทิมาหํสุ. อกตภีรุตฺตาณาติ อกตภยปริตฺตาณา. อวสฺสยภูตํ ปติฏฺฐากมฺมํ อเมฺหหิ น กตนฺติ ทสฺเสนฺติ. ตคฺฆาติ เอกํสตฺเถ นิปาโต, สมฺปฏิจฺฉนตฺเถ วา. เอกนฺเตน ตุเมฺห เอวรูปา, อหมฺปิ โข เอตํ สมฺปฏิจฺฉามีติ จ ทสฺเสติ. อุปนียตีติ อุปสํหรียติ. อยํ หิ ชาติยา ชรํ อุปนียติ, ชราย พฺยาธึ, พฺยาธินา มรณํ, มรเณน ปุน ชาตึ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อุปนียตี’’ติ.
อิทานิ ยสฺมา เต พฺราหฺมณา มหลฺลกตฺตา ปพฺพชิตฺวาปิ วตฺตํ ปูเรตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ, ตสฺมา เน ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปนฺโต ภควา โยธ กาเยน สํยโมติอาทิมาห. ตตฺถ กาเยน สํยโมติ กายทฺวาเรน สํวโร. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ตํ ตสฺส เปตสฺสาติ ตํ ปุญฺญํ ตสฺส ปรโลกํ คตสฺส ตายนฏฺเฐน ตาณํ, นิลียนฏฺเฐน เลณํ, ปติฏฺฐานฏฺเฐน ทีโป, อวสฺสยนฏฺเฐน สรณํ, อุตฺตมคติวเสน ปรายณญฺจ โหตีติ ทสฺเสติ. คาถา อุตฺตานตฺถาเยว. เอวํ เต พฺราหฺมณา ตถาคเตน ปญฺจสุ สีเลสุ สมาทปิตา ยาวชีวํ ปญฺจ สีลานิ รกฺขิตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตึสุ.
๒. ทุติยเทฺวพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๕๓. ทุติเย ภาชนนฺติ ยํกิญฺจิ ภณฺฑกํ. เสสํ ปฐเม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
๓. อญฺญตรพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๕๔. ตติเย สมฺโมทนียนฺติ สมฺโมทชนนึ. สารณียนฺติ สริตพฺพยุตฺตกํ. วีติสาเรตฺวาติ ปริโยสาเปตฺวา. กิตฺตาวตาติ กิตฺตเกน. สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหตีติ สามํ ปสฺสิตพฺโพ โหติ. อกาลิโกติ น กาลนฺตเร ผลทายโก. เอหิปสฺสิโกติ ‘‘เอหิ ปสฺสา’’ติ เอวํ ทสฺเสตุํ สกฺกาติ อาคมนียปฏิปทํ ปุจฺฉติ. โอปเนยฺยิโกติ อตฺตโน จิตฺตํ อุปเนตพฺโพ. ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพติ สามํเยว ชานิตพฺโพ. วิญฺญูหีติ ปณฺฑิเตหิ. ปริยาทินฺนจิตฺโตติ อาทินฺนคหิตปรามฏฺฐจิตฺโต หุตฺวา. เจเตตีติ จินฺเตติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต พฺราหฺมเณน โลกุตฺตรมคฺโค ปุจฺฉิโต, สตฺถาราปิ โสเยว กถิโต. โส หิ สามํ ปสฺสิตพฺพตฺตา สนฺทิฏฺฐิโก นามาติ.
๔. ปริพฺพาชกสุตฺตวณฺณนา
๕๕. จตุตฺเถ พฺราหฺมณปริพฺพาชโกติ พฺราหฺมณชาติโก ปริพฺพาชโก, น ขตฺติยาทิชาติโก. อตฺตตฺถมฺปีติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกํ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกํ อตฺตโน อตฺถํ.
๕. นิพฺพุตสุตฺตวณฺณนา
๕๖. ปญฺจเม อกาลิกนฺติ น กาลนฺตเร ปตฺตพฺพํ. โอปเนยฺยิกนฺติ ปฏิปตฺติยา อุปคนฺตพฺพํ.
๖. ปโลกสุตฺตวณฺณนา
๕๗. ฉฏฺเฐ อาจริยปาจริยานนฺติ อาจริยานญฺเจว อาจริยาจริยานญฺจ. อวีจิ มญฺเญ ผุโฏ อโหสีติ ยถา อวีจิ มหานิรโย นิรนฺตรผุโฏ เนรยิกสตฺเตหิ ปริปุณฺโณ, มนุสฺเสหิ เอวํ ปริปุณฺโณ โหติ. กุกฺกุฏสํปาติกาติ เอกคามสฺส ฉทนปิฏฺฐิโต อุปฺปติตฺวา อิตรคามสฺส ฉทนปิฏฺเฐ ปตนสงฺขาโต กุกฺกุฏสํปาโต เอตาสุ อตฺถีติ กุกฺกุฏสํปาติกา. กุกฺกุฏสํปาทิกาติปิ ปาโฐ, คามนฺตรโต คามนฺตรํ กุกฺกุฏานํ ปทสา คมนสงฺขาโต กุกฺกุฏสํปาโท เอตาสุ อตฺถีติ อตฺโถ. อุภยมฺเปตํ ฆนนิวาสตํเยว ทีเปติ. อธมฺมราครตฺตาติ ราโค นาม เอกนฺเตเนว อธมฺโม, อตฺตโน ปริกฺขาเรสุ ปน อุปฺปชฺชมาโน น อธมฺมราโคติ อธิปฺเปโต, ปรปริกฺขาเรสุ อุปฺปชฺชมาโนว อธมฺมราโคติ. วิสมโลภาภิภูตาติ โลภสฺส สมกาโล นาม นตฺถิ, เอกนฺตํ วิสโมว เอส. อตฺตนา ปริคฺคหิตวตฺถุมฺหิ ปน อุปฺปชฺชมาโน สมโลโภ นาม, ปรปริคฺคหิตวตฺถุมฺหิ อุปฺปชฺชมาโนว วิสโมติ อธิปฺเปโต. มิจฺฉาธมฺมปเรตาติ อวตฺถุปฏิเสวนสงฺขาเตน มิจฺฉาธมฺเมน สมนฺนาคตา. เทโว น สมฺมา ธารํ อนุปฺปเวจฺฉตีติ วสฺสิตพฺพยุตฺเต กาเล วสฺสํ น วสฺสติ. ทุพฺภิกฺขนฺติ ทุลฺลภภิกฺขํ. ทุสฺสสฺสนฺติ วิวิธสสฺสานํ อสมฺปชฺชเนน ทุสฺสสฺสํ. เสตฏฺฐิกนฺติ สสฺเส สมฺปชฺชมาเน ปาณกา ปตนฺติ, เตหิ ทฏฺฐตฺตา นิกฺขนฺตนิกฺขนฺตานิ สาลิสีสานิ เสตวณฺณานิ โหนฺติ นิสฺสารานิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เสตฏฺฐิก’’นฺติ. สลากาวุตฺตนฺติ วปิตํ วปิตํ สสฺสํ สลากามตฺตเมว สมฺปชฺชติ, ผลํ น เทตีติ อตฺโถ. ยกฺขาติ ยกฺขาธิปติโน. วาเฬ อมนุสฺเส โอสฺสชฺชนฺตีติ จณฺฑยกฺเข มนุสฺสปเถ วิสฺสชฺเชนฺติ, เต ลทฺโธกาสา มหาชนํ ชีวิตกฺขยํ ปาเปนฺติ.
๗. วจฺฉโคตฺตสุตฺตวณฺณนา
๕๘. สตฺตเม มหปฺผลนฺติ มหาวิปากํ. ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากโรนฺตีติ เอตฺถ ธมฺโม นาม กถิตกถา, อนุธมฺโม นาม กถิตสฺส ปฏิกถนํ. สหธมฺมิโกติ สการโณ สเหตุโก. วาทานุปาโตติ วาทสฺส อนุปาโต, อนุปตนํ ปวตฺตีติ อตฺโถ. คารยฺหํ ฐานนฺติ ครหิตพฺพยุตฺตํ การณํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โภตา โคตเมน วุตฺตา สการณา วาทปฺปวตฺติ กิญฺจิปิ คารยฺหํ การณํ น อาคจฺฉตีติ. อถ วา เตหิ ปเรหิ วุตฺตา สการณา วาทปฺปวตฺติ กิญฺจิ คารยฺหํ การณํ น อาคจฺฉตีติ ปุจฺฉติ.
อนฺตรายกโร โหตีติ อนฺตรายํ วินาสํ กิจฺฉลาภกํ วิโลมกํ กโรติ. ปาริปนฺถิโกติ ปนฺถทูหนโจโร. ขโต จ โหตีติ คุณขนเนน ขโต โหติ. อุปหโตติ คุณุปฆาเตเนว อุปหโต.
จนฺทนิกายาติ อสุจิกลลกูเป. โอลิคลฺเลติ นิทฺธมนกลเล. โส จาติ โส สีลวาติ วุตฺตขีณาสโว. สีลกฺขนฺเธนาติ สีลราสินา. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ วิมุตฺติญาณทสฺสนํ วุจฺจติ ปจฺจเวกฺขณญาณํ, ตํ อเสกฺขสฺส ปวตฺตตฺตา อเสกฺขนฺติ วุตฺตํ. อิตรานิ สิกฺขาปริโยสานปฺปตฺตตาย สยมฺปิ อเสกฺขาเนว. ตานิ จ ปน โลกุตฺตรานิ, ปจฺจเวกฺขณญาณํ โลกิยํ.
โรหิณีสูติ รตฺตวณฺณาสุ. สรูปาสูติ อตฺตโน วจฺฉเกหิ สมานรูปาสุ. ปาเรวตาสูติ กโปตวณฺณาสุ. ทนฺโตติ นิพฺพิเสวโน. ปุงฺคโวติ อุสโภ. โธรโยฺหติ ธุรวาโห. กลฺยาณชวนิกฺกโมติ กลฺยาเณน อุชุนา ชเวน คนฺตา. นาสฺส วณฺณํ ปริกฺขเรติ อสฺส โคณสฺส สรีรวณฺณํ น อุปปริกฺขนฺติ, ธุรวหนกมฺมเมว ปน อุปปริกฺขนฺติ. ยสฺมึ กสฺมิญฺจิ ชาติเยติ ยตฺถ กตฺถจิ กุลชาเต. ยาสุ กาสุจิ เอตาสูติ เอตาสุ ขตฺติยาทิปฺปเภทาสุ ยาสุ กาสุจิ ชาตีสุ.
พฺรหฺมจริยสฺส เกวลีติ พฺรหฺมจริยสฺส เกวเลน สมนฺนาคโต, ปริปุณฺณภาเวน ยุตฺโตติ อตฺโถ. ขีณาสโว หิ สกลพฺรหฺมจารี นาม โหติ. เตเนตํ วุตฺตํ. ปนฺนภาโรติ โอโรปิตภาโร, ขนฺธภารํ กิเลสภารํ กามคุณภารญฺจ โอโรเปตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. กตกิจฺโจติ จตูหิ มคฺเคหิ กิจฺจํ กตฺวา ฐิโต. ปารคู สพฺพธมฺมานนฺติ สพฺพธมฺมา วุจฺจนฺติ ปญฺจกฺขนฺธา ทฺวาทสายตนานิ อฏฺฐารส ธาตุโย, เตสํ สพฺพธมฺมานํ อภิญฺญาปารํ, ปริญฺญาปารํ, ปหานปารํ, ภาวนาปารํ, สจฺฉิกิริยาปารํ, สมาปตฺติปารญฺจาติ ฉพฺพิธํ ปารํ คตตฺตา ปารคู. อนุปาทายาติ อคฺคเหตฺวา. นิพฺพุโตติ กิเลสสนฺตาปรหิโต. วิรเชติ ราคโทสโมหรชรหิเต.
อวิชานนฺตาติ เขตฺตํ อชานนฺตา. ทุมฺเมธาติ นิปฺปญฺญา. อสฺสุตาวิโนติ เขตฺตวินิจฺฉยสวเนน รหิตา. พหิทฺธาติ อิมมฺหา สาสนา พหิทฺธา. น หิ สนฺเต อุปาสเรติ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธขีณาสเว อุตฺตมปุริเส น อุปสงฺกมนฺติ. ธีรสมฺมเตติ ปณฺฑิเตหิ สมฺมเต สมฺภาวิเต. มูลชาตา ปติฏฺฐิตาติ อิมินา โสตาปนฺนสฺส สทฺธํ ทสฺเสติ. กุเล วา อิธ ชายเรติ อิธ วา มนุสฺสโลเก ขตฺติยพฺราหฺมณเวสฺสกุเล ชายนฺติ. อยเมว หิ ติวิธา กุลสมฺปตฺติ นาม. อนุปุพฺเพน นิพฺพานํ, อธิคจฺฉนฺตีติ สีลสมาธิปญฺญาติ อิเม คุเณ ปูเรตฺวา อนุกฺกเมน นิพฺพานํ อธิคจฺฉนฺตีติ.
๘. ติกณฺณสุตฺตวณฺณนา
๕๙. อฏฺฐเม ติกณฺโณติ ตสฺส นามํ. อุปสงฺกมีติ ‘‘สมโณ กิร โคตโม ปณฺฑิโต, คจฺฉิสฺสามิ ตสฺส สนฺติก’’นฺติ จินฺเตตฺวา ภุตฺตปาตราโส มหาชนปริวุโต อุปสงฺกมิ. ภควโต สมฺมุขาติ ทสพลสฺส ปุรโต นิสีทิตฺวา. วณฺณํ ภาสตีติ กสฺมา ภาสติ? โส กิร อิโต ปุพฺเพ ตถาคตสฺส สนฺติกํ อคตปุพฺโพ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘พุทฺธา นาม ทุราสทา, มยิ ปฐมตรํ อกเถนฺเต กเถยฺย วา น วา. สเจ น กเถสฺสติ, อถ มํ สมาคมฏฺฐาเน กเถนฺตํ เอวํ วกฺขนฺติ ‘ตฺวํ อิธ กสฺมา กเถสิ, เยน เต สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา วจนมตฺตมฺปิ น ลทฺธ’นฺติ. ตสฺมา ‘เอวํ เม อยํ ครหา มุจฺจิสฺสตี’’’ติ มญฺญมาโน ภาสติ. กิญฺจาปิ พฺราหฺมณานํ วณฺณํ ภาสติ, ตถาคตสฺส ปน ญาณํ ฆฏฺเฏสฺสามีติ อธิปฺปาเยเนว ภาสติ. เอวมฺปิ เตวิชฺชา พฺราหฺมณาติ เตวิชฺชกพฺราหฺมณา เอวํปณฺฑิตา เอวํธีรา เอวํพฺยตฺตา เอวํพหุสฺสุตา เอวํวาทิโน, เอวํสมฺมตาติ อตฺโถ. อิติปีติ อิมินา เตสํ ปณฺฑิตาทิอาการปริจฺเฉทํ ทสฺเสติ. เอตฺตเกน การเณน ปณฺฑิตา…เป… เอตฺตเกน การเณน สมฺมตาติ อยญฺหิ เอตฺถ อตฺโถ.
ยถา กถํ ปน พฺราหฺมณาติ เอตฺถ ยถาติ การณวจนํ, กถํ ปนาติ ปุจฺฉาวจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กถํ ปน, พฺราหฺมณ, พฺราหฺมณา เตวิชฺชํ ปญฺญาเปนฺติ. ยถา เอวํ สกฺกา โหติ ชานิตุํ, ตํ การณํ วเทหีติ. ตํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ ‘‘ชานนฏฺฐาเนเยว มํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปุจฺฉิ, โน อชานนฏฺฐาเน’’ติ อตฺตมโน หุตฺวา อิธ, โภ โคตมาติอาทิมาห. ตตฺถ อุภโตติ ทฺวีหิปิ ปกฺเขหิ. มาติโต จ ปิติโต จาติ ยสฺส มาตา พฺราหฺมณี, มาตุ มาตา พฺราหฺมณี, ตสฺสาปิ มาตา พฺราหฺมณี. ปิตา พฺราหฺมโณ, ปิตุ ปิตา พฺราหฺมโณ, ตสฺสาปิ ปิตา พฺราหฺมโณ, โส อุภโต สุชาโต มาติโต จ ปิติโต จ. สํสุทฺธคหณิโกติ ยสฺส สํสุทฺธา มาตุ คหณี, กุจฺฉีติ อตฺโถ. ‘‘สมเวปากินิยา คหณิยา’’ติ ปน เอตฺถ กมฺมชเตโชธาตุ คหณีติ วุจฺจติ.
ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคาติ เอตฺถ ปิตุ ปิตา ปิตามโห, ปิตามหสฺส ยุคํ ปิตามหยุคํ. ยุคนฺติ อายุปฺปมาณํ วุจฺจติ. อภิลาปมตฺตเมว เจตํ, อตฺถโต ปน ปิตามโหเยว ปิตามหยุคํ. ตโต อุทฺธํ สพฺเพปิ ปุพฺพปุริสา ปิตามหคฺคหเณเนว คหิตา. เอวํ ยาว สตฺตโม ปุริโส, ตาว สํสุทฺธคหณิโก, อถ วา อกฺขิตฺโต อนุปกฺกุฏฺโฐ ชาติวาเทนาติ ทสฺเสติ. อกฺขิตฺโตติ ‘‘อปเนถ เอตํ, กึ อิมินา’’ติ เอวํ อกฺขิตฺโต อนวกฺขิตฺโต. อนุปกฺกุฏฺโฐติ น อุปกฺกุฏฺโฐ, น อกฺโกสํ วา นินฺทํ วา ปตฺตปุพฺโพ. เกน การเณนาติ? ชาติวาเทน. ‘‘อิติปิ หีนชาติโก เอโส’’ติ เอวรูเปน วจเนนาติ อตฺโถ.
อชฺฌายโกติ อิทํ ‘‘น ทานิเม ฌายนฺติ, น ทานิเม ฌายนฺตีติ โข, วาเสฏฺฐ, อชฺฌายกา อชฺฌายกาเตว ตติยํ อกฺขรํ อุปนิพฺพตฺต’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๑๓๒) เอวํ ปฐมกปฺปิกกาเล ฌานวิรหิตานํ พฺราหฺมณานํ ครหวจนํ อุปฺปนฺนํ. อิทานิ ปน ตํ อชฺฌายตีติ อชฺฌายโก, มนฺเต ปริวตฺเตตีติ อิมินา อตฺเถน ปสํสาวจนํ กตฺวา โวหรนฺติ. มนฺเต ธาเรตีติ มนฺตธโร.
ติณฺณํ เวทานนฺติ อิรุพฺเพทยชุพฺเพทสามพฺเพทานํ. โอฏฺฐปหตกรณวเสน ปารํ คโตติ ปารคู. สห นิฆณฺฑุนา จ เกฏุเภน จ สนิฆณฺฑุเกฏุภานํ. นิฆณฺฑูติ นามนิฆณฺฑุรุกฺขาทีนํ เววจนปกาสกสตฺถํ. เกฏุภนฺติ กิริยากปฺปวิกปฺโป กวีนํ อุปการาย สตฺถํ. สห อกฺขรปฺปเภเทน สากฺขรปฺปเภทานํ. อกฺขรปฺปเภโทติ สิกฺขา จ นิรุตฺติ จ. อิติหาสปญฺจมานนฺติ อาถพฺพณเวทํ จตุตฺถํ กตฺวา อิติห อาส, อิติห อาสาติ อีทิสวจนปฏิสํยุตฺโต ปุราณกถาสงฺขาโต ขตฺตวิชฺชาสงฺขาโต วา อิติหาโส ปญฺจโม เอเตสนฺติ อิติหาสปญฺจมา. เตสํ อิติหาสปญฺจมานํ เวทานํ.
ปทํ ตทวเสสญฺจ พฺยากรณํ อธียติ เวเทติ จาติ ปทโก เวยฺยากรโณ. โลกายตํ วุจฺจติ วิตณฺฑวาทสตฺถํ. มหาปุริสลกฺขณนฺติ มหาปุริสานํ พุทฺธาทีนํ ลกฺขณทีปกํ ทฺวาทสสหสฺสคนฺถปมาณํ สตฺถํ, ยตฺถ โสฬสสหสฺสคาถาปทปริมาณา พุทฺธมนฺตา นาม อเหสุํ, เยสํ วเสน ‘‘อิมินา ลกฺขเณน สมนฺนาคตา พุทฺธา นาม โหนฺติ, อิมินา ปจฺเจกพุทฺธา, เทฺว อคฺคสาวกา, อสีติ มหาสาวกา, พุทฺธมาตา, พุทฺธปิตา, อคฺคุปฏฺฐากา, อคฺคุปฏฺฐายิกา, ราชา จกฺกวตฺตี’’ติ อยํ วิเสโส ญายติ. อนวโยติ อิเมสุ โลกายตมหาปุริสลกฺขเณสุ อนูโน ปริปูรการี, อวโย น โหตีติ วุตฺตํ โหติ. อวโย นาม โย ตานิ อตฺถโต จ คนฺถโต จ สนฺธาเรตุํ น สกฺโกติ. อถ วา อนวโยติ อนุ อวโย, สนฺธิวเสน อุการโลโป. อนุ อวโย ปริปุณฺณสิปฺโปติ อตฺโถ.
เตน หีติ อิทํ ภควา นํ อายาจนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อิทานิสฺส ปญฺหํ กเถตุํ กาโล’’ติ ญตฺวา อาห. ตสฺสตฺโถ – ยสฺมา มํ อายาจสิ, ตสฺมา สุณาหีติ. วิวิจฺเจว กาเมหีติอาทิ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๗๐) วิตฺถาริตเมว. อิธ ปเนตํ ติสฺสนฺนํ วิชฺชานํ ปุพฺพภาคปฏิปตฺติทสฺสนตฺถํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ทฺวินฺนํ วิชฺชานํ อนุปทวณฺณนา เจว ภาวนานโย จ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๔๐๒ อาทโย) วิตฺถาริโตว.
ปฐมา วิชฺชาติ ปฐมํ อุปฺปนฺนาติ ปฐมา, วิทิตกรณฏฺเฐน วิชฺชา. กึ วิทิตํ กโรติ? ปุพฺเพนิวาสํ. อวิชฺชาติ ตสฺเสว ปุพฺเพนิวาสสฺส อวิทิตกรณฏฺเฐน ตปฺปฏิจฺฉาทโก โมโห วุจฺจติ. ตโมติ เสฺวว โมโห ปฏิจฺฉาทกฏฺเฐน ตโมติ วุจฺจติ. อาโลโกติ สาเยว วิชฺชา โอภาสกรณฏฺเฐน อาโลโกติ วุจฺจติ. เอตฺถ จ วิชฺชา อธิคตาติ อยํ อตฺโถ. เสสํ ปสํสาวจนํ. โยชนา ปเนตฺถ อยมสฺส วิชฺชา อธิคตา, อถสฺส อธิคตวิชฺชสฺส อวิชฺชา วิหตา วินฏฺฐาติ อตฺโถ. กสฺมา? ยสฺมา วิชฺชา อุปฺปนฺนา. อิตรสฺมิมฺปิ ปททฺวเย เอเสว นโย. ยถา ตนฺติ เอตฺถ ยถาติ โอปมฺมํ, ตนฺติ นิปาตมตฺตํ. สติยา อวิปฺปวาเสน อปฺปมตฺตสฺส. วีริยาตาเปน อาตาปิโน. กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขตาย ปหิตตฺตสฺส. เปสิตตฺตสฺสาติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อปฺปมตฺตสฺส อาตาปิโน ปหิตตฺตสฺส วิหรโต อวิชฺชา วิหญฺเญยฺย, วิชฺชา อุปฺปชฺเชยฺย. ตโม วิหญฺเญยฺย, อาโลโก อุปฺปชฺเชยฺย, เอวเมว ตสฺส อวิชฺชา วิหตา, วิชฺชา อุปฺปนฺนา. ตโม วิหโต, อาโลโก อุปฺปนฺโน. เอตสฺส เตน ปธานานุโยคสฺส อนุรูปเมว ผลํ ลทฺธนฺติ.
จุตูปปาตกถายํ วิชฺชาติ ทิพฺพจกฺขุญาณวิชฺชา. อวิชฺชาติ สตฺตานํ จุติปฏิสนฺธิปฺปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
ตติยวิชฺชาย โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเตติ วิปสฺสนาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานจิตฺตํ เวทิตพฺพํ. อาสวานํ ขยญาณายาติ อรหตฺตมคฺคญาณตฺถาย. อรหตฺตมคฺโค หิ อาสววินาสนโต อาสวานํ ขโยติ วุจฺจติ, ตตฺร เจตํ ญาณํ ตตฺถ ปริยาปนฺนตฺตาติ. จิตฺตํ อภินินฺนาเมตีติ วิปสฺสนาจิตฺตํ อภินีหรติ. โส อิทํ ทุกฺขนฺติ เอวมาทีสุ เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต ภิยฺโยติ สพฺพมฺปิ ทุกฺขสจฺจํ สรสลกฺขณปฺปฏิเวเธน ยถาภูตํ ปชานาติ ปฏิวิชฺฌติ, ตสฺส จ ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺติกํ ตณฺหํ ‘‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’’ติ, ตทุภยมฺปิ ยํ ฐานํ ปตฺวา นิรุชฺฌติ, ตํ เตสํ อปวตฺตึ นิพฺพานํ ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’’ติ. ตสฺส จ สมฺปาปกํ อริยมคฺคํ ‘‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’’ติ สรสลกฺขณปฺปฏิเวเธน ยถาภูตํ ปชานาติ ปฏิวิชฺฌตีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เอวํ สรูปโต สจฺจานิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ กิเลสวเสน ปริยายโต ทสฺเสนฺโต อิเม อาสวาติอาทิมาห. ตสฺส เอวํ ชานโต เอวํ ปสฺสโตติ ตสฺส ภิกฺขุโน เอวํ ชานนฺตสฺส เอวํ ปสฺสนฺตสฺส. สห วิปสฺสนาย โกฏิปฺปตฺตํ มคฺคํ กเถสิ. กามาสวาติ กามาสวโต. วิมุจฺจตีติ อิมินา มคฺคกฺขณํ ทสฺเสติ. มคฺคกฺขเณ หิ จิตฺตํ วิมุจฺจติ, ผลกฺขเณ วิมุตฺตํ โหติ. วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณนฺติ อิมินา ปจฺจเวกฺขณญาณํ ทสฺเสติ. ขีณา ชาตีติอาทีหิ ตสฺส ภูมึ. เตน หิ ญาเณน โส ปจฺจเวกฺขนฺโต ขีณา ชาตีติอาทีนิ ปชานาติ. กตมา ปนสฺส ชาติ ขีณา, กถญฺจ นํ ปชานาตีติ? น ตาวสฺส อตีตา ชาติ ขีณา ปุพฺเพว ขีณตฺตา, น อนาคตา, อนาคเต วายามาภาวโต, น ปจฺจุปฺปนฺนา, วิชฺชมานตฺตา. ยา ปน มคฺคสฺส อภาวิตตฺตา อุปฺปชฺเชยฺย เอกจตุปญฺจโวการภเวสุ เอกจตุปญฺจกฺขนฺธปฺปเภทา ชาติ, สา มคฺคสฺส ภาวิตตฺตา อนุปฺปาทธมฺมตํ อาปชฺชเนน ขีณา. ตํ โส มคฺคภาวนาย ปหีนกิเลเส ปจฺจเวกฺขิตฺวา กิเลสาภาเว วิชฺชมานมฺปิ กมฺมํ อายติอปฺปฏิสนฺธิกํ โหตีติ ชานนฺโต ปชานาติ.
วุสิตนฺติ วุตฺถํ ปริวุตฺถํ, กตํ จริตํ นิฏฺฐิตนฺติ อตฺโถ. พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ. ปุถุชฺชนกลฺยาณเกน หิ สทฺธึ สตฺต เสกฺขา พฺรหฺมจริยวาสํ วสนฺติ นาม, ขีณาสโว วุตฺถวาโส. ตสฺมา โส อตฺตโน พฺรหฺมจริยวาสํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘วุสิตํ พฺรหฺมจริย’’นฺติ ปชานาติ. กตํ กรณียนฺติ จตูสุ สจฺเจสุ จตูหิ มคฺเคหิ ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยาภาวนาภิสมยวเสน โสฬสวิธมฺปิ กิจฺจํ นิฏฺฐาปิตนฺติ อตฺโถ. ปุถุชฺชนกลฺยาณกาทโย หิ ตํ กิจฺจํ กโรนฺติ, ขีณาสโว กตกรณีโย. ตสฺมา โส อตฺตโน กรณียํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ‘‘กตํ กรณีย’’นฺติ ปชานาติ. นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปุน อิตฺถภาวาย, เอวํ โสฬสวิธกิจฺจภาวาย กิเลสกฺขยาย วา มคฺคภาวนากิจฺจํ เม นตฺถีติ ปชานาติ. อถ วา อิตฺถตฺตายาติ อิตฺถภาวโต, อิมสฺมา เอวํ ปการา อิทานิ วตฺตมานกฺขนฺธสนฺตานา อปรํ ขนฺธสนฺตานํ มยฺหํ นตฺถิ, อิเม ปน ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา รุกฺขา วิย. เต จริมกวิญฺญาณนิโรเธน อนุปาทาโน วิย ชาตเวโท นิพฺพายิสฺสนฺตีติ ปชานาติ. อิธ วิชฺชาติ อรหตฺตมคฺคญาณวิชฺชา. อวิชฺชาติ จตุสจฺจปฺปฏิจฺฉาทิกา อวิชฺชา. เสสํ วุตฺตนยเมว.
อนุจฺจาวจสีลสฺสาติ ยสฺส สีลํ กาเลน หายติ, กาเลน วฑฺฒติ, โส อุจฺจาวจสีโล นาม โหติ. ขีณาสวสฺส ปน สีลํ เอกนฺตวฑฺฒิตเมว. ตสฺมา โส อนุจฺจาวจสีโล นาม โหติ. วสีภูตนฺติ วสิปฺปตฺตํ. สุสมาหิตนฺติ สุฏฺฐุ สมาหิตํ, อารมฺมณมฺหิ สุฏฺฐปิตํ. ธีรนฺติ ธิติสมฺปนฺนํ. มจฺจุหายินนฺติ มจฺจุํ ชหิตฺวา ฐิตํ. สพฺพปฺปหายินนฺติ สพฺเพ ปาปธมฺเม ปชหิตฺวา ฐิตํ. พุทฺธนฺติ จตุสจฺจพุทฺธํ. อนฺติมเทหินนฺติ สพฺพปจฺฉิมสรีรธารินํ. ตํ นมสฺสนฺติ โคตมนฺติ ตํ โคตมโคตฺตํ พุทฺธสาวกา นมสฺสนฺติ. อถ วา โคตมพุทฺธสฺส สาวโกปิ โคตโม, ตํ โคตมํ เทวมนุสฺสา นมสฺสนฺตีติ อตฺโถ.
ปุพฺเพนิวาสนฺติ ปุพฺเพนิวุตฺถกฺขนฺธปรมฺปรํ. โยเวตีติ โย อเวติ อวคจฺฉติ. โยเวทีติปิ ปาโฐ. โย อเวทิ, วิทิตํ ปากฏํ กตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. สคฺคาปายญฺจ ปสฺสตีติ ฉ กามาวจเร นว พฺรหฺมโลเก จตฺตาโร จ อปาเย ปสฺสติ. ชาติกฺขยํ ปตฺโตติ อรหตฺตํ ปตฺโต. อภิญฺญาโวสิโตติ ชานิตฺวา กิจฺจโวสาเนน โวสิโต. มุนีติ โมเนยฺเยน สมนฺนาคโต ขีณาสวมุนิ. เอตาหีติ เหฏฺฐา นิทฺทิฏฺฐาหิ ปุพฺเพนิวาสญาณาทีหิ. นาญฺญํ ลปิตลาปนนฺติ โย ปนญฺโญ เตวิชฺโชติ อญฺเญหิ ลปิตวจนมตฺตเมว ลปติ, ตมหํ เตวิชฺโชติ น วทามิ, อตฺตปจฺจกฺขโต ญตฺวา ปรสฺสปิ ติสฺโส วิชฺชา กเถนฺตเมวาหํ เตวิชฺโชติ วทามีติ อตฺโถ. กลนฺติ โกฏฺฐาสํ. นาคฺฆตีติ น ปาปุณาติ. อิทานิ พฺราหฺมโณ ภควโต กถาย ปสนฺโน ปสนฺนาการํ กโรนฺโต อภิกฺกนฺตนฺติอาทิมาห.
๙. ชาณุสฺโสณิสุตฺตวณฺณนา
๖๐. นวเม ยสฺสสฺสูติ ยสฺส ภเวยฺยุํ. ยญฺโญติอาทีสุ ยชิตพฺโพติ ยญฺโญ, เทยฺยธมฺมสฺเสตํ นามํ. สทฺธนฺติ มตกภตฺตํ. ถาลิปาโกติ วรปุริสานํ ทาตพฺพยุตฺตํ ภตฺตํ. เทยฺยธมฺมนฺติ วุตฺตาวเสสํ ยํกิญฺจิ เทยฺยธมฺมํ นาม. เตวิชฺเชสุ พฺราหฺมเณสุ ทานํ ทเทยฺยาติ สพฺพเมตํ ทานํ เตวิชฺเชสุ ทเทยฺย, เตวิชฺชา พฺราหฺมณาว ปฏิคฺคเหตุํ ยุตฺตาติ ทสฺเสติ. เสสเมตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมวาติ.
๑๐. สงฺคารวสุตฺตวณฺณนา
๖๑. ทสเม สงฺคารโวติ เอวํนามโก ราชคหนคเร ชิณฺณปฏิสงฺขรณการโก อายุตฺตกพฺราหฺมโณ. อุปสงฺกมีติ ภุตฺตปาตราโส หุตฺวา มหาชนปริวุโต อุปสงฺกมิ. มยมสฺสูติ เอตฺถ อสฺสูติ นิปาตมตฺตํ, มยํ, โภ โคตม, พฺราหฺมณา นามาติ อิทเมว อตฺถปทํ. ยญฺญํ ยชามาติ พาหิรสมเย สพฺพจตุกฺเกน สพฺพฏฺฐเกน สพฺพโสฬสเกน สพฺพทฺวตฺตึสาย สพฺพจตุสฏฺฐิยา สพฺพสเตน สพฺพปญฺจสเตนาติ จ เอวํ ปาณฆาตปฏิสํยุตฺโต ยญฺโญ นาม โหติ. ตํ สนฺธาเยวมาห. อเนกสารีริกนฺติ อเนกสรีรสมฺภวํ. ยทิทนฺติ ยา เอสา. ยญฺญาธิกรณนฺติ ยชนการณา เจว ยาชนการณา จาติ อตฺโถ. เอกสฺมิญฺหิ พหูนํ ททนฺเตปิ ทาเปนฺเตปิ พหูสุปิ พหูนํ เทนฺเตสุปิ ทาเปนฺเตสุปิ ปุญฺญปฏิปทา อเนกสารีริกา นาม โหติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ตุยฺหญฺจ ตุยฺหญฺจ ยชามีติ วทนฺตสฺสาปิ ตฺวญฺจ ตฺวญฺจ ยชาหีติ อาณาเปนฺตสฺสาปิ จ อเนกสารีริกาว โหติ. ตมฺปิ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ยสฺส วา ตสฺส วาติ ยสฺมา วา ตสฺมา วา. เอกมตฺตานํ ทเมตีติ อตฺตโน อินฺทฺริยทมนวเสน เอกํ อตฺตานเมว ทเมติ. เอกมตฺตานํ สเมตีติ อตฺตโน ราคาทิสมนวเสน เอกํ อตฺตานเมว สเมติ. ปรินิพฺพาเปตีติ ราคาทิปรินิพฺพาเนเนว ปรินิพฺพาเปติ. เอวมสฺสายนฺติ เอวํ สนฺเตปิ อยํ.
เอวมิทํ พฺราหฺมณสฺส กถํ สุตฺวา สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ ปสุฆาตกสํยุตฺตํ มหายญฺญํ อเนกสารีริกํ ปุญฺญปฏิปทํ วเทติ, ปพฺพชฺชามูลกํ ปน ปุญฺญุปฺปตฺติปฏิปทํ เอกสารีริกนฺติ วเทติ. เนวายํ เอกสารีริกํ ชานาติ, น อเนกสารีริกํ, หนฺทสฺส เอกสารีริกญฺจ อเนกสารีริกญฺจ ปฏิปทํ เทเสสฺสามี’’ติ อุปริ เทสนํ วฑฺเฒนฺโต เตน หิ พฺราหฺมณาติอาทิมาห. ตตฺถ ยถา เต ขเมยฺยาติ ยถา ตุยฺหํ รุจฺเจยฺย. อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชตีติอาทิ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตเมว. เอถายํ มคฺโคติ เอถ ตุเมฺห, อหมนุสาสามิ, อยํ มคฺโค. อยํ ปฏิปทาติ ตสฺเสว เววจนํ. ยถา ปฏิปนฺโนติ เยน มคฺเคน ปฏิปนฺโน. อนุตฺตรํ พฺรหฺมจริโยคธนฺติ อรหตฺตมคฺคสงฺขาตสฺส พฺรหฺมจริยสฺส อนุตฺตรํ โอคธํ อุตฺตมปติฏฺฐาภูตํ นิพฺพานํ. อิจฺจายนฺติ อิติ อยํ.
อปฺปฏฺฐตราติ ยตฺถ พหูหิ เวยฺยาวจฺจกเรหิ วา อุปกรเณหิ วา อตฺโถ นตฺถิ. อปฺปสมารมฺภตราติ ยตฺถ พหูนํ กมฺมจฺเฉทวเสน ปีฬาสงฺขาโต สมารมฺโภ นตฺถิ. เสยฺยถาปิ ภวํ โคตโม, ภวํ จานนฺโท, เอเต เม ปุชฺชาติ ยถา ภวํ โคตโม, ภวญฺจานนฺโท, เอวรูปา มม ปูชิตา, ตุเมฺหเยว เทฺว ชนา มยฺหํ ปุชฺชา จ ปาสํสา จาติ อิมมตฺถํ สนฺธาเยตํ วทติ. ตสฺส กิร เอวํ อโหสิ – ‘‘อานนฺทตฺเถโร มํเยว อิมํ ปญฺหํ กถาเปตุกาโม, อตฺตโน โข ปน วณฺเณ วุตฺเต ปทุสฺสนโก นาม นตฺถี’’ติ. ตสฺมา ปญฺหํ อกเถตุกาโม วณฺณภณเนน วิกฺเขปํ กโรนฺโต เอวมาห.
น โข ตฺยาหนฺติ น โข เต อหํ. เถโรปิ กิร จินฺเตสิ – ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ ปญฺหํ อกเถตุกาโม ปริวตฺตติ, อิมํ ปญฺหํ เอตํเยว กถาเปสฺสามี’’ติ. ตสฺมา นํ เอวมาห.
สหธมฺมิกนฺติ สการณํ. สํสาเทตีติ สํสีทาเปติ. โน วิสฺสชฺเชตีติ น กเถติ. ยํนูนาหํ ปริโมเจยฺยนฺติ ยํนูนาหํ อุโภเปเต วิเหสโต ปริโมเจยฺยํ. พฺราหฺมโณ หิ อานนฺเทน ปุจฺฉิตํ ปญฺหํ อกเถนฺโต วิเหเสติ, อานนฺโทปิ พฺราหฺมณํ อกเถนฺตํ กถาเปนฺโต. อิติ อุโภเปเต วิเหสโต โมเจสฺสามีติ จินฺเตตฺวา เอวมาห. กา นฺวชฺชาติ กา นุ อชฺช. อนฺตรากถา อุทปาทีติ อญฺญิสฺสา กถาย อนฺตรนฺตเร กตรา กถา อุปฺปชฺชีติ ปุจฺฉติ. ตทา กิร ราชนฺเตปุเร ตีณิ ปาฏิหาริยานิ อารพฺภ กถา อุทปาทิ, ตํ ปุจฺฉามีติ สตฺถา เอวมาห. อถ พฺราหฺมโณ ‘‘อิทานิ วตฺตุํ สกฺขิสฺสามี’’ติ ราชนฺเตปุเร อุปฺปนฺนํ กถํ อาโรเจนฺโต อยํ ขฺวชฺช, โภ โคตมาติอาทิมาห. ตตฺถ อยํ ขฺวชฺชาติ อยํ โข อชฺช. ปุพฺเพ สุทนฺติ เอตฺถ สุทนฺติ นิปาตมตฺตํ. อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมาติ ทสกุสลกมฺมปถสงฺขาตา มนุสฺสธมฺมา อุตฺตรึ. อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสสุนฺติ ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺตา อากาเสเนว คมึสุ เจว อาคมึสุ จาติ เอวํ ปุพฺเพ ปวตฺตํ อากาสคมนํ สนฺธาเยวมาห. เอตรหิ ปน พหุตรา จ ภิกฺขูติ อิทํ โส พฺราหฺมโณ ‘‘ปุพฺเพ ภิกฺขู ‘จตฺตาโร ปจฺจเย อุปฺปาเทสฺสามา’ติ มญฺเญ เอวมกํสุ, อิทานิ ปจฺจยานํ อุปฺปนฺนภาวํ ญตฺวา โสปฺเปน เจว ปมาเทน จ วีตินาเมนฺตี’’ติ ลทฺธิยา เอวมาห.
ปาฏิหาริยานีติ ปจฺจนีกปฏิหรณวเสน ปาฏิหาริยานิ. อิทฺธิปาฏิหาริยนฺติ อิชฺฌนวเสน อิทฺธิ, ปฏิหรณวเสน ปาฏิหาริยํ, อิทฺธิเยว ปาฏิหาริยํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธนฺติอาทีนํ อตฺโถ เจว ภาวนานโย จ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๓๖๕) วิตฺถาริโตว.
นิมิตฺเตน อาทิสตีติ อาคตนิมิตฺเตน วา คตนิมิตฺเตน วา ฐิตนิมิตฺเตน วา ‘‘อิทํ นาม ภวิสฺสตี’’ติ กเถติ. ตตฺริทํ วตฺถุ – เอโก กิร ราชา ติสฺโส มุตฺตา คเหตฺวา ปุโรหิตํ ปุจฺฉิ ‘‘กึ เม, อาจริย, หตฺเถ’’ติ. โส อิโต จิโต จ โอโลเกสิ, เตน จ สมเยน เอกา สรพู ‘‘มกฺขิกํ คเหสฺสามี’’ติ ปกฺขนฺตา, คหณกาเล มกฺขิกา ปลาตา. โส มกฺขิกาย มุตฺตตฺตา ‘‘มุตฺตา มหาราชา’’ติ อาห. มุตฺตา ตาว โหนฺตุ, กติ มุตฺตาติ. โส ปุน นิมิตฺตํ โอโลเกสิ. อถาวิทูเร กุกฺกุโฏ ติกฺขตฺตุํ สทฺทํ นิจฺฉาเรสิ. พฺราหฺมโณ ‘‘ติสฺโส มหาราชา’’ติ อาห. เอวํ เอกจฺโจ อาคตนิมิตฺเตน กเถติ. เอเตนุปาเยน คตฐิตนิมิตฺเตหิปิ กถนํ เวทิตพฺพํ. เอวมฺปิ เต มโนติ เอวํ ตว มโน โสมนสฺสิโต วา โทมนสฺสิโต วา กามวิตกฺกาทิสํยุตฺโต วาติ. ทุติยํ ตสฺเสว เววจนํ. อิติปิ เต จิตฺตนฺติ อิติปิ ตว จิตฺตํ, อิมญฺจ อิมญฺจ อตฺถํ จินฺตยมานํ ปวตฺตตีติ อตฺโถ. พหุํ เจปิ อาทิสตีติ พหุํ เจปิ กเถติ. ตเถว ตํ โหตีติ ยถา กถิตํ, ตเถว โหติ.
อมนุสฺสานนฺติ ยกฺขปิสาจาทีนํ. เทวตานนฺติ จาตุมหาราชิกาทีนํ. สทฺทํ สุตฺวาติ อญฺญสฺส จิตฺตํ ญตฺวา กเถนฺตานํ สุตฺวา. วิตกฺกวิปฺผารสทฺทนฺติ วิตกฺกวิปฺผารวเสน อุปฺปนฺนํ วิปฺปลปนฺตานํ สุตฺตปฺปมตฺตาทีนํ สทฺทํ. สุตฺวาติ ตํ สุตฺวา. ยํ วิตกฺกยโต ตสฺส โส สทฺโท อุปฺปนฺโน, ตสฺส วเสน ‘‘เอวมฺปิ เต มโน’’ติอาทิสติ.
ตตฺริมานิ วตฺถูนิ – เอโก กิร มนุสฺโส ‘‘อฏฺฏํ กริสฺสามี’’ติ คามา นครํ คจฺฉนฺโต นิกฺขนฺตฏฺฐานโต ปฏฺฐาย ‘‘วินิจฺฉยสภายํ รญฺโญ จ ราชมหามตฺตานญฺจ อิทํ กเถสฺสามิ อิทํ กเถสฺสามี’’ติ วิตกฺเกนฺโต ราชกุลํ คโต วิย รญฺโญ ปุรโต ฐิโต วิย อฏฺฏการเกน สทฺธึ กเถนฺโต วิย จ อโหสิ, ตสฺส ตํ วิตกฺกวิปฺผารวเสน นิจฺฉรนฺตํ สทฺทํ สุตฺวา เอโก ปุริโส ‘‘เกนฏฺเฐน คจฺฉสี’’ติ อาห. อฏฺฏกมฺเมนาติ. คจฺฉ, ชโย เต ภวิสฺสตีติ. โส คนฺตฺวา อฏฺฏํ กตฺวา ชยเมว ปาปุณิ.
อปโรปิ เถโร โมฬิยคาเม ปิณฺฑาย จริ. อถ นํ นิกฺขมนฺตํ เอกา ทาริกา อญฺญวิหิตา น อทฺทส. โส คามทฺวาเร ฐตฺวา นิวตฺติตฺวา โอโลเกตฺวา ตํ ทิสฺวา วิตกฺเกนฺโต อคมาสิ. คจฺฉนฺโตเยว จ ‘‘กึ นุ โข กุรุมานา ทาริกา น อทฺทสา’’ติ วจีเภทํ อกาสิ. ปสฺเส ฐิโต เอโก ปุริโส สุตฺวา ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, โมฬิยคาเม จริตฺถา’’ติ อาห.
มโนสงฺขารา ปณิหิตาติ จิตฺตสงฺขารา สุฏฺฐปิตา. วิตกฺเกสฺสตีติ วิตกฺกยิสฺสติ ปวตฺตยิสฺสตีติ ปชานาติ. ปชานนฺโต จ อาคมเนน ชานาติ, ปุพฺพภาเคน ชานาติ, อนฺโตสมาปตฺติยํ จิตฺตํ อปโลเกตฺวา ชานาติ. อาคมเนน ชานาติ นาม กสิณปริกมฺมกาเลเยว ‘‘เยนากาเรเนส กสิณภาวนํ อารทฺโธ ปฐมชฺฌานํ วา…เป… จตุตฺถชฺฌานํ วา อฏฺฐ วา สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตสฺสตี’’ติ ชานาติ. ปุพฺพภาเคน ชานาติ นาม ปฐมวิปสฺสนาย อารทฺธายเยว ชานาติ, ‘‘เยนากาเรน เอส วิปสฺสนํ อารทฺโธ โสตาปตฺติมคฺคํ วา นิพฺพตฺเตสฺสติ…เป… อรหตฺตมคฺคํ วา นิพฺพตฺเตสฺสตี’’ติ ชานาติ. อนฺโตสมาปตฺติยํ จิตฺตํ โอโลเกตฺวา ชานาติ นาม – ‘‘เยนากาเรน อิมสฺส มโนสงฺขารา สุฏฺฐปิตา, อิมสฺส นาม จิตฺตสฺส อนนฺตรา อิมํ นาม วิตกฺกํ วิตกฺเกสฺสติ, อิโต วุฏฺฐิตสฺส เอตสฺส หานภาคิโย วา สมาธิ ภวิสฺสติ ฐิติภาคิโย วา วิเสสภาคิโย วา นิพฺเพธภาคิโย วา, อภิญฺญาโย วา นิพฺพตฺเตสฺสตี’’ติ ชานาติ. ตตฺถ ปุถุชฺชโน เจโตปริยญาณลาภี ปุถุชฺชนานํเยว จิตฺตํ ชานาติ, น อริยานํ. อริเยสุปิ เหฏฺฐิโม อุปริมสฺส จิตฺตํ น ชานาติ, อุปริโม ปน เหฏฺฐิมสฺส ชานาติ. เอเตสุ จ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ…เป… อรหา อรหตฺตผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ. อุปริโม เหฏฺฐิมํ น สมาปชฺชติ. เตสญฺหิ เหฏฺฐิมา เหฏฺฐิมา สมาปตฺติ ตตฺรวตฺติเยว โหติ. ตเถว ตํ โหตีติ เอตํ เอกํเสน ตเถว โหติ. เจโตปริยญาณวเสน ญาตญฺหิ อญฺญถาภาวิ นาม นตฺถิ.
เอวํ วิตกฺเกถาติ เอวํ เนกฺขมฺมวิตกฺกาทโย ปวตฺเตนฺตา วิตกฺเกถ. มา เอวํ วิตกฺกยิตฺถาติ เอวํ กามวิตกฺกาทโย ปวตฺเตนฺตา มา วิตกฺกยิตฺถ. เอวํ มนสิ กโรถาติ เอวํ อนิจฺจสญฺญเมว, ทุกฺขสญฺญาทีสุ วา อญฺญตรํ มนสิ กโรถ. มา เอวนฺติ นิจฺจนฺติอาทินา นเยน มา มนสา กริตฺถ. อิทนฺติ อิทํ ปญฺจกามคุณราคํ ปชหถ. อิทญฺจ อุปสมฺปชฺชาติ อิทํ จตุมคฺคผลปฺปเภทํ โลกุตฺตรธมฺมเมว อุปสมฺปชฺช ปาปุณิตฺวา นิปฺผาเทตฺวา วิหรถ.
มายาสหธมฺมรูปํ วิย ขายตีติ มายาย สมานการณชาติกํ วิย หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. มายากาโรปิ หิ อุทกํ คเหตฺวา เตลํ กโรติ, เตลํ คเหตฺวา อุทกนฺติ เอวํ อเนกรูปํ มายํ ทสฺเสติ. อิทมฺปิ ปาฏิหาริยํ ตถารูปเมวาติ. อิทมฺปิ เม, โภ โคตม, ปาฏิหาริยํ มายาสหธมฺมรูปํ วิย ขายตีติ จินฺตามณิกวิชฺชาสริกฺขกตํ สนฺธาย เอวํ อาห. จินฺตามณิกวิชฺชํ ชานนฺตาปิ หิ อาคจฺฉนฺตเมว ทิสฺวา ‘‘อยํ อิทํ นาม วิตกฺเกนฺโต อาคจฺฉตี’’ติ ชานนฺติ. ตถา ‘‘อิทํ นาม วิตกฺเกนฺโต ฐิโต, อิทํ นาม วิตกฺเกนฺโต นิสินฺโน, อิทํ นาม วิตกฺเกนฺโต นิปนฺโน’’ติ ชานนฺติ.
อภิกฺกนฺตตรนฺติ สุนฺทรตรํ. ปณีตตรนฺติ อุตฺตมตรํ. ภวญฺหิ โคตโม อวิตกฺกํ อวิจารนฺติ อิธ พฺราหฺมโณ อวเสสํ อาเทสนาปาฏิหาริยํ พาหิรกนฺติ น คณฺหิ. อิทญฺจ ปน สพฺพํ โส พฺราหฺมโณ ตถาคตสฺส วณฺณํ กเถนฺโตเยว อาห. อทฺธา โข ตฺยายนฺติ เอกํเสเนว ตยา อยํ. อาสชฺช อุปนีย วาจา ภาสิตาติ มม คุเณ ฆฏฺเฏตฺวา มเมว คุณานํ สนฺติกํ อุปนีตา วาจา ภาสิตา. อปิจ ตฺยาหํ พฺยากริสฺสามีติ อปิจ เต อหเมว กเถสฺสามีติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
พฺราหฺมณวคฺโค ปฐโม.
(๗) ๒. มหาวคฺโค
๑. ติตฺถายตนสุตฺตวณฺณนา
๖๒. ทุติยสฺส ปฐเม ติตฺถายตนานีติ ติตฺถภูตานิ อายตนานิ, ติตฺถิยานํ วา อายตนานิ. ตตฺถ ติตฺถํ ชานิตพฺพํ, ติตฺถกรา ชานิตพฺพา, ติตฺถิยา ชานิตพฺพา, ติตฺถิยสาวกา ชานิตพฺพา. ติตฺถํ นาม ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย. ติตฺถิกรา นาม ตาสํ ทิฏฺฐีนํ อุปฺปาทกา. ติตฺถิยา นาม เยสํ ตา ทิฏฺฐิโย รุจฺจนฺติ ขมนฺติ. ติตฺถิยสาวกา นาม เตสํ ปจฺจยทายกา. อายตนนฺติ ‘‘กมฺโพโช อสฺสานํ อายตนํ, คุนฺนํ ทกฺขิณาปโถ อายตน’’นฺติ เอตฺถ สญฺชาติฏฺฐานํ อายตนํ นาม.
‘‘มโนรเม อายตเน, เสวนฺติ นํ วิหงฺคมา;
ฉายํ ฉายตฺถิโน ยนฺติ, ผลตฺถํ ผลโภชิโน’’ติ. (อ. นิ. ๕.๓๘) –
เอตฺถ สโมสรณฏฺฐานํ. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, วิมุตฺตายตนานี’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๖) เอตฺถ การณํ. ตํ อิธ สพฺพมฺปิ ลพฺภติ. สพฺเพปิ หิ ทิฏฺฐิคติกา สญฺชายมานา อิเมสุเยว ตีสุ ฐาเนสุ สญฺชายนฺติ, สโมสรณมานาปิ เอเตสุเยว ตีสุ ฐาเนสุ สโมสรนฺติ สนฺนิปตนฺติ, ทิฏฺฐิคติกภาเว จ เนสํ เอตาเนว ตีณิ การณานีติ ติตฺถภูตานิ สญฺชาติอาทินา อตฺเถน อายตนานีติปิ ติตฺถายตนานิ. เตเนวตฺเถน ติตฺถิยานํ อายตนานีติปิ ติตฺถายตนานิ. สมนุยุญฺชิยมานานีติ กา นาเมตา ทิฏฺฐิโยติ เอวํ ปุจฺฉิยมานานิ. สมนุคาหิยมานานีติ กึการณา เอตา ทิฏฺฐิโย อุปฺปนฺนาติ เอวํ สมฺมา อนุคฺคาหิยมานานิ. สมนุภาสิยมานานีติ ปฏินิสฺสชฺเชถ เอตานิ ปาปกานิ ทิฏฺฐิคตานีติ เอวํ สมฺมา อนุสาสิยมานานิ. อปิจ ตีณิปิ เอตานิ อนุโยคปุจฺฉาเววจนาเนว. เตน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ – ‘‘สมนุยุญฺชตีติ วา สมนุคฺคาหตีติ วา สมนุภาสตีติ วา เอเสเส เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเต ตญฺเญวา’’ติ.
ปรมฺปิ คนฺตฺวาติ อาจริยปรมฺปรา ลทฺธิปรมฺปรา อตฺตภาวปรมฺปราติ เอเตสุ ยํกิญฺจิ ปรมฺปรํ คนฺตฺวาปิ. อกิริยาย สณฺฐหนฺตีติ อกิริยมตฺเต สํติฏฺฐนฺติ. ‘‘อมฺหากํ อาจริโย ปุพฺเพกตวาที, อมฺหากํ ปาจริโย ปุพฺเพกตวาที, อมฺหากํ อาจริยปาจริโย ปุพฺเพกตวาที. อมฺหากํ อาจริโย อิสฺสรนิมฺมานวาที, อมฺหากํ ปาจริโย อิสฺสรนิมฺมานวาที, อมฺหากํ อาจริยปาจริโย อิสฺสรนิมฺมานวาที. อมฺหากํ อาจริโย อเหตุอปจฺจยวาที, อมฺหากํ ปาจริโย อเหตุอปจฺจยวาที, อมฺหากํ อาจริยปาจริโย อเหตุอปจฺจยวาที’’ติ เอวํ คจฺฉนฺตานิ หิ เอตานิ อาจริยปรมฺปรํ คจฺฉนฺติ นาม. ‘‘อมฺหากํ อาจริโย ปุพฺเพกตลทฺธิโก, อมฺหากํ ปาจริโย…เป… อมฺหากํ อาจริยปาจริโย อเหตุอปจฺจยลทฺธิโก’’ติ เอวํ คจฺฉนฺตานิ ลทฺธิปรมฺปรํ คจฺฉนฺติ นาม. ‘‘อมฺหากํ อาจริยสฺส อตฺตภาโว ปุพฺเพกตเหตุ, อมฺหากํ ปาจริยสฺส…เป… อมฺหากํ อาจริยปาจริยสฺส อตฺตภาโว อเหตุ อปจฺจโย’’ติ เอวํ คจฺฉนฺตานิ อตฺตภาวปรมฺปรํ คจฺฉนฺติ นาม. เอวํ ปน สุวิทูรมฺปิ คจฺฉนฺตานิ อกิริยมตฺเตเยว สณฺฐหนฺติ, เอโกปิ เอเตสํ ทิฏฺฐิคติกานํ กตฺตา วา กาเรตา วา น ปญฺญายติ.
ปุริสปุคฺคโลติ สตฺโต. กามญฺจ ปุริโสติปิ วุตฺเต ปุคฺคโลติปิ วุตฺเต สตฺโตเยว วุตฺโต โหติ, อยํ ปน สมฺมุติกถา นาม โย ยถา ชานาติ, ตสฺส ตถา วุจฺจติ. ปฏิสํเวเทตีติ อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปนฺนํ ชานาติ ปฏิสํวิทิตํ กโรติ, อนุภวติ วา. ปุพฺเพกตเหตูติ ปุพฺเพกตการณา, ปุพฺเพกตกมฺมปจฺจเยเนว ปฏิสํเวเทตีติ อตฺโถ. อิมินา กมฺมเวทนญฺจ กิริยเวทนญฺจ ปฏิกฺขิปิตฺวา เอกํ วิปากเวทนเมว สมฺปฏิจฺฉนฺติ. เย วา อิเม ปิตฺตสมุฏฺฐานา อาพาธา เสมฺหสมุฏฺฐานา วาตสมุฏฺฐานา สนฺนิปาติกา อุตุปริณามชา วิสมปริหารชา โอปกฺกมิกา อาพาธา กมฺมวิปากชา อาพาธาติ อฏฺฐ โรคา วุตฺตา, เตสุ สตฺต ปฏิกฺขิปิตฺวา เอกํ วิปากเวทนํเยว สมฺปฏิจฺฉนฺติ. เยปิเม ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ อุปปชฺชเวทนียํ อปรปริยายเวทนียนฺติ ตโย กมฺมราสโย วุตฺตา, เตสุปิ เทฺว ปฏิพาหิตฺวา เอกํ อปรปริยายกมฺมํเยว สมฺปฏิจฺฉนฺติ. เยปิเม ทิฏฺฐธมฺมเวทนีโย วิปาโก อุปปชฺชเวทนีโย อปรปริยายเวทนีโยติ ตโย วิปากราสโย วุตฺตา, เตสุปิ เทฺว ปฏิพาหิตฺวา เอกํ อปรปริยายวิปากเมว สมฺปฏิจฺฉนฺติ. เยปิเม กุสลเจตนา อกุสลเจตนา วิปากเจตนา กิริยเจตนาติ จตฺตาโร เจตนาราสโย วุตฺตา, เตสุปิ ตโย ปฏิพาหิตฺวา เอกํ วิปากเจตนํเยว สมฺปฏิจฺฉนฺติ.
อิสฺสรนิมฺมานเหตูติ อิสฺสรนิมฺมานการณา, อิสฺสเรน นิมฺมิตตฺตา ปฏิสํเวเทตีติ อตฺโถ. อยํ หิ เตสํ อธิปฺปาโย – อิมา ติสฺโส เวทนา ปจฺจุปฺปนฺเน อตฺตนา กตมูลเกน วา อาณตฺติมูลเกน วา ปุพฺเพกเตน วา อเหตุอปจฺจยา วา ปฏิสํเวทิตุํ นาม น สกฺกา, อิสฺสรนิมฺมานการณาเยว ปน อิมา ปฏิสํเวเทตีติ. เอวํวาทิโน ปเนเต เหฏฺฐา วุตฺเตสุ อฏฺฐสุ โรเคสุ เอกมฺปิ อสมฺปฏิจฺฉิตฺวา สพฺเพ ปฏิพาหนฺติ, เหฏฺฐา วุตฺเตสุ จ ตีสุ กมฺมราสีสุ ตีสุ วิปากราสีสุ จตูสุ เจตนาราสีสุ เอกมฺปิ อสมฺปฏิจฺฉิตฺวา สพฺเพปิ ปฏิพาหนฺติ.
อเหตุอปจฺจยาติ เหตุญฺจ ปจฺจยญฺจ วินา, อการเณเนว ปฏิสํเวเทตีติ อตฺโถ. อยญฺหิ เนสํ อธิปฺปาโย – อิมา ติสฺโส เวทนา ปจฺจุปฺปนฺเน อตฺตนา กตมูลเกน วา อาณตฺติมูลเกน วา ปุพฺเพกเตน วา อิสฺสรนิมฺมานเหตุนา วา ปฏิสํเวทิตุํ นาม น สกฺกา, อเหตุอปจฺจยาเยว ปน อิมา ปฏิสํเวเทตีติ. เอวํวาทิโน ปเนเต เหฏฺฐา วุตฺเตสุ โรคาทีสุ เอกมฺปิ อสมฺปฏิจฺฉิตฺวา สพฺพํ ปฏิพาหนฺติ.
เอวํ สตฺถา มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา อิทานิ ตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ตตฺร, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ เอวํ วทามีติ ลทฺธิปติฏฺฐาปนตฺถํ เอวํ วทามีติ ทสฺเสติ. ลทฺธิญฺหิ อปฺปติฏฺฐาเปตฺวา นิคฺคยฺหมานา ลทฺธิโต ลทฺธึ สงฺกมนฺติ, โภ โคตม, น มยํ ปุพฺเพกตวาทํ วทามาติอาทีนิ วทนฺติ. ลทฺธิยา ปน ปติฏฺฐาปิตาย สงฺกมิตุํ อลภนฺตา สุนิคฺคหิตา โหนฺติ, อิติ เนสํ ลทฺธิปติฏฺฐาปนตฺถํ เอวํ วทามีติ อาห. เตนหายสฺมนฺโตติ เตน หิ อายสฺมนฺโต. กึ วุตฺตํ โหติ – ยทิ เอตํ สจฺจํ, เอวํ สนฺเต เตน ตุมฺหากํ วาเทน. ปาณาติปาติโน ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตูติ เย เกจิ โลเก ปาณํ อติปาเตนฺติ, สพฺเพ เต ปุพฺเพกตเหตุ ปาณาติปาติโน ภวิสฺสนฺติ. กึการณา? น หิ ปาณาติปาตกมฺมํ อตฺตนา กตมูลเกน น อาณตฺติมูลเกน น อิสฺสรนิมฺมานเหตุนา น อเหตุอปจฺจยา สกฺกา ปฏิสํเวเทตุํ, ปุพฺเพกตเหตุเยว ปฏิสํเวเทตีติ อยํ โว ลทฺธิ. ยถา จ ปาณาติปาติโน, เอวํ ปาณาติปาตา วิรมนฺตาปิ ปุพฺเพกตเหตุเยว วิรมิสฺสนฺตีติ. อิติ ภควา เตสํเยว ลทฺธึ คเหตฺวา เตสํ นิคฺคหํ อาโรเปติ. อิมินา นเยน อทินฺนาทายิโนติอาทีสุปิ โยชนา เวทิตพฺพา.
สารโต ปจฺจาคจฺฉตนฺติ สารภาเวน คณฺหนฺตานํ. ฉนฺโทติ กตฺตุกมฺยตาฉนฺโท. อิทํ วา กรณียํ อิทํ วา อกรณียนฺติ เอตฺถ อยํ อธิปฺปาโย – อิทํ วา กรณียนฺติ กตฺตพฺพสฺส กรณตฺถาย, อิทํ วา อกรณียนฺติ อกตฺตพฺพสฺส อกรณตฺถาย กตฺตุกมฺยตา วา ปจฺจตฺตปุริสกาโร วา น โหติ. ฉนฺทวายาเมสุ วา อสนฺเตสุ ‘‘อิทํ กตฺตพฺพ’’นฺติปิ ‘‘อิทํ น กตฺตพฺพ’’นฺติปิ น โหติ. อิติ กรณียากรณีเย โข ปน สจฺจโต เถตโต อนุปลพฺภิยมาเนติ เอวํ กตฺตพฺเพ จ อกตฺตพฺเพ จ ภูตโต ถิรโต อปญฺญายมาเน อลพฺภมาเน. ยทิ หิ กตฺตพฺพํ กาตุํ อกตฺตพฺพโต จ วิรมิตุํ ลเภยฺย, กรณียากรณียํ สจฺจโต เถตโต อุปลพฺเภยฺย. ยสฺมา ปน อุภยมฺปิ ตํ เอส นุปลพฺภติ, ตสฺมา ตํ สจฺจโต เถตโต น อุปลพฺภติ, เอวํ ตสฺมึ จ อนุปลพฺภิยมาเนติ อตฺโถ. มุฏฺฐสฺสตีนนฺติ นฏฺฐสฺสตีนํ วิสฺสฏฺฐสฺสตีนํ. อนารกฺขานํ วิหรตนฺติ ฉสุ ทฺวาเรสุ นิรารกฺขานํ วิหรนฺตานํ. น โหติ ปจฺจตฺตํ สหธมฺมิโก สมณวาโทติ เอวํ ภูตานํ ตุมฺหากํ วา อญฺเญสํ วา มยํ สมณาติ ปจฺจตฺตํ สการโณ สมณวาโท น โหติ น อิชฺฌติ. สมณาปิ หิ ปุพฺเพกตการณาเยว โหนฺติ, อสฺสมณาปิ ปุพฺเพกตการณาเยวาติ. สหธมฺมิโกติ สการโณ. นิคฺคโห โหตีติ มม นิคฺคโห โหติ, เต ปน นิคฺคหิตา โหนฺตีติ.
เอวํ ปุพฺเพกตวาทิโน นิคฺคเหตฺวา อิทานิ อิสฺสรนิมฺมานวาทิโน นิคฺคเหตุํ ตตฺร, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ ปุพฺเพกตวาเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ, ตถา อเหตุกวาเทปิ.
เอวํ อิเมสํ ติตฺถายตนานํ ปรมฺปิ คนฺตฺวา อกิริยาย สณฺฐหนภาเวน ตุจฺฉภาวํ อนิยฺยานิกภาวํ, อสารภาเวน ถุสโกฏฺฏนสทิสตํ อาปชฺชนภาเวน อคฺคิสญฺญาย ธมมานขชฺชุปนกสริกฺขตํ ตํทิฏฺฐิกานํ ปุริมสฺสปิ มชฺฌิมสฺสปิ ปจฺฉิมสฺสปิ อตฺถทสฺสนตาย อภาเวน อนฺธเวณูปมตํ สทฺทมตฺเตเนว ตานิ คเหตฺวา สารทิฏฺฐิกานํ ปถวิยํ ปติตสฺส เพลุวปกฺกสฺส ททฺทภายิตสทฺทํ สุตฺวา ‘‘ปถวี สํวฏฺฏมานา อาคจฺฉตี’’ติ สญฺญาย ปลายนฺเตน สสเกน สริกฺขภาวญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺตนา เทสิตสฺส ธมฺมสฺส สารภาวญฺเจว นิยฺยานิกภาวญฺจ ทสฺเสตุํ อยํ โข ปน, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อนิคฺคหิโตติ อญฺเญหิ อนิคฺคหิโต นิคฺคเหตุํ อสกฺกุเณยฺโย. อสํกิลิฏฺโฐติ นิกฺกิเลโส ปริสุทฺโธ, ‘‘สํกิลิฏฺฐํ นํ กริสฺสามา’’ติ ปวตฺเตหิปิ ตถา กาตุํ อสกฺกุเณยฺโย. อนุปวชฺโชติ อุปวาทวินิมุตฺโต. อปฺปฏิกุฏฺโฐติ ‘‘กึ อิมินา หรถ น’’นฺติ เอวํ อปฺปฏิพาหิโต, อนุปกฺกุฏฺโฐ วา. วิญฺญูหีติ ปณฺฑิเตหิ. อปณฺฑิตานญฺหิ อชานิตฺวา กเถนฺตานํ วจนํ อปฺปมาณํ. ตสฺมา วิญฺญูหีติ อาห.
อิทานิ ตสฺส ธมฺมสฺส ทสฺสนตฺถํ ‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว’’ติ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อิมา ฉ ธาตุโย’’ติอาทินา นเยน มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา ยถาปฏิปาฏิยา วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ปุน อิมา ฉ ธาตุโยติอาทิมาห. ตตฺถ ธาตุโยติ สภาวา. นิชฺชีวนิสฺสตฺตภาวปฺปกาสโก หิ สภาวฏฺโฐ ธาตฺวฏฺโฐ นาม. ผสฺสายตนานีติ วิปากผสฺสานํ อากรฏฺเฐน อายตนานิ. มโนปวิจาราติ วิตกฺกวิจารปาเทหิ อฏฺฐารสสุ ฐาเนสุ มนสฺส อุปวิจารา.
ปถวีธาตูติ ปติฏฺฐาธาตุ. อาโปธาตูติ อาพนฺธนธาตุ. เตโชธาตูติ ปริปาจนธาตุ. วาโยธาตูติ วิตฺถมฺภนธาตุ. อากาสธาตูติ อสมฺผุฏฺฐธาตุ. วิญฺญาณธาตูติ วิชานนธาตุ. เอวมิทํ ธาตุกมฺมฏฺฐานํ อาคตํ. ตํ โข ปเนตํ สงฺเขปโต อาคตฏฺฐาเน สงฺเขปโตปิ วิตฺถารโตปิ กเถตุํ วฏฺฏติ. วิตฺถารโต อาคตฏฺฐาเน สงฺเขปโต กเถตุํ น วฏฺฏติ, วิตฺถารโตว วฏฺฏติ. อิมสฺมึ ปน ติตฺถายตนสุตฺเต อิทํ สงฺเขปโต ฉธาตุวเสน กมฺมฏฺฐานํ อาคตํ. ตํ อุภยถาปิ กเถตุํ วฏฺฏติ.
สงฺเขปโต ฉธาตุวเสน กมฺมฏฺฐานํ ปริคฺคณฺหนฺโตปิ เอวํ ปริคฺคณฺหาติ – ปถวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตูติ อิมานิ จตฺตาริ มหาภูตานิ, อากาสธาตุ อุปาทารูปํ. เอกสฺมึ จ อุปาทารูเป ทิฏฺเฐ เสสานิ เตวีสติ ทิฏฺฐาเนวาติ สลฺลกฺเขตพฺพานิ. วิญฺญาณธาตูติ จิตฺตํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ โหติ, เตน สหชาตา เวทนา เวทนากฺขนฺโธ, สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ, ผสฺโส จ เจตนา จ สงฺขารกฺขนฺโธติ อิเม จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา นาม. จตฺตาริ ปน มหาภูตานิ จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทารูปํ รูปกฺขนฺโธ นาม. ตตฺถ จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา นามํ, รูปกฺขนฺโธ รูปนฺติ นามญฺจ รูปญฺจาติ เทฺวเยว ธมฺมา โหนฺติ, ตโต อุทฺธํ สตฺโต วา ชีโว วา นตฺถีติ เอวํ เอกสฺส ภิกฺขุโน สงฺเขปโต ฉธาตุวเสน อรหตฺตสมฺปาปกํ กมฺมฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ.
วิตฺถารโต ปริคฺคณฺหนฺโต ปน จตฺตาริ มหาภูตานิ ปริคฺคณฺหิตฺวา อากาสธาตุปริคฺคหานุสาเรน เตวีสติ อุปาทารูปานิ ปริคฺคณฺหาติ. อถ เนสํ ปจฺจยํ อุปปริกฺขนฺโต ปุน จตฺตาเรว มหาภูตานิ ทิสฺวา เตสุ ปถวีธาตุ วีสติโกฏฺฐาสา, อาโปธาตุ ทฺวาทส, เตโชธาตุ จตฺตาโร, วาโยธาตุ ฉโกฏฺฐาสาติ โกฏฺฐาสวเสน สโมธาเนตฺวา ทฺวาจตฺตาลีส มหาภูตานิ จ ววตฺถเปตฺวา เตสุ เตวีสติ อุปาทารูปานิ ปกฺขิปิตฺวา ปญฺจสฏฺฐิ รูปานิ ววตฺถเปติ. ตานิ จ วตฺถุรูเปน สทฺธึ ฉสฏฺฐิ โหนฺตีติ ฉสฏฺฐิ รูปานิ ปสฺสติ. วิญฺญาณธาตุ ปน โลกิยจิตฺตวเสน เอกาสีติ จิตฺตานิ. ตานิ สพฺพานิปิ วิญฺญาณกฺขนฺโธ นาม โหติ. เตหิ สหชาตา เวทนาทโยปิ ตตฺตกาเยวาติ เอกาสีติ เวทนา เวทนากฺขนฺโธ, เอกาสีติ สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ, เอกาสีติ เจตนา สงฺขารกฺขนฺโธติ อิเม จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา เตภูมกวเสน คยฺหมานา จตุวีสาธิกานิ ตีณิ ธมฺมสตานิ โหนฺตีติ อิติ อิเม จ อรูปธมฺมา ฉสฏฺฐิ จ รูปธมฺมาติ สพฺเพปิ สโมธาเนตฺวา นามญฺจ รูปญฺจาติ เทฺวว ธมฺมา โหนฺติ, ตโต อุทฺธํ สตฺโต วา ชีโว วา นตฺถีติ นามรูปวเสน ปญฺจกฺขนฺเธ ววตฺถเปตฺวา เตสํ ปจฺจยํ ปริเยสนฺโต อวิชฺชาปจฺจยา ตณฺหาปจฺจยา กมฺมปจฺจยา อาหารปจฺจยาติ เอวํ ปจฺจยํ ทิสฺวา ‘‘อตีเตปิ อิเมหิ ปจฺจเยหิ อิทํ วฏฺฏํ ปวตฺติตฺถ, อนาคเตปิ เอเตหิ ปจฺจเยหิ ปวตฺติสฺสติ, เอตรหิปิ เอเตหิเยว ปวตฺตตี’’ติ ตีสุ กาเลสุ กงฺขํ วิตริตฺวา อนุกฺกเมน ปฏิปชฺชมาโน อรหตฺตํ ปาปุณาติ. เอวํ วิตฺถารโตปิ ฉธาตุวเสน อรหตฺตสมฺปาปกํ กมฺมฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ.
จกฺขุ ผสฺสายตนนฺติ สุวณฺณาทีนํ สุวณฺณาทิอากโร วิย เทฺว จกฺขุวิญฺญาณานิ เทฺว สมฺปฏิจฺฉนานิ ตีณิ สนฺตีรณานีติ อิเมหิ สตฺตหิ วิญฺญาเณหิ สหชาตานํ สตฺตนฺนํ ผสฺสานํ สมุฏฺฐานฏฺเฐน อากโรติ อายตนํ. โสตํ ผสฺสายตนนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. มโน ผสฺสายตนนฺติ เอตฺถ ปน ทฺวาวีสติ วิปากผสฺสา โยเชตพฺพา. อิติ หิทํ ฉผสฺสายตนานํ วเสน กมฺมฏฺฐานํ อาคตํ. ตํ สงฺเขปโตปิ วิตฺถารโตปิ กเถตพฺพํ. สงฺเขปโต ตาว – เอตฺถ หิ ปุริมานิ ปญฺจ อายตนานิ อุปาทารูปํ, เตสุ ทิฏฺเฐสุ อวเสสํ อุปาทารูปํ ทิฏฺฐเมว โหติ. ฉฏฺฐํ อายตนํ จิตฺตํ, ตํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ โหติ, เตน สหชาตา เวทนาทโย เสสา ตโย อรูปกฺขนฺธาติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว สงฺเขปโต จ วิตฺถารโต จ อรหตฺตสมฺปาปกํ กมฺมฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ.
จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติ จกฺขุวิญฺญาเณน รูปํ ปสฺสิตฺวา. โสมนสฺสฏฺฐานิยนฺติ โสมนสฺสสฺส การณภูตํ. อุปวิจรตีติ ตตฺถ มนํ จาเรนฺโต อุปวิจรติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ อิฏฺฐํ วา โหตุ อนิฏฺฐํ วา, ยํ รูปํ ทิสฺวา โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, ตํ โสมนสฺสฏฺฐานิยํ นาม. ยํ ทิสฺวา โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, ตํ โทมนสฺสฏฺฐานิยํ นาม. ยํ ทิสฺวา อุเปกฺขา อุปฺปชฺชติ, ตํ อุเปกฺขาฏฺฐานิยํ นามาติ เวทิตพฺพํ. สทฺทาทีสุปิ เอเสว นโย. อิติ อิทํ สงฺเขปโต กมฺมฏฺฐานํ อาคตํ. ตํ โข ปเนตํ สงฺเขปโต อาคตฏฺฐาเน สงฺเขปโตปิ วิตฺถารโตปิ กเถตุํ วฏฺฏติ. วิตฺถารโต อาคตฏฺฐาเน สงฺเขปโต กเถตุํ น วฏฺฏติ. อิมสฺมึ ปน ติตฺถายตนสุตฺเต อิทํ สงฺเขปโต อฏฺฐารสมโนปวิจารวเสน กมฺมฏฺฐานํ อาคตํ. ตํ สงฺเขปโตปิ วิตฺถารโตปิ กเถตุํ วฏฺฏติ.
ตตฺถ สงฺเขปโต ตาว – จกฺขุ โสตํ ฆานํ ชิวฺหา กาโย, รูปํ สทฺโท คนฺโธ รโสติ อิมานิ นว อุปาทารูปานิ, เตสุ ทิฏฺเฐสุ เสสํ อุปาทารูปํ ทิฏฺฐเมว โหติ. โผฏฺฐพฺพํ ตีณิ มหาภูตานิ, เตหิ ทิฏฺเฐหิ จตุตฺถํ ทิฏฺฐเมว โหติ. มโน วิญฺญาณกฺขนฺโธ, เตน สหชาตา เวทนาทโย ตโย อรูปกฺขนฺธาติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว สงฺเขปโต จ วิตฺถารโต จ อรหตฺตสมฺปาปกํ กมฺมฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ.
อริยสจฺจานีติ อริยภาวกรานิ, อริยปฏิวิทฺธานิ วา สจฺจานิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนตํ ปทํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๒๙) ปกาสิตํ. ฉนฺนํ, ภิกฺขเว, ธาตูนนฺติ อิทํ กิมตฺถํ อารทฺธํ? สุขาวโพธนตฺถํ. ยสฺส หิ ตถาคโต ทฺวาทสปทํ ปจฺจยาวฏฺฏํ กเถตุกาโม โหติ, ตสฺส คพฺภาวกฺกนฺติ วฏฺฏํ ทสฺเสติ. คพฺภาวกฺกนฺติ วฏฺฏสฺมึ หิ ทสฺสิเต กเถตุมฺปิ สุขํ โหติ ปรํ อวโพเธ อุตุมฺปีติ สุขาวโพธนตฺถํ อิทมารทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ฉนฺนํ ธาตูนนฺติ เหฏฺฐา วุตฺตานํเยว ปถวีธาตุอาทีนํ. อุปาทายาติ ปฏิจฺจ. เอเตน ปจฺจยมตฺตํ ทสฺเสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘ฉธาตุปจฺจยา คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหตี’’ติ. กสฺส ฉนฺนํ ธาตูนํ ปจฺจเยน, กึ มาตุ, อุทาหุ ปิตูติ? น มาตุ น ปิตุ, ปฏิสนฺธิคฺคณฺหนกสตฺตสฺเสว ปน ฉนฺนํ ธาตูนํ ปจฺจเยน คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ นาม โหติ. คพฺโภ จ นาเมส นิรยคพฺโภ ติรจฺฉานโยนิคพฺโภ เปตฺติวิสยคพฺโภ มนุสฺสคพฺโภ เทวคพฺโภติ นานปฺปกาโร โหติ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน มนุสฺสคพฺโภ อธิปฺเปโต. อวกฺกนฺติ โหตีติ โอกฺกนฺติ นิพฺพตฺติ ปาตุภาโว โหติ, กถํ โหตีติ? ติณฺณํ สนฺนิปาเตน. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ติณฺณํ โข ปน, ภิกฺขเว, สนฺนิปาตา คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหติ. กตเมสํ ติณฺณํ? อิธ มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตา โหนฺติ, มาตา จ น อุตุนี โหติ, คนฺธพฺโพ จ น ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ. เนว ตาว คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหติ. อิธ มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตา โหนฺติ, มาตา จ อุตุนี โหติ, คนฺธพฺโพ จ น ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ, เนว ตาว คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหติ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตา โหนฺติ, มาตา จ อุตุนี โหติ, คนฺธพฺโพ จ ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ. เอวํ ติณฺณํ สนฺนิปาตา คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๘).
โอกฺกนฺติยา สติ นามรูปนฺติ ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ วุตฺตฏฺฐาเน วตฺถุทสกํ กายทสกํ ภาวทสกํ ตโย อรูปิโน ขนฺธาติ เตตฺตึส ธมฺมา คหิตา, อิมสฺมึ ปน ‘‘โอกฺกนฺติยา สติ นามรูป’’นฺติ วุตฺตฏฺฐาเน วิญฺญาณกฺขนฺธมฺปิ ปกฺขิปิตฺวา คพฺภเสยฺยกานํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ จตุตฺตึส ธมฺมา คหิตาติ เวทิตพฺพา. นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติอาทีหิ ยเถว โอกฺกนฺติยา สติ นามรูปปาตุภาโว ทสฺสิโต, เอวํ นามรูเป สติ สฬายตนปาตุภาโว, สฬายตเน สติ ผสฺสปาตุภาโว, ผสฺเส สติ เวทนาปาตุภาโว ทสฺสิโต.
เวทิยมานสฺสาติ เอตฺถ เวทนํ อนุภวนฺโตปิ เวทิยมาโนติ วุจฺจติ ชานนฺโตปิ. ‘‘เวทิยามหํ, ภนฺเต, เวทิยตีติ มํ สงฺโฆ ธาเรตู’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) เอตฺถ หิ อนุภวนฺโต เวทิยมาโน นาม, ‘‘สุขํ เวทนํ เวทิยมาโน สุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๑๓; ที. นิ. ๒.๓๘๐; วิภ. ๓๖๓) เอตฺถ ชานนฺโต. อิธาปิ ชานนฺโตว อธิปฺเปโต. อิทํ ทุกฺขนฺติ ปญฺญเปมีติ เอวํ ชานนฺตสฺส สตฺตสฺส ‘‘อิทํ ทุกฺขํ เอตฺตกํ ทุกฺขํ, นตฺถิ อิโต อุทฺธํ ทุกฺข’’นฺติ ปญฺญเปมิ โพเธมิ ชานาเปมิ. อยํ ทุกฺขสมุทโยติอาทีสุปิ เอเสว นโย.
ตตฺถ ทุกฺขาทีสุ อยํ สนฺนิฏฺฐานกถา – ฐเปตฺวา หิ ตณฺหํ เตภูมกา ปญฺจกฺขนฺธา ทุกฺขํ นาม, ตสฺเสว ปภาวิกา ปุพฺพตณฺหา ทุกฺขสมุทโย นาม, เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ สจฺจานํ อนุปฺปตฺตินิโรโธ ทุกฺขนิโรโธ นาม, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา นาม. อิติ ภควา โอกฺกนฺติยา สติ นามรูปนฺติ กเถนฺโตปิ เวทิยมานสฺส ชานมานสฺเสว กเถสิ, นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติ กเถนฺโตปิ, สฬายตนปจฺจยา ผสฺโสติ กเถนฺโตปิ, ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ กเถนฺโตปิ, เวทิยมานสฺส โข ปนาหํ, ภิกฺขเว, อิทํ ทุกฺขนฺติ ปญฺญเปมีติ กเถนฺโตปิ, อยํ ทุกฺขสมุทโยติ, อยํ ทุกฺขนิโรโธติ, อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ปญฺญเปมีติ กเถนฺโตปิ เวทิยมานสฺส ชานมานสฺเสว กเถสิ.
อิทานิ ตานิ ปฏิปาฏิยา ฐปิตานิ สจฺจานิ วิตฺถาเรนฺโต กตมญฺจ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตํ สพฺพํ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๕๓๗) วิตฺถาริตเมว. ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยํ ปน วิเสโส – ตตฺถ ‘‘ทุกฺขสมุทยํ อริยสจฺจํ ยายํ ตณฺหา โปโนพฺภวิกา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๓; ที. นิ. ๒.๔๐๐; วิภ. ๒๐๓) อิมาย ตนฺติยา อาคตํ, อิธ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ ปจฺจยาการวเสน. ตตฺถ จ ทุกฺขนิโรธํ อริยสจฺจํ ‘‘โย ตสฺสาเยว ตณฺหาย อเสสวิราคนิโรโธ’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๓๔; ที. นิ. ๒.๔๐๑; วิภ. ๒๐๔) อิมาย ตนฺติยา อาคตํ, อิธ ‘‘อวิชฺชายเตฺวว อเสสวิราคนิโรธา’’ติ ปจฺจยาการนิโรธวเสน.
ตตฺถ อเสสวิราคนิโรธาติ อเสสวิราเคน จ อเสสนิโรเธน จ. อุภยมฺเปตํ อญฺญมญฺญเววจนเมว. สงฺขารนิโรโธติ สงฺขารานํ อนุปฺปตฺตินิโรโธ โหติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อิเมหิ ปน ปเทหิ ยํ อาคมฺม อวิชฺชาทโย นิรุชฺฌนฺติ, อตฺถโต ตํ นิพฺพานํ ทีปิตํ โหติ. นิพฺพานญฺหิ อวิชฺชานิโรโธติปิ สงฺขารนิโรโธติปิ เอวํ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ นิโรธนาเมน กถียติ. เกวลสฺสาติ สกลสฺส. ทุกฺขกฺขนฺธสฺสาติ วฏฺฏทุกฺขราสิสฺส. นิโรโธ โหตีติ อปฺปวตฺติ โหติ. ตตฺถ ยสฺมา อวิชฺชาทีนํ นิโรโธ นาม ขีณากาโรปิ วุจฺจติ อรหตฺตมฺปิ นิพฺพานมฺปิ, ตสฺมา อิธ ขีณาการทสฺสนวเสน ทฺวาทสสุ ฐาเนสุ อรหตฺตํ, ทฺวาทสสุเยว นิพฺพานํ กถิตนฺติ เวทิตพฺพํ. อิทํ วุจฺจตีติ เอตฺถ นิพฺพานเมว สนฺธาย อิทนฺติ วุตฺตํ. อฏฺฐงฺคิโกติ น อฏฺฐหิ องฺเคหิ วินิมุตฺโต อญฺโญ มคฺโค นาม อตฺถิ. ยถา ปน ปญฺจงฺคิกํ ตูริยนฺติ วุตฺเต ปญฺจงฺคมตฺตเมว ตูริยนฺติ วุตฺตํ โหติ, เอวมิธาปิ อฏฺฐงฺคิกมตฺตเมว มคฺโค โหตีติ เวทิตพฺโพ. อนิคฺคหิโตติ น นิคฺคหิโต. นิคฺคณฺหนฺโต หิ หาเปตฺวา วา ทสฺเสติ วฑฺเฒตฺวา วา ตํ ปริวตฺเตตฺวา วา. ตตฺถ ยสฺมา จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ‘‘น อิมานิ จตฺตาริ, เทฺว วา ตีณิ วา’’ติ เอวํ หาเปตฺวาปิ ‘‘ปญฺจ วา ฉ วา’’ติ เอวํ วฑฺเฒตฺวาปิ ‘‘น อิมานิ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ, อญฺญาเนว จตฺตาริ อริยสจฺจานี’’ติ ทสฺเสตุํ น สกฺกา. ตสฺมา อยํ ธมฺโม อนิคฺคหิโต นาม. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
๒. ภยสุตฺตวณฺณนา
๖๓. ทุติเย อมาตาปุตฺติกานีติ มาตา จ ปุตฺโต จ มาตาปุตฺตํ, ปริตฺตาตุํ สมตฺถภาเวน นตฺถิ เอตฺถ มาตาปุตฺตนฺติ อมาตาปุตฺติกานิ. ยนฺติ ยสฺมึ สมเย. ตตฺถ มาตาปิ ปุตฺตํ นปฺปฏิลภตีติ ตสฺมึ อคฺคิภเย อุปฺปนฺเน มาตาปิ ปุตฺตํ ปสฺสิตุํ น ลภติ, ปุตฺโตปิ มาตรํ ปสฺสิตุํ น ลภตีติ อตฺโถ. ภยํ โหตีติ จิตฺตุตฺราสภยํ โหติ. อฏวิสงฺโกโปติ อฏวิยา สงฺโกโป. อฏวีติ เจตฺถ อฏวิวาสิโน โจรา เวทิตพฺพา. ยทา หิ เต อฏวิโต ชนปทํ โอตริตฺวา คามนิคมราชธานิโย ปหริตฺวา วิลุมฺปนฺติ, ตทา อฏวิสงฺโกโป นาม โหติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. จกฺกสมารูฬฺหาติ เอตฺถ อิริยาปถจกฺกมฺปิ วฏฺฏติ ยานจกฺกมฺปิ. ภยสฺมึ หิ สมฺปตฺเต เยสํ ยานกานิ อตฺถิ, เต อตฺตโน ปริกฺขารภณฺฑํ เตสุ อาโรเปตฺวา ปลายนฺติ. เยสํ นตฺถิ, เต กาเชน วา อาทาย สีเสน วา อุกฺขิปิตฺวา ปลายนฺติเยว. เต จกฺกสมารูฬฺหา นาม โหนฺติ. ปริยายนฺตีติ อิโต จิโต จ คจฺฉนฺติ. กทาจีติ กิสฺมิญฺจิเทว กาเล. กรหจีติ ตสฺเสว เววจนํ. มาตาปิ ปุตฺตํ ปฏิลภตีติ อาคจฺฉนฺตํ วา คจฺฉนฺตํ วา เอกสฺมึ ฐาเน นิลีนํ วา ปสฺสิตุํ ลภติ. อุทกวาหโกติ นทีปูโร. มาตาปิ ปุตฺตํ ปฏิลภตีติ กุลฺเล วา อุฬุมฺเป วา มตฺติกาภาชเน วา ทารุกฺขณฺเฑ วา ลคฺคํ วุยฺหมานํ ปสฺสิตุํ ปฏิลภติ, โสตฺถินา วา ปุน อุตฺตริตฺวา คาเม วา อรญฺเญ วา ฐิตํ ปสฺสิตุํ ลภตีติ.
เอวํ ปริยายโต อมาตาปุตฺติกานิ ภยานิ ทสฺเสตฺวา อิทานิ นิปฺปริยาเยน ทสฺเสนฺโต ตีณิมานีติอาทิมาห. ตตฺถ ชราภยนฺติ ชรํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนกภยํ. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ชรํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ภยํ ภยานกํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํโส เจตโส อุตฺราโส. พฺยาธึ ปฏิจฺจ, มรณํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ภยํ ภยานกํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํโส เจตโส อุตฺราโส’’ติ (วิภ. ๙๒๑). เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
๓. เวนาคปุรสุตฺตวณฺณนา
๖๔. ตติเย โกสเลสูติ เอวํนามเก ชนปเท. จาริกํ จรมาโนติ อทฺธานคมนํ คจฺฉนฺโต. จาริกา จ นาเมสา ภควโต ทุวิธา โหติ ตุริตจาริกา จ อตุริตจาริกา จาติ. ตตฺถ ทูเรปิ โพธเนยฺยปุคฺคลํ ทิสฺวา ตสฺส โพธนตฺถาย สหสา คมนํ ตุริตจาริกา นาม. สา มหากสฺสปปจฺจุคฺคมนาทีสุ ทฏฺฐพฺพา. ยํ ปน คามนิคมปฏิปาฏิยา เทวสิกํ โยชนอทฺธโยชนวเสน ปิณฺฑปาตจริยาทีหิ โลกํ อนุคฺคณฺหนฺตสฺส คมนํ, อยํ อตุริตจาริกา นาม. อิมํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – ‘‘จาริกํ จรมาโน’’ติ. วิตฺถาเรน ปน จาริกากถา สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถาย อมฺพฏฺฐสุตฺตวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๕๔) วุตฺตา. พฺราหฺมณคาโมติ พฺราหฺมณานํ สโมสรณคาโมปิ พฺราหฺมณคาโมติ วุจฺจติ, พฺราหฺมณานํ โภคคาโมปิ. อิธ สโมสรณคาโม พฺราหฺมณวสนคาโมติ อธิปฺเปโต. ตทวสรีติ ตตฺถ อวสริ, สมฺปตฺโตติ อตฺโถ. วิหาโร ปเนตฺถ อนิยามิโต. ตสฺมา ตสฺส อวิทูเร พุทฺธานํ อนุจฺฉวิโก เอโก วนสณฺโฑ อตฺถิ, สตฺถา ตํ วนสณฺฑํ คโตติ เวทิตพฺโพ.
อสฺโสสุนฺติ สุณึสุ อุปลภึสุ, โสตทฺวารสมฺปตฺตวจนนิคฺโฆสานุสาเรน ชานึสุ. โขติ อวธารณตฺเถ, ปทปูรณมตฺเต วา นิปาโต. ตตฺถ อวธารณตฺเถน ‘‘อสฺโสสุํ เอว, น เตสํ โกจิ สวนนฺตราโย อโหสี’’ติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปทปูรเณน พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตามตฺตเมว.
อิทานิ ยมตฺถํ อสฺโสสุํ, ตํ ปกาเสตุํ สมโณ ขลุ, โภ, โคตโมติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สมิตปาปตฺตา สมโณติ เวทิตพฺโพ. ขลูติ อนุสฺสวตฺเถ นิปาโต. โภติ เตสํ อญฺญมญฺญํ อาลปนมตฺตํ. โคตโมติ ภควโต โคตฺตวเสน ปริทีปนํ, ตสฺมา ‘‘สมโณ ขลุ, โภ, โคตโม’’ติ เอตฺถ สมโณ กิร, โภ, โคตมโคตฺโตติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. สกฺยปุตฺโตติ อิทํ ปน ภควโต อุจฺจากุลปริทีปนํ. สกฺยกุลา ปพฺพชิโตติ สทฺธาปพฺพชิตภาวปริทีปนํ, เกนจิ ปาริชุญฺเญน อนภิภูโต อปริกฺขีณํเยว ตํ กุลํ ปหาย สทฺธาย ปพฺพชิโตติ วุตฺตํ โหติ. ตํ โข ปนาติ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ อุปโยควจนํ, ตสฺส โข ปน โภโต โคตมสฺสาติ อตฺโถ. กลฺยาโณติ กลฺยาณคุณสมนฺนาคโต, เสฏฺโฐติ วุตฺตํ โหติ. กิตฺติสทฺโทติ กิตฺติเยว, ถุติโฆโส วา. อพฺภุคฺคโตติ สเทวกํ โลกํ อชฺโฌตฺถริตฺวา อุคฺคโต. กินฺติ? อิติปิ โส ภควา…เป… พุทฺโธ ภควาติ. ตตฺรายํ ปทสมฺพนฺโธ – โส ภควา อิติปิ อรหํ, อิติปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… อิติปิ ภควาติ. อิมินา จ อิมินา จ การเณนาติ วุตฺตํ โหติ.
ตตฺถ ‘‘อารกตฺตา, อรีนํ อรานญฺจ หตตฺตา, ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตา, ปาปกรเณ รหาภาวาติ อิเมหิ การเณหิ โส ภควา อรหนฺติ เวทิตพฺโพ’’ติอาทินา นเยน มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา สพฺพาเนว เอตานิ ปทานิ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๕-๑๒๗) พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส วิตฺถาริตานีติ ตโต เนสํ วิตฺถาโร คเหตพฺโพ.
โส อิมํ โลกนฺติ โส ภวํ โคตโม อิมํ โลกํ, อิทานิ วตฺตพฺพํ นิทสฺเสติ. สเทวกนฺติ สห เทเวหิ สเทวกํ. เอวํ สห มาเรน สมารกํ. สห พฺรหฺมุนา สพฺรหฺมกํ. สห สมณพฺราหฺมเณหิ สสฺสมณพฺราหฺมณึ. ปชาตตฺตา ปชา, ตํ ปชํ. สห เทวมนุสฺเสหิ สเทวมนุสฺสํ. ตตฺถ สเทวกวจเนน ปญฺจกามาวจรเทวคฺคหณํ เวทิตพฺพํ, สมารกวจเนน ฉฏฺฐกามาวจรเทวคฺคหณํ, สพฺรหฺมกวจเนน พฺรหฺมกายิกาทิพฺรหฺมคฺคหณํ, สสฺสมณพฺราหฺมณิวจเนน สาสนสฺส ปจฺจตฺถิกปจฺจามิตฺตสมณพฺราหฺมณคฺคหณํ, สมิตปาปพาหิตปาปสมณพฺราหฺมณคฺคหณญฺจ, ปชาวจเนน สตฺตโลกคฺคหณํ, สเทวมนุสฺสวจเนน สมฺมุติเทวอวเสสมนุสฺสคฺคหณํ. เอวเมตฺถ ตีหิ ปเทหิ โอกาสโลเกน สทฺธึ สตฺตโลโก, ทฺวีหิ ปชาวเสน สตฺตโลโกว คหิโตติ เวทิตพฺโพ.
อปโร นโย – สเทวกคฺคหเณน อรูปาวจรโลโก คหิโต, สมารกคฺคหเณน ฉกามาวจรเทวโลโก, สพฺรหฺมกคฺคหเณน รูปีพฺรหฺมโลโก, สสฺสมณพฺราหฺมณาทิคฺคหเณน จตุปริสวเสน, สมฺมุติเทเวหิ วา สห มนุสฺสโลโก, อวเสสสพฺพสตฺตโลโก วา. โปราณา ปนาหุ – สเทวกนฺติ เทวตาหิ สทฺธึ อวเสสโลกํ. สมารกนฺติ มาเรน สทฺธึ อวเสสโลกํ. สพฺรหฺมกนฺติ พฺรเหฺมหิ สทฺธึ อวเสสโลกํ. เอวํ สพฺเพปิ ติภวูปเค สตฺเต ตีหากาเรหิ ตีสุ ปเทสุ ปกฺขิปิตฺวา ปุน ทฺวีหิ ปเทหิ ปริยาทาตุํ สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชํ สเทวมนุสฺสนฺติ วุตฺตํ. เอวํ ปญฺจหิ ปเทหิ เตน เตนากาเรน เตธาตุกเมว ปริยาทินฺนนฺติ.
สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทตีติ สยนฺติ สามํ, อปรเนยฺโย หุตฺวา. อภิญฺญาติ อภิญฺญาย, อธิเกน ญาเณน ญตฺวาติ อตฺโถ. สจฺฉิกตฺวาติ ปจฺจกฺขํ กตฺวา, เอเตน อนุมานาทิปฏิกฺเขโป กโต. ปเวเทตีติ โพเธติ ญาเปติ ปกาเสติ.
โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ…เป… ปริโยสานกลฺยาณนฺติ โส ภควา สตฺเตสุ การุญฺญตํ ปฏิจฺจ หิตฺวาปิ อนุตฺตรํ วิเวกสุขํ ธมฺมํ เทเสติ. ตญฺจ โข อปฺปํ วา พหุํ วา เทเสนฺโต อาทิกลฺยาณาทิปฺปการเมว เทเสติ, อาทิมฺหิปิ กลฺยาณํ ภทฺทกํ อนวชฺชเมว กตฺวา เทเสติ, มชฺเฌปิ, ปริโยสาเนปิ กลฺยาณํ ภทฺทกํ อนวชฺชเมว กตฺวา เทเสตีติ วุตฺตํ โหติ.
ตตฺถ อตฺถิ เทสนาย อาทิมชฺฌปริโยสานํ, อตฺถิ สาสนสฺส. เทสนาย ตาว จตุปฺปทิกายปิ คาถาย ปฐมปาโท อาทิ นาม, ตโต เทฺว มชฺฌํ นาม, อนฺเต เอโก ปริโยสานํ นาม. เอกานุสนฺธิกสฺส สุตฺตสฺส นิทานํ อาทิ, อิทมโวจาติ ปริโยสานํ, อุภินฺนํ อนฺตรา มชฺฌํ. อเนกานุสนฺธิกสฺส สุตฺตสฺส ปฐมานุสนฺธิ อาทิ, อนฺเต อนุสนฺธิ ปริโยสานํ, มชฺเฌ เอโก วา เทฺว วา พหู วา มชฺฌเมว.
สาสนสฺส สีลสมาธิวิปสฺสนา อาทิ นาม. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ, สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ ทิฏฺฐิ จ อุชุกา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๖๙). ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, มชฺฌิมา ปฏิปทา ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา’’ติ เอวํ วุตฺโต ปน อริยมคฺโค มชฺฌํ นาม. ผลญฺเจว นิพฺพานญฺจ ปริโยสานํ นาม. ‘‘ตสฺมาติห ตฺวํ, พฺราหฺมณ, พฺรหฺมจริยํ เอตํปารํ เอตํปริโยสาน’’นฺติ เอตฺถ ผลํ ปริโยสนนฺติ วุตฺตํ. ‘‘นิพฺพาโนคธญฺหิ, อาวุโส วิสาข, พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ นิพฺพานปรายณํ นิพฺพานปริโยสาน’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๔๖๖) เอตฺถ นิพฺพานํ ปริโยสานนฺติ วุตฺตํ. อิธ ปน เทสนาย อาทิมชฺฌปริโยสานํ อธิปฺเปตํ. ภควา หิ ธมฺมํ เทเสนฺโต อาทิมฺหิ สีลํ ทสฺเสตฺวา มชฺเฌ มคฺคํ ปริโยสาเน นิพฺพานํ ทสฺเสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณ’’นฺติ. ตสฺมา อญฺโญปิ ธมฺมกถิโก ธมฺมํ กเถนฺโต –
‘‘อาทิมฺหิ สีลํ ทสฺเสยฺย, มชฺเฌ มคฺคํ วิภาวเย;
ปริโยสานมฺหิ นิพฺพานํ, เอสา กถิกสณฺฐิตี’’ติ.
สาตฺถํ สพฺยญฺชนนฺติ ยสฺส หิ ยาคุภตฺตอิตฺถิปุริสาทิวณฺณนานิสฺสิตา เทสนา โหติ, น โส สาตฺถํ เทเสติ. ภควา ปน ตถารูปํ เทสนํ ปหาย จตุสติปฏฺฐานาทินิสฺสิตํ เทสนํ เทเสติ. ตสฺมา ‘‘สาตฺถํ เทเสตี’’ติ วุจฺจติ. ยสฺส ปน เทสนา เอกพฺยญฺชนาทิยุตฺตา วา สพฺพนิโรฏฺฐพฺยญฺชนา วา สพฺพวิสฺสฏฺฐพฺยญฺชนา วา สพฺพนิคฺคหิตพฺยญฺชนา วา, ตสฺส ทมิฬกิราตยวนาทิมิลกฺขานํ ภาสา วิย พฺยญฺชนปาริปูริยา อภาวโต อพฺยญฺชนา นาม เทสนา โหติ. ภควา ปน –
‘‘สิถิลํ ธนิตญฺจ ทีฆรสฺสํ, ลหุกํ ครุกญฺจ นิคฺคหีตํ;
สมฺพนฺธํ ววตฺถิตํ วิมุตฺตํ, ทสธา พฺยญฺชนพุทฺธิยา ปเภโท’’ติ. –
เอวํ วุตฺตํ ทสวิธํ พฺยญฺชนํ อมกฺเขตฺวา ปริปุณฺณพฺยญฺชนเมว กตฺวา ธมฺมํ เทเสติ. ตสฺมา ‘‘สพฺยญฺชนํ กตฺวา เทเสตี’’ติ วุจฺจติ. เกวลปริปุณฺณนฺติ เอตฺถ เกวลนฺติ สกลาธิวจนํ. ปริปุณฺณนฺติ อนูนาธิกวจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สกลปริปุณฺณเมว เทเสติ, เอกเทสนาปิ อปริปุณฺณา นตฺถีติ. ปริสุทฺธนฺติ นิรุปกฺกิเลสํ. โย หิ ‘‘อิมํ ธมฺมเทสนํ นิสฺสาย ลาภํ วา สกฺการํ วา ลภิสฺสามี’’ติ เทเสติ, ตสฺส อปริสุทฺธา เทสนา นาม โหติ. ภควา ปน โลกามิสนิรเปกฺโข หิตผรเณเนว เมตฺตาภาวนาย มุทุหทโย อุลฺลุมฺปนสภาวสณฺฐิเตน จิตฺเตน เทเสติ. ตสฺมา ปริสุทฺธํ เทเสตีติ วุจฺจติ. พฺรหฺมจริยํ ปกาเสตีติ เอตฺถ พฺรหฺมจริยนฺติ สิกฺขตฺตยสงฺคหิตํ สกลํ สาสนํ. ตสฺมา พฺรหฺมจริยํ ปกาเสตีติ โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ…เป… ปริสุทฺธํ, เอวํ เทเสนฺโต จ สิกฺขตฺตยสงฺคหิตํ สกลสาสนพฺรหฺมจริยํ ปกาเสตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. พฺรหฺมจริยนฺติ เสฏฺฐฏฺเฐน พฺรหฺมภูตํ จริยํ, พฺรหฺมภูตานํ วา พุทฺธาทีนํ จริยนฺติ วุตฺตํ โหติ.
สาธุ โข ปนาติ สุนฺทรํ โข ปน, อตฺถาวหํ สุขาวหนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตถารูปานํ อรหตนฺติ ยถารูโป โส ภวํ โคตโม, เอวรูปานํ อเนเกหิปิ กปฺปโกฏิสตสหสฺเสหิ ทุลฺลภทสฺสนานํ พฺยามปฺปภาปริกฺขิตฺเตหิ อสีติอนุพฺยญฺชนปฏิมณฺฑิเตหิ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณวเรหิ สมากิณฺณมโนรมสรีรานํ อนปฺปกทสฺสนานํ อติมธุรธมฺมนิคฺโฆสานํ ยถาภูตคุณาธิคเมน โลเก อรหนฺโตติ ลทฺธสทฺทานํ อรหตํ. ทสฺสนํ โหตีติ ปสาทโสมฺมานิ อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา ทสฺสนมตฺตมฺปิ สาธุ โหติ. สเจ ปน อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตน พฺรหฺมสฺสเรน ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส เอกปทมฺปิ โสตุํ ลภิสฺสาม, สาธุตรํเยว ภวิสฺสตีติ เอวํ อชฺฌาสยํ กตฺวา. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ สพฺพกิจฺจานิ ปหาย ตุฏฺฐมานสา อคมํสุ. อญฺชลึ ปณาเมตฺวาติ เอเต อุภโตปกฺขิกา, เต เอวํ จินฺเตสุํ – ‘‘สเจ โน มิจฺฉาทิฏฺฐิกา โจเทสฺสนฺติ ‘กสฺมา ตุเมฺห สมณํ โคตมํ วนฺทิตฺถา’ติ, เตสํ ‘กึ อญฺชลิกรณมตฺเตนาปิ วนฺทิตํ โหตี’ติ วกฺขาม. สเจ โน สมฺมาทิฏฺฐิกา โจเทสฺสนฺติ ‘กสฺมา ภควนฺตํ น วนฺทิตฺถา’ติ, ‘กึ สีเสน ภูมึ ปหรนฺเตเนว วนฺทิตํ โหติ. นนุ อญฺชลิกมฺมมฺปิ วนฺทนา เอวา’ติ วกฺขามา’’ติ.
นามโคตฺตนฺติ, ‘‘โภ โคตม, อหํ อสุกสฺส ปุตฺโต ทตฺโต นาม มิตฺโต นาม อิธาคโต’’ติ วทนฺตา นามํ สาเวนฺติ นาม. ‘‘โภ โคตม, อหํ วาเสฏฺโฐ นาม กจฺจาโน นาม อิธาคโต’’ติ วทนฺตา โคตฺตํ สาเวนฺติ นาม. เอเต กิร ทลิทฺทา ชิณฺณกุลปุตฺตา ‘‘ปริสมชฺเฌ นามโคตฺตวเสน ปากฏา ภวิสฺสามา’’ติ เอวํ อกํสุ. เย ปน ตุณฺหีภูตา นิสีทึสุ, เต เกราฏิกา เจว อนฺธพาลา จ. ตตฺถ เกราฏิกา ‘‘เอกํ เทฺว กถาสลฺลาเป กโรนฺเต วิสฺสาสิโก โหติ, อถ วิสฺสาเส สติ เอกํ เทฺว ภิกฺขา อทาตุํ น ยุตฺต’’นฺติ ตโต อตฺตานํ โมเจนฺตา ตุณฺหีภูตา นิสีทนฺติ. อนฺธพาลา อญฺญาณตาเยว อวกฺขิตฺตมตฺติกาปิณฺฑา วิย ยตฺถ กตฺถจิ ตุณฺหีภูตา นิสีทนฺติ.
เวนาคปุริโกติ เวนาคปุรวาสี. เอตทโวจาติ ปาทนฺตโต ปฏฺฐาย ยาว เกสคฺคา ตถาคตสฺส สรีรํ โอโลเกนฺโต อสีติอนุพฺยญฺชนสมุชฺชเลหิ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขเณหิ ปฏิมณฺฑิตํ สรีรา นิกฺขมิตฺวา สมนฺตโต อสีติหตฺถปฺปเทสํ อชฺโฌตฺถริตฺวา ฐิตาหิ ฉพฺพณฺณาหิ ฆนพุทฺธรํสีหิ สมฺปริวาริตํ ตถาคตสฺส สรีรํ ทิสฺวา สญฺชาตวิมฺหโย วณฺณํ ภณนฺโต เอตํ ‘‘อจฺฉริยํ, โภ โคตมา’’ติอาทิวจนํ อโวจ.
ตตฺถ ยาวญฺจิทนฺติ อธิมตฺตปฺปมาณปริจฺเฉทวจนเมตํ. ตสฺส วิปฺปสนฺนปเทน สทฺธึ สมฺพนฺโธ. ยาวญฺจ วิปฺปสนฺนานิ อธิมตฺตวิปฺปสนฺนานีติ อตฺโถ. อินฺทฺริยานีติ จกฺขาทีนิ ฉ อินฺทฺริยานิ. ตสฺส หิ ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ ปติฏฺฐิโตกาสสฺส วิปฺปสนฺนตํ ทิสฺวา เตสํ วิปฺปสนฺนตา ปากฏา อโหสิ. ยสฺมา ปน สา มเน วิปฺปสนฺเนเยว โหติ, อวิปฺปสนฺนจิตฺตานญฺหิ อินฺทฺริยปฺปสาโท นาม นตฺถิ, ตสฺมาสฺส มนินฺทฺริยปฺปสาโทปิ ปากโฏ อโหสิ. ตํ เอส วิปฺปสนฺนตํ คเหตฺวา ‘‘วิปฺปสนฺนานิ อินฺทฺริยานี’’ติ อาห. ปริสุทฺโธติ นิมฺมโล. ปริโยทาโตติ ปภสฺสโร. สารทํ พทรปณฺฑุนฺติ สรทกาเล ชาตํ นาติสุปริปกฺกํ พทรํ. ตญฺหิ ปริสุทฺธญฺเจว โหติ ปริโยทาตญฺจ. ตาลปกฺกนฺติ สุปริปกฺกตาลผลํ. สมฺปติ พนฺธนา ปมุตฺตนฺติ ตํขณญฺเญว พนฺธนา ปมุตฺตํ. ตสฺส หิ พนฺธนมูลํ อปเนตฺวา ปรมุขํ กตฺวา ผลเก ฐปิตสฺส จตุรงฺคุลมตฺตํ ฐานํ โอโลเกนฺตานํ ปริสุทฺธํ ปริโยทาตํ หุตฺวา ขายติ. ตํ สนฺธาเยวมาห. เนกฺขํ ชมฺโพนทนฺติ สุรตฺตวณฺณสฺส ชมฺโพนทสุวณฺณสฺส ฆฏิกา. ทกฺขกมฺมารปุตฺตสุปริกมฺมกตนฺติ ทกฺเขน สุวณฺณการปุตฺเตน สุฏฺฐุ กตปริกมฺมํ. อุกฺกามุเข สุกุสลสมฺปหฏฺฐนฺติ สุวณฺณการอุทฺธเน ปจิตฺวา สุกุสเลน สุวณฺณกาเรน ฆฏฺฏนปริมชฺชนหํสเนน สุฏฺฐุ ปหฏฺฐํ สุปริมทฺทิตนฺติ อตฺโถ. ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺตนฺติ อคฺคินา ปจิตฺวา ทีปิทาฐาย ฆํสิตฺวา เครุกปริกมฺมํ กตฺวา รตฺตกมฺพเล ฐปิตํ. ภาสเตติ สญฺชาตโอภาสตาย ภาสเต. ตปเตติ อนฺธการวิทฺธํสนตาย ตปเต. วิโรจตีติ วิชฺโชตมานํ หุตฺวา วิโรจติ, โสภตีติ อตฺโถ.
อุจฺจาสยนมหาสยนานีติ เอตฺถ อติกฺกนฺตปฺปมาณํ อุจฺจาสยนํ นาม, อายตวิตฺถตํ อกปฺปิยภณฺฑํ มหาสยนํ นาม. อิทานิ ตานิ ทสฺเสนฺโต เสยฺยถิทํ, อาสนฺทีติอาทิมาห. ตตฺถ อาสนฺทีติ อติกฺกนฺตปฺปมาณํ อาสนํ. ปลฺลงฺโกติ ปาเทสุ วาฬรูปานิ ฐเปตฺวา กโต. โคนโกติ ทีฆโลมโก มหาโกชโว. จตุรงฺคุลาธิกานิ กิร ตสฺส โลมานิ. จิตฺตโกติ วานจิตฺตํ อุณฺณามยตฺถรณํ. ปฏิกาติ อุณฺณามโย เสตตฺถรโก. ปฏลิกาติ ฆนปุปฺโผ อุณฺณามยตฺถรโก, โย อามลกปฏฺโฏติปิ วุจฺจติ. ตูลิกาติ ติณฺณํ ตูลานํ อญฺญตรปุณฺณา ตูลิกา. วิกติกาติ สีหพฺยคฺฆาทิรูปวิจิโตฺร อุณฺณามยตฺถรโก. อุทฺทโลมีติ อุภโตทสํ อุณฺณามยตฺถรณํ. เกจิ เอกโต อุคฺคตปุปฺผนฺติ วทนฺติ. เอกนฺตโลมีติ เอกโตทสํ อุณฺณามยตฺถรณํ. เกจิ อุภโต อุคฺคตปุปฺผนฺติ วทนฺติ. กฏฺฏิสฺสนฺติ รตนปริสิพฺพิตํ โกเสยฺยกฏฺฏิสฺสมยํ ปจฺจตฺถรณํ. โกเสยฺยนฺติ รตนปริสิพฺพิตเมว โกสิยสุตฺตมยํ ปจฺจตฺถรณํ. กุตฺตกนฺติ โสฬสนฺนํ นาฏกิตฺถีนํ ฐตฺวา นจฺจนโยคฺคํ อุณฺณามยตฺถรณํ. หตฺถตฺถราทโย หตฺถิปิฏฺฐาทีสุ อตฺถรณกอตฺถรกา เจว หตฺถิรูปาทีนิ ทสฺเสตฺวา กตอตฺถรกา จ. อชินปฺปเวณีติ อชินจมฺเมหิ มญฺจปฺปมาเณน สิพฺพิตฺวา กตปฺปเวณี. เสสํ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมว.
นิกามลาภีติ อติกามลาภี อิจฺฉิติจฺฉิตลาภี. อกิจฺฉลาภีติ อทุกฺขลาภี. อกสิรลาภีติ วิปุลลาภี มหนฺตลาภี, อุฬารุฬาราเนว ลภติ มญฺเญติ สนฺธาย วทติ. อยํ กิร พฺราหฺมโณ สยนครุโก, โส ภควโต วิปฺปสนฺนินฺทฺริยาทิตํ ทิสฺวา ‘‘อทฺธา เอส เอวรูเปสุ อุจฺจาสยนมหาสยเนสุ นิสีทติ เจว นิปชฺชติ จ. เตนสฺส วิปฺปสนฺนานิ อินฺทฺริยานิ, ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต’’ติ มญฺญมาโน อิมํ เสนาสนวณฺณํ กเถสิ.
ลทฺธา จ ปน น กปฺปนฺตีติ เอตฺถ กิญฺจิ กิญฺจิ กปฺปติ. สุทฺธโกเสยฺยญฺหิ มญฺเจปิ อตฺถริตุํ วฏฺฏติ, โคนกาทโย จ ภูมตฺถรณปริโภเคน, อาสนฺทิยา ปาเท ฉินฺทิตฺวา, ปลฺลงฺกสฺส วาเฬ ภินฺทิตฺวา, ตูลิกํ วิชเฏตฺวา ‘‘พิมฺโพหนญฺจ กาตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗) วจนโต อิมานิปิ เอเกน วิธาเนน กปฺปนฺติ. อกปฺปิยํ ปน อุปาทาย สพฺพาเนว น กปฺปนฺตีติ วุตฺตานิ.
วนนฺตญฺเญว ปวิสามีติ อรญฺญํเยว ปวิสามิ. ยเทวาติ ยานิเยว. ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาติ สมนฺตโต อูรุพทฺธาสนํ พนฺธิตฺวา. อุชุํ กายํ ปณิธายาติ อฏฺฐารส ปิฏฺฐิกณฺฏเก โกฏิยา โกฏึ ปฏิปาเทนฺโต อุชุํ กายํ ฐเปตฺวา. ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวาติ กมฺมฏฺฐานาภิมุขํ สตึ ฐเปตฺวา, ปริคฺคหิตนิยฺยานํ วา กตฺวาติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปรีติ ปริคฺคหฏฺโฐ. มุขนฺติ นิยฺยานฏฺโฐ. สตีติ อุปฏฺฐานฏฺโฐ. เตน วุจฺจติ ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๔). อุปสมฺปชฺช วิหรามีติ ปฏิลภิตฺวา ปจฺจกฺขํ กตฺวา วิหรามิ. เอวํภูโตติ เอวํ ปฐมชฺฌานาทีสุ อญฺญตรสมงฺคี หุตฺวา. ทิพฺโพ เม เอโส ตสฺมึ สมเย จงฺกโม โหตีติ จตฺตาริ หิ รูปชฺฌานานิ สมาปชฺชิตฺวา จงฺกมนฺตสฺส จงฺกโม ทิพฺพจงฺกโม นาม โหติ, สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย จงฺกมนฺตสฺสาปิ จงฺกโม ทิพฺพจงฺกโมเยว. ฐานาทีสุปิ เอเสว นโย. ตถา อิตเรสุ ทฺวีสุ วิหาเรสุ.
โส เอวํ ปชานามิ ‘‘ราโค เม ปหีโน’’ติ มหาโพธิปลฺลงฺเก อรหตฺตมคฺเคน ปหีนราคเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘โส เอวํ ปชานามิ ราโค เม ปหีโน’’ติ อาห. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อิมินา ปน กึ กถิตํ โหตีติ? ปจฺจเวกฺขณา กถิตา, ปจฺจเวกฺขณาย ผลสมาปตฺติ กถิตา. ผลสมาปตฺติญฺหิ สมาปนฺนสฺสปิ สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตสฺสาปิ จงฺกมาทโย อริยจงฺกมาทโย โหนฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
๔. สรภสุตฺตวณฺณนา
๖๕. จตุตฺเถ ราชคเหติ เอวํนามเก นคเร. คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเตติ คิชฺฌสทิสานิสฺส กูฏานิ, คิชฺฌา วา ตสฺส กูเฏสุ วสนฺตีติ คิชฺฌกูโฏ, ตสฺมึ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต. เอเตนสฺส ราชคหํ โคจรคามํ กตฺวา วิหรนฺตสฺส วสนฏฺฐานํ ทสฺสิตํ. คิชฺฌกูฏสฺมิญฺหิ ตถาคตํ อุทฺทิสฺส วิหาโร การิโต, คิชฺฌกูฏวิหาโรเตฺววสฺส นามํ. ตตฺถายํ ตสฺมึ สมเย วิหรตีติ. สรโภ นาม ปริพฺพาชโก อจิรปกฺกนฺโต โหตีติ สรโภติ เอวํนามโก ปริพฺพาชโก อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว ปกฺกนฺโต โหติ, อธุนา วิพฺภนฺโตติ อตฺโถ. สมฺมาสมฺพุทฺเธ หิ โลเก อุปฺปนฺเน ติตฺถิยา นฏฺฐลาภสกฺการา อเหสุํ, ติณฺณํ รตนานํ มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ. ยถาห –
‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหติ ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ. อญฺญติตฺถิยา ปน ปริพฺพาชกา อสกฺกตา โหนฺติ อครุกตา อมานิตา อปูชิตา น ลาภิโน จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาราน’’นฺติ (อุทา.๑๔; สํ.นิ.๑.๒.๗๐).
เต เอวํ ปริหีนลาภสกฺการา ปญฺจสตมตฺตา เอกสฺมึ ปริพฺพาชการาเม สนฺนิปติตฺวา สมฺมนฺตยึสุ – ‘‘โภ, มยํ สมณสฺส โคตมสฺส อุปฺปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย หตลาภสกฺการา ชาตา, สมณสฺส โคตมสฺส สาวกานญฺจสฺส เอกํ อวณฺณํ อุปธาเรถ, อวณฺณํ ปตฺถริตฺวา เอตสฺส สาสนํ ครหิตฺวา อมฺหากํ ลาภสกฺการํ อุปฺปาเทสฺสามา’’ติ. เต วชฺชํ โอโลเกนฺตา – ‘‘ตีสุ ทฺวาเรสุ อาชีเว จาติ จตูสุปิ ฐาเนสุ สมณสฺส โคตมสฺส วชฺชํ ปสฺสิตุํ น สกฺกา, อิมานิ จตฺตาริ ฐานานิ มุญฺจิตฺวา อญฺญตฺถ โอโลเกถา’’ติ อาหํสุ. อถ เนสํ อนฺตเร เอโก เอวมาห – ‘‘อหํ อญฺญํ น ปสฺสามิ, อิเม อนฺวฑฺฒมาสํ สนฺนิปติตฺวา ทฺวารวาตปานานิ ปิธาย สามเณรานมฺปิ ปเวสนํ น เทนฺติ. ชีวิตสทิสาปิ อุปฏฺฐากา ทฏฺฐุํ น ลภนฺติ, อาวฏฺฏนิมายํ โอสาเรตฺวา โอสาเรตฺวา ชนํ อาวฏฺเฏตฺวา อาวฏฺเฏตฺวา ขาทนฺติ. สเจ ตํ มยํ อาหริตุํ สกฺขิสฺสาม, เอวํ โน ลาภสกฺการอุฬาโร ภวิสฺสตี’’ติ. อปโรปิ เอวเมว วทนฺโต อุฏฺฐาสิ. สพฺเพ เอกวาทา อเหสุํ. ตโต อาหํสุ – ‘‘โย ตํ อาหริตุํ สกฺขิสฺสติ, ตํ มยํ อมฺหากํ สมเย เชฏฺฐกํ กริสฺสามา’’ติ.
ตโต โกฏิโต ปฏฺฐาย ‘‘ตฺวํ สกฺขิสฺสสิ, ตฺวํ สกฺขิสฺสสี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อหํ น สกฺขิสฺสามิ, อหํ น สกฺขิสฺสามี’’ติ พหูหิ วุตฺเต สรภํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ตฺวํ สกฺขิสฺสสิ อาจริยา’’ติ. โส อาห – ‘‘อครุ เอตํ อาหริตุํ, สเจ ตุเมฺห อตฺตโน กถาย ฐตฺวา มํ เชฏฺฐกํ กริสฺสถา’’ติ. อครุ เอตมาจริย อาหร, ตฺวํ กโตเยวาสิ อเมฺหหิ เชฏฺฐโกติ. โส อาห – ‘‘ตํ อาหรนฺเตน เถเนตฺวา วา วิลุมฺปิตฺวา วา อาหริตุํ น สกฺกา, สมณสฺส ปน โคตมสฺส สาวกสทิเสน หุตฺวา ตสฺส สาวเก วนฺทิตฺวา วตฺตปฏิวตฺตํ กตฺวา เตสํ ปตฺเต ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา อาหริตุํ สกฺกา. รุจฺจติ โว เอตสฺส เอตฺตกสฺส กิริยา’’ติ. ยํกิญฺจิ กตฺวา อาหริตฺวา จ โน เทหีติ. เตน หิ มํ ทิสฺวา อปสฺสนฺตา วิย ภเวยฺยาถาติ ปริพฺพาชกานํ สญฺญํ ทตฺวา ทุติยทิวเส ปาโตว อุฏฺฐาย คิชฺฌกูฏมหาวิหารํ คนฺตฺวา ทิฏฺฐทิฏฺฐานํ ภิกฺขูนํ ปญฺจปติฏฺฐิเตน ปาเท วนฺทิ. ภิกฺขู อาหํสุ – ‘‘อญฺเญ ปริพฺพาชกา จณฺฑา ผรุสา, อยํ ปน สทฺโธ ภวิสฺสติ ปสนฺโน’’ติ. ภนฺเต, ตุเมฺห ญตฺวา ยุตฺตฏฺฐานสฺมึเยว ปพฺพชิตา, มยํ ปน อนุปธาเรตฺวา อติตฺเถเนว ปกฺขนฺตา อนิยฺยานิกมคฺเค วิจรามาติ. โส เอวํ วตฺวา ทิฏฺเฐ ทิฏฺเฐ ภิกฺขู ปุนปฺปุนํ วนฺทติ, นฺหาโนทกาทีนิ ปฏิยาเทติ, ทนฺตกฏฺฐํ กปฺปิยํ กโรติ, ปาเท โธวติ มกฺเขติ, อติเรกภตฺตํ ลภิตฺวา ภุญฺชติ.
ตํ อิมินา นีหาเรน วสนฺตํ เอโก มหาเถโร ทิสฺวา, ‘‘ปริพฺพาชก, ตฺวํ สทฺโธ ปสนฺโน, กึ น ปพฺพชสี’’ติ. โก มํ, ภนฺเต, ปพฺพาเชสฺสติ. มยญฺหิ จิรกาลํ ภทนฺตานํ ปจฺจตฺถิกา หุตฺวา วิจริมฺหาติ. เถโร ‘‘สเจ ตฺวํ ปพฺพชิตุกาโม, อหํ ตํ ปพฺพาเชสฺสามี’’ติ วตฺวา ปพฺพาเชสิ. โส ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย นิรนฺตรํ วตฺตปฏิวตฺตมกาสิ. อถ นํ เถโร วตฺเต ปสีทิตฺวา นจิรสฺเสว อุปสมฺปาเทสิ. โส อุโปสถทิวเส ภิกฺขูหิ สทฺธึ อุโปสถคฺคํ ปวิสิตฺวา ภิกฺขู มหนฺเตน อุสฺสาเหน ปาติโมกฺขํ ปคฺคณฺหนฺเต ทิสฺวา ‘‘อิมินา นีหาเรน โอสาเรตฺวา โอสาเรตฺวา โลกํ ขาทนฺติ, กติปาเหน หริสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. โส ปริเวณํ คนฺตฺวา อุปชฺฌายํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, โก นาโม อยํ ธมฺโม’’ติ ปุจฺฉิ. ปาติโมกฺโข นาม, อาวุโสติ. อุตฺตมธมฺโม เอส, ภนฺเต, ภวิสฺสตีติ. อาม, อาวุโส, สกลสาสนธารณี อยํ สิกฺขาติ. ภนฺเต, สเจ เอส สิกฺขาธมฺโม อุตฺตโม, อิมเมว ปฐมํ คณฺหามีติ. คณฺหาวุโสติ เถโร สมฺปฏิจฺฉิ. โส คณฺหนฺโต ปริพฺพาชเก ปสฺสิตฺวา ‘‘กีทิสํ อาจริยา’’ติ ปุจฺฉิโต, ‘‘อาวุโส, มา จินฺตยิตฺถ, กติปาเหน อาหริสฺสามี’’ติ วตฺวา นจิรสฺเสว อุคฺคณฺหิตฺวา อุปชฺฌายํ อาห – ‘‘เอตฺตกเมว, ภนฺเต, อุทาหุ อญฺญมฺปิ อตฺถี’’ติ. เอตฺตกเมว, อาวุโสติ.
โส ปุนทิวเส ยถานิวตฺถปารุโตว คหิตนีหาเรเนว ปตฺตํ คเหตฺวา คิชฺฌกูฏา นิกฺขมฺม ปริพฺพาชการามํ อคมาสิ. ปริพฺพาชกา ทิสฺวา ‘‘กีทิสํ, อาจริย, นาสกฺขิตฺถ มญฺเญ อาวฏฺฏนิมายํ อาหริตุ’’นฺติ ตํ ปริวารยึสุ. มา จินฺตยิตฺถ, อาวุโส, อาหฏา เม อาวฏฺฏนิมายา, อิโต ปฏฺฐาย อมฺหากํ ลาภสกฺกาโร มหา ภวิสฺสติ. ตุเมฺห อญฺญมญฺญํ สมคฺคา โหถ, มา วิวาทํ อกตฺถาติ. สเจ เต, อาจริย, สุคฺคหิตา, อเมฺหปิ นํ วาเจหีติ. โส อาทิโต ปฏฺฐาย ปาติโมกฺขํ โอสาเรสิ. อถ เต สพฺเพปิ – ‘‘เอถ, โภ, นคเร วิจรนฺตา สมณสฺส โคตมสฺส อวณฺณํ กเถสฺสามา’’ติ อนุคฺฆาฏิเตสุเยว นครทฺวาเรสุ ทฺวารสมีปํ คนฺตฺวา วิวเฏน ทฺวาเรน สพฺพปฐมํ ปวิสึสุ. เอวํ สลิงฺเคเนว อปกฺกนฺตํ ตํ ปริพฺพาชกํ สนฺธาย – ‘‘สรโภ นาม ปริพฺพาชโก อจิรปกฺกนฺโต โหตี’’ติ วุตฺตํ.
ตํ ทิวสํ ปน ภควา ปจฺจูสสมเย โลกํ โอโลเกนฺโต อิทํ อทฺทส – ‘‘อชฺช สรโภ ปริพฺพาชโก นคเร วิจริตฺวา ปกาสนียกมฺมํ กริสฺสติ, ติณฺณํ รตนานํ อวณฺณํ กเถนฺโต วิสํ สิญฺจิตฺวา ปริพฺพาชการามํ คมิสฺสติ, อหมฺปิ ตตฺเถว คมิสฺสามิ, จตสฺโสปิ ปริสา ตตฺเถว โอสริสฺสนฺติ. ตสฺมึ สมาคเม จตุราสีติ ปาณสหสฺสานิ อมตปานํ ปิวิสฺสนฺตี’’ติ. ตโต ‘‘ตสฺส โอกาโส โหตุ, ยถารุจิยา อวณฺณํ ปตฺถรตู’’ติ จินฺเตตฺวา อานนฺทตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘อานนฺท, อฏฺฐารสสุ มหาวิหาเรสุ ภิกฺขุสงฺฆสฺส มยา สทฺธึเยว ปิณฺฑาย จริตุํ อาโรเจหี’’ติ. เถโร ตถา อกาสิ. ภิกฺขู ปตฺตจีวรมาทาย สตฺถารเมว ปริวารยึสุ. สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆํ อาทาย ทฺวารคามสมีเปเยว ปิณฺฑาย จริ. สรโภปิ ปริพฺพาชเกหิ สทฺธึ นครํ ปวิฏฺโฐ ตตฺถ ตตฺถ ปริสมชฺเฌ ราชทฺวารวีถิจตุกฺกาทีสุ จ คนฺตฺวา ‘‘อญฺญาโต มยา สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ ธมฺโม’’ติอาทีนิ อภาสิ. ตํ สนฺธาย โส ราชคเห ปริสติ เอวํ วาจํ ภาสตีติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อญฺญาโตติ ญาโต อวพุทฺโธ, ปากฏํ กตฺวา อุคฺคหิโตติ ทีเปติ. อญฺญายาติ ชานิตฺวา. อปกฺกนฺโตติ สลิงฺเคเนว อปกฺกนฺโต. สเจ หิ สมณสฺส โคตมสฺส สาสเน โกจิ สาโร อภวิสฺส, นาหํ อปกฺกมิสฺสํ. ตสฺส ปน สาสนํ อสารํ นิสฺสารํ, อาวฏฺฏนิมายํ โอสาเรตฺวา สมณา โลกํ ขาทนฺตีติ เอวมตฺถํ ทีเปนฺโต เอวมาห.
อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขูติ อถ เอวํ ตสฺมึ ปริพฺพาชเก ภาสมาเน อรญฺญวาสิโน ปญฺจสตา ภิกฺขู ‘‘อสุกฏฺฐานํ นาม สตฺถา ปิณฺฑาย จริตุํ คโต’’ติ อชานนฺตา ภิกฺขาจารเวลายํ ราชคหํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. เต สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อสฺโสสุนฺติ สุณึสุ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ ‘‘อิมํ การณํ ทสพลสฺส อาโรเจสฺสามา’’ติ อุปสงฺกมึสุ.
สิปฺปินิกาตีรนฺติ สิปฺปินิกาติ เอวํนามิกาย นทิยา ตีรํ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวนาติ กายงฺควาจงฺคานิ อโจเปตฺวา อพฺภนฺตเร ขนฺตึ ธาเรตฺวา จิตฺเตเนว อธิวาเสสีติ อตฺโถ. เอวํ อธิวาเสตฺวา ปุน จินฺเตสิ – ‘‘กึ นุ โข อชฺช มยา สรภสฺส วาทํ มทฺทิตุํ คจฺฉนฺเตน เอกเกน คนฺตพฺพํ, อุทาหุ ภิกฺขุสงฺฆปริวุเตนา’’ติ. อถสฺส เอตทโหสิ – สจาหํ ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต คมิสฺสามิ, มหาชโน เอวํ จินฺเตสฺสติ – ‘‘สมโณ โคตโม วาทุปฺปตฺติฏฺฐานํ คจฺฉนฺโต ปกฺขํ อุกฺขิปิตฺวา คนฺตฺวา ปริสพเลน อุปฺปนฺนํ วาทํ มทฺทติ, ปรวาทีนํ สีสํ อุกฺขิปิตุํ น เทตี’’ติ. น โข ปน มยฺหํ อุปฺปนฺเน วาเท ปรํ คเหตฺวา มทฺทนกิจฺจํ อตฺถิ, อหเมว คนฺตฺวา มทฺทิสฺสามิ. อนจฺฉริยํ เจตํ ยฺวาหํ อิทานิ พุทฺธภูโต อตฺตโน อุปฺปนฺนํ วาทํ มทฺเทยฺยํ, จริยํ จรณกาเล อเหตุกปฏิสนฺธิยํ นิพฺพตฺเตนาปิ หิ มยา วหิตพฺพํ ธุรํ อญฺโญ วหิตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ. อิมสฺส ปนตฺถสฺส สาธนตฺถํ –
‘‘ยโต ยโต ครุ ธุรํ, ยโต คมฺภีรวตฺตนี;
ตทาสฺสุ กณฺหํ ยุญฺเชนฺติ, สฺวาสฺสุ ตํ วหเต ธุร’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๒๙) –
อิทํ กณฺหชาตกํ อาหริตพฺพํ. อตีเต กิร เอโก สตฺถวาโห เอกิสฺสา มหลฺลิกาย เคเห นิวาสํ คณฺหิ. อถสฺส เอกิสฺสา เธนุยา รตฺติภาคสมนนฺตเร คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. สา เอกํ วจฺฉกํ วิชายิ. มหลฺลิกาย วจฺฉกํ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย ปุตฺตสิเนโห อุทปาทิ. ปุนทิวเส สตฺถวาหปุตฺโต – ‘‘ตว เคหเวตนํ คณฺหาหี’’ติ อาห. มหลฺลิกา ‘‘มยฺหํ อญฺเญน กิจฺจํ น อตฺถิ, อิมเมว วจฺฉกํ เทหี’’ติ อาห. คณฺห, อมฺมาติ. สา ตํ คณฺหิตฺวา ขีรํ ปาเยตฺวา ยาคุภตฺตติณาทีนิ ททมานา โปเสสิ. โส วุทฺธิมนฺวาย ปริปุณฺณรูโป พลวีริยสมฺปนฺโน อโหสิ สมฺปนฺนาจาโร, กาฬโก นาม นาเมน. อเถกสฺส สตฺถวาหสฺส ปญฺจหิ สกฏสเตหิ อาคจฺฉนฺตสฺส อุทกภินฺนฏฺฐาเน สกฏจกฺกํ ลคฺคิ. โส ทสปิ วีสมฺปิ ตึสมฺปิ โยเชตฺวา นีหราเปตุํ อสกฺโกนฺโต กาฬกํ อุปสงฺกมิตฺวา อาห – ‘‘ตาต, ตว เวตนํ ทสฺสามิ, สกฏํ เม อุกฺขิปิตฺวา เทหี’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา ตํ อาทาย – ‘‘อญฺโญ อิมินา สทฺธึ ธุรํ วหิตุํ สมตฺโถ นตฺถี’’ติ ธุรสกเฏ โยตฺตํ พนฺธิตฺวา ตํ เอกกํเยว โยเชสิ. โส ตํ สกฏํ อุกฺขิปิตฺวา ถเล ปติฏฺฐาเปตฺวา เอเตเนว นิหาเรน ปญฺจ สกฏสตานิ นีหริ. โส สพฺพปจฺฉิมสกฏํ นีหริตฺวา โมจิยมาโน ‘‘สุ’’นฺติ กตฺวา สีสํ อุกฺขิปิ.
สตฺถวาโห ‘‘อยํ เอตฺตกานิ สกฏานิ อุกฺขิปนฺโต เอวํ น อกาสิ, เวตนตฺถํ มญฺเญ กโรตี’’ติ สกฏคณนาย กหาปเณ คเหตฺวา ปญฺจสตภณฺฑิกํ ตสฺส คีวาย พนฺธาเปสิ. โส อญฺเญสํ อตฺตโน สนฺติกํ อลฺลียิตุํ อเทนฺโต อุชุกํ เคหเมว อคมาสิ. มหลฺลิกา ทิสฺวา โมเจตฺวา กหาปณภาวํ ญตฺวา ‘‘กสฺมา, ปุตฺต, เอวมกาสิ, มา ตฺวํ ‘มยา กมฺมํ กตฺวา อาภเตน อยํ ชีวิสฺสตี’ติ สญฺญมกาสี’’ติ วตฺวา โคณํ อุโณฺหทเกน นฺหาเปตฺวา เตเลน อพฺภญฺชิตฺวา ‘‘อิโต ปฏฺฐาย ปุน มา เอวมกาสี’’ติ โอวทิ. เอวํ สตฺถา ‘‘จริยํ จรณกาเล อเหตุกปฏิสนฺธิยํ นิพฺพตฺเตนาปิ หิ มยา วหิตพฺพธุรํ อญฺโญ วหิตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสี’’ติ จินฺเตตฺวา เอกโกว อคมาสิ. ตํ ทสฺเสตุํ อถ โข ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ ปฏิสลฺลานาติ ปุถุตฺตารมฺมเณหิ จิตฺตํ ปฏิสํหริตฺวา สลฺลานโต, ผลสมาปตฺติโตติ อตฺโถ. เตนุปสงฺกมีติ ปริพฺพาชเกสุ สกลนคเร ปกาสนียกมฺมํ กตฺวา นครา นิกฺขมฺม ปริพฺพาชการาเม สนฺนิปติตฺวา ‘‘สเจ, อาวุโส สรภ, สมโณ โคตโม อาคมิสฺสติ, กึ กริสฺสสี’’ติ. สมเณ โคตเม เอกํ กโรนฺเต อหํ เทฺว กริสฺสามิ, เทฺว กโรนฺเต จตฺตาริ, จตฺตาริ กโรนฺเต ปญฺจ, ปญฺจ กโรนฺเต ทส, ทส กโรนฺเต วีสติ, วีสติ กโรนฺเต ตึสํ, ตึสํ กโรนฺเต จตฺตาลีสํ, จตฺตาลีสํ กโรนฺเต ปญฺญาสํ, ปญฺญาสํ กโรนฺเต สตํ, สตํ กโรนฺเต สหสฺสํ กริสฺสามีติ เอวํ อญฺญมญฺญํ สีหนาทกถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา นิสินฺเนสุ อุปสงฺกมิ.
อุปสงฺกมนฺโต ปน ยสฺมา ปริพฺพาชการามสฺส นครมชฺเฌเนว มคฺโค, ตสฺมา สุรตฺตทุปฏฺฏํ นิวาเสตฺวา สุคตมหาจีวรํ ปารุปิตฺวา วิสฺสฏฺฐพโล ราชา วิย เอกโกว นครมชฺเฌน อคมาสิ. มิจฺฉาทิฏฺฐิกา ทิสฺวา ‘‘ปริพฺพาชกา สมณสฺส โคตมสฺส ปกาสนียกมฺมํ กโรนฺตา อวณฺณํ ปตฺถรึสุ, โส เอเต อนุวตฺติตฺวา สญฺญาเปตุํ คจฺฉติ มญฺเญ’’ติ อนุพนฺธึสุ. สมฺมาทิฏฺฐิกาปิ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปตฺตจีวรํ อาทาย เอกโกว นิกฺขนฺโต, อชฺช สรเภน สทฺธึ มหาธมฺมสงฺคาโม ภวิสฺสติ. มยมฺปิ ตสฺมึ สมาคเม กายสกฺขิโน ภวิสฺสามา’’ติ อนุพนฺธึสุ. สตฺถา ปสฺสนฺตสฺเสว มหาชนสฺส ปริพฺพาชการามํ อุปสงฺกมิ.
ปริพฺพาชกา รุกฺขานํ ขนฺธวิฏปสาขนฺตเรหิ สมุคฺคจฺฉนฺตา ฉพฺพณฺณฆนพุทฺธรสฺมิโย ทิสฺวา ‘‘อญฺญทา เอวรูโป โอภาโส นาม นตฺถิ, กึ นุ โข เอต’’นฺติ อุลฺโลเกตฺวา ‘‘สมโณ โคตโม อาคจฺฉตี’’ติ อาหํสุ. ตํ สุตฺวาว สรโภ ชาณุกนฺตเร สีสํ ฐเปตฺวา อโธมุโข นิสีทิ. เอวํ ตสฺมึ สมเย ภควา ตํ อารามํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. ตถาคโต หิ ชมฺพุทีปตเล อคฺคกุเล ชาตตฺตา อคฺคาสนารโหติสฺส สพฺพตฺถ อาสนํ ปญฺญตฺตเมว โหติ. เอวํ ปญฺญตฺเต มหารเห พุทฺธาสเน นิสีทิ.
เต ปริพฺพาชกา สรภํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจุนฺติ สมฺมาสมฺพุทฺเธ กิร สรเภน สทฺธึ เอตฺตกํ กเถนฺเตเยว ภิกฺขุสงฺโฆ สตฺถุ ปทานุปทิโก หุตฺวา ปริพฺพาชการามํ สมฺปาปุณิ, จตสฺโสปิ ปริสา ปริพฺพาชการาเมเยว โอสรึสุ. ตโต เต ปริพฺพาชกา ‘‘อจฺฉริยํ สมณสฺส โคตมสฺส กมฺมํ, สกลนครํ วิจริตฺวา อวณฺณํ ปตฺถริตฺวา ปกาสนียกมฺมํ กตฺวา อาคตานํ เวรีนํ ปฏิสตฺตูนํ ปจฺจามิตฺตานํ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา โถกมฺปิ วิคฺคาหิกกถํ น กเถสิ, อาคตกาลโต ปฏฺฐาย สตปากเตเลน มกฺเขนฺโต วิย อมตปานํ ปาเยนฺโต วิย มธุรกถํ กเถตี’’ติ สพฺเพปิ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อนุวตฺตนฺตา เอตทโวจุํ.
ยาเจยฺยาสีติ อายาเจยฺยาสิ ปตฺเถยฺยาสิ ปิเหยฺยาสิ. ตุณฺหีภูโตติ ตุณฺหีภาวํ อุปคโต. มงฺกุภูโตติ นิตฺเตชตํ อาปนฺโน. ปตฺตกฺขนฺโธติ โอนตคีโว. อโธมุโขติ เหฏฺฐามุโข. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโตติ ‘‘อหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สพฺเพ ธมฺมา มยา อภิสมฺพุทฺธา’’ติ เอวํ ปฏิชานโต ตว. อนภิสมฺพุทฺธาติ อิเม นาม ธมฺมา ตยา อนภิสมฺพุทฺธา. ตตฺถาติ เตสุ อนภิสมฺพุทฺธาติ เอวํ ทสฺสิตธมฺเมสุ. อญฺเญน วา อญฺญํ ปฏิจริสฺสตีติ อญฺเญน วา วจเนน อญฺญํ วจนํ ปฏิจฺฉาเทสฺสติ, อญฺญํ ปุจฺฉิโต อญฺญํ กเถสฺสตีติ อธิปฺปาโย. พหิทฺธา กถํ อปนาเมสฺสตีติ พหิทฺธา อญฺญํ อาคนฺตุกกถํ อาหรนฺโต ปุริมกถํ อปนาเมสฺสติ. อปฺปจฺจยนฺติ อนภิรทฺธึ อตุฏฺฐาการํ ปาตุกริสฺสตีติ ปากฏํ กริสฺสติ. เอตฺถ จ อปฺปจฺจเยน โทมนสฺสํ วุตฺตํ, ปุริเมหิ ทฺวีหิ มนฺทพลวเภโท โกโธเยว.
เอวํ ภควา ปฐมเวสารชฺเชน สีหนาทํ นทิตฺวา ปุน ทุติยาทีหิ นทนฺโต โย โข มํ ปริพฺพาชกาติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโตติ ยสฺส มคฺคสฺส วา ผลสฺส วา อตฺถาย ตยา จตุสจฺจธมฺโม เทสิโต. โส น นิยฺยาตีติ โส ธมฺโม น นิยฺยาติ น นิคฺคจฺฉติ, น ตํ อตฺถํ สาเธตีติ วุตฺตํ โหติ. ตกฺกรสฺสาติ โย นํ กโรติ, ตสฺส ปฏิปตฺติปูรกสฺส ปุคฺคลสฺสาติ อตฺโถ. สมฺมา ทุกฺขกฺขยายาติ เหตุนา นเยน การเณน สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส ขยาย. อถ วา ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโตติ ยสฺส เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโต. เสยฺยถิทํ – ราคปฏิฆาตตฺถาย อสุภกมฺมฏฺฐานํ, โทสปฏิฆาตตฺถาย เมตฺตาภาวนา, โมหปฏิฆาตตฺถาย ปญฺจ ธมฺมา, วิตกฺกุปจฺเฉทาย อานาปานสฺสติ. โส น นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายาติ โส ธมฺโม โย นํ ยถาเทสิตํ กโรติ, ตสฺส ตกฺกรสฺส สมฺมา เหตุนา นเยน การเณน วฏฺฏทุกฺขกฺขยาย น นิยฺยาติ น นิคฺคจฺฉติ, ตํ อตฺถํ น สาเธตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. เสยฺยถาปิ สรโภ ปริพฺพาชโกติ ยถา อยํ สรโภ ปริพฺพาชโก ปชฺฌายนฺโต อปฺปฏิภาโน นิสินฺโน, เอวํ นิสีทิสฺสตีติ.
เอวํ ตีหิ ปเทหิ สีหนาทํ นทิตฺวา เทสนํ นิวตฺเตนฺตสฺเสว ตถาคตสฺส ตสฺมึ ฐาเน สนฺนิปติตา จตุราสีติปาณสหสฺสปริมาณา ปริสา อมตปานํ ปิวิ, สตฺถา ปริสาย อมตปานสฺส ปีตภาวํ ญตฺวา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปกฺกามิ. ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ อถ โข ภควาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สีหนาทนฺติ เสฏฺฐนาทํ อภีตนาทํ อปฺปฏินาทํ. เวหาสํ ปกฺกามีติ อภิญฺญาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย อธิฏฺฐาย สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน อากาสํ ปกฺขนฺทิ. เอวํ ปกฺขนฺโท จ ปน ตํขณญฺเญว คิชฺฌกูฏมหาวิหาเร ปติฏฺฐาสิ.
วาจาย สนฺนิโตทเกนาติ วจนปโตเทน. สญฺชมฺภริมกํสูติ สมฺภริตํ นิรนฺตรผุฏํ อกํสุ, อุปริ วิชฺฌึสูติ วุตฺตํ โหติ. พฺรหารญฺเญติ มหารญฺเญ. สีหนาทํ นทิสฺสามีติ สีหสฺส นทโต อาการํ ทิสฺวา ‘‘อยมฺปิ ติรจฺฉานคโต, อหมฺปิ, อิมสฺส จตฺตาโร ปาทา, มยฺหมฺปิ, อหมฺปิ เอวเมว สีหนาทํ นทิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. โส สีหสฺส สมฺมุขา นทิตุํ อสกฺโกนฺโต ตสฺมึ โคจราย ปกฺกนฺเต เอกโก นทิตุํ อารภิ. อถสฺส สิงฺคาลสทฺโทเยว นิจฺฉริ. เตน วุตฺตํ – สิงฺคาลกํเยว นทตีติ. เภรณฺฑกนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อปิจ ภินฺนสฺสรํ อมนาปสทฺทํ นทตีติ วุตฺตํ โหติ. เอวเมว โข ตฺวนฺติ อิมินา โอปมฺเมน ปริพฺพาชกา ตถาคตํ สีหสทิสํ กตฺวา สรภํ สิงฺคาลสทิสํ อกํสุ. อมฺพุกสญฺจรีติ ขุทฺทกกุกฺกุฏิกา. ปุริสกรวิตํ รวิสฺสามีติ มหากุกฺกุฏํ รวนฺตํ ทิสฺวา ‘‘อิมสฺสปิ เทฺว ปาทา เทฺว ปกฺขา, มยฺหมฺปิ ตเถว, อหมฺปิ เอวรูปํ รวิตํ รวิสฺสามี’’ติ สา ตสฺส สมฺมุขา รวิตุํ อสกฺโกนฺตี ตสฺมึ ปกฺกนฺเต รวมานา กุกฺกุฏิการวํเยว รวิ. เตน วุตฺตํ – อมฺพุกสญฺจริรวิตํเยว รวตีติ. อุสโภติ โคโณ. สุญฺญายาติ ตุจฺฉาย เชฏฺฐกวสเภหิ วิรหิตาย. คมฺภีรํ นทิตพฺพํ มญฺญตีติ เชฏฺฐกวสภสฺส นาทสทิสํ คมฺภีรนาทํ นทิตพฺพํ มญฺญติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
๕. เกสมุตฺติสุตฺตวณฺณนา
๖๖. ปญฺจเม กาลามานํ นิคโมติ กาลามา นาม ขตฺติยา, เตสํ นิคโม. เกสมุตฺติยาติ เกสมุตฺตนิคมวาสิโน. อุปสงฺกมึสูติ สปฺปินวนีตาทิเภสชฺชานิ เจว อฏฺฐวิธปานกานิ จ คาหาเปตฺวา อุปสงฺกมึสุ. สกํเยว วาทํ ทีเปนฺตีติ อตฺตโนเยว ลทฺธึ กเถนฺติ. โชเตนฺตีติ ปกาเสนฺติ. ขุํเสนฺตีติ ฆฏฺเฏนฺติ. วมฺเภนฺตีติ อวชานนฺติ. ปริภวนฺตีติ ลามกํ กโรนฺติ. โอมกฺขึ กโรนฺตีติ อุกฺขิตฺตกํ กโรนฺติ, อุกฺขิปิตฺวา ฉฑฺเฑนฺติ. อปเรปิ, ภนฺเตติ โส กิร อฏวิมุเข คาโม, ตสฺมา ตตฺถ อฏวึ อติกฺกนฺตา จ อติกฺกมิตุกามา จ วาสํ กปฺเปนฺติ. เตสุปิ ปฐมํ อาคตา อตฺตโน ลทฺธึ ทีเปตฺวา ปกฺกมึสุ, ปจฺฉา อาคตา ‘‘กึ เต ชานนฺติ, อมฺหากํ อนฺเตวาสิกา เต, อมฺหากํ สนฺติเก กิญฺจิ กิญฺจิ สิปฺปํ อุคฺคณฺหึสู’’ติ อตฺตโน ลทฺธึ ทีเปตฺวา ปกฺกมึสุ. กาลามา เอกลทฺธิยมฺปิ สณฺฐหิตุํ น สกฺขึสุ. เต เอตมตฺถํ ทีเปตฺวา ภควโต เอวมาโรเจตฺวา เตสํ โน, ภนฺเตติอาทิมาหํสุ. ตตฺถ โหเตว กงฺขาติ โหติเยว กงฺขา. วิจิกิจฺฉาติ ตสฺเสว เววจนํ. อลนฺติ ยุตฺตํ.
มา อนุสฺสเวนาติ อนุสฺสวกถายปิ มา คณฺหิตฺถ. มา ปรมฺปรายาติ ปรมฺปรกถายปิ มา คณฺหิตฺถ. มา อิติกิรายาติ เอวํ กิร เอตนฺติ มา คณฺหิตฺถ. มา ปิฏกสมฺปทาเนนาติ อมฺหากํ ปิฏกตนฺติยา สทฺธึ สเมตีติ มา คณฺหิตฺถ. มา ตกฺกเหตูติ ตกฺกคฺคาเหนปิ มา คณฺหิตฺถ. มา นยเหตูติ นยคฺคาเหนปิ มา คณฺหิตฺถ. มา อาการปริวิตกฺเกนาติ สุนฺทรมิทํ การณนฺติ เอวํ การณปริวิตกฺเกนปิ มา คณฺหิตฺถ. มา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยาติ อมฺหากํ นิชฺฌายิตฺวา ขมิตฺวา คหิตทิฏฺฐิยา สทฺธึ สเมตีติปิ มา คณฺหิตฺถ. มา ภพฺพรูปตายาติ อยํ ภิกฺขุ ภพฺพรูโป, อิมสฺส กถํ คเหตุํ ยุตฺตนฺติปิ มา คณฺหิตฺถ. มา สมโณ โน ครูติ อยํ สมโณ อมฺหากํ ครุ, อิมสฺส กถํ คเหตุํ ยุตฺตนฺติปิ มา คณฺหิตฺถ. สมตฺตาติ ปริปุณฺณา. สมาทินฺนาติ คหิตา ปรามฏฺฐา. ยํส โหตีติ ยํ การณํ ตสฺส ปุคฺคลสฺส โหติ. อโลภาทโย โลภาทิปฏิปกฺขวเสน เวทิตพฺพา. วิคตาภิชฺโฌติอาทีหิ เมตฺตาย ปุพฺพภาโค กถิโต.
อิทานิ เมตฺตาทิกํ กมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต เมตฺตาสหคเตนาติอาทิมาห. ตตฺถ กมฺมฏฺฐานกถาย วา ภาวนานเย วา ปาฬิวณฺณนาย วา ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๔๐) วุตฺตเมว. เอวํ อเวรจิตฺโตติ เอวํ อกุสลเวรสฺส จ ปุคฺคลเวริโน จ นตฺถิตาย อเวรจิตฺโต. อพฺยาพชฺฌจิตฺโตติ โกธจิตฺตสฺส อภาเวน นิทฺทุกฺขจิตฺโต. อสํกิลิฏฺฐจิตฺโตติ กิเลสสฺส นตฺถิตาย อสํกิลิฏฺฐจิตฺโต. วิสุทฺธจิตฺโตติ กิเลสมลาภาเวน วิสุทฺธจิตฺโต โหตีติ อตฺโถ. ตสฺสาติ ตสฺส เอวรูปสฺส อริยสาวกสฺส. อสฺสาสาติ อวสฺสยา ปติฏฺฐา. สเจ โข ปน อตฺถิ ปโร โลโกติ ยทิ อิมมฺหา โลกา ปรโลโก นาม อตฺถิ. อถาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา…เป… อุปปชฺชิสฺสามีติ อตฺเถตํ การณํ, เยนาหํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิสฺสามีติ เอวํ สพฺพตฺถ นโย เวทิตพฺโพ. อนีฆนฺติ นิทฺทุกฺขํ. สุขินฺติ สุขิตํ. อุภเยเนว วิสุทฺธํ อตฺตานํ สมนุปสฺสามีติ ยญฺจ ปาปํ น กโรมิ, ยญฺจ กโรโตปิ น กรียติ, อิมินา อุภเยนาปิ วิสุทฺธํ อตฺตานํ สมนุปสฺสามิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
๖. สาฬฺหสุตฺตวณฺณนา
๖๗. ฉฏฺเฐ มิคารนตฺตาติ มิคารเสฏฺฐิโน นตฺตา. เสขุนิยนตฺตาติ เสขุนิยเสฏฺฐิโน นตฺตา. อุปสงฺกมึสูติ ภุตฺตปาตราสา ทาสกมฺมกรปริวุตา อุปสงฺกมึสุ. เตสํ กิร ปุเรภตฺเต ปุพฺพณฺหสมเยเยว เคเห เอโก ปโญฺห สมุฏฺฐิโต, ตํ ปน กเถตุํ โอกาโส นาโหสิ. เต ‘‘ตํ ปญฺหํ โสสฺสามา’’ติ เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ตุณฺหี นิสีทึสุ. เถโร ‘‘คาเม ตํ สมุฏฺฐิตํ ปญฺหํ โสตุํ อาคตา ภวิสฺสนฺตี’’ติ เตสํ มนํ ญตฺวา ตเมว ปญฺหํ อารภนฺโต เอถ ตุเมฺห สาฬฺหาติอาทิมาห. ตตฺถ อตฺถิ โลโภติ ลุพฺภนสภาโว โลโภ นาม อตฺถีติ ปุจฺฉติ. อภิชฺฌาติ โข อหํ สาฬฺหา เอตมตฺถํ วทามีติ เอตํ โลภสงฺขาตํ อตฺถํ อหํ ‘‘อภิชฺฌา’’ติ วทามิ, ‘‘ตณฺหา’’ติ วทามีติ สมุฏฺฐิตปญฺหสฺส อตฺถํ ทีเปนฺโต อาห. เอวํ สพฺพวาเรสุ นโย เนตพฺโพ.
โส เอวํ ปชานาตีติ โส จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา ฐิโต อริยสาวโก สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย วิปสฺสนํ อารภนฺโต เอวํ ปชานาติ. อตฺถิ อิทนฺติ อตฺถิ ทุกฺขสจฺจสงฺขาตํ ขนฺธปญฺจกํ นามรูปวเสน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปชานนฺโต เอส ‘‘เอวํ ปชานาติ อตฺถิ อิท’’นฺติ วุตฺโต. หีนนฺติ สมุทยสจฺจํ. ปณีตนฺติ มคฺคสจฺจํ. อิมสฺส สญฺญาคตสฺส อุตฺตริ นิสฺสรณนฺติ อิมสฺส วิปสฺสนาสญฺญาสงฺขาตสฺส สญฺญาคตสฺส อุตฺตริ นิสฺสรณํ นาม นิพฺพานํ, ตมตฺถีติ อิมินา นิโรธสจฺจํ ทสฺเสติ. วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณนฺติ เอกูนวีสติวิธํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ กถิตํ. อหุ ปุพฺเพ โลโภติ ปุพฺเพ เม โลโภ อโหสิ. ตทหุ อกุสลนฺติ ตํ อกุสลํ นาม อโหสิ, ตทา วา อกุสลํ นาม อโหสิ. อิจฺเจตํ กุสลนฺติ อิติ เอตํ กุสลํ, ตสฺเสว อกุสลสฺส นตฺถิภาวํ กุสลํ เขมนฺติ สนฺธาย วทติ. นิจฺฉาโตติ นิตฺตโณฺห. นิพฺพุโตติ อพฺภนฺตเร สนฺตาปกรานํ กิเลสานํ อภาเวน นิพฺพุโต. สีติภูโตติ สีตลีภูโต. สุขปฺปฏิสํเวทีติ กายิกเจตสิกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวทิตา. พฺรหฺมภูเตนาติ เสฏฺฐภูเตน. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
๗. กถาวตฺถุสุตฺตวณฺณนา
๖๘. สตฺตเม กถาวตฺถูนีติ กถาการณานิ, กถาย ภูมิโย ปติฏฺฐาโยติ อตฺโถ. อตีตํ วา, ภิกฺขเว, อทฺธานนฺติ อตีตมทฺธานํ นาม กาโลปิ วฏฺฏติ ขนฺธาปิ. อนาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อตีเต กสฺสโป นาม สมฺมาสมฺพุทฺโธ อโหสิ, ตสฺส กิกี นาม กาสิกราชา อคฺคุปฏฺฐาโก อโหสิ, วีสติ วสฺสสหสฺสานิ อายุ อโหสีติ อิมินา นเยน กเถนฺโต อตีตํ อารพฺภ กถํ กเถติ นาม. อนาคเต เมตฺเตยฺโย นาม พุทฺโธ ภวิสฺสติ, ตสฺส สงฺโข นาม ราชา อคฺคุปฏฺฐาโก ภวิสฺสติ, อสีติ วสฺสสหสฺสานิ อายุ ภวิสฺสตีติ อิมินา นเยน กเถนฺโต อนาคตํ อารพฺภ กถํ กเถติ นาม. เอตรหิ อสุโก นาม ราชา ธมฺมิโกติ อิมินา นเยน กเถนฺโต ปจฺจุปฺปนฺนํ อารพฺภ กถํ กเถติ นาม.
กถาสมฺปโยเคนาติ กถาสมาคเมน. กจฺโฉติ กเถตุํ ยุตฺโต. อกจฺโฉติ กเถตุํ น ยุตฺโต. เอกํสพฺยากรณียํ ปญฺหนฺติอาทีสุ, ‘‘จกฺขุ, อนิจฺจ’’นฺติ ปุฏฺเฐน, ‘‘อาม, อนิจฺจ’’นฺติ เอกํเสเนว พฺยากาตพฺพํ. เอเสว นโย โสตาทีสุ. อยํ เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห. ‘‘อนิจฺจํ นาม จกฺขู’’ติ ปุฏฺเฐน ปน ‘‘น จกฺขุเมว, โสตมฺปิ อนิจฺจํ, ฆานมฺปิ อนิจฺจ’’นฺติ เอวํ วิภชิตฺวา พฺยากาตพฺพํ. อยํ วิภชฺชพฺยากรณีโย ปโญฺห. ‘‘ยถา จกฺขุ, ตถา โสตํ. ยถา โสตํ, ตถา จกฺขู’’ติ ปุฏฺเฐน ‘‘เกนฏฺเฐน ปุจฺฉสี’’ติ ปฏิปุจฺฉิตฺวา ‘‘ทสฺสนฏฺเฐน ปุจฺฉามี’’ติ วุตฺเต ‘‘น หี’’ติ พฺยากาตพฺพํ. ‘‘อนิจฺจฏฺเฐน ปุจฺฉามี’’ติ วุตฺเต, ‘‘อามา’’ติ พฺยากาตพฺพํ. อยํ ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณีโย ปโญฺห. ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’’นฺติอาทีนิ ปุฏฺเฐน ปน ‘‘อพฺยากตเมตํ ภควตา’’ติ ฐเปตพฺโพ, เอส ปโญฺห น พฺยากาตพฺโพ. อยํ ฐปนีโย ปโญฺห.
ฐานาฐาเน น สณฺฐาตีติ การณาการเณ น สณฺฐาติ. ตตฺรายํ นโย – สสฺสตวาที ยุตฺเตน การเณน ปโหติ อุจฺเฉทวาทึ นิคฺคเหตุํ, อุจฺเฉทวาที เตน นิคฺคยฺหมาโน ‘‘กึ ปนาหํ อุจฺเฉทํ วทามี’’ติ สสฺสตวาทิภาวเมว ทีเปติ, อตฺตโน วาเท ปติฏฺฐาตุํ น สกฺโกติ. เอวํ อุจฺเฉทวาทิมฺหิ ปโหนฺเต สสฺสตวาที, ปุคฺคลวาทิมฺหิ ปโหนฺเต สุญฺญตวาที, สุญฺญตวาทิมฺหิ ปโหนฺเต ปุคฺคลวาทีติ เอวํ ฐานาฐาเน น สณฺฐาติ นาม.
ปริกปฺเป น สณฺฐาตีติ อิทํ ปญฺหปุจฺฉเนปิ ปญฺหกถเนปิ ลพฺภติ. กถํ? เอกจฺโจ หิ ‘‘ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ กณฺฐํ โสเธติ, โส อิตเรน ‘‘อิทํ นาม ตฺวํ ปุจฺฉิสฺสสี’’ติ วุตฺโต ญาตภาวํ ญตฺวา ‘‘น เอตํ, อญฺญํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ วทติ. ปญฺหํ ปุฏฺโฐปิ ‘‘ปญฺหํ กเถสฺสามี’’ติ หนุํ สํโสเธติ, โส อิตเรน ‘‘อิทํ นาม กเถสฺสสี’’ติ วุตฺโต ญาตภาวํ ญตฺวา ‘‘น เอตํ, อญฺญํ กเถสฺสามี’’ติ วทติ. เอวํ ปริกปฺเป น สณฺฐาติ นาม.
อญฺญาตวาเท น สณฺฐาตีติ อญฺญาตวาเท ชานิตวาเท น สณฺฐาติ. กถํ? เอกจฺโจ ปญฺหํ ปุจฺฉติ, ตํ อิตโร ‘‘มนาโป ตยา ปโญฺห ปุจฺฉิโต, กหํ เต เอส อุคฺคหิโต’’ติ วทติ. อิตโร ปุจฺฉิตพฺพนิยาเมเนว ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวาปิ ตสฺส กถาย ‘‘อปญฺหํ นุ โข ปุจฺฉิต’’นฺติ วิมตึ กโรติ. อปโร ปญฺหํ ปุฏฺโฐ กเถติ, ตมญฺโญ ‘‘สุฏฺฐุ เต ปโญฺห กถิโต, กตฺถ เต อุคฺคหิโต, ปญฺหํ กเถนฺเตน นาม เอวํ กเถตพฺโพ’’ติ วทติ. อิตโร กเถตพฺพนิยาเมเนว ปญฺหํ กเถตฺวาปิ ตสฺส กถาย ‘‘อปโญฺห นุ โข มยา กถิโต’’ติ วิมตึ กโรติ.
ปฏิปทาย น สณฺฐาตีติ ปฏิปตฺติยํ น ติฏฺฐติ, วตฺตํ อชานิตฺวา อปุจฺฉิตพฺพฏฺฐาเน ปุจฺฉตีติ อตฺโถ. อยํ ปโญฺห นาม เจติยงฺคเณ ปุจฺฉิเตน น กเถตพฺโพ, ตถา ภิกฺขาจารมคฺเค คามํ ปิณฺฑาย จรณกาเล. อาสนสาลาย นิสินฺนกาเล ยาคุํ วา ภตฺตํ วา คเหตฺวา นิสินฺนกาเล ปริภุญฺชิตฺวา นิสินฺนกาเล ทิวาวิหารฏฺฐานคมนกาเลปิ. ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺนกาเล ปน โอกาสํ กาเรตฺวาว ปุจฺฉนฺตสฺส กเถตพฺโพ, อกาเรตฺวา ปุจฺฉนฺตสฺส น กเถตพฺโพ. อิทํ วตฺตํ อชานิตฺวา ปุจฺฉนฺโต ปฏิปทาย น สณฺฐาติ นาม. เอวํ สนฺตายํ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อกจฺโฉ โหตีติ, ภิกฺขเว, เอตํ อิมสฺมึ จ การเณ สติ อยํ ปุคฺคโล น กเถตุํ ยุตฺโต นาม โหติ.
ฐานาฐาเน สณฺฐาตีติ สสฺสตวาที ยุตฺเตน การเณน ปโหติ อุจฺเฉทวาทึ นิคฺคเหตุํ, อุจฺเฉทวาที เตน นิคฺคยฺหมาโนปิ ‘‘อหํ ตยา สตกฺขตฺตุํ นิคฺคยฺหมาโนปิ อุจฺเฉทวาทีเยวา’’ติ วทติ. อิมินา นเยน สสฺสตปุคฺคลสุญฺญตวาทาทีสุปิ นโย เนตพฺโพ. เอวํ ฐานาฐาเน สณฺฐาติ นาม. ปริกปฺเป สณฺฐาตีติ ‘‘ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ กณฺฐํ โสเธนฺโต ‘‘ตฺวํ อิมํ นาม ปุจฺฉิสฺสสี’’ติ วุตฺเต, ‘‘อาม, เอตํเยว ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ วทติ. ปญฺหํ กเถสฺสามีติ หนุํ สํโสเธนฺโตปิ ‘‘ตฺวํ อิมํ นาม กเถสฺสสี’’ติ วุตฺเต, ‘‘อาม, เอตํเยว กเถสฺสามี’’ติ วทติ. เอวํ ปริกปฺเป สณฺฐาติ นาม.
อญฺญาตวาเท สณฺฐาตีติ อิมํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สุฏฺฐุ เต ปโญฺห ปุจฺฉิโต, ปุจฺฉนฺเตน นาม เอวํ ปุจฺฉิตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต สมฺปฏิจฺฉติ, วิมตึ น อุปฺปาเทติ. ปญฺหํ กเถตฺวาปิ ‘‘สุฏฺฐุ เต ปโญฺห กถิโต, กเถนฺเตน นาม เอวํ กเถตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต สมฺปฏิจฺฉติ, วิมตึ น อุปฺปาเทติ. ปฏิปทาย สณฺฐาตีติ เคเห นิสีทาเปตฺวา ยาคุขชฺชกาทีนิ ทตฺวา ยาว ภตฺตํ นิฏฺฐาติ, ตสฺมึ อนฺตเร นิสินฺโน ปญฺหํ ปุจฺฉติ. สปฺปิอาทีนิ เภสชฺชานิ อฏฺฐวิธานิ ปานกานิ วตฺถจฺฉาทนมาลาคนฺธาทีนิ วา อาทาย วิหารํ คนฺตฺวา ตานิ ทตฺวา ทิวาฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา โอกาสํ กาเรตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉติ. เอวญฺหิ วตฺตํ ญตฺวา ปุจฺฉนฺโต ปฏิปทาย สณฺฐาติ นาม. ตสฺส ปญฺหํ กเถตุํ วฏฺฏติ.