.นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.

องฺคุตฺตรนิกาเย

ติกนิปาต-อฏฺฐกถา

๑. ปฐมปณฺณาสกํ

๑. พาลวคฺโค

๑. ภยสุตฺตวณฺณนา

๑. ติกนิปาตสฺส ปฐเม ภยานีติอาทีสุ ภยนฺติ จิตฺตุตฺราโส. อุปทฺทโวติ อเนกคฺคตากาโร. อุปสคฺโคติ อุปสฏฺฐากาโร ตตฺถ ตตฺถ ลคฺคนากาโร.

เตสํ เอวํ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ – ปพฺพตวิสมนิสฺสิตา โจรา ชนปทวาสีนํ เปเสนฺติ – ‘‘มยํ อสุกทิวเส นาม ตุมฺหากํ คามํ ปหริสฺสามา’’ติ. เต ตํ ปวตฺตึ สุตกาลโต ปฏฺฐาย ภยํ สนฺตาสํ อาปชฺชนฺติ. อยํ จิตฺตุตฺราโส นาม. ‘‘ยถา โน เต โจรา กุปิตา อนตฺถมฺปิ อาวเหยฺยุ’’นฺติ หตฺถสารํ คเหตฺวา ทฺวิปทจตุปฺปเทหิ สทฺธึ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ภูมิยํ นิปชฺชนฺติ ฑํสมกสาทีหิ ขชฺชมานา, คุมฺพนฺตรานิ ปวิสนฺตา ขาณุกณฺฏเก มทฺทนฺติ. เตสํ เอวํ วิจรนฺตานํ วิกฺขิตฺตภาโว อเนกคฺคตากาโร นาม. ตโต โจเรสุ ยถาวุตฺเต ทิวเส อนาคจฺฉนฺเตสุ ‘‘ตุจฺฉกสาสนํ ภวิสฺสติ, คามํ ปวิสิสฺสามา’’ติ สปริกฺขารา คามํ ปวิสนฺติ. อถ เตสํ ปวิฏฺฐภาวํ ญตฺวา คามํ ปริวาเรตฺวา ทฺวาเร อคฺคึ ทตฺวา มนุสฺเส ฆาเตตฺวา โจรา สพฺพํ วิภวํ วิลุมฺปิตฺวา คจฺฉนฺติ. เตสุ ฆาติตาวเสสา อคฺคึ นิพฺพาเปตฺวา โกฏฺฐกจฺฉายาภิตฺติจฺฉายาทีสุ ตตฺถ ตตฺถ ลคฺคิตฺวา นิสีทนฺติ นฏฺฐํ อนุโสจมานา. อยํ อุปสฏฺฐากาโร ลคฺคนากาโร นาม.

นฬาคาราติ นเฬหิ ฉนฺนปฏิจฺฉนฺนอคารา. เสสสมฺภารา ปเนตฺถ รุกฺขมยา โหนฺติ. ติณาคาเรปิ เอเสว นโย. กูฏาคารานีติ กูฏสงฺคหิตานิ อคารานิ. อุลฺลิตฺตาวลิตฺตานีติ อนฺโต จ พหิ จ ลิตฺตานิ. นิวาตานีติ นิวาริตวาตปฺปเวสานิ. ผุสิตคฺคฬานีติ เฉเกหิ วฑฺฒกีหิ กตตฺตา ปิฏฺฐสงฺฆาฏมฺหิ สุฏฺฐุ ผุสิตกวาฏานิ. ปิหิตวาตปานานีติ ยุตฺตวาตปานานิ. อิมินา ปททฺวเยน กวาฏวาตปานานํ นิจฺจปิหิตตํ อกเถตฺวา สมฺปตฺติเยว กถิตา. อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ปน ตานิ ปิธียนฺติ จ วิวรียนฺติ จ.

พาลโต อุปฺปชฺชนฺตีติ พาลเมว นิสฺสาย อุปฺปชฺชนฺติ. พาโล หิ อปณฺฑิตปุริโส รชฺชํ วา โอปรชฺชํ วา อญฺญํ วา ปน มหนฺตํ ฐานํ ปตฺเถนฺโต กติปเย อตฺตนา สทิเส วิธวปุตฺเต มหาธุตฺเต คเหตฺวา ‘‘เอถ อหํ ตุเมฺห อิสฺสเร กริสฺสามี’’ติ ปพฺพตคหนาทีนิ นิสฺสาย อนฺตมนฺเต คาเม ปหรนฺโต ทามริกภาวํ ชานาเปตฺวา อนุปุพฺเพน นิคเมปิ ชนปเทปิ ปหรติ. มนุสฺสา เคหานิ ฉฑฺเฑตฺวา เขมฏฺฐานํ ปตฺถยมานา ปกฺกมนฺติ. เต นิสฺสาย วสนฺตา ภิกฺขูปิ ภิกฺขุนิโยปิ อตฺตโน อตฺตโน วสนฏฺฐานานิ ปหาย ปกฺกมนฺติ. คตคตฏฺฐาเน ภิกฺขาปิ เสนาสนมฺปิ ทุลฺลภํ โหติ. เอวํ จตุนฺนมฺปิ ปริสานํ ภยํ อาคตเมว โหติ. ปพฺพชฺชิเตสุปิ เทฺว พาลา ภิกฺขู อญฺญมญฺญํ วิวาทํ ปฏฺฐเปตฺวา โจทนํ อารภนฺติ. อิติ โกสมฺพิวาสิกานํ วิย มหากลโห อุปฺปชฺชติ. จตุนฺนํ ปริสานํ ภยํ อาคตเมว โหตีติ เอวํ ยานิ กานิจิ ภยานิ อุปฺปชฺชนฺติ, สพฺพานิ ตานิ พาลโต อุปฺปชฺชนฺตีติ ยถานุสนฺธินา เทสนํ นิฏฺฐเปสิ.

๒. ลกฺขณสุตฺตวณฺณนา

๒. ทุติเย กายทฺวาราทิปวตฺตํ กมฺมํ ลกฺขณํ สญฺชานนการณํ อสฺสาติ กมฺมลกฺขโณ. อปทานโสภนี ปญฺญาติ ยา ปญฺญา นาม อปทาเนน โสภติ, พาลา จ ปณฺฑิตา จ อตฺตโน อตฺตโน จริเตเนว ปากฏา โหนฺตีติ อตฺโถ. พาเลน หิ คตมคฺโค รุกฺขคจฺฉคามนิคมาทีนิ ฌาเปตฺวา คจฺฉนฺตสฺส อินฺทคฺคิโน คตมคฺโค วิย โหติ, ฌามฏฺฐานมตฺตเมว องฺคารมสิฉาริกาสมากุลํ ปญฺญายติ. ปณฺฑิเตน คตมคฺโค กุโสพฺภาทโย ปูเรตฺวา วิวิธสสฺสสมฺปทํ อาวหมาเนน จตุทีปิกเมเฆน คตมคฺโค วิย โหติ. ยถา เตน คตมคฺเค อุทกปูรานิ เจว วิวิธสสฺสผลาผลานิ จ ตานิ ตานิ ฐานานิ ปญฺญายนฺติ, เอวํ ปณฺฑิเตน คตมคฺเค สมฺปตฺติโยว ปญฺญายนฺติ โน วิปตฺติโยติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.

๓. จินฺตีสุตฺตวณฺณนา

๓. ตติเย พาลลกฺขณานีติ ‘‘พาโล อย’’นฺติ เอเตหิ ลกฺขียติ ญายตีติ พาลลกฺขณานิ. ตาเนวสฺส สญฺชานนการณานีติ พาลนิมิตฺตานิ. พาลาปทานานีติ พาลสฺส อปทานานิ. ทุจฺจินฺติตจินฺตีติ จินฺตยนฺโต อภิชฺฌาพฺยาปาทมิจฺฉาทสฺสนวเสน ทุจฺจินฺติตเมว จินฺเตติ. ทุพฺภาสิตภาสีติ ภาสมาโนปิ มุสาวาทาทิเภทํ ทุพฺภาสิตเมว ภาสติ. ทุกฺกฏกมฺมการีติ กโรนฺโตปิ ปาณาติปาตาทิวเสน ทุกฺกฏกมฺมเมว กโรติ. ปณฺฑิตลกฺขณานีติอาทิ วุตฺตานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ. สุจินฺติตจินฺตีติอาทีนิ เจตฺถ มโนสุจริตาทีนํ วเสน โยเชตพฺพานิ.

๔. อจฺจยสุตฺตวณฺณนา

๔. จตุตฺเถ อจฺจยํ อจฺจยโต น ปสฺสตีติ อตฺตโน อปราธํ อปราธโต น ปสฺสติ. อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ นปฺปฏิกโรตีติ ‘‘อปรทฺธํ มยา’’ติ ญตฺวาปิ โย ธมฺโม, ตํ น กโรติ, ทณฺฑกมฺมํ อาหริตฺวา อจฺจยํ น เทเสติ นกฺขมาเปติ. อจฺจยํ เทเสนฺตสฺส ยถาธมฺมํ นปฺปฏิคฺคณฺหาตีติ ปรสฺส ‘‘วิรทฺธํ มยา’’ติ ญตฺวา ทณฺฑกมฺมํ อาหริตฺวา ขมาเปนฺตสฺส นกฺขมติ. สุกฺกปกฺโข วุตฺตปฏิปกฺขโต เวทิตพฺโพ.

๕. อโยนิโสสุตฺตวณฺณนา

๕. ปญฺจเม อโยนิโส ปญฺหํ กตฺตา โหตีติ ‘‘กติ นุ โข, อุทายิ, อนุสฺสติฏฺฐานานี’’ติ วุตฺเต ‘‘ปุพฺเพนิวาโส อนุสฺสติฏฺฐานํ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา ลาฬุทายิตฺเถโร วิย อนุปายจินฺตาย อปญฺหเมว ปญฺหนฺติ กตฺตา โหติ. อโยนิโส ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตา โหตีติ เอวํ จินฺติตํ ปน ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโตปิ ‘‘อิธ, ภนฺเต, ภิกฺขุ อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ. เสยฺยถิทํ, เอกมฺปิ ชาติ’’นฺติอาทินา นเยน โสเยว เถโร วิย อโยนิโส วิสฺสชฺเชตา โหติ, อปญฺหเมว ปญฺหนฺติ กเถติ. ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหีติ เอตฺถ ปทเมว อตฺถสฺส พฺยญฺชนโต ปทพฺยญฺชนํ. ตํ อกฺขรปาริปูรึ กตฺวา ทสวิธํ พฺยญฺชนพุทฺธึ อปริหาเปตฺวา วุตฺตํ ปริมณฺฑลํ นาม โหติ, เอวรูเปหิ ปทพฺยญฺชเนหีติ อตฺโถ. สิลิฏฺเฐหีติ ปทสิลิฏฺฐตาย สิลิฏฺเฐหิ. อุปคเตหีติ อตฺถญฺจ การณญฺจ อุปคเตหิ. นาพฺภนุโมทิตาติ เอวํ โยนิโส สพฺพํ การณสมฺปนฺนํ กตฺวาปิ วิสฺสชฺชิตํ ปรสฺส ปญฺหํ นาภินุโมทติ นาภินนฺทติ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ปญฺหํ ลาฬุทายิตฺเถโร วิย. ยถาห –

‘‘อฏฺฐานํ โข เอตํ, อาวุโส สาริปุตฺต, อนวกาโส, ยํ โส อติกฺกมฺเมว กพฬีการาหารภกฺขานํ เทวานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ, นตฺเถตํ ฐาน’’นฺติ (อ. นิ. ๕.๑๖๖).

โยนิโส ปญฺหํ กตฺตาติอาทีสุ อานนฺทตฺเถโร วิย โยนิโสว ปญฺหํ จินฺเตตฺวา โยนิโส วิสฺสชฺชิตา โหติ. เถโร หิ ‘‘กติ นุ โข, อานนฺท, อนุสฺสติฏฺฐานานี’’ติ ปุจฺฉิโต ‘‘อยํ ปโญฺห ภวิสฺสตี’’ติ โยนิโส จินฺเตตฺวา โยนิโส วิสฺสชฺเชนฺโต อาห – ‘‘อิธ, ภนฺเต, ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… จตุตฺถชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อิทํ, ภนฺเต, อนุสฺสติฏฺฐานํ เอวํภาวิตํ เอวํพหุลีกตํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาราย สํวตฺตตี’’ติ. อพฺภนุโมทิตา โหตีติ ตถาคโต วิย โยนิโส อพฺภนุโมทิตา โหติ. ตถาคโต หิ อานนฺทตฺเถเรน ปเญฺห วิสฺสชฺชิเต ‘‘สาธุ สาธุ, อานนฺท, เตน หิ ตฺวํ, อานนฺท, อิมมฺปิ ฉฏฺฐํ อนุสฺสติฏฺฐานํ ธาเรหิ. อิธานนฺท, ภิกฺขุ สโตว อภิกฺกมติ สโตว ปฏิกฺกมตี’’ติอาทิมาห. ฉฏฺฐาทีนิ อุตฺตานตฺถาเนว.

๙. ขตสุตฺตวณฺณนา

๙. นวเม สุกฺกปกฺโข ปุพฺพภาเค ทสหิปิ กุสลกมฺมปเถหิ ปริจฺฉินฺโน, อุปริ ยาว อรหตฺตมคฺคา ลพฺภติ. พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวตีติ เอตฺถ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกปุญฺญํ กถิตํ.

๑๐. มลสุตฺตวณฺณนา

๑๐. ทสเม ทุสฺสีลภาโว ทุสฺสีลฺยํ, ทุสฺสีลฺยเมว มลํ ทุสฺสีลฺยมลํ. เกนฏฺเฐน มลนฺติ? อนุทหนฏฺเฐน ทุคฺคนฺธฏฺเฐน กิลิฏฺฐกรณฏฺเฐน จ. ตญฺหิ นิรยาทีสุ อปาเยสุ อนุทหตีติ อนุทหนฏฺเฐนปิ มลํ. เตน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล มาตาปิตูนมฺปิ สนฺติเก ภิกฺขุสงฺฆสฺสาปิ อนฺตเร โพธิเจติยฏฺฐาเนสุปิ ชิคุจฺฉนีโย โหติ, สพฺพทิสาสุ จสฺส ‘‘เอวรูปํ กิร เตน ปาปกมฺมํ กต’’นฺติ อวณฺณคนฺโธ วายตีติ ทุคฺคนฺธฏฺเฐนปิ มลํ. เตน จ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล คตคตฏฺฐาเน อุปตาปญฺเจว ลภติ, กายกมฺมาทีนิ จสฺส อสุจีนิ โหนฺติ อปภสฺสรานีติ กิลิฏฺฐกรณฏฺเฐนปิ มลํ. อปิจ ตํ เทวมนุสฺสสมฺปตฺติโย เจว นิพฺพานสมฺปตฺติญฺจ มิลาเปตีติ มิลาปนฏฺเฐนปิ มลนฺติ เวทิตพฺพํ. อิสฺสามลมจฺเฉรมเลสุปิ เอเสว นโย.

พาลวคฺโค ปฐโม.

๒. รถการวคฺโค

๑. ญาตสุตฺตวณฺณนา

๑๑. ทุติยสฺส ปฐเม ญาโตติ ปญฺญาโต ปากโฏ. อนนุโลมิเกติ สาสนสฺส น อนุโลเมตีติ อนนุโลมิกํ, ตสฺมึ อนนุโลมิเก. กายกมฺเมติ ปาณาติปาตาทิมฺหิ กายทุจฺจริเต. โอฬาริกํ วา เอตํ, น เอวรูเป สมาทเปตุํ สกฺโกติ. ทิสา นมสฺสิตุํ วฏฺฏติ, ภูตพลึ กาตุํ วฏฺฏตีติ เอวรูเป สมาทเปติ คณฺหาเปติ. วจีกมฺเมปิ มุสาวาทาทีนิ โอฬาริกานิ, อตฺตโน สนฺตกํ ปรสฺส อทาตุกาเมน ‘‘นตฺถี’’ติ อยํ วญฺจนมุสาวาโท นาม วตฺตุํ วฏฺฏตีติ เอวรูเป สมาทเปติ. มโนกมฺเมปิ อภิชฺฌาทโย โอฬาริกา, กมฺมฏฺฐานํ วิสํวาเทตฺวา กเถนฺโต ปน อนนุโลมิเกสุ ธมฺเมสุ สมาทเปติ นาม ทกฺขิณวิหารวาสิตฺเถโร วิย. ตํ กิร เถรํ เอโก อุปฏฺฐาโก อมจฺจปุตฺโต อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘เมตฺตายนฺเตน ปฐมํ กีทิเส ปุคฺคเล เมตฺตายิตพฺพ’’นฺติ ปุจฺฉิ. เถโร สภาควิสภาคํ อนาจิกฺขิตฺวา ‘‘ปิยปุคฺคเล’’ติ อาห. ตสฺส จ ภริยา ปิยา โหติ มนาปา, โส ตํ อารพฺภ เมตฺตายนฺโต อุมฺมาทํ ปาปุณิ. กถํ ปเนส พหุชนอหิตาย ปฏิปนฺโน โหตีติ? เอวรูปสฺส หิ สทฺธิวิหาริกาทโย เจว อุปฏฺฐากาทโย จ เตสํ อารกฺขเทวตา อาทึ กตฺวา ตาสํ ตาสํ มิตฺตภูตา ยาว พฺรหฺมโลกา เสสเทวตา จ ‘‘อยํ ภิกฺขุ น อชานิตฺวา กริสฺสตี’’ติ เตน กตเมว กโรนฺติ, เอวเมส พหุชนอหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ.

สุกฺกปกฺเข ปาณาติปาตา เวรมณิอาทีนํเยว วเสน กายกมฺมวจีกมฺมานิ เวทิตพฺพานิ. กมฺมฏฺฐานํ ปน อวิสํวาเทตฺวา กเถนฺโต อนุโลมิเกสุ ธมฺเมสุ สมาทเปติ นาม โกฬิตวิหารวาสี จตุนิกายิกติสฺสตฺเถโร วิย. ตสฺส กิร เชฏฺฐภาตา นนฺทาภยตฺเถโร นาม โปตลิยวิหาเร วสนฺโต เอกสฺมึ โรเค สมุฏฺฐิเต กนิฏฺฐํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห – ‘‘อาวุโส, มยฺหํ สลฺลหุกํ กตฺวา เอกํ กมฺมฏฺฐานํ กเถหี’’ติ. กึ, ภนฺเต, อญฺเญน กมฺมฏฺฐาเนน, กพฬีการาหารํ ปริคฺคณฺหิตุํ วฏฺฏตีติ? กิมตฺถิโก เอส, อาวุโสติ? ภนฺเต, กพฬีการาหาโร อุปาทารูปํ, เอกสฺมิญฺจ อุปาทารูเป ทิฏฺเฐ เตวีสติ อุปาทารูปานิ ปากฏานิ โหนฺตีติ. โส ‘‘วฏฺฏิสฺสติ, อาวุโส, เอตฺตก’’นฺติ ตํ อุยฺโยเชตฺวา กพฬีการาหารํ ปริคฺคณฺหิตฺวา อุปาทารูปํ สลฺลกฺเขตฺวา วิวฏฺเฏตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. อถ นํ เถรํ พหิวิหารา อนิกฺขนฺตเมว ปกฺโกสิตฺวา, ‘‘อาวุโส, มหาอวสฺสโยสิ มยฺหํ ชาโต’’ติ กนิฏฺฐตฺเถรสฺส อตฺตนา ปฏิลทฺธคุณํ อาโรเจสิ. พหุชนหิตายาติ เอตสฺสปิ หิ สทฺธิวิหาริกาทโย ‘‘อยํ น อชานิตฺวา กริสฺสตี’’ติ เตน กตเมว กโรนฺตีติ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺโน นาม โหตีติ.

๒. สารณียสุตฺตวณฺณนา

๑๒. ทุติเย ขตฺติยสฺสาติ ชาติยา ขตฺติยสฺส. มุทฺธาวสิตฺตสฺสาติ ราชาภิเสเกน มุทฺธนิ อภิสิตฺตสฺส. สารณียานิ ภวนฺตีติ สริตพฺพานิ อสมฺมุสฺสนียานิ โหนฺติ. ชาโตติ นิพฺพตฺโต. ยาวชีวํ สารณียนฺติ ทหรกาเล ชานิตุมฺปิ น สกฺกา, อปรภาเค ปน มาตาปิตุอาทีหิ ญาตเกหิ วา ทาสาทีหิ วา ‘‘ตฺวํ อสุกชนปเท อสุกนคเร อสุกทิวเส อสุกนกฺขตฺเต ชาโต’’ติ อาจิกฺขิเต สุตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ สรติ น สมฺมุสฺสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ยาวชีวํ สารณียํ โหตี’’ติ.

อิทํ, ภิกฺขเว, ทุติยนฺติ อภิเสกฏฺฐานํ นาม รญฺโญ พลวตุฏฺฐิกรํ โหติ, เตนสฺส ตํ ยาวชีวํ สารณียํ. สงฺคามวิชยฏฺฐาเนปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน สงฺคามนฺติ ยุทฺธํ. อภิวิชินิตฺวาติ ชินิตฺวา สตฺตุมทฺทนํ กตฺวา. ตเมว สงฺคามสีสนฺติ ตเมว สงฺคามฏฺฐานํ. อชฺฌาวสตีติ อภิภวิตฺวา อาวสติ.

อิทานิ ยสฺมา สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส รญฺโญ ชาติฏฺฐานาทีหิ กตฺตพฺพกิจฺจํ นตฺถิ, อิมสฺมึ ปน สาสเน ตปฺปฏิภาเค ตโย ปุคฺคเล ทสฺเสตุํ อิทํ การณํ อาภตํ, ตสฺมา เต ทสฺเสนฺโต เอวเมว โข, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหตีติ เอตฺถ จตุปาริสุทฺธิสีลมฺปิ ปพฺพชฺชานิสฺสิตเมวาติ เวทิตพฺพํ. สารณียํ โหตีติ ‘‘อหํ อสุกรฏฺเฐ อสุกชนปเท อสุกวิหาเร อสุกมาฬเก อสุกทิวาฏฺฐาเน อสุกจงฺกเม อสุกรุกฺขมูเล ปพฺพชิโต’’ติ เอวํ ยาวชีวํ สริตพฺพเมว โหติ น สมฺมุสฺสิตพฺพํ.

อิทํ ทุกฺขนฺติ เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต อุทฺธํ ทุกฺขํ อตฺถิ. อยํ ทุกฺขสมุทโยติ เอตฺตโก ทุกฺขสมุทโย, น อิโต อุทฺธํ ทุกฺขสมุทโย อตฺถีติ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. เอวเมตฺถ จตูหิ สจฺเจหิ โสตาปตฺติมคฺโค กถิโต. กสิณปริกมฺมวิปสฺสนาญาณานิ ปน มคฺคสนฺนิสฺสิตาเนว โหนฺติ. สารณียํ โหตีติ ‘‘อหํ อสุกรฏฺเฐ…เป… อสุกรุกฺขมูเล โสตาปนฺโน ชาโต’’ติ ยาวชีวํ สารณียํ โหติ อสมฺมุสฺสนียํ.

อาสวานํ ขยาติ อาสวานํ ขเยน. เจโตวิมุตฺตินฺติ ผลสมาธึ. ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ ผลปญฺญํ. สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวาติ อตฺตนาว อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย ปจฺจกฺขํ กตฺวา. อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ ปฏิลภิตฺวา วิหรติ. สารณียนฺติ ‘‘มยา อสุกรฏฺเฐ…เป… อสุกรุกฺขมูเล อรหตฺตํ ปตฺต’’นฺติ อตฺตโน อรหตฺตปตฺติฏฺฐานํ นาม ยาวชีวํ สารณียํ โหติ อสมฺมุสฺสนียนฺติ ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสิ.

๓. อาสํสสุตฺตวณฺณนา

๑๓. ตติเย สนฺโตติ อตฺถิ อุปลพฺภนฺติ. สํวิชฺชมานาติ ตสฺเสว เววจนํ. โลกสฺมินฺติ สตฺตโลเก. นิราโสติ อนาโส อปตฺถโน. อาสํโสติ อาสํสมาโน ปตฺถยมาโน. วิคตาโสติ อปคตาโส. จณฺฑาลกุเลติ จณฺฑาลานํ กุเล. เวนกุเลติ วิลีวการกุเล. เนสาทกุเลติ มิคลุทฺทกานํ กุเล. รถการกุเลติ จมฺมการกุเล. ปุกฺกุสกุเลติ ปุปฺผจฺฉฑฺฑกกุเล.

เอตฺตาวตา กุลวิปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยสฺมา นีจกุเล ชาโตปิ เอกจฺโจ อฑฺโฒ โหติ มหทฺธโน, อยํ ปน น ตาทิโส, ตสฺมาสฺส โภควิปตฺตึ ทสฺเสตุํ ทลิทฺเทติอาทิมาห. ตตฺถ ทลิทฺเทติ ทาลิทฺทิเยน สมนฺนาคเต. อปฺปนฺนปานโภชเนติ ปริตฺตกอนฺนปานโภชเน. กสิรวุตฺติเกติ ทุกฺขชีวิเก, ยตฺถ วายาเมน ปโยเคน ชีวิตวุตฺตึ สาเธนฺติ, ตถารูเปติ อตฺโถ. ยตฺถ กสิเรน ฆาสจฺฉาโท ลพฺภตีติ ยสฺมึ กุเล ทุกฺเขน ยาคุภตฺตฆาโส จ โกปีนมตฺตํ อจฺฉาทนญฺจ ลพฺภติ.

อิทานิ ยสฺมา เอกจฺโจ นีจกุเล ชาโตปิ อุปธิสมฺปนฺโน โหติ อตฺตภาวสมิทฺธิยํ ฐิโต, อยญฺจ น ตาทิโส, ตสฺมาสฺส สรีรวิปตฺติมฺปิ ทสฺเสตุํ โส จ โหติ ทุพฺพณฺโณติอาทิมาห. ตตฺถ ทุพฺพณฺโณติ ปํสุปิสาจโก วิย ฌามขาณุวณฺโณ. ทุทฺทสิโกติ วิชาตมาตุยาปิ อมนาปทสฺสโน. โอโกฏิมโกติ ลกุณฺฑโก. กาโณติ เอกกฺขิกาโณ วา อุภยกฺขิกาโณ วา. กุณีติ เอกหตฺถกุณี วา อุภยหตฺถกุณี วา. ขญฺโชติ เอกปาทขญฺโช วา อุภยปาทขญฺโช วา. ปกฺขหโตติ หตปกฺโข ปีฐสปฺปี. ปทีเปยฺยสฺสาติ วฏฺฏิเตลกปลฺลกาทิโน ปทีปอุปกรณสฺส. ตสฺส น เอวํ โหตีติ. กสฺมา น โหติ? นีจกุเล ชาตตฺตา.

เชฏฺโฐติ อญฺญสฺมึ เชฏฺเฐ สติ กนิฏฺโฐ อาสํ น กโรติ, ตสฺมา เชฏฺโฐติ อาห. อาภิเสโกติ เชฏฺโฐปิ น อภิเสการโห อาสํ น กโรติ, ตสฺมา อาภิเสโกติ อาห. อนภิสิตฺโตติ อภิเสการโหปิ กาณกุณิอาทิโทสรหิโต สกึ อภิสิตฺโต ปุน อภิเสเก อาสํ น กโรติ, ตสฺมา อนภิสิตฺโตติ อาห. อจลปฺปตฺโตติ เชฏฺโฐปิ อาภิเสโก อนภิสิตฺโต มนฺโท อุตฺตานเสยฺยโก, โสปิ อภิเสเก อาสํ น กโรติ. โสฬสวสฺสุทฺเทสิโก ปน ปญฺญายมานมสฺสุเภโท อจลปฺปตฺโต นาม โหติ, มหนฺตมฺปิ รชฺชํ วิจาเรตุํ สมตฺโถ, ตสฺมา ‘‘อจลปฺปตฺโต’’ติ อาห. ตสฺส เอวํ โหตีติ กสฺมา โหติ? มหาชาติตาย.

ทุสฺสีโลติ นิสฺสีโล. ปาปธมฺโมติ ลามกธมฺโม. อสุจีติ อสุจีหิ กายกมฺมาทีหิ สมนฺนาคโต. สงฺกสฺสรสมาจาโรติ สงฺกาหิ สริตพฺพสมาจาโร, กิญฺจิเทว อสารุปฺปํ ทิสฺวา ‘‘อิทํ อิมินา กตํ ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ ปเรสํ อาสงฺกนียสมาจาโร, อตฺตนาเยว วา สงฺกาหิ สริตพฺพสมาจาโร, สาสงฺกสมาจาโรติ อตฺโถ. ตสฺส หิ ทิวาฏฺฐานาทีสุ สนฺนิปติตฺวา กิญฺจิเทว มนฺตยนฺเต ภิกฺขู ทิสฺวา ‘‘อิเม เอกโต หุตฺวา มนฺเตนฺติ, กจฺจิ นุ โข มยา กตกมฺมํ ชานิตฺวา มนฺเตนฺตี’’ติ เอวํ สาสงฺกสมาจาโร โหติ. ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโตติ ปฏิจฺฉาเทตพฺพยุตฺตเกน ปาปกมฺเมน สมนฺนาคโต. อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญติ อสฺสมโณ หุตฺวาว สมณปติรูปกตาย ‘‘สมโณ อห’’นฺติ เอวํ ปฏิญฺโญ. อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญติ อญฺเญ พฺรหฺมจาริโน สุนิวตฺเถ สุปารุเต สุมฺภกปตฺตธเร คามนิคมราชธานีสุ ปิณฺฑาย จริตฺวา ชีวิกํ กปฺเปนฺเต ทิสฺวา สยมฺปิ ตาทิเสน อากาเรน ตถา ปฏิปชฺชนโต ‘‘อหํ พฺรหฺมจารี’’ติ ปฏิญฺญํ เทนฺโต วิย โหติ. ‘‘อหํ ภิกฺขู’’ติ วตฺวา อุโปสถคฺคาทีนิ ปวิสนฺโต ปน พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ โหติเยว, ตถา สงฺฆิกํ ลาภํ คณฺหนฺโต. อนฺโตปูตีติ ปูตินา กมฺเมน อนฺโต อนุปวิฏฺโฐ. อวสฺสุโตติ ราคาทีหิ ตินฺโต. กสมฺพุชาโตติ สญฺชาตราคาทิกจวโร. ตสฺส น เอวํ โหตีติ. กสฺมา น โหติ? โลกุตฺตรธมฺมอุปนิสฺสยสฺส นตฺถิตาย. ตสฺส เอวํ โหตีติ. กสฺมา โหติ? มหาสีลสฺมึ ปริปูรการิตาย.

๔. จกฺกวตฺติสุตฺตวณฺณนา

๑๔. จตุตฺเถ จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ ชนํ รญฺเชตีติ ราชา. จกฺกํ วตฺเตตีติ จกฺกวตฺตี. วตฺติตํ วา อเนน จกฺกนฺติ จกฺกวตฺตี. ธมฺโม อสฺส อตฺถีติ ธมฺมิโก. ธมฺเมเนว ทสวิเธน จกฺกวตฺติวตฺเตน ราชา ชาโตติ ธมฺมราชา. โสปิ น อราชกนฺติ โสปิ อญฺญํ นิสฺสยราชานํ อลภิตฺวา จกฺกํ นาม วตฺเตตุํ น สกฺโกตีติ อตฺโถ. อิติ สตฺถา เทสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ยถานุสนฺธึ อปาเปตฺวาว ตุณฺหี อโหสิ. กสฺมา? อนุสนฺธิกุสลา อุฏฺฐหิตฺวา อนุสนฺธึ ปุจฺฉิสฺสนฺติ, พหู หิ อิมสฺมึ ฐาเน ตถารูปา ภิกฺขู, อถาหํ เตหิ ปุฏฺโฐ เทสนํ วฑฺเฒสฺสามีติ. อเถโก อนุสนฺธิกุสโล ภิกฺขุ ภควนฺตํ ปุจฺฉนฺโต โก ปน, ภนฺเตติอาทิมาห. ภควาปิสฺส พฺยากโรนฺโต ธมฺโม ภิกฺขูติอาทิมาห.

ตตฺถ ธมฺโมติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺโม. ธมฺมนฺติ ตเมว วุตฺตปฺปการํ ธมฺมํ. นิสฺสายาติ ตทธิฏฺฐาเนน เจตสา ตเมว นิสฺสยํ กตฺวา. ธมฺมํ สกฺกโรนฺโตติ ยถา กโต โส ธมฺโม สุฏฺฐุ กโต โหติ, เอวเมตํ กโรนฺโต. ธมฺมํ ครุํ กโรนฺโตติ ตสฺมึ คารวุปฺปตฺติยา ตํ ครุกโรนฺโต. ธมฺมํ อปจายมาโนติ ตสฺเสว ธมฺมสฺส อญฺชลิกรณาทีหิ นีจวุตฺติตํ กโรนฺโต. ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตูติ ตํ ธมฺมํ ธชมิว ปุรกฺขตฺวา เกตุมิว อุกฺขิปิตฺวา ปวตฺติยา ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตุ จ หุตฺวาติ อตฺโถ. ธมฺมาธิปเตยฺโยติ ธมฺมาธิปติภูตาคตภาเวน ธมฺมวเสเนว จ สพฺพกิริยานํ กรเณน ธมฺมาธิปเตยฺโย หุตฺวา. ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหตีติ ธมฺโม อสฺสา อตฺถีติ ธมฺมิกา, รกฺขา จ อาวรณญฺจ คุตฺติ จ รกฺขาวรณคุตฺติ. ตตฺถ ‘‘ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขตี’’ติ วจนโต ขนฺติอาทโย รกฺขา. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขติ. ขนฺติยา อวิหึสาย เมตฺตจิตฺตตาย อนุทฺทยายา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๘๕). นิวาสนปารุปนเคหาทีนิ อาวรณํ. โจราทิอุปทฺทวนิวารณตฺถํ โคปายนา คุตฺติ. ตํ สพฺพมฺปิ สุฏฺฐุ วิทหติ ปวตฺเตติ ฐเปตีติ อตฺโถ.

อิทานิ ยตฺถ สา สํวิทหิตพฺพา, ตํ ทสฺเสนฺโต อนฺโตชนสฺมินฺติอาทิมาห. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – อนฺโตชนสงฺขาตํ ปุตฺตทารํ สีลสํวเร ปติฏฺฐาเปนฺโต วตฺถคนฺธมาลาทีนิ จสฺส ททมาโน สพฺโพปทฺทเว จสฺส นิวารยมาโน ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหติ นาม. ขตฺติยาทีสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – อภิสิตฺตขตฺติยา ภทฺรอสฺสาชานียาทิรตนสมฺปทาเนนปิ อุปคณฺหิตพฺพา, อนุยนฺตา ขตฺติยา เตสํ อนุรูปยานวาหนสมฺปทาเนนปิ ปริโตเสตพฺพา, พลกาโย กาลํ อนติกฺกเมตฺวา ภตฺตเวตนสมฺปทาเนนปิ อนุคฺคเหตพฺโพ, พฺราหฺมณา อนฺนปานวตฺถาทินา เทยฺยธมฺเมน, คหปติกา ภตฺตพีชนงฺคลพลิพทฺทาทิสมฺปทาเนน, ตถา นิคมวาสิโน เนคมา ชนปทวาสิโน จ ชานปทา. สมิตปาปพาหิตปาปา ปน สมณพฺราหฺมณา สมณปริกฺขารสมฺปทาเนน สกฺกาตพฺพา, มิคปกฺขิโน อภยทาเนน สมสฺสาเสตพฺพา.

ธมฺเมเนว จกฺกํ วตฺเตตีติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺเมเนว จกฺกํ ปวตฺเตติ. ตํ โหติ จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยนฺติ ตํ เตน เอวํ ปวตฺติตํ อาณาจกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยํ โหติ. เกนจิ มนุสฺสภูเตนาติ เทวตา นาม อตฺตนา อิจฺฉิติจฺฉิตเมว กโรนฺติ, ตสฺมา ตา อคฺคณฺหิตฺวา ‘‘มนุสฺสภูเตนา’’ติ วุตฺตํ. ปจฺจตฺถิเกนาติ ปฏิอตฺถิเกน, ปฏิสตฺตุนาติ อตฺโถ. ธมฺมิโกติ จกฺกวตฺตี ทสกุสลกมฺมปถวเสน ธมฺมิโก, ตถาคโต ปน นวโลกุตฺตรธมฺมวเสน. ธมฺมราชาติ นวหิ โลกุตฺตรธมฺเมหิ มหาชนํ รญฺเชตีติ ธมฺมราชา. ธมฺมํเยวาติ นวโลกุตฺตรธมฺมเมว นิสฺสาย ตเมว สกฺกโรนฺโต ตํ ครุกโรนฺโต ตํ อปจายมาโน. โสวสฺส ธมฺโม อพฺภุคฺคตฏฺเฐน ธโชติ ธมฺมทฺธโช. โสวสฺส เกตูติ ธมฺมเกตุ. ตเมว อธิปตึ เชฏฺฐกํ กตฺวา วิหรตีติ ธมฺมาธิปเตยฺโย. ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตินฺติ โลกิยโลกุตฺตรธมฺมทายิกรกฺขญฺจ อาวรณญฺจ คุตฺติญฺจ. สํวิทหตีติ ฐเปติ ปญฺญเปติ. เอวรูปนฺติ ติวิธํ กายทุจฺจริตํ น เสวิตพฺพํ, สุจริตํ เสวิตพฺพนฺติ เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สํวิทหิตฺวาติ ฐเปตฺวา กเถตฺวา. ธมฺเมเนว อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตีติ นวโลกุตฺตรธมฺเมเนว อสทิสํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตติ. ตํ โหติ จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยนฺติ ตํ เอวํ ปวตฺติตํ ธมฺมจกฺกํ เอเตสุ สมณาทีสุ เอเกนปิ ปฏิวตฺเตตุํ ปฏิพาหิตุํ น สกฺกา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

๕. สเจตนสุตฺตวณฺณนา

๑๕. ปญฺจเม อิสิปตเนติ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสงฺขาตานํ อิสีนํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนตฺถาย เจว อุโปสถกรณตฺถาย จ อาคนฺตฺวา ปตเน, สนฺนิปาตฏฺฐาเนติ อตฺโถ. ปทเนติปิ ปาโฐ, อยเมว อตฺโถ. มิคทาเยติ มิคานํ อภยตฺถาย ทินฺเน. ฉหิ มาเสหิ ฉารตฺตูเนหีติ โส กิร รญฺญา อาณตฺตทิวเสเยว สพฺพูปกรณานิ สชฺเชตฺวา อนฺเตวาสิเกหิ สทฺธึ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา คามทฺวารคามมชฺฌเทวกุลสุสานาทีสุ ฐิตรุกฺเข เจว ฌามปติตสุกฺขรุกฺเข จ วิวชฺเชตฺวา สมฺปนฺนปเทเส ฐิเต สพฺพโทสวิวชฺชิเต นาภิอรเนมีนํ อนุรูเป รุกฺเข คเหตฺวา ตํ จกฺกํ อกาสิ. ตสฺส รุกฺเข วิจินิตฺวา คณฺหนฺตสฺส เจว กโรนฺตสฺส จ เอตฺตโก กาโล วีติวตฺโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘ฉหิ มาเสหิ ฉารตฺตูเนหี’’ติ. นานากรณนฺติ นานตฺตํ. เนสนฺติ น เอสํ. อตฺเถสนฺติ อตฺถิ เอสํ. อภิสงฺขารสฺส คตีติ ปโยคสฺส คมนํ. จิงฺคุลายิตฺวาติ ปริพฺภมิตฺวา. อกฺขาหตํ มญฺเญติ อกฺเข ปเวเสตฺวา ฐปิตมิว.

สโทสาติ สคณฺฑา อุณฺณโตณตฏฺฐานยุตฺตา. สกสาวาติ ปูติสาเรน เจว เผคฺคุนา จ ยุตฺตา. กายวงฺกาติอาทีนิ กายทุจฺจริตาทีนํ นามานิ. เอวํ ปปติตาติ เอวํ คุณปตเนน ปติตา. เอวํ ปติฏฺฐิตาติ เอวํ คุเณหิ ปติฏฺฐิตา. ตตฺถ โลกิยมหาชนา ปปติตา นาม, โสตาปนฺนาทโย ปติฏฺฐิตา นาม. เตสุปิ ปุริมา ตโย กิเลสานํ สมุทาจารกฺขเณ ปปติตา นาม, ขีณาสวา ปน เอกนฺเตเนว ปติฏฺฐิตา นาม. ตสฺมาติ ยสฺมา อปฺปหีนกายวงฺกาทโย ปปตนฺติ, ปหีนกายวงฺกาทโย ปติฏฺฐหนฺติ, ตสฺมา. กายวงฺกาทีนํ ปน เอวํ ปหานํ เวทิตพฺพํ – ปาณาติปาโต อทินฺนาทานํ มิจฺฉาจาโร มุสาวาโท ปิสุณาวาจา มิจฺฉาทิฏฺฐีติ อิเม ตาว ฉ โสตาปตฺติมคฺเคน ปหียนฺติ, ผรุสาวาจา พฺยาปาโทติ เทฺว อนาคามิมคฺเคน, อภิชฺฌา สมฺผปฺปลาโปติ เทฺว อรหตฺตมคฺเคนาติ.

๖. อปณฺณกสุตฺตวณฺณนา

๑๖. ฉฏฺเฐ อปณฺณกปฏิปทนฺติ อวิรทฺธปฏิปทํ เอกํสปฏิปทํ นิยฺยานิกปฏิปทํ การณปฏิปทํ สารปฏิปทํ มณฺฑปฏิปทํ อปจฺจนีกปฏิปทํ อนุโลมปฏิปทํ ธมฺมานุธมฺมปฏิปทํ ปฏิปนฺโน โหติ, น ตกฺกคฺคาเหน วา นยคฺคาเหน วา. เอวํ คเหตฺวา ปฏิปนฺโน หิ ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา อุปาสโก วา อุปาสิกา วา มนุสฺสเทวนิพฺพานสมฺปตฺตีหิ หายติ ปริหายติ, อปณฺณกปฏิปทํ ปฏิปนฺโน ปน ตาหิ สมฺปตฺตีหิ น ปริหายติ. อตีเต กนฺตารทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺเนสุ ทฺวีสุ สตฺถวาเหสุ ยกฺขสฺส วจนํ คเหตฺวา พาลสตฺถวาโห สทฺธึ สตฺเถน อนยพฺยสนํ ปตฺโต, ยกฺขสฺส วจนํ อคฺคเหตฺวา ‘‘อุทกทิฏฺฐฏฺฐาเน อุทกํ ฉฑฺเฑสฺสามา’’ติ สตฺถเก สญฺญาเปตฺวา มคฺคํ ปฏิปนฺโน ปณฺฑิตสตฺถวาโห วิย. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘อปณฺณกํ ฐานเมเก, ทุติยํ อาหุ ตกฺกิกา;

เอตทญฺญาย เมธาวี, ตํ คเณฺห ยทปณฺณก’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๑);

โยนิ จสฺส อารทฺธา โหตีติ เอตฺถ โยนีติ ขนฺธโกฏฺฐาสสฺสปิ การณสฺสปิ ปสฺสาวมคฺคสฺสปิ นามํ. ‘‘จตสฺโส โข อิมา, สาริปุตฺต, โยนิโย’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๕๒) หิ ขนฺธโกฏฺฐาโส โยนิ นาม. ‘‘โยนิ เหสา ภูมิช ผลสฺส อธิคมายา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๒๖) การณํ. ‘‘น จาหํ พฺราหฺมณํ พฺรูมิ, โยนิชํ มตฺติสมฺภว’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๔๕๗; ธ. ป. ๓๙๖) จ ‘‘ตเมนํ กมฺมชวาตา นิวตฺติตฺวา อุทฺธํปาทํ อโธสิรํ สมฺปริวตฺเตตฺวา มาตุ โยนิมุเข สมฺปฏิปาเทนฺตี’’ติ จ อาทีสุ ปสฺสาวมคฺโค. อิธ ปน การณํ อธิปฺเปตํ. อารทฺธาติ ปคฺคหิตา ปริปุณฺณา.

อาสวานํ ขยายาติ เอตฺถ อาสวนฺตีติ อาสวา, จกฺขุโตปิ…เป… มนโตปิ สนฺทนฺติ ปวตฺตนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ธมฺมโต ยาว โคตฺรภุ, โอกาสโต ยาว ภวคฺคา สวนฺตีติ วา อาสวา, เอเต ธมฺเม เอตญฺจ โอกาสํ อนฺโตกริตฺวา ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. อนฺโตกรณตฺโถ หิ อยํ อากาโร. จิรปาริวาสิยฏฺเฐน มทิราทโย อาสวา, อาสวา วิยาติปิ อาสวา. โลกสฺมิมฺปิ หิ จิรปาริวาสิกา มทิราทโย อาสวาติ วุจฺจนฺติ, ยทิ จ จิรปาริวาสิยฏฺเฐน อาสวา, เอเตเยว ภวิตุมรหนฺติ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชาย, อิโต ปุพฺเพ อวิชฺชา นาโหสี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๑๐.๖๑). อายตํ วา สํสารทุกฺขํ สวนฺติ ปสวนฺตีติปิ อาสวา. ปุริมานิ เจตฺถ นิพฺพจนานิ ยตฺถ กิเลสา อาสวาติ อาคจฺฉนฺติ, ตตฺถ ยุชฺชนฺติ, ปจฺฉิมํ กมฺเมปิ. น เกวลญฺจ กมฺมกิเลสาเยว อาสวา, อปิจ โข นานปฺปการา อุปทฺทวาปิ. สุตฺเตสุ หิ ‘‘นาหํ, จุนฺท, ทิฏฺฐธมฺมิกานํเยว อาสวานํ สํวราย ธมฺมํ เทเสมี’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๘๒) เอตฺถ วิวาทมูลภูตา กิเลสา อาสวาติ อาคตา.

‘‘เยน เทวูปปตฺยสฺส, คนฺธพฺโพ วา วิหงฺคโม;

ยกฺขตฺตํ เยน คจฺเฉยฺยํ, มนุสฺสตฺตญฺจ อพฺพเช;

เต มยฺหํ อาสวา ขีณา, วิทฺธสฺตา วินฬีกตา’’ติ. (อ. นิ. ๔.๓๖) –

เอตฺถ เตภูมกํ จ กมฺมํ อวเสสา จ อกุสลา ธมฺมา. ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายา’’ติ (ปารา. ๓๙; อ. นิ. ๒.๒๐๒-๒๓๐) เอตฺถ ปรูปวาทวิปฺปฏิสารวธพนฺธาทโย เจว อปายทุกฺขภูตา จ นานปฺปการา อุปทฺทวา.

เต ปเนเต อาสวา ยตฺถ ยถา อาคตา, ตตฺถ ตถา เวทิตพฺพา. เอเต หิ วินเย ตาว ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย, สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายา’’ติ (ปารา. ๓๙; อ. นิ. ๒.๒๐๒-๒๓๐) เทฺวธา อาคตา. สฬายตเน ‘‘ตโย เม, อาวุโส, อาสวา กามาสโว ภวาสโว อวิชฺชาสโว’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๒๑) ติธา อาคตา. อญฺเญสุ จ สุตฺตนฺเตสุ (จูฬนิ. ชตุกณฺณิมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๖๙; ปฏิ. ม. ๑.๑๐๗) อภิธมฺเม (ธ. ส. ๑๑๐๒-๑๑๐๖; วิภ. ๙๓๗) จ เตเยว ทิฏฺฐาสเวน สห จตุธา อาคตา. นิพฺเพธิกปริยาเยน ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา นิรยคามินิยา, อตฺถิ อาสวา ติรจฺฉานโยนิคามินิยา, อตฺถิ อาสวา เปตฺติวิสยคามินิยา, อตฺถิ อาสวา มนุสฺสโลกคามินิยา, อตฺถิ อาสวา เทวโลกคามินิยา’’ติ (อ. นิ. ๖.๖๓) ปญฺจธา อาคตา. กมฺมเมว เจตฺถ อาสวาติ วุตฺตํ. ฉกฺกนิปาเต ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อาสวา สํวราปหาตพฺพา’’ติอาทินา (อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน ฉธา อาคตา. สพฺพาสวปริยาเย (ม. นิ. ๑.๑๔ อาทโย) เตเยว ทสฺสเนน ปหาตพฺเพหิ สทฺธึ สตฺตธา อาคตา. อิธ ปน อภิธมฺมนเยน จตฺตาโร อาสวา อธิปฺเปตาติ เวทิตพฺพา.

ขยายาติ เอตฺถ ปน อาสวานํ สรสเภโทปิ ขีณากาโรปิ มคฺคผลนิพฺพานานิปิ ‘‘อาสวกฺขโย’’ติ วุจฺจติ. ‘‘โย อาสวานํ ขโย วโย เภโท ปริเภโท อนิจฺจตา อนฺตรธาน’’นฺติ เอตฺถ หิ อาสวานํ สรสเภโท ‘‘อาสวกฺขโย’’ติ วุตฺโต. ‘‘ชานโต อหํ, ภิกฺขเว, ปสฺสโต อาสวานํ ขยํ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๕; สํ. นิ. ๒.๒๓; อิติวุ. ๑๐๒) เอตฺถ อาสวปฺปหานํ อาสวานํ อจฺจนฺตกฺขโย อสมุปฺปาโท ขีณากาโร นตฺถิภาโว ‘‘อาสวกฺขโย’’ติ วุตฺโต.

‘‘เสขสฺส สิกฺขมานสฺส, อุชุมคฺคานุสาริโน;

ขยสฺมึ ปฐมํ ญาณํ, ตโต อญฺญา อนนฺตรา’’ติ. (อิติวุ. ๖๒) –

เอตฺถ มคฺโค ‘‘อาสวกฺขโย’’ติ วุตฺโต. ‘‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๓๘) เอตฺถ ผลํ.

‘‘ปรวชฺชานุปสฺสิสฺส, นิจฺจํ อุชฺฌานสญฺญิโน;

อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ, อารา โส อาสวกฺขยา’’ติ. (ธ. ป. ๒๕๓) –

เอตฺถ นิพฺพานํ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต ผลํ สนฺธาย ‘‘อาสวานํ ขยายา’’ติ อาห, อรหตฺตผลตฺถายาติ อตฺโถ.

อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโรติ มนจฺฉฏฺเฐสุ อินฺทฺริเยสุ ปิหิตทฺวาโร. โภชเน มตฺตญฺญูติ โภชนสฺมึ ปมาณญฺญู, ปฏิคฺคหณปริโภคปจฺจเวกฺขณมตฺตํ ชานาติ ปชานาตีติ อตฺโถ. ชาคริยํ อนุยุตฺโตติ รตฺตินฺทิวํ ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา ปญฺจสุ โกฏฺฐาเสสุ ชาครณภาวํ อนุยุตฺโต, ชาครเณเยว ยุตฺตปฺปยุตฺโตติ อตฺโถ.

เอวํ มาติกํ ฐเปตฺวา อิทานิ ตเมว ฐปิตปฏิปาฏิยา วิภชนฺโต กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขูติอาทิมาห. ตตฺถ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติอาทีนํ อตฺโถ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๕) วิตฺถาริโต, ตถา ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรติ เนว ทวายาติอาทีนํ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๘). อาวรณีเยหิ ธมฺเมหีติ ปญฺจหิ นีวรเณหิ ธมฺเมหิ. นีวรณานิ หิ จิตฺตํ อาวริตฺวา ติฏฺฐนฺติ, ตสฺมา อาวรณียา ธมฺมาติ วุจฺจนฺติ. สีหเสยฺยํ กปฺเปตีติ สีโห วิย เสยฺยํ กปฺเปติ. ปาเท ปาทํ อจฺจาธายาติ วามปาทํ ทกฺขิณปาเท อติอาธาย. สมํ ฐปิเต หิ ปาเท ชาณุเกน ชาณุกํ โคปฺผเกน จ โคปฺผกํ ฆฏียติ, ตโต เวทนา อุฏฺฐหนฺติ. ตสฺมา ตสฺส โทสสฺส ปริวชฺชนตฺถํ โถกํ อติกฺกมิตฺวา เอส ปาทํ ฐเปติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปาเท ปาทํ อจฺจาธายา’’ติ.

สโต สมฺปชาโนติ สติยา เจว สมฺปชญฺเญน จ สมนฺนาคโต. กถํ ปเนส นิทฺทายนฺโต สโต สมฺปชาโน นาม โหตีติ? ปุริมปฺปวตฺติวเสน. อยํ หิ จงฺกเม จงฺกมนฺโต นิทฺทาย โอกฺกมนภาวํ ญตฺวา ปวตฺตมานํ กมฺมฏฺฐานํ ฐเปตฺวา มญฺเจ วา ผลเก วา นิปนฺโน นิทฺทํ อุปคนฺตฺวา ปุน ปพุชฺฌมาโน กมฺมฏฺฐานํ ฐิตฏฺฐาเน คณฺหนฺโตเยว ปพุชฺฌติ. ตสฺมา นิทฺทายนฺโตปิ สโต สมฺปชาโน นาม โหติ. อยํ ตาว มูลกมฺมฏฺฐาเน นโยว. ปริคฺคหกมฺมฏฺฐานวเสนาปิ ปเนส สโต สมฺปชาโน นาม โหติ. กถํ? อยํ หิ จงฺกมนฺโต นิทฺทาย โอกฺกมนภาวํ ญตฺวา ปาสาณผลเก วา มญฺเจ วา ทกฺขิเณน ปสฺเสน นิปชฺชิตฺวา ปจฺจเวกฺขติ – ‘‘อเจตโน กาโย อเจตเน มญฺเจ ปติฏฺฐิโต, อเจตโน มญฺโจ อเจตนาย ปถวิยา, อเจตนา ปถวี อเจตเน อุทเก, อเจตนํ อุทกํ อเจตเน วาเต, อเจตโน วาโต อเจตเน อากาเส ปติฏฺฐิโต. ตตฺถ อากาสมฺปิ ‘อหํ วาตํ อุกฺขิปิตฺวา ฐิต’นฺติ น ชานาติ, วาโตปิ ‘อหํ อากาเส ปติฏฺฐิโต’ติ น ชานาติ. ตถา วาโต น ชานาติ. ‘อหํ อุทกํ อุกฺขิปิตฺวา ฐิโต’ติ…เป… มญฺโจ น ชานาติ, ‘อหํ กายํ อุกฺขิปิตฺวา ฐิโต’ติ, กาโย น ชานาติ ‘อหํ มญฺเจ ปติฏฺฐิโต’ติ. น หิ เตสํ อญฺญมญฺญํ อาโภโค วา สมนฺนาหาโร วา มนสิกาโร วา เจตนา วา ปตฺถนา วา อตฺถี’’ติ. ตสฺส เอวํ ปจฺจเวกฺขโต ตํ ปจฺจเวกฺขณจิตฺตํ ภวงฺเค โอตรติ. เอวํ นิทฺทายนฺโตปิ สโต สมฺปชาโน นาม โหตีติ.

อุฏฺฐานสญฺญํ มนสิกริตฺวาติ ‘‘เอตฺตกํ ฐานํ คเต จนฺเท วา ตารกาย วา อุฏฺฐหิสฺสามี’’ติ อุฏฺฐานกาลปริจฺเฉทิกํ สญฺญํ มนสิกริตฺวา, จิตฺเต ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. เอวํ กริตฺวา สยิโต หิ ยถาปริจฺฉินฺเนเยว กาเล อุฏฺฐหติ.

๗. อตฺตพฺยาพาธสุตฺตวณฺณนา

๑๗. สตฺตเม อตฺตพฺยาพาธายาติ อตฺตทุกฺขาย. ปรพฺยาพาธายาติ ปรทุกฺขาย. กายสุจริตนฺติอาทีนิ ปุพฺพภาเค ทสกุสลกมฺมปถวเสน อาคตานิ, อุปริ ปน ยาว อรหตฺตา อวาริตาเนว.

๘. เทวโลกสุตฺตวณฺณนา

๑๘. อฏฺฐเม อฏฺฏีเยยฺยาถาติ อฏฺฏา ปีฬิตา ภเวยฺยาถ. หราเยยฺยาถาติ ลชฺเชยฺยาถ. ชิคุจฺเฉยฺยาถาติ คูเถ วิย ตสฺมึ วจเน สญฺชาตชิคุจฺฉา ภเวยฺยาถ. อิติ กิราติ เอตฺถ อิตีติ ปทสนฺธิพฺยญฺชนสิลิฏฺฐตา, กิราติ อนุสฺสวตฺเถ นิปาโต. ทิพฺเพน กิร อายุนา อฏฺฏียถาติ เอวมสฺส สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ปเคว โข ปนาติ ปฐมตรํเยว.

๙. ปฐมปาปณิกสุตฺตวณฺณนา

๑๙. นวเม ปาปณิโกติ อาปณิโก, อาปณํ อุคฺฆาเฏตฺวา ภณฺฑวิกฺกายกสฺส วาณิชสฺเสตํ อธิวจนํ. อภพฺโพติ อภาชนภูโต. น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาตีติ ยถา อธิฏฺฐิตํ สุอธิฏฺฐิตํ โหติ, เอวํ สยํ อตฺตปจฺจกฺขํ กโรนฺโต นาธิฏฺฐาติ. ตตฺถ ปจฺจูสกาเล ปทสทฺเทน อุฏฺฐาย ทีปํ ชาเลตฺวา ภณฺฑํ ปสาเรตฺวา อนิสีทนฺโต ปุพฺพณฺหสมยํ น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ นาม. อยํ หิ ยํ โจรา รตฺตึ ภณฺฑํ หริตฺวา ‘‘อิทํ อมฺหากํ หตฺถโต วิสฺสชฺเชสฺสามา’’ติ อาปณํ คนฺตฺวา อปฺเปน อคฺเฆน เทนฺติ, ยมฺปิ พหุเวริโน มนุสฺสา รตฺตึ นคเร วสิตฺวา ปาโตว อาปณํ คนฺตฺวา ภณฺฑํ คณฺหนฺติ, ยํ วา ปน ชนปทํ คนฺตุกามา มนุสฺสา ปาโตว อาปณํ คนฺตฺวา ภณฺฑํ กิณนฺติ, ตปฺปจฺจยสฺส ลาภสฺส อสฺสามิโก โหติ.

อญฺเญสํ โภชนเวลาย ปน ภุญฺชิตุํ อาคนฺตฺวา ปาโตว ภณฺฑํ ปฏิสาเมตฺวา ฆรํ คนฺตฺวา ภุญฺชิตฺวา นิทฺทายิตฺวา สายํ ปุน อาปณํ อาคจฺฉนฺโต มชฺฌนฺหิกสมยํ น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ นาม. โส หิ ยํ โจรา ปาโตว วิสฺสชฺเชตุํ น สมฺปาปุณึสุ, ทิวากาเล ปน ปเรสํ อสญฺจารกฺขเณ อาปณํ คนฺตฺวา อปฺปคฺเฆน เทนฺติ, ยญฺจ โภชนเวลาย ปุญฺญวนฺโต อิสฺสรา ‘‘อาปณโต อิทญฺจิทญฺจ ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ ปหิณิตฺวา อาหราเปนฺติ, ตปฺปจฺจยสฺส ลาภสฺส อสฺสามิโก โหติ.

ยาว ยามเภรินิกฺขมนา ปน อนฺโตอาปเณ ทีปํ ชาลาเปตฺวา อนิสีทนฺโต สายนฺหสมยํ น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ นาม. โส หิ ยํ โจรา ปาโตปิ ทิวาปิ วิสฺสชฺเชตุํ น สมฺปาปุณึสุ, สายํ ปน อาปณํ คนฺตฺวา อปฺปคฺเฆน เทนฺติ, ตปฺปจฺจยสฺส ลาภสฺส อสฺสามิโก โหติ.

น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาตีติ สกฺกจฺจกิริยาย สมาธึ น สมาปชฺชติ. เอตฺถ จ ปาโตว เจติยงฺคณโพธิยงฺคเณสุ วตฺตํ กตฺวา เสนาสนํ ปวิสิตฺวา ยาว ภิกฺขาจารเวลา, ตาว สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา อนิสีทนฺโต ปุพฺพณฺหสมยํ น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ นาม. ปจฺฉาภตฺตํ ปน ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา ยาว สายนฺหสมยา สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา อนิสีทนฺโต มชฺฌนฺหิกสมยํ น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ นาม. สายํ ปน เจติยํ วนฺทิตฺวา เถรูปฏฺฐานํ กตฺวา เสนาสนํ ปวิสิตฺวา ปฐมยามํ สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา อนิสีทนฺโต สายนฺหสมยํ น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ นาม. สุกฺกปกฺโข วุตฺตปฏิปกฺขนเยเนว เวทิตพฺโพ. อปิเจตฺถ ‘‘สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน สมาปตฺติยา อสติ วิปสฺสนาปิ วฏฺฏติ, สมาธินิมิตฺตนฺติ จ สมาธิอารมฺมณมฺปิ วฏฺฏติเยว. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘สมาธิปิ สมาธินิมิตฺตํ, สมาธารมฺมณมฺปิ สมาธินิมิตฺต’’นฺติ.

๑๐. ทุติยปาปณิกสุตฺตวณฺณนา

๒๐. ทสเม จกฺขุมาติ ปญฺญาจกฺขุนา จกฺขุมา โหติ. วิธุโรติ วิสิฏฺฐธุโร อุตฺตมธุโร ญาณสมฺปยุตฺเตน วีริเยน สมนฺนาคโต. นิสฺสยสมฺปนฺโนติ อวสฺสยสมฺปนฺโน ปติฏฺฐานสมฺปนฺโน. ปณิยนฺติ วิกฺกายิกภณฺฑํ. เอตฺตกํ มูลํ ภวิสฺสติ เอตฺตโก อุทโยติ ตสฺมึ ‘‘เอวํ กีตํ เอวํ วิกฺกายมาน’’นฺติ วุตฺตปณิเย เยน กเยน ตํ กีตํ, ตํ กยสงฺขาตํ มูลํ เอตฺตกํ ภวิสฺสติ. โย จ ตสฺมึ วิกฺกยมาเน วิกฺกโย, ตสฺมึ วิกฺกเย เอตฺตโก อุทโย ภวิสฺสติ, เอตฺติกา วฑฺฒีติ อตฺโถ.

กุสโล โหติ ปณิยํ เกตุญฺจ วิกฺเกตุญฺจาติ สุลภฏฺฐานํ คนฺตฺวา กิณนฺโต ทุลฺลภฏฺฐานํ คนฺตฺวา วิกฺกิณนฺโต จ เอตฺถ กุสโล นาม โหติ, ทสคุณมฺปิ วีสติคุณมฺปิ ลาภํ ลภติ.

อฑฺฒาติ อิสฺสรา พหุนา นิกฺขิตฺตธเนน สมนฺนาคตา. มหทฺธนาติ วฬญฺชนกวเสน มหทฺธนา. มหาโภคาติ อุปโภคปริโภคภณฺเฑน มหาโภคา. ปฏิพโลติ กายพเลน เจว ญาณพเลน จ สมนฺนาคตตฺตา สมตฺโถ. อมฺหากญฺจ กาเลน กาลํ อนุปฺปทาตุนฺติ อมฺหากญฺจ คหิตธนมูลิกํ วฑฺฒึ กาเลน กาลํ อนุปฺปทาตุํ. นิปตนฺตีติ นิมนฺเตนฺติ. นิปาเตนฺตีติปิ ปาโฐ, อยเมว อตฺโถ.

กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทายาติ กุสลธมฺมานํ สมฺปาทนตฺถาย ปฏิลาภตฺถาย. ถามวาติ ญาณถาเมน สมนฺนาคโต. ทฬฺหปรกฺกโมติ ถิเรน ญาณปรกฺกเมน สมนฺนาคโต. อนิกฺขิตฺตธุโรติ ‘‘อคฺคมคฺคํ อปาปุณิตฺวา อิมํ วีริยธุรํ น ฐเปสฺสามี’’ติ เอวํ อฏฺฐปิตธุโร.

พหุสฺสุตาติ เอกนิกายาทิวเสน พหุ พุทฺธวจนํ สุตํ เอเตสนฺติ พหุสฺสุตา. อาคตาคมาติ เอโก นิกาโย เอโก อาคโม นาม, เทฺว นิกายา เทฺว อาคมา นาม, ปญฺจ นิกายา ปญฺจ อาคมา นาม, เอเตสุ อาคเมสุ เยสํ เอโกปิ อาคโม อาคโต ปคุโณ ปวตฺติโต, เต อาคตาคมา นาม. ธมฺมธราติ สุตฺตนฺตปิฏกธรา. วินยธราติ วินยปิฏกธรา. มาติกาธราติ เทฺวมาติกาธรา. ปริปุจฺฉตีติ อตฺถานตฺถํ การณาการณํ ปุจฺฉติ. ปริปญฺหตีติ ‘‘อิมํ นาม ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ อญฺญาติ ตุเลติ ปริคฺคณฺหาติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.

อิมสฺมึ ปน สุตฺเต ปฐมํ ปญฺญา อาคตา, ปจฺฉา วีริยญฺจ กลฺยาณมิตฺตเสวนา จ. ตตฺถ ปฐมํ อรหตฺตํ ปตฺวา ปจฺฉา วีริยํ กตฺวา กลฺยาณมิตฺตา เสวิตพฺพาติ น เอวํ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ, เทสนาย นาม เหฏฺฐิเมน วา ปริจฺเฉโท โหติ อุปริเมน วา ทฺวีหิปิ วา โกฏีหิ. อิธ ปน อุปริเมน ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ. ตสฺมา กเถนฺเตน ปฐมํ กลฺยาณมิตฺตอุปนิสฺสยํ ทสฺเสตฺวา มชฺเฌ วีริยํ ทสฺเสตฺวา ปจฺฉา อรหตฺตํ กเถตพฺพนฺติ.

รถการวคฺโค ทุติโย.

๓. ปุคฺคลวคฺโค

๑. สมิทฺธสุตฺตวณฺณนา

๒๑. ตติยสฺส ปฐเม ฌานผสฺสํ ปฐมํ ผุสติ, ปจฺฉา นิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรตีติ กายสกฺขิ. ทิฏฺฐนฺตํ ปตฺโตติ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต. สทฺทหนฺโต วิมุตฺโตติ สทฺธาวิมุตฺโต. ขมตีติ รุจฺจติ. อภิกฺกนฺตตโรติ อติสุนฺทรตโร. ปณีตตโรติ อติปณีตตโร. สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหตีติ สมิทฺธตฺเถรสฺส กิร อรหตฺตมคฺคกฺขเณ สทฺธินฺทฺริยํ ธุรํ อโหสิ, เสสานิ จตฺตาริ สหชาตินฺทฺริยานิ ตสฺเสว ปริวารานิ อเหสุํ. อิติ เถโร อตฺตนา ปฏิวิทฺธมคฺคํ กเถนฺโต เอวมาห. มหาโกฏฺฐิกตฺเถรสฺส ปน อรหตฺตมคฺคกฺขเณ สมาธินฺทฺริยํ ธุรํ อโหสิ, เสสานิ จตฺตาริ อินฺทฺริยานิ ตสฺเสว ปริวารานิ อเหสุํ. ตสฺมา โสปิ สมาธินฺทฺริยํ อธิมตฺตนฺติ กเถนฺโต อตฺตนา ปฏิวิทฺธมคฺคเมว กเถสิ. สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ปน อรหตฺตมคฺคกฺขเณ ปญฺญินฺทฺริยํ ธุรํ อโหสิ. เสสานิ จตฺตาริ อินฺทฺริยานิ ตสฺเสว ปริวารานิ อเหสุํ. ตสฺมา โสปิ ปญฺญินฺทฺริยํ อธิมตฺตนฺติ กเถนฺโต อตฺตนา ปฏิวิทฺธมคฺคเมว กเถสิ.

น เขฺวตฺถาติ น โข เอตฺถ. เอกํเสน พฺยากาตุนฺติ เอกนฺเตน พฺยากริตุํ. อรหตฺตาย ปฏิปนฺโนติ อรหตฺตมคฺคสมงฺคึ ทสฺเสติ. เอวเมตสฺมึ สุตฺเต ตีหิปิ เถเรหิ อตฺตนา ปฏิวิทฺธมคฺโคว กถิโต, สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน ภุมฺมนฺตเรเนว กเถสิ.

๒. คิลานสุตฺตวณฺณนา

๒๒. ทุติเย สปฺปายานีติ หิตานิ วุทฺธิกรานิ. ปติรูปนฺติ อนุจฺฉวิกํ. เนว วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธาติ อิมินา อเตกิจฺเฉน วาตาปมาราทินา โรเคน สมนฺนาคโต นิฏฺฐาปตฺตคิลาโน กถิโต. วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธาติ อิมินา ขิปิตกกจฺฉุติณปุปฺผกชราทิเภโท อปฺปมตฺตอาพาโธ กถิโต. ลภนฺโต สปฺปายานิ โภชนานิ โน อลภนฺโตติ อิมินา ปน เยสํ ปฏิชคฺคเนน ผาสุกํ โหติ, สพฺเพปิ เต อาพาธา กถิตา. เอตฺถ จ ปติรูโป อุปฏฺฐาโก นาม คิลานุปฏฺฐากองฺเคหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต ทกฺโข อนลโส เวทิตพฺโพ. คิลานุปฏฺฐาโก อนุญฺญาโตติ ภิกฺขุสงฺเฆน ทาตพฺโพติ อนุญฺญาโต. ตสฺมิญฺหิ คิลาเน อตฺตโน ธมฺมตาย ยาเปตุํ อสกฺโกนฺเต ภิกฺขุสงฺเฆน ตสฺส ภิกฺขุโน เอโก ภิกฺขุ จ สามเณโร จ ‘‘อิมํ ปฏิชคฺคถา’’ติ อปโลเกตฺวา ทาตพฺพา. ยาว ปน เต ตํ ปฏิชคฺคนฺติ, ตาว คิลานสฺส จ เตสญฺจ ทฺวินฺนํ เยนตฺโถ, สพฺพํ ภิกฺขุสงฺฆสฺเสว ภาโร.

อญฺเญปิ คิลานา อุปฏฺฐาตพฺพาติ อิตเรปิ เทฺว คิลานา อุปฏฺฐาเปตพฺพา. กึ การณา? โยปิ หิ นิฏฺฐปตฺตคิลาโน, โส อนุปฏฺฐิยมาโน ‘‘สเจ มํ ปฏิชคฺเคยฺยุํ, ผาสุกํ เม ภเวยฺย. น โข ปน มํ ปฏิชคฺคนฺตี’’ติ มโนปโทสํ กตฺวา อปาเย นิพฺพตฺเตยฺย. ปฏิชคฺคิยมานสฺส ปนสฺส เอวํ โหติ ‘‘ภิกฺขุสงฺเฆน ยํ กาตพฺพํ, ตํ กตํ. มยฺหํ ปน กมฺมวิปาโก อีทิโส’’ติ. โส ภิกฺขุสงฺเฆ เมตฺตํ ปจฺจุปฏฺฐาเปตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺติสฺสติ. โย ปน อปฺปมตฺตเกน พฺยาธินา สมนฺนาคโต ลภนฺโตปิ อลภนฺโตปิ วุฏฺฐาติเยว, ตสฺส วินาปิ เภสชฺเชน วูปสมนพฺยาธิ เภสชฺเช กเต ขิปฺปตรํ วูปสมฺมติ. โส ตโต พุทฺธวจนํ วา อุคฺคณฺหิตุํ สกฺขิสฺสติ, สมณธมฺมํ วา กาตุํ สกฺขิสฺสติ. อิมินา การเณน ‘‘อญฺเญปิ คิลานา อุปฏฺฐาตพฺพา’’ติ วุตฺตํ.

เนว โอกฺกมตีติ เนว ปวิสติ. นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตนฺติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ มคฺคนิยามสงฺขาตํ สมฺมตฺตํ. อิมินา ปทปรโม ปุคฺคโล กถิโต. ทุติยวาเรน อุคฺฆฏิตญฺญู คหิโต สาสเน นาลกตฺเถรสทิโส พุทฺธนฺตเร เอกวารํ ปจฺเจกพุทฺธานํ สนฺติเก โอวาทํ ลภิตฺวา ปฏิวิทฺธปจฺเจกโพธิญาโณ จ. ตติยวาเรน วิปญฺจิตญฺญู ปุคฺคโล กถิโต, เนยฺโย ปน ตนฺนิสฺสิโตว โหติ.

ธมฺมเทสนา อนุญฺญาตาติ มาสสฺส อฏฺฐ วาเร ธมฺมกถา อนุญฺญาตา. อญฺเญสมฺปิ ธมฺโม เทเสตพฺโพติ อิตเรสมฺปิ ธมฺโม กเถตพฺโพ. กึ การณา? ปทปรมสฺส หิ อิมสฺมึ อตฺตภาเว ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสกฺโกนฺตสฺสาปิ อนาคเต ปจฺจโย ภวิสฺสติ. โย ปน ตถาคตสฺส รูปทสฺสนํ ลภนฺโตปิ อลภนฺโตปิ ธมฺมวินยญฺจ สวนาย ลภนฺโตปิ อลภนฺโตปิ ธมฺมํ อภิสเมติ, โส อลภนฺโต ตาว อภิสเมติ. ลภนฺโต ปน ขิปฺปเมว อภิสเมสฺสตีติ อิมินา การเณน เตสํ ธมฺโม เทเสตพฺโพ. ตติยสฺส ปน ปุนปฺปุนํ เทเสตพฺโพว.

๓. สงฺขารสุตฺตวณฺณนา

๒๓. ตติเย สพฺยาพชฺฌนฺติ สทุกฺขํ. กายสงฺขารนฺติ กายทฺวาเร เจตนาราสึ. อภิสงฺขโรตีติ อายูหติ ราสึ กโรติ ปิณฺฑํ กโรติ. วจีมโนทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย. สพฺยาพชฺฌํ โลกนฺติ สทุกฺขํ โลกํ. สพฺยาพชฺฌา ผสฺสา ผุสนฺตีติ สทุกฺขา วิปากผสฺสา ผุสนฺติ. สพฺยาพชฺฌํ เวทนํ เวทิยตีติ สทุกฺขํ วิปากเวทนํ เวทิยติ, สาพาธํ นิรสฺสาทนฺติ อตฺโถ. เสยฺยถาปิ สตฺตา เนรยิกาติ ยถา นิรเย นิพฺพตฺตสตฺตา เอกนฺตทุกฺขํ เวทนํ เวทิยนฺติ, เอวํ เวทิยตีติ อตฺโถ. กึ ปน ตตฺถ อุเปกฺขาเวทนา นตฺถีติ? อตฺถิ, ทุกฺขเวทนาย ปน พลวภาเวน สา อพฺโพหาริกฏฺฐาเน ฐิตา. อิติ นิรโยว นิรยสฺส อุปมํ กตฺวา อาหโฏ. ตตฺร ปฏิภาคอุปมา นาม กิร เอสา.

เสยฺยถาปิ เทวา สุภกิณฺหาติ อิธาปิ เทวโลโกว เทวโลกสฺส อุปมํ กตฺวา อาหโฏ. ยสฺมา ปน เหฏฺฐิเมสุ พฺรหฺมโลเกสุ สปฺปีติกชฺฌานวิปาโก วตฺตติ, สุภกิเณฺหสุ นิปฺปีติโก เอกนฺตสุโขว, ตสฺมา เต อคฺคเหตฺวา สุภกิณฺหาว กถิตา. อิติ อยมฺปิ ตตฺร ปฏิภาคอุปมา นามาติ เวทิตพฺพา.

โวกิณฺณสุขทุกฺขนฺติ โวมิสฺสกสุขทุกฺขํ. เสยฺยถาปิ มนุสฺสาติ มนุสฺสานํ หิ กาเลน สุขํ โหติ, กาเลน ทุกฺขํ. เอกจฺเจ จ เทวาติ กามาวจรเทวา. เตสมฺปิ กาเลน สุขํ โหติ, กาเลน ทุกฺขํ. เตสํ หิ หีนตรานํ มเหสกฺขตรา เทวตา ทิสฺวา อาสนา วุฏฺฐาตพฺพํ โหติ, มคฺคา อุกฺกมิตพฺพํ, ปารุตวตฺถํ อปเนตพฺพํ, อญฺชลิกมฺมํ กาตพฺพนฺติ ตํ สพฺพมฺปิ ทุกฺขํ นาม โหติ. เอกจฺเจ จ วินิปาติกาติ เวมานิกเปตา. เต หิ กาเลน สมฺปตฺตึ อนุภวนฺติ กาเลน กมฺมนฺติ โวกิณฺณสุขทุกฺขาว โหนฺติ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต ตีณิ สุจริตานิ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกานิ กถิตานีติ เวทิตพฺพานิ.

๔. พหุการสุตฺตวณฺณนา

๒๔. จตุตฺเถ ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลาติ ตโย อาจริยปุคฺคลา. ปุคฺคลสฺส พหุการาติ อนฺเตวาสิกปุคฺคลสฺส พหูปการา. พุทฺธนฺติ สพฺพญฺญุพุทฺธํ. สรณํ คโต โหตีติ อวสฺสยํ คโต โหติ. ธมฺมนฺติ สตนฺติกํ นวโลกุตฺตรธมฺมํ. สงฺฆนฺติ อฏฺฐอริยปุคฺคลสมูหํ. อิทญฺจ ปน สรณคมนํ อคฺคหิตสรณปุพฺพสฺส อกตาภินิเวสสฺส วเสน วุตฺตํ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต สรณทายโก โสตาปตฺติมคฺคสมฺปาปโก อรหตฺตมคฺคสมฺปาปโกติ ตโย อาจริยา พหุการาติ อาคตา, ปพฺพชฺชาทายโก พุทฺธวจนทายโก กมฺมวาจาจริโย สกทาคามิมคฺคสมฺปาปโก อนาคามิมคฺคสมฺปาปโกติ อิเม อาจริยา น อาคตา, กึ เอเต น พหุการาติ? โน, น พหุการา. อยํ ปน เทสนา ทุวิเธน ปริจฺฉินฺนา. ตสฺมา สพฺเพเปเต พหุการา. เตสุ สรณคมนสฺมึเยว อกตาภินิเวโส วฏฺฏติ, จตุปาริสุทฺธิสีลกสิณปริกมฺมวิปสฺสนาญาณานิ ปน ปฐมมคฺคสนฺนิสฺสิตานิ โหนฺติ, อุปริ เทฺว มคฺคา จ ผลานิ จ อรหตฺตมคฺคสนฺนิสฺสิตานีติ เวทิตพฺพานิ.

อิมินา ปุคฺคเลนาติ อิมินา อนฺเตวาสิกปุคฺคเลน. น สุปฺปติการํ วทามีติ ปติการํ กาตุํ น สุกรนฺติ วทามิ. อภิวาทนาทีสุ อเนกสตวารํ อเนกสหสฺสวารมฺปิ หิ ปญฺจปติฏฺฐิเตน นิปติตฺวา วนฺทนฺโต อาสนา วุฏฺฐาย ปจฺจุคฺคจฺฉนฺโต ทิฏฺฐทิฏฺฐกฺขเณ อญฺชลึ ปคฺคณฺหนฺโต อนุจฺฉวิกํ สามีจิกมฺมํ กโรนฺโต ทิวเส ทิวเส จีวรสตํ จีวรสหสฺสํ ปิณฺฑปาตสตํ ปิณฺฑปาตสหสฺสํ ททมาโน จกฺกวาฬปริยนฺเตน สพฺพรตนมยํ อาวาสํ กโรนฺโต สปฺปินวนีตาทินานปฺปการํ เภสชฺชํ อนุปฺปทชฺชมาโน เนว สกฺโกติ อาจริเยน กตสฺส ปติการํ นาม กาตุนฺติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๕. วชิรูปมสุตฺตวณฺณนา

๒๕. ปญฺจเม อรุกูปมจิตฺโตติ ปุราณวณสทิสจิตฺโต. วิชฺชูปมจิตฺโตติ อิตฺตรกาโลภาสเนน วิชฺชุสทิสจิตฺโต. วชิรูปมจิตฺโตติ กิเลสานํ มูลฆาตกรณสมตฺถตาย วชิเรน สทิสจิตฺโต. อภิสชฺชตีติ ลคฺคติ. กุปฺปตีติ โกปวเสน กุปฺปติ. พฺยาปชฺชตีติ ปกติภาวํ ปชหติ, ปูติโก โหติ. ปติตฺถียตีติ ถินภาวํ ถทฺธภาวํ อาปชฺชติ. โกปนฺติ ทุพฺพลโกธํ. โทสนฺติ ทุสฺสนวเสน ตโต พลวตรํ. อปฺปจฺจยนฺติ อตุฏฺฐาการํ โทมนสฺสํ. ทุฏฺฐารุโกติ ปุราณวโณ. กฏฺเฐนาติ ทณฺฑกโกฏิยา. กฐเลนาติ กปาเลน. อาสวํ เทตีติ อปราปรํ สวติ. ปุราณวโณ หิ อตฺตโน ธมฺมตาเยว ปุพฺพํ โลหิตํ ยูสนฺติ อิมานิ ตีณิ สวติ, ฆฏฺฏิโต ปน ตานิ อธิกตรํ สวติ.

เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ทุฏฺฐารุโก วิย หิ โกธนปุคฺคโล, ตสฺส อตฺตโน ธมฺมตาย สวนํ วิย โกธนสฺสปิ อตฺตโน ธมฺมตาย อุทฺธุมาตสฺส วิย จณฺฑิกตสฺส จรณํ, กฏฺเฐน วา กฐลาย วา ฆฏฺฏนํ วิย อปฺปมตฺตํ วจนํ, ภิยฺโยโสมตฺตาย สวนํ วิย ‘‘มาทิสํ นาม เอส เอวํ วทตี’’ติ ภิยฺโยโสมตฺตาย อุทฺธุมายนภาโว ทฏฺฐพฺโพ.

รตฺตนฺธการติมิสายนฺติ รตฺตึ จกฺขุวิญฺญาณุปฺปตฺตินิวารเณน อนฺธภาวกรเณ พหลตเม. วิชฺชนฺตริกายาติ วิชฺชุปฺปตฺติกฺขเณ. อิธาปิ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – จกฺขุมา ปุริโส วิย หิ โยคาวจโร ทฏฺฐพฺโพ, อนฺธการํ วิย โสตาปตฺติมคฺควชฺฌา กิเลสา, วิชฺชุสญฺจรณํ วิย โสตาปตฺติมคฺคญาณสฺส อุปฺปตฺติกาโล, วิชฺชนฺตริกาย จกฺขุมโต ปุริสสฺส สมนฺตา รูปทสฺสนํ วิย โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ นิพฺพานทสฺสนํ, ปุน อนฺธการาวตฺถรณํ วิย สกทาคามิมคฺควชฺฌา กิเลสา, ปุน วิชฺชุสญฺจรณํ วิย สกทาคามิมคฺคญาณสฺส อุปฺปาโท, วิชฺชนฺตริกาย จกฺขุมโต ปุริสสฺส สมนฺตา รูปทสฺสนํ วิย สกทาคามิมคฺคกฺขเณ นิพฺพานทสฺสนํ, ปุน อนฺธการาวตฺถรณํ วิย อนาคามิมคฺควชฺฌา กิเลสา, ปุน วิชฺชุสญฺจรณํ วิย อนาคามิมคฺคญาณสฺส อุปฺปาโท, วิชฺชนฺตริกาย จกฺขุมโต ปุริสสฺส สมนฺตา รูปทสฺสนํ วิย อนาคามิมคฺคกฺขเณ นิพฺพานทสฺสนํ เวทิตพฺพํ.

วชิรูปมจิตฺตตายปิ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – วชิรํ วิย หิ อรหตฺตมคฺคญาณํ ทฏฺฐพฺพํ, มณิคณฺฐิปาสาณคณฺฐิ วิย อรหตฺตมคฺควชฺฌา กิเลสา, วชิรสฺส มณิคณฺฐิมฺปิ วา ปาสาณคณฺฐิมฺปิ วา วินิวิชฺฌิตฺวา อคมนภาวสฺส นตฺถิตา วิย อรหตฺตมคฺคญาเณน อจฺเฉชฺชานํ กิเลสานํ นตฺถิภาโว, วชิเรน นิพฺพิทฺธเวธสฺส ปุน อปติปูรณํ วิย อรหตฺตมคฺเคน ฉินฺนานํ กิเลสานํ ปุน อนุปฺปาโท ทฏฺฐพฺโพติ.

๖. เสวิตพฺพสุตฺตวณฺณนา

๒๖. ฉฏฺเฐ เสวิตพฺโพติ อุปสงฺกมิตพฺโพ. ภชิตพฺโพติ อลฺลียิตพฺโพ. ปยิรุปาสิตพฺโพติ สนฺติเก นิสีทนวเสน ปุนปฺปุนํ อุปาสิตพฺโพ. สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวาติ สกฺการญฺเจว ครุการญฺจ กตฺวา. หีโน โหติ สีเลนาติอาทีสุ อุปาทายุปาทาย หีนตา เวทิตพฺพา. ตตฺถ โย หิ ปญฺจ สีลานิ รกฺขติ, โส ทส สีลานิ รกฺขนฺเตน น เสวิตพฺโพ. โย ทส สีลานิ รกฺขติ, โส จตุปาริสุทฺธิสีลํ รกฺขนฺเตน น เสวิตพฺโพ. อญฺญตฺร อนุทฺทยา อญฺญตฺร อนุกมฺปาติ ฐเปตฺวา อนุทฺทยญฺจ อนุกมฺปญฺจ. อตฺตโน อตฺถาเยว หิ เอวรูโป ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ, อนุทฺทยานุกมฺปาวเสน ปน ตํ อุปสงฺกมิตุํ วฏฺฏติ.

สีลสามญฺญคตานํ สตนฺติ สีเลน สมานภาวํ คตานํ สนฺตานํ. สีลกถา จ โน ภวิสฺสตีติ เอวํ สมานสีลานํ อมฺหากํ สีลเมว อารพฺภ กถา ภวิสฺสติ. สา จ โน ปวตฺตินี ภวิสฺสตีติ สา จ อมฺหากํ กถา ทิวสมฺปิ กเถนฺตานํ ปวตฺติสฺสติ น ปฏิหญฺญิสฺสติ. สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสตีติ สา จ ทิวสมฺปิ ปวตฺตมานา สีลกถา อมฺหากํ ผาสุวิหาโร สุขวิหาโร ภวิสฺสติ. สมาธิปญฺญากถาสุปิ เอเสว นโย.

สีลกฺขนฺธนฺติ สีลราสึ. ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ เอตฺถ สีลสฺส อสปฺปาเย อนุปการธมฺเม วชฺเชตฺวา สปฺปาเย อุปการธมฺเม เสวนฺโต ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน สีลกฺขนฺธํ ปญฺญาย อนุคฺคณฺหาติ นาม. สมาธิปญฺญากฺขนฺเธสุปิ เอเสว นโย. นิหียตีติ อตฺตโน หีนตรํ ปุคฺคลํ เสวนฺโต ขารปริสฺสาวเน อาสิตฺตอุทกํ วิย สตตํ สมิตํ หายติ ปริหายติ. ตุลฺยเสวีติ อตฺตนา สมานเสวี. เสฏฺฐมุปนมนฺติ เสฏฺฐํ ปุคฺคลํ โอณมนฺโต. อุเทติ ขิปฺปนฺติ ขิปฺปเมว วฑฺฒติ. ตสฺมา อตฺตโน อุตฺตรึ ภเชถาติ ยสฺมา เสฏฺฐํ ปุคฺคลํ อุปนมนฺโต อุเทติ ขิปฺปํ, ตสฺมา อตฺตโน อุตฺตริตรํ วิสิฏฺฐตรํ ภเชถ.

๗. ชิคุจฺฉิตพฺพสุตฺตวณฺณนา

๒๗. สตฺตเม ชิคุจฺฉิตพฺโพติ คูถํ วิย ชิคุจฺฉิตพฺโพ. อถ โข นนฺติ อถ โข อสฺส. กิตฺติสทฺโทติ กถาสทฺโท. เอวเมว โขติ เอตฺถ คูถกูโป วิย ทุสฺสีลฺยํ ทฏฺฐพฺพํ. คูถกูเป ปติตฺวา ฐิโต ธมฺมนิอหิ วิย ทุสฺสีลปุคฺคโล. คูถกูปโต อุทฺธริยมาเนน เตน อหินา ปุริสสฺส สรีรํ อารุเฬฺหนาปิ อทฏฺฐภาโว วิย ทุสฺสีลํ เสวมานสฺสาปิ ตสฺส กิริยาย อกรณภาโว. สรีรํ คูเถน มกฺเขตฺวา อหินา คตกาโล วิย ทุสฺสีลํ เสวมานสฺส ปาปกิตฺติสทฺทอพฺภุคฺคมนกาโล เวทิตพฺโพ.

ตินฺทุกาลาตนฺติ ตินฺทุกรุกฺขอลาตํ. ภิยฺโยโสมตฺตาย จิจฺจิฏายตีติ ตํ หิ ฌายมานํ ปกติยาปิ ปปฏิกาโย มุญฺจนฺตํ จิจฺจิฏาติ ‘‘จิฏิจิฏา’’ติ สทฺทํ กโรติ, ฆฏฺฏิตํ ปน อธิมตฺตํ กโรตีติ อตฺโถ. เอวเมว โขติ เอวเมวํ โกธโน อตฺตโน ธมฺมตายปิ อุทฺธโต จณฺฑิกโต หุตฺวา จรติ, อปฺปมตฺตกํ ปน วจนํ สุตกาเล ‘‘มาทิสํ นาม เอวํ วทติ เอวํ วทตี’’ติ อติเรกตรํ อุทฺธโต จณฺฑิกโต หุตฺวา จรติ. คูถกูโปติ คูถปุณฺณกูโป, คูถราสิเยว วา. โอปมฺมสํสนฺทนํ ปเนตฺถ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ. ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพติ ยสฺมา โกธโน อติเสวิยมาโน อติอุปสงฺกมิยมาโนปิ กุชฺฌติเยว, ‘‘กึ อิมินา’’ติ ปฏิกฺกมนฺเตปิ กุชฺฌติเยว. ตสฺมา ปลาลคฺคิ วิย อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ. กึ วุตฺตํ โหติ? โย หิ ปลาลคฺคึ อติอุปสงฺกมิตฺวา ตปฺปติ, ตสฺส สรีรํ ฌายติ. โย อติปฏิกฺกมิตฺวา ตปฺปติ, ตสฺส สีตํ น วูปสมฺมติ. อนุปสงฺกมิตฺวา อปฏิกฺกมิตฺวา ปน มชฺฌตฺตภาเวน ตปฺปนฺตสฺส สีตํ วูปสมฺมติ, ตสฺมา ปลาลคฺคิ วิย โกธโน ปุคฺคโล มชฺฌตฺตภาเวน อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ, น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ.

กลฺยาณมิตฺโตติ สุจิมิตฺโต. กลฺยาณสหาโยติ สุจิสหาโย. สหายา นาม สหคามิโน สทฺธึจรา. กลฺยาณสมฺปวงฺโกติ กลฺยาเณสุ สุจิปุคฺคเลสุ สมฺปวงฺโก, ตนฺนินฺนตปฺโปณตปฺปพฺภารมานโสติ อตฺโถ.

๘. คูถภาณีสุตฺตวณฺณนา

๒๘. อฏฺฐเม คูถภาณีติ โย คูถํ วิย ทุคฺคนฺธกถํ กเถติ. ปุปฺผภาณีติ โย ปุปฺผานิ วิย สุคนฺธกถํ กเถติ. มธุภาณีติ โย มธุ วิย มธุรกถํ กเถติ. สภคฺคโตติ สภาย ฐิโต. ปริสคฺคโตติ คามปริสาย ฐิโต. ญาติมชฺฌคโตติ ญาตีนํ มชฺเฌ ฐิโต. ปูคมชฺฌคโตติ เสณีนํ มชฺเฌ ฐิโต. ราชกุลมชฺฌคโตติ ราชกุลสฺส มชฺเฌ มหาวินิจฺฉเย ฐิโต. อภินีโตติ ปุจฺฉนตฺถายานีโต. สกฺขิปุฏฺโฐติ สกฺขึ กตฺวา ปุจฺฉิโต. เอหมฺโภ ปุริสาติ อาลปนเมตํ. อตฺตเหตุ วา ปรเหตุ วาติ อตฺตโน วา ปรสฺส วา หตฺถปาทาทิเหตุ วา ธนเหตุ วา. อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วาติ เอตฺถ อามิสนฺติ ลญฺโช อธิปฺเปโต. กิญฺจิกฺขนฺติ ยํ วา ตํ วา อปฺปมตฺตกํ อนฺตมโส ติตฺติริยวฏฺฏกสปฺปิปิณฺฑนวนีตปิณฺฑาทิมตฺตกสฺส ลญฺชสฺส เหตูติ อตฺโถ. สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหตีติ ชานนฺโตเยว มุสาวาทํ กตฺตา โหติ.

เนลาติ เอลํ วุจฺจติ โทโส, นาสฺส เอลนฺติ เนลา, นิทฺโทสาติ อตฺโถ. ‘‘เนลงฺโค เสตปจฺฉาโท’’ติ (อุทา. ๖๕) เอตฺถ วุตฺตสีลํ วิย. กณฺณสุขาติ พฺยญฺชนมธุรตาย กณฺณานํ สุขา, สูจิวิชฺฌนํ วิย กณฺณสูลํ น ชเนติ. อตฺถมธุรตาย สกลสรีเร โกปํ อชเนตฺวา เปมํ ชเนตีติ เปมนียา. หทยํ คจฺฉติ อปฺปฏิหญฺญมานา สุเขน จิตฺตํ ปวิสตีติ หทยงฺคมา. คุณปริปุณฺณตาย ปุเร ภวาติ โปรี. ปุเร สํวฑฺฒนารี วิย สุกุมาราติปิ โปรี. ปุรสฺส เอสาติปิ โปรี. ปุรสฺส เอสาติ นครวาสีนํ กถาติ อตฺโถ. นครวาสิโน หิ ยุตฺตกถา โหนฺติ, ปิติมตฺตํ ปิตาติ, มาติมตฺตํ มาตาติ, ภาติมตฺตํ ภาตาติ วทนฺติ. เอวรูปี กถา พหุโน ชนสฺส กนฺตา โหตีติ พหุชนกนฺตา. กนฺตภาเวเนว พหุโน ชนสฺส มนาปา จิตฺตวุทฺธิกราติ พหุชนมนาปา.

๙. อนฺธสุตฺตวณฺณนา

๒๙. นวเม จกฺขุ น โหตีติ ปญฺญาจกฺขุ น โหติ. ผาตึ กเรยฺยาติ ผีตํ วฑฺฒิตํ กเรยฺย. สาวชฺชานวชฺเชติ สโทสนิทฺโทเส. หีนปฺปณีเตติ อธมุตฺตเม. กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเคติ กณฺหสุกฺกาเยว อญฺญมญฺญํ ปฏิพาหนโต ปฏิปกฺขวเสน สปฺปฏิภาคาติ วุจฺจนฺติ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป – กุสเล ธมฺเม ‘‘กุสลา ธมฺมา’’ติ ชาเนยฺย, อกุสเล ธมฺเม ‘‘อกุสลา ธมฺมา’’ติ ชาเนยฺย. สาวชฺชาทีสุปิ เอเสว นโย. กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเคสุ ปน กณฺหธมฺเม ‘‘สุกฺกสปฺปฏิภาคา’’ติ ชาเนยฺย, สุกฺกธมฺเม ‘‘กณฺหสปฺปฏิภาคา’’ติ เยน ปญฺญาจกฺขุนา ชาเนยฺย, ตถารูปมฺปิสฺส จกฺขุ น โหตีติ. อิมินา นเยน เสสวาเรสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

น เจว โภคา ตถารูปาติ ตถาชาติกา โภคาปิสฺส น โหนฺติ. น จ ปุญฺญานิ กุพฺพตีติ ปุญฺญานิ จ น กโรติ. เอตฺตาวตา โภคุปฺปาทนจกฺขุโน จ ปุญฺญกรณจกฺขุโน จ อภาโว วุตฺโต. อุภยตฺถ กลิคฺคาโหติ อิธโลเก จ ปรโลเก จาติ อุภยสฺมิมฺปิ อปรทฺธคฺคาโห, ปราชยคฺคาโห โหตีติ อตฺโถ. อถ วา อุภยตฺถ กลิคฺคาโหติ อุภเยสมฺปิ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกานํ อตฺถานํ กลิคฺคาโห, ปราชยคฺคาโหติ อตฺโถ. ธมฺมาธมฺเมนาติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺเมนปิ ทสอกุสลกมฺมปถอธมฺเมนปิ. สโฐติ เกราฏิโก. โภคานิ ปริเยสตีติ โภเค คเวสติ. เถยฺเยน กูฏกมฺเมน, มุสาวาเทน จูภยนฺติ เถยฺยาทีสุ อุภเยน ปริเยสตีติ อตฺโถ. กถํ? เถยฺเยน กูฏกมฺเมน จ ปริเยสติ, เถยฺเยน มุสาวาเทน จ ปริเยสติ, กูฏกมฺเมน มุสาวาเทน จ ปริเยสติ. สงฺฆาตุนฺติ สงฺฆริตุํ. ธมฺมลทฺเธหีติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺมํ อโกเปตฺวา ลทฺเธหิ. อุฏฺฐานาธิคตนฺติ วีริเยน อธิคตํ. อพฺยคฺฆมานโสติ นิพฺพิจิกิจฺฉจิตฺโต. ภทฺทกํ ฐานนฺติ เสฏฺฐํ เทวฏฺฐานํ. น โสจตีติ ยสฺมึ ฐาเน อนฺโตโสเกน น โสจติ.

๑๐. อวกุชฺชสุตฺตวณฺณนา

๓๐. ทสเม อวกุชฺชปญฺโญติ อโธมุขปญฺโญ. อุจฺฉงฺคปญฺโญติ อุจฺฉงฺคสทิสปญฺโญ. ปุถุปญฺโญติ วิตฺถาริกปญฺโญ. อาทิกลฺยาณนฺติอาทีสุ อาทีติ ปุพฺพปฏฺฐปนา. มชฺฌนฺติ กถาเวมชฺฌํ. ปริโยสานนฺติ สนฺนิฏฺฐานํ. อิติสฺส เต ธมฺมํ กเถนฺตา ปุพฺพปฏฺฐปเนปิ กลฺยาณํ ภทฺทกํ อนวชฺชเมว กตฺวา กเถนฺติ, เวมชฺเฌปิ ปริโยสาเนปิ. เอตฺถ จ อตฺถิ เทสนาย อาทิมชฺฌปริโยสานานิ, อตฺถิ สาสนสฺส. ตตฺถ เทสนาย ตาว จตุปฺปทิกคาถาย ปฐมปทํ อาทิ, เทฺว ปทานิ มชฺฌํ, อวสานปทํ ปริโยสานํ. เอกานุสนฺธิกสฺส สุตฺตสฺส นิทานํ อาทิ, อนุสนฺธิ มชฺฌํ, อิทมโวจาติ อปฺปนา ปริโยสานํ. อเนกานุสนฺธิกสฺส ปฐโม อนุสนฺธิ อาทิ, ตโต ปรํ เอโก วา อเนเก วา มชฺฌํ, ปจฺฉิโม ปริโยสานํ. อยํ ตาว เทสนาย นโย. สาสนสฺส ปน สีลํ อาทิ, สมาธิ มชฺฌํ, วิปสฺสนา ปริโยสานํ. สมาธิ วา อาทิ, วิปสฺสนา มชฺฌํ, มคฺโค ปริโยสานํ. วิปสฺสนา วา อาทิ, มคฺโค มชฺฌํ, ผลํ ปริโยสานํ. มคฺโค วา อาทิ, ผลํ มชฺฌํ, นิพฺพานํ ปริโยสานํ. เทฺว เทฺว วา กยิรมาเน สีลสมาธโย อาทิ, วิปสฺสนามคฺคา มชฺฌํ, ผลนิพฺพานานิ ปริโยสานํ.

สาตฺถนฺติ สาตฺถกํ กตฺวา เทเสนฺติ. สพฺยญฺชนนฺติ อกฺขรปาริปูรึ กตฺวา เทเสนฺติ. เกวลปริปุณฺณนฺติ สกลปริปุณฺณํ อนูนํ กตฺวา เทเสนฺติ. ปริสุทฺธนฺติ ปริสุทฺธํ นิชฺชฏํ นิคฺคณฺฐึ กตฺวา เทเสนฺติ. พฺรหฺมจริยํ ปกาเสนฺตีติ เอวํ เทเสนฺตา จ เสฏฺฐจริยภูตํ สิกฺขตฺตยสงฺคหิตํ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ปกาเสนฺติ. เนว อาทึ มนสิ กโรตีติ เนว ปุพฺพปฏฺฐปนํ มนสิ กโรติ.

กุมฺโภติ ฆโฏ. นิกุชฺโชติ อโธมุโข ฐปิโต. เอวเมว โขติ เอตฺถ กุมฺโภ นิกุชฺโช วิย อวกุชฺชปญฺโญ ปุคฺคโล ทฏฺฐพฺโพ, อุทกาสิญฺจนกาโล วิย ธมฺมเทสนาย ลทฺธกาโล, อุทกสฺส วิวฏฺฏนกาโล วิย ตสฺมึ อาสเน นิสินฺนสฺส อุคฺคเหตุํ อสมตฺถกาโล, อุทกสฺส อสณฺฐานกาโล วิย วุฏฺฐหิตฺวา อสลฺลกฺขณกาโล เวทิตพฺโพ.

อากิณฺณานีติ ปกฺขิตฺตานิ. สติสมฺโมสาย ปกิเรยฺยาติ มุฏฺฐสฺสติตาย วิกิเรยฺย. เอวเมว โขติ เอตฺถ อุจฺฉงฺโค วิย อุจฺฉงฺคปญฺโญ ปุคฺคโล ทฏฺฐพฺโพ, นานาขชฺชกานิ วิย นานปฺปการํ พุทฺธวจนํ, อุจฺฉงฺเค นานาขชฺชกานิ ขาทนฺตสฺส นิสินฺนกาโล วิย ตสฺมึ อาสเน นิสินฺนสฺส อุคฺคณฺหนกาโล, วุฏฺฐหนฺตสฺส สติสมฺโมสา ปกิรณกาโล วิย ตสฺมา อาสนา วุฏฺฐาย คจฺฉนฺตสฺส อสลฺลกฺขณกาโล เวทิตพฺโพ.

อุกฺกุชฺโชติ อุปริมุโข ฐปิโต. สณฺฐาตีติ ปติฏฺฐหติ. เอวเมว โขติ เอตฺถ อุปริมุโข ฐปิโต กุมฺโภ วิย ปุถุปญฺโญ ปุคฺคโล ทฏฺฐพฺโพ, อุทกสฺส อาสิตฺตกาโล วิย เทสนาย ลทฺธกาโล, อุทกสฺส สณฺฐานกาโล วิย ตตฺถ นิสินฺนสฺส อุคฺคณฺหนกาโล, โน วิวฏฺฏนกาโล วิย วุฏฺฐาย คจฺฉนฺตสฺส สลฺลกฺขณกาโล เวทิตพฺโพ.

ทุมฺเมโธติ นิปฺปญฺโญ. อวิจกฺขโณติ สํวิทหนปญฺญาย รหิโต. คนฺตาติ คมนสีโล. เสยฺโย เอเตน วุจฺจตีติ เอตสฺมา ปุคฺคลา อุตฺตริตโรติ วุจฺจติ. ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโนติ นวโลกุตฺตรธมฺมสฺส อนุธมฺมํ สห สีเลน ปุพฺพภาคปฏิปทํ ปฏิปนฺโน. ทุกฺขสฺสาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส. อนฺตกโร สิยาติ โกฏิกโร ปริจฺเฉทกโร ปริวฏุมกโร ภเวยฺยาติ.

ปุคฺคลวคฺโค ตติโย.

๔. เทวทูตวคฺโค

๑. สพฺรหฺมกสุตฺตวณฺณนา

๓๑. จตุตฺถสฺส ปฐเม อชฺฌาคาเรติ สเก ฆเร. ปูชิตา โหนฺตีติ ยํ ฆเร อตฺถิ, เตน ปฏิชคฺคิตา โคปิตา โหนฺติ. อิติ มาตาปิตุปูชกานิ กุลานิ มาตาปิตูหิ สพฺรหฺมกานีติ ปกาเสตฺวา อิทานิ เนสํ สปุพฺพาจริยกาทิภาวํ ปกาเสนฺโต สปุพฺพาจริยกานีติอาทิมาห. ตตฺถ พฺรหฺมาติอาทีนิ เตสํ พฺรหฺมาทิภาวสาธนตฺถํ วุตฺตานิ. พหุการาติ ปุตฺตานํ พหูปการา. อาปาทกาติ ชีวิตสฺส อาปาทกา. ปุตฺตกานํ หิ มาตาปิตูหิ ชีวิตํ อาปาทิตํ ปาลิตํ ฆฏิตํ อนุปฺปพนฺเธน ปวตฺติตํ. โปสกาติ หตฺถปาเท วฑฺเฒตฺวา หทยโลหิตํ ปาเยตฺวา โปเสตาโร. อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโรติ ปุตฺตานํ หิ อิมสฺมึ โลเก อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณสฺส ทสฺสนํ นาม มาตาปิตโร นิสฺสาย ชาตนฺติ อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโร นาม.

พฺรหฺมาติ มาตาปิตโรติ เสฏฺฐาธิวจนํ. ยถา พฺรหฺมุโน จตสฺโส ภาวนา อวิชหิตา โหนฺติ เมตฺตา กรุณา มุทิตา อุเปกฺขาติ, เอวเมว มาตาปิตูนํ ปุตฺตเกสุ จตสฺโส ภาวนา อวิชหิตา โหนฺติ. ตา ตสฺมึ ตสฺมึ กาเล เวทิตพฺพา – กุจฺฉิคตสฺมึ หิ ทารเก ‘‘กทา นุ โข ปุตฺตกํ อโรคํ ปริปุณฺณงฺคปจฺจงฺคํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ มาตาปิตูนํ เมตฺตจิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ยทา ปเนส มนฺโท อุตฺตานเสยฺยโก อูกาหิ วา มงฺกุลาทีหิ ปาณเกหิ ทฏฺโฐ ทุกฺขเสยฺยาย วา ปน ปีฬิโต ปโรทติ วิรวติ, ตทาสฺส สทฺทํ สุตฺวา มาตาปิตูนํ การุญฺญํ อุปฺปชฺชติ, อาธาวิตฺวา วิธาวิตฺวา กีฬนกาเล ปน โลภนียวยสฺมึ วา ฐิตกาเล ทารกํ โอโลเกตฺวา มาตาปิตูนํ จิตฺตํ สปฺปิมณฺเฑ ปกฺขิตฺตสตวิหตกปฺปาสปิจุปฏลํ วิย มุทุกํ โหติ อาโมทิตํ ปโมทิตํ, ตทา เตสํ มุทิตา ลพฺภติ. ยทา ปเนส ปุตฺโต ทาราภรณํ ปจฺจุปฏฺฐาเปตฺวา ปาฏิเยกฺกํ อคารํ อชฺฌาวสติ, ตทา มาตาปิตูนํ ‘‘สกฺโกติ ทานิ โน ปุตฺตโก อตฺตโน ธมฺมตาย ยาเปตุ’’นฺติ มชฺฌตฺตภาโว อุปฺปชฺชติ, ตสฺมึ กาเล อุเปกฺขา ลพฺภตีติ อิมินา การเณน ‘‘พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร’’ติ วุตฺตํ.

ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเรติ มาตาปิตโร หิ ชาตกาลโต ปฏฺฐาย ‘‘เอวํ นิสีท, เอวํ ติฏฺฐ, เอวํ คจฺฉ, เอวํ สย, เอวํ ขาท, เอวํ ภุญฺช, อยํ เต, ตาตาติ วตฺตพฺโพ, อยํ ภาติกาติ, อยํ ภคินีติ, อิทํ นาม กาตุํ วฏฺฏติ, อิทํ น วฏฺฏติ, อสุกํ นาม อุปสงฺกมิตุํ วฏฺฏติ, อสุกํ น วฏฺฏตี’’ติ คาหาเปนฺติ สิกฺขาเปนฺติ. อถาปรภาเค อญฺเญ อาจริยา หตฺถิสิปฺปอสฺสสิปฺปรถสิปฺปธนุสิปฺปถรุสิปฺปมุทฺทาคณนาทีนิ สิกฺขาเปนฺติ. อญฺโญ สรณานิ เทติ, อญฺโญ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปติ, อญฺโญ ปพฺพาเชติ, อญฺโญ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหาเปติ, อญฺโญ อุปสมฺปาเทติ, อญฺโญ โสตาปตฺติมคฺคาทีนิ ปาเปติ. อิติ สพฺเพปิ เต ปจฺฉาจริยา นาม โหนฺติ, มาตาปิตโร ปน สพฺพปฐมา, เตนาห – ‘‘ปุพฺพาจริยาติ วุจฺจเร’’ติ. ตตฺถ วุจฺจเรติ วุจฺจนฺติ กถิยนฺติ. อาหุเนยฺยา จ ปุตฺตานนฺติ ปุตฺตานํ อาหุตํ ปาหุตํ อภิสงฺขตํ อนฺนปานาทึ อรหนฺติ, อนุจฺฉวิกา ตํ ปฏิคฺคเหตุํ. ตสฺมา ‘‘อาหุเนยฺยา จ ปุตฺตาน’’นฺติ วุตฺตํ. ปชาย อนุกมฺปกาติ ปเรสํ ปาเณ อจฺฉินฺทิตฺวาปิ อตฺตโน ปชํ ปฏิชคฺคนฺติ โคปายนฺติ. ตสฺมา ‘‘ปชาย อนุกมฺปกา’’ติ วุตฺตํ.

นมสฺเสยฺยาติ นโม กเรยฺย. สกฺกเรยฺยาติ สกฺกาเรน ปฏิมาเนยฺย. อิทานิ ตํ สกฺการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนฺเนนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อนฺเนนาติ ยาคุภตฺตขาทนีเยน. ปาเนนาติ อฏฺฐวิธปาเนน. วตฺเถนาติ นิวาสนปารุปนเกน วตฺเถน. สยเนนาติ มญฺจปีฐานุปฺปทาเนน. อุจฺฉาทเนนาติ ทุคฺคนฺธํ ปฏิวิโนเทตฺวา สุคนฺธกรณุจฺฉาทเนน. นฺหาปเนนาติ สีเต อุโณฺหทเกน, อุเณฺห สีโตทเกน คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา นฺหาปเนน. ปาทานํ โธวเนนาติ อุโณฺหทกสีโตทเกหิ ปาทโธวเนน เจว เตลมกฺขเนน จ. เปจฺจาติ ปรโลกํ คนฺตฺวา. สคฺเค ปโมทตีติ อิธ ตาว มาตาปิตูสุ ปาริจริยํ ทิสฺวา ปาริจริยการณา ตํ ปณฺฑิตมนุสฺสา อิเธว ปสํสนฺติ, ปรโลกํ ปน คนฺตฺวา สคฺเค ฐิโต โส มาตาปิตุอุปฏฺฐาโก ทิพฺพสมฺปตฺตีหิ อาโมทติ ปโมทตีติ.

๒. อานนฺทสุตฺตวณฺณนา

๓๒. ทุติเย ตถารูโปติ ตถาชาติโก. สมาธิปฏิลาโภติ จิตฺเตกคฺคตาลาโภ. อิมสฺมึ จ สวิญฺญาณเกติ เอตฺถ อตฺตโน จ ปรสฺส จาติ อุภเยสมฺปิ กาโย สวิญฺญาณกฏฺเฐน เอกโต กตฺวา อิมสฺมินฺติ วุตฺโต. อหงฺการมมงฺการมานานุสยาติ อหงฺการทิฏฺฐิ จ มมงฺการตณฺหา จ มานานุสโย จาติ อตฺตโน จ ปรสฺส จ กิเลสา. นาสฺสูติ น ภเวยฺยุํ. พหิทฺธา จ สพฺพนิมิตฺเตสูติ รูปนิมิตฺตํ, สทฺทนิมิตฺตํ, คนฺธนิมิตฺตํ, รสนิมิตฺตํ, โผฏฺฐพฺพนิมิตฺตํ, สสฺสตาทินิมิตฺตํ, ปุคฺคลนิมิตฺตํ ธมฺมนิมิตฺตนฺติ เอวรูเปสุ จ พหิทฺธา สพฺพนิมิตฺเตสุ. เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ ผลสมาธิญฺเจว ผลญาณญฺจ. สิยาติ ภเวยฺย.

อิธานนฺท, ภิกฺขุโนติ, อานนฺท, อิมสฺมึ สาสเน ภิกฺขุโน. เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตนฺติ นิพฺพานํ ทสฺเสนฺโต อาห. นิพฺพานํ หิ กิเลสานํ สนฺตตาย สนฺตํ นาม, นิพฺพานํ สนฺตนฺติ สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวาว ทิวสมฺปิ นิสินฺนสฺส จิตฺตุปฺปาโท สนฺตนฺเตว ปวตฺตตีติปิ สนฺตํ. ปณีตนฺติ สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสินฺนสฺสาปิ จิตฺตุปฺปาโท ปณีตนฺเตว ปวตฺตตีติ นิพฺพานํ ปณีตํ นาม. สพฺพสงฺขารสมโถติอาทีนิปิ ตสฺเสว เววจนานิ. ‘‘สพฺพสงฺขารสมโถ’’ติ สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสินฺนสฺส หิ ทิวสภาคมฺปิ จิตฺตุปฺปาโท สพฺพสงฺขารสมโถเตว ปวตฺตติ…เป… ตถา ตีสุ ภเวสุ วานสงฺขาตาย ตณฺหาย อภาเวน นิพฺพานนฺติ ลทฺธนาเม ตสฺมึ สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสินฺนสฺส จิตฺตุปฺปาโท นิพฺพานํ นิพฺพานนฺเตว ปวตฺตตีติ สพฺพสงฺขารสมโถติอาทีนิ นามานิ ลภติ. อิมสฺมึ ปน อฏฺฐวิเธ อาโภคสมนฺนาหาเร อิมสฺมึ ฐาเน เอโกปิ ลพฺภติ, เทฺวปิ สพฺเพปิ ลพฺภนฺเตว.

สงฺขายาติ ญาเณน ชานิตฺวา. ปโรปรานีติ ปรานิ จ โอปรานิ จ. ปรอตฺตภาวสกอตฺตภาวานิ หิ ปรานิ จ โอปรานิ จาติ วุตฺตํ โหติ. ยสฺสาติ ยสฺส อรหโต. อิญฺชิตนฺติ ราคิญฺชิตํ โทสโมหมานทิฏฺฐิกิเลสทุจฺจริติญฺชิตนฺติ อิมานิ สตฺต อิญฺชิตานิ จลิตานิ ผนฺทิตานิ. นตฺถิ กุหิญฺจีติ กตฺถจิ เอการมฺมเณปิ นตฺถิ. สนฺโตติ ปจฺจนีกกิเลสานํ สนฺตตาย สนฺโต. วิธูโมติ กายทุจฺจริตาทิธูมวิรหิโต. อนีโฆติ ราคาทิอีฆวิรหิโต. นิราโสติ นิตฺตโณฺห. อตารีติ ติณฺโณ อุตฺติณฺโณ สมติกฺกนฺโต. โสติ โส อรหํ ขีณาสโว. ชาติชรนฺติ เอตฺถ ชาติชราคหเณเนว พฺยาธิมรณมฺปิ คหิตเมวาติ เวทิตพฺพํ. อิติ สุตฺตนฺเตปิ คาถายปิ อรหตฺตผลสมาปตฺติเยว กถิตาติ.

๓. สาริปุตฺตสุตฺตวณฺณนา

๓๓. ตติเย สํขิตฺเตนาติ มาติกาฐปเนน. วิตฺถาเรนาติ ฐปิตมาติกาวิภชเนน. สํขิตฺตวิตฺถาเรนาติ กาเล สํขิตฺเตน กาเล วิตฺถาเรน. อญฺญาตาโร จ ทุลฺลภาติ ปฏิวิชฺฌนกปุคฺคลา ปน ทุลฺลภา. อิทํ ภควา ‘‘สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ญาณํ ฆฏฺเฏมี’’ติ อธิปฺปาเยน กเถสิ. ตํ สุตฺวา เถโร กิญฺจาปิ ‘‘อหํ, ภนฺเต, อาชานิสฺสามี’’ติ น วทติ, อธิปฺปาเยน ปน ‘‘วิสฺสตฺถา ตุเมฺห, ภนฺเต, เทเสถ, อหํ ตุเมฺหหิ เทสิตํ ธมฺมํ นยสเตน นยสหสฺเสน ปฏิวิชฺฌิสฺสามิ, มเมส ภาโร โหตู’’ติ สตฺถารํ เทสนาย อุสฺสาเหนฺโต เอตสฺส ภควา กาโลติอาทิมาห.

อถสฺส สตฺถา ตสฺมาติหาติ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ อิมสฺมิญฺจ สวิญฺญาณเกติอาทิ วุตฺตนยเมว. อจฺเฉจฺฉิ ตณฺหนฺติ มคฺคญาณสตฺเถน ตณฺหํ ฉินฺทิ. วิวตฺตยิ สํโยชนนฺติ ทสวิธมฺปิ สํโยชนํ สมูลกํ อุพฺพตฺเตตฺวา ฉฑฺเฑสิ. สมฺมา มานาภิสมยา อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสาติ สมฺมา อุปาเยน สมฺมา ปฏิปตฺติยา นววิธสฺส มานสฺส ปหานาภิสมเยน วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตมกาสิ. อิทญฺจ ปน เมตํ, สาริปุตฺต, สนฺธาย ภาสิตนฺติ, สาริปุตฺต, มยา ปารายเน อุทยปเญฺห อิทํ ผลสมาปตฺติเมว สนฺธาย เอตํ ภาสิตํ.

อิทานิ ยํ ตํ ภควตา ภาสิตํ, ตํ ทสฺเสนฺโต ปหานํ กามสญฺญานนฺติอาทิ อารทฺธํ. อุทยปเญฺห จ เอตํ ปทํ ‘‘ปหานํ กามจฺฉนฺทาน’’นฺติ (สุ. นิ. ๑๑๑๒; จูฬนิ. อุทยมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๗๕) อาคตํ, อิธ ปน องฺคุตฺตรภาณเกหิ ‘‘กามสญฺญาน’’นฺติ อาโรปิตํ. ตตฺถ พฺยญฺชนเมว นานํ, อตฺโถ ปน เอโกเยว. กามสญฺญานนฺติ กาเม อารพฺภ อุปฺปนฺนสญฺญานํ, อฏฺฐหิ วา โลภสหคตจิตฺเตหิ สหชาตสญฺญานํ. โทมนสฺสาน จูภยนฺติ เอตาสญฺจ กามสญฺญานํ เจตสิกโทมนสฺสานญฺจาติ อุภินฺนมฺปิ ปหานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิปหานสงฺขาตํ อรหตฺตผลํ อญฺญาวิโมกฺขํ ปพฺรูมีติ อตฺโถ. นิทฺเทเส ปน ‘‘กามจฺฉนฺทสฺส จ โทมนสฺสสฺส จ อุภินฺนํ ปหานํ วูปสมํ ปฏินิสฺสคฺคํ ปฏิปฺปสฺสทฺธึ อมตํ นิพฺพาน’’นฺติ (จูฬนิ. อุทยมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๗๕) วุตฺตํ, ตํ อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตํ. ปหานนฺติ หิ ขีณาการสงฺขาโต วูปสโมปิ วุจฺจติ, กิเลเส ปฏินิสฺสชฺชนฺโต มคฺโคปิ, กิเลสปฏิปฺปสฺสทฺธิสงฺขาตํ ผลมฺปิ, ยํ อาคมฺม กิเลสา ปหียนฺติ, ตํ อมตํ นิพฺพานมฺปิ. ตสฺมา ตตฺถ ตานิ ปทานิ อาคตานิ. ‘‘อญฺญาวิโมกฺขํ ปพฺรูมี’’ติ วจนโต ปน อรหตฺตผลเมว อธิปฺเปตํ. ถินสฺส จ ปนูทนนฺติปิ ถินสฺส จ ปนูทนนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา อรหตฺตผลเมว อธิปฺเปตํ. กุกฺกุจฺจานํ นิวารณนฺติ กุกฺกุจฺจนิวารณสฺส มคฺคสฺส อนนฺตรํ อุปฺปนฺนตฺตา ผลเมว อธิปฺเปตํ.

อุเปกฺขาสติสํสุทฺธนฺติ จตุตฺถชฺฌานิเก ผเล อุปฺปนฺนาย อุเปกฺขาย จ สติยา จ สํสุทฺธํ. ธมฺมตกฺกปุเรชวนฺติ ธมฺมตกฺโก วุจฺจติ สมฺมาสงฺกปฺโป, โส อาทิโต โหติ, ปุรโต โหติ, ปุพฺพงฺคโม โหติ อญฺญาวิโมกฺขสฺสาติ ธมฺมตกฺกปุเรชโว. ตํ ธมฺมตกฺกปุเรชวํ. อญฺญาวิโมกฺขนฺติ อญฺญินฺทฺริยปริโยสาเน อุปฺปนฺนํ วิโมกฺขํ, อญฺญาย วา วิโมกฺขํ อญฺญาวิโมกฺขํ, ปญฺญาวิมุตฺตนฺติ อตฺโถ. อวิชฺชาย ปเภทนนฺติ อวิชฺชาย ปเภทนนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา, อวิชฺชาย ปเภทนสงฺขาตํ วา นิพฺพานํ อารพฺภ อุปฺปนฺนตฺตา เอวํลทฺธนามํ อรหตฺตผลเมว. อิติ สพฺเพหิปิ อิเมหิ ปหานนฺติอาทีหิ ปเทหิ อรหตฺตผลเมว ปกาสิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๔. นิทานสุตฺตวณฺณนา

๓๔. จตุตฺเถ นิทานานีติ การณานิ. กมฺมานนฺติ วฏฺฏคามิกมฺมานํ. โลโภ นิทานํ กมฺมานํ สมุทยายาติ ลุพฺภนปลุพฺภนสภาโว โลโภ วฏฺฏคามิกมฺมานํ สมุทยาย ปิณฺฑกรณตฺถาย นิทานํ การณํ ปจฺจโยติ อตฺโถ. โทโสติ ทุสฺสนปทุสฺสนสภาโว โทโส. โมโหติ มุยฺหนปมุยฺหนสภาโว โมโห.

โลภปกตนฺติ โลเภน ปกตํ, โลภาภิภูเตน ลุทฺเธน หุตฺวา กตกมฺมนฺติ อตฺโถ. โลภโต ชาตนฺติ โลภชํ. โลโภ นิทานมสฺสาติ โลภนิทานํ. โลโภ สมุทโย อสฺสาติ โลภสมุทยํ. สมุทโยติ ปจฺจโย, โลภปจฺจยนฺติ อตฺโถ. ยตฺถสฺส อตฺตภาโว นิพฺพตฺตตีติ ยสฺมึ ฐาเน อสฺส โลภชกมฺมวโต ปุคฺคลสฺส อตฺตภาโว นิพฺพตฺตติ, ขนฺธา ปาตุภวนฺติ. ตตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจตีติ เตสุ ขนฺเธสุ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ. ทิฏฺเฐ วา ธมฺเมติอาทิ ยสฺมา ตํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ วา โหติ อุปปชฺชเวทนียํ วา อปรปริยายเวทนียํ วา, ตสฺมา ตํ ปเภทํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. เสสทฺวเยปิ เอเสว นโย.

อขณฺฑานีติ อภินฺนานิ. อปูตีนีติ ปูติภาเวน อพีชตฺตํ อปฺปตฺตานิ. อวาตาตปหตานีติ น วาเตน น จ อาตเปน หตานิ. สาราทานีติ คหิตสารานิ สารวนฺตานิ น นิสฺสารานิ. สุขสยิตานีติ สนฺนิจยภาเวน สุขํ สยิตานิ. สุเขตฺเตติ มณฺฑเขตฺเต. สุปริกมฺมกตาย ภูมิยาติ นงฺคลกสเนน เจว อฏฺฐทนฺตเกน จ สุฏฺฐุ ปริกมฺมกตาย เขตฺตภูมิยา. นิกฺขิตฺตานีติ ฐปิตานิ โรปิตานิ. อนุปฺปเวจฺเฉยฺยาติ อนุปฺปเวเสยฺย. วุทฺธินฺติอาทีสุ อุทฺธคฺคมเนน วุทฺธึ, เหฏฺฐา มูลปฺปติฏฺฐาเนน วิรูฬฺหึ, สมนฺตา วิตฺถาริกภาเวน เวปุลฺลํ.