(๘) ๓. อานนฺทวคฺโค
๑. ฉนฺนสุตฺตวณฺณนา
๗๒. ตติยสฺส ปฐเม ฉนฺโนติ เอวํนามโก ฉนฺนปริพฺพาชโก. ตุเมฺหปิ, อาวุโสติ, อาวุโส, ยถา มยํ ราคาทีนํ ปหานํ ปญฺญาเปม, กึ เอวํ ตุเมฺหปิ ปญฺญาเปถาติ ปุจฺฉติ. ตโต เถโร ‘‘อยํ ปริพฺพาชโก อเมฺห ราคาทีนํ ปหานํ ปญฺญาเปมาติ วทติ, นตฺถิ ปเนตํ พาหิรสมเย’’ติ ตํ ปฏิกฺขิปนฺโต มยํ โข, อาวุโสติอาทิมาห. ตตฺถ โขติ อวธารณตฺเถ นิปาโต, มยเมว ปญฺญาเปมาติ อตฺโถ. ตโต ปริพฺพาชโก จินฺเตสิ ‘‘อยํ เถโร พาหิรสมยํ ลุญฺจิตฺวา หรนฺโต ‘มยเมวา’ติ อาห. กึ นุ โข อาทีนวํ ทิสฺวา เอเต เอเตสํ ปหานํ ปญฺญาเปนฺตี’’ติ. อถ เถรํ ปุจฺฉนฺโต กึ ปน ตุเมฺหติอาทิมาห. เถโร ตสฺส พฺยากโรนฺโต รตฺโต โขติอาทิมาห. ตตฺถ อตฺตตฺถนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกํ โลกิยโลกุตฺตรํ อตฺตโน อตฺถํ. ปรตฺถอุภยตฺเถสุปิ เอเสว นโย.
อนฺธกรโณติอาทีสุ ยสฺส ราโค อุปฺปชฺชติ, ตํ ยถาภูตทสฺสนนิวารเณน อนฺธํ กโรตีติ อนฺธกรโณ. ปญฺญาจกฺขุํ น กโรตีติ อจกฺขุกรโณ. ญาณํ น กโรตีติ อญฺญาณกรโณ. กมฺมสฺสกตปญฺญา ฌานปญฺญา วิปสฺสนาปญฺญาติ อิมา ติสฺโส ปญฺญา อปฺปวตฺติกรเณน นิโรเธตีติ ปญฺญานิโรธิโก. อนิฏฺฐผลทายกตฺตา ทุกฺขสงฺขาตสฺส วิฆาตสฺเสว ปกฺเข วตฺตตีติ วิฆาตปกฺขิโก. กิเลสนิพฺพานํ น สํวตฺเตตีติ อนิพฺพานสํวตฺตนิโก. อลญฺจ ปนาวุโส อานนฺท, อปฺปมาทายาติ, อาวุโส อานนฺท, สเจ เอวรูปา ปฏิปทา อตฺถิ, อลํ ตุมฺหากํ อปฺปมาทาย ยุตฺตํ อนุจฺฉวิกํ, อปฺปมาทํ กโรถ, อาวุโสติ เถรสฺส วจนํ อนุโมทิตฺวา ปกฺกามิ. อิมสฺมึ สุตฺเต อริยมคฺโค โลกุตฺตรมิสฺสโก กถิโต. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
๒. อาชีวกสุตฺตวณฺณนา
๗๓. ทุติเย เตน หิ คหปตีติ เถโร กิร จินฺเตสิ – ‘‘อยํ อิธ อาคจฺฉนฺโต น อญฺญาตุกาโม หุตฺวา อาคมิ, ปริคฺคณฺหนตฺถํ ปน อาคโต. อิมินา ปุจฺฉิตปญฺหํ อิมินาว กถาเปสฺสามี’’ติ. อิติ ตํเยว กถํ กถาเปตุกาโม เตน หีติอาทิมาห. ตตฺถ เตน หีติ การณาปเทโส. ยสฺมา ตฺวํ เอวํ ปุจฺฉสิ, ตสฺมา ตญฺเญเวตฺถ ปฏิปุจฺฉามีติ. เกสํ โนติ กตเมสํ นุ. สธมฺมุกฺกํสนาติ อตฺตโน ลทฺธิยา อุกฺขิปิตฺวา ฐปนา. ปรธมฺมาปสาทนาติ ปเรสํ ลทฺธิยา ฆฏฺฏนา วมฺภนา อวกฺขิปนา. อายตเนว ธมฺมเทสนาติ การณสฺมึเยว ธมฺมเทสนา. อตฺโถ จ วุตฺโตติ มยา ปุจฺฉิตปญฺหาย อตฺโถ จ ปกาสิโต. อตฺตา จ อนุปนีโตติ อเมฺห เอวรูปาติ เอวํ อตฺตา จ น อุปนีโต. นุปนีโตติปิ ปาโฐ.
๓. มหานามสกฺกสุตฺตวณฺณนา
๗๔. ตติเย คิลานา วุฏฺฐิโตติ คิลาโน หุตฺวา วุฏฺฐิโต. เคลญฺญาติ คิลานภาวโต. อุปสงฺกมีติ ภุตฺตปาตราโส มาลาคนฺธาทีนิ อาทาย มหาปริวารปริวุโต อุปสงฺกมิ. พาหายํ คเหตฺวาติ น พาหายํ คเหตฺวา อากฑฺฒิ, นิสินฺนาสนโต วุฏฺฐาย ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ทกฺขิณพาหายํ องฺคุฏฺฐเกน สญฺญํ ทตฺวา เอกมนฺตํ อปเนสีติ เวทิตพฺโพ. อถสฺส ‘‘เสขมฺปิ โข, มหานาม, สีล’’นฺติอาทินา นเยน สตฺตนฺนํ เสขานํ สีลญฺจ สมาธิญฺจ ปญฺญญฺจ กเถตฺวา อุปริ อรหตฺตผลวเสน อเสขา สีลสมาธิปญฺญาโย กเถนฺโต – ‘‘เสขสมาธิโต เสขํ วิปสฺสนาญาณํ อเสขญฺจ ผลญาณํ ปจฺฉา, เสขวิปสฺสนาญาณโต จ อเสขผลสมาธิ ปจฺฉา อุปฺปชฺชตี’’ติ ทีเปสิ. ยานิ ปน สมฺปยุตฺตานิ สมาธิญาณานิ, เตสํ อปจฺฉา อปุเร อุปฺปตฺติ เวทิตพฺพาติ.
