๑๐. อุโปสถสุตฺตวณฺณนา

๗๑. ทสเม ตทหุโปสเถติ ตสฺมึ อหุ อุโปสเถ ตํ ทิวสํ อุโปสเถ, ปนฺนรสิกอุโปสถทิวเสติ วุตฺตํ โหติ. อุปสงฺกมีติ อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย คนฺธมาลาทิหตฺถา อุปสงฺกมิ. หนฺทาติ ววสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต. ทิวา ทิวสฺสาติ ทิวสสฺส ทิวา นาม มชฺฌโนฺห, อิมสฺมึ ฐิเต มชฺฌนฺหิเก กาเลติ อตฺโถ. กุโต นุ ตฺวํ อาคจฺฉสีติ กึ กโรนฺตี วิจรสีติ ปุจฺฉติ. โคปาลกุโปสโถติ โคปาลเกหิ สทฺธึ อุปวสนอุโปสโถ. นิคณฺฐุโปสโถติ นิคณฺฐานํ อุปวสนอุโปสโถ. อริยุโปสโถติ อริยานํ อุปวสนอุโปสโถ. เสยฺยถาปิ วิสาเขติ ยถา นาม, วิสาเข. สายนฺหสมเย สามิกานํ คาโว นิยฺยาเตตฺวาติ โคปาลกา หิ เทวสิกเวตเนน วา ปญฺจาหทสาหอทฺธมาสมาสฉมาสสํวจฺฉรปริจฺเฉเทน วา คาโว คเหตฺวา รกฺขนฺติ. อิธ ปน เทวสิกเวตเนน รกฺขนฺตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ – นิยฺยาเตตฺวาติ ปฏิจฺฉาเปตฺวา ‘‘เอตา โว คาโว’’ติ ทตฺวา. อิติ ปฏิสญฺจิกฺขตีติ อตฺตโน เคหํ คนฺตฺวา ภุญฺชิตฺวา มญฺเจ นิปนฺโน เอวํ ปจฺจเวกฺขติ. อภิชฺฌาสหคเตนาติ ตณฺหาย สมฺปยุตฺเตน. เอวํ โข, วิสาเข, โคปาลกุโปสโถ โหตีติ อริยุโปสโถว อยํ, อปริสุทฺธวิตกฺกตาย ปน โคปาลกอุโปสถฏฺฐาเน ฐิโต. น มหปฺผโลติ วิปากผเลน น มหปฺผโล. น มหานิสํโสติ วิปากานิสํเสน น มหานิสํโส. น มหาชุติโกติ วิปาโกภาเสน น มหาโอภาโส. น มหาวิปฺผาโรติ วิปากวิปฺผารสฺส อมหนฺตตาย น มหาวิปฺผาโร.

สมณชาติกาติ สมณาเยว. ปรํ โยชนสตนฺติ โยชนสตํ อติกฺกมิตฺวา ตโต ปรํ. เตสุ ทณฺฑํ นิกฺขิปาหีติ เตสุ โยชนสตโต ปรภาเคสุ ฐิเตสุ สตฺเตสุ ทณฺฑํ นิกฺขิป, นิกฺขิตฺตทณฺโฑ โหหิ. นาหํ กฺวจนิ กสฺสจิ กิญฺจนตสฺมินฺติ อหํ กตฺถจิ กสฺสจิ ปรสฺส กิญฺจนตสฺมึ น โหมิ. กิญฺจนํ วุจฺจติ ปลิโพโธ, ปลิโพโธ น โหมีติ วุตฺตํ โหติ. น จ มม กฺวจนิ กตฺถจิ กิญฺจนตตฺถีติ มมาปิ กฺวจนิ อนฺโต วา พหิทฺธา วา กตฺถจิ เอกปริกฺขาเรปิ กิญฺจนตา นตฺถิ, ปลิโพโธ นตฺถิ, ฉินฺนปลิโพโธหมสฺมีติ วุตฺตํ โหติ. โภเคติ มญฺจปีฐยาคุภตฺตาทโย. อทินฺนํเยว ปริภุญฺชตีติ ปุนทิวเส มญฺเจ นิปชฺชนฺโตปิ ปีเฐ นิสีทนฺโตปิ ยาคุํ ปิวนฺโตปิ ภตฺตํ ภุญฺชนฺโตปิ เต โภเค อทินฺเนเยว ปริภุญฺชติ. น มหปฺผโลติ นิปฺผโล. พฺยญฺชนเมว หิ เอตฺถ สาวเสสํ, อตฺโถ ปน นิรวเสโส. เอวํ อุปวุตฺถสฺส หิ อุโปสถสฺส อปฺปมตฺตกมฺปิ วิปากผลํ อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาปํ นาม นตฺถิ. ตสฺมา นิปฺผโลเตฺวว เวทิตพฺโพ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

อุปกฺกิลิฏฺฐสฺส จิตฺตสฺสาติ อิทํ กสฺมา อาห? สํกิลิฏฺเฐน หิ จิตฺเตน อุปวุตฺโถ อุโปสโถ น มหปฺผโล โหตีติ ทสฺสิตตฺตา วิสุทฺเธน จิตฺเตน อุปวุตฺถสฺส มหปฺผลตา อนุญฺญาตา โหติ. ตสฺมา เยน กมฺมฏฺฐาเนน จิตฺตํ วิสุชฺฌติ, ตํ จิตฺตวิโสธนกมฺมฏฺฐานํ ทสฺเสตุํ อิทมาห. ตตฺถ อุปกฺกเมนาติ ปจฺจตฺตปุริสกาเรน, อุปาเยน วา. ตถาคตํ อนุสฺสรตีติ อฏฺฐหิ การเณหิ ตถาคตคุเณ อนุสฺสรติ. เอตฺถ หิ อิติปิ โส ภควาติ โส ภควา อิติปิ สีเลน, อิติปิ สมาธินาติ สพฺเพ โลกิยโลกุตฺตรา พุทฺธคุณา สงฺคหิตา. อรหนฺติอาทีหิ ปาฏิเยกฺกคุณาว นิทฺทิฏฺฐา. ตถาคตํ อนุสฺสรโต จิตฺตํ ปสีทตีติ โลกิยโลกุตฺตเร ตถาคตคุเณ อนุสฺสรนฺตสฺส จิตฺตุปฺปาโท ปสนฺโน โหติ.

จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสาติ ปญฺจ นีวรณา. กกฺกนฺติ อามลกกกฺกํ. ตชฺชํ วายามนฺติ ตชฺชาติกํ ตทนุจฺฉวิกํ กกฺเกน มกฺขนฆํสนโธวนวายามํ. ปริโยทปนา โหตีติ สุทฺธภาวกรณํ โหติ. กิลิฏฺฐสฺมึ หิ สีเส ปสาธนํ ปสาเธตฺวา นกฺขตฺตํ กีฬมาโน น โสภติ, ปริสุทฺเธ ปน ตสฺมึ ปสาธนํ ปสาเธตฺวา นกฺขตฺตํ กีฬมาโน โสภติ, เอวเมว กิลิฏฺฐจิตฺเตน อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย อุโปสโถ อุปวุตฺโถ น มหปฺผโล โหติ, ปริสุทฺเธน ปน จิตฺเตน อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย อุปวุตฺโถ อุโปสโถ มหปฺผโล โหตีติ อธิปฺปาเยน เอวมาห. พฺรหฺมุโปสถํ อุปวสตีติ พฺรหฺมา วุจฺจติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, ตสฺส คุณานุสฺสรณวเสน อยํ อุโปสโถ พฺรหฺมุโปสโถ นาม, ตํ อุปวสติ. พฺรหฺมุนา สทฺธึ สํวสตีติ สมฺมาสมฺพุทฺเธน สทฺธึ สํวสติ. พฺรหฺมญฺจสฺส อารพฺภาติ สมฺมาสมฺพุทฺธํ อารพฺภ.

ธมฺมํ อนุสฺสรตีติ สหตนฺติกํ โลกุตฺตรธมฺมํ อนุสฺสรติ. โสตฺตินฺติ กุรุวินฺทกโสตฺตึ. กุรุวินฺทกปาสาณจุณฺเณน หิ สทฺธึ ลาขํ โยเชตฺวา มณิเก กตฺวา วิชฺฌิตฺวา สุตฺเตน อาวุณิตฺวา ตํ มณิ กลาปปนฺตึ อุภโต คเหตฺวา ปิฏฺฐึ ฆํเสนฺติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘โสตฺติญฺจ ปฏิจฺจา’’ติ. จุณฺณนฺติ นฺหานียจุณฺณํ. ตชฺชํ วายามนฺติ อุพฺพฏฺฏนฆํสนโธวนาทิกํ ตทนุรูปวายามํ. ธมฺมุโปสถนฺติ สหตนฺติกํ นวโลกุตฺตรธมฺมํ อารพฺภ อุปวุตฺถตฺตา อยํ อุโปสโถ ‘‘ธมฺมุโปสโถ’’ติ วุตฺโต. อิธาปิ ปริโยทปนาติ ปเท ฐตฺวา ปุริมนเยเนว โยชนา กาตพฺพา.

สงฺฆํ อนุสฺสรตีติ อฏฺฐนฺนํ อริยปุคฺคลานํ คุเณ อนุสฺสรติ. อุสฺมญฺจ ปฏิจฺจาติ เทฺว ตโย วาเร คาหาปิตํ อุสุมํ ปฏิจฺจ. อุสญฺจาติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ. ขารนฺติ ฉาริกํ. โคมยนฺติ โคมุตฺตํ วา อชลณฺฑิกา วา. ปริโยทปนาติ อิธาปิ ปุริมนเยเนว โยชนา กาตพฺพา. สงฺฆุโปสถนฺติ อฏฺฐนฺนํ อริยปุคฺคลานํ คุเณ อารพฺภ อุปวุตฺถตฺตา อยํ อุโปสโถ ‘‘สงฺฆุโปสโถ’’ติ วุตฺโต.

สีลานีติ คหฏฺโฐ คหฏฺฐสีลานิ, ปพฺพชิโต ปพฺพชิตสีลานิ. อขณฺฑานีติอาทีนํ อตฺโถ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๑) วิตฺถาริโตว. วาลณฺฑุปกนฺติ อสฺสวาเลหิ วา มกจิวาลาทีหิ วา กตํ อณฺฑุปกํ. ตชฺชํ วายามนฺติ เตเลน เตเมตฺวา มลสฺส ตินฺตภาวํ ญตฺวา ฉาริกํ ปกฺขิปิตฺวา วาลณฺฑุปเกน ฆํสนวายาโม. อิธ ปริโยทปนาติ ปเท ฐตฺวา เอวํ โยชนา กาตพฺพา กิลิฏฺฐสฺมิญฺหิ อาทาเส มณฺฑิตปสาธิโตปิ อตฺตภาโว โอโลกิยมาโน น โสภติ, ปริสุทฺเธ โสภติ. เอวเมว กิลิฏฺเฐน จิตฺเตน อุปวุตฺโถ อุโปสโถ น มหปฺผโล โหติ, ปริสุทฺเธน ปน มหปฺผโล โหตีติ. สีลุโปสถนฺติ อตฺตโน สีลานุสฺสรณวเสน อุปวุตฺโถ อุโปสโถ สีลุโปสโถ นาม. สีเลน สทฺธินฺติ อตฺตโน ปญฺจสีลทสสีเลน สทฺธึ. สีลญฺจสฺส อารพฺภาติ ปญฺจสีลํ ทสสีลญฺจ อารพฺภ.

เทวตา อนุสฺสรตีติ เทวตา สกฺขิฏฺฐาเน ฐเปตฺวา อตฺตโน สทฺธาทิคุเณ อนุสฺสรติ. อุกฺกนฺติ อุทฺธนํ. โลณนฺติ โลณมตฺติกา. เครุกนฺติ เครุกจุณฺณํ. นาฬิกสณฺฑาสนฺติ ธมนนาฬิกญฺเจว ปริวตฺตนสณฺฑาสญฺจ. ตชฺชํ วายามนฺติ อุทฺธเน ปกฺขิปนธมนปริวตฺตนาทิกํ อนุรูปํ วายามํ. อิธ ปริโยทปนาติ ปเท ฐตฺวา เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา – สํกิลิฏฺฐสุวณฺณมเยน หิ ปสาธนภณฺเฑน ปสาธิตา นกฺขตฺตํ กีฬมานา น โสภนฺติ, ปริสุทฺธสุวณฺณมเยน โสภนฺติ. เอวเมว สํกิลิฏฺฐจิตฺตสฺส อุโปสโถ น มหปฺผโล โหติ, ปริสุทฺธจิตฺตสฺส มหปฺผโล. เทวตุโปสถนฺติ เทวตา สกฺขิฏฺฐาเน ฐเปตฺวา อตฺตโน คุเณ อนุสฺสรนฺเตน อุปวุตฺถอุโปสโถ เทวตุโปสโถ นาม. เสสํ อิเมสุ พุทฺธานุสฺสติอาทีสุ กมฺมฏฺฐาเนสุ ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๓ อาทโย) วุตฺตเมว.

ปาณาติปาตนฺติ ปาณวธํ. ปหายาติ ตํ ปาณาติปาตเจตนาสงฺขาตํ ทุสฺสีลฺยํ ปชหิตฺวา. ปฏิวิรตาติ ปหีนกาลโต ปฏฺฐาย ตโต ทุสฺสีลฺยโต โอรตา วิรตาว. นิหิตทณฺฑา นิหิตสตฺถาติ ปรูปฆาตตฺถาย ทณฺฑํ วา สตฺถํ วา อาทาย อวตฺตนโต นิกฺขิตฺตทณฺฑา เจว นิกฺขิตฺตสตฺถา จาติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ฐเปตฺวา ทณฺฑํ สพฺพมฺปิ อวเสสํ อุปกรณํ สตฺตานํ วิหึสนภาวโต สตฺถนฺติ เวทิตพฺพํ. ยํ ปน ภิกฺขู กตฺตรทณฺฑํ วา ทนฺตกฏฺฐวาสึ วา ปิปฺผลกํ วา คเหตฺวา วิจรนฺติ, น ตํ ปรูปฆาตตฺถาย. ตสฺมา นิหิตทณฺฑา นิหิตสตฺถาเตฺวว สงฺขํ คจฺฉนฺติ. ลชฺชีติ ปาปชิคุจฺฉนลกฺขณาย ลชฺชาย สมนฺนาคตา. ทยาปนฺนาติ ทยํ เมตฺตจิตฺตตํ อาปนฺนา. สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปีติ สพฺเพ ปาณภูเต หิเตน อนุกมฺปกา, ตาย เอว ทยาปนฺนตาย สพฺเพสํ ปาณภูตานํ หิตจิตฺตกาติ อตฺโถ. อหมฺปชฺชาติ อหมฺปิ อชฺช. อิมินาปิ องฺเคนาติ อิมินาปิ คุณงฺเคน. อรหตํ อนุกโรมีติ ยถา ปุรโต คจฺฉนฺตํ ปจฺฉโต คจฺฉนฺโต อนุคจฺฉติ นาม, เอวํ อหมฺปิ อรหนฺเตหิ ปฐมํ กตํ อิมํ คุณํ ปจฺฉา กโรนฺโต เตสํ อรหนฺตานํ อนุกโรมิ. อุโปสโถ จ เม อุปวุตฺโถ ภวิสฺสตีติ เอวํ กโรนฺเตน มยา อรหตญฺจ อนุกตํ ภวิสฺสติ, อุโปสโถ จ อุปวุตฺโถ ภวิสฺสติ.

อทินฺนาทานนฺติ อทินฺนสฺส ปรปริคฺคหิตสฺส อาทานํ, เถยฺยํ โจริกนฺติ อตฺโถ. ทินฺนเมว อาทิยนฺตีติ ทินฺนาทายี. จิตฺเตนปิ ทินฺนเมว ปฏิกงฺขนฺตีติ ทินฺนปาฏิกงฺขี. เถเนตีติ เถโน, น เถเนน อเถเนน. อเถนตฺตาเยว สุจิภูเตน. อตฺตนาติ อตฺตภาเวน, อเถนํ สุจิภูตํ อตฺตภาวํ กตฺวา วิหรนฺตีติ วุตฺตํ โหติ.

อพฺรหฺมจริยนฺติ อเสฏฺฐจริยํ. พฺรหฺมํ เสฏฺฐํ อาจารํ จรนฺตีติ พฺรหฺมจารี. อาราจารีติ อพฺรหฺมจริยโต ทูราจารี. เมถุนาติ ราคปริยุฏฺฐานวเสน สทิสตฺตา เมถุนกาติ ลทฺธโวหาเรหิ ปฏิเสวิตพฺพโต เมถุโนติ สงฺขํ คตา อสทฺธมฺมา. คามธมฺมาติ คามวาสีนํ ธมฺมา.

มุสาวาทาติ อลิกวจนา ตุจฺฉวจนา. สจฺจํ วทนฺตีติ สจฺจวาที. สจฺเจน สจฺจํ สํทหนฺติ ฆฏฺเฏนฺตีติ สจฺจสนฺธา, น อนฺตรนฺตรา มุสา วทนฺตีติ อตฺโถ. โย หิ ปุริโส กทาจิ มุสาวาทํ วทติ, กทาจิ สจฺจํ. ตสฺส มุสาวาเทน อนฺตริตตฺตา สจฺจํ สจฺเจน น ฆฏียติ. ตสฺมา น โส สจฺจสนฺโธ. อิเม ปน น ตาทิสา, ชีวิตเหตุปิ มุสา อวตฺวา สจฺเจน สจฺจํ สํทหนฺติเยวาติ สจฺจสนฺธา. เถตาติ ถิรา, ฐิตกถาติ อตฺโถ. เอโก ปุคฺคโล หลิทฺทิราโค วิย ถุสราสิมฺหิ นิขาตขาณุ วิย อสฺสปิฏฺเฐ ฐปิตกุมฺภณฺฑมิว จ น ฐิตกโถ โหติ. เอโก ปาสาณเลขา วิย อินฺทขีโล วิย จ ฐิตกโถ โหติ, อสินา สีสํ ฉินฺทนฺเตปิ เทฺว กถา น กเถติ. อยํ วุจฺจติ เถโต. ปจฺจยิกาติ ปตฺติยายิตพฺพกา, สทฺธายิกาติ อตฺโถ. เอกจฺโจ หิ ปุคฺคโล น ปจฺจยิโก โหติ, ‘‘อิทํ เกน วุตฺตํ, อสุเกน นามา’’ติ วุตฺเต ‘‘มา ตสฺส วจนํ สทฺทหถา’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ. เอโก ปจฺจยิโก โหติ, ‘‘อิทํ เกน วุตฺตํ, อสุเกนา’’ติ วุตฺเต ‘‘ยทิ เตน วุตฺตํ, อิทเมว ปมาณํ, อิทานิ ปฏิกฺขิปิตพฺพํ นตฺถิ, เอวเมวํ อิท’’นฺติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ. อยํ วุจฺจติ ปจฺจยิโก. อวิสํวาทกา โลกสฺสาติ ตาย สจฺจวาทิตาย โลกํ น วิสํวาเทนฺตีติ อตฺโถ.

สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานนฺติ สุราเมรยมชฺชานํ ปานเจตนาสงฺขาตํ ปมาทการณํ. เอกภตฺติกาติ ปาตราสภตฺตํ สายมาสภตฺตนฺติ เทฺว ภตฺตานิ. เตสุ ปาตราสภตฺตํ อนฺโตมชฺฌนฺหิเกน ปริจฺฉินฺนํ, อิตรํ มชฺฌนฺหิกโต อุทฺธํ อนฺโตอรุเณน. ตสฺมา อนฺโตมชฺฌนฺหิเก ทสกฺขตฺตุํ ภุญฺชมานาปิ เอกภตฺติกาว โหนฺติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘เอกภตฺติกา’’ติ. รตฺติโภชนํ รตฺติ, ตโต อุปรตาติ รตฺตูปรตา. อติกฺกนฺเต มชฺฌนฺหิเก ยาว สูริยตฺถงฺคมนา โภชนํ วิกาลโภชนํ นาม, ตโต วิรตตฺตา วิรตา วิกาลโภชนา.

สาสนสฺส อนนุโลมตฺตา วิสูกํ ปฏาณิภูตํ ทสฺสนนฺติ วิสูกทสฺสนํ, อตฺตนา นจฺจนนจฺจาปนาทิวเสน นจฺจญฺจ คีตญฺจ วาทิตญฺจ, อนฺตมโส มยูรนจฺจนาทิวเสนาปิ ปวตฺตานํ นจฺจาทีนํ วิสูกภูตํ ทสฺสนญฺจาติ นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนํ. นจฺจาทีนิ หิ อตฺตนา ปโยเชตุํ วา ปเรหิ ปโยชาเปตุํ วา ปยุตฺตานิ ปสฺสิตุํ วา เนว ภิกฺขูนํ, น ภิกฺขุนีนํ วฏฺฏนฺติ.

มาลาทีสุ มาลาติ ยํกิญฺจิ ปุปฺผํ. คนฺธนฺติ ยํกิญฺจิ คนฺธชาตํ. วิเลปนนฺติ ฉวิราคกรณํ. ตตฺถ ปิฬนฺธนฺโต ธาเรติ นาม, อูนฏฺฐานํ ปูเรนฺโต มณฺเฑติ นาม, คนฺธวเสน ฉวิราควเสน จ สาทิยนฺโต วิภูเสติ นาม. ฐานํ วุจฺจติ การณํ, ตสฺมา ยาย ทุสฺสีลฺยเจตนาย ตานิ มาลาธารณาทีนิ มหาชโน กโรติ, ตโต ปฏิวิรตาติ อตฺโถ. อุจฺจาสยนํ วุจฺจติ ปมาณาติกฺกนฺตํ, มหาสยนํ อกปฺปิยตฺถรณํ, ตโต ปฏิวิรตาติ อตฺโถ.

กีวมหปฺผโลติ กิตฺตกํ มหปฺผโล. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ปหูตรตฺตรตนานนฺติ ปหูเตน รตฺตสงฺขาเตน รตเนน สมนฺนาคตานํ, สกลชมฺพุทีปตลํ เภริตลสทิสํ กตฺวา กฏิปฺปมาเณหิ สตฺตหิ รตเนหิ ปูริตานนฺติ อตฺโถ. อิสฺสริยาธิปจฺจนฺติ อิสฺสรภาเวน วา อิสฺสริยเมว วา อาธิปจฺจํ, น เอตฺถ สาหสิกกมฺมนฺติปิ อิสฺสริยาธิปจฺจํ. รชฺชํ กาเรยฺยาติ เอวรูปํ จกฺกวตฺติรชฺชํ กาเรยฺย. องฺคานนฺติอาทีนิ เตสํ ชนปทานํ นามานิ. กลํ นาคฺฆติ โสฬสินฺติ เอกํ อโหรตฺตํ อุปวุตฺถอุโปสเถ ปุญฺญํ โสฬสภาเค กตฺวา ตโต เอกํ ภาคญฺจ น อคฺฆติ. เอกรตฺตุโปสถสฺส โสฬสิยา กลาย ยํ วิปากผลํ, ตํเยว ตโต พหุตรํ โหตีติ อตฺโถ. กปณนฺติ ปริตฺตกํ.

อพฺรหฺมจริยาติ อเสฏฺฐจริยโต. รตฺตึ น ภุญฺเชยฺย วิกาลโภชนนฺติ อุโปสถํ อุปวสนฺโต รตฺติโภชนญฺจ ทิวาวิกาลโภชนญฺจ น ภุญฺเชยฺย. มญฺเจ ฉมายํว สเยถ สนฺถเตติ มุฏฺฐิหตฺถปาทเก กปฺปิยมญฺเจ วา สุธาทิปริกมฺมกตาย ภูมิยํ วา ติณปณฺณปลาลาทีนิ สนฺถริตฺวา กเต สนฺถเต วา สเยถาติ อตฺโถ. เอตํ หิ อฏฺฐงฺคิกมาหุโปสถนฺติ เอวํ ปาณาติปาตาทีนิ อสมาจรนฺเตน อุปวุตฺถํ อุโปสถํ อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตตฺตา อฏฺฐงฺคิกนฺติ วทนฺติ. ตํ ปน อุปวสนฺเตน ‘‘เสฺว อุโปสถิโก ภวิสฺสามี’’ติ อชฺเชว ‘‘อิทญฺจ อิทญฺจ กเรยฺยาถา’’ติ อาหาราทิวิธานํ วิจาเรตพฺพํ. อุโปสถทิวเส ปาโตว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา ทสสีลลกฺขณญฺญุโน อุปาสกสฺส วา อุปาสิกาย วา สนฺติเก วาจํ ภินฺทิตฺวา อุโปสถงฺคานิ สมาทาตพฺพานิ. ปาฬึ อชานนฺเตน ปน ‘‘พุทฺธปญฺญตฺตํ อุโปสถํ อธิฏฺฐามี’’ติ อธิฏฺฐาตพฺพํ. อญฺญํ อลภนฺเตน อตฺตนาปิ อธิฏฺฐาตพฺพํ, วจีเภโท ปน กาตพฺโพเยว. อุโปสถํ อุปวสนฺเตน ปรูปโรธปฏิสํยุตฺตา กมฺมนฺตา น วิจาเรตพฺพา, อายวยคณนํ กโรนฺเตน น วีตินาเมตพฺพํ, เคเห ปน อาหารํ ลภิตฺวา นิจฺจภตฺติกภิกฺขุนา วิย ปริภุญฺชิตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺโม วา โสตพฺโพ, อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ อญฺญตรํ วา มนสิกาตพฺพํ.

สุทสฺสนาติ สุนฺทรทสฺสนา. โอภาสยนฺติ โอภาสยมานา. อนุปริยนฺตีติ วิจรนฺติ. ยาวตาติ ยตฺตกํ ฐานํ. อนฺตลิกฺขคาติ อากาสงฺคมา. ปภาสนฺตีติ โชตนฺติ ปภา มุญฺจนฺติ. ทิสาวิโรจนาติ สพฺพทิสาสุ วิโรจมานา. อถ วา ปภาสนฺตีติ ทิสาหิ ทิสา โอภาสนฺติ. วิโรจนาติ วิโรจมานา. เวฬุริยนฺติ มณีติ วตฺวาปิ อิมินา ชาติมณิภาวํ ทสฺเสติ. เอกวสฺสิกเวฬุวณฺณญฺหิ เวฬุริยํ ชาติมณิ นาม. ตํ สนฺธาเยวมาห. ภทฺทกนฺติ ลทฺธกํ. สิงฺคีสุวณฺณนฺติ โคสิงฺคสทิสํ หุตฺวา อุปฺปนฺนตฺตา เอวํ นามกํ สุวณฺณํ. กญฺจนนฺติ ปพฺพเตยฺยํ ปพฺพเต ชาตสุวณฺณํ. ชาตรูปนฺติ สตฺถุวณฺณสุวณฺณํ. หฏกนฺติ กิปิลฺลิกาหิ นีหฏสุวณฺณํ. นานุภวนฺตีติ น ปาปุณนฺติ. จนฺทปฺปภาติ สามิอตฺเถ ปจฺจตฺตํ, จนฺทปฺปภายาติ อตฺโถ. อุปวสฺสุโปสถนฺติ อุปวสิตฺวา อุโปสถํ. สุขุทฺรยานีติ สุขผลานิ สุขเวทนียานิ. สคฺคมุเปนฺติ ฐานนฺติ สคฺคสงฺขาตํ ฐานํ อุปคจฺฉนฺติ, เกนจิ อนินฺทิตา หุตฺวา เทวโลเก อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. เสสเมตฺถ ยํ อนฺตรนฺตรา น วุตฺตํ, ตํ วุตฺตานุสาเรเนว เวทิตพฺพนฺติ.

มหาวคฺโค ทุติโย.