๓. ตติยปณฺณาสกํ

(๑๑) ๑. สมฺโพธวคฺโค

๑. ปุพฺเพวสมฺโพธสุตฺตวณฺณนา

๑๐๔. ตติยสฺส ปฐเม ปุพฺเพว สมฺโพธาติ สมฺโพธิโต ปุพฺเพว, อริยมคฺคปฺปตฺติโต อปรภาเคเยวาติ วุตฺตํ โหติ. อนภิสมฺพุทฺธสฺสาติ อปฺปฏิวิทฺธจตุสจฺจสฺส. โพธิสตฺตสฺเสว สโตติ พุชฺฌนกสตฺตสฺเสว สโต, สมฺมาสมฺโพธึ อธิคนฺตุํ อารภนฺตสฺเสว สโต, สมฺโพธิยา วา สตฺตสฺเสว ลคฺคสฺเสว สโต. ทีปงฺกรสฺส หิ ภควโต ปาทมูเล อฏฺฐธมฺมสโมธาเนน อภินีหารสมิทฺธิโต ปภุติ ตถาคโต สมฺมาสมฺโพธึ สตฺโต ลคฺโค ‘‘ปตฺตพฺพา มยา เอสา’’ติ ตทธิคมาย ปรกฺกมํ อมุญฺจนฺโตเยว อาคโต, ตสฺมา โพธิสตฺโตติ วุจฺจติ. โก นุ โขติ กตโม นุ โข. โลโกติ สงฺขารโลโก. อสฺสาโทติ มธุรากาโร. อาทีนโวติ อนภินนฺทิตพฺพากาโร. ตสฺส มยฺหนฺติ ตสฺส เอวํ โพธิสตฺตสฺเสว สโต มยฺหํ. ฉนฺทราควินโย ฉนฺทราคปฺปหานนฺติ นิพฺพานํ อาคมฺม อารพฺภ ปฏิจฺจ ฉนฺทราโค วินยํ คจฺฉติ ปหียติ, ตสฺมา นิพฺพานํ ‘‘ฉนฺทราควินโย ฉนฺทราคปฺปหาน’’นฺติ วุจฺจติ. อิทํ โลกนิสฺสรณนฺติ อิทํ นิพฺพานํ โลกโต นิสฺสฏตฺตา โลกนิสฺสรณนฺติ วุจฺจติ. ยาวกีวนฺติ ยตฺตกํ ปมาณํ กาลํ. อพฺภญฺญาสินฺติ อภิวิสิฏฺเฐน อริยมคฺคญาเณน อญฺญาสึ. ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนนฺติ ทฺวีหิปิ ปเทหิ ปจฺจเวกฺขณญาณํ วุตฺตํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

๒. ปฐมอสฺสาทสุตฺตวณฺณนา

๑๐๕. ทุติเย อสฺสาทปริเยสนํ อจรินฺติ อสฺสาทปริเยสนตฺถาย อจรึ. กุโต ปฏฺฐายาติ? สุเมธกาลโต ปฏฺฐาย. ปญฺญายาติ สหวิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย. สุทิฏฺโฐติ สุปฺปฏิวิทฺโธ. อิมินา อุปาเยน สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตติยํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว.

๔. สมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา

๑๐๗. จตุตฺเถ สามญฺญตฺถนฺติ จตุพฺพิธํ อริยผลํ. อิตรํ ตสฺเสว เววจนํ. สามญฺญตฺเถน วา จตฺตาโร มคฺคา, พฺรหฺมญฺญตฺเถน จตฺตาริ ผลานิ. อิเมสุ ปน จตูสุปิ สุตฺเตสุ ขนฺธโลโกว กถิโต.

๕. รุณฺณสุตฺตวณฺณนา

๑๐๘. ปญฺจมํ อตฺถุปฺปตฺติยา นิกฺขิตฺตํ. กตราย อตฺถุปฺปตฺติยา? ฉพฺพคฺคิยานํ อนาจาเร. เต กิร คายนฺตา นจฺจนฺตา หสนฺตา วิจรึสุ. ภิกฺขู ทสพลสฺส อาโรจยึสุ. สตฺถา เต ปกฺโกสาเปตฺวา เตสํ โอวาทตฺถาย อิทํ สุตฺตํ อารภิ. ตตฺถ รุณฺณนฺติ โรทิตํ. อุมฺมตฺตกนฺติ อุมฺมตฺตกกิริยา. โกมารกนฺติ กุมารเกหิ กตฺตพฺพกิจฺจํ. ทนฺตวิทํสกหสิตนฺติ ทนฺเต ทสฺเสตฺวา ปาณึ ปหรนฺตานํ มหาสทฺเทน หสิตํ. เสตุฆาโต คีเตติ คีเต โว ปจฺจยฆาโต โหตุ, สเหตุกํ คีตํ ปชหถาติ ทีเปติ. นจฺเจปิ เอเสว นโย. อลนฺติ ยุตฺตํ. ธมฺมปฺปโมทิตานํ สตนฺติ เอตฺถ ธมฺโม วุจฺจติ การณํ, เกนจิเทว การเณน ปมุทิตานํ สนฺตานํ. สิตํ สิตมตฺตายาติ ตสฺมึ สิตการเณ สติ ยํ สิตํ กโรถ, ตํ โว สิตมตฺตาย อคฺคทนฺเต ทสฺเสตฺวา ปหฏฺฐาการมตฺตทสฺสนายเยว ยุตฺตนฺติ วุตฺตํ โหติ.

๖. อติตฺติสุตฺตวณฺณนา

๑๐๙. ฉฏฺเฐ โสปฺปสฺสาติ นิทฺทาย. ปฏิเสวนาย นตฺถิ ติตฺตีติ ยถา ยถา ปฏิเสวติ, ตถา ตถา รุจฺจติเยวาติ ติตฺติ นาม นตฺถิ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. สเจ หิ มหาสมุทฺเท อุทกํ สุรา ภเวยฺย, สุราโสณฺโฑ จ มจฺโฉ หุตฺวา นิพฺพตฺเตยฺย, ตสฺส ตตฺถ จรนฺตสฺสปิ สยนฺตสฺสปิ ติตฺติ นาม น ภเวยฺย. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏเมว กถิตํ.

๗. อรกฺขิตสุตฺตวณฺณนา

๑๑๐. สตฺตเม อวสฺสุตํ โหตีติ ตินฺตํ โหติ. น ภทฺทกํ มรณํ โหตีติ อปาเย ปฏิสนฺธิปจฺจยตาย น ลทฺธกํ โหติ. กาลกิริยาติ ตสฺเสว เววจนํ. สุกฺกปกฺเข สคฺเค ปฏิสนฺธิปจฺจยตาย ภทฺทกํ โหติ ลทฺธกํ. ตํ ปน เอกนฺเตน โสตาปนฺนาทีนํ ติณฺณํ อริยสาวกานํเยว วฏฺฏติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

๘. พฺยาปนฺนสุตฺตวณฺณนา

๑๑๑. อฏฺฐเม พฺยาปนฺนนฺติ ปกติภาวํ ชหิตฺวา ฐิตํ. เสสํ ปุริมสุตฺเต วุตฺตนยเมว.

๙. ปฐมนิทานสุตฺตวณฺณนา

๑๑๒. นวเม นิทานานีติ การณานิ. กมฺมานํ สมุทยายาติ วฏฺฏคามิกมฺมานํ ปิณฺฑกรณตฺถาย. โลภปกตนฺติ โลเภน ปกตํ. สาวชฺชนฺติ สโทสํ. ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตตีติ ตํ กมฺมํ อญฺเญสมฺปิ วฏฺฏคามิกมฺมานํ สมุทยาย ปิณฺฑกรณตฺถาย สํวตฺตติ. น ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธายาติ ตํ ปน กมฺมํ วฏฺฏคามิกมฺมานํ นิโรธตฺถาย น สํวตฺตติ. สุกฺกปกฺเข กมฺมานํ สมุทยายาติ วิวฏฺฏคามิกมฺมานํ สมุทยตฺถาย. อิมินา นเยน สพฺพํ อตฺถโต เวทิตพฺพํ.

๑๐. ทุติยนิทานสุตฺตวณฺณนา

๑๑๓. ทสเม กมฺมานนฺติ วฏฺฏคามิกมฺมานเมว. ฉนฺทราคฏฺฐานิเยติ ฉนฺทราคสฺส การณภูเต. อารพฺภาติ อาคมฺม สนฺธาย ปฏิจฺจ. ฉนฺโทติ ตณฺหาฉนฺโท. โย เจตโส สาราโคติ โย จิตฺตสฺส ราโค รชฺชนา รชฺชิตตฺตํ, เอตมหํ สํโยชนํ วทามิ, พนฺธนํ วทามีติ อตฺโถ. สุกฺกปกฺเข กมฺมานนฺติ วิวฏฺฏคามิกมฺมานํ. ตทภินิวตฺเตตีติ ตํ อภินิวตฺเตติ. ยทา วา เตน วิปาโก ญาโต โหติ วิทิโต, ตทา เต เจว ธมฺเม ตญฺจ วิปากํ อภินิวตฺเตติ. อิมินา จ ปเทน วิปสฺสนา กถิตา, ตทภินิวตฺเตตฺวาติ อิมินา มคฺโค. เจตสา อภินิวิชฺฌิตฺวาติ อิมินา จ มคฺโคว. ปญฺญาย อติวิชฺฌ ปสฺสตีติ สห วิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย นิพฺพิชฺฌิตฺวา ปสฺสติ. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตนฺติ.

สมฺโพธวคฺโค ปฐโม.

(๑๒) ๒. อาปายิกวคฺโค

๑. อาปายิกสุตฺตวณฺณนา

๑๑๔. ทุติยสฺส ปฐเม อปายํ คจฺฉิสฺสนฺตีติ อาปายิกา. นิรยํ คจฺฉิสฺสนฺตีติ เนรยิกา. อิทมปฺปหายาติ อิทํ พฺรหฺมจาริปฏิญฺญตาทึ ปาปธมฺมตฺตยํ อวิชหิตฺวา. พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญติ พฺรหฺมจาริปฏิรูปโก, เตสํ วา อากปฺปํ อวิชหเนน ‘‘อหมฺปิ พฺรหฺมจารี’’ติ เอวํปฏิญฺโญ. อนุทฺธํเสตีติ อกฺโกสติ ปริภาสติ โจเทติ. นตฺถิ กาเมสุ โทโสติ กิเลสกาเมน วตฺถุกาเม เสวนฺตสฺส นตฺถิ โทโส. ปาตพฺยตนฺติ ปิวิตพฺพตํ ปริภุญฺชิตพฺพตํ นิราสงฺเกน จิตฺเตน ปิปาสิตสฺส ปานียปิวนสทิสํ ปริภุญฺชิตพฺพตํ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏเมว กถิตํ.

๒. ทุลฺลภสุตฺตวณฺณนา

๑๑๕. ทุติเย กตญฺญู กตเวทีติ ‘‘อิมินา มยฺหํ กต’’นฺติ เตน กตกมฺมํ ญตฺวา วิทิตํ ปากฏํ กตฺวา ปฏิกรณกปุคฺคโล.

๓. อปฺปเมยฺยสุตฺตวณฺณนา

๑๑๖. ตติเย สุเขน เมตพฺโพติ สุปฺปเมยฺโย. ทุกฺเขน เมตพฺโพติ ทุปฺปเมยฺโย. ปเมตุํ น สกฺโกตีติ อปฺปเมยฺโย. อุนฺนโฬติ อุคฺคตนโฬ, ตุจฺฉมานํ อุกฺขิปิตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. จปโลติ ปตฺตมณฺฑนาทินา จาปลฺเลน สมนฺนาคโต. มุขโรติ มุขขโร. วิกิณฺณวาโจติ อสญฺญตวจโน. อสมาหิโตติ จิตฺเตกคฺคตารหิโต. วิพฺภนฺตจิตฺโตติ ภนฺตจิตฺโต ภนฺตคาวิภนฺตมิคสปฺปฏิภาโค. ปากตินฺทฺริโยติ วิวฏินฺทฺริโย. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

๔. อาเนญฺชสุตฺตวณฺณนา

๑๑๗. จตุตฺเถ ตทสฺสาเทตีติ ตํ ฌานํ อสฺสาเทติ. ตํ นิกาเมตีติ ตเทว ปตฺเถติ. เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชตีติ เตน ฌาเนน ตุฏฺฐึ อาปชฺชติ. ตตฺร ฐิโตติ ตสฺมึ ฌาเน ฐิโต. ตทธิมุตฺโตติ ตตฺเถว อธิมุตฺโต. ตพฺพหุลวิหารีติ เตน พหุลํ วิหรนฺโต. สหพฺยตํ อุปปชฺชตีติ สหภาวํ อุปปชฺชติ, ตสฺมึ เทวโลเก นิพฺพตฺตตีติ อตฺโถ. นิรยมฺปิ คจฺฉตีติอาทิ นิรยาทีหิ อวิปฺปมุตฺตตฺตา อปรปริยายวเสน ตตฺถ คมนํ สนฺธาย วุตฺตํ. น หิ ตสฺส อุปจารชฺฌานโต พลวตรํ อกุสลํ อตฺถิ, เยน อนนฺตรํ อปาเย นิพฺพตฺเตยฺย. ภควโต ปน สาวโกติ โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามีนํ อญฺญตโร. ตสฺมึเยว ภเวติ ตตฺเถว อรูปภเว. ปรินิพฺพายตีติ อปฺปจฺจยปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพายติ. อธิปฺปยาโสติ อธิกปฺปโยโค. เสสเมตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต ปุถุชฺชนสฺส อุปปตฺติชฺฌานํ กถิตํ, อริยสาวกสฺส ตเทว อุปปตฺติชฺฌานญฺจ วิปสฺสนาปาทกชฺฌานญฺจ กถิตํ.

๕. วิปตฺติสมฺปทาสุตฺตวณฺณนา

๑๑๘. ปญฺจเม สีลวิปตฺตีติ สีลสฺส วิปนฺนากาโร. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. นตฺถิ ทินฺนนฺติ ทินฺนสฺส ผลาภาวํ สนฺธาย วทติ. ยิฏฺฐํ วุจฺจติ มหาโยโค. หุตนฺติ ปเหณกสกฺกาโร อธิปฺเปโต. ตมฺปิ อุภยํ ผลาภาวเมว สนฺธาย ปฏิกฺขิปติ. สุกตทุกฺกฏานนฺติ สุกตทุกฺกตานํ, กุสลากุสลานนฺติ อตฺโถ. ผลํ วิปาโกติ ยํ ผลนฺติ วา วิปาโกติ วา วุจฺจติ, ตํ นตฺถีติ วทติ. นตฺถิ อยํ โลโกติ ปรโลเก ฐิตสฺส อยํ โลโก นตฺถิ, นตฺถิ ปโร โลโกติ อิธ โลเก ฐิตสฺสาปิ ปรโลโก นตฺถิ, สพฺเพ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺตีติ ทสฺเสติ. นตฺถิ มาตา นตฺถิ ปิตาติ เตสุ สมฺมาปฏิปตฺติมิจฺฉาปฏิปตฺตีนํ ผลาภาววเสน วทติ. นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกาติ จวิตฺวา อุปฺปชฺชนกสตฺตา นาม นตฺถีติ วทติ. สมฺปทาติ ปาริปูริโย. สีลสมฺปทาติ สีลสฺส ปริปุณฺณอเวกลฺลภาโว. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. อตฺถิ ทินฺนนฺติอาทิ วุตฺตปฏิปกฺขนเยน คเหตพฺพํ.

๖. อปณฺณกสุตฺตวณฺณนา

๑๑๙. ฉฏฺเฐ อปณฺณโก มณีติ ฉหิ ตเลหิ สมนฺนาคโต ปาสโก. สุคตึ สคฺคนฺติ จาตุมหาราชิกาทีสุ อญฺญตรํ สคฺคํ โลกํ. อิมสฺมึ สุตฺเต สีลญฺจ สมฺมาทิฏฺฐิ จาติ อุภยมฺปิ มิสฺสกํ กถิตํ. สตฺตมํ อุตฺตานเมว.

๘. ปฐมโสเจยฺยสุตฺตวณฺณนา

๑๒๑. อฏฺฐเม โสเจยฺยานีติ สุจิภาวา. กายโสเจยฺยนฺติ กายทฺวาเร สุจิภาโว. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. อิเมสุ ปน ปฏิปาฏิยา จตูสุ สุตฺเตสุ อคาริกปฏิปทา กถิตา. โสตาปนฺนสกทาคามีนมฺปิ วฏฺฏติ.

๙. ทุติยโสเจยฺยสุตฺตวณฺณนา

๑๒๒. นวเม อชฺฌตฺตนฺติ นิยกชฺฌตฺตํ. กามจฺฉนฺทนฺติ กามจฺฉนฺทนีวรณํ. พฺยาปาทาทีสุปิ เอเสว นโย. เสสเมตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. คาถาย ปน กายสุจินฺติ กายทฺวาเร สุจึ, กาเยน วา สุจึ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. นินฺหาตปาปกนฺติ สพฺเพ ปาเป นินฺหาเปตฺวา โธวิตฺวา ฐิตํ. อิมินา สุตฺเตนปิ คาถายปิ ขีณาสโวว กถิโตติ.

๑๐. โมเนยฺยสุตฺตวณฺณนา

๑๒๓. ทสเม โมเนยฺยานีติ มุนิภาวา. กายโมเนยฺยนฺติ กายทฺวาเร มุนิภาโว สาธุภาโว ปณฺฑิตภาโว. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, กายโมเนยฺยนฺติ อิทํ ติวิธกายทุจฺจริตปฺปหานํ กายโมเนยฺยํ นาม. อปิจ ติวิธํ กายสุจริตมฺปิ กายโมเนยฺยํ, ตถา กายารมฺมณํ ญาณํ กายโมเนยฺยํ, กายปริญฺญา กายโมเนยฺยํ, ปริญฺญาสหคโต มคฺโค กายโมเนยฺยํ, กาเย ฉนฺทราคสฺส ปหานํ กายโมเนยฺยํ, กายสงฺขารนิโรโธ จตุตฺถชฺฌานสมาปตฺติ กายโมเนยฺยํ. วจีโมเนยฺเยปิ เอเสว นโย.

อยํ ปเนตฺถ วิเสโส – ยถา อิธ จตุตฺถชฺฌานสมาปตฺติ, เอวํ ตตฺถ วจีสงฺขารนิโรโธ ทุติยชฺฌานสมาปตฺติ วจีโมเนยฺยนฺติ เวทิตพฺพา. มโนโมเนยฺยมฺปิ อิมินาว นเยน อตฺถํ ญตฺวา จิตฺตสงฺขารนิโรโธ สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ มโนโมเนยฺยนฺติ เวทิตพฺพา. กายมุนินฺติ กายทฺวาเร มุนึ อุตฺตมํ ปริสุทฺธํ, กาเยน วา มุนึ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย. สพฺพปฺปหายินนฺติ ขีณาสวํ. ขีณาสโว หิ สพฺพปฺปหายี นามาติ.

อาปายิกวคฺโค ทุติโย.

(๑๓) ๓. กุสินารวคฺโค

๑. กุสินารสุตฺตวณฺณนา

๑๒๔. ตติยสฺส ปฐเม กุสินารายนฺติ เอวํนามเก นคเร. พลิหรเณ วนสณฺเฑติ เอวํนามเก วนสณฺเฑ. ตตฺถ กิร ภูตพลิกรณตฺถํ พลึ หรนฺติ, ตสฺมา พลิหรณนฺติ วุจฺจติ. อากงฺขมาโนติ อิจฺฉมาโน. สหตฺถาติ สหตฺเถน. สมฺปวาเรตีติ อลํ อลนฺติ วาจาย เจว หตฺถวิกาเรน จ ปฏิกฺขิปาเปติ. สาธุ วต มายนฺติ สาธุ วต มํ อยํ. คถิโตติ ตณฺหาเคเธน คถิโต. มุจฺฉิโตติ ตณฺหามุจฺฉนายเยว มุจฺฉิโต. อชฺโฌปนฺโนติ ตณฺหาย คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา ปวตฺโต. อนิสฺสรณปญฺโญติ ฉนฺทราคํ ปหาย สํกฑฺฒิตฺวา ปริภุญฺชนฺโต นิสฺสรณปญฺโญ นาม โหติ, อยํ น ตาทิโส, สจฺฉนฺทราโค ปริภุญฺชตีติ อนิสฺสรณปญฺโญ. สุกฺกปกฺโข วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺโพ. เนกฺขมฺมวิตกฺกาทโย ปเนตฺถ มิสฺสกา กถิตาติ เวทิตพฺพา.

๒. ภณฺฑนสุตฺตวณฺณนา

๑๒๕. ทุติเย ปชหึสูติ ปชหนฺติ. พหุลมกํสูติ ปุนปฺปุนํ กโรนฺติ. อิธาปิ ตโย วิตกฺกา มิสฺสกาว กถิตา.

๓. โคตมกเจติยสุตฺตวณฺณนา

๑๒๖. ตติเย โคตมเก เจติเยติ โคตมกยกฺขสฺส ภวเน. ตถาคโต หิ ปฐมโพธิยํ วีสติ วสฺสานิ กทาจิ จาปาเล เจติเย, กทาจิ สารนฺทเท, กทาจิ พหุปุตฺเต, กทาจิ โคตมเกติ เอวํ เยภุยฺเยน เทวกุเลสุเยว วิหาสิ. อิมสฺมึ ปน กาเล เวสาลึ อุปนิสฺสาย โคตมกสฺส ยกฺขสฺส ภวนฏฺฐาเน วิหาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘โคตมเก เจติเย’’ติ. เอตทโวจาติ เอตํ ‘‘อภิญฺญายาห’’นฺติอาทิกํ สุตฺตํ อโวจ.

อิทญฺจ ภควตา สุตฺตํ อตฺถุปฺปตฺติยํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. กตรอตฺถุปฺปตฺติยนฺติ? มูลปริยายอตฺถุปฺปตฺติยํ (ม. นิ. ๑.๑ อาทโย). สมฺพหุลา กิร พฺราหฺมณปพฺพชิตา อตฺตนา อุคฺคหิตพุทฺธวจนํ นิสฺสาย ชานนมทํ อุปฺปาเทตฺวา ธมฺมสฺสวนคฺคํ น คจฺฉนฺติ – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ กเถนฺโต อเมฺหหิ ญาตเมว กเถสฺสติ, โน อญฺญาต’’นฺติ. ภิกฺขู ตถาคตสฺส อาโรเจสุํ. สตฺถา เต ภิกฺขู ปกฺโกสาเปตฺวา มุขปฏิญฺญํ คเหตฺวา มูลปริยายํ เทเสสิ. เต ภิกฺขู เทสนาย เนว อาคตฏฺฐานํ, น คตฏฺฐานํ อทฺทสํสุ. อปสฺสนฺตา ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ‘มยฺหํ กถา นิยฺยาตี’ติ มุขสมฺปตฺตเมว กเถตี’’ติ จินฺตยึสุ. สตฺถา เตสํ มนํ ชานิตฺวา อิมํ สุตฺตนฺตํ อารภิ.

ตตฺถ อภิญฺญายาติ ‘‘อิเม ปญฺจกฺขนฺธา, ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส ธาตุโย, พาวีสตินฺทฺริยานิ, จตฺตาริ สจฺจานิ, นว เหตู, สตฺต ผสฺสา, สตฺต เวทนา, สตฺต เจตนา, สตฺต สญฺญา, สตฺต จิตฺตานี’’ติ ชานิตฺวา ปฏิวิชฺฌิตฺวา ปจฺจกฺขํ กตฺวา, ตถา – ‘‘อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติอาทินา นเยน เต เต ธมฺเม ชานิตฺวา ปฏิวิชฺฌิตฺวา ปจฺจกฺขเมว กตฺวาติ อตฺโถ. สนิทานนฺติ สปฺปจฺจยเมว กตฺวา กเถมิ, โน อปฺปจฺจยํ. สปฺปาฏิหาริยนฺติ ปจฺจนีกปฏิหรเณน สปฺปาฏิหาริยเมว กตฺวา กเถมิ, โน อปฺปาฏิหาริยํ. อลญฺจ ปน โวติ ยุตฺตญฺจ ปน ตุมฺหากํ. ตุฏฺฐิยาติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’’ติ ตีณิ รตนานิ คุณโต อนุสฺสรนฺตานํ ตุมฺหากํ ยุตฺตเมว ตุฏฺฐึ กาตุนฺติ อตฺโถ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย.

อกมฺปิตฺถาติ ฉหิ อากาเรหิ อกมฺปิตฺถ. เอวรูโป หิ ปถวิกมฺโป โพธิมณฺเฑปิ อโหสิ. โพธิสตฺเต กิร ทกฺขิณทิสาภาเคน โพธิมณฺฑํ อภิรุเฬฺห ทกฺขิณทิสาภาโค เหฏฺฐา อวีจึ ปาปุณนฺโต วิย อโหสิ, อุตฺตรภาโค อุคฺคนฺตฺวา ภวคฺคํ อภิหนนฺโต วิย. ปจฺฉิมทิสํ คเต ปจฺฉิมภาโค เหฏฺฐา อวีจึ ปาปุณนฺโต วิย อโหสิ, ปาจีนภาโค อุคฺคนฺตฺวา ภวคฺคํ อภิหนนฺโต วิย. อุตฺตรทิสํ คเต อุตฺตรทิสาภาโค เหฏฺฐา อวีจึ ปาปุณนฺโต วิย, ทกฺขิณทิสาภาโค อุคฺคนฺตฺวา ภวคฺคํ อภิหนนฺโต วิย. ปาจีนทิสํ คเต ปาจีนทิสาภาโค เหฏฺฐา อวีจึ ปาปุณนฺโต วิย, ปจฺฉิมภาโค อุคฺคนฺตฺวา ภวคฺคํ อภิหนนฺโต วิย. โพธิรุกฺโขปิ สกึ เหฏฺฐา อวีจึ ปาปุณนฺโต วิย, สกึ อุคฺคนฺตฺวา ภวคฺคํ อภิหนนฺโต วิย. ตสฺมิมฺปิ ทิวเส เอวํ ฉหิ อากาเรหิ จกฺกวาฬสหสฺสี มหาปถวี อกมฺปิตฺถ.

๔. ภรณฺฑุกาลามสุตฺตวณฺณนา

๑๒๗. จตุตฺเถ เกวลกปฺปนฺติ สกลกปฺปํ. อนฺวาหิณฺฑนฺโตติ วิจรนฺโต. นาทฺทสาติ กึ การณา น อทฺทส? อยํ กิร ภรณฺฑุ กาลาโม สกฺยานํ อคฺคปิณฺฑํ ขาทนฺโต วิจรติ. ตสฺส วสนฏฺฐานํ สมฺปตฺตกาเล เอกา ธมฺมเทสนา สมุฏฺฐหิสฺสตีติ ญตฺวา ภควา เอวํ อธิฏฺฐาสิ, ยถา อญฺโญ อาวสโถ น ปญฺญายิตฺถ. ตสฺมา น อทฺทส. ปุราณสพฺรหฺมจารีติ โปราณโก สพฺรหฺมจารี. โส กิร อาฬารกาลามกาเล ตสฺมึเยว อสฺสเม อโหสิ, ตํ สนฺธาเยวมาห. สนฺถรํ ปญฺญาเปหีติ สนฺถริตพฺพํ สนฺถราหีติ อตฺโถ. สนฺถรํ ปญฺญาเปตฺวาติ กปฺปิยมญฺจเก ปจฺจตฺถรณํ ปญฺญาเปตฺวา. กามานํ ปริญฺญํ ปญฺญาเปตีติ เอตฺถ ปริญฺญา นาม สมติกฺกโม, ตสฺมา กามานํ สมติกฺกมํ ปฐมชฺฌานํ ปญฺญาเปติ. น รูปานํ ปริญฺญนฺติ รูปานํ สมติกฺกมภูตํ อรูปาวจรสมาปตฺตึ น ปญฺญาเปติ. น เวทนานํ ปริญฺญนฺติ เวทนานํ สมติกฺกมํ นิพฺพานํ น ปญฺญาเปติ. นิฏฺฐาติ คติ นิปฺผตฺติ. อุทาหุ ปุถูติ อุทาหุ นานา.

๕. หตฺถกสุตฺตวณฺณนา

๑๒๘. ปญฺจเม อภิกฺกนฺตาย รตฺติยาติ เอตฺถ อภิกฺกนฺตสทฺโท ขยสุนฺทราภิรูปอพฺภนุโมทนาทีสุ ทิสฺสติ. ตตฺถ ‘‘อภิกฺกนฺตา, ภนฺเต, รตฺติ, นิกฺขนฺโต ปฐโม ยาโม, จิรนิสินฺโน ภิกฺขุสงฺโฆ, อุทฺทิสตุ, ภนฺเต, ภควา ภิกฺขูนํ ปาติโมกฺข’’นฺติ เอวมาทีสุ ขเย ทิสฺสติ. ‘‘อยํ อิเมสํ จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จา’’ติ เอวมาทีสุ (อ. นิ. ๔.๑๐๐) สุนฺทเร.

‘‘โก เม วนฺทติ ปาทานิ, อิทฺธิยา ยสสา ชลํ;

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, สพฺพา โอภาสยํ ทิสา’’ติ. (วิ. ว. ๘๕๗) –

เอวมาทีสุ อภิรูเป. ‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตมา’’ติ เอวมาทีสุ (ปารา. ๑๕) อพฺภนุโมทเน. อิธ ปน สุนฺทเร. เตน อภิกฺกนฺตาย รตฺติยาติ อิฏฺฐาย กนฺตาย มนาปาย รตฺติยาติ วุตฺตํ โหติ. อภิกฺกนฺตวณฺณาติ อิธ อภิกฺกนฺตสทฺโท อภิรูเป, วณฺณสทฺโท ปน ฉวิถุติกุลวคฺคการณสณฺฐานปมาณรูปายตนาทีสุ ทิสฺสติ. ตตฺถ ‘‘สุวณฺณวณฺโณสิ ภควา’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๒.๓๙๙; สุ. นิ. ๕๕๓) ฉวิยํ. ‘‘กทา สญฺญูฬฺหา ปน เต คหปติ สมณสฺส โคตมสฺส วณฺณา’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๒.๗๗) ถุติยํ. ‘‘จตฺตาโรเม, โภ โคตม, วณฺณา’’ติ เอวมาทีสุ (ที. นิ. ๓.๑๑๕) กุลวคฺเค. ‘‘อถ เกน นุ วณฺเณน, คนฺธตฺเถโนติ วุจฺจตี’’ติ เอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๒๓๔) การเณ. ‘‘มหนฺตํ หตฺถิราชวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา’’ติ เอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๓๘) สณฺฐาเน. ‘‘ตโย ปตฺตสฺส วณฺณา’’ติ เอวมาทีสุ (ปารา. ๖๐๒) ปมาเณ. ‘‘วณฺโณ คนฺโธ รโส โอชา’’ติ เอวมาทีสุ รูปายตเน. โส อิธ ฉวิยา ทฏฺฐพฺโพ. เตน อภิกฺกนฺตวณฺณาติ อภิรูปจฺฉวิ, อิฏฺฐวณฺณา มนาปวณฺณาติ วุตฺตํ โหติ.

เกวลกปฺปนฺติ เอตฺถ เกวลสทฺโท อนวเสสเยภุยฺยาพฺยามิสฺสานติเรกทฬฺหตฺถวิสํโยคาทิอเนกตฺโถ. ตถา หิสฺส ‘‘เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริย’’นฺติ เอวมาทีสุ (ปารา. ๑) อนวเสสตา อตฺโถ. ‘‘เกวลกปฺปา จ องฺคมคธา ปหูตํ ขาทนียํ โภชนียํ อาทาย อุปสงฺกมิสฺสนฺตี’’ติ เอวมาทีสุ (มหาว. ๔๓) เยภุยฺยตา. ‘‘เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตี’’ติ เอวมาทีสุ (วิภ. ๒๒๕) อพฺยามิสฺสตา. ‘‘เกวลํ สทฺธามตฺตกํ นูน อยมายสฺมา’’ติ เอวมาทีสุ (มหาว. ๒๔๔) อนติเรกตา. ‘‘อายสฺมโต, ภนฺเต, อนุรุทฺธสฺส พาหิโย นาม สทฺธิวิหาริโก เกวลกปฺปํ สงฺฆเภทาย ฐิโต’’ติ เอวมาทีสุ (อ. นิ. ๔.๒๔๓) ทฬฺหตฺถตา. ‘‘เกวลี วุสิตวา อุตฺตมปุริโสติ วุจฺจตี’’ติ เอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๕๗) วิสํโยโค. อิธ ปน อนวเสสตา อตฺโถติ อธิปฺเปตา.

กปฺปสทฺโท ปนายํ อภิสทฺทหนโวหารกาลปญฺญตฺติเฉทนวิกปฺปเลสสมนฺตภาวาทิอเนกตฺโถ. ตถา หิสฺส ‘‘โอกปฺปนิยเมตํ โภโต โคตมสฺส, ยถา ตํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) อภิสทฺทหนมตฺโถ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ สมณกปฺเปหิ ผลํ ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ เอวมาทีสุ (จูฬว. ๒๕๐) โวหาโร. ‘‘เยน สุทํ นิจฺจกปฺปํ วิหรามี’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) กาโล. ‘‘อิจฺจายสฺมา กปฺโป’’ติ เอวมาทีสุ (สุ. นิ. ๑๐๙๘; จูฬนิ. กปฺปมาณวปุจฺฉา ๑๑๗, กปฺปมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๖๑) ปญฺญตฺติ. ‘‘อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสู’’ติ เอวมาทีสุ (ชา. ๒.๒๒.๑๓๖๘; วิ. ว. ๑๐๙๔) เฉทนํ. ‘‘กปฺปติ ทฺวงฺคุลกปฺโป’’ติ เอวมาทีสุ (จูฬว. ๔๔๖) วิกปฺโป. ‘‘อตฺถิ กปฺโป นิปชฺชิตุ’’นฺติ เอวมาทีสุ (อ. นิ. ๘.๘๐) เลโส. ‘‘เกวลกปฺปํ เวฬุวนํ โอภาเสตฺวา’’ติ เอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๙๔) สมนฺตภาโว. อิธ ปนสฺส สมนฺตภาโว อตฺโถ อธิปฺเปโต. ตสฺมา เกวลกปฺปํ เชตวนนฺติ เอตฺถ อนวเสสํ สมนฺตโต เชตวนนฺติ อตฺโถ.

โอภาเสตฺวาติ อาภาย ผริตฺวา. วาลุกายาติ สณฺหาย วาลุกาย. น สณฺฐาตีติ น ปติฏฺฐาติ. โอฬาริกนฺติ พฺรหฺมเทวตาย หิ ปถวิยํ ปติฏฺฐานกาเล อตฺตภาโว โอฬาริโก มาเปตุํ วฏฺฏติ ปถวี วา, ตสฺมา เอวมาห. ธมฺมาติ อิมินา ปุพฺเพ อุคฺคหิตพุทฺธวจนํ ทสฺเสติ. นปฺปวตฺติโน อเหสุนฺติ สชฺฌายมูฬฺหกา วาจา ปริหีนาเยว อเหสุํ. อปฺปฏิวาโนติ อนิวตฺโต อนุกฺกณฺฐิโต.

ทสฺสนสฺสาติ จกฺขุวิญฺญาเณน ทสฺสนสฺส. อุปฏฺฐานสฺสาติ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐานสฺส. อธิสีลนฺติ ทสวิธํ สีลํ. ตญฺหิ ปญฺจสีลํ อุปาทาย อธิสีลนฺติ วุจฺจติ. อวิหํ คโตติ อวิหพฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโตสฺมีติ ทสฺเสติ.

๖. กฏุวิยสุตฺตวณฺณนา

๑๒๙. ฉฏฺเฐ โคโยคปิลกฺขสฺมินฺติ คาวีนํ วิกฺกยฏฺฐาเน อุฏฺฐิตปิลกฺขสฺส สนฺติเก. ริตฺตสฺสาทนฺติ ฌานสุขาภาเวน ริตฺตสฺสาทํ. พาหิรสฺสาทนฺติ กามคุณสุขวเสน พาหิรสฺสาทํ. กฏุวิยนฺติ อุจฺฉิฏฺฐํ. อามคนฺเธนาติ โกธสงฺขาเตน วิสฺสคนฺเธน. อวสฺสุตนฺติ ตินฺตํ. มกฺขิกาติ กิเลสมกฺขิกา. นานุปติสฺสนฺตีติ อุฏฺฐาย น อนุพนฺธิสฺสนฺติ. นานฺวาสฺสวิสฺสนฺตีติ อนุพนฺธิตฺวา น ขาทิสฺสนฺติ. สํเวคมาปาทีติ โสตาปนฺโน ชาโต.

กฏุวิยกโตติ อุจฺฉิฏฺฐกโต. อารกา โหตีติ ทูเร โหติ. วิฆาตสฺเสว ภาควาติ ทุกฺขสฺเสว ภาคี. จเรตีติ จรติ คจฺฉติ. ทุมฺเมโธติ ทุปฺปญฺโญ. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏเมว กถิตํ, คาถาสุ วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตนฺติ. สตฺตเม วฏฺฏเมว ภาสิตํ.

๘. ทุติยอนุรุทฺธสุตฺตวณฺณนา

๑๓๑. อฏฺฐเม อิทํ เต มานสฺมินฺติ อยํ เต นววิเธน วฑฺฒิตมาโนติ อตฺโถ. อิทํ เต อุทฺธจฺจสฺมินฺติ อิทํ ตว อุทฺธจฺจํ จิตฺตสฺส อุทฺธตภาโว. อิทํ เต กุกฺกุจฺจสฺมินฺติ อิทํ ตว กุกฺกุจฺจํ.

๙. ปฏิจฺฉนฺนสุตฺตวณฺณนา

๑๓๒. นวเม อาวหนฺตีติ นิยฺยนฺติ. ปฏิจฺฉนฺโน อาวหตีติ ปฏิจฺฉนฺโนว หุตฺวา นิยฺยาติ. วิวโฏ วิโรจตีติ เอตฺถ เอกโต อุภโต อตฺตโต สพฺพตฺถกโตติ จตุพฺพิธา วิวฏตา เวทิตพฺพา. ตตฺถ เอกโต วิวฏํ นาม อสาธารณสิกฺขาปทํ. อุภโต วิวฏํ นาม สาธารณสิกฺขาปทํ. อตฺตโต วิวฏํ นาม ปฏิลทฺธธมฺมคุโณ. สพฺพตฺถกวิวฏํ นาม เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ.

๑๐. เลขสุตฺตวณฺณนา

๑๓๓. ทสเม อภิณฺหนฺติ อภิกฺขณํ นิรนฺตรํ. อาคาเฬฺหนาติ คาเฬฺหน กกฺขเฬน. ผรุเสนาติ ผรุสวจเนน. คาฬฺหํ กตฺวา ผรุสํ กตฺวา วุจฺจมาโนปีติ อตฺโถ. อมนาเปนาติ มนํ อนลฺลียนฺเตน อวฑฺฒนฺเตน. สนฺธิยติเมวาติ ฆฏิยติเยว. สํสนฺทติเมวาติ นิรนฺตโรว โหติ. สมฺโมทติเมวาติ เอกีภาวเมว คจฺฉติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

กุสินารวคฺโค ตติโย.

(๑๔) ๔. โยธาชีววคฺโค

๑. โยธาชีวสุตฺตวณฺณนา

๑๓๔. จตุตฺถสฺส ปฐเม ยุทฺธํ อุปชีวตีติ โยธาชีโว. ราชารโหติ รญฺโญ อนุจฺฉวิโก. ราชโภคฺโคติ รญฺโญ อุปโภคปริโภโค. องฺคนฺเตว สงฺขฺยํ คจฺฉตีติ หตฺโถ วิย ปาโท วิย จ อวสฺสํ อิจฺฉิตพฺพตฺตา องฺคนฺติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ. ทูเร ปาตี โหตีติ อุทเก อุสภมตฺตํ, ถเล อฏฺฐุสภมตฺตํ, ตโต วา อุตฺตรินฺติ ทูเร กณฺฑํ ปาเตติ. ทุฏฺฐคามณิอภยสฺส หิ โยธาชีโว นวอุสภมตฺตํ กณฺฑํ ปาเตสิ, ปจฺฉิมภเว โพธิสตฺโต โยชนปฺปมาณํ. อกฺขณเวธีติ อวิราธิตเวธี, อกฺขณํ วา วิชฺชุ วิชฺชนฺตริกาย วิชฺฌิตุํ สมตฺโถติ อตฺโถ. มหโต กายสฺส ปทาเลตาติ เอกโตพทฺธํ ผลกสตมฺปิ มหึสจมฺมสตมฺปิ องฺคุฏฺฐปมาณพหลํ โลหปฏฺฏมฺปิ จตุรงฺคุลพหลํ อสนปทรมฺปิ วิทตฺถิพหลํ อุทุมฺพรปทรมฺปิ ทีฆนฺเตน วาลิกสกฏมฺปิ วินิวิชฺฌิตุํ สมตฺโถติ อตฺโถ. ยํกิญฺจิ รูปนฺติอาทิ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตเมว. เนตํ มมาติอาทิ ตณฺหามานทิฏฺฐิปฏิกฺเขปวเสน วุตฺตํ. สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสตีติ สมฺมา เหตุนา การเณน สหวิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย ปสฺสติ. ปทาเลตีติ อรหตฺตมคฺเคน ปทาเลติ.

๒. ปริสาสุตฺตวณฺณนา

๑๓๕. ทุติเย อุกฺกาจิตวินีตาติ อปฺปฏิปุจฺฉิตฺวา วินีตา ทุพฺพินีตปริสา. ปฏิปุจฺฉาวินีตาติ ปุจฺฉิตฺวา วินีตา สุวินีตปริสา. ยาวตาวินีตาติ ปมาณวเสน วินีตา, ปมาณํ ญตฺวา วินีตปริสาติ อตฺโถ. ‘‘ยาวตชฺฌา’’ติ ปาฬิยา ปน ยาว อชฺฌาสยาติ อตฺโถ, อชฺฌาสยํ ญตฺวา วินีตปริสาติ วุตฺตํ โหติ. ตติยํ อุตฺตานเมว.

๔. อุปฺปาทาสุตฺตวณฺณนา

๑๓๗. จตุตฺเถ ธมฺมฏฺฐิตตาติ สภาวฏฺฐิตตา. ธมฺมนิยามตาติ สภาวนิยามตา. สพฺเพ สงฺขาราติ จตุภูมกสงฺขารา. อนิจฺจาติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา. ทุกฺขาติ สมฺปฏิปีฬนฏฺเฐน ทุกฺขา. อนตฺตาติ อวสวตฺตนฏฺเฐน อนตฺตา. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต ตีณิ ลกฺขณานิ มิสฺสกานิ กถิตานิ.

๕. เกสกมฺพลสุตฺตวณฺณนา

๑๓๘. ปญฺจเม ตนฺตาวุตานํ วตฺถานนฺติ ปจฺจตฺเต สามิวจนํ, ตนฺเตหิ วายิตวตฺถานีติ อตฺโถ. เกสกมฺพโลติ มนุสฺสเกเสหิ วายิตกมฺพโล. ปุถุสมณพฺราหฺมณวาทานนฺติ อิทมฺปิ ปจฺจตฺเต สามิวจนํ. ปฏิกิฏฺโฐติ ปจฺฉิมโก ลามโก. โมฆปุริโสติ ตุจฺฉปุริโส. ปฏิพาหตีติ ปฏิเสเธติ. ขิปฺปํ อุฑฺเฑยฺยาติ กุมินํ โอฑฺเฑยฺย. ฉฏฺฐสตฺตมานิ อุตฺตานตฺถาเนว.

๘. อสฺสขฬุงฺกสุตฺตวณฺณนา

๑๔๑. อฏฺฐเม อสฺสขฬุงฺโกติ อสฺสโปโต. อิทมสฺส ชวสฺมึ วทามีติ อยมสฺส ญาณชโวติ วทามิ. อิทมสฺส วณฺณสฺมึ วทามีติ อยมสฺส คุณวณฺโณติ วทามิ. อิทมสฺส อาโรหปริณาหสฺมินฺติ อยมสฺส อุจฺจภาโว ปริมณฺฑลภาโวติ วทามีติ.

๙. อสฺสปรสฺสสุตฺตวณฺณนา

๑๔๒. นวเม อสฺสปรสฺเสติ อสฺเสสุ ปรสฺเส. ปุริสปรสฺเสติ ปุริเสสุ ปรสฺเส, ปุริสปุริเสติ อตฺโถ. อิมสฺมึ สุตฺเต ตีณิ มคฺคผลานิ กถิตานิ. ตตฺถ อยํ ตีหิ มคฺเคหิ ญาณชวสมฺปนฺโนติ เวทิตพฺโพ.

๑๐. อสฺสาชานียสุตฺตวณฺณนา

๑๔๓. ทสเม ภเทฺรติ ภทฺทเก. อสฺสาชานีเยติ การณาการณํ ชานนเก อสฺเส. ปุริสาชานีเยสุปิ เอเสว นโย. อิมสฺมึ สุตฺเต อรหตฺตผลํ กถิตํ. ตตฺรายํ อรหตฺตมคฺเคน ญาณชวสมฺปนฺโนติ เวทิตพฺโพ.

๑๑. ปฐมโมรนิวาปสุตฺตวณฺณนา

๑๔๔. เอกาทสเม อจฺจนฺตนิฏฺโฐติ อนฺตํ อติกฺกนฺตนิฏฺโฐ, อกุปฺปนิฏฺโฐ ธุวนิฏฺโฐติ อตฺโถ. เสสํ สทิสเมว.

๑๒. ทุติยโมรนิวาปสุตฺตวณฺณนา

๑๔๕. ทฺวาทสเม อิทฺธิปาฏิหาริเยนาติ อิชฺฌนกปาฏิหาริเยน. อาเทสนาปาฏิหาริเยนาติ อาทิสิตฺวา อปทิสิตฺวา กถนอนุกถนกถาปาฏิหาริเยน.

๑๓. ตติยโมรนิวาปสุตฺตวณฺณนา

๑๔๖. เตรสเม สมฺมาทิฏฺฐิยาติ ผลสมาปตฺตตฺถาย สมฺมาทิฏฺฐิยา. สมฺมาญาเณนาติ ผลญาเณน. สมฺมาวิมุตฺติยาติ เสเสหิ ผลสมาปตฺติธมฺเมหิ. อิเมสุ ตีสุปิ สุตฺเตสุ ขีณาสโวว กถิโตติ.

โยธาชีววคฺโค จตุตฺโถ.

(๑๕) ๕. มงฺคลวคฺโค

๑-๙. อกุสลสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๔๗-๑๕๕. ปญฺจมสฺส ปฐเม ยถาภตํ นิกฺขิตฺโตติ ยถา อาเนตฺวา ฐปิโต. ทุติเย สาวชฺเชนาติ สโทเสน. ตติเย วิสเมนาติ สปกฺขลเนน. สเมนาติ อปกฺขลเนน. จตุตฺเถ อสุจินาติ คูถสทิเสน อปริสุทฺเธน อเมชฺเฌน. สุจินาติ ปริสุทฺเธน เมชฺเฌน. ปญฺจมาทีนิ อุตฺตานาเนว.

๑๐. ปุพฺพณฺหสุตฺตวณฺณนา

๑๕๖. ทสเม สุนกฺขตฺตนฺติอาทีสุ ยสฺมึ ทิวเส ตโย สุจริตธมฺมา ปูริตา โหนฺติ, โส ทิวโส ลทฺธนกฺขตฺตโยโค นาม, เตนสฺส สทา สุนกฺขตฺตํ นาม โหตีติ วุจฺจติ. เสฺวว ทิวโส กตมงฺคโล นาม โหติ, เตนสฺส สทา สุมงฺคลนฺติ วุจฺจติ. ปภาตมฺปิสฺส สทา สุปฺปภาตเมว, สยนโต อุฏฺฐานมฺปิ สุหุฏฺฐิตเมว, ขโณปิ สุกฺขโณว, มุหุตฺโตปิ สุมุหุตฺโตว. เอตฺถ จ ทสจฺฉรปมาโณ กาโล ขโณ นาม, เตน ขเณน ทสกฺขโณ กาโล ลโย นาม, เตน ลเยน จ ทสลโย กาโล ขณลโย นาม, เตน ทสคุโณ มุหุตฺโต นาม, เตน ทสคุโณ ขณมุหุตฺโต นามาติ อยํ วิภาโค เวทิตพฺโพ. สุยิฏฺฐํ พฺรหฺมจาริสูติ ยสฺมึ ทิวเส ตีณิ สุจริตานิ ปูริตานิ, ตทาสฺส เสฏฺฐจารีสุ ทินฺนทานํ สุยิฏฺฐํ นาม โหติ. ปทกฺขิณํ กายกมฺมนฺติ ตํ ทิวสํ เตน กตํ กายกมฺมํ วฑฺฒิกายกมฺมํ นาม โหติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ปทกฺขิณานิ กตฺวานาติ วฑฺฒิยุตฺตานิ กายกมฺมาทีนิ กตฺวา. ลภนฺตตฺเถ ปทกฺขิเณติ ปทกฺขิเณ วฑฺฒิอตฺเถเยว ลภติ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.

มงฺคลวคฺโค ปญฺจโม.

ตติยปณฺณาสกํ นิฏฺฐิตํ.