๔. นิคณฺฐสุตฺตวณฺณนา
๗๕. จตุตฺเถ กูฏาคารสาลายนฺติ เทฺว กณฺณิกา คเหตฺวา หํสวฏฺฏกจฺฉนฺเนน กตาย คนฺธกุฏิยา. อปริเสสํ ญาณทสฺสนํ ปฏิชานาตีติ อปฺปมตฺตกมฺปิ อเสเสตฺวา สพฺพํ ญาณทสฺสนํ ปฏิชานาติ. สตตํ สมิตนฺติ สพฺพกาลํ นิรนฺตรํ. ญาณทสฺสนํ ปจฺจุปฏฺฐิตนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ มยฺหํ อุปฏฺฐิตเมวาติ ทสฺเสติ. ปุราณานํ กมฺมานนฺติ อายูหิตกมฺมานํ. ตปสา พฺยนฺตีภาวนฺติ ทุกฺกรตเปน วิคตนฺตกรณํ. นวานํ กมฺมานนฺติ อิทานิ อายูหิตพฺพกมฺมานํ. อกรณาติ อนายูหเนน. เสตุฆาตนฺติ ปทฆาตํ ปจฺจยฆาตํ กเถติ. กมฺมกฺขยา ทุกฺขกฺขโยติ กมฺมวฏฺฏกฺขเยน ทุกฺขกฺขโย. ทุกฺขกฺขยา เวทนากฺขโยติ ทุกฺขวฏฺฏกฺขเยน เวทนากฺขโย. ทุกฺขวฏฺฏสฺมิญฺหิ ขีเณ เวทนาวฏฺฏมฺปิ ขีณเมว โหติ. เวทนากฺขยา สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตีติ เวทนากฺขเยน ปน สกลวฏฺฏทุกฺขํ นิชฺชิณฺณเมว ภวิสฺสติ. สนฺทิฏฺฐิกายาติ สามํ ปสฺสิตพฺพาย ปจฺจกฺขาย. นิชฺชราย วิสุทฺธิยาติ กิเลสชีรณกปฏิปทาย กิเลเส วา นิชฺชีรณโต นิชฺชราย สตฺตานํ วิสุทฺธิยา. สมติกฺกโม โหตีติ สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส อติกฺกโม โหติ. อิธ, ภนฺเต, ภควา กิมาหาติ, ภนฺเต, ภควา อิมาย ปฏิปตฺติยา กิมาห, กึ เอตํเยว กิเลสนิชฺชีรณกปฏิปทํ ปญฺญเปติ, อุทาหุ อญฺญนฺติ ปุจฺฉติ.
ชานตาติ อนาวรณญาเณน ชานนฺเตน. ปสฺสตาติ สมนฺตจกฺขุนา ปสฺสนฺเตน. วิสุทฺธิยาติ วิสุทฺธิสมฺปาปนตฺถาย. สมติกฺกมายาติ สมติกฺกมนตฺถาย. อตฺถงฺคมายาติ อตฺถํ คมนตฺถาย. ญายสฺส อธิคมายาติ สห วิปสฺสนาย มคฺคสฺส อธิคมนตฺถาย. นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ อปจฺจยนิพฺพานสฺส สจฺฉิกรณตฺถาย. นวญฺจ กมฺมํ น กโรตีติ นวํ กมฺมํ นายูหติ. ปุราณญฺจ กมฺมนฺติ ปุพฺเพ อายูหิตกมฺมํ. ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตี กโรตีติ ผุสิตฺวา ผุสิตฺวา วิคตนฺตํ กโรติ, วิปากผสฺสํ ผุสิตฺวา ผุสิตฺวา ตํ กมฺมํ เขเปตีติ อตฺโถ. สนฺทิฏฺฐิกาติ สามํ ปสฺสิตพฺพา. อกาลิกาติ น กาลนฺตเร กิจฺจการิกา. เอหิปสฺสิกาติ ‘‘เอหิ ปสฺสา’’ติ เอวํ ทสฺเสตุํ ยุตฺตา. โอปเนยฺยิกาติ อุปนเย ยุตฺตา อลฺลียิตพฺพยุตฺตา. ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพา วิญฺญูหีติ ปณฺฑิเตหิ อตฺตโน อตฺตโน สนฺตาเนเยว ชานิตพฺพา, พาเลหิ ปน ทุชฺชานา. อิติ สีลวเสน เทฺว มคฺคา, เทฺว จ ผลานิ กถิตานิ. โสตาปนฺนสกทาคามิโน หิ สีเลสุ ปริปูรการิโนติ. วิวิจฺเจว กาเมหีติอาทิกาย ปน สมาธิสมฺปทาย ตโย มคฺคา, ตีณิ จ ผลานิ กถิตานิ. อนาคามี อริยสาวโก หิ สมาธิมฺหิ ปริปูรการีติ วุตฺโต. อาสวานํ ขยาติอาทีหิ อรหตฺตผลํ กถิตํ. เกจิ ปน สีลสมาธโยปิ อรหตฺตผลสมฺปยุตฺตาว อิธ อธิปฺเปตา. เอเกกสฺส ปน วเสน ปฏิปตฺติทสฺสนตฺถํ วิสุํ วิสุํ ตนฺติ อาโรปิตาติ.
๕. นิเวสกสุตฺตวณฺณนา
๗๖. ปญฺจเม อมจฺจาติ สุหชฺชา. ญาตีติ สสฺสุสสุรปกฺขิกา. สาโลหิตาติ สมานโลหิตา ภาติภคินิอาทโย. อเวจฺจปฺปสาเทติ คุเณ อเวจฺจ ชานิตฺวา อุปฺปนฺเน อจลปฺปสาเท. อญฺญถตฺตนฺติ ภาวญฺญถตฺตํ. ปถวีธาตุยาติอาทีสุ วีสติยา โกฏฺฐาเสสุ ถทฺธาการภูตาย ปถวีธาตุยา, ทฺวาทสสุ โกฏฺฐาเสสุ ยูสคตาย อาพนฺธนภูตาย อาโปธาตุยา, จตูสุ โกฏฺฐาเสสุ ปริปาจนภูตาย เตโชธาตุยา, ฉสุ โกฏฺฐาเสสุ วิตฺถมฺภนภูตาย วาโยธาตุยา สิยา อญฺญถตฺตํ. น เตฺววาติ อิเมสํ หิ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อญฺญมญฺญภาวูปคมเนน สิยา อญฺญถตฺตํ, อริยสาวกสฺส ปน น เตฺวว สิยาติ ทสฺเสติ. เอตฺถ จ อญฺญถตฺตนฺติ ปสาทญฺญถตฺตญฺจ คติอญฺญถตฺตญฺจ. ตญฺหิ ตสฺส น โหติ, ภาวญฺญถตฺตํ ปน โหติ. อริยสาวโก หิ มนุสฺโส หุตฺวา เทโวปิ โหติ พฺรหฺมาปิ. ปสาโท ปนสฺส ภวนฺตเรปิ น วิคจฺฉติ, น จ อปายคติสงฺขาตํ คติอญฺญถตฺตํ ปาปุณาติ. สตฺถาปิ ตเทว ทสฺเสนฺโต ตตฺริทํ อญฺญถตฺตนฺติอาทิมาห. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
๖. ปฐมภวสุตฺตวณฺณนา
๗๗. ฉฏฺเฐ กามธาตุเวปกฺกนฺติ กามธาตุยา วิปจฺจนกํ. กามภโวติ กามธาตุยํ อุปปตฺติภโว. กมฺมํ เขตฺตนฺติ กุสลากุสลกมฺมํ วิรุหนฏฺฐานฏฺเฐน เขตฺตํ. วิญฺญาณํ พีชนฺติ สหชาตํ อภิสงฺขารวิญฺญาณํ วิรุหนฏฺเฐน พีชํ. ตณฺหา เสฺนโหติ ปคฺคณฺหนานุพฺรูหนวเสน ตณฺหา อุทกํ นาม. อวิชฺชานีวรณานนฺติ อวิชฺชาย อาวริตานํ. ตณฺหาสํโยชนานนฺติ ตณฺหาพนฺธเนน พทฺธานํ. หีนาย ธาตุยาติ กามธาตุยา. วิญฺญาณํ ปติฏฺฐิตนฺติ อภิสงฺขารวิญฺญาณํ ปติฏฺฐิตํ. มชฺฌิมาย ธาตุยาติ รูปธาตุยา. ปณีตาย ธาตุยาติ อรูปธาตุยา. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
๗. ทุติยภวสุตฺตวณฺณนา
๗๘. สตฺตเม เจตนาติ กมฺมเจตนา. ปตฺถนาปิ กมฺมปตฺถนาว. เสสํ ปุริมสทิสเมวาติ.
๘. สีลพฺพตสุตฺตวณฺณนา
๗๙. อฏฺฐเม สีลพฺพตนฺติ สีลญฺเจว วตญฺจ. ชีวิตนฺติ ทุกฺกรการิกานุโยโค. พฺรหฺมจริยนฺติ พฺรหฺมจริยวาโส. อุปฏฺฐานสารนฺติ อุปฏฺฐาเนน สารํ, ‘‘อิทํ วรํ อิทํ นิฏฺฐา’’ติ เอวํ อุปฏฺฐิตนฺติ อตฺโถ. สผลนฺติ สอุทฺรยํ สวฑฺฒิกํ โหตีติ ปุจฺฉติ. น เขฺวตฺถ, ภนฺเต, เอกํเสนาติ, ภนฺเต, น โข เอตฺถ เอกํเสน พฺยากาตพฺพนฺติ อตฺโถ. อุปฏฺฐานสารํ เสวโตติ อิทํ สารํ วรํ นิฏฺฐาติ เอวํ อุปฏฺฐิตํ เสวมานสฺส. อผลนฺติ อิฏฺฐผเลน อผลํ. เอตฺตาวตา กมฺมวาทิกิริยวาทีนํ ปพฺพชฺชํ ฐเปตฺวา เสโส สพฺโพปิ พาหิรกสมโย คหิโต โหติ. สผลนฺติ อิฏฺฐผเลน สผลํ สอุทฺรยํ. เอตฺตาวตา อิมํ สาสนํ อาทึ กตฺวา สพฺพาปิ กมฺมวาทิกิริยวาทีนํ ปพฺพชฺชา คหิตา. น จ ปนสฺส สุลภรูโป สมสโม ปญฺญายาติ เอวํ เสกฺขภูมิยํ ฐตฺวา ปญฺหํ กเถนฺโต อสฺส อานนฺทสฺส ปญฺญาย สมสโม น สุลโภติ ทสฺเสติ. อิมสฺมึ สุตฺเต เสกฺขภูมิ นาม กถิตาติ.
๙. คนฺธชาตสุตฺตวณฺณนา
๘๐. นวเม เอตทโวจาติ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ทสพลสฺส วตฺตํ ทสฺเสตฺวา อตฺตโน ทิวาวิหารฏฺฐานํ คนฺตฺวา ‘‘อิมสฺมึ โลเก มูลคนฺโธ นาม อตฺถิ, สารคนฺโธ นาม อตฺถิ, ปุปฺผคนฺโธ นาม อตฺถิ. อิเม ปน ตโยปิ คนฺธา อนุวาตํเยว คจฺฉนฺติ, น ปฏิวาตํ. อตฺถิ นุ โข กิญฺจิ, ยสฺส ปฏิวาตมฺปิ คนฺโธ คจฺฉตี’’ติ จินฺเตตฺวา อฏฺฐนฺนํ วรานํ คหณกาเลเยว กงฺขุปฺปตฺติสมเย อุปสงฺกมนวรสฺส คหิตตฺตา ตกฺขณํเยว ทิวาฏฺฐานโต วุฏฺฐาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน อุปฺปนฺนาย กงฺขาย วิโนทนตฺถํ เอตํ ‘‘ตีณิมานิ, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ คนฺธชาตานีติ คนฺธชาติโย. มูลคนฺโธติ มูลวตฺถุโก คนฺโธ, คนฺธสมฺปนฺนํ วา มูลเมว มูลคนฺโธ. ตสฺส หิ คนฺโธ อนุวาตํ คจฺฉติ. คนฺธสฺส ปน คนฺโธ นาม นตฺถิ. สารคนฺธปุปฺผคนฺเธสุปิ เอเสว นโย. อตฺถานนฺท, กิญฺจิ คนฺธชาตนฺติ เอตฺถ สรณคมนาทโย คุณวณฺณภาสนวเสน ทิสาคามิตาย คนฺธสทิสตฺตา คนฺธา, เตสํ วตฺถุภูโต ปุคฺคโล คนฺธชาตํ นาม. คนฺโธ คจฺฉตีติ วณฺณภาสนวเสน คจฺฉติ. สีลวาติ ปญฺจสีเลน วา ทสสีเลน วา สีลวา. กลฺยาณธมฺโมติ เตเนว สีลธมฺเมน กลฺยาณธมฺโม สุนฺทรธมฺโม. วิคตมลมจฺเฉเรนาติอาทีนํ อตฺโถ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๖๐) วิตฺถาริโตว. ทิสาสูติ จตูสุ ทิสาสุ จตูสุ อนุทิสาสุ. สมณพฺราหฺมณาติ สมิตปาปพาหิตปาปา สมณพฺราหฺมณา.
น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมตีติ วสฺสิกปุปฺผาทีนํ คนฺโธ ปฏิวาตํ น คจฺฉติ. น จนฺทนํ ตครมลฺลิกา วาติ จนฺทนตครมลฺลิกานมฺปิ คนฺโธ ปฏิวาตํ น คจฺฉตีติ อตฺโถ. เทวโลเกปิ ผุฏสุมนา นาม โหติ, ตสฺสา ปุปฺผิตทิวเส คนฺโธ โยชนสตํ อชฺโฌตฺถรติ. โสปิ ปฏิวาตํ วิทตฺถิมตฺตมฺปิ รตนมตฺตมฺปิ คนฺตุํ น สกฺโกตีติ วทนฺติ. สตญฺจ คนฺโธ ปฏิวาตเมตีติ สตญฺจ ปณฺฑิตานํ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธปุตฺตานํ สีลาทิคุณคนฺโธ ปฏิวาตํ คจฺฉติ. สพฺพา ทิสา สปฺปุริโส ปวายตีติ สปฺปุริโส ปณฺฑิโต สีลาทิคุณคนฺเธน สพฺพา ทิสา ปวายติ, สพฺพา ทิสา คนฺเธน อวตฺถรตีติ อตฺโถ.
๑๐. จูฬนิกาสุตฺตวณฺณนา
๘๑. ทสมสฺส ทุวิโธ นิกฺเขโป อตฺถุปฺปตฺติโกปิ ปุจฺฉาวสิโกปิ. กตรอตฺถุปฺปตฺติยํ กสฺส ปุจฺฉาย กถิตนฺติ เจ? อรุณวติสุตฺตนฺตอตฺถุปฺปตฺติยํ (สํ. นิ. ๑.๑๘๕ อาทโย) อานนฺทตฺเถรสฺส ปุจฺฉาย กถิตํ. อรุณวติสุตฺตนฺโต เกน กถิโตติ? ทฺวีหิ พุทฺเธหิ กถิโต สิขินา จ ภควตา อมฺหากญฺจ สตฺถารา. อิมสฺมา หิ กปฺปา เอกตึสกปฺปมตฺถเก อรุณวตินคเร อรุณวโต รญฺโญ ปภาวติยา นาม มเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺติตฺวา ปริปกฺเก ญาเณ มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมิตฺวา สิขี ภควา โพธิมณฺเฑ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อรุณวตึ นิสฺสาย วิหรนฺโต เอกทิวสํ ปาโตว สรีรปฺปฏิชคฺคนํ กตฺวา มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร ‘‘อรุณวตึ ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสามี’’ติ นิกฺขมิตฺวา วิหารทฺวารโกฏฺฐกสมีเป ฐิโต อภิภุํ นาม อคฺคสาวกํ อามนฺเตสิ – ‘‘อติปฺปโค โข, ภิกฺขุ, อรุณวตึ ปิณฺฑาย ปวิสิตุํ, เยน อญฺญตโร พฺรหฺมโลโก เตนุปสงฺกมิสฺสามา’’ติ. ยถาห –
‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, สิขี ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อภิภุํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ – ‘อายาม, พฺราหฺมณ, เยน อญฺญตโร พฺรหฺมโลโก เตนุปสงฺกมิสฺสาม, น ตาว ภตฺตกาโล ภวิสฺสตี’ติ. ‘เอวํ, ภนฺเต’ติ โข, ภิกฺขเว, อภิภู ภิกฺขุ สิขิสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปจฺจสฺโสสิ. อถ โข, ภิกฺขเว, สิขี ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อภิภู จ ภิกฺขุ เยน อญฺญตโร พฺรหฺมโลโก เตนุปสงฺกมึสู’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๘๕).
ตตฺถ มหาพฺรหฺมา สมฺมาสมฺพุทฺธํ ทิสฺวา อตฺตมโน ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา พฺรหฺมาสนํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสิ, เถรสฺสาปิ อนุจฺฉวิกํ อาสนํ ปญฺญาปยึสุ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน, เถโรปิ อตฺตโน ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิ. มหาพฺรหฺมาปิ ทสพลํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.
อถ โข, ภิกฺขเว, สิขี ภควา อภิภุํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ – ‘‘ปฏิภาตุ ตํ, พฺราหฺมณ, พฺรหฺมุโน จ พฺรหฺมปริสาย จ พฺรหฺมปาริสชฺชานญฺจ ธมฺมีกถาติ. ‘เอวํ, ภนฺเต’ติ โข, ภิกฺขเว, อภิภู ภิกฺขุ สิขิสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปฏิสฺสุณิตฺวา พฺรหฺมุโน จ พฺรหฺมปริสาย จ พฺรหฺมปาริสชฺชานญฺจ ธมฺมึ กถํ กเถสิ. เถเร ธมฺมํ กเถนฺเต พฺรหฺมคณา อุชฺฌายึสุ – ‘‘จิรสฺสญฺจ มยํ สตฺถุ พฺรหฺมโลกาคมนํ ลภิมฺห, อยญฺจ ภิกฺขุ ฐเปตฺวา สตฺถารํ สยํ ธมฺมกถํ อารภี’’ติ.
สตฺถา เตสํ อนตฺตมนภาวํ ญตฺวา อภิภุํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘อุชฺฌายนฺติ โข เต, พฺราหฺมณ, พฺรหฺมา จ พฺรหฺมปริสา จ พฺรหฺมปาริสชฺชา จ. เตน หิ ตฺวํ – พฺราหฺมณ, ภิยฺโยโสมตฺตาย สํเวเชหี’’ติ. เถโร สตฺถุ วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิกุพฺพนํ กตฺวา สหสฺสิโลกธาตุํ สเรน วิญฺญาเปนฺโต ‘‘อารมฺภถ นิกฺกมถา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๘๕) คาถาทฺวยํ อภาสิ. กึ ปน กตฺวา เถโร สหสฺสิโลกธาตุํ วิญฺญาเปสีติ? นีลกสิณํ ตาว สมาปชฺชิตฺวา สพฺพตฺถ อนฺธการํ ผริ, ตโต ‘‘กิมิทํ อนฺธการ’’นฺติ สตฺตานํ อาโภเค อุปฺปนฺเน อาโลกํ ทสฺเสสิ. ‘‘กึ อาโลโก อย’’นฺติ วิจินนฺตานํ อตฺตานํ ทสฺเสสิ, สหสฺสจกฺกวาเฬ เทวมนุสฺสา อญฺชลึ ปคฺคณฺหิตฺวา ปคฺคณฺหิตฺวา เถรํเยว นมสฺสมานา อฏฺฐํสุ. เถโร ‘‘มหาชโน มยฺหํ ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส สรํ สุณาตู’’ติ อิมา คาถา อภาสิ. สพฺเพ โอสฏาย ปริสาย มชฺเฌ นิสีทิตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส วิย สทฺทํ อสฺโสสุํ. อตฺโถปิ เนสํ ปากโฏ อโหสิ.
อถ โข ภควา สทฺธึ เถเรน อรุณวตึ ปจฺจาคนฺตฺวา ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ภิกฺขุสงฺฆํ ปุจฺฉิ – ‘‘อสฺสุตฺถ โน ตุเมฺห, ภิกฺขเว, อภิภุสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมโลเก ฐิตสฺส คาถาโย ภาสมานสฺสา’’ติ. เต ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ ปฏิชานิตฺวา สุตภาวํ อาวิกโรนฺตา ตเทว คาถาทฺวยํ อุทาหรึสุ. สตฺถา ‘‘สาธุ สาธู’’ติ สาธุการํ ทตฺวา เทสนํ นิฏฺฐเปสิ. เอวํ ตาว อิทํ สุตฺตํ อิโต เอกตึสกปฺปมตฺถเก สิขินา ภควตา กถิตํ.
อมฺหากํ ปน ภควา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก สาวตฺถึ อุปนิสฺสาย เชตวเน วิหรนฺโต เชฏฺฐมูลมาสปุณฺณมทิวเส ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา อิมํ อรุณวติสุตฺตํ ปฏฺฐเปสิ. อานนฺทตฺเถโร พีชนึ คเหตฺวา พีชยมาโน ฐิตโกว อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา เอกพฺยญฺชนมฺปิ อหาเปตฺวา สกลสุตฺตํ อุคฺคณฺหิ. โส ปุนทิวเส ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ทสพลสฺส วตฺตํ ทสฺเสตฺวา อตฺตโน ทิวาวิหารฏฺฐานํ คนฺตฺวา สทฺธิวิหาริกนฺเตวาสิเกสุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปกฺกนฺเตสุ หิยฺโย กถิตํ อรุณวติสุตฺตํ อาวชฺเชนฺโต นิสีทิ. อถสฺส สพฺพํ สุตฺตํ วิภูตํ อุปฏฺฐาสิ. โส จินฺเตสิ – ‘‘สิขิสฺส ภควโต อคฺคสาวโก พฺรหฺมโลเก ฐตฺวา จกฺกวาฬสหสฺเส อนฺธการํ วิธเมตฺวา สรีโรภาสํ ทสฺเสตฺวา อตฺตโน สทฺทํ สาเวนฺโต ธมฺมกถํ กเถสีติ หิยฺโย สตฺถารา กถิตํ, สาวกสฺส ตาว วิสโย เอวรูโป, ทส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต ปน สมฺมาสมฺพุทฺโธ กิตฺตกํ ฐานํ สเรน วิญฺญาเปยฺยา’’ติ. โส เอวํ อุปฺปนฺนาย วิมติยา วิโนทนตฺถํ ตงฺขเณเยว ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ตมตฺถํ ปุจฺฉิ. เอตมตฺถํ ทสฺเสตุํ อถ โข อายสฺมา อานนฺโทติ วุตฺตํ.
ตตฺถ สมฺมุขาติ สมฺมุขีภูเตน มยา เอตํ สุตํ, น อนุสฺสเวน, น ทูตปรมฺปรายาติ อิมินา อธิปฺปาเยน เอวมาห. กีวตกํ ปโหติ สเรน วิญฺญาเปตุนฺติ กิตฺตกํ ฐานํ สรีโรภาเสน วิหตนฺธการํ กตฺวา สเรน วิญฺญาเปตุํ สกฺโกติ. สาวโก โส, อานนฺท, อปฺปเมยฺยา ตถาคตาติ อิทํ ภควา อิมินา อธิปฺปาเยนาห – อานนฺท, ตฺวํ กึ วเทสิ, โส ปเทสญาเณ ฐิโต สาวโก. ตถาคตา ปน ทส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปตฺตา อปฺปเมยฺยา. โส ตฺวํ นขสิขาย ปํสุํ คเหตฺวา มหาปถวิปํสุนา สทฺธึ อุปเมนฺโต วิย กึ นาเมตํ วเทสิ. อญฺโญ หิ สาวกานํ วิสโย, อญฺโญ พุทฺธานํ. อญฺโญ สาวกานํ โคจโร, อญฺโญ พุทฺธานํ. อญฺญํ สาวกานํ พลํ, อญฺญํ พุทฺธานนฺติ. อิติ ภควา อิมินา อธิปฺปาเยน อปฺปเมยฺยภาวํ วตฺวา ตุณฺหี อโหสิ.
เถโร ทุติยมฺปิ ปุจฺฉิ. สตฺถา, ‘‘อานนฺท, ตฺวํ ตาฬจฺฉิทฺทํ คเหตฺวา อนนฺตากาเสน อุปเมนฺโต วิย, จาตกสกุณํ คเหตฺวา ทิยฑฺฒโยชนสติเกน สุปณฺณราเชน อุปเมนฺโต วิย, หตฺถิโสณฺฑาย อุทกํ คเหตฺวา มหาคงฺคาย อุปเมนฺโต วิย, จตุรตนิเก อาวาเฏ อุทกํ คเหตฺวา สตฺตหิ สเรหิ อุปเมนฺโต วิย, นาฬิโกทนมตฺตลาภึ มนุสฺสํ คเหตฺวา จกฺกวตฺติรญฺญา อุปเมนฺโต วิย, ปํสุปิสาจกํ คเหตฺวา สกฺเกน เทวรญฺญา อุปเมนฺโต วิย, ขชฺโชปนกปฺปภํ คเหตฺวา สูริยปฺปภาย อุปเมนฺโต วิย กึ นาเมตํ วเทสีติ ทีเปนฺโต ทุติยมฺปิ อปฺปเมยฺยภาวเมว วตฺวา ตุณฺหี อโหสิ. ตโต เถโร จินฺเตสิ – ‘‘สตฺถา มยา ปุจฺฉิโต น ตาว กเถสิ, หนฺท นํ ยาวตติยํ ยาจิตฺวา พุทฺธสีหนาทํ นทาเปสฺสามี’’ติ. โส ตติยมฺปิ ยาจิ. ตํ ทสฺเสตุํ ตติยมฺปิ โขติอาทิ วุตฺตํ. อถสฺส ภควา พฺยากโรนฺโต สุตา เต อานนฺทาติอาทิมาห. เถโร จินฺเตสิ – ‘‘สตฺถา เม ‘สุตา เต, อานนฺท, สหสฺสี จูฬนิกา โลกธาตู’ติ เอตฺตกเมว วตฺวา ตุณฺหี ชาโต, อิทานิ พุทฺธสีหนาทํ นทิสฺสตี’’ติ โส สตฺถารํ ยาจนฺโต เอตสฺส ภควา กาโลติอาทิมาห.
ภควาปิสฺส วิตฺถารกถํ กเถตุํ เตน หานนฺทาติอาทิมาห. ตตฺถ ยาวตาติ ยตฺตกํ ฐานํ. จนฺทิมสูริยาติ จนฺทิมา จ สูริโย จ. ปริหรนฺตีติ วิจรนฺติ. ทิสา ภนฺตีติ สพฺพทิสา โอภาสนฺติ. วิโรจนาติ วิโรจมานา. เอตฺตาวตา เอกจกฺกวาฬํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ทสฺสิตํ โหติ. อิทานิ ตํ สหสฺสคุณํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ตาว สหสฺสธา โลโกติ อาห. ตสฺมึ สหสฺสธา โลเกติ ตสฺมึ สหสฺสจกฺกวาเฬ. สหสฺสํ จาตุมหาราชิกานนฺติ สหสฺสํ จาตุมหาราชิกานํ เทวโลกานํ. ยสฺมา ปน เอเกกสฺมึ จกฺกวาเฬ จตฺตาโร จตฺตาโร มหาราชาโน, ตสฺมา จตฺตาริ มหาราชสหสฺสานีติ วุตฺตํ. อิมินา อุปาเยน สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. จูฬนิกาติ ขุทฺทิกา. อยํ สาวกานํ วิสโย. กสฺมา ปเนสา อานีตาติ? มชฺฌิมิกาย โลกธาตุยา ปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ.
ยาวตาติ ยตฺตกา. ตาว สหสฺสธาติ ตาว สหสฺสภาเคน. ทฺวิสหสฺสี มชฺฌิมิกา โลกธาตูติ อยํ สหสฺสจกฺกวาฬานิ สหสฺสภาเคน คเณตฺวา ทสสตสหสฺสจกฺกวาฬปริมาณา ทฺวิสหสฺสี มชฺฌิมิกา นาม โลกธาตุ. อยํ สาวกานํ อวิสโย, พุทฺธานเมว วิสโย. เอตฺตเกปิ หิ ฐาเน ตถาคตา อนฺธการํ วิธเมตฺวา สรีโรภาสํ ทสฺเสตฺวา สเรน วิญฺญาเปตุํ สกฺโกนฺตีติ ทีเปติ. เอตฺตเกน พุทฺธานํ ชาติกฺเขตฺตํ นาม ทสฺสิตํ. โพธิสตฺตานญฺหิ ปจฺฉิมภเว เทวโลกโต จวิตฺวา มาตุกุจฺฉิยํ ปฏิสนฺธิคฺคหณทิวเส จ กุจฺฉิโต นิกฺขมนทิวเส จ มหาภินิกฺขมนทิวเส จ สมฺโพธิธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนอายุสงฺขารโวสฺสชฺชนปรินิพฺพานทิวเสสุ จ เอตฺตกํ ฐานํ กมฺปติ.
ติสหสฺสี มหาสหสฺสีติ สหสฺสิโต ปฏฺฐาย ตติยาติ ติสหสฺสี, สหสฺสํ สหสฺสธา กตฺวา คณิตํ มชฺฌิมิกํ สหสฺสธา กตฺวา คณิตตฺตา มหนฺเตหิ สหสฺเสหิ คณิตาติ มหาสหสฺสี. เอตฺตาวตา โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาฬปริมาโณ โลโก ทสฺสิโต โหติ. ภควา อากงฺขมาโน เอตฺตเก ฐาเน อนฺธการํ วิธเมตฺวา สรีโรภาสํ ทสฺเสตฺวา สเรน วิญฺญาเปยฺยาติ. คณกปุตฺตติสฺสตฺเถโร ปน เอวมาห – ‘‘น ติสหสฺสิมหาสหสฺสิโลกธาตุยา เอวํ ปริมาณํ. อิทญฺหิ อาจริยานํ สชฺฌายมุฬฺหกํ วาจาย ปริหีนฏฺฐานํ, ทสโกฏิสตสหสฺสจกฺกวาฬปริมาณํ ปน ฐานํ ติสหสฺสิมหาสหสฺสิโลกธาตุ นามา’’ติ. เอตฺตาวตา หิ ภควตา อาณากฺเขตฺตํ นาม ทสฺสิตํ. เอตสฺมิญฺหิ อนฺตเร อาฏานาฏิยปริตฺตอิสิคิลิปริตฺตธชคฺคปริตฺตโพชฺฌงฺคปริตฺตขนฺธปริตฺต- โมรปริตฺตเมตฺตปริตฺตรตนปริตฺตานํ อาณา ผรติ. ยาวตา ปน อากงฺเขยฺยาติ ยตฺตกํ ฐานํ อิจฺเฉยฺย, อิมินา วิสยกฺเขตฺตํ ทสฺเสติ. พุทฺธานญฺหิ วิสยกฺเขตฺตสฺส ปมาณปริจฺเฉโท นาม นตฺถิ, นตฺถิกภาเว จสฺส อิมํ โอปมฺมํ อาหรนฺติ – โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาฬมฺหิ ยาว พฺรหฺมโลกา สาสเปหิ ปูเรตฺวา สเจ โกจิ ปุรตฺถิมาย ทิสาย เอกจกฺกวาเฬ เอกํ สาสปํ ปกฺขิปนฺโต อาคจฺเฉยฺย, สพฺเพปิ เต สาสปา ปริกฺขยํ คจฺเฉยฺยุํ, น เตฺวว ปุรตฺถิมาย ทิสาย จกฺกวาฬานิ. ทกฺขิณาทีสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ พุทฺธานํ อวิสโย นาม นตฺถิ.
เอวํ วุตฺเต เถโร จินฺเตสิ – ‘‘สตฺถา เอวมาห – ‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, ตถาคโต ติสหสฺสิมหาสหสฺสิโลกธาตุํ สเรน วิญฺญาเปยฺย, ยาวตา ปน อากงฺเขยฺยา’ติ. วิสโม โข ปนายํ โลโก, อนนฺตานิ จกฺกวาฬานิ, เอกสฺมึ ฐาเน สูริโย อุคฺคโต โหติ, เอกสฺมึ ฐาเน มชฺเฌ ฐิโต, เอกสฺมึ ฐาเน อตฺถงฺคโต. เอกสฺมึ ฐาเน ปฐมยาโม โหติ, เอกสฺมึ ฐาเน มชฺฌิมยาโม, เอกสฺมึ ฐาเน ปจฺฉิมยาโม. สตฺตาปิ กมฺมปฺปสุตา, ขิฑฺฑาปสุตา, อาหารปฺปสุตาติ เอวํ เตหิ เตหิ การเณหิ วิกฺขิตฺตา จ ปมตฺตา จ โหนฺติ. กถํ นุ โข เต สตฺถา สเรน วิญฺญาเปยฺยา’’ติ. โส เอวํ จินฺเตตฺวา วิมติจฺเฉทนตฺถํ ตถาคตํ ปุจฺฉนฺโต ยถา กถํ ปนาติอาทิมาห.
อถสฺส สตฺถา พฺยากโรนฺโต อิธานนฺท, ตถาคโตติอาทิมาห. ตตฺถ โอภาเสน ผเรยฺยาติ สรีโรภาเสน ผเรยฺย. ผรมาโน ปเนส กึ กเรยฺยาติ? ยสฺมึ ฐาเน สูริโย ปญฺญายติ, ตตฺถ นํ อตฺตโน อานุภาเวน อตฺถํ คเมยฺย. ยตฺถ ปน น ปญฺญายติ, ตตฺถ นํ อุฏฺฐาเปตฺวา มชฺเฌ ฐเปยฺย. ตโต ยตฺถ สูริโย ปญฺญายติ, ตตฺถ มนุสฺสา ‘‘อธุนาว สูริโย ปญฺญายิตฺถ, โส อิทาเนว อตฺถงฺคมิโต, นาคาวฏฺโฏ นุ โข อยํ, ภูตาวฏฺฏยกฺขาวฏฺฏเทวตาวฏฺฏานํ อญฺญตโร’’ติ วิตฺตกฺกํ อุปฺปาเทยฺยุํ. ยตฺถ ปน น ปญฺญายติ, ตตฺถ มนุสฺสา ‘‘อธุนาว สูริโย อตฺถงฺคมิโต, สฺวายํ อิทาเนว อุฏฺฐิโต, กึ นุ โข อยํ นาคาวฏฺฏภูตาวฏฺฏยกฺขาวฏฺฏเทวตาวฏฺฏานํ อญฺญตโร’’ติ วิตกฺกํ อุปฺปาเทยฺยุํ. ตโต เตสุ มนุสฺเสสุ อาโลกญฺจ อนฺธการญฺจ อาวชฺชิตฺวา ‘‘กึ ปจฺจยา นุ โข อิท’’นฺติ ปริเยสมาเนสุ สตฺถา นีลกสิณํ สมาปชฺชิตฺวา พหลนฺธการํ ปตฺถเรยฺย. กสฺมา? เตสํ กมฺมาทิปฺปสุตานํ สตฺตานํ สนฺตาสชนนตฺถํ. อถ เนสํ สนฺตาสํ อาปนฺนภาวํ ญตฺวา โอทาตกสิณสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ปณฺฑรํ ฆนพุทฺธรสฺมึ วิสฺสชฺเชนฺโต จนฺทสหสฺสสูริยสหสฺสอุฏฺฐานกาโล วิย เอกปฺปหาเรเนว สพฺพํ เอกาโลกํ กเรยฺย. ตญฺจ โข ติลพีชมตฺเตน กายปฺปเทเสน โอภาสํ มุญฺจนฺโต. โย หิ จกฺกวาฬปถวึ ทีปกปลฺลกํ กตฺวา มหาสมุทฺเท อุทกํ เตลํ กตฺวา สิเนรุํ วฏฺฏึ กตฺวา อญฺญสฺมึ สิเนรุมุทฺธนิ ฐเปตฺวา ชาเลยฺย, โส เอกจกฺกวาเฬเยว อาโลกํ กเรยฺย. ตโต ปรํ วิทตฺถิมฺปิ โอภาเสตุํ น สกฺกุเณยฺย. ตถาคโต ปน ติลผลปฺปมาเณน สรีรปฺปเทเสน โอภาสํ มุญฺจิตฺวา ติสหสฺสิมหาสหสฺสิโลกธาตุํ เอโกภาสํ กเรยฺย ตโต วา ปน ภิยฺโย. เอวํ มหนฺตา หิ พุทฺธคุณาติ.
ตํ อาโลกํ สญฺชาเนยฺยุนฺติ ตํ อาโลกํ ทิสฺวา ‘‘เยน สูริโย อตฺถญฺเจว คมิโต อุฏฺฐาปิโต จ, พหลนฺธการญฺจ วิสฺสฏฺฐํ, เอส โส ปุริโส อิทานิ อาโลกํ กตฺวา ฐิโต, อโห อจฺฉริยปุริโส’’ติ อญฺชลึ ปคฺคยฺห นมสฺสมานา นิสีเทยฺยุํ. สทฺทมนุสฺสาเวยฺยาติ ธมฺมกถาสทฺทมนุสฺสาเวยฺย. โย หิ เอกํ จกฺกวาฬปพฺพตํ เภรึ กตฺวา มหาปถวึ เภริจมฺมํ กตฺวา สิเนรุํ ทณฺฑํ กตฺวา อญฺญสฺมึ สิเนรุมตฺถเก ฐเปตฺวา อาโกเฏยฺย, โส เอกจกฺกวาเฬเยว ตํ สทฺทํ สาเวยฺย, ปรโต วิทตฺถิมฺปิ อติกฺกาเมตุํ น สกฺกุเณยฺย. ตถาคโต ปน ปลฺลงฺเก วา ปีเฐ วา นิสีทิตฺวา ติสหสฺสิมหาสหสฺสิโลกธาตุํ สเรน วิญฺญาเปติ, ตโต วา ปน ภิยฺโย, เอวํ มหานุภาวา ตถาคตาติ. อิติ ภควา อิมินา เอตฺตเกน วิสยกฺเขตฺตเมว ทสฺเสติ.
อิมญฺจ ปน พุทฺธสีหนาทํ สุตฺวา เถรสฺส อพฺภนฺตเร พลวปีติ อุปฺปนฺนา, โส ปีติวเสน อุทานํ อุทาเนนฺโต ลาภา วต เมติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺส เม สตฺถา เอวํมหิทฺธิโกติ ยสฺส มยฺหํ สตฺถา เอวํมหิทฺธิโก, ตสฺส มยฺหํ เอวํมหิทฺธิกสฺส สตฺถุ ปฏิลาโภ ลาภา เจว สุลทฺธญฺจาติ อตฺโถ. อถ วา ยฺวาหํ เอวรูปสฺส สตฺถุโน ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา วิจริตุํ, ปาทปริกมฺมํ ปิฏฺฐิปริกมฺมํ กาตุํ, มุขโธวนอุทกนฺหาโนทกานิ ทาตุํ, คนฺธกุฏิปริเวณํ สมฺมชฺชิตุํ, อุปฺปนฺนาย กงฺขาย ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ, มธุรธมฺมกถญฺจ โสตุํ ลภามิ, เอเต สพฺเพปิ มยฺหํ ลาภา เจว สุลทฺธญฺจาติปิ สนฺธาย เอวมาห. เอตฺถ จ ภควโต อนฺธการาโลกสทฺทสวนสงฺขาตานํ อิทฺธีนํ มหนฺตตาย มหิทฺธิกตา, ตาสํเยว อนุผรเณน มหานุภาวตา เวทิตพฺพา. อุทายีติ ลาฬุทายิตฺเถโร. โส กิร ปุพฺเพ อุปฏฺฐากตฺเถเร อาฆาตํ พนฺธิตฺวา จรติ. ตสฺมา อิทานิ โอกาสํ ลภิตฺวา อิมสฺมึ พุทฺธสีหนาทปริโยสาเน ชลมานํ ทีปสิขํ นิพฺพาเปนฺโต วิย จรนฺตสฺส โคณสฺส ตุณฺเฑ ปหารํ เทนฺโต วิย ภตฺตภริตํ ปาตึ อวกุชฺชนฺโต วิย เถรสฺส ปสาทภงฺคํ กโรนฺโต เอวมาห.
เอวํ วุตฺเต ภควาติ เอวํ อุทายิตฺเถเรน วุตฺเต ภควา ยถา นาม ปปาตตเฏ ฐตฺวา ปเวธมานํ ปุริสํ เอกมนฺเต ฐิโต หิเตสี ปุริโส ‘‘อิโต เอหิ อิโต เอหี’’ติ ปุนปฺปุนํ วเทยฺย, เอวเมวํ อุทายิตฺเถรํ ตสฺมา วจนา นิวาเรนฺโต มา เหวํ อุทายิ, มา เหวํ อุทายีติ อาห. ตตฺถ หีติ นิปาตมตฺตํ, มา เอวํ อวจาติ อตฺโถ. มหารชฺชนฺติ จกฺกวตฺติรชฺชํ. นนุ จ สตฺถา เอกสฺส สาวกสฺส ธมฺมเทสนาย อุปฺปนฺนปสาทสฺส มหานิสํสํ อปริจฺฉินฺนํ อกาสิ, โส กสฺมา อิมสฺส พุทฺธสีหนาทํ อารพฺภ อุปฺปนฺนสฺส ปสาทสฺส อานิสํสํ ปริจฺฉินฺทตีติ? อริยสาวกสฺส เอตฺตกอตฺตภาวปริมาณตฺตา. ทนฺธปญฺโญปิ หิ โสตาปนฺโน สตฺตกฺขตฺตุํ เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ อตฺตภาวํ ปฏิลภติ, เตนสฺส คตึ ปริจฺฉินฺทนฺโต เอวมาห. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว ฐตฺวา. ปรินิพฺพายิสฺสตีติ อปฺปจฺจยปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพายิสฺสติ. อิติ นิพฺพาเนน กูฏํ คณฺหนฺโต อิมํ สีหนาทสุตฺตํ นิฏฺฐาเปสีติ.
อานนฺทวคฺโค ตติโย